Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

แบบรายงานการแสดงทางวิทยาศาสตร์

4,455 views

Published on

แบบรายงานการแสดงทางวิทยาศาสตร์

  1. 1. แบบรายงานการแสดงทางวิทยาศาสตร์ (Science Show) 1. ชื่อเรื่องมหัศจรรย์ไฟกับกลไกน้า โดย 1. นางสาวบุปผา กองสุข 2. นายกอบกุล สิทธิสอน 3. นางสาวจริญญา วงค์เมือง 2. มูลเหตุจูงใจ (อธิบายถึงที่มาของเรื่องที่น้ามาเสนอ) จากที่ได้เรียนในเรื่องคุณสมบัติของสารและความดันแรงดันในชั้นเรียน รวมทั้งเหตุการณ์ในปัจจุบันที่ พบเหตุได้ทั่วไป ทั้งในละครที่คนถูกไฟไหม้ ทาให้เราเกิดความสงสัยว่าทาไมไฟถึงไหม้ได้ โดยที่คนไม่เป็นอะไร จึงทาให้เราคิดจัดกิจกรรมการทดลองที่น่าสนใจและเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ นั่นก็คือ “ผ้าผจญเพลิงนั่นเอง” จากที่ เราพบเห็นขยะต่างๆมากมาย จึงทาให้เราคิดวิธีลดขยะ โดยการนามาดัดแปลงใช้ประโยชน์ เราจึงคิดกิจกรรม นาเสนอ “การตัดขวดด้วยเชือก” นอกจากนี้เราได้รับทราบข่าวสารจากสื่อโทรทัศน์ ที่เป็นภัยพิบัติทาง ธรรมชาติ นั่นก็คือ “น้าท่วม” จึงทาให้เราศึกษาว่าเกิดจากอะไรและคิดกิจกรรมที่สามารถอธิบายเหตุการณ์ ต่างๆในธรรมชาติที่เกี่ยวกับน้าได้ เราจึงคิดกิจกรรม “น้าเปลี่ยนสี” เพื่อแสดงให้เห็นว่าวิทยาศาสตร์อยู่ใกล้เรา ขนาดไหน 3. เนือหาโดยย่อ 3.1 ผ้าผจญเพลิง วัสดุอุปกรณ์ 1. ผ้า 2. เมทานอล 3. น้าเปล่า 4. เกลือแกง 5. ไฟแช็ค 6. คีมโลหะ 7. ถาดรอง วิธีทดลอง นาผ้าชุบลงไปในสารละลายไม่มีสีที่เตรียมไว้จากนั้นใช้คีมโลหะคีบผ้าชิ้นนี้นาไปใกล้ เปลวไฟ ปล่อยให้ไฟลุกติดที่ผ้าแล้วนาไปวางที่แผ่นกันไฟหรือวางกระบะทราย แล้วสังเกตว่าเกิดอะไรขึ้นกับ ผ้า จะเห็นว่าตอนแรกไฟจะลุกท่วมผ้าผืนนั้น และเปลวไฟจะมีสีเหลือง-ส้ม สวยงาม หลังจากนั้นไฟจะดับ แต่ผ้าจะเหมือนเดิมทุกประการ
  2. 2. 2 หลักการ ผ้าผจญเพลิงที่ไฟไหม้แล้วดับไปโดยที่ไม่ไหม้ผ้าด้วย เป็นเพราะไฟนั้นจะลุกท่วม เมทานอล ซึ่งเป็นแอลกอฮอล์ที่มีจุดเดือดต่ากว่าน้า ขณะเดียวกันผ้านั้นมีน้าซึ่งมีจุดเดือดสูงกว่าแอกอฮอล์ พอที่จะป้องกันไฟไหม้ได้ส่วนโซเดียมคลอไรด์ที่เติมลงไปในสารละลายจะทาให้เปลวไฟสว่างสุกใสด้วยแสง โซเดียม การน้าไปใช้ประโยชน์ ผ้าผจญเพลิง ที่นามาใช้นี้เป็นเช่นเดียวกับการแสดงละครหรือมายากลแต่เวลาใช้ จริงจะมีชุดป้องกันที่รัดกุมขึ้นด้วย 3.2 เชือกตัดขวด วัสดุ-อุปกรณ์ 1. ขวดแก้ว 2. เชือกไหมพรม 3. น้ามันก๊าด 4. ไฟแช็ค 5. ถาดรอง 6. น้าเปล่า 7. ผ้า 8. สีผสมอาหาร วิธีการทดลอง ใส่น้าที่ผสมสีลงไปในขวดแก้วที่เตรียมไว้ประมาณเกือบครึ่งขวด นาไหมพรมที่แช่ น้ามันก๊าดมาพันให้อยู่เสมอกับระดับน้าในขวด จากนั้นจุดไฟเผาไหมพรม รอให้ไฟไหม้ไหมพรมจนหมด แล้ว เทน้าราดลงไปบริเวณที่พันเชือกไหมพรมไว้โดยรอบขวด จากนั้นสามารถใช้ผ้าจับคอขวดยกออกได้อย่าง ง่ายดาย หลักการ หลักการสาคัญ คือ การขยายตัวของความร้อน ขวดแก้วทั่วไปใช้แก้วธรรมดาซึ่ง เป็นวัสดุที่เปราะแตกง่ายและนาความร้อนได้ดี เมื่อเราจุดไฟเผาที่ผิวด้านนอกที่ใส่น้าไว้จึงเป็นการให้ความ ร้อนอย่างรวดเร็ว ทาให้เกิดความแตกต่างของการขยายตัวทั้งด้านนอกกับด้านในของขวด และด้านบนกับ ด้านล่างของขวดอย่างมาก เมื่อใส่ลงไปในถังก็คือการเปลี่ยนอุณหภูมิอย่างฉับพลัน จึงทาขวดแตกโดยรอบใน ระดับเดียวกันกับน้าและเชือกที่ผูกไว้นั้นเอง
  3. 3. 3 การน้าไปใช้ประโยชน์ สามารถนาไปประดิษฐ์วัสดุเหลือใช้ให้เป็นประโยชน์ เช่น ตัดขวดแก้วเพื่อทาเป็น แจกัน ฯลฯ 3.3 น้าเปลี่ยนสี วัสดุ-อุปกรณ์ 1. กระป๋องพลาสติก 3 ใบ 2. สายพลาสติกขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เซนติเมตร ยาว 12 เซนติเมตร จานวน 3 เส้น 3. ถ้วยแก้วพลาสติกขนาด 180 มิลลิลิตร 3 ใบ 4. บีกเกอร์ขนาด 250 มิลลิลิตร 2 ใบ 5. สีผสมอาหาร 3 สี ได้แก่ สีแดง สีเหลือง สีเขียว 6. น้าเปล่า วิธีทดลอง เทน้าเปล่าลงไปในภาชนะใบที่ 1 ให้น้าไหลออกจากสายพลาสติกสู่ภาชนะใบที่ 2, 3 และ 4 ตามลาดับ โดยสังเกตที่สายพลาสติกที่ต่อออกจากภาชนะแต่ละใบรวมทั้งภาชนะรองรับใบสุดท้ายว่า น้าที่ไหนมีสีอะไร เมื่อเทน้าเปล่าลงไปในภาชนะใบที่ 1 จะมีน้าสีแดงไหลออกมาทางสายพลาสติก ลงไปใน ภาชนะใบที่ 2 จากนั้นจะมีน้าสีเหลืองไหลลงสู่ภาชนะใบที่ 3 ท้ายที่สุดจะมีน้าสีเขียวไหลลงไปในภาชนะ รองรับใบที่ 4 หลักการ ใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการแทนที่ของน้า ในภาชนะแต่ละใบจะมีน้าสี ต่างๆ อยู่ในภาชนะแล้ว และมีภาชนะรองรับน้าอีกชั้นหนึ่งภายในเมื่อน้าไหลลงในภาชนะภายในจะทาให้น้าที่ เติมไว้ไหลออกมาแทน การน้าไปใช้ประโยชน์ นาไปใช้ในการหาปริมาตรของวัตถุรูปทรงต่างๆ ที่เราต้องการรู้ 4. การน้าหลักการทางวิทยาศาสตร์มาใช้ 3.1 ผ้าผจญเพลิง ผ้าผจญเพลิงที่ไฟไหม้แล้วดับไปโดยที่ไม่ไหม้ผ้าด้วย เป็นเพราะไฟนั้นจะลุกท่วมเมทานอล ซึ่ง เป็นแอลกอฮอล์ ขณะเดียวกันผ้านั้นมีน้าพอที่จะป้องกันไฟไหม้ได้ส่วนโซเดียมคลอไรด์ที่เติมลงไปใน สารละลายจะทาให้เปลวไฟสว่างสุกใสด้วยแสงโซเดียม 3.2 เชือกตัดขวด หลักการสาคัญ คือ การขยายตัวของความร้อน ขวดแก้วทั่วไปใช้แก้วธรรมดาซึ่งเป็นวัสดุที่ เปราะแตกง่ายและนาความร้อนได้ดี เมื่อเราจุดไฟเผาที่ผิวด้านนอกที่ใส่น้าไว้จึงเป็นการให้ความร้อนอย่าง
  4. 4. 4 รวดเร็ว ทาให้เกิดความแตกต่างของการขยายตัวทั้งด้านนอกกับด้านในของขวด และด้านบนกับด้านล่างของ ขวดอย่างมาก เมื่อใส่ลงไปในถังก็คือการเปลี่ยนอุณหภูมิอย่างฉับพลัน จึงทาขวดแตกโดยรอบในระดับ เดียวกันกับน้าและเชือกที่ผูกไว้นั้นเอง 3.3 น้าเปลี่ยนสี ใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการแทนที่ของน้า ในภาชนะแต่ละใบจะมีน้าสี ต่างๆ อยู่ในภาชนะแล้ว และมีภาชนะรองรับน้าอีกชั้นหนึ่งภายในเมื่อน้าไหลลงในภาชนะภายในจะทาให้น้าที่ เติมไว้ไหลออกมาแทน 5. การน้าไปใช้ประโยชน์ 3.1 ผ้าผจญเพลิง ผ้าผจญเพลิง ที่นามาใช้นี้เป็นเช่นเดียวกับการแสดงละครหรือมายากลแต่เวลาใช้จริงจะมีชุด ป้องกันที่รัดกุมขึ้นด้วย 3.2 เชือกตัดขวด สามารถนาไปประดิษฐ์วัสดุเหลือใช้ให้เป็นประโยชน์ เช่น ตัดขวดแก้วเพื่อทาเป็น แจกัน 3.3 น้าเปลี่ยนสี นาไปใช้ในการหาปริมาตรของวัตถุรูปทรงต่างๆ ที่เราอยากรู้
  5. 5. 5 อ้างอิง วีรวัฒน์ กนกนุเคราะห์. กลวิทยาศาสตร์. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น, 2552. สมิธ อลาสแตร์. สนุกสุดท้าทายกับการทดลอง. พิมพ์ครั้งที่ 14. กรุงเทพฯ : นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์, 2550. คลิปวีดีโอ. ISCi : episode 38 – น้าเปลี่ยนสี [ออนไลน์]; เข้าถึงได้จาก http://www.youtube.com/watch?v=vJqRiQsPFP8. สืบค้นวันที่ 14 พฤศจิกายน 2554.

×