คัมภีร์ฉันทศาสตร์แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์

57,482 views

Published on

0 Comments
4 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
57,482
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
175
Actions
Shares
0
Downloads
176
Comments
0
Likes
4
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

คัมภีร์ฉันทศาสตร์แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์

  1. 1. คัมภีร์ฉันทศาสตร์ แพทย์ ศาสตร์ สงเคราะห์ เสนอ อาจารย์ นิตยา ทองดียง ิ่ จัดทาโดย นายทัศนะ แก้ วช่ วย ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ ๕/๑ เลขที่ ๓โรงเรียนรัษฎานุประดิษฐ์ อนุสรณ์
  2. 2. โครงกลอน เป็ นแพทย์ ไม่ รู้ ใน คัมภีร์ไสยท่ านบรรจงรู้ แต่ ยามาอ่ าองค์ รักษาไข้ ไม่ เข็ดขาม บางหมอก็กล่ าวคา มุสาซ้ากระหน่าความยกตนว่ าตนงาม ประเสริฐยิงในการยา ่
  3. 3. ถอดคาประพันธ์ เป็ นแพทย์ แต่ ไม่ มีความรู้ในด้ านวิชาการแพทย์ ทอาจารย์ ได้ สอน ี่เอาไว้ มีเพียงแต่ ความรู้ในเรื่องยาทีใช้ รักษาคนไข้ และโอ้อวดตนเองว่ า ่เป็ นแพทย์ เพราะไม่ มีความรู้ทาให้ คนไข้ อาจจะไม่ หายจากโรคนั้นได้ มีแพทย์ บางคนทีชอบพูดโกหก ว่ าตนเองเป็ นผู้ทเี่ ก็งกาจ มี ่ความสามารถมากในเรื่องยา
  4. 4. คาศัพท์คัมภีร์ไสย์ หมายถึง คัมภีร์ไสยศาสตร์ คอคัมภีร์อถรรพเวทของ ื พราหมณ์ ในเนือเรื่องเขียน “ไสย” ้อ่าองค์ หมายถึง อวดตนมุสา หมายถึง เท็จ , ปดกระหน่า หมายถึง ซ้า ๆประเสริฐ หมายถึง วิเศษ , ดีเลิศ
  5. 5. บทวิเคราะห์๑. คุณค่ าด้ านเนือหา ้ รูปแบบ ถูกต้ องตามฉันท์ ลกษณ์ กาพยานี ๑๑ ดังนี้ ั
  6. 6. องค์ ประกอบของเรื่อง เน้ นคุณค่ า จรรยาบรรณของแพทย์ สิ่ งที่แพทย์ ที่ดพงปฏิบัติ ี ึและไม่ พงปฏิบัติ ซึ่งเป็ นคุณสมบัตของแพทย์ ึ ิ
  7. 7. ๒.คุณค่ าด้ านวรรณศิลป์ การสรรคาการเล่นเสี ยงสั มผัส เป็ นแพทย์ ไม่ รู้ใน คัมภีร์ไสยท่ านบรรจง รู้แต่ ยามาอ่าองค์ รักษาไข้ ไม่ เข็ดขาม
  8. 8. ๓.คุณค่ าด้ านสั งคม ไม่ ว่าจะมีอาชีพใด เราจะต้ องไม่ มีความประมาท ความอวดดีความอิจฉา ความโลภ ในการประกอบอาชีพ โดยเฉพาะอาชีพแพทย์ จะต้ องเป็ นผู้ทมีคุณสมบัตการเป็ นแพทย์ จะต้ องมีความรอบรู้ ี่ ิฉลาด ไม่ อวดตน ไม่ ประมาท และทีสาคัญทีสุดคือการไม่ แบ่ งแยก ่ ่ชนชั้นในการประกอบอาชีพ
  9. 9. เรียนรู้ เพิมเติม ่ตาราแพทย์ ศาสตร์ สงเคราะห์ แพทย์ ศาสตร์ สงเคราะห์ : ภูมิปัญญาทางการแพทย์ และมรดกทางวรรณกรรมของชาติ เป็ นหนังสื อที่ กระทรวงศึกษาธิการได้ จัดทาและจัดพิมพ์ เพือน้ อม ่ เกล้ าน้ อมกระหม่ อมถวายเป็ นพระราชสั กการะแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้ าอยู่หัว เนื่องในมหามงคลสมัยที่ ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๖ รอบ โดยได้ รวบรวม คัมภีร์แพทย์ ครั้ง ร.ศ.๑๒๖ และ ร.ศ.๑๒๘
  10. 10. ซึ่งได้ ตรวจสอบรับรองโดยคณะแพทย์ หลวงในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระ จุลจอมเกล้ าเจ้ าอยู่หัวและสมเด็จพระเจ้ าบรมวงศ์ เธอ กรมพระยาดารงรา ชานุภาพ จานวน ๑๔ คัมภีร์ เผยแพร่ แก่ ประชาชนทัวไป ได้ แก่ ่๑.คัมภีร์ฉันทศาสตร์ กล่ าวถึงจรรยาของแพทย์ ทับ ๘ ประการ-โรคทราง- สมุฏฐานแห่ งไข้ -อติสารมรนญาณสู ตร ๒. พระคัมภีร์ปฐมจินดาร์ กล่ าวถึงพรหมปุโรหิตแรกปฐมกาล-การ ปฏิสนธิแห่ งทารก-กาเนิดโลหิตระดูสตรีครรภ์ ทวานกาเนิดโรคกุมารและยา รักษาฯ ๓. พระคัมภีร์ธาตุวภังค์ กล่ าวถึงกองธาตุพการตามฤดูฯ ิ ิ ๔. พระคัมภีร์สรรพคุณ (แลมหาพิกต) ั ๕. พระคัมภีร์สมุฏฐานวินิจฉัย กล่ าวถึงการค้ นหาต้ นเหตุการเกิดของโรคฯ ๖. พระคัมภีร์วรโยคสาร กล่ าวถึงนิมิตรร้ ายดีฯ
  11. 11. ๗. พระคัมภีร์มหาโชตรัต กล่ าวถึงโรคระดูสตรีฯ๘. พระคัมภีร์ชวดาร กล่ าวถึงพิษอาหารทาให้ ลมโลหิตกาเริบฯ๙. พระคัมภีร์โรคนิทาน กล่ าวถึงกองธาตุท้งสี่ มเี กิน-หย่ อนหรือพิการฯ ั๑๐. พระคัมภีร์ธาตุววรณ์ กล่ าวถึงกองธาตุท้งสี่ โรคโลหิตระดูสตรีฯ ิ ั๑๑. พระภัมภีร์ธาตุบรรจบ กล่ าวถึงโรคอุจจาระธาตุฯ๑๒. พระคัมภีร์มุจฉาปักขันทิกา กล่ าวถึงโรคปัสสาวะมุตกิตมุตฆาตฯ๑๓. พระคัมภีร์ตักกะศิลา กล่ าวถึงบรรดาไข้ พษทั้งปวงฯ ิ๑๔. พระคัมภีร์ไกษย กล่ าวถึงโรคกระษัย ๒๖ ประการฯ
  12. 12. ผู้แต่ งตาราแพทย์ ศาสตร์ สงเคราะห์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้ าเจ้ าอยู่หัว ร.๕ ทรงพระกรุ ณาโปรดเกล้ าฯ ให้ รวบรวมขึน เนื่องจากเห็นว่ าแพทย์ ้แผนโบราณและตารายาพืนบ้ านเป็ นสมบัติทางวัฒนธรรม ้ทีมค่า และทีสืบทอดกันมานั้น มีผดบ้ าง สู ญหายบ้ าง จึง ่ ี ่ ิรวบรวมไว้ ให้ คนรุ่ นหลังได้ ศึกษา โดยเขียนลงสมุดไทยด้ วยอักษรไทย เส้ นหรดาล ต่ อมาปรากฏฉบับสมบูรณ์ เมือ พระยาพิศณุประสาท ่เวช (คง ถาวรเวช) อาจารย์ ผ้ ูเชี่ยวชาญของราชแพทยาลัยได้ เริ่มจัดพิมพ์เพืออนุรักษ์ ตาราแพทย์ แพทย์ ไทยไว้ ให้ คน ่รุ่ นหลัง
  13. 13. ลักษณะคาประพันธ์ตอนคานาหรือตอนเปิ ดเรื่อง ใช้ กาพย์ ยานี ๑๑ ส่ วนตอนลักษณะทับ๘ ประการ ใช้ คาประพันธ์ ชนิดร่ าย
  14. 14. ลักษณะทับ ๘ ประการ๑. เด็กเป็ นไข้ เนื่องจากแม่ ทราง ๒ ชนิดให้ โทษ คืออาการต่ อไปให้ ลงท้ อง กระหายน้า เชื่อมมัว ตัวร้ อน ปลายมือปลายเท้ าเย็น ถ้ าเด็กมีอาการเป็ นดังนี้ก. ตอนเช้ าให้ กนยาตรี ิข. ตอนเทียงให้ กนยาหอมผักหนอก ่ ิค. ตอนเย็นให้ กนประสะนิลน้ อย ิ๒. เด็กเป็ นไข้ ให้ สารอก เสมหะเป็ นสี เหลืองสี เขียว เป็ นเม็ดมะเขือ ให้ ไอนอน ผวา เบื่อข้ าวเบื่อนม ตัวร้ อนบ้ างเย็นบ้ างเป็ นคราวๆ ตามองช้ อนไปข้ างบน
  15. 15. ๓. เป็ นไข้ แล้ วให้ อจจาระพิการ ลงท้ องเป็ นมูกเหม็นเปรี้ยวเหม็นคาว ุ ละอองทรางขึนในคอ ให้ ไอ มีน้ามูก ปวดศีรษะ ตัวร้ อนจัด เชื่อมมัว ้๔. ไข้ เนื่องจากหวัดกาเดา ให้ ไอ ตัวร้ อนจัด หายใจถี่ ปากคอแห้ ง นอนผวา เม็ดทรางเกิดในคอ ข้ าวนมไม่ กน ท้ องขึนหลังแข็ง ให้ ใช้ ยาเย็นและสุ ขุม ิ ้๕. เด็กไข้ ตกอุจจาระเป็ นมูกดาสดๆ เป็ นหวัดมีกาเดาแทรก ตัวร้ อนจัด เชื่อม มัว อยากน้าเป็ นกาลัง ตอนเช้ าให้ กนน้าสมอไท เทียงยาหอมผักหนอก ิ ่๖. กาลังเด็กเป็ นไข้ หวัด มีอาการซึมเซาเชื่อมมัว ปวดหัวตัวร้ อนตั้งแต่ เท้ า ตลอดเบืองบน บางทีท้องขึน หอบไอแห้ ง ลงเป็ นมูกเลือดไม่ เป็ นเวลา ้ ้ พอแก้ได้
  16. 16. ๗. เด็กให้ ลงออกมาเป็ นส่ าเหล้ า เหม็นคาว เหม็นขืน ต่ อมาเป็ นมูกเลือดสดๆ ่ ปวดเบ่ งตับทรุ ดลงมาตัวร้ อน ท้ องขึน ปลายเท้ าปลายมือเย็น หายใจขัด ้ อาการนีอาการตาย แก้ ไม่ ได้ ้๘. เด็กใดๆก็ดี หกล้ม ชอกช้า ต่ อมาจับไข้ ตัวร้ อนเป็ นเวลา หน้ าตาไม่ มีสีเลือด ท้ องร่ วงเป็ นส่ าเหล้ าหรือไข่ เน่ า สุ ดท้ ายลงเป็ นมูกเลือด ตัวร้ อนหายใจ ขัดสะอืน ปลายเท้ าเย็น มือเย็น อาการนีเ้ ป็ นอาการตายแก้ ไม่ ได้ ้ ขอขอบคุณข้ อมูลเพิมเติมจาก http://www.prueksaveda.com ่
  17. 17. ขอขอบคุณ

×