สารสนเทศ

383 views

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
383
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2
Actions
Shares
0
Downloads
2
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

สารสนเทศ

  1. 1. สารสนเทศ(information)[1] เป็นผลลัพธ์ของการประมวลผลการจัดดาเนินการ และการเข้าประเภทข้อมูลโดยการรวมความรู้เข้าไปต่อผู้รับสารส นเทศนั้นสารสนเทศมีความหมายหรือแนวคิดที่กว้าง และหลากหลาย ตั้งแต่การใช้คาว่าสารสนเทศในชีวิตประจาวัน จนถึงความหมายเชิงเทคนิคตามปกติในภาษาพูด แนวคิดของสารสนเทศใกล้เคียงกับความหมายของการสื่อสาร เงื่อนไข การควบคุม ข้อมูลรูปแบบ คาสั่งปฏิบัติการความรู้ ความหมายสื่อความคิดการรับรู้ และการแทนความหมาย ปัจจุบันผู้คนพูดเกี่ยวกับยุคสารสนเทศว่าเป็นยุคที่นาไปสู่ยุค แห่งองค์ความรู้หรือปัญญา นาไปสู่สังคมอุดมปัญญา หรือสังคมแห่งสารสนเทศ และ เทคโนโลยีสารสนเทศ แม้ว่าเมื่อพูดถึงสารสนเทศเป็นคาที่เกี่ยวข้องในศาสตร์สองสาขา คือ วิทยาการสารสนเทศและวิทยาการคอมพิวเตอร์ ซึ่งคาว่า "สารสนเทศ" ก็ถูกใช้บ่อยในความหมายที่หลากหลายและกว้างขวางออกไป และมีการนาไปใช้ในส่วนของเทคโนโลยีสารสนเทศและ การประมวลผลสารสนเทศ
  2. 2. สิ่งที่ได้จากการนาข้อมูลที่เก็บรวบรวมไว้มาประมวลผล เพื่อนามาใช้ประโยชน์ตามจุดประสงค์สารสนเทศจึงหมายถึง ข้อมูลที่ผ่านการเลือกสรรให้เหมาะสมกับการใช้งานให้ทันเวลา และอยู่ในรูปที่ใช้ได้ สารสนเทศที่ดีต้องมาจากข้อมูลที่ดี การจัดเก็บข้อมูลและสารสนเทศจะต้องมีการควบคุมดูแลเป็นอย่า งดี เช่น อาจจะมีการกาหนดให้ผู้ใดบ้างเป็นผู้มีสิทธิ์ใช้ข้อมูลได้ ข้อมูลที่เป็นความลับจะต้องมีระบบขั้นตอนการควบคุม กาหนดสิทธิ์ในการแก้ไขหรือการกระทากับข้อมูลว่าจะกระทาได้โ ดยใครบ้าง นอกจากนี้ข้อมูลที่เก็บไว้แล้วต้องไม่เกิดการสูญหายหรือถูกทาลาย โดยไม่ได้ตั้งใจ การจัดเก็บข้อมูลที่ดี จะต้องมีการกาหนดรูปแบบของข้อมูลให้มีลักษณะง่ายต่อการจัดเ ก็บ และมีรูปแบบเดียวกัน ข้อมูลแต่ละชุดควรมีความหมายและมีความเป็นอิสระในตัวเอง นอกจากนี้ไม่ควรมีการเก็บข้อมูลซ้าซ้อนเพราะจะเป็นการสิ้นเปลื องเนื้อที่เก็บข้อมูล
  3. 3. ฮาร์ดแวร์(Hardware) หมายถึง ต ัวเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์รอบข้าง (Peripheral) ที่สามารถสัมผัสได ้ โดยจะประกอบด ้วยอุปกรณ์ทางด ้านอิเล็กทรอนิกส์ที่ควบคุมการประมวลผลข ้อมูล การรับข ้อมูล การแสดงผลข ้อมูลของเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็ นอุปกรณ์ที่จับต้อง สัมผัส และสามารถมองเห็นได้อย่างเป็ นรูปธรรม มีทั้งที่ติดตั้งภายในตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ (Case) และ เชื่อมต่อภายนอกเครื่องคอมพิวเตอร์ เราสามารถแบ่งส่วนประกอบของฮาร์ดแวร์ออกได้เป็ น 5 หน่วยที่สาค ัญ ด ังนี้ 1. หน่วยร ับข้อมูล (Input Unit) ทาหน ้าที่ในการรับโปรแกรม และข ้อมูลเข ้าสู่คอมพิวเตอร์ ตัวอย่างอุปกรณ์ที่ใช้ในการรับข ้อมูลเข ้า ได ้แก่ แป้นพิมพ์หรือคีย์บอร์ด (Keyboard) เครื่องสแกนต่างๆ เช่น เครื่องรูดบัตร สแกนเนอร์ ฯลฯ 2. หน่วยความจา (Memory Unit) ทาหน ้าที่เก็บโปรแกรมหรือข ้อมูลที่รับมาจากหน่วยรับข ้อมูล เพื่อเตรียมส่งให ้หน่วยประมวลผลกลางทาการประมวลผล และรับผลลัพธ์ที่ได ้จากการประมวลผล เพื่อเตรียมส่งออกหน่วยแสดงข ้อมูลต่อไป 3. หน่วยประมวลผลกลาง (CPU หรือ Central Processing Unit) ทาหน ้าที่ปฏิบัติงานตามคาสั่งที่ปรากฏอยู่ในโปรแกรม หน่วยนี้จะประกอบด ้วยหน่วยย่อยๆ อีก 2 หน่วย ได ้แก่ หน่วยคานวณเลขคณิตและตรรกวิทยา (ALU หรือArithmetic and Logical Unit) และ หน่วยควบคุม (CU หรือ Control Unit)
  4. 4. 4. หน่วยเก็บข้อมูลสารอง (Secondary Storge) ทาหน ้าที่เก็บข ้อมูลหรือโปรแกรมที่จะป้อนเข ้าสู่หน่วยความจาหลักภายในเครื่องก่อนทาการประมวลผลโดย ซีพียู รวมทั้งเป็ นแหล่งเก็บผลลัพท์จากการประมวลผลด ้วย เพื่อการใช้งานในภายหลัง ซอฟต์แวร์ (อังกฤษ: software) หรือ ส่วนชุดคาสั่ง[1] หรือบางครั้งมีการสะกดว่า ซอฟต์แวร์ เป็นส่วนของระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล ซอฟต์แวร์นั้น นอกจากจะสามารถใช้งานบนคอมพิวเตอร์ได้แล้ว ยังสามารถใช้งานบนเครื่องใช้ หรืออุปกรณ์อื่น เช่น โทรศัพท์มือถือ หรือหุ่นยนต์ในโรงงาน หรือเครื่องใช้ไฟฟ้ าต่างๆ คาว่า"ซอฟต์แวร์"ใช้ครั้งแรกโดย จอห์น ดับเบิลยู.เทอร์กีย์ (JohnW. Turkey) ในปี พ.ศ. 2500(ค.ศ. 1957) โดยแนวคิดของซอฟต์แวร์ปรากฏครั้งแรกในเรียงความของแอลันทัวริง บิดาของวิทยาการคอมพิวเตอร์
  5. 5. กล่าวกันว่าโปรแกรมคอมพิวเตอร์ชิ้นแรกของโลกเขียนโดยเอดา ไบรอน เป็นโปรแกรมที่ใช้สาหรับเครื่องวิเคราะห์ (analytical engine) ของชาร์ลส แบบเบจ ผลของเทคโนโลยีสารสนเทศ การกาเนิดของคอมพิวเตอร์เมื่อประมาณห้าสิบกว่าปีที่แล้ว เป็นก้าวสาคัญที่นาไปสู่ยุคสารสนเทศ ในช่วงแรกมีการนาเอาคอมพิวเตอร์มาใช้เป็นเครื่องคานวณ แต่ต่อมาได้มีความพยายามพัฒนาให้คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์สาคัญสาหรับการ จัดการข้อมูล เมื่อเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ได้ก้าวหน้ามากขึ้น ทาให้สามารถสร้างคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็กลง แต่ประสิทธิภาพสูงขึ้น สภาพการใช้งานจึงใช้งานกันอย่างแพร่หลาย ผลของเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีต่อชีวิตความเป็นอยู่และสังคมจึงมีมาก มีการเรียนรู้และใช้สารสนเทศกันอย่างกว้างขวาง ผลของเทคโนโลยีสารสนเทศโดยรวมกล่าวได้ดังนี้
  6. 6.  การสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นสภาพความเป็นอยู่ของสังคมเมือง มีการพัฒนาใช้ระบบสื่อสารโทรคมนาคม เพื่อติดต่อสื่อสารให้สะดวกขึ้น มีการประยุกต์มาใช้กับเครื่องอานวยความสะดวกภายในบ้าน เช่น ใช้ควบคุมเครื่องปรับอากาศ ใช้ควมคุมระบบไฟฟ้าภายในบ้านเป็นต้น  เสริมสร้างความเท่าเทียมในสังคมและการกระจายโอกาส เทคโนโลยีสารสนเทศทาให้เกิดการกระจายไปทั่วทุกหนแห่ง แม้แต่ถิ่นทุรกันดาร ทาให้มีการกระจายโอการการเรียนรู้ มีการใช้ระบบการเรียนการสอนทางไกล การกระจายการเรียนรู้ไปยังถิ่นห่างไกล นอกจากนี้ในปัจจุบันมีความพยายามที่ใช้ระบบการรักษาพยาบาลผ่านเค รือข่ายสื่อสาร  สารสนเทศกับการเรียนการสอนในโรงเรียน การเรียนการสอนในโรงเรียนมีการนาคอมพิวเตอร์และเครื่องมือประกอ บช่วยในการเรียนรู้ เช่นวีดิทัศน์เครื่องฉายภาพคอมพิวเตอร์ช่วยสอน คอมพิวเตอร์ช่วยจัดการศึกษาจัดตารางสอน คานวณระดับคะแนน จัดชั้นเรียน ทารายงานเพื่อให้ผู้บริหารได้ทราบถึงปัญหาและการแก้ปัญหาในโรงเรีย น ปัจจุบันมีการเรียนการสอนทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศในโรงเรียนม ากขึ้น  เทคโนโลยีสารสนเทศกับสิ่งแวดล้อม การจัดการทรัพยากรธรรมชาติหลายอย่างจาเป็นต้องใช้สารสนเทศ เช่น การดูแลรักษาป่าจาเป็นต้องใช้ข้อมูล มีการใช้ภาพถ่ายดาวเทียม การติดตามข้อมูลสภาพอากาศการพยากรณ์อากาศ
  7. 7. การจาลองรูปแบบสภาวะสิ่งแวดล้อมเพื่อปรับปรุงแก้ไข การเก็บรวมรวมข้อมูลคุณภาพน้าในแม่น้าต่าง ๆการตรวจวัดมลภาวะ ตลอดจนการใช้ระบบการตรวจวัดระยะไกลมาช่วย ที่เรียกว่าโทรมาตร เป็นต้น  เทคโนโลยีสารสนเทศกับการป้องกันประเทศ กิจการทางด้านการทหารมีการใช้เทคโนโลยี อาวุธยุทโธปกรณ์สมัยใหม่ล้วนแต่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์และระบบค วบคุม มีการใช้ระบบป้องกันภัย ระบบเฝ้าระวังที่มีคอมพิวเตอร์ควบคุมการทางาน  การผลิตในอุตสาหกรรม และการพาณิชยกรรม การแข่งขันทางด้านการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมจาเป็นต้องหาวิธีการในก ารผลิตให้ได้มาก ราคาถูกลงเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทมาก มีการใช้ข้อมูลข่าวสารเพื่อการบริหารและการจัดการ การดาเนินการและยังรวมไปถึงการให้บริการกับลูกค้า เพื่อให้ซื้อสินค้าได้สะดวกขึ้น เทคโนโลยีสารสนเทศมีผลเกี่ยวข้องกับทุกเรื่องในชีวิตประจาวัน บทบาทเหล่านี้มีแนวโน้มที่สาคัญมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้เยาวชนคนรุ่นใหม่จึงควรเรียนรู้ และเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อจะได้เป็นกาลังสาคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศให้ก้าวหน้าและเกิ ดประโยชน์ต่อประเทศต่อไป

×