Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

โครงสร้างและหน้าที่ของใบ

45,651 views

Published on

ใบ structure leaf

Published in: Education
  • Follow the link, new dating source: ❤❤❤ http://bit.ly/39sFWPG ❤❤❤
       Reply 
    Are you sure you want to  Yes  No
    Your message goes here
  • Sex in your area is here: ♥♥♥ http://bit.ly/39sFWPG ♥♥♥
       Reply 
    Are you sure you want to  Yes  No
    Your message goes here

โครงสร้างและหน้าที่ของใบ

  1. 1. โครงสร้างและหน้าที่ของใบ
  2. 2.  ใบ (Leaf) เป็นอวัยวะหรือส่วนของพืชที่เจริญเติบโต ยื่นออกมาจากด้านข้างของลาต้นบริเวณข้อปล้องและกิ่ง  พืชมักมีตา (bud) อยู่บริเวณซอกใบ
  3. 3.  ใบ ทาหน้าที่สังเคราะห์ด้วยแสง (เปรียบเสมือนเป็นครัวของพืช)  ใบ มีรงควัตถุ ได้แก่  คลอโรฟิลล์ (chlorophyll)  แคโรทีนอยด์ (carotenoid)  แอนโทไซยานิน (anthocyanin)
  4. 4.  ใบ มีรูปร่างและขนาดแตกต่างกันไปตามชนิดของพืช
  5. 5. ลักษณะโครงสร้างภายนอกของใบ  ส่วนประกอบของใบมี 3 ส่วน คือ  แผ่นใบ (blade หรือ lamina)  ก้านใบ (petiole)  หูใบ (stipule)  ใบที่ขาดส่วนใดส่วนหนึ่ง ถือว่าเป็น ใบที่ไม่สมบูรณ์ (incomplete leaf) blade petiole stipule
  6. 6. 1. ก้านใบ (petiole)  เป็นส่วนที่ยึดแผ่นใบไว้กับลาต้นหรือกิ่ง  ก้านใบมีท่อลาเลียงทั้ง xylem และ phloem  พืชใบเลี้ยงเดี่ยว มักจะมีกาบใบ (leaf sheath)  พืชบางชนิด เช่น มะกรูด มีก้านใบแผ่ออกเป็น ปีก เรียกว่า winged petiole sheath wing
  7. 7. พืชที่ไม่มีก้านใบ (sessile leaf) ก้านใบกลายเป็นใบ (phyllode) พบในก้านใบของกระถินณรงค์
  8. 8. 2. หูใบ (stipule)  เป็นส่วนที่มีลักษณะคล้ายใบขนาดเล็ก  ติดอยู่ที่ลาต้น/กิ่งตรงโคนก้านใบ  ทาหน้าที่ปกป้อง ตา และใบอ่อน  มีขนาด รูปร่าง และตาแหน่งแตกต่างกันไปในพืชแต่ละชนิด
  9. 9. 3. แผ่นใบหรือตัวใบ (blade หรือ lamina)  มีลักษณะเป็นแผ่นแบนและบาง เพื่อให้มีพื้นที่ผิวสัมผัสกับแสงได้มากที่สุด  เส้นบนแผ่นใบ ได้แก่ เส้นใบ (vein) เส้นกลางใบ (midrib) เส้นใบย่อย (veinlet)
  10. 10. การจัดระเบียบของเส้นใบ 1. การจัดเรียงของเส้นใบแบบขนาน (Parallel venation)  ส่วนใหญ่พบในพืชใบเลี้ยงเดี่ยว  เส้นใบเรียงขนานกันตลอด ความยาวใบ  เห็นเส้นกลางใบชัด  เช่น ใบกล้วย พุทธรักษา
  11. 11. การจัดระเบียบของเส้นใบ 2. การจัดเรียงของเส้นใบแบบร่างแห (reticulate venation) แบ่งเป็น 2.1 ร่างแหแบบขนนก (pinnate-reticulate venation) 2.2 ร่างแหแบบนิ้วมือ (palmate- reticulate venation)
  12. 12. ประเภทของใบ 1. ใบเดี่ยว (simple leaf) 2. ใบประกอบ (compound leaf) 2.1 ใบประกอบแบบนิ้วมือ (palmately compound leaf) 2.2 ใบประกอบแบบขนนก (pinnately compound leaf)
  13. 13. โครงสร้างภายในของใบ
  14. 14. โครงสร้างภายในของใบ upper EpidermisCuticle Vascular bundle Spongy mesophyll bundle sheath Palisade mesophyll lower Epidermis
  15. 15. โครงสร้างภายในของใบ  เมื่อตัดใบตามขวาง ประกอบด้วย  เอพิเดอร์มิส (epidermis)  มีโซฟิลล์ (mesophyll)  มัดท่อลาเลียง (vascular bundle)
  16. 16. เอพิเดอร์มิส (epidermis)  เป็นชั้นที่อยู่นอกสุด เรียงตัวแถวเดียว ไม่มีคลอโรพลาสต์  อยู่ทางด้านบนและด้านล่างของใบ  มีสารคิวทิน (cutin) เคลือบ เรียกว่า ชั้นคิวทิเคิล (cuticle) ทาหน้าที่ ป้องกันการระเหยของน้า  บางเซลล์เปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์คุม (guard cell) ทาหน้าที่ ควบคุมการ ปิดเปิดปากใบในคายน้าและแลกเปลี่ยน แก๊ส
  17. 17. ตาแหน่งของปากใบ  พืชโดยทั่วไปมักพบปากใบและเซลล์คุมที่ชั้นเนื้อเยื่อผิวด้านล่าง  พืชบางชนิดพบปากใบอยู่ทางด้านบน เช่น บัวสาย  พืชบางชนิดไม่มีปากใบ เช่น สาหร่ายหางกระรอก
  18. 18. mesophyll  คือ ส่วนของเนื้อเยื่อที่อยู่ระหว่าง เอพิเดอร์มิสด้านบน และด้านล่าง (ส่วนเนื้อใบ)  เนื้อเยื่อส่วนใหญ่เป็น parenchyma ที่มีคลอโรพลาสต์ (chlorenchyma)  แบ่งเป็น 2 ชั้น คือ  Palisade mesophyll  Spongy mesophyll Palisade Spongy
  19. 19.
  20. 20. Palisade mesophyll  อยู่ใต้เอพิเดอร์มิสด้านบนเข้ามาในเนื้อใบ เซลล์เรียงเป็นแถวอัดแน่น  เป็น palisade cell มีลักษณะยาวและแคบ ตั้งฉากกับเอพิเดอร์มิสด้านบน
  21. 21. Spongy mesophyll  อยู่ติดกับ lower epidermis เป็นเซลล์อยู่กันหลวมๆ ไม่เป็นระเบียบ  เป็น Spongy cell เซลล์มีรูปร่างค่อนข้างกลมหรือรูปร่างไม่แน่นอน
  22. 22. vascular bundle  ประกอบด้วย xylem และ phloem  มีกลุ่มเซลล์ Bundle sheath ล้อมรอบ ช่วยเพิ่มความแข็งแรง  ส่วนใหญ่มักจะพบอยู่ในชั้น Spongy mesophyll Vascular bundle
  23. 23. หน้าที่ของใบ  สังเคราะห์ด้วยแสง (Photosynthesis) เพื่อสร้างอาหารให้แก่พืช  หายใจ (Respiration) เพื่อสร้างพลังงานให้แก่พืช  คายน้้า (Transpiration) ลดอุณหภูมิของใบ, ช่วยล้าเลียงน้้าและแร่ธาตุ
  24. 24. ใบที่เปลี่ยนไปท้าหน้าที่พิเศษ (Modified leaf) เป็นใบที่เปลี่ยนแปลงไป เป็นมือเกาะ เพื่อพยุงล้าต้น ให้ไต่ขึ้นสูงได้ อาจเปลี่ยนแปลงมาจากใบ หรือส่วนหนึ่งของใบ เช่น มือเกาะของถั่วลันเตา ต้าลึง มะระ มือเกาะ (leaf tendril)
  25. 25.  เป็นใบที่เปลี่ยนแปลงไปเป็น หนาม เพื่อป้องกันอันตราย และลดการระเหยของน้้า  อาจเปลี่ยนแปลงมาจากใบหรือ ส่วนหนึ่งของใบ  เช่น หนามกระบองเพชร หนาม (leaf spine)
  26. 26.  เป็นใบที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นอวัยวะ ส้าหรับสะสมอาหารหรือน้้า  มีลักษณะอวบอ้วน  เช่น ใบว่านหางจระเข้ กลีบหัวหอม และกลีบกระเทียม ใบสะสมอาหาร (storage leaf)
  27. 27.  เป็นก้านใบที่เปลี่ยนแปลงพอง โตออก มีช่องว่างภายในท้าให้มี อากาศอยู่มาก  ช่วยพยุงล้าต้นให้ลอยน้้าอยู่ได้  เช่น ผักตบชวา ทุ่นลอย (floating leaf)
  28. 28.  เป็นใบที่เปลี่ยนแปลงพิเศษ เพื่อรองรับดอก  ส่วนมากมีสีเขียว แต่มีหลาย ชนิดที่มีสีสันคล้ายดอก  เช่น เฟื้องฟ้า หน้าวัว คริสต์มาส ใบประดับ (bract)
  29. 29.  เป็นใบที่เปลี่ยนแปลงไปเพื่อช่วย ในการขยายพันธุ์  เช่น ใบของต้นตายใบเป็น เศรษฐพันล้าน โคมญี่ปุ่น ใบสืบพันธุ์ (reproductive leaf)
  30. 30.  เป็นใบที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นกับดักแมลง  ภายในจะมีการสร้างต่อมสร้างน้้าย่อยจ้าพวก โปรตีน  เช่น ต้นกาบหอยแครง หยาดน้้าค้าง สาหร่ายข้าว เหนียว หม้อข้าวหม้อแกงลิง กับดักแมลง

×