Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

บันทึกประสบการณ์เรียนรู้ที่ UVIC (ฉบับปรับปรุง)

3,244 views

Published on

เนื่องจากคราวที่แล้วความรีบร้อนทำให้ข้อความบางส่วขาดหาย
และการพิมพ์ผิดกระจายทุกหย่อมหน้า รอบนี้จึงแก้ตัว ทำฉบับปรับปรุงค่ะ

Published in: Education
  • Be the first to comment

บันทึกประสบการณ์เรียนรู้ที่ UVIC (ฉบับปรับปรุง)

  1. 1. 35 วันของครูไทยเรียนรูใน Victoria (แคนาดา) ครูปุมไบโอ กมลรัตน ฉิมพาลี
  2. 2. มนุษยเราสามารถเลือกสรางประสบการณในชีวิตไดหลากหลายรูปแบบ บางคนเลือกสราง ประสบการณตรง ออกจากบริเวณที่อุดมดวยความสะดวกสบาย เดินไปในเสนทางที่ไมคุนชิน เพื่อใหกระตุนใหระบบการรับรูของชีวิตทํางานอยางกระตือรือรนและพยายามเรียนรูเพื่อจะ ปรับตัวใหเขากับสิ่งแวดลอมใหมๆ บางคนเลือกการเรียนรูจากประสบการณของผูอื่น ผานการอาน ฟง ดู คิด ซึ่งเปนการเรียนรู ทางลัด ที่มีประสิทธิภาพไมแตกตางกัน ขึ้นอยูกับการนําไปปรับใชใหเหมาะสมกับบริบท ของชีวิตตนเอง การเรียนปริญญาเอก สาขาหลักสูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร มหาวิทยาลัย มหาสารคาม ไดเปดโอกาสใหครูปุมไดเผชิญกับประสบการณตรง สําหรับการเรียนรูและ ใชชีวิตในตางแดน ในประเทศที่ชื่อวามีระบบการศึกษาที่ดีที่สุดในโลก ถือเปนประสบการณที่คา และอยากนํามาแบงปนใหทุกคนไดเรียนรูทางลัด……. ขอใหมีความสุขกับการสรางประสบการณใหชีวิตตัวเองกับหนังสือเลมเล็กๆเลมนี้นะคะ ครูปุมไบโอ * หนังสือเลมนี้ใชงานไดดีในสถานที่ที่มีอุณหภูมิ 25 ํ C บรรยากาศสงบ ไมเรงรีบ พรอมเครื่องดื่มรสกลมกลอม เชน กาแฟ เปนตน เราสรางโลกจากความคิดและความเชื่อ โลกยังคงดําเนินไปตามวิถีของมัน มีแตวิถีความคิดของเราเทานั้นที่มองโลกเปลี่ยนไป
  3. 3. 35 วันของครูไทยเรียนรูใน Victoria (Canada) ผูเขียน กมลรัตน ฉิมพาลี ISBN 978-616-335-294-1 ราคา 150 บาท จัดพิมพโดย กมลรัตน ฉิมพาลี 499/58 ตึกบี เดอะพรอมคอนโด ต.ทาขอนยาง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม 44150 www.pumpuyinlove.wordpress.com www.gotoknow.com กมลรัตน ฉิมพาลี Facebook : krupumbio kamonrat E-mail : Lipaongonga@windowslive.com
  4. 4. สารบัญ ประสบการณทั่วไป 1. แรกสัมผัสการศึกษาในแคนาดา 1 2. มองยอนกลับมาการศึกษาบานเรา 2 3. มองความตางผานรูปธรรม 6 4. คําถามและคําตอบของการศึกษาที่นาคิด 8 ประสบการณในหองเรียน 5. ความละเมียดละไมในการสอน 13 6. การอธิบายที่ดีสรางความเขาใจที่คงทน 16 7. ชองวางระหวางเรียน 22 8. Thank you for your mistake 25 9. ไมไดเรียกรองใหครูซื้อชอกโกแลตแตรองขอ ใหครูมีแรงจูงใจในการหาชอกโกแลต 28 10. เติมคําในชองวาง 32 ประสบการณการอยูรวมกับโฮสต 11. สงบสยบความเอาแตใจ 36 12. ขอโทษและขอบคุณ ความหมายงายๆบนพื้นฐานความจริงใจ 38 13. แกปญหาอยางสรางสรรค 41 เรียนรูแคนาดา ผานประสบการณทองเที่ยว 14. ลงเรือลําเดียวกัน เรือแคนูของคนแคนาดา 44 15. We want to spend time in Victoria 49
  5. 5. จากที่สัมผัสการศึกษาเพียงเสี้ยวสวนบางๆของที่นี้   พบความแตกตางที่เดนชัดคือ  ระบบและความคาดหวังของครูผูสอน ระบบการสอนมีขั้นตอนมีเปาหมายชัดเจนมาก  ขั้นตอนการทํางานและ การสอนทหใหผูเรียนรับรูถึงคําวาเอาใจใสและเปนมาตรฐาน ครูทํางานแบบเปนทีม ไมมีแยกสวน ทําใหเรื่องที่เรียนถูกสอนดวยรูปแบบที่หลากหลาย และ มีความสอดคลองกันอยางกลมกลืน ความคาดหวังของครูที่มีตอนักเรียนสูงมาก  ครูจะรู level ของผูเรียน สามารถวิเคราะห สิ่งที่ตองพัฒนาผูเรียนไดเปนรายบุคคล และ คาดหวังถึงพัฒนาการของนักเรียนอยางเปนขั้นตอน การใหคะแนนนักเรียนก็แบงเปน level  ตามระดับความสามารถของผูเรียน ผูเรียนจึงไมรูสึกวาแขงกับใคร แตตองแขงกับตัวเอง ที่ประทับใจก็คือ คติที่บุคลากรตองตระหนักรวมกันในการพัฒนาทางการศึกษา "ถาอยากใหเด็กเชื่อมั่นวาการศึกษาคือการพัฒนา ครู บริหาร ศน. (ทุกภาคสวน) ตองแสดงศักยภาพ ในการทํางานเปนทีม" 17 April , 2013  Victoria, Canada 1. แรกสัมผัสการศึกษาในแคนาดา 1.  
  6. 6. คําถาม : เมื่อไดมาสัมผัสการศึกษาที่แคนาดา ถามวาอยากเปลี่ยนแปลงการศึกษาไทยอยางไร.... คงตองเริ่มที่ตัวเองกอนคะ จําไดวาตอนเด็กเคยดูหนังเรื่องขนมตม นายขนมตมอยากเปนลูกศิษยของครูมวยคนหนึ่งที่ชกมวยเกง เพราะรูวาถาไดเรียนกับครูคนนี้แลวเคาจะสามารถมีวิชามวย   ปกปองตนเอง ครอบครัว บานเมืองและผูหญิงที่รัก ครูมวยใหวิ่งออมสระภายในเวลาที่กะลายังไมจมในถังน้ํา (ครูมวยเอาถังน้ํามาถังหนึ่ง และกะลาที่มีรูรั่วหนอยๆ  เมื่อวางกะลาลงในถังน้ํา น้ําก็จะเขาไปในกะลา ทําใหกะลาจมลกนถัง) ชกลูกมะนาว  เปนการทดสอบ ที่ยากลําบากมาก แตขนมตมก็พยายามจนอาจารยยอมรับเปนลูกศิษย นี้คือความรูสึกที่แวบเขามา เมื่อครูปุมมาที่นี้ เมื่อเราเรียนกับครูสอนการเขียน (writing) และการพูด (Conversation) อาจารยจะบอกเราเลยวา ตอนนี้เราอยูขั้นไหน ภายในเวลา 1 เดือน เราจะพัฒนาไดแคไหน อาจารยจะชี้ใหเห็นขั้นต่ําพัฒนาการของตัวเอง  และกระตุนดวยคําพูดที่วา แตถาคุณพยายามคุณจะไปไกลมาก 2. มองยอนกลับมาการศึกษาบานเรา 2.
  7. 7. ทําใหครูปุมรูสึกวาการเรียนมีคุณคาตอการพัฒนาตัวเอง ทําใหเรารูวาเรากําลังจะไปไหน เรามีเปาหมายอะไร  เราสามารถทําอะไรได อะไรจะเปนแรงผลักดันเราตอไป ครูปุมอยากทําใหเด็กในหองเรียนชีววิทยาของครูปุมรูวา …เคาคือใคร  มาเรียนชีววิทยาเพื่ออะไร….  เคาจะมีความสุขกับการใชชีววิทยาในชีวิตอยางไร… และสิ่งที่เคาได คุมคากับการทุมเทเพียงใด… เหมือนขนมตมที่รูวา คุมคาเพียงใดเมื่อรูวิชามวย... 3
  8. 8. สําหรับตัวเอง มองวาเรื่อนโยบายการศึกษาไมไดแตกตางกันมากนัก มีโรงเรียนระดับประถม-มัธยม โรงเรียนรัฐบาล โรงเรียนเอกชน มีหลักสูตรแกนกลาง สถานศึกษาจของประเทศ และหลักสูตรของโรงเรียน "When we begin with the end in mind a major goal of the public school system in British Columbia is  to help students develop their full potential  to become well adjusted, productive  and contributing members of society." "เปาหมายหลักของการศึกษาคือการชวยใหผูเรียนพัฒนาอยางเต็มศักยภาพ เพื่อเปนพลเมืองที่ดีของสังคม" จากประโยคขางตนอยางที่บอกคะ มองวาไมแตกตางกัน ที่นี้มาดูสิ่งที่ตางบางเมื่อคาดหวังวาเด็กจะเปนสมาชิกที่ดีของสังคม ตองทําอยางไรบางใหกับเด็ก  คําตอบคือ 1.สรางสังคมแหงการเรียนรู  วิคตรอเรียเต็มไปดวยแหลงเรียนรู  ไมวาจะเปน park พิพิธภัณฑ สถานที่สําคัญของเมือง ที่พรอมจะใหความรูแกเด็กๆไดตลอดเวลา แมในรานกาแฟ ที่มองเผินๆเหมือนเกาอี้ แตเมื่อเปดออกมาก็จะเต็มไปดวยหนังสือ ที่หลากหลายประเภท ปายใหความรู แมแตเสาไฟจะมีภาพวาดบอกเลาเรื่องราว   บางเสามีของเลนติดไวเมื่อเด็กๆ 3. มองความตางผานรูปธรรม 4
  9. 9. 2. สรางวัฒนธรรมการเรียนรู  *** วิคตรอเรียมีคําพูดที่วา "We love why"  ครูปุมเลยแอบตอใหวา We love why  learning styles of Victoria" คือการตั้งคําถามกับเด็กๆวา "ทําไม" เห็นไดวาวัฒนธรรมนี้ ไดรับการสั่งสมจนฝงตัวอยูในเด็ก ๆ เชน เมื่อเห็นรุงกินน้ํา คุณคิดวาเด็กควรจะตั้งคําถามอยางไร?  ลูกสาวโฮสถามวา "ทําไมสิ่งนั้น(รุงกินน้ํา)มีสี"  (เด็กบานเรานาจะถามวา "นั่นอะไร") หรือทําไมตองมีรุงกินน้ํา  ทําไมมันมาตอนฝนหยุดตก หลากหลายคําตอบที่ขึ้นตนคําวาทําไม ตอนที่ไป Science World ก็จะไดยินคําถามทํานองนี้จากเด็กๆบอยมาก *** คานิยมการบอกดวยเหตุผล พูดตรงใหเปลี่ยนแปลง  มาถึงที่นี้วันแรก ใชหองน้ําเสร็จไมเช็ดที่ลางหนา  โฮสตจะเขามาบอกเลยวา ควรจะทําอยางไร เพื่อใหสะอาดอยูเสมอสําหรับคนตอไปที่จะมาใช (นึกยอนกลับไปบานเรา ถาเปนเราจะกลาบอกหรือเปลา)  ไปโรงเรียน อาจารยจะบอกเลยวา ทําไมงานถึงทําไดคะแนนเทานี้ ขอดอยของเราคืออะไร ตอนแรกรูสึกเสียกําลังใจ ตอนหลังกลับรูสึกเปนเรื่องดี ทําใหเราตระหนักใน ขอผิดพลาด และพยายามทําใหดีมากขึ้น เด็กสามารถบอกไดวาผูใหญทําผิด "ลูกสาวโฮสตบอกแมวา แมผิดที่หยิบของของเธอ ไปใชโดยไมไดบอก โฮสแมจะขอโทษ ทันที เพราะเธอผิดจริง" CA (Culture assistance) ที่คอยดูแลเรา ก็บอกวา สิ่งนี้คือสิ่งที่คนที่นี้ พยายามปลูกฝง เพื่อใหเด็กและผูใหญสามารถยอมรับ ความคิดเห็นซึ่งกันและกันได 5
  10. 10. 6 3. ครูในฝน "ทํางานหนัก คาดหวังสูง"  แทบจะเปนคติของครูที่นี้ อยางเชน เด็กป.2 ทำโครงงาน ปลาแซลมอน (ปลาที่เปนอาหารหลักของชาวแคนาดา)   เริ่มจากการไปศึกษาแหลงธรรมชาติขอบริจาคไขปลา แซลมอนจากเจาหนาที่มาเลี้ยง พอครบ 3 เดือน ก็จะพาไปปลอยในแหลงธรรมชาติ (โครงงานนี้ประทับใจมาก) ระหวางนั้นเด็กๆจะไดเรียนรูสายพันธของปลา แหลงอาหารและศัตรู วาดภาพ เขียนบรรยาย กิจกรรมมีความสอดคลองกันอยางกลมกลืน เด็กๆจะไดพัฒนาความรู ทักษะอยางรอบดาน อีกทั้งยังเรียนรู ภายใตบริบทการดํารงชีวิตของตนเอง จึงเปนการเรียนรูที่มีความหมายอยางแทจริง นั้นแสดงให จะเห็นวาครูจะตองมี การวางแผน การบูรณาการการออกแบบการสอน  จึงสามารถสอนโปรเจคนี้ใหบรรลุ เปาหมายของการเรียนพรอมๆกับเปาหมายหลักของหลักสูตรแกนกลาง ตามไปดูสถานที่ๆเด็กๆปลอยปลาแซลมอน
  11. 11. งานหนักอีกหนึ่งงานคือ การชวยเหลือนักเรียน ครูมีการทํางานเปนทีม เพื่อที่จะดูวา นักเรียนคนใดควรไดรับการชวยเหลืออยางไร  จากนั้นจะจัดตารางเพื่อชวยเหลือนักเรียนทันที  ***นวัตกรรมการเรียนการสอนที่โดดเดนที่นี้ คือ "การทำงานของครูแบบเปนทีม"  เทคนิคการสอนที่นี้อาจจะไมตางจากเรา คือ ใหความรู ทําความเขาใจ และฝกปฏิบัติ แตที่ตางคือเนนการฝกปฏิบัติมาก เมื่อยังพบวามีผิดพลาดอยู ก็จะฝกเรื่อยๆ ดวยรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น จนแนใจวาผูเรียนเขาใจ ครูปุมจึงสรุปวา สรางสังคมและวัฒนธรรมการเรียนรู  มีครูในฝน คือพลังที่ทําใหการศึกษาเขมแข็ง... 22 April, 2013  Fernwood, Victoria Canada 7
  12. 12. 4. คําถามและคําตอบของการศึกษาที่นาคิด: ประสบการณจากการดูงานโรงเรียนในวิคตรอเรีย "พันธกิจของโรงเรียนคือการพัฒนาผูเรียนทุกคนใหประสบความสําเร็จ  ในสิ่งแวดลอมที่ปลอดภัย" ปายขนาดใหญที่มีขอความขางตนประทับตราไวอยางชัดเจน  ในหองประชุมกรรมการสถานศึกษาของโรงเรียนแหงหนึ่งในเมืองวิคตรอเรีย แคนาดามีหลักสูตรแกนกลางที่กําหนดโดยกระทรวงศึกษาธิการ แตละรัฐมีอิสระทางการจัดการศึกษาใหบรรลุเปาหมาย หลากหลายวิธีการ หลากหลายเสนทาง แตมีเปาหมายเดียวกัน โชคดีที่เราไดมีโอกาสเจอผูอาวุโสทั้งวัยวุฒิ คุณวุฒิและประสบการณดานการศึกษา เคยตํารงตําแหนงหลากหลายบทบาท ปจจุบันเปนกรรมการสถานศึกษา เมื่อถูกตั้งคําถามที่วา "ผูบริหารของโรงเรียนในวิคตรอเรียมีหนาที่อยางไร" คําตอบของทานคือ "การทําใหครูศรัทธาในพันธกิจของโรงเรียน" โรงเรียนมีสมาชิกที่มีตําแหนงและบทบาทแตกตางกัน ผูบริหาร ครู นักเรียน ภารโรง นักบัญชี นักใหคําปรึกษา แตทุกคนมีหนาที่เดียวกัน หนาที่นั้นคือคําในสองบรรทัดบนปายนั้นนั่นเอง" ศรัทธาจะกําเนิด เกิดขึ้นในองกรคไดอยางไร 8
  13. 13. ทําอยางไรจึงจะทําใหประโยคเหลานั้นมีความหมายมากกวาของประดับ  คําตอบคือการสรางความศรัทธาใหทุกคนเห็นคุณคาของเปาหมายรวมกัน ศรัทธาจะกําเนิด เกิดขึ้นในองกรคไดอยางไร เมล็ดพันธ  ผูบริหาร ครูและบุคคลากรทางการศึกษาที่เชื่อวา การศึกษาคือการเจริญงอกงาม การศึกษาคือการพัฒนาศักยภาพของมนุษย การศึกษาคือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในทางที่ดีขึ้น การศึกษาคือการสรางพลเมืองที่มีคุณคาตอสังคมโลก ดินหรือสภาพแวดลอม  ดินจะดี สิ่งแวดลอมจะเหมาะสมตอการทํางาน ตองปรับความเปนกรด-ดางใหพอดีดวยองคประกอบเหลานี้  1. การพูดคุยและสรางความเขาใจรวมกัน 2. ความจริงใจตอองคกรและเพื่อนรวมงาน 3. ผูนําที่มีภาวะผูนําและผูตามที่มี Spirit อยางเต็มเปยม  4. ความเปนธรรม เที่ยงตรงและสม่ําเสมอของการทํางาน  น้ํา ปจจัยที่ขาดไมไดคือ น้ําจิตน้ําใจที่พรอมทํางานรวมกัน ความเชื่อมั่นซึ่งกันและกันและกําลังใจที่ตองประพรมอยางตอเนื่องและสม่ําเสมอ 9
  14. 14. คําถามเรื่องการประเมิน  "ฝายบริหารไมไดประเมินผลเพื่อตัดสินครู แตเราประเมินเพื่อชวยเหลือครู" ความรูสึกของการเปนผูถูกตัดสินกับผูถูกชวยเหลือจึงเปนสิ่งที่แตกตางกัน ผูบริหารสามารถประเมินครูชวงใดก็ได มีรายงาน (list) การประเมิน อาจไมแตกตางจากประเทศไทย แตเปาหมายของการประเมินคือการชวยเหลือครู  หากพบวาครูตองการความชวยเหลือในดานใด นั่นคือการบานของฝายบริหารที่ตองหยิบยกวิชา วาดวยการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลทางการศึกษา มาชวยเหลืออยางเรงดวนจะทําใหครูที่ถูกประเมิน ไมตองตั้งโตะจัดนิทรรศการกระดาษเลนกลปนหรรษา (กระดาษเลนกลปนหรรษา = การสรางเอกสารที่นําเสนอขอเท็จจริง มีทั้งเท็จและจริง)) แตเปนตัวของตัวเองแสดงความสามารถดานการสอนออกมาใหเต็มที่ รับผิดเมื่อมีสิ่งที่ตองพัฒนาและเรียนรูเพิ่มเติม รับชอบในสิ่งที่เปนขอดี และจุดแข็งของตัวเอง คําถามเรื่องการจัดการเรียนการสอน  “เราใหอิสระครูในการทํางานอยางเต็มที่ เพราะเรามีเปาหมายที่ชัดเจน” ครูที่นี้จึงมีอิสระในการออกแบบการจัดการเรียนรู ถามวาครูจะออกแบบการเรียนรูไดอยางไร คําตอบคือครูตองรูจักนักเรียนของตัวเองอยางถองแทจึงจะสามารถจัดการเรียนรู ใหกับผูเรียนไดอยางเหมาะสม เปนคําตอบสั้นๆ ที่การลงมือปฎิบัติตองอาศัยเวลาระยะยาว 10
  15. 15. คําถาม : ทําอยางไรครูจะรูจักนักเรียน คําตอบ : ทําการบานคะ เริ่มจากการขอขอมูลของคุณครูในชั้นเรียนกอนหนานั้น การเขาพูดคุยกับครูผูสอนทีละคนที่เกี่ยวกับวาที่นักเรียนของตัวเอง การใชศาสตรและศิลปในอาทิตยแรก เพื่อประเมินความตองการของผูเรียน ผูบริหารจึงตองยอมรับวา ไมมีใครเขาใจเด็กดีไปกวาครูจึงตองวางใจและใหอิสระแกผูสอนในการปฏิบัติงาน คําถามเรื่องนวัตกรรม ในหลายประเทศเนนใหครูสรางนวัตกรรม  แตที่นี้เนนสรางวัฒนธรรมใหครูทํางานรวมกัน ที่นี้จะมีชั่วโมงเรียนรวม (หมายถึงรวมครูและวิชา) เมื่อครูวิทยาศาสตรเปนผูจัดการเรียนรู ครูคณิตศาสตร จะเขามาชวยและศึกษาวานักเรียนใชคณิตศาสตร ในวิชาวิทยาศาสตรอยางไร  ครูอังกฤษ จะเขามาชวยและศึกษาวานักเรียนใชภาษาอังกฤษ ในวิทยาศาสตรอยางไร  ครูสังคมจะเขามาชวยและศึกษาวานักเรียนจะใชวิชาสังคม ในการเรียนวิทยาศาสตรอยางไร หรือนี่คือ”นวัตกรรมที่ยิ่งใหญที่สุดของมวลมนุษยชาติ” “ทํางานรวมกันใหเปน ทํางานดวยกันใหถึงเปาหมาย ทํางานรวมกันใหได ทํางานดวยหัวใจของคําวา Team” 11
  16. 16. ถา Teacher คิดเสมอวา We’re the same team บางที students จะ success มากกวาที่เคยเปนครู 1 คน อาจทําไดหลากหลายสิ่ง แตครูหลายคนชวยกันสรางเครือขายที่สรางสรรค ทรงพลังและยาวนานกวา “สงเสริมใหครูทํางานเปนทีม” จึงถือเปนภาระและหนาที่ของครูและผูบริหารที่ตองตระหนักรวมกัน คําถามและคําตอบเหลานี้อาจเปนเพียงความคิดเห็นและประสบการณที่ผิวเผิน ของผูเขียนที่ผานการฟง การมองการพิจารณาจากระบบการศึกษาที่เขมแข็ง อยากใหคําถาม-คําตอบเหลานี้ จุดประกายความคิดของบุคคลากรทางการศึกษา แมจะเพียงแวบคิด แวบนึกขึ้นมา ก็คุมคาสําหรับผูเขียน ภาพที่วาดจากพันธกิจของโรงเรียนคนตัวเหลือง แดง ดํา ขาว คือความแตกตางของผูเรียนทุกคนตางไดรับความสําเร็จ ในเสนทางของตนเองในสถานที่และสิ่งแวดลอมที่ปลอดภัย 12
  17. 17. 5. ประสบการณในหองเรียน : ความละเมียดละไมในการสอน แรกเริ่มการเรียน ครูตองรูจักผูเรียน  ผูเรียนตองรูจักครู ถาครูไมรูวากําลังสอนใคร จะเทากับครูไมไดสอนอะไรเลย  ถาครูไมรูวาเด็กในหองคนแตละคนเปนอยางไร เทากับครูไมไดเปนครูเลย เทคนิคงายๆ คือการตั้งคําถาม การตั้งคําถาม คือบทสนทนาที่หลอกลอ ใหผูคนไขความลับออกมา... การรับรูเปาหมายรวมกัน เด็กและครู ควรรูวา กําลังจะไปไหน ไปทําไม ตองไปอยางไร ตองทําอะไร ในที่นี้หมายความวาตองรูทั้งสองฝาย เพื่อจะไดเดินไปดวยกันรวมมือกัน ความชัดเจน ของเปาหมายและแผนที่ จึงสําคัญสําหรับการไปใหถึงเปาหมาย ทุกครั้งที่เขาหองเรียนที่นี้  และการเรียนจาก อ.David ที่ประเทศไทย จะเห็นเปาหมายที่ชัดเจน กําหนดการเรียนที่ชัดเจน  ในแตละวันครูจะเขียนวาวันนี้ทําอะไรบาง ความชัดเจนชวยลดเวลาในการหลงทาง.... สรางแรงบันดาลใจ แรงบันดาลใจ คือสิ่งที่ทําใหเราสามารถมองหาความสําเร็จในความผิดพลาด คือเครื่องมือทลายกําแพง คําวาขอกําจัดและขออางนานับประการจึงจําเปนที่ครูตองสราง แรงบันดาลใจใหกับผูเรียนใหได ***ครูเคมีของ Osheroff (นักฟสิกสรางวัลโนเบล) ถือกลองนมที่ใสของ ถามนักเรียนวา มีอะไรในกลองนม เคาหาคําตอบดวยการเขยาขวดนม คําตอบไมไดอยูที่กลองนม  แตคือสิ่งที่อยูในกลองนม  นักฟสิกสทานนี้จึงมักคิดวา การทดลองคือการสนสนาเพื่อหาคําตอบจาก ธรรมชาติ บางครั้งคําถามเดียว ไมสามารถหาคําตอบได จึงตองถาม ตองทดลอง จนเพียงพอที่จะไดคําตอบ และ Osheroff ใหแนวคิดในการเรียนวา  "คุณจะเรียนรูไดดีกวาและเร็วกวา เมื่อคุณตั้งคําถามดวยตัวเอง" สิ่งที่จะชวยใหผูเรียนอยากตั้งคําถามและหาคําตอบเอง คือการสรางแรงบันดาลใจในการเรียนรู 13
  18. 18. แรงบันดาลใจสําคัญแคไหน ลองอานความคิดเห็นจากขอความดานลางนี้ดู "แรงบันดาลใจที่จะเรียนรู แรงบันใจที่จะสรางนื้อสรางตัว แรงบันดาลใจที่จะสรางคุณประโยชนใหสังคม นี่คือทักษะในศตวรรษที่ 21 ที่สําคัญที่สุดในความคิดของผม เปนทักษะนะ ทักษะสรางแรงบันดาลใจ ที่ตองสรางดวยตนเอง" (ศ.นพ.วิจารณ พานิช) โรงเรียนแหงหนึ่งนําศิลปนทองถิ่น มารวมวาดภาพกับนักเรียน จากนั้นจึงนําภาพของทุกคนมาติดรวมกัน กลายเปนบอรดใหญโดดเดน จากนั้นจึงนําภาพของทุกคนมาติดรวมกัน กลายเปนบอรดใหญโดดเดนหนาโรงเรียน ในขณะอีกหองหนึ่งมีนักเขียนนิทานชาวฝรั่งเศสมานั่งพูดคุยกับนักเรียน ถามีคนที่เราชอบหรือเปนขวัญใจมารวมเรียน กับเราสักวัน เวลาชวงนั้นจะมีคุณคาขนาดไหน ครูจึงตองเติมแรงบันดาลใจในการเรียน และตองไมทําใหนักเรียนรูสึกวา การเรียนในคาบคุณครู คือการถูกลงโทษที่แสนสาหัส คุณครูทําไดคะ ถาเราไมหยุดเรียนรู มองหาวิธีการมากระตุนผูเรียน ทุกวันนี้สื่อตางๆเปนเครื่องมือชวยคุณครูไดเปนอยางดี 14
  19. 19. ความจริงใจในการแกปญหาและพัฒนาผูเรียน  ครูตองแสดงใหเห็นวาจะชวยแกปญหา หรือหาทางในการพัฒนาผูเรียนอยางไร ครูไมใชชุปเปอรแมนที่จะเกงทุกอยาง แตตองรูวาจะชวยเหลือผูเรียนอยางไร เด็กบางคนตองการกําลังใจและความเชื่อมั่น  บางคนตองการการชวยเหลือเปนรายบุคคล บางคนตองการคําชม บางคนตองการเวลา..... ความละเลียดมะไลในการสอน อาจจะเปนคําตอบของสังคม การศึกษา ที่หลายอยางวิ่งผานอยางฉาบฉวย KruPumBio  0.08 น.21/04/2013 at Fernwood street,  Victoria City of British Canada ปล.ขอใหละเมียดละไมในการสอน  ละมุนละมอมในการเปลี่ยนแปลง  ละเลงความฝนของเด็กๆใหกาวไกล  ละมุนละไมในการอบรมเด็กๆ  ละเอียดละออในการจัดประสบการเรียนรู  เปนครูที่ไมละเลยละทิ้งความพยายาม  เพื่อพัฒนาผูเรียนไปถึงเปาหมายแมจะทีละเล็กเล็กละนอย  แตไมเคยละซึ่งสายตา........ 15
  20. 20. คําอธิบายคือการเชื่อมตอขอมูลตางๆเขาดวยกันอยางเปนระบบ เหมือนการวางจิ๊กซอรที่ละแผนจนครบ แมวาบางครั้งในขณะที่จิ๊กซอรจะไมครบชิ้น เราจะสามารถเดาภาพได แตถาเปนชิ้นสวนที่สําคัญเราอาจจะพลาด ประเด็นหลักของเรื่องนั้นไปตลอดกาล...... การบอกเลา คือเสียงที่วิ่งเขาหูซายและหูขวา (คิดวามันเขาพรอมกันนะ คงไมเขาหูซายแลวคอยวิ่งไปหูขวา) เขามาเหมือนสารแขวนลอย ปลิวละลองในสมองชั่วครูชั่วคราว กอนจะสลายตัวออกไปทิศทางเดิม   บางครั้งทิ้งรองรอยใหพอจําไดคลับคลายคลับครา บางครั้งกลาวลาแบบไมเหลือเยื่อใย บางครั้งตราตรึงใจ จับจองที่อยูอาศัยในสมองได สามารถออกมาใชไดทันทวงที ทําอยางไรจึงจะเชื้อเชิญใหความจําบางอยางอยูกับเราอยางเต็มใจ  แนนอนวาคําตอบไมพน “การปฏิบัติ” นักเรียนจะเรียนรูดวยตนเองกอน หรือครูจะเปนผูใหความรู  แตไมวาอยางไรหรือวิธีการใดก็ตาม วิธีการหนึ่งที่สําคัญเสมอ “การอธิบาย” 6. ประสบการณในหองเรียน : การอธิบายที่ดีสรางความเขาใจที่คงทน 16
  21. 21. โชครายคือไมใชทุกคนที่สามารถอธิบายใหใครคนหนึ่งเขาใจ  เรื่องใดเรื่องหนึ่งไดอยางชัดเจน แจมแจง  โชคดีคือ เราเรียนรูการอธิบายที่ดีได การเรียนภาษาอังกฤษที่ผานมา อยูบนความสงสัยเสมอวา ทําไมเราอานได พอเขาใจความหมาย ของสิ่งที่อาน แตเวลาฟง พูด หรือเขียนชางยากเย็นเหลือเกิน มาที่นี้ ครูปุมไดคําตอบคะ คุณครูที่นี้มีคําอธิบายที่ดี ทําใหเขาใจชัดเจนในทุกรณีที่เราสงสัย คําถามที่ 1 เริ่มตั้งแตทําไมเราออกเสียงไมเหมือนชาวตางชาติ  ที่ใชภาษาอังกฤษเปนภาษาแม คําตอบก็คือ เราไมเคยเรียนรูตนกําเนิดเสียง ตําแหนงการวางลิ้น การสรางลมและฝกลิ้นกันคะ 17
  22. 22. นี่คือโปสเตอรในหองเรียน ที่สอนเรื่องการออกเสียง เชน การฝกเสียง R กับ เสียง L คุณครูจะใชมือสองขางประกอบกัน ดานบนแทนเพดานปาก ดานลางเปนลิ้น หากออกเสียง R มือดานลางจะมวนกลับ แทนการมวนลิ้นเพื่อออกเสียง R แตถาเปนเสียง L ปลายนิ้วมือขางลาง จะสัมผัสนิ้วมือดานบนพอดี  เปรียบเสมือนลิ้นที่ไปแตะปลายฟนบน ลองออกเสียงคําเหลานี้ดูคะ 1. Red lorry, Yellow lorry, Red lorry, Yellow lorry 2. As the roaring rocket rose, the restless roosters rollicked การออกเสียง Sh กับ Ch เสียง Sh จะเหมือนกับเสียง "ซู" ทาที่นึกออกงายๆ คือ การเอานิ้วที่ปองที่ปาก เพื่อเปนสัญญาณปอกวาเงียบๆหนอย "ซู ซู"  ในขณะที่ Ch จะเหมือนเสียง "เชอะ" คือปลายลิ้นจะไปแตะที่โคนฟนดานบน 18
  23. 23. ลองเอาเสียงคําเหลานี้ดูนะคะ 1. Moose noshing much mush  2. If Stu chews shoes, should Stu choose the whose he chews ปญหาการพูดใหเปนประโยค เวลาที่เราจะพูดใหเปนประโยค เรามักจะตองคิดกลับไปกลับมาไทยเปนอังกฤษ อังกฤษเปนไทย กวาจะพูดไดกินเวลาไปนานโข คุณครูที่นี้ใชวิธีการติดปายประโยคที่ใชบอยๆ คําถามที่ 2 ปญหาเรื่องการเขียน เรื่องการเขียนเปนปญหาสําหรับครูปุมมากโดยเฉพาะ Word order ตองบอกวาเปนจุดออนมากๆ แตมาเรียนที่นี้ชอบเทคนิคการสอนของอาจารย คือการนําสิ่งที่เราเขียนผิดพลาดมาแกไขรวมกัน คุณครูเริ่มจากการสอน Tense จากนั้นใหเราฝกใช การใชจะเปนเรื่องราวที่เกี่ยวของกับเรา เชน เลาเรื่องครอบครัว ชีวิตประจําวันโดยใช Tense ตางๆ จากนั้นสอนคําเชื่อม เชน but, because, although  ซึ่งครูปุมมองวาคงไมตางกับประเทศไทย แตทีเด็ดคือ การนําขอเขียนที่ผิดพลาดมาชวยกันแกไขใหถูกตอง 19
  24. 24. วิธีการนี้ครูปุมมองวาเปนการอธิบายชวยใหเราเรียนรูจากขอผิดพลาด ของตัวเองและเพื่อนๆไดเปนอยางดี การอธิบายโดยใชตัวอยางที่ชัดเจนเรามีปญหา เรื่องการวาง The, a บางครั้งมีบางครั้งไมมีอยากใหคุณครูชวยอธิบายคุณครูหันไปเขียนกระดาน เพื่ออธิบาย 20
  25. 25. เปนเทคนิคที่ครูปุมชอบมากพอเราเห็นทําใหเราเขาใจ และสามารถนําไปใชไดทันที “ความแข็งแรงชวยใหโครงสรางคารบอนกลายเปนเพชรไดฉันใด  การอธิบายที่ดีและชัดเจนจะชวยพัฒนาความรูแบบถานของนักเรียน กลายเปนเพชรไดฉันนั้น” 21:50 23 April, 2013 Fernwood street, Victoria Canada 21
  26. 26. 7. ประสบการณในหองเรียน : ชองวางระหวางเรียน "ชองวางระหวางเรียน" บางเรื่องสําหรับบางคน เปนเรื่องงายที่จะเรียนรู  บางเรื่องสําหรับบางคน เปนเรื่องยากที่จะเรียนรู ระหวางสิ่งที่ทําได ไปสูสิ่งที่ทําไดดีกวา มีชองวางเล็กๆกั้นอยู ที่เราเรียกวา Gap  ถาไมสังเกต ก็ไมเห็น ถาไมสะดุด เราก็จะเดินผานไป..... สําหรับนักเรียนอาจเปนเรื่องงายที่จะมองผานชองวางนั้น ดวยความไมทันสังเกตและไมรู  สําหรับคุณครูขออยาใหเปนเรื่องงายที่มองขามไป ในการเรียนรู ไมสามารถสรางสะพานเพื่อขามชองวาง ไมมีทางลัดเพื่อออมผานใหพนไป ****สิ่งที่ตองทําคือการถมชองวางดวยการฝกหัด**** การฝกหัดคือการทําสิ่งที่ไมถนัด ไมเปน ไมคลองซ้ําแลวซ้ําอีก จนสามารถทําเรื่องนั้นไดอยางงายดาย การฝกหัดจึงมักมีรสขม แตผลของมันหอมหวาน  ครูตองเปนผูสังเกตเห็นชองวางและชี้ชวนใหเด็กเห็น  ครูตองเปนคนแนะนําตําแหนงกองดินและทําหนาที่ชวยเหลือเพื่อใหเด็กเดิน วิ่ง คลาน ไปตักดินกองนั้นมาลงมือทําดวยการคอยๆถม   22
  27. 27. เติมเต็มชองวางที่มีจนเต็ม เมื่อชองวางนั้นถูกเติมเต็ม จากการฝกปฏิบัติ เด็กๆจะสามารถเดินบนทางนั้นอยางภาคภูมิใจ ชองวางตางๆอาจถมดวยวิธีการตางๆมากมาย  แตชองวางของความรูและทักษะ ตองถมดวยการฝกปฏิบัติ ประสบการณจากการตองฝกออกเสียง Sh และ Ch ที่ผานมาไมเห็นชองวางนี้เลย วันนี้อาจารย Helen ชี้ชวนใหดูชองวางนี้ ฟนบนและฟนลางทับกัน หายใจเขา แลวปลอยเสียงออกมายาวๆ เหมือนการทําเสียง บอกใหเงียบ "ชู" ตองลากยาวๆ เชน Shop Share  เสียงนี้จะยาว เบา เสียง Ch ทำปากเหมือนกัน  แตตองเอาลิ้นไปแตะที่เพดานบนกอน เสียงจึงเหมือน แชะ แชะ (เสียงเหมือนฝนตก) เชน Chop Choose  เสียงนี้จะสั้นและหนัก อาจารยพาเดิน วิ่ง คลาน(ฝกๆๆๆๆๆและฝก) เพื่อจะถมชองวางนั้นใหเต็ม กลับมาบานโฮสตพอ โฮสตแม ชวยพยุงตักกองกองดินนั้นอีก  แตคนที่ตองเดิน วิ่ง คลานไปตักดินคือตัวเราเอง ฝากคุณครูที่รักทุกทาน อยาลืมสังเกตชองวางการเรียนรูของผูเรียน จัดหา มองหา จัดเตรียม จัดประสบการณ กองดินใหญๆ เพื่อใหเด็กๆไปเดิน วิ่ง คลาน   เพื่อตักดินนั้นมาถมชองวางนั้นใหเต็มดวยนะคะ สําหรับครูปุมตองฝกๆๆๆและฝกตอ จนกวาชองวางนี้จะเต็ม และเดินบนดินแนนที่เคยเปนชองวางอยางภาคภูมิใจ 23
  28. 28.   21 24
  29. 29. 8. ประสบการณในหองเรียน : Thank you for your mistake. "เมื่อนักเรียนคิด ครูไมอาจมองเห็นซึ่งความผิด (misconcept) เมื่อนักเรียนพูด ครูอาจไดยินสิ่งที่ผิด เมื่อนักเรียนลงมือทํา ครูจะเห็น ไดยินและเขาใจในสิ่งที่ผิด" เมื่อครูเขาใจสาเหตุที่ผิด ครูจะสามารถอธิบายใหคลายสงสัย  เมื่อนักเรียนเขาใจ นักเรียนจะสามารถแกไขไดถูกตอง "Thank you for your mistake"  เปนคําพูดที่อาจารยพูด เมื่อครูปุมและเพื่อนในหองเรียน พูด อานหรือเขียนภาษาอังกฤษผิด ครั้งแรกตกใจมาก มาขอบคุณเราทําไม  ทําผิดแลวขอบคุณไมตรงกับหลักตรรกศาสตร ความรูเดิมที่มี…. ทุกประโยคในภาษาอังกฤษ  ตองประกอบดวย ประธาน กริยา และกรรม เพียงแตประธานอาจไมไดมีแคหนึ่งคํา เพราะมีวลีมาขยายหรือเรียกวา เชิญมาเปนประธานกันทั้งกระทรวง กริยา อันนี้หาไมยากเทาไร พวกกริยา 3 ชองที่ทองมา พวกเปลี่ยนไปตามประธาน พอจะสอดสองสายตา สังเกตสังกาหาเจอได สวนกรรมนั้น แมจะถูกกระทําก็มิไดนิ่งเฉย ไมเคยคิดจะยอมแพประธานจัดเต็มดวย option คําขยายเชนกัน เพื่อใหประโยคมัน Sophisticated แบบอลังการงานสราง  อีกทั้งเวลาพูด เขียนราง ตองคอยคําพึง รําพึง รําพันเรื่องTense ประเด็นที่สําคัญคือการไมไดฝกฝนเปนประจํา คือหัวหนาอาชญากรรมกอการราย ทําลายทักษะภาษาอยางอหังการ 25
  30. 30. การมาเรียนภาษาที่นี้นอกจากจะไดเห็น การสอนของคุณครูที่เปยมดวยมาตรฐาน  คาดหวังตอพัฒนาการผูเรียนอยางเปนเหตุเปนผล การฝกฝนที่เปนระบบ ครูปุมยังพบความคิดเชิงบวก ตอความผิดพลาดของนักเรียนอีกดวย หองเรียนนี้ จึงใหนักเรียนถามคําถามไดเทาที่สังสัย  หองเรียนนี้ จึงทําใหนักเรียนไมกลัวที่จะผิด  หองเรียนนี้ จึงทําใหนักเรียนคิดและกลาลงมือทํา เพราะคุณครูทําใหเรารูวาความผิดพลาดจากการเรียนหรือฝกฝน คือเรื่องธรรมดาการทําผิดของนักเรียน คือสิ่งที่คุณครูตองขอบคุณเพราะทําใหครูรูวา นักเรียนไมเขาใจสิ่งใดทําอยางไรจะใหนักเรียนเขาใจและแกไขขอผิดพลาดนั้นได ความคิดของนักเรียน เปนนามธรรมยากที่ครูจะวัดและประเมินผล คุณครูจึงตองกระตุนใหผูเรียนแสดงพฤติกรรมออกมา  ถาหากคุณครูทําใหนักเรียนรูสึกวาการทําผิดเปนเรื่องแยและนาอาย เด็กๆมักเลือกที่จะนิ่งเฉย เพื่อที่จะไมผิดและไมถูก รอลอก รอทําตามคนถูกดีกวาเสี่ยงทําผิด เพียงแตวา…….สิ่งที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิตของคนคือการไมกลาเสี่ยงทำอะไรเลย 26
  31. 31. คุณครูเองนั้นแหละคะที่นาจะรูเพราะคําปลอบใจที่ชินหู คือ ผิดเปนครู นั้นเองคะ อยาลืมนะคะครั้งตอไป ถาพบวาเด็กๆทําผิดในระหวางการฝกฝน คุณครูจะตอง "Thank you my students for your mistake" 25 April, 2013 Sayward St Victoria, BC 27
  32. 32. 9. ประสบการณในหองเรียน : ไมไดเรียกรองใหครูซื้อช็อกโกแลต แตขอรองใหครูมีแรงจูงใจในการหาช็อกโกแลต การเปรียบเทียบขั้นกวา (comparative)ของภาษาอังกฤษ คือการเปรียบเทียบของตั้งแตสองสิ่งขึ้นไป โดยนําคําคุณศัพทมาแปลงรูปเติม er ทายคํา, เติม more หนาคํา 1. ลูกอมเชอรี่หวานกวาลูกสตรอเบอรี่   Cherry candy is sweeter than strawberry candy.  2. แกงเผ็ดเผ็ดกวาแกงเขียวหวาน  The red curry is spicier than the green curry.  3. คุณทําอาหารเกงกวาฉัน  You're a better cook than I am. การเปรียบเทียบขั้นสูงสุด (The superlative)  การหาที่สุดในกลุมที่กําลังเปรียบเทียบ โดยเติม -est ทายคําคุณศัพทหรือเติม The most ดานหนาคําคุณศัพท 1. รานอาหารนี้แพงที่สุด The restaurant is the most expensive.  2. รานอาหารนี้เกาแกที่สุด  The restaurant is the oldest restaurant. 28
  33. 33. การเรียนขั้นกวาและขั้นสูงสุดที่นี้เราเรียนผานประสบการณจริง  โดยการชิมช็อกโกแลต 7 ชนิด แลวนํามาเปรียบเทียบกันคะ เรียนผานการคิด การสัมผัส การชิม การเคลื่อนไหว ครบสูตรเลยนะคะ มิลลชอกโกแล หวานกวา ดารคชอกโกแลต ดารคชอกโกแลต ขมกวา ออเรนจชอกโกแลต ดารคชอกโกแลต 90% ขมที่สุด The milk chocolate is sweeter than dark chocolate. The dark chocolate is bitter than orange chocolate. Dark chocolate is the most bitter chocolate. ครูปุมไมไดเรียกรองใหครูหาชอกโกแลตเพื่อมาสอนเรื่องขั้นกวา  แตเรียกรองใหครูมีแรงจูงใจหา "ชอกโกแลต" เขาหองเรียน ชอกโกแลตในที่นี้หมายถึง "สื่อการเรียนรู" บานเรามีผลไมและอาหารเยอะแยะ  ที่สามารถนํามาสอนเรื่องขั้นกวาได มะยมเปรี้ยวกวาชมพู The star gooseberry is sourer than rose apple. ตะลิงปงเปรี้ยวที่สุด The bilimbi is the most sourest fruits.  สมตําลาวเผ็ดกวาตําไทย Somtum Lao is spicier than Somtum Thai.   เรียนไปกินไป นาสนุกและแซบไมนอย 29
  34. 34. บางสิ่งอาจเปรียบเทียบได แตบางสิ่งไมควรเปรียบเทียบ… แตสิ่งหนึ่งที่ตองเปลี่ยนมุมมองความคิดของนักเรียนใหม  คือการเปรียบเทียบคะแนนของตัวเองและเพื่อน เราคุนชินกับการใหคะแนนผูเรียน แตไมคุนชินกับการทําความเขาใจพัฒนาการของผูเรียน   ที่นี้มีระบบใหคะแนนหรือเกรดตามพัฒนาการ นักเรียนที่สอบเขามาไดคะแนน 80 เรียนจบได 85 คะแนนพัฒนาการคือ 5 คะแนน  นักเรียนที่สอบเขามาได 5 คะแนน เรียนจบได 25 คะแนนพัฒนาการคือ 25 30
  35. 35. คะแนน นักเรียนสองคนถึงเปนนักเรียนเหมือนกัน ตามกฎของการเปรียบเทียบ แตไมสามารถนํามาเปรียบเทียบกันได เพราะคะแนนนักเรียนไมมีศูนยแท  คนที่ไดเกรดเยอะกวาไมไดหมายความวาเกงกวา  คนที่ไดเกรดนอยกวาไมไดหมายความวาดอยกวา แตนั่นคือคะแนนพัฒนาการ "ความเกงของแตละคนจึงเปรียบเทียบกันไมได และไมมีประโยชนในการเปรียบเทียบ" ถาจะมองผูอื่น ก็เปนการมองเพื่อศึกษาขอดีของเคานํามาพัฒนาตัวเรา ถาจะมองผูอื่นก็มองเพื่อเปนแรงบันดาลใจ เพื่อสรางความพยายามใหกับตัวเรา   ไมใชการมองเพื่อรูสึกถึงกําแพงแหงอัตตา ขาแนที่สุด  ไมใชเพื่อการมองเพื่อรูสึกถึงความต่ําตอย วาเราดอยที่สุด "คุณลักษณะแหงการแขงขันกับผูอื่น จึงไมไดถูกปลูกฝง ในระบบการใหคะแนนแบบนี้" แตคือคุณลักษณะแหงความพยายามในการพัฒนาตนเอง ใหบรรลุความสามารถที่มีกาวไปสูขั้นที่สูงกวาดวยแรงจูงใจฝายใน และกาวไปใหถึงขั้นสูงสุดแหงศักยภาพของตนเอง.... ถูกนํามาปลูกฝงในหองเรียนนี้ 2 May, 2013 English Classroom University of Victoria 31
  36. 36. 10. ประสบการณในหองเรียน : เติมคําในชองวาง Advice language คือภาษาที่ใชในการแนะนํา มีพระเอก 4 คนหลักๆ (ยังไมเทาจํานวนพระเอกสุภาพบุรุษจุฑาเทพ) ทานชายองคที่ 1 ทานชาย could ทานชายเปนคนใจดี แมจะไมไดหลายใจแตชอบมีตัวเลือก การออกปากของทาน จะหมายถึงการสิ่งที่นาจะเปนไปไดระหวาง 2 วิธีการ เชน เมื่อหญิงนองตองการจะซื้อมือถือใหม ทานชายจะบอกวา Nong Ying could ask your friends or a salesperson for this suggestion.  ทานชายองคที่ 2 ทานชาย Should มีแฝดคือ ทานชายองคที่ 3 ทานชาย Ought to (อานวาออด ทู) เมื่อทานชาย should/ought to ทานคอนขางจริงจัง เมื่อออกปากเรื่องใดหมายความวา สิ่งนั้นเปนสิ่งที่ควรจะทำ เชน เมื่อนองหญิงคนเดิมกับกรณีเดิม Ying nong should/ought to read mobile magazine. They rate the different phones. 32
  37. 37. ทานชายองคสุดทาย ทานชาย had better ทานชายเปนคนจริงจัง คําของทานหากไมปฏิบัติบัติตาม อาจเกิดสิ่งไมดีได ภาษางายๆเรียกวา การเตือนนั่นเองนองหญิงอีกแลว Nong Ying had better be careful. Some of the best phone are really expensive. ถาจะใชเชิงปฎิเสธ Shouldn't และ had better not สวน could ถาใชเชิงปฏิเสธความหมายจะเปลี่ยนวาสิ่งนั้นไมจําเปน could จึงไมใชในเชิงปฏิเสธในกรณีนี้คะ และ ought to ไมใชในเชิงปฏิเสธคะ หลังจากเรียนเสร็จแลวการสอบในสวนนี้จะเปนการเติมคําในชองวาง  ดวยความเคารพในขอสอบแบบนี้ เรามีหนาที่เติมใหครบทุกชองวางเทานั้นเอง เพราะทุกคําที่กําหนดมาให ตองถูกนําไปเติมในชองวาง (สําหรับคุณครูที่ใจดีนอยหนอยก็ใหตัวเลือกมากกวาชองวาง ใหคนสอบไดทํางานหนักมากกวาเติม) คําที่กําหนด Should't could ought to A : I don't know what to wear to the party tonight?  B : You...............................wear your new skinny jeans or black plants. A : It's a formal dress party.  B : Oh, then you.................wear jeans. They're too casual.  You definitely......................wear the black pants. 33
  38. 38. เฉลย A : I don't know what to wear to the party tonight? B : You.........could......................wear your new skinny jeans or black plants.  A : It's a formal dress party.  B : Oh, then you....shouldn't.............wear jeans. They're too casual.  You definitely......ought to................wear the black pants. เลือกควงทานชายไปใชใหถูกงานนะคะ ที่นี้ชวนคุณครูกับนักเรียนมาเติมคําในชองวางใหสมบูรณบางคะ ฉันเปนครูที่.................ที่สุด ฉันอยากใหนักเรียน............ที่สุด นักเรียนตองการครูที่.......................ที่สุด ฉันเรียนอยากเปน...........................ที่สุด ขอสอบนี้ยากไหมคะ อาจจะยากเพราะไมมีตัวเลือกมาวางให และที่สําคัญไมมีขอถูกขอผิด อยูที่วาจะนําคําตอบของแตละฝายไปพิจารณาเพื่อใชประโยชนอยางไร 34
  39. 39. คําตอบของครูอาจจะเปน ฉันอยากเปนครูที่.......สอนเกง..........ที่สุด ฉันอยากใหนักเรียน....เกง........ที่สุด ในขณะที่คําตอบของนักเรียนคือ.. นักเรียนตองการครูที่.....เขาใจนักเรียน..............ที่สุด ฉันเรียนอยากเปน.......ตัวของตัวเองมาก................ที่สุด คําถามเลนๆ ลองชวนนักเรียนมาถาม-ตอบกันนะคะ คําถามคําตอบ จะชวยใหเราเขาใจอีกฝายมากขึ้นคะ 35
  40. 40. 11. ประสบการณการอยูรวมกับโฮสต : สงบสยบความเอาแตใจ การอยูรวมกันกับโฮสไดเห็นรูปแบบการเลี้ยงลูกที่ดีและนารัก เกิดความประทับใจหลายประการ ตั้งแตการอธิบายเมื่อหามไมทําบางสิ่งบางอยาง จะใชการเดินเขาไปมา ยอตัวลงขางลูก ใหน้ําเสียง และถอยคําปกติ ไมมีขึ้นเสียง ตวาดหรือทาทางกาวราว มีวันหนึ่ง ลูกสาวโฮสตอยากเปดเพลงใหดังขึ้นหนอย  แตเปนชวงระหวางที่กินขาวโฮสแมใชวิธีการเดิม อธิบายวา ชวงการกินขาว ครูปุม ไฮนาโกะ (นักเรียนชาวญี่ปุน) โฮสพอ โฮสแม อยากคุยกัน จึงตองขอใชเสียงเพลงเทาเดิม หมายความวา ไมอนุญาตใหเพิ่มเสียง  แตวันนี้…….ไมไดผลสาวนอยยืนยันความตองการของตัวเอง และเดินไปเพิ่มเสียงเพลงใหดังขึ้น… โฮสแมเดินกลับมาที่โตะ สถานการณตึงเครียดมาก อยูๆโฮสแมก็เลาเรื่องลูกสาวของเพื่อนสนิท ถึงเรียนการเลนฮอกกี้ และการมีลูกหมาตัวใหม แลวหันมาชวนเราคุย โฮสพอก็ผสมโรง  จึงเปนพูดคุยที่สนุกสนาน 36
  41. 41. ไมมีใครสนสนสาวนอยสักพักหนึ่งเธอจึงคอยๆ เดินไปที่หนาตาง จะมีเกาอี้เล็กๆ เธอนั่งลง น้ําตาเริ่มไหลพรอมคําพูดที่  I know I’m bad girl อยูสัก 4-5 ครั้ง จากสถานการณเราคิดวาพอแมจะเดินเขาไปปลอบลูก  โถ…สาวนอยอุตสาหรับผิดแลวนี่นา แตทั้งโฮสพอโฮสแม หาทําแบบนั้นไม  เราทั้ง 4 ยังคุยกันอยางสนุกสนาน จนกระทั่งเธอเดินไปลดเสียงเพลง และพยายามเขามารวมบทสนาดวย สถานการณวันนั้นจบแบบแฮปป สิ่งที่มากกวาการลงโทษ คือการทําใหคนที่ทําผิดรูวา  เหตุใดเคาถึงผิดและควรจะแกไขอยางไร….. 37
  42. 42. อานุภาพของคําวา “ขอโทษและขอบคุณจากคุณแม” ***กรณีที่หนึ่ง : กิจวัตรที่โฮสตแมทําคือการไปจายตลาด วันนี้โฮสตแมพวง ครูปุม สาวนอยและนองชายไปดวย ตอนขากลับเรารูวามีเสาไฟตนหนึ่งที่มี Buble(ฟองสบู) ใหเลน  พี่สาวไปถึงกอน เธอก็หยิบออกมาเปา ครูปุมกับนองชาย คอยตีใหลูกโปงแตก สักพักหนึ่งคนนองอยากเลนบาง โฮสตแม บอกวา เดี๋ยวเรา Take turns กันนะ (สลับกันเลนนะ) แตกลายเปนวาพอนองชายไมยอมเปลี่ยน ใหพี่สาวเลน สถานการณจากความสนุกกลายเปน สถานการณความปวดหัวทันที ฝายพี่ก็พยายามจะ ถึงเอาที่เปาคืนมา ฝายนองก็ไมให ศึกขนาดยอยกําลังเกิดขึ้น 12. ประสบการณอยูรวมกับโฮสต : ขอโทษและขอบคุณ ความหมายงายๆบนพื้นฐาน ความจริงใจ โฮสตแม เดินเขาไปหาผูนอง พยายามอธิบาย แตดวยความ เปนเด็กจริงยังไมสามารถเขาใจในเหตุผล  โฮสตแมกอดนองอยูพักหนึ่งแลวเดินมาหาพี่สาวที่ทําหนามุย “แมขอโทษที่ไมสามารถทําใหนองชาย ทําตามสัญญา ที่วาจะสลับกันเลน แตขอใหเขาใจวา แมอยากใหหนูไดเลน เหมือนที่นองไดเลน แตเปนการยากมากที่จะพูดใหเด็ก 3 ขวบเขาใจ หนูพอจะเสียสละใหนองเลนไดไหมคะ” 38
  43. 43. ***กรณีที่สอง : เชาวันหนึ่งสาวนอยของเราเดินลงบันไดมาพรอมน้ําตา ทําใหมือที่กําลังจะยกแกวนมของครูปุมตองวางลง แลวรีบเดินเขาไปหา  ถามวาเกิดอะไรขึ้น เธอยื่นที่คาดผมสีแดง (สีโปรดของเธอ  สาวนอยเคยบอกครูปุมวา เธอไมเขาใจวา ทําไมเด็กผูหญิงคนอื่น ชอบสีชมพูทั้งๆที่ในชีวิตประจําวันเราจะเจอสีแดงทั้งไฟแดง   ปากกาที่ครูตรวจงาน ถามมาแบบนี้จะตอบยังไงดี นั่นซิ ทําไม) คําตอบคือ นองชายสุดที่รักทําพัง  โฮสแมเดินลงมา บอกวา “ขอบคุณนะคะที่ไมทํารายนอง ตอนที่เห็นวานองชายทําคาดผมพัง” แมเธอจะฮึดฮัดในตอนแรก  แตคําพูดตอมาของแมที่บอกวา “I’m proud of you” ทําใหเธอดูผอนความโมโหลง 39 สาวนอยน้ําตาไหล เดินมาจูงแขนครูปุมออกมา เธอบอกวา เธอไมเขาใจวาทําไม เธอจึงตองเปนฝายยอมนองชายตลอดเลย ครูปุมตอบไปวา Because you’re a good sister จะ เธอหันมาถามวา จริงหรือเปลา ครูปุมบอกวา จริงแทแนนอน เธอยิ้มพรอมบอกวา งั้นฉันก็ทําสิ่งที่ดีในวันนี้ซินะ เราเดินกลับบานดวยกันไรน้ําตา มีแตรอยยิ้มมาแทนที่ เพราะคําขอโทษของโฮสตแมจริงๆ
  44. 44. โฮสแมถามเธอวาอยากพูดอะไรกับนองไหม เธอพยักหนา โฮสแมจึงไปตามนองลงมา นองชายเปนเด็ก 3 ขวบ แตคงเขาใจความเสียใจของพี่สาวจึงกมหนา ฝายพี่สาวเดินเขาไปหา และถามวา “ทําไมตองทําคาดผมพี่พัง” นองยังพูดไมคอยชัด ไดแตบอกวา  “ไอๆ ๆ โน โน” พี่สาวเดินเขาไปจับแขนนอง (อันนี้แอบระทึกมากวาเธอจะตีนองไหม…) แลวคําพูดที่ตามมาของเธอคือ “อยาทําของพี่พังอีกไดไหม พี่เสียใจนะเมื่อของที่พี่รักมันพังเหมือนถาเธอพังพี่ก็เสียใจ” เปนเหตุการณที่อึ้งมาก ครูปุมนึกขึ้นไดวามีคาดผมดอกไมที่เตรียมมาใหจึงรีบไปหยิบมาใหเธอ สาวนอยดีใจมาก แตครูปุมดีใจมากกวา ดีใจที่เห็นความกลาหาญของเด็กหญิงตัวนอย ดีใจที่เห็นอานุภาพของคําวาขอบคุณของโฮสแม  ที่ชวยเปลี่ยนสถานการณไดอยางไมนาเชื่อ…. คําขอโทษและขอบคุณ เปลี่ยนสถานการณที่เกิดขึ้นไมได แตเปลี่ยนความรูสึกของคนในเหตุการณได…. 40
  45. 45. 13. ประสบการณอยูรวมกับโฮสต : การแกปญหาอยางสรางสรรค : กรณีศึกษาในชีวิตจริง ทุกครั้งที่ไดยินคําวา “แกปญหาอยางสรางสรรค”  ครูปุมบอกตามตรงวา ยากที่จะอธิบายให ตัวเองเขาใจความหมายของมัน เพราะแคแกปญหาไดนี้ก็นับวาเกงแลว  แตวันนี้มีเหตุการณใหไดนึกถึงคํานี้…. เชานี้ในขณะที่ครูปุมรอโฮสตแมทําอาหารให   เสียงกระเพาะก็บรรเลงเพลงกลองยาวประสานเสียง อยางกลมเกลียว รัวระทึกไปทั้งทองจนโฮสตแมขําไปดวย สาวนอยขวัญใจครูปุมเดินเขามาและบอกวา   เธอตองการแกปญหาของเธอกับนองชายอยางจริงจัง   เพื่อความสุขของตัวเธอเอง โฮสตแมหันมามองเหมือนจะถามวา  ถาคุยปญหาลูซี่กอนไดไหม ครูปุมตอบวาไดแนนอน แลวเดินไปรินนมมากินแทนอาหารเชา 41
  46. 46. โฮสตแมนั่งหัวโตะ โฮสตพอนั่งฝงซาย  ครูปุมนั่งฝงขวา ครั้งไดครุปุมรวมเปนกรรมการพิจารณาไปกับเคาดวย ในครั้งนี้ดวย โฮสตแมเริ่มประโยคโดยการถามวา “ตอนนี้หนูรูสึกอยางไร”  สาวนอยตอบชัดเจนวา เธอไมมีความสุข ที่ถูกนองชายแยงของเลน ทุกครั้งที่เธอหยิบอะไรมาเลน นองชายก็จะมาแยงสิ่งนั้นเธอคิดวามันไมยุติธรรม โฮสตแมมองหนาทุกคนและบอกวา  เอาละเราทุกคนจะรวมแกปญหาอยางจริงจัง  โฮสตพอไปคุยกับนองชายผูเปนสาเหตุของปญหา ครูปุมไมไดยินวาคุยอะไรบาง คราวนี้หนุมนอยเปนฝายรองไหจาละหวั่น โฮสตพอจึงพาลงไปที่สวนหลังบาน โฮสตแมจึงถามสาวนอยวา เธอคิดจะแกปญหานี้อยางไร “เธอบอกวาเธอคิดไมออกถึงตองมาปรึกษา” โฮสตแมจึงบอกวา เอาอยางนี้ดีไหม แมขอใหหนูเปนผูนํา (Leader)   สาวนอยถามทันทีวา ผูนําคืออะไร มีหนาที่อยางไร ทําไมตองมีผูนํา (Why style) โฮสตแมบอกวา ผูนําคือ คนที่คิดวาจะเลนอะไร หนาที่คือตองนําของเลน ไปสองชิ้น ชิ้นหนึ่งสําหรับเธอ  ชิ้นหนึ่งสําหรับนองชาย เหตุที่ตองมีผูนําเพราะผูนํา มีความสําคัญมาก นองยังเล็กไมสามารถคิดวาจะเลนอะไร แตเธอเปนผูนํามีความรู ความสามารถและมีประสบการณมากกวา จะสามารถพานองเลนได ดวยเหตุนี้จึงตองมีผูนํา 42
  47. 47. สาวนอยนิ่งไปพักใหญ กอนตอบวา ตกลงคะ หนูจะเปนผูนํา…. เธอเดินเขาไปใสเสื้อกันหนาว ใสหมวกของตัวเอง  และหยิบหมวกไปใหนองชาย เพราะเธอคิดวาเธอจะไปปนจักรยาน อุปกรณคือหมวก เธอตองนําหมวกไป 2 ชิ้น ทั้งของตัวเองและนองชาย ครูปุมออกจากบานดวยความบรรเทิงใจ  กอนจะเดินไปบอกสาวนอยวา ขอใหมีความสุขกับการปนจักรยาน เธอกระพริบตาใส แลวบอกวา  หนูเปนผูนําคงตองจับแฮนดจักรยาน อยางตั้งใจ เพราะนองชายจะนั่งขางหลังเธอ (จักรยานจะเปนคันใหญ มีที่นั่งพวงตอกัน พอ แม ลูก) ไมมีครั้งไหนที่ประทับใจเทากับการเปนกรรมการรวมประชุมครั้งนี้  ถาจะใหครูปุมนิยามครูปุมวา  “โฮสตแมใชการแกปญหาอยางสรางสรรค” อยางสุดยอดไปเลย 43
  48. 48. 14. เรียนรูแคนาดา ผานประสบการณทองเที่ยว : ลงเรือลําเดียวกัน เรือแคนูของคนแคนาดา ดวยที่ตั้งของภูมิประเทศ ทิศเหนือแตะมหาสมุทรอารกติก   ทิศใตประชิดสหรัฐอเมริกา ทิศตะวันออกเทียบทามหาสมุทรแอตแลนติก ทิศตะวันตกใกลชิดมหาสมุทรแปซิฟกและรัฐอะแลสกาของสหรัฐอเมริกา ทําใหประเทศแคนดาเปรียบเสมือนแผนเเปลือกโลกที่ถูกหอมลอมดวยผืนน้ํา ลําเรือแคนูและคายัคจึงถูกใชเพื่อการเดินทางเปนพาหนะที่มีความสําคัญไมนอยกวา ปจจัยที่เอื้อตอการดํารงชีวิตใดๆของชนเผาอินเดียนแดง สิ่งที่พบเห็นอยางสะดุดตาคือตนเสาสูงใหญที่เรียกวาเสาโทเท็ม (Totem Pole) เปนการแกะสลักไมทั้งตน ดวยลวดลายตางๆบางเปนรูปคน บางรูปสัตว ปะปนกันไปเพื่อบอกเลาเรื่องราวในแตละครอบครัวเปรียบเสมือนตัวแทน ของการบรรยายขยายความเรื่องราวที่เปนมาของแตละบานตั้งตระหงาน ไวดานหนากระโจม คนที่นี้มีคําเรียกชนพื้นเมืองวา First People Nationality สุภาพกวาการเรียกวา อินเดียนแดง 44

×