ศ ลปะอ นเด_ย

1,715 views

Published on

งานเสนอศิลปะอินเดีย น๊ะจ๊ะ
จากกการที่ได้ฟังครูพูดมา ทุกคนคงต้องเตรียมตัวพูดในหัวข้อที่ตัวเองได้รับนะคะ เอาพาวเวอพ๊อยไปดู อยากจะแก้ตรงไหน โปรดบอกเพื่อ พัฒนาให้ดูดีกว่าเดิม

Published in: Education
0 Comments
1 Like
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
1,715
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
5
Actions
Shares
0
Downloads
44
Comments
0
Likes
1
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

ศ ลปะอ นเด_ย

  1. 1. ศิล ปะอิน เดีย
  2. 2. ประวัต ิค วามเป็น มา ประมาณพ.ศ.๒๐๐ - พ.ศ. ๖๐๐ ในประเทศอินเดีย ศิลปะ ในช่วงสมัยพระเจ้าอโศกเราเรียกว่า “ศิลปะอินเดียโบราณ”สมัยก่อนหน้านั้นอินเดียมีอยู่ ๒ ชนเผ่า ชนเผ่าแรกเป็นพวกผิว ดำา อีกชนเผ่าหนึ่งเป็น พวกผิวขาว ที่อพยพมาจากนอกอินเดียอพยพแล้วก็ทำานาไม่ได้ในขณะที่คนพื้นที่ทำานาทำาการเกษตรได้นี่ คือความเจริญที่ต่างกัน เพราะฉะนั้นเมื่อพวกทำานาได้เลยสร้าง เมืองที่เป็นถาวรวัตถุ เช่น วัดเชตวัน วัดราชคฤห์ ทุก อย่างนั้นสร้างด้วยไม้หมดเลยพอเราขุดดินลงไปจนถึงชั้นที่ ช่วงพุทธกาลปรากฏว่าไม่เหลือสถาปัตยกรรมเลยเพราะทุกอย่างสร้างด้วยไม้ เหลือแต่เศษ
  3. 3. • คราวนี้พอต่อมาสมัยพระเจ้าอโศกเดิมขยายอาณาจักรด้วย สงคราม ต่อมาเปลี่ยนพระทัยมานับถือพุทธเถรวาทและก็อุปถัมภ์ ศาสนา เปลี่ยนจากที่สร้างด้วยไม้เปลี่ยนเป็นสร้างด้วยอิฐ กับหินแทนเพราะฉะนั้นศิลปะอินเดียจึงเริ่มในสมัยพระเจ้า อโศก ไม่ได้เริ่มต้นก่อนตั้งแต่พุทธกาล เนื่องจากเป็นพุทธเถรวาทจึงสร้างเสาจารึกที่เราเรียกว่า “เสาพระเจ้าอโศก” ทั่วอินเดีย
  4. 4. จุด เด่น ของศิล ปะอิน เดีย• เน้นประโยชน์ใช้สอยมากกว่าความ สวยงาม• เกี่ยวข้องกับศาสนา• ความสามารถในการวาดเส้นและการ อาศัยเงามืดบริเวณขอบภาพ ทำาให้ ภาพแลดูเคลื่อนไหว ให้ความรู้สก ึ สมจริง
  5. 5. “ศิล ปะอิน เดีย โบราณ ” มีอ ะไร บ้า ง• 1.สถูป สร้างที่ภารหุตกับสาญจี
  6. 6. • 2. วัด ถำ้า อินเดียนั้นจะสร้างโดยไปที่หน้าผาและขุดด้วย ฝีมือมนุษย์เข้าไปเป็นถำ้าวัดถำ้าต้องไปที่บอมเบย์
  7. 7. 3.เสาจารึก
  8. 8. จิต รกรรมอิน เดีย• รัง โกลี (Rangoli) ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของศิลปะที่นิยม มากที่สดในอินเดียป็นการวาดภาพด้วยทรายหรือผงสี บนพื้น ุ ขาวหรือพื้นสี ซึ่งมักใช้ตกแต่งหน้าบ้านของชาวอินเดีย ในงานเทศกาลต่างๆ หรือในสถานที่จัดงานสำาคัญๆ หมายถึง การต้อนรับขับสู้อย่างอบอุ่นของเจ้าบ้านหรือเจ้าภาพต่อแขกที่มา เยือน
  9. 9. • รังโกลี (Rangoli) มีทีมาจากศัพท์คำาว่า rang หมายถึง สี และ aavalli หมายถึง แถวของสี ลวดลายที่นิยมวาดที่มาจาก ธรรมชาติ เช่น ลายดอกไม้ ใบไม้ ไม้เลือย นกยูง หงส์ ้ จุดสำาคัญ เป็นต้น รวมทั้งลายเลขาคณิต สวัสดิกะ ตรีศูลย์ ของการวาดภาพแบบรังโกลี คือการพยายามให้เส้นที่ วาดต่อเนืองกัน โดยไม่ขาดตอน ่
  10. 10. ปฏิม ากรรมอิน เดีย
  11. 11. พระพุท ธรูป อิน เดีย (Idian Style) • ช่วงพุทธศตวรรษที่ 6 – 18• พระพุทธรูปของอินเดียรุ่นแรก สามารถแบ่งได้เป็น 3 รุนหลัก ๆ ่ ได้แก่        1. ศิลปะคันธารราฐ (ช่วงพุทธศตวรรษที่ 6 - 10) เกิด ขึ้นโดยศิลปินกรีก - โรมัน ในแคว้นคันธารราฐ ประเทศ ปากีสถาน ลักษณะของพระพุทธรูปมีความคล้ายกับสามัญมนุษย์ มากที่สุด        2. ศิลปะแบบมถุรา (ช่วงพุทธศตวรรษที่ 7 - 9) กำาเนิด ขึ้นทางภาคเหนือของอินเดีย พุทธลักษณะมีความเข้มแข็งบึกบึน ซึ่งต่างไปจากแบบคันธารราฐมาก        3. ศิลปะแบบอมรวดี (ช่วงพุทธศตวรรษที่ 7 - 10) กำาเนิดที่อาณาจักรอันทรา เมืองหลวงคืออมรวดี ซึ่งนับได้ว่าเป็น
  12. 12. พระพุท ธรูป อิน เดีย ศิล ปะคัน ธาราฐ
  13. 13. • พระพุทธรูปอินเดียในยุคต่อไป (พุทธศตวรรษที่ 10 - 18) 1.ศิลปะแบบคุปตะ (ช่วงพุทธศตวรรษที่ 10- 12) กำาเนิด ขึ้นในสมัยราชวงศ์คุปตะ ถือได้ว่าเป็นศิลปะที่มีสกุลช่างที่ดีที่สุด ของ พุทธลักษณะทีสำาคัญได้แก่ พระอังสากว้าง ห่มจีวรแนบเนื้อ ่ แสดงให้เห็นส่วนสัดอันงดงามได้อย่างเด่นชัด พระพักตร์แสดง แสดงออกแบบสงบนิ่ง        2. ศิลปะปาละ (ช่วงพุทธศตวรรษที่ 12-16) กำาเนิดขึ้น ณ แคว้นแบงคอล ในสมันราชวงศ์ปาละ พุทธลักษณะที่สำาคัญ ได้แก่ พระวรกายเพรียวบาง จีวรแนบเนื้อ ซึ่งได้รับอิทธิพลมา จากศิลปะคุปตะ พระนาสิกงุ้ม พระเนตรอยู่ในลักษณะครึงหลับ ่        3. ศิลปะปาละ-เสนา (ช่วงพุทธศตวรรษที่ 14-18) กำาเนิดขึ้นในช่วงปลายของราชวงศ์ปาละ ต่อเนื่องถึงราชวงศ์ เสนา ถือกันว่าเป็นศิลปะทางพระพุทธศาสนารุ่นสุดท้ายของ อินเดีย   
  14. 14. พระพุท ธรูป ศิล ปะอิน เดีย แบบคุป ตะ (Gupta Indian Style)
  15. 15. พระพุท ธรูป อิน เดีย แบบปาละ
  16. 16. พระพุท ธรูป ยุค แรกของโลก ศิล ปะ คัน ธาระ• การสร้างพระพุทธรูปหรือพุทธปฎิมา เกิดขึ้นครั้งแรกของ โลก โดยฝีมือของ ช่างแคว้นคันธารราฐ ที่ได้รับอิทธิพลจากกรีกและโรมัน ประดิษฐ์สร้างพระพุทธรูปขึน เมื่อพวกเขาหันมานับถือศาสนา ้ พุทธ การสร้างพระพุทธรูป ครั้งแรกจึงเกิดขึ้นที่นี่จึงถือว่า เป็นการผสมผสานระหว่างกรีกโรมัน (อิทธิพล Grego- Roman) และอินเดียโบราณ ที่สัมพันธ์กับมหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการ ของพระพุทธเจ้า อย่างลงตัว
  17. 17. พระพุท ธรูป ยุค แรกของโลก : ศิล ปะคัน ธาระ
  18. 18. ปางลีล า ศิล ปแบบคัน ธาระ
  19. 19. ปางประทานพร
  20. 20. ปางสมาธิ
  21. 21. ปางปฐมเทศนา
  22. 22. ปางมหาปาฏิห าริย ์
  23. 23. สถาปัต ยกรรมอิน เดีย
  24. 24. หัว สิง ห์บ นเสาพระเจ้า อโศก• ลักษณะเด่นทางสถาปัตยกรรม ได้รับอิทธิพลมาจากทั้งโลกตะวัน ตกและโลกตะวันออก บ่งบอกถึงความพิเศษของวัฒนธรรม อินเดียอิหร่าน (Indo-Iranian Culture) เพราะมีอักษร "ขโรสถิ" (Kharoshthi) ที่จารึกเป็นเครื่องหมายบนเสาหิน "เสาหินแห่ง ธรรม" (Dharma-Stambhas) ข้อมูลที่ได้มาจากพระสงฆ์จีนก็คือ เสาหินมีลักษณะเป็นแท่งเดียว, Monolith (Single Stone) เรียว สอบขึ้น ไม่มีฐาน แต่ละเสาจะมีรูปสัตว์มงคลด้วยสถาปัตยกรรม พุทธศิลป์           มีเสาหินต้นหนึ่งสูงเรียวประมาณ 14 เมตร ส่วนบนสุดมี แผ่นหินใหญ่ เรียกว่า วงล้อธรรมจักร มี 32 ซี่ กางคล้ายร่ม มี สิงโตสี่ตัวนั่งหันหลังเข้าหากันตรงยอดเสาพอดี (Seated back to back) ทังสิงโตและล้อธรรมจักร ล้วนแสดงให้เห็นถึงศิลปะการ ้ แกะสลักภาพนูนของชาวอินเดีย (มีมาแต่ยุคหลังพุทธปรินิพพาน ประมาณศตวรรษที่ 1 หรือ 2)
  25. 25. • อักษรที่จารึกบนเสาหินของพระเจ้าอโศกนี้ใช้อักษรที่ใช้ใน ราชการแผ่นดินของพระองค์ ล้วนมีความหมายสำาคัญในตัวมัน เอง•  ลักษณะเด่นสี่ประการ        1. กลีบบัวบาน (ที่คล้ายกับระฆังทีเสาหินของชาวอิหร่าน ที่ ่ เรียกเช่นนี้เพราะมีส่วนเหมือนระฆัง) 2. ฐานที่รองรับสิงโต มีพื้นแสดงวงล้อธรรมจักรวงขนาดเล็ก สี่วง มีรูปสัตว์มงคลสี่ตัว ตามคลิทางศาสนาแทรกอยู่ในระหว่าง        3. สิงโตสี่ตัวนั่งหันหลังเข้าหากัน ตรงนีถือว่าเป็นจุดเด่นที่ ้ ทรงคุณค่า เพราะว่าช่วงหลังของสิงโตมิได้ใช้วิธเจาะ ดังนั้นมัน ี จึงดูลอยเด่นเหมือนกับว่าผุดขึ้นมาจากแกนของหินแท่งเดียว        4. ส่วนขอบล่างของวงล้อธรรมจักร ตรงที่แกนของเสาหิน รับนำ้าหนักอยู่แทนด้วยการให้สิงโตสี่ตัวรับนำ้าหนักไว้ ความ สำาคัญอยู่ที่ความหมายของวงล้อที่ 32 ซี่ ทำาให้เรานึกถึงมหาปุริ สลักษณะ 32 ประการ ของพระพุทธองค์
  26. 26. Chand Baori บ่อ นำ้า ขั้น บัน ไดโบราณ ของอิน เดีย• ในรัฐทางตอนเหนือของอินเดียอย่างรัฐราชสถาน (Rajasthan) และรัฐคุชราต (Gujarat) มีปัญหาเรื่องนำ้า บริเวณขอบทะเลทราย ธาร์ (Thar Desert) จะมีนำ้ากระหนำ่าลงมาในช่วงฤดูมรสุมแล้วนำ้า ที่เห็นก็จะหายไปอย่างรวดเร็ว ในช่วงฤดูร้อนก็จะมีอุณหภูมิสูง มากและดินที่ไม่อุ้มนำ้า        แรกเริ่มเดิมทีเพราะฝั่งแม่นำ้าลื่นจึงสร้างทางลงแม่นำ้า เป็น บันไดแคบๆ แต่ยาว จึงได้ประยุกต์วิธนี้มาสร้างบ่อนำ้าแบบใหม่นี้ ี ขึ้นมา บ่อนำ้ามีชื่อเรียกหลายชื่อ ในภาษาฮินดู คือ baori, baoli, baudi, bawdi หรือ bavadi ในคุชราตมักเรียกว่า vav
  27. 27. เทวาลัย ไม้ส มัย คุป ตะที่ห ิม าจัล ประเทศ• รูปที่ ๑ กลุ่มเทวาลัยจอราสี หรือกลุ่มเทวาลัย ๘๔ หลัง ที่ภรมอร์• เทวาลัยสลักไม้ที่ภรมอร์ (Bharmaur) และฉัตราริ (Chatrari) เป็น ตัวอย่างเทวาลัยไม้ในศิลปะคุปตะเพียงสองแห่งที่ยังคงรักษาไว้ ได้ อย่างค่อนข้างสมบูรณ์•       เมืองภรมอร์ (Bharmaur) และฉัตราริ (Chatrari) ตั้งอยู่ในหุบ เขาจัมพา (Chamba Valley) ของแม่นำ้ารวี (Ravi) และสาขา ทาง ด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐหิมาจัลประเทศ (Himachal Pradesh)•       หุบเขาจัมพามีลักษณะแคบและสูงชัน ซึ่งอาจเป็นเหตุผล หนึ่งที่ทำาให้ความขัดแย้งทางการเมืองและศาสนาจากภายนอก เข้าถึงที่ตั้งของเทวาลัยดังกล่าวได้ค่อนข้างยากและภูมิอากาศก็ อาจเป็นอีก สาเหตุหนึ่งที่ทำาให้เทวาลัยไม้ยังคงปรากฏอยู่จน ปัจจุบัน
  28. 28. ประติม ากรรมสำา ริด รูป มหิษ าสูร มรรทนีภ ายในเท วาลัย ลัก ษณาเทวี ภรมอร์
  29. 29. ประติม ากรรมสำา ริด รูป โคนนทิ ซึ่ง ปรากฏจารึก ระบุ รัช กาลพระเจ้า เมรุว รมัน
  30. 30. ประตูภ ายนอกของเทวาลัย ลัก ษณาเทวี ที่ภ รมอร์
  31. 31. ประตูท างเข้า ครรภคฤหะของเทวาลัย ศัก ติเ ทวี ที่ฉ ัต ราริ
  32. 32. ประตูข องเทวาลัย เทวคฤหะ ศิล ปะสมัย ราชวงศ์ค ป ตะ ุ
  33. 33. ประตูเ ทวาลัย ที่เ มือ งขชุร โห ศิล ปะสมัย ราชวงศ์จ ัน เทลละ
  34. 34. ส่ว นยื่น ของกรอบรูป ตัว ที เทวาลัย ศัก ติเ ทวี ฉัต ราริ ประดับ ด้ว ยรูป วยาล
  35. 35. เพดานสุส านของมายลาซา (The M ausoleumof Mylasa) ประเทศตุร กี ศิล ปะเฮเลนิส ติค
  36. 36. เสาของเทวาลัย ลัก ษณาเทวี ภรมอร์  รูป ที่ ๒๑ เสาของเทวาลัย ปิป ลเทวีเมือ งโอเสีย น รัฐ ราชสถาน ศิล ปะสมัย ราชวงศ์ป ราตีห ารตอนต้น
  37. 37. ภาพอัก ษรจารึก ที่เ สาอโศก ที่ล ุม พิ นี ซึ่งจารึกไว้ตามหน้าผาหรือเสาหินทียกขึ้น, ่มากมายหลายสิบแห่ง และมีอยูแห่งหนึงทีเกี่ยวกับ ่ ่ ่พระพุทธประวัติโดยตรง ได้จำาลองเอามาติดรวมกับหมู่ภาพพุทธประวัติยคก่อนมีพระพุทธรูปที่ทำาขึ้น เพือการ ุ ่ศึกษาประกอบกัน, จารึกนีปรากฏอยูที่เสาหิน ทีลุมพินี ้ ่ ่อันถือกันว่าเป็นทีประสูติของพระพุทธองค์. ่
  38. 38. • คำาแปลเท่าที่ยติกันในเวลานี้ เรียงตามบรรทัดต่อ ุ บรรทัดเพื่อเปรียบเทียบดังนี้      (๑) พระราชา ปิยทัสสี ซึงเป็นที่รักของเทวดา ่ รดนำ้าแล้วยี่สบปี ิ      (๒) ได้เสด็จมา ด้วยพระองค์เอง ด้วยการเตรียม ใหญ่ เพราะพระพุทธองค์เกิดแล้วทีนี่ ว่าศากยมุนี ดังนี้ ่      (๓) ให้กระทำาสิลาวิคฑภิดวย, ให้ยกขึ้นแล้ว ซึ่งสิ ้ ลาถัมภะด้วย      (๔) เพราะพระภควันเกิดแล้วทีนี่ ในลำมนคาม, ให้ ่ ิ ิ เลิกเก็บภาษี     (๕) ซึ่งเก็บอยู่หนึงในแปดของผลได้. ่
  39. 39. รวมภาพศิล ปะ อิน เดีย
  40. 40. จัดทำาโดย นายณรงค์ท ัศ น์ บุญ มาวงค์ เลขที่ ๑นางสาวชนนิก านต์ สมหวัง เลขที่ ๒ นางสาวกมลวรรณ เกตุด ำา เลขที่๓ นางสาววรางคณา สิง ห์ท อง เลขที่ ๔นางสาวหทัย ภัท ร ทองบือ เลขที่ ๕ เสนอ คุณครูปราโมทย์ นวมพันธุ์

×