Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.
นางสาว ชลิตา เดชมนต์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/2 เลขที่ 13
หนึ่งในประวัติศาสตร์สมัยกลางที่มีการสู้รบอันยาวนาน ด้วยสาเหตุทาง ศาสนา นั่นก็คือ “สงครามครูเสด”       อันยิ่งใหญ่และยาวนาน
จุดเริ่มต้น      ดินแดนปาเลสไตน์ อันเป็นถิ่นกาเนิดของพระเยซูคริสต์นั่นถือกันว่าเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งคริสต์ศาสนิกชน พ...
ในช่วงนี้มีพระคริสเตียนนามว่าปีเตอร์ เป็นชาวฝรั่งเศส ได้จาริกไปยังนครเยรูซาเลม โดยนุ่งห่มด้วยเสื้อผ้าเก่าๆปอนๆ และพานักอาศ...
เมื่อประชาชนชาวยุโรปได้รบรู้                                                        ั                        ถึงความโหดร้า...
สมเด็จพระสันตะปาปาเออร์บันที่ 2     สังฆนายกเออร์บันที่ 2 นาทัพครูเสดประกาศให้แย่งชิงแดนศักดิสิทธิ์คืน             ในช่วงแรก
สงครามครูเสดครั้งแรกเกิดขึ้นในช่วง ค.ศ. 1096-1099 ชาวยุโรปที่ไปรบได้รวมพลกันมากถึง 250,000 คน ส่วนใหญ่เป็นชนชั้นต่า มีทั้ง...
ในช่วงแรกทัพครูเสดตีได้เมืองต่างๆ ตามทาง จนกระทั่งได้ อันติอ๊อกเมืองหลวงของซีเรีย แต่ก็สูญเสียกาลังพลไปมาก ครั้นแล้วจึงมุ่...
ภาพกรุงเยรูซาเลมในสงครามครูเสดครั้งแรก
หลังจากสงบมาได้หลายสิบปี ก็ได้มีพวกเติร์กใหม่ยกกาลังเข้ามารุกรานดินแดนศักดิ์สิทธิ์นี้อีก ชาวคริสต์ในเยรูซาเลมจึงขอความพิทั...
พระเจ้าเฟรเดอริก                         บาร์บารอสซาพระเจ้าริชาร์ดใจสิงห์                      กษัตริย์ฟิลลิป ออกัสตัส
ทางฝ่ายมุสลิมก็มีขุนทัพ ซาลาดิน ผู้เกรียงไกรของเติร์ก ซึ่งสามารถตีได้นครเยรูซาเลม ในปี ค.ศ. 1187 อันเป็นสาเหตุให้ฝ่ายคริสต...
แม้ริชาร์ดใจสิงห์จะเข้มแข็ง แต่ก็ไม่ลงรอยกับผู้นาของชาติอื่นๆ ทาให้เกิดความขัดแย้งกันตลอดเวลา ตรงกันข้ามกลับมีความสัมพันธ์...
นักรบจากยุโรปมีร่างกายใหญ่โตบึกบึน แต่งกายในชุดหุ้มเกราะหนักอึ้งแม้กระทั่งม้าศึกก็มีเกราะหุ้ม อาวุธที่ใช้ก็เป็นดาบและโล่ที...
ปราสาทเครัค ในปัจจุบัน
การยุทธ์ที่ฮัททิน ปี 1187
ทหารซาราเซ็น มุ่งถล่มกาแพงให้      พังทลายลงมา
โดยการนาทัพของ พระเจ้าเฟรเดอริกที่ 2 แห่งเยอรมัน ซึ่งในระหว่างนั้นเหล่ามุสลิมกาลังเกิดความขัดแย้งระส่าระสาย กองทัพคริสเตีย...
เรื่องราวของครูเสดได้เกิดเป็นตานาน มากมาย อาทิเรื่องของอัศวิน เทมพลา(The Knights Templar)ซึ่งเป็นนักรบผู้กล้าหาญ แต่หลังจา...
ทาให้สูญเสียทรัพย์สิน เพราะบิชอบอ้างว่าสามารถล้างบาปให้กับนักรบครูเสดได้ และอนุญาตให้ปล้น ฆ่า ยึดทรัพย์พวกนอกศาสนาได้ ซึ่ง...
- สงครามนามาซึ่งความสูญเสีย -
สงครามครูเสด 2003
สงครามครูเสด 2003
สงครามครูเสด 2003
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

สงครามครูเสด 2003

984 views

Published on

  • Be the first to comment

สงครามครูเสด 2003

  1. 1. นางสาว ชลิตา เดชมนต์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/2 เลขที่ 13
  2. 2. หนึ่งในประวัติศาสตร์สมัยกลางที่มีการสู้รบอันยาวนาน ด้วยสาเหตุทาง ศาสนา นั่นก็คือ “สงครามครูเสด” อันยิ่งใหญ่และยาวนาน
  3. 3. จุดเริ่มต้น ดินแดนปาเลสไตน์ อันเป็นถิ่นกาเนิดของพระเยซูคริสต์นั่นถือกันว่าเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งคริสต์ศาสนิกชน พากันไปจาริกแสวงบุญตั้งแต่ต้นคริสตกาลโดย ชนชาติซาราเซ็น ที่ปกครองปาเลสไตน์อยูนั้นก็ยินดีต้อนรับ เพราะได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ่จากนักแสวงบุญเหล่านั้น หากทว่าตั้งแต่ ค.ศ. 1076 เป็นต้นมาพวก เติร์กมุสลิม ได้เข้ามาเป็นใหญ่เหนือดินแดนศักดิ์สิทธิ์นี้ และได้ปล้นฆ่านักจาริกแสวงบุญอย่างเหี้ยมโหดรวมทั้งทาลายโบสถ์ ของชาวคริสต์เกือบทั้งหมด
  4. 4. ในช่วงนี้มีพระคริสเตียนนามว่าปีเตอร์ เป็นชาวฝรั่งเศส ได้จาริกไปยังนครเยรูซาเลม โดยนุ่งห่มด้วยเสื้อผ้าเก่าๆปอนๆ และพานักอาศัยอยูในถ้า ่ตามภูเขา ทาให้ผู้คนมีความศรัทธาและขนานนามให้ว่า ปีเตอร์มหาฤาษี เมื่อสาธุคุณปีเตอร์ ได้เห็นชาวมุสลิม ทารุณชาวคริสต์ จึงคิดจะแก้ไขด้วยการทาศึกชิงเอาดินแดนแห่งพระคริสต์คืนมา ท่านจึงเดินทางกลับยุโรปและทูลแผนการนี้แด่ สังฆนายกเออร์บันที่ 2 ซึ่งก็ได้รับการสนับสนุน และให้ดาเนินการได้ Peter the Hermit : นักบุญปีเตอร์
  5. 5. เมื่อประชาชนชาวยุโรปได้รบรู้ ั ถึงความโหดร้ายทารุณ ที่เกิดขึ้น จากการป่าวร้องของนักบุญปีเตอร์ ต่างก็โกรธแค้นและหลั่งไหลกันมา ฝรั่งเศส เพื่อสมัครไปรบแย่งชิงนคร เยรูซาเลมคืนมา โดยสังฆนายกเออร์ บันได้กาหนดให้ทุกคนที่ไปรบ ติด เครื่องหมายกางเขนไว้ที่ตว กองทัพ ั นี้จึงได้ชื่อว่า ครูเสด (Crusade) คือมาจากคาว่า (Cross) ที่สังฆนายกเออร์บันที่ 2 หมายถึงไม้กางเขนนั่นเอง
  6. 6. สมเด็จพระสันตะปาปาเออร์บันที่ 2 สังฆนายกเออร์บันที่ 2 นาทัพครูเสดประกาศให้แย่งชิงแดนศักดิสิทธิ์คืน ในช่วงแรก
  7. 7. สงครามครูเสดครั้งแรกเกิดขึ้นในช่วง ค.ศ. 1096-1099 ชาวยุโรปที่ไปรบได้รวมพลกันมากถึง 250,000 คน ส่วนใหญ่เป็นชนชั้นต่า มีทั้งผู้หญิงและเด็กตามไปด้วย อาวุธก็มีตามแต่จะหาได้ กองทัพจึงเป็นเพียงกองกาลังมหึมาที่ปราศจากอานุภาพ ภายใต้การนาของปีเตอร์ ขาดทั้งวินัยและเสบียงต้องหากินด้วยการปล้น ในระหว่างทางจึงล้มตายไปมาก ทาให้พวกเติรก ์โจมตีได้อย่างง่ายดาย ต่อมาใน ค.ศ. 1096 จึงได้มีการรวบรวมอาสาสมัครขึ้นใหม่600,000 คน และมีนักรบที่แท้จริงกว่าในหนแรก ประกอบด้วยอัศวินและทหารภายใต้การควบคุมของเจ้าผู้ครองนครต่างๆในยุโรป แต่เนื่องจากมีนายหลายคนและ ปราศจากแม่ทัพใหญ่ผู้มีอานาจบัญชาการสูงสุด จึงไม่มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันดั่งที่กองทัพพึงมี
  8. 8. ในช่วงแรกทัพครูเสดตีได้เมืองต่างๆ ตามทาง จนกระทั่งได้ อันติอ๊อกเมืองหลวงของซีเรีย แต่ก็สูญเสียกาลังพลไปมาก ครั้นแล้วจึงมุ่งตรงไปยังนครเยรูซาเลม ซึ่งขณะนั้นตกอยู่ในการครอบครองของอียิปต์ ทัพครูเสดตีเยรูซาเลมได้ในเดือนกรกฎาคมปี 1099 จับมุสลิมและชาวยิวฆ่าเสียราว 70,000 คน จากนั้นพวกครูเสดจึงตั้ง กอดเฟรย์แห่ง บุยอินยอง ผู้นาทัพเบลเยียม ขึ้นเป็นกษัตริย์ปกครองเยรูซาเลม ส่วนเหล่านักรบครูเสดก็แยกย้ายกันเดินทางกลับภูมิลาเนาของตน สมรภูมแห่งเมืองอันติอ๊อก
  9. 9. ภาพกรุงเยรูซาเลมในสงครามครูเสดครั้งแรก
  10. 10. หลังจากสงบมาได้หลายสิบปี ก็ได้มีพวกเติร์กใหม่ยกกาลังเข้ามารุกรานดินแดนศักดิ์สิทธิ์นี้อีก ชาวคริสต์ในเยรูซาเลมจึงขอความพิทักษ์ภัยไปยังยุโรป และก็สามารถระดมกาลังพลได้ถึง 300,000 คน แต่ส่วนใหญ่ล้วนเป็นพวกไร้ฝีมือ ทัพครูเสดภายใต้การนาของกษัตริย์ คอนราดที่ 3 แห่ง เยอรมัน กับ พระเจ้าหลุยส์ที่ 7 แห่งฝรั่งเศส ที่ยกไปในช่วงปี ค.ศ. 1148จึงถูกทัพมุสลิมตีแตกพ่ายไปตั้งแต่ยังไม่ถึงนครเยรูซาเลม จึงทาให้เกิดสงครามครูเสดครั้งต่อมา ที่เป็นการศึกที่ยิ่งใหญ่และมีตานานต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย โดย พระสันตะปาปา เกรเกอรี่ทางฝ่ายคริสเตียน มีนายทัพชั้นดีหลายคน อาทิ พระ ที่ ๘ (๑๑๐๐-๑๑๘๗)เจ้าริชาร์ดใจสิงห์แห่งอังกฤษ กษัตริย์ฟิลลิปออกัสตัส แห่งฝรั่งเศส และพระเจ้าเฟรเดอริกบาร์บารอสซาแห่งเยอรมัน
  11. 11. พระเจ้าเฟรเดอริก บาร์บารอสซาพระเจ้าริชาร์ดใจสิงห์ กษัตริย์ฟิลลิป ออกัสตัส
  12. 12. ทางฝ่ายมุสลิมก็มีขุนทัพ ซาลาดิน ผู้เกรียงไกรของเติร์ก ซึ่งสามารถตีได้นครเยรูซาเลม ในปี ค.ศ. 1187 อันเป็นสาเหตุให้ฝ่ายคริสต์ต้องยกขบวนครูเสดมาแย่งคืนนั่นเอง ทัพครูเสดจากอังกฤษ ฝรั่งเศสและเยอรมัน มารวมพลกันที่เมืองเอเคอร์ติดชายแดนซีเรีย ในปี ค.ศ. 1189 หลังจากสู้รบกับทัพที่สุลต่านซาลาดินส่งมา อยู่นานถึง 23เดือน ก็ตีได้เมืองเอเคอร์ในที่สุด และจับชาวมุสลิมกระทาทารุณอย่างเหี้ยมโหด แล้วสังหารทิ้งถึง 25,000 คน ด้วยแค้นที่การรบทาให้ต้องสูญเสียทหารคริสเตียนไปมากมาย
  13. 13. แม้ริชาร์ดใจสิงห์จะเข้มแข็ง แต่ก็ไม่ลงรอยกับผู้นาของชาติอื่นๆ ทาให้เกิดความขัดแย้งกันตลอดเวลา ตรงกันข้ามกลับมีความสัมพันธ์ฉันสหายกับ สุลต่านซาลาดิน ซึ่งเป็นคู่ปรับตัวฉกาจ ทั้งสองต่างยอมรับนับถือในฝีมือของกันและกันรวมทั้งได้มีการเจรจาพักรบกันเป็นครั้งคราว โดยที่ทั้งสองต่างก็รักษาสัจจะวาจาอย่างเคร่งครัด ท้ายที่สุดในปี ค.ศ. 1192 สหายศึกทั้งสองคือริชาร์ดใจสิงห์ กับซาลาดิน ก็กินกันไม่ลง และได้ทาสัญญาสงบศึกต่อกัน แต่หลังจากสัญญาสิ้นสุดลงก็ได้มีสงครามครูเสดเล็กๆ น้อยๆเกิดขึ้นอีกหลายครั้ง
  14. 14. นักรบจากยุโรปมีร่างกายใหญ่โตบึกบึน แต่งกายในชุดหุ้มเกราะหนักอึ้งแม้กระทั่งม้าศึกก็มีเกราะหุ้ม อาวุธที่ใช้ก็เป็นดาบและโล่ที่มีน้าหนัก ส่วนทางฝ่ายมุสลิมจะมีรูปร่างเล็กกว่าสวมเสื้อหนังและใช้ดาบซาระเซนรูปโค้งดั่งเคียวและคมกริบ นักรบมุสลิมจะรบอย่างคล่องแคล่วปราดเปรียว ในขณะที่นักรบครูเสดอุ้ยอ้ายเทอะทะ แต่มีอาวุธที่หนักหน่วงกว่า และมีอุปกรณ์ป้องกันตนเหนือกว่า มีข้อดีและข้อด้อยที่ไม่ได้เปรียบเสียเปรียบกันมากนัก จึงเป็นการรบที่น่าดูอย่างยิ่ง
  15. 15. ปราสาทเครัค ในปัจจุบัน
  16. 16. การยุทธ์ที่ฮัททิน ปี 1187
  17. 17. ทหารซาราเซ็น มุ่งถล่มกาแพงให้ พังทลายลงมา
  18. 18. โดยการนาทัพของ พระเจ้าเฟรเดอริกที่ 2 แห่งเยอรมัน ซึ่งในระหว่างนั้นเหล่ามุสลิมกาลังเกิดความขัดแย้งระส่าระสาย กองทัพคริสเตียนจึงได้ชัยชนะ และยึดเอาเมืองต่างๆ ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไว้ได้ รวมทั้งเยรูซาเลม หลังจากปกครองอยู่ 10 ปี พวกอียิปต์ก็กลับเข้ามาตีเมืองเยรูซาเลมคืนในปี ค.ศ. 1244 และขับไล่นักรบครูเสดออกไปทีละเมืองจนหมดใน เดือนสิงหาคม ค.ศ. 1291
  19. 19. เรื่องราวของครูเสดได้เกิดเป็นตานาน มากมาย อาทิเรื่องของอัศวิน เทมพลา(The Knights Templar)ซึ่งเป็นนักรบผู้กล้าหาญ แต่หลังจากเสร็จสิ้นสงครามก็ถูกกล่าวหาว่าปล้น หรือยักยอกสมบัติที่ยึดครองจากข้าศึก
  20. 20. ทาให้สูญเสียทรัพย์สิน เพราะบิชอบอ้างว่าสามารถล้างบาปให้กับนักรบครูเสดได้ และอนุญาตให้ปล้น ฆ่า ยึดทรัพย์พวกนอกศาสนาได้ ซึ่งหลักการนี้ไม่มีในพระคาภีร์ไบเบิล อีกทั้งขุนนางในสมัยนั้นต้องการยึดทรัพย์สินของพวกยิวที่ร่ารวย และต้องการมีอิทธิพลในยุโรปไปจนถึงตะวันออกกลางจึงใช้ข้ออ้างของศาสนามาอ้างในการทาสงครามครั้งนี้ ทาให้ผู้คนล้มตายจานวนมากนับจากยิวในยุโรปไปจนถึงยิวในเยรูซาเร็มและทาให้ชาวมุสลิมและคริสเตียนบาดหมางกัน และสงครามครูเสดทาให้ความขัดแย้งเหล่านั้นยังคงหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน ทาให้ยุโรปเกิดความเปลี่ยนแปลงไปมาก เพราะเกิดการติดต่อระหว่างโลกตะวันตกและโลกตะวันออกในรูปแบบการทาการค้า ซึ่งเรียกว่า ยุคปฏิรูปการค้าทาให้เกิดยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ การสร้างสถาปัตยกรรมที่รวมกันของสองศาสนา ตลอดจนความรู้ทางการศึกษาขึ้นมาด้วย
  21. 21. - สงครามนามาซึ่งความสูญเสีย -

×