Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

ศาสนพิธี-พัฒนาจิต

2,186 views

Published on

Published in: Education
  • Be the first to comment

ศาสนพิธี-พัฒนาจิต

  1. 1. ศาสนพิธี
  2. 2. ศาสนพิธี หมายถึง…พิธีกรรมทางศาสนา ซึ่งถือปฏิบัติเป็นแบบอย่าง เป็นประเพณีเป็นธรรมเนียม สืบต่อกันมา
  3. 3. ความสาคัญของศาสนพิธี • เป็นที่ยอมรับของสังคมชาวพุทธ • เป็นการแสดงอารมณ์ร่วมของ ทุกๆคน ในขณะปฏิบัติศาสนพิธี • เป็นบันไดขั้นแรกที่จะเข้าไปสู่ ธรรมะขั้นสูงต่อไป
  4. 4. ประโยชน์ของศาสนพิธี  ธารงรักษาความเป็นเอกลักษณ์ ของชาติ  ส่งเสริมอานาจหรือคุณค่าทางด้าน จิตใจ
  5. 5. กุศลพิธี •แสดงตนเป็นพุทธมามกะ •พิธีเวียนเทียน •พิธีรักษาอุโบสถ ศาสนพิธี บุญพิธี •ทาบุญงานมงคล •ทาบุญงานอวมงคล ทานพิธี •พิธีถวายไทยธรรม ปกิณกพิธี •พิธีแสดงความเคารพ •พิธีประเคนของพระ •วิธีอาราธนาศีล •ฯลฯ
  6. 6. การปฏิบัติเกี่ยวกับศาสนพิธี  การกราบพระรัตนตรัยแบบ เบญจางคประดิษฐ์  การจัดโต๊ะหมู่บูชาแบบต่าง ๆ เช่น โต๊ะหมู่ ๕, ๗ และ ๙  การจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ฯลฯ
  7. 7. การจัดโต๊ะหมู่บูชา โต๊ะหมู่ ๗
  8. 8. ความหมายของเครื่องสักการะ ธูป... บูชาพระพุทธเจ้า เทียน... บูชาพระธรรมและพระวินัย ดอกไม้... บูชาพระสงฆ์
  9. 9. ความหมายของเครื่องสักการะ ธูป บูชาพระพุทธเจ้า ธูป ๓ ดอก หมายถึง... พระปัญญาคุณ พระวิสุทธิคุณ พระกรุณาคุณ
  10. 10. ความหมายของเครื่องบูชาสักการะบน โต๊ะหมู่บูชา ( หมู่ ๕ ) แจกัน ๔ = อริยสัจ ๔ พานพุ่ม ๕ = ขันธ์ ๕ เชิงเทียน ๖ = อายตนะ ๖ (จัดเต็ม ๘) = มรรคมีองค์๘ กระถางธูป ๑ = เอกัคคตา
  11. 11. ความหมายของเครื่องบูชาสักการะบน โต๊ะหมู่บูชา ( หมู่ ๗ ) แจกัน ๔ = อริยสัจ ๔ พานพุ่ม ๕ = ขันธ์ ๕ เชิงเทียน ๘ = มรรคมีองค์ ๘ (จัดเต็ม ๑๐) = บารมี ๑๐ กระถางธูป ๑ = เอกัคคตา
  12. 12. ความหมายของเครื่องบูชาสักการะบน โต๊ะหมู่บูชา ( หมู่ ๙ ) แจกัน ๖ = อายตนะ ๖ พานพุ่ม ๗ = โพชฌงค์ ๗ เชิงเทียน ๑๐ = บารมี ๑๐ (จัดเต็ม ๑๒) = อายตนะ ๑๒ กระถางธูป ๑ = เอกัคคตา
  13. 13. แจกัน ๒ สติ สัมปชัญญะ= ความหมายของแจกัน
  14. 14. ความหมายของกระถางธูป ๑ = เอกัคคตา
  15. 15. วิธีกราบแบบเบญจางคประดิษฐ์
  16. 16. อัญชลี
  17. 17. วันทา
  18. 18. อภิวาท
  19. 19. ท่านั่งสมาธิแบบธรรมชาติ
  20. 20. ท่านั่งสมาธิราบ(ชั้นเดียว)
  21. 21. ท่านั่งสมาธิเพ็ชร(สองชั้น)
  22. 22. ท่านั่งเก้าอี้
  23. 23. ท่านั่งพิงฝาเหยียดเท้า
  24. 24. ท่ายืนสมาธิ
  25. 25. ท่านอนสมาธิ
  26. 26. ท่านอนสมาธิ
  27. 27. ประโยชน์ของการสวดมนต์ • ไล่ความขี้เกียจและความง่วง • ตัดความเห็นแก่ตัว • จิตเป็นสมาธิ สงบ ตั้งมั่น • ได้ปฏิบัติบูชา • เกิดศีล สมาธิ ปัญญาครบไตรสิกขา • เกิดพลังจิตและอานุภาพคุ้มครองรักษา
  28. 28. คาสมาทานศีลโดยย่อ อิมานิ ปัญจะสิกขา ปทานิ สมาทิยามิ. ข้าพเจ้าขอสมาทานศีลห้า. อิมานิ อัฏฐะสิกขา ปทานิ สมาทิยามิ. ข้าพเจ้าขอสมาทานศีลแปด.
  29. 29. คาปฏิญาณตนรักษาศีล ๕ ศีล ๕ ที่ข้าพเจ้าได้ตั้งใจแล้ว สมาทานแล้ว, ข้าพเจ้าจะเพียรรักษาไว้มิให้ขาด, มิให้ทาลายตั้งแต่บัดนี้เป็นตันไป, ขออานิสงส์แห่งศีลนี้ จงคุ้มครองป้องกัน, ให้ข้าพเจ้าปลอดภัยในที่ทุกสถาน, อายุยั่งยืนนาน มีความสุขความเจริญรุ่งเรือง, ตลอดกาลนาน.
  30. 30. คาแผ่เมตตาโดยย่อ สัพเพ สัตตา สะทา โหนตุ อะเวราสุขะชีวิโน. ขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวง จงเป็นผู้ไม่มีเวรต่อกัน ดารงชีพอยู่เป็นสุขทุกเมื่อเถิด.
  31. 31. คาแผ่ส่วนกุศลโดยย่อ กะตัง ปุญญะผะลัง มัยหัง สัพเพ ภาคี ภะวันตุ เต. ขอสัตว์ทั้งสิ้นนั้น จงเป็นผู้มีส่วนได้เสวยผลบุญ ที่ข้าพเจ้าได้บาเพ็ญแล้วนั้น เทอญ.
  32. 32. “ข้าพเจ้าระลีกถึงคุณพระพุทธเจ้า คุณพระธรรม คุณพระสงฆ์ คุณบิดา มารดา คูณครูบาอาจารย์ ขอให้ใจ ของข้าพเจ้าจงรวมลงเป็นสมาธิ พุทโธ ธัมโม สังโฆ (3 จบ) พุทโธ พุทโธ พุทโธ ” คาอธิษฐานสมาธิ
  33. 33. “ สัพเพ สัตตา สะทา โหนตุ, อะเวราสุขะชีวิโน ขอให้สัตว์ทั้งหลาย จงเป็นผู้ไม่มีเวร ต่อกันและกัน จงเป็นผู้ดารงชีพ อยู่เป็นสุขทุกเมื่อเถิด” คาแผ่เมตตาหลังจากทาสมาธิ
  34. 34. “กะตังปุญญัง ผะลังมัยหัง, สัพเพภาค ภะวันตุ เต ขอให้สัตว์ทั้งสิ้นนั้น จงเป็นผู้ได้ เสวยผลบุญ อันที่ข้าพเจ้าได้บาเพ็ญ แล้วนั้นเทอญ” คาอุทิศส่วนกุศลหลังจากทาสมาธิ
  35. 35. การอบรมจิต 1. สมาธิภาวนา 2. วิปัสสนาภาวนา
  36. 36. องค์ประกอบการบริหารชีวิต พลังกาย พลังจิต บริหารงาน ความ สุข บริหารกาย บริหารจิต
  37. 37. = ปัญญา มหาสติ + ปัญญา (ใช้กฎของพระไตรลักษณ์) เส้นทางการฝึกจิต 1. สมถภาวนา ฌาน 1 - 9 = สมาธิ สติเข้มแข็ง (ศีล + สติ + สัมปชัญญะ) 2. วิปัสสนาภาวนา ญาณ 1 - 16 ทางสายเอก คือ แนวทางมหาสติปัฏฐาน 4 (กาย-เวทนา-จิต-ธรรม)
  38. 38. กระบวนการการบริหารชีวิต ตามแนวทางพุทธศาสนา วิธีการ มรรค ๘ ๑.ศีล ๒.สมาธิ ๓.ปัญญา
  39. 39. กระบวนการการบริหารชีวิต ตามแนวทางพุทธศาสนา ขุมพลัง ๑.ศรัทธา ๒.วิริยะ ๓.สติ ๔.สมาธิ ๕.ปัญญา อินทรีย์ ๕ หรือ พละ ๕
  40. 40. พุทธวิธีในการการบริหารจิต ๑. การรักษาศีล ๒. การไหว้พระสวดมนต์ ๓. การนั่งสมาธิ 8. การเจริญสติ ๔. การเดินจงกรม 9. การพิจารณาธรรม ๕. การนอนทาสมาธิ 10. การบาเพ็ญบุญ ๖. การนับลูกประคา 11. การแผ่เมตตา ๗. การใช้เสียงเพลง-ดนตรี 12.อุทิศส่วนกุศล การปฏิบัติตามหลักธรรม ฯลฯ ใจสงบ ใจสูงขึ้น พลังจิตเข้มแข็ง
  41. 41. “ตนเตือนตนของตน ให้พ้นผิด ตนเตือนจิตตนได้ ใครจะเหมือน ตนเตือนตนไม่ได้ ใครจะเตือน ตนแชเชือนใครจะเตือน ให้พ้นภัย” จงเตือนตน ด้วยตนเอง
  42. 42. การแผ่เมตตาและการอุทิศส่วนกุศล แตกต่างกันอย่างไร ประเด็นอภิปราย
  43. 43. โลกธรรม 8 มีลาภ………เสื่อมลาภ มียศ………เสื่อมยศ มีสุข………มีทุกข์ สรรเสริญ………นินทา
  44. 44. บุญกุศลแผ่ไปใหัไพศาล ถึงบิดามารดาครูอาจารย์ ทั้งวงศ์วานญาติมิตรสนิทกัน ทั้งคนรักคนชังแต่ครั้งไหน ขอจงได้ส่วนกุศลผลของฉัน ทั้งเจ้ากรรมนายเวรปวงเทวัญ ขอได้รับส่วนกุศลของฉันนั้นด้วย เทอญ. อุทิศส่วนกุศล ขอเดชะตั้งจิตอุทิศผล

×