~1~

–
~2~

ขอบเขตเนื้อหา
ความรูทั่วไปเกี่ยวกับกรมสงเสริมการปกครองทองถิ่น
ประวัติความเปนมา
กรมสงเสริมการปกครองทองถิ่น
อํานา...
~3~

กฎหมายที่เกี่ยวของกับการพัฒนาชุมชน
พรบ.ขอมูลขาวสารของราชการ พ.ศ. 2540
130
แนวขอสอบ พรบ.ขอมูลขาวสารของราชการ พ.ศ...
~4~

ประวัตความเปนมา
ิ
กรมสงเสริมการปกครองทองถิ่น
เปนสวนราชการที่จัดตั้งขึ้นใหมใน สังกัดกระทรวงมหาดไทยที่มีบทบาทภารก...
~5~

9. พัฒนาระบบขอมูลสารสนเทศเพื่อการบริการขององคการปกครองสวนทองถิ่น
10. พัฒนาบุคลากรขององคการปกครองสวนทองถินและขอ...
~6~

ความรูเกี่ยวกับการพัฒนาชุมชน
นายพิสันติ์ ประทานชวโน รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน

กรมการพัฒนาชุมชน เปนหนวยงานที่ทํางา...
~7~

3. พัฒนาระบบและกลไกในการสงเสริมกระบวนการเรียนรู การจัดการความรู การ
อาชีพ การออมและการบริหารจัดการเงินทุนของชุมชน ...
~8~

การดําเนินการโครงการกิจกรรมของกรมการพัฒนาชุมชน
โครงการหรือกิจกรรมการพัฒนาชุมชน หมายถึง การกระทําใดๆ ก็ตามที่เกิดจาก
ค...
~9~

การกระจายอํานาจในการพัฒนาและงบประมาณสูทองถิ่น
ความสําคัญ กฎหมายที่เกี่ยวของ
รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักรา...
~ 10 ~

แนวคิดเกี่ยวกับชุมชน
ในยุคโลกาภิวัฒน ปญหาตางๆ มีความสลับซับซอน และเปลี่ยนแปลงรวดเร็วยิ่งขึ้น
การแกปญหาจําเป...
~ 11 ~

2. แนวคิดจากหลักการพัฒนาชุมชน คือ การมีสวนรวม การพึ่งตนเอง การ
ชวยเหลือซึ่งกันและกัน และการรับผิดชอบตอชุมชนของ...
~ 12 ~

ความหมายของการพัฒนาชุมชน
สุวิทย ยิ่งวรพันธ (2509) ไดใหความหมายวา การพัฒนาชุมชน คือ กระบวนการที่
มุงสงเสริมค...
~ 13 ~

แคลนหรือบําบัดความตองการ หรือแกปญหาตางๆ โดยที่พยายามใชทรัพยากรที่มีอยูใน
ชุมชนนั้น ๆ ใหมากที่สุดและถาจําเป...
~ 14 ~

ยิ่งมีการพัฒนายิ่งทําใหประชาชนยากจนลง กลาวคือ จากการมุงพัฒนาประเทศเพื่อให
ทัดเทียมนานาอารยประเทศ โดยเนนการพัฒ...
~ 15 ~

ดังนั้น การพัฒนาชุมชน จึงมีความจําเปนอยางยิ่งที่จะชวยลดชองวางทางสังคมและ
ขจัดปญหาความยากจนในชุมชนใหลดนอยลง...
~ 16 ~

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ฉบับที่ 11
(พ.ศ. 2555–2559)
แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 ทุกภาคสวนในสังคมไทยเห็นพองรวม...
~ 17 ~

3. การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมอยางยั่งยืน
การประเมินสถานการณ ความเสี่ยงและการสรางภูมิคุมกันของประเ...
~ 18 ~

แนวขอสอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ
1. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ฉบับปจจุบันคือ
ก. ฉบับที่ 9
ข. ฉบับ...
~ 19 ~

และขับเคลื่อนใหบังเกิดผลในทางปฏิบัติที่ชัดเจนยิ่งขึ้นในทุกระดับ เพื่อใหการพัฒนาและ
บริหารประเทศเปนไปบนทางสายกลา...
~ 20 ~

แนวขอสอบพระราชบัญญัติขอมูลขาวสารของราชการ

พ.ศ.2540
5. ขอใดหมายถึง ขอมูลขาวสารสวนบุคคล
ก. ลายพิมพนิ้วมือ
ค...
~ 21 ~

10. คณะกรรมการขอมูลขาวสารของราชการ ประกอบดวยผูใดเปนประธาน
ก. รัฐมนตรี
ข. ผูวาราชการจังหวัด
ค. ปลัดกระทรวงกา...
~ 22 ~

สั่งซื้อไดที่
www.SheetRam.com
โทรศัพท : 02-7230950,02-5141422,
085-9679080,085-9993722,085-9993740
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

E-BOOK คู่มือเตรียมสอบนักพัฒนาชุมชน กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ข้อสอบเก่าท้องถิ่น ปี 57

8,276 views

Published on

E-BOOK คู่มือเตรียมสอบนักพัฒนาชุมชน กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ข้อสอบเก่าท้องถิ่น ปี 57
ราคา 249 บาท
สั่งซื้อได้ที่ :www.Sheetram.com
บริษัท ชีทราม จำกัด
ชมรมลูกพ่อขุนประยุกต์ สำนักงานใหญ่
453 ถนนรามคำแหง(ปากซอย 53)
หัวหมาก บางกระปิ กรุงเทพฯ 102
โทรศัพท์ : 02-7230950,02-5141422,085-9679080,
085-9993722,085-9993740
FAX : 02-718-6528
เปิดบริการ 8.15-21.30 น. ทุกวัน

Published in: Education

E-BOOK คู่มือเตรียมสอบนักพัฒนาชุมชน กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ข้อสอบเก่าท้องถิ่น ปี 57

  1. 1. ~1~ –
  2. 2. ~2~ ขอบเขตเนื้อหา ความรูทั่วไปเกี่ยวกับกรมสงเสริมการปกครองทองถิ่น ประวัติความเปนมา กรมสงเสริมการปกครองทองถิ่น อํานาจหนาที่ วิสัยทัศนและพันธกิจ ประเด็นยุทธศาสตร (Strategic Issues) ความรูเกี่ยวกับพัฒนาชุมชน บทบาทหนาที่ของกรมการพัฒนาชุมชน การพัฒนาชุมชนโดยใหประชาชนมีสวนรวม กระบวนการพัฒนาชุมชน การพัฒนาแบบมีสวนรวม การดําเนินการโครงการกิจกรรมของกรมการพัฒนาชุมชน การพัฒนาของภาครัฐรวมกับองคกรพัฒนาเอกชนและภาคประชาสังคม แนวทางสงเสริมบทบาทขององคกรเอกชน การกระจายอํานาจในการพัฒนาและงบประมาณสูทองถิ่น แนวคิดเกี่ยวกับชุมชน กระบวนการจัดทําแผนชุมชน การประเมินคุณภาพแผนชุมชน กรมการพัฒนาชุมชนกับการขับเคลื่อนกระบวนการแผนชุมชน กรอบแนวคิดในการจัดทําแผนยุทธศาสตร พ.ศ. 2555-2559 วิสัยทัศน กรอบแนวคิดในการจัดทําแผนยุทธศาสตร ความหมายของการพัฒนาชุมชน ความสําคัญของการพัฒนาชุมชน จุดมุงหมายในการพัฒนาชุมชน แนวคิดเกี่ยวกับชุมชน แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555–2559) ขอสอบ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555–2559) 5 5 5 6 7 8 9 10 12 14 15 18 22 27 29 31 40 43 44 45 59 60 62 63 112 121
  3. 3. ~3~ กฎหมายที่เกี่ยวของกับการพัฒนาชุมชน พรบ.ขอมูลขาวสารของราชการ พ.ศ. 2540 130 แนวขอสอบ พรบ.ขอมูลขาวสารของราชการ พ.ศ. 2540 145 พรบ. กองทุนหมูบานและชุมชนเมืองแหงชาติ พ.ศ.2527 153 แนวขอสอบ พรบ. กองทุนหมูบานและชุมชนเมืองแหงชาติ พ.ศ.2527 167 การจัดทําแผนพัฒนาขององคกรปกครองสวนทองถิ่น 170 แนวขอสอบ การจัดทําแผนพัฒนาขององคกรปกครองสวนทองถิ่น 182 ระเบียบกระทรวงมหาดไทยวาดวยคณะกรรมการพัฒนาสตรี พ.ศ. 2538 190 แนวขอสอบ ระเบียบกระทรวงมหาดไทยวาดวยคณะกรรมการพัฒนาสตรี พ.ศ. 2538 196 กฎหมายเกี่ยวของกับกรมสงเสริมการปกครองทองถิ่น สรุป ระเบียบบริหารราชการแผนดินพ.ศ. 2534 และแกไขเพิ่มเติม 201 สรุปพ.ร.บ. องคการบริหารสวนจังหวัด พ.ศ. 2540 และแกไขเพิ่มเติม 209 สรุป พรบ.เทศบาล 2496 และที่แกไขเพิ่มเติมถึง ฉบับที่ 13 พ.ศ.2552 215 สรุปพ.ร.บ.สภาตําบลและองคการบริหารสวนตําบล พ.ศ.2537 และแกไขเพิ่มเติมถึง 228 ฉบับที่ 6 พ.ศ. 2552 สรุปพรบ.ระเบียบบริหารงานบุคคลสวนทองถิ่น พ.ศ. 2542 และแกไขเพิ่ม 235 เติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2551 สรุปสาระสําคัญพ.ร.บ.กําหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจ ใหแกองคกรปกครอง สวนทองถิ่น พ.ศ.2542 และแกไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 พ.ศ.2549 242 สรุปสาระสําคัญ พระราชกฤษฎีกาวาดวยหลักเกณฑและวิธการบริหารกิจการ ี ่ 245 บานเมืองทีดี พ.ศ. 2546 สรุปสาระสําคัญพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา พ.ศ.2552 251 และแกไขเพิ่มเติม
  4. 4. ~4~ ประวัตความเปนมา ิ กรมสงเสริมการปกครองทองถิ่น เปนสวนราชการที่จัดตั้งขึ้นใหมใน สังกัดกระทรวงมหาดไทยที่มีบทบาทภารกิจสําคัญใน การสงเสริมสนับสนุนองคกร ปกครองสวนทองถิ่น โดยการพัฒนาและใหคําปรึกษา แนะนํา องคกรปกครองสวนทองถิ่นในดานการจัดทําแผนพัฒนาทองถิ่น การบริหารงานบุคคล การเงินการคลัง และการบริหารจัดการ เพื่อให องคกรปกครองสวนทองถิ่น มีความเขมแข็ง และมีศักยภาพในการใหบริการสาธารณะ ทั้งนี้ อํานาจหนาที่และโครงสรางสวนราชการ ของ กรมสงเสริมการปกครองทองถิ่น เปนไปตามกฏกระทรวงแบงสวนราชการกรมสงเสริมการ ปกครองทองถิ่นกระทรวง มหาดไทย พ.ศ. 2545 ซึ่งกําหนดไวดังนี้ 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. อํานาจหนาที่ ดําเนินการพัฒนาระบบ รูปแบบ และโครงสรางขององคกรปกครองสวนทองถิ่น สงเสริมและสนับสนุนในการจัดทํา ประสานและบูรณาการแผนพัฒนาทองถิ่นและวางระบบ ในการติดตามและประเมิน ผลการดําเนินงานตามแผนพัฒนาทองถิ่น ดําเนินการจัดทํา แกไข ปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวของกับองคกรปกครองสวน ทองถิ่น รวมทั้งใหคําปรึกษา แนะนํา และกํากับดูแลการปฏิบัติงานตามอํานาจ หนาที่ของ องคการปกครองสวนทองถิ่น กําหนดแนวทางและจัดทํามาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลขององคกร ปกครอง สวนทองถิ่น ทั้งนี้ ตามกฎหมายวาดวยการบริการงานบุคคลสวนทองถิ่น สงเสริม สนับสนุน และประสานการดําเนินงานดานการเงิน การคลัง การงบประมาณ การ พัสดุการจัดเก็บรายได และการประกอบกิจการพาณิชยขององคกรปกครองสวน ทองถิ่น รวมทั้งวางระบบตรวจสอบระบบการเงิน การบัญชี และ การพัสดุขององคการ ปกครองสวนทองถิ่น สงเสริมสนับสนุนและประสานการจัดการบริการสาธารณะและการศึกษาในอํานาจหนาที่ของ องคกรปกครองสวนทองถิ่น กําหนดแนวทาง วางระบบ และสรางตัวชีวัดเพือเปนมาตรฐานการดําเนินงานขององคกร ้ ่ ปกครองสวนทองถิ่น ตลอดจนกํากับดูแลใหเปนไปตามมาตรฐาน สงเสริมภาคประชาชนใหมีสวนรวมในการบริหารงานและตรวจสอบการดําเนินงานของ องคกรปกครองสวนทองถิ่น
  5. 5. ~5~ 9. พัฒนาระบบขอมูลสารสนเทศเพื่อการบริการขององคการปกครองสวนทองถิ่น 10. พัฒนาบุคลากรขององคการปกครองสวนทองถินและของกรม ่ 11. ปฏิบัติการอืนใดตามที่กฎหมายกําหนดใหเปนอํานาจหนาที่ของกรมหรือตามที่กระทรวงหรือ ่ คณะรัฐมนตรีมอบหมาย ตอมาในป พ.ศ.2551 ไดมีการประกาศใชกฎกระทรวงแบงสวนราชการกรมสงเสริมการ ปกครองทองถิ่น กระทรวงมหาดไทย พ.ศ.2551 โดยกําหนดใหมีราชการบริหารสวน ภูมิภาค และจัดตั้งสํานักงานสงเสริมการปกครองทองถิ่นจังหวัดขึ้นในกรมสงเสริมการ ปกครองทองถิ่น เพื่อทําหนาที่ประสานงานและปฏิบัติหนาที่ในฐานะตัวแทนของกรม ใน ราชการสวนภูมิภาค เพื่อใหการดําเนินการกํากับ ดูแล และสนับสนุนการปฎิบัติงานของ องคกรปกครองสวนทองถิ่นเปนไปอยางคลองตัว และมีประสิทธิภาพ และจัดตั้งกลุม ตรวจสอบภายในและกลุ ม พั ฒ นาระบบบริ ห ารขึ้ น ในกรมส ง เสริ ม การปกครองท อ งถิ่ น กระทรวงมหาดไทย เพื่อทําหนาที่ตรวจสอบการดําเนินงานภายในสวนราชการ สนับสนุน การปฏิบัติงานของกรมสงเสริมการปกครองทองถิ่น และพัฒนาการบริหารของสวนราชการ ใหเกิดผลสัมฤทธิ์ มีประสิทธิภาพ และคุมคา 1. 2. 3. 4. 5. วิสัยทัศนและพันธกิจ วิสัยทัศนกรมสงเสริมการปกครองทองถิ่น (Vision) “ เปนองคกรหลักในการสงเสริมให อปท. เขมแข็งอยางยั่งยืน ” พันธกิจกรมสงเสริมการปกครองทองถิ่น (Mission) พัฒนากรมสงเสริมการปกครองทองถิ่นใหเปนองคกรที่มีสมรรถนะสูง สงเสริมการจัดทําแผนพัฒนาทองถิ่นใหสอดคลองกับแผนยุทธศาสตรระดับชาติ ระดับจังหวัด และตอบสนองความตองการของประชาชนภายใตกระบวนการมีสวนรวมจาก ภาคีเครือขาย สงเสริมระบบบริหารงานบุคคลของ อปท. ใหเปนไปตามหลักคุณธรรม และเพิ่มขีด ความสามารถของบุคลากร อปท. ใหทํางานอยางมืออาชีพ พัฒนาระบบงบประมาณและการคลังขององคกรปกครองสวนทองถิ่นใหมีประสิทธิภาพและ สามารถพึ่งตนเองได พัฒนาระบบกฎหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานของ อปท. และสนับสนุนผูกํากับ ดูแล อปท.
  6. 6. ~6~ ความรูเกี่ยวกับการพัฒนาชุมชน นายพิสันติ์ ประทานชวโน รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน เปนหนวยงานที่ทํางานดานการพัฒนาชุมชนรวมกับประชาชน ตลอดระยะเวลา48 ป โดยมีความมุงมั่นที่จะเปนหนวยงานหลักในการสงเสริมการบริหาร จัดการชุมชนใหเขมแข็งอยางยั่งยืนและมีเปาหมายสูชุมชนเขมแข็ง ประชาชนพึ่งตนเองได คอบครัวมีคุณภาพชีวิตดี มีความสุข บทบาทหนาที่ของกรมการพัฒนาชุมชน ตามกฎกระทรวงแบงสวนราชการ กรมการพัฒนาชุมชนกระทรวงมหาดไทย พ.ศ. 2552 ใหกรมการพัฒนาชุมชน มีภารกิจ เกี่ยวกับการสงเสริมกระบวนการเรียนรู และการมีสวนรวมของประชาชน สงเสริมและพัฒนา เศรษฐกิจชุมชนฐานรากใหมีความมั่นคงและมีเสถียรภาพโดยสนับสนุนใหมีการจัดทําและใช ประโยชนจากขอมูลสารสนเทศ ศึกษา วิเคราะห วิจัย จัดทํายุทธศาสตรชุมชน ตลอดจนการ ฝกอบรมและพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวของในการพัฒนาชุมชน เพื่อใหเปนชุมชนเขมแข็งอยาง ยั่งยืนโดยมีอํานาจหนาที่ดังตอไปนี้ 1. กําหนดนโยบาย ยุทธศาสตร มาตรการ และแนวทางในการพัฒนาชุมชนระดับชาติ เพื่อใหหนวยงานของรัฐ เอกชน และผูมีสวนเกี่ยวของดานการพัฒนาชุมชน ไดใชเปนกรอบ แนวทางในการดําเนินงานเพื่อเสริมสรางความสามารถและความเขมแข็งของชุมชน 2. จัดทําและพัฒนาระบบมาตรฐานการพัฒนาชุมชน เพื่อใชเปนเครื่องมือสําหรับ ประเมินความกาวหนาและมาตรฐานการพัฒนาของชุมชน “...ขอบใจมาก ที่ตองเหน็ดเหนื่อยทํางานในหมูบานชนบท และตองประสบปญหา ตางๆมากมาย ขอใหชวยกันพัฒนาคนใหมีความฉลาด สามารถชวยตนเองได... ในการ แนะนําสงเสริมอาชีพ หรือใหคําแนะนําเรื่องตางๆ ตองทําใหบอยๆ ไมใชพูดหรือทําหนเดียว ... ความมั่นคงของประชาชนในชนบทเปนสวนหนึ่งที่จะสรางชาติ และปองกันประเทศเปน อยางดี...” พระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวฯ พระราชทานแกพัฒนากร ในโอกาสเสด็จไปทรงกระทําพิธีเปดเขื่อนและการพลังงาน ไฟฟาแมน้ําพุง จ.สกลนครเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2508
  7. 7. ~7~ 3. พัฒนาระบบและกลไกในการสงเสริมกระบวนการเรียนรู การจัดการความรู การ อาชีพ การออมและการบริหารจัดการเงินทุนของชุมชน เพื่อเสริมสรางขีดความสามารถของ ประชาชน ชุมชน ผูนําชุมชนองคการชุมชน และเครือขายองคการชุมชน 4. สนับสนุนและพัฒนาระบบขอมูลสารสนเทศชุมชน สงเสริมการใชประโยชนและ การใหบริการขอมูลสารสนเทศชุมชน เพื่อใชในการวางแผนบริหารการพัฒนาไดอยางมี ประสิทธิภาพ 5. ศึกษา วิเคราะห วิจัย พัฒนา และสรางองคความรูเพื่อใชในงานพัฒนาชุมชน และ การจัดทํายุทธศาสตรชุมชน 6. ฝกอบรมและพัฒนาขาราชการ เจาหนาที่ที่เกี่ยวของ ผูนําชุมชน องคการชุมชน และเครือขายองคการชุมชนใหมีความรู ทักษะ ทัศนคติ และสมรรถนะในการทํางาน รวมทั้ง ใหความรวมมือทางวิชาการดานการพัฒนาชุมชนแกหนวยงานทั้งในประเทศและตางประเทศ 7. ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกําหนดใหเปนอํานาจหนาที่ของกรม หรือตามที่ กระทรวงหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย การพัฒนาชุมชนโดยใหประชาชนมีสวนรวม แนวคิดการพัฒนาชุมชน ความหมายการพัฒนาชุมชน การพัฒนาชุมชน ประกอบดวย 2 คํา คือ การพัฒนา และชุมชน การพัฒนา หมายถึง ทําใหเจริญ การเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนสภาพ ปรับปรุงใหตางจาก เดิม ชุมชน หมายถึง การรวมตัวของบุคคล กลุม/องคกรชุมชน เครือขายองคกรชุมชน และประชาชนที่อาศัยอยูในขอบเขตพื้นที่หนึ่ง ๆ ซึ่งมีปฏิสัมพันธซึ่งกันและกัน ระดับพื้นฐาน ที่สุด คือหมูบาน หรือชุมชนในรูปแบบอื่น ๆ ที่มีมารวมตัวกันเพื่อแกไขปญหาเดียวกัน เชน ชุมชนลุมน้ํา ชุมชนวัฒนธรรม เปนตน การพัฒนาชุมชน (Community Development) ตามหลักการพื้นฐานเปน กระบวนการใหการศึกษา (educational process) แกประชาชนเพื่อใหสามารถพึ่งตนเองได (self – reliance) หรือชวยตนเองได (self – help) ในการคิด ตัดสินใจ และดําเนินการ แกปญหา ตลอดจนตอบสนองความตองการของตนเอง และสวนรวม
  8. 8. ~8~ การดําเนินการโครงการกิจกรรมของกรมการพัฒนาชุมชน โครงการหรือกิจกรรมการพัฒนาชุมชน หมายถึง การกระทําใดๆ ก็ตามที่เกิดจาก ความคิดริเริ่มของประชาชน จากปญหา/ความตองการของประชาชน โดยการชวยกันคิด รวมกันตัดสินใจ ชวยกันวางแผน และรวมกันดําเนินการของประชาชน เพื่อแกปญหาและ สนองความตองการของประชาชนทั้งชุมชน หรือของประชาชนสวนหนึ่งหรือกลุมหนึ่ง โดยมี พัฒนากรเปนผูเอื้ออํานวยใหประชาชนเปนผูริเริ่มหรือเปนเจาของโครงการโดยมีตัวอยาง โครงการกิจกรรมที่กรมการพัฒนาชุมชนดําเนินการ ดังนี้ 1. การพัฒนาผูนําชุมชนและอาสาสมัคร วัตถุประสงค เพื่อใหประชาชนมีโอกาสเสียสละอุทิศตนเพื่อสวนรวม มีบทบาทและ สวนรวมในการแกปญหาและการดําเนินกิจกรรมพัฒนาของชุมชน มุงเนนใหเกิดความ ตอเนื่องในการรวมกลุม การพัฒนาศักยภาพ และการดําเนินกิจกรรมใหเกิดผลงานอยางเปน รูปธรรม 2. พัฒนากลุม/องคกร/เครือขาย วัตถุประสงค เพื่อสนับสนุนใหประชาชนรวมตัวกันทํากิจกรรมรวมกันในลักษณะ กลุม/องคกรชุมชน เชน คณะกรรมการพัฒนาสตรี กลุมออมทรัพยเพื่อการผลิต กลุมอาชีพ ฯลฯ รวมทั้งสนับสนุนใหกลุม/องคกรชุมชน รวมตัวกันในลักษณะเครือขายตางๆ เชน สมาพันธองคการพัฒนาชุมชนแหงประเทศไทยสมาคมผูนําอาสาพัฒนาชุมชนไทย สมาคม ผูนําสตรีพัฒนาชุมชนไทย สมาคมผูนําอาชีพกาวหนา (สิงหทอง) 4 ภาค ศูนยประสานงาน องคการชุมชน (ศอช.) 3. การพัฒนาแผนชุมชน วัตถุประสงค เพื่อพัฒนากระบวนการเรียนรูของชุมชน ใหคนในชุมชนชวยกันคิด รวมกันตัดสินใจ ชวยกันวางแผน รวมกันดําเนินการเพื่อแกปญหาและสนองความตองการ ของประชาชนทั้งชุมชน ซึ่งจะทําใหชุมชนไดทําความรูจักและประเมินศักยภาพของชุมชน และกําหนดอนาคตทิศทางของชุมชน ทําใหชุมชนสามารถพึ่งตนเองไดและสรางชุมชนให เขมแข็งได 4. สงเสริมการออมทรัพยเพื่อการผลิต วัตถุประสงค เพื่อกระตุนและสงเสริมใหประชาชนรวมตัวกันระดมเงินออมเพื่อเปน ทุนของชุมชน สนับสนุนการพัฒนาดานการบริหารและจัดการเงินทุนในเชิงธุรกิจ เพื่อพัฒนา อาชีพและคุณภาพชีวิตโดยยึดหลักคุณธรรมและการพึ่งตนเองเปนฐานไปสูสถาบันนิติบุคคล
  9. 9. ~9~ การกระจายอํานาจในการพัฒนาและงบประมาณสูทองถิ่น ความสําคัญ กฎหมายที่เกี่ยวของ รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 การกระจายอํานาจสูทองถิ่นถือวาเปนวัตถุประสงคหลักประการหนึ่งของรัฐธรรมนูญแหง ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ดังปรากฏตาม มาตรา 78 , 80 และ 281-290 โดยมี แนวนโยบายพื้นฐานแหงรัฐ ดังนี้ 1. รัฐตองกระจายอํานาจให อปท. พึ่งตนเองและตัดสินใจในกิจการของทองถิ่นไดเอง สงเสริมให อปท. มีสวนรวมในการดําเนินการตามแนวนโยบายพื้นฐานแหงรัฐ 2. สงเสริมและสนับสนุนการกระจายอํานาจเพื่อให อปท. ฯลฯ จัดและมีสวนรวมใน การจั ด การศึก ษาเพื่ อ พั ฒ นามาตรฐานคุณ ภาพการศึ ก ษาให เ ท า เที ย มและสอดคล อ งกั บ แนวนโยบายพื้นฐานแหงรัฐ พระราชบั ญ ญั ติ กํ า หนดแผนและขั้ น ตอนการกระจายอํ า นาจให แ ก อ งค ก ร ปกครองสวนทองถิ่น พ.ศ.2542 สาระสําคัญ ไดแก 1. การกําหนดอํานาจและหนาที่ในการจัดระบบการบริการสาธารณะระหวางรัฐกับ องคกรปกครองสวนทองถิ่น และระหวางองคกรปกครองสวนทองถิ่นดวยกันเอง 2. การจัดสรรสัดสวนภาษีและอากรระหวางรัฐกับองคกรปกครองสวนทองถิ่น โดย คํานึงถึงภาระหนาที่ของรัฐกับองคกรปกครองสวนทองถิ่นและระหวางองคกรปกครองสวน ทองถิ่นดวยกันเองเปนสําคัญ 3. การจัดใหมีคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งประกอบดวย ผูแทนของหนวยงานราชการ ที่เกี่ยวของ ผูแทนขององคกรปกครองสวนทองถิ่น และผูทรงคุณวุฒิซึ่งมีคุณสมบัติตามที่ กฎหมายบัญญัติโดยมีจํานวนเทากัน ทําหนาที่ตามขอ 1 และขอ 2 ขางตน แผนการกระจายอํานาจใหแกองคกรปกครองสวนทองถิ่น พ.ศ. 2543 แผนการกระจายอํานาจใหแกองคกรปกครองสวนทองถิ่นเปนแผนที่กําหนดกรอบ แนวคิดเปาหมาย และแนวทางการกระจายอํานาจ มีสาระสําคัญ ดังนี้ วิสัยทัศนการกระจายอํานาจสูทองถิ่น ในชวง 4 ปแรก (พ.ศ. 2544-2547) ของการถายโอนภารกิจตามกรอบของกฎหมาย วาดวยการกําหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจใหแกองคกรปกครองสวนทองถิ่น จะ เปนชวงของการปรับปรุงระบบการบริหารงานภายในขององคกรปกครองสวนทองถิ่น
  10. 10. ~ 10 ~ แนวคิดเกี่ยวกับชุมชน ในยุคโลกาภิวัฒน ปญหาตางๆ มีความสลับซับซอน และเปลี่ยนแปลงรวดเร็วยิ่งขึ้น การแกปญหาจําเปนตองมีความรอบคอบ โดยคํานึงถึงผลกระทบอยางรอบดาน ตองมีความ รอบรู และตองอาศัยความรวมมือรวมใจจากทุกฝาย จะตองสรางการเรียนรูรวมกัน ตั้งแต กระบวนการรวมคิด รวมทํา รวมสรุปบทเรียน จะเกิดขึ้นไดก็ตอเมื่อทุกคนยอมรับซึ่งกันและ กัน การรวมตัวของประชาชนที่หลากหลายทําใหเกิดการแลกเปลี่ยนความคิด องคความรู และตอเชื่อม ประสบการณอยางกวางขวาง เปนการเสริมพลังซึ่งกันและกัน สรางโอกาสให ทุกคนสามารถเรียนรูและพัฒนาตนเองไดอยางตอเนื่อง นอกจากนี้ยังตองสรางการบริหาร จัดการรวมกัน เพื่อสรางความเขมแข็งของชุมชนฐานราก ใหชุมชนทองถิ่นมีสิทธิ หนาที่ และ บทบาทในการจัดการทรัพยากรสาธารณะมากขึ้น ทําใหทองถิ่นเขมแข็ง เกิดการประสานงาน งบประมาณระหวางองคกรตางๆ ทั้งในแนวราบกับทองถิ่น/หนวยงานอื่นๆ และในแนวดิ่งกับ สวนกลาง กรมการพัฒนาชุมชน เปนหนวยงานหลักในการสงเสริมการบริหารจัดการชุมชน โดยใชกระบวนการแผนชุมชนเปนเครื่องมือในการสงเสริมการเรียนรูของคนในชุมชน การ แกไขปญหาของชุมชนดวยกระบวนการมีสวนรวมของคนในชุมชน แผนชุมชนไดรับการ นําไปใชประโยชนจากสวนทองถิ่น ตองเปนแผนชุมชนที่ไดรับการรับรองมาตรฐานแกไข ปญหาของชุมชนไดอยางมีประสิทธิภาพ เจาหนาที่พัฒนา-ชุมชน ภาคีการพัฒนา ผูนําชุมชน และผูอาศัยในชุมชนจึงตองมีความรูความเขาใจกระบวนการแผนชุมชนอยางชัดเจน แนวความคิดเกี่ยวกับชุมชน ชุมชน หมายความถึง กลุมชนที่อาศัยอยูรวมกัน โดยมีความรูสึกผูกพันเปนอันหนึ่ง อันเดียวกัน จะโดยอาศัยหลักผูกพันในทางเชื้อชาติ เผาพันธุ ศาสนาเดียวกันซึ่งทําใหบุคคล มีความรูสึกเปนสวนหนึ่งของสังคมนั้น หรืออาศัยหลักความผูกพันหรือผลประโยชนทางเชื้อ ชาติ ศาสนา และวั ฒ นธรรมรว มกั น โดยอาศั ย อยู ใ นบริ เ วณพื้ น ที่ ท างภู มิ ศ าสตร เ ดี ย วกั น ตลอดจนการมีผลประโยชนในทางการบริการสังคมรวมกัน แนวคิดเกี่ยวกับการจัดทําแผนชุมชน การใหชาวบานในหมูบานและชุมชน จัดทําแผนชุมชนเพื่อพัฒนาหมูบานและชุมชน ของตนเองมีแนวคิดหลักการและความเชื่อในหลาย ๆ ดาน เชน 1. แนวคิดจากปรัชญาพัฒนาชุมชน ซึ่งเปนสากลที่บอกวาชาวบานมีศักยภาพ สามารถพัฒนาตนเองไดถาใหโอกาส และการพัฒนาตองเริ่มตนที่ชาวบาน
  11. 11. ~ 11 ~ 2. แนวคิดจากหลักการพัฒนาชุมชน คือ การมีสวนรวม การพึ่งตนเอง การ ชวยเหลือซึ่งกันและกัน และการรับผิดชอบตอชุมชนของตนเอง 3. แนวคิดในการพัฒนาชุมชนใหเขมแข็ง คือการใหชุมชนไดมีกระบวนการใน การจัดการชุมชนมีการเรียนรูรวมกันในกระบวนการชุมชน 4. แนวคิดในการพัฒนาชุมชนใหเขมแข็ง คือการสรางพลังชุมชน ใชพลังชุมชน ในการพัฒนาชุมชน 5. แนวคิดที่วาไมมีใครรูปญหาชุมชนเทาคนในชุมชน ดังนั้น การแกปญหา ชุมชนจึงเริ่มจากชุมชน การใหการสนับสนุนของภาครัฐจะตองเปนลักษณะ Bottom-up ไมใช Top Down ความหมายของแผนชุมชน สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ไดใหความหมาย ของแผนชุ ม ชนว า หมายถึ ง การกํา หนดอนาคตและกิ จ กรรมการพั ฒ นาของชุ ม ชน โดย เกิดขึ้นจากคนในชุมชนที่มีการรวมตัวกันจัดทําแผนขึ้นมา เพื่อใชเปนแนวทางในการพัฒนา ชุมชนหรือทองถิ่นของตนเอง ใหเปนไปตามที่ตองการและสามารถแกปญหาที่ชุมชนเผชิญ อยู คนในชุมชนมีสวนรวมคิด รวมกําหนด แนวทางและทํากิจกรรมการพัฒนารวมกัน ยึด หลักการพึ่งตนเอง ลดการพึ่งพิงภายนอก คํานึงถึงศักยภาพ ทรัพยากร ภูมิปญญา วิถีชีวิต วัฒนธรรม และสิ่งแวดลอมในทองถิ่นเป นหลัก จึงกล าวไดว า แผนชุมชนเปนของชุมชน ดําเนินการโดยชุมชนและเพื่อประโยชนของชุมชนเอง ซึ่งแตกตางจากแผนที่ภาครัฐจัดทําขึ้น เพื่อการจัดสรรงบประมาณเปนหลัก ศาสตราจารย นายแพทยประเวศ วะสี ไดนําเสนอความหมายของแผนชุมชนวา “เป น กระบวนการวิ เ คราะห วิ นิ จ ฉั ย ป ญ หา ว า คื อ อะไร และจะทํ า อะไร คื อ การวิ เ คราะห ทางเลือก เปนกระบวนการทางปญญาที่ทรงพลัง เมื่อวิเคราะหแลวนําไปสูการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะนําไปสูการแกปญหา กระบวนการจัดทําแผนชุมชนเปนการเรียนรูจากการปฏิบัติจริง (Interactive Learning interaction)” ดร.ขนิฏฐา กาญจนรังษีนนท ไดอธิบายความหมายของแผนชุมชนวา “เปนสวน หนึ่งของระบบการบริหารจัดการชุมชน ที่แสดงถึงประสิทธิภาพของความรวมมือและการ เรี ย นรู ร ว มกั น ของคนในชุ ม ชน เพื่ อ แก ไ ขป ญ หาและพั ฒ นาชุ ม ชนของตนและชุม ชน ที่ สามารถบริหารจัดการกับการพัฒนาและแกไขปญหาของชุมชนได ชุมชนจะมีการดําเนินการ ใน 6 เรื่อง คือ มีระบบขอมูล มีแผนชุมชน มีการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรูรวมกัน มีการนํา แผนไปปฏิบัติ มีทุนของชุมชน และมีองคกรเขมแข็งอยางนอย 1 องคกร
  12. 12. ~ 12 ~ ความหมายของการพัฒนาชุมชน สุวิทย ยิ่งวรพันธ (2509) ไดใหความหมายวา การพัฒนาชุมชน คือ กระบวนการที่ มุงสงเสริมความเปนอยูของประชาชนใหดีขึ้น ทั้งนี้ โดยประชาชนเขารวมมือและริเริ่ม ดําเนินงานเอง และสรุปความหมายของการ “พัฒนาชุมชน” ไวดังนี้ คือ 1. การปรับปรุงสงเสริมใหชุมชนหนึ่งดีขึ้นหรือมีวิวัฒนาการดีขึ้น 2. การสงเสริมใหชุมชนนั้น ๆ มีวิวัฒนาการดีขึ้น คือ เจริญทั้งดานเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม 3. การพัฒนาชุมชนนั้น จะตองพัฒนาทางดานวัตถุและพัฒนาดานจิตใจ 3.1 การพัฒนาดานวัตถุ คือ การสรางความเจริญใหแกชุมชน เพื่อสงเสริมใหเกิดมี หรือเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่เห็นโดยแจงชัด เชน การสงเสริมดานการผลิตผล การสงเสริมระบบ ขนสง การคมนาคม การชลประทาน และดานอื่น ๆ 3.2 การพัฒนาดานจิตใจ คือ การสรางความเจริญ โดยมุงจะใหการศึกษาอบรม ประชาชน ซึ่งรวมทั้งการใหการศึกษาตามโรงเรียน มหาวิทยาลัย ตามโครงการของ กระทรวงศึกษาธิการและการศึกษานอกระบบโรงเรียน 4. การพัฒนาชุมชน คือ กระบวนการที่สงเสริมความเปนอยูของประชาชนใหดีขึ้น ทั้งนี้ โดยประชาชนเขารวมมือและริเริ่มดําเนินงานเอง Arthur Dunham กลาววา การพัฒนาชุมชน คือ การรวมกําลังดําเนินการปรับปรุง สภาพความเปนอยูของชุมชนใหมีความเปนปกแผนและดําเนินงานไปในแนวทางที่ตนเอง ตองการ โดยอาศัยความรวมกําลังของประชาชนในชุมชนนั้นในการชวยเหลือตนเองและ รวมมือกันดําเนินงาน และตองไดรับการสนับสนุนชวยเหลือทางดานวิชาการจากหนวยงาน ภายนอก องคการสหประชาชาติ (2505) ใหคําจํากัดความวา การพัฒนาชุมชน เปนขบวนการ ซึ่งประชาชนทั้งหลายไดพ ยายามรวบรวมกั นทํ าเองและมาร วมกั บ เจ าหน าที่ ของรั ฐบาล เพื่อที่จะทําใหสภาพเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมของชุมชนนั้น ๆ เจริญดีขึ้นและผสมผสาน ชุมชนเหลานั้นเขาเปนชีวิตของชาติและเพื่อที่จะทําใหประชาชนอุทิศกาย ใจ ความคิด ความรู และทรัพย เพื่อความเจริญเติบโตของชาติอยางเต็มที่ องคการบริหารวิเทศกิจของสหรัฐอเมริกา (2505) ใหคําจํากัดความวา การพัฒนา ชุมชน เปนขบวนการแหงการกระทําทางสังคม ซึ่งประชาชนในชุมชนนั้นรวมกันจัดการ วางแผนและลงมือกระทําการเอง พิจารณาใหรูชัดวา กลุมหรือเอกชนมีความตองการหรือ ขาดแคลนอะไร มีปญหาอะไรซึ่งเปนปญหารวมกัน แลวจึงจัดทําแผนเพื่อขจัดความขาด
  13. 13. ~ 13 ~ แคลนหรือบําบัดความตองการ หรือแกปญหาตางๆ โดยที่พยายามใชทรัพยากรที่มีอยูใน ชุมชนนั้น ๆ ใหมากที่สุดและถาจําเปน อาจจะขอความชวยเหลือจากภายนอก คือ รัฐ หรือ องคกรอื่น เพียงเทาที่จําเปน สัญญา สัญญาวิวัฒน (2515) ใหคําจํากัดความวา การพัฒนาชุมชน เปนการ เปลี่ยนแปลงที่มีการกําหนดทิศทาง (Directed Change) ซึ่งทิศทางที่กําหนดขึ้น ยอมตอง เปนผลดีสําหรับกลุมชนหรือชุมชน การพัฒนาจึงอาจเรียกไดวา เปนการเปลี่ยนแปลงที่พึง ปรารถนา (Desired Change) หรือการเปลี่ยนแปลงที่ถูกพอกพูนดวยคานิยม (Value Loaded Change) ตามระบบคานิยมของชุมชนซึ่งเปนเครื่องกําหนดความมีคุณคาหรือไร คุณคาของสิ่งตาง ๆ ไพฑูรย เครือแกว (2518) ใหทัศนะวา การพัฒนาชุมชน เปนกระบวนการพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมที่จะทําใหชีวิตทุกดานของชาวชนบทมีการเจริญกาวหนาขึ้นพรอม ๆ กัน สาย หุตเจริญ (2512) ใหความหมายวา การพัฒนาชุมชน เปนวิธีการสรางชุมชนให เจริญโดยอาศัยกําลังความสามารถของประชาชนและความชวยเหลือของรับบาลรวมกัน พัฒน บุณยรัตพันธ (2515) ใหทัศนะวา การพัฒนาชุมชน เปนขบวนการอยางหนึ่ง ที่รัฐบาลนํามาใช เพื่อเปนการกระตุนเตือน ยั่วยุ และสงเสริมประชาชนในชนบท ใหเกิด ความคิดริเริ่มขึ้นและเสริมสรางทองถิ่นใหกาวหนา ทั้งในดานเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการดูแลตนเองตามระบอบประชาธิปไตย ปรีชา กลิ่นรัตน กลาววา การพัฒนาชุมชน เปนกระบวนการที่มุงสงเสริมความ เปนอยูของประชาชนใหดีขึ้น โดยความรวมมืออยางจริงจังของประชาชน และควรเปน ความคิดริเริ่มของประชาชนเองดวย แตถาประชาชนไมรูจักริเริ่ม ก็ใหใชเทคนิคกระตุนเตือน ใหเกิดความคิดริเริ่ม ทั้งนี้ เพื่อใหกระบวนการนี้ไดรับการตอบสนองจากประชาชนดวยการ กระตือรือรนอยางจริงจัง ความสําคัญของการพัฒนาชุมชน ในปจจุบันงานดานการพัฒนาชุมชนมีความสําคัญตอการพัฒนาประเทศมาก เพราะ สภาพปญหาของการพัฒนาชุมชนนั้นเปนวงจรที่สงผลกระทบตอกันเปนลูกโซ จากความไมรู สูความจนและการเจ็บปวย ซึ่งเปนอุปสรรคในการพัฒนา เปนวัฏจักรแหงความชั่วราย ดังนั้น ทุกหนวยงานทุกองคกร ตองชวยกันขจัดปญหาเหลานี้ใหหมดไป ความยากจนในชนบท เปนปญหาหลักที่ทุกหนวยงานพยายามหาทางแกไข โดยการ เพิ่มพูนรายไดของประชาชนใหสูงขึ้น (Increasing Income) แตในการพัฒนาที่ผานมา พบวา
  14. 14. ~ 14 ~ ยิ่งมีการพัฒนายิ่งทําใหประชาชนยากจนลง กลาวคือ จากการมุงพัฒนาประเทศเพื่อให ทัดเทียมนานาอารยประเทศ โดยเนนการพัฒนาทางดานเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ใน ขณะเดียวกัน ภาคเกษตรกรรมซึ่งเปนประชากรเนนการพัฒนาทางดานเศรษฐกิจและ อุตสาหกรรม ในขณะเดียวกันภาคเกษตรกรรมซึ่งเปนประชากรสวนใหญของประเทศ ไมได รับการดูแลอยางทั่วถึง อันเปนเหตุใหเกิดความแตกตางทางฐานะของบุคคลสองกลุม กลุม หนึ่งมีจํานวนไมมาก มีฐานะร่ํารวย มีอํานาจทางเศรษฐกิจ กับอีกกลุมหนึ่งเปนคนสวนมาก อาชีพหลัก คือ เกษตรกรรม ซึ่งความไมเปนธรรมในการกระจายรายได กําลังกลายเปน ปญหาที่สําคัญ ความแตกตางระหวางเมืองกับชนบทมีมากขึ้น ประชาชนในภาคอีสานมีฐานะ ทางเศรษฐกิจต่ําลงเมื่อเปรียบเทียบกับประชาชนในภาคอื่น ๆ ดัชนีที่นักเศรษฐศาสตรสราง ขึ้นมาเพื่อวัดการกระจายรายไดของประเทศ วามีความเทาเทียมกันมากนอยเพียงใด คือ Gini-coefficient (G-C) คาดัชนี G-C 7 จะมีคาระหวาง 0 ถึง 1 ถา G-C มีคาเขาใกล 1 มา เทาใด แสดงวา การกระจายรายไดจะเลวลง ในทางตรงขามถา G-C จะมีคาเขาใกล 0 แสดง วา การกระจายรายไดมีความเทาเทียมกันมากขึ้น ในป 2535 คา G-C = 0.536 ซึ่งนับวามี คาสูงสุดในบรรดาคา G-C ที่ไดมีการวัดขึ้นมาในอดีต คือ ป 2518 คา G-C = 0.451 ป 2524 คา G-C = 0.473 ป 2533 คา G-C = 0.504 จากการกระจายรายไดที่มีลักษณะตกต่ําลงเรื่อย ๆ เปนสิ่งที่ยืนยันความเชื่อที่วา แมวาประเทสไทยจะประสบความสําเร็จอยางสูงทางดานการ เจริญเติบโตของระบบเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม แตความเจริญดังกลาวไมไดกระจายไปสู ประชาชนโดยทั่วหนากัน แตหากกระจุกตัวอยูกับกลุมคนบางกลุมเทานั้น จากการวิเคราะหปญหาความเลื่อมล้ําทางสังคมและความยากจน ความยากจนเกิด จากปจจัยตาง ๆ ซึ่งมีความเกี่ยวของเชื่อมโยงกัน มีลักษณะเปนลูกโซ วัฏจักรแหงความยากจน การมีทุนนอย  (Capital Deficiency)  การลงทุนต่ํา  การมีเงินออมต่ํา  ผลิตภาพต่ํา  (Low Investment)  (Low Savings) (Low Productivity)  การมีอุปสงคต่ํา  การมีรายไดที่แทจริงต่ํา  (Low Demand)  (Low Real Income) 
  15. 15. ~ 15 ~ ดังนั้น การพัฒนาชุมชน จึงมีความจําเปนอยางยิ่งที่จะชวยลดชองวางทางสังคมและ ขจัดปญหาความยากจนในชุมชนใหลดนอยลง ซึ่งจําเปนตองอาศัยความรวมมือจากทุกฝาย ทั้งภาครัฐบาล เอกชน องคกรชุมชน นักวิชาการ และองคกรธุรกิจ โดยเฉพาะอยางยิ่ง ภาครัฐบาล ซึ่งเปนองคกรหลักในการพัฒนา ตองใหความสําคัญตอการพัฒนา โดยเฉพาะ อยางยิ่ง การพัฒนาโดยการบรรจุไวในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ซึ่งเปน แนวทางและมีมาตรฐานในการปฏิบัติเปนขั้นตอนและมีความตอเนื่อง ตามโครงการที่กําหนด เพื่อขจัดปญหาความยากจนใหหมดสิ้นไป จุดมุงหมายในการพัฒนาชุมชน จุดมุงหมายในการพัฒนาที่นักพัฒนาจะตองระลึกอยูเสมอ เพื่อชวยใหการดําเนินงาน ไปสูจุดหมาย ก็คือ 1. เพื่อพัฒนาคนใหมีประสิทธิภาพ 2. สงเสริมใหประชาชนรวมมือกันในการพัฒนาหมูบานของตนเอง 3. สงเสริมใหประชาชนรูสึกภาคภูมิใจที่จะอาศัยและประกอบอาชีพในหมูบานของ ตนอยางสงบสุข 4. สงเสริมฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัวและชุมชนใหดีขึ้น 5. สงเสริมความสามารถของแตละบุคคล ใหแตละคนนําเอาความสามารถในตัวเอง ออกมาใชใหเปนประโยชน 6. สงเสริมการรวมกลุมในการดําเนินชีวิตตามระบอบประชาธิปไตย 7. เพื่อพัฒนาสิ่งแวดลอมในสังคมใหดีขึ้น 8. เพื่อสงเสริมใหประชาชนสามารถแกปญหาของตนเองและชุมชนได 9. เพื่อกระตุนใหประชาชนไดมีสวนรวมในการพัฒนาตนเอง ชุมชน ประเทศชาติ 10. เพื่อใหการศึกษาแกประชาชนในทุกรูปแบบเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเอง และครอบครัวใหดขึ้น ี จากจุดหมายดังกลาวแลว ถานักพัฒนาไดดําเนินการใหบรรลุตามความมุงหมายที่ได วางไว นับวาการพัฒนาไดเกิดขึ้นแลวในชุมชน (วรรณี เลาสุวรรณ, 2526) แนวคิดที่เกี่ยวกับชุมชน “ชุมชน” มีนัยและความหมายที่เปนไปตามพลวัตหรือกระแสของสังคม แตถา พิจารณาโดยละเอียด จะพบวา นักวิชาการ นักพัฒนา หรือผูคนที่ใหความหมายของคําวา
  16. 16. ~ 16 ~ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555–2559) แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 ทุกภาคสวนในสังคมไทยเห็นพองรวมกันนอมนาหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงมาเปนปรัชญานาทางในการพัฒนาประเทศอยางตอเนื่อง เพื่อมุงใหเกิด ภูมิคุมกันและมีการบริหารจัดการความเสี่ยงอยางเหมาะสม เพื่อใหการพัฒนาประเทศสู ความสมดุลและยั่งยืน มุงสู “สังคมอยูรวมกันอยางมีความสุข ดวยความเสมอภาค เปน ธรรม และมีภูมิคุมกันตอการเปลี่ยนแปลง” การพัฒนาประเทศในระยะแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 มีแนวคิดที่มีความตอเนื่องจากแนวคิด ของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 8-10 โดยยังคงยึดหลัก “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” และ “คนเปนศูนยกลางของการพัฒนา” รวมทั้ง “สรางสมดุลการพัฒนา” ในทุกมิติ และ ขับเคลื่อนใหบังเกิดผลในทางปฏิบัตที่ชัดเจนยิ่งขึ้นในทุกระดับ เพื่อใหการพัฒนาและบริหาร ิ ประเทศเปนไปบนทางสายกลาง การกําหนดทิศทางและยุทธศาสตรการพัฒนาประเทศในระยะของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 ตองเรงสรางภูมิคุมกันเพิ่มขึ้นในมิติการพัฒนาดานตางๆ ดังนี้ 1. การพัฒนาคนและสังคมไทยสูสังคมคุณภาพ 1.1 การสรางความเปนธรรมในสังคม 1.2 การพัฒนาคนสูสังคมแหงการเรียนรูตลอดชีวิต 2. การปรับโครงสรางเศรษฐกิจสูทิศทางการเติบโตในรูปแบบใหม ที่มุงพัฒนาเศรษฐกิจ ภายในประเทศใหเขมแข็ง เพื่อลดการพึ่งพาปจจัยภายนอก 2.1 การสรางความเขมแข็งภาคเกษตร ความมั่นคงของอาหารและพลังงาน 2.2 การปรับโครงสรางเศรษฐกิจสูการเติบโตอยางมีคุณภาพและยั่งยืน ให ความสําคัญกับการปรับโครงสรางเศรษฐกิจบนฐานความรู ความคิดสรางสรรค และภูมิ ปญญา 2.3 การสรางความเชือมโยงกับประเทศในภูมิภาคเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและ ่ สังคมใหความสําคัญกับการเชื่อมโยงการพัฒนาเศรษฐกิจภายในประเทศกับความรวมมือ ระหวางประเทศในภูมิภาคตางๆ
  17. 17. ~ 17 ~ 3. การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมอยางยั่งยืน การประเมินสถานการณ ความเสี่ยงและการสรางภูมิคุมกันของประเทศ สถานการณการเปลี่ยนแปลงที่มีผลตอการพัฒนาประเทศ ประเทศไทยยังตอง เผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่สําคัญทั้งในระดับโลก และภายในประเทศ ซึ่งมีผลกระทบทั้งที่ เปนโอกาสและความเสี่ยงตอการพัฒนาประเทศ ดังนี้ การเปลี่ยนแปลงสําคัญระดับโลก 1) กฎ กติกาใหมของโลกหลายดานสงผลใหทุกประเทศตองปรับตัว 2) การปรับตัวเขาสูเศรษฐกิจโลกแบบหลายศูนยกลาง รวมทั้งภูมิภาคเอเชีย ทวีความสําคัญเพิ่มขึ้น การรวมกลุมเศรษฐกิจที่สําคัญตอประเทศไทยในชวงแผนพัฒนาฯ  ฉบับที่ 11 ไดแก การรวมกลุมในภูมภาคเอเชีย ภายใตกรอบการคาเสรีของอาเซียนกับจีน ญี่ ิ ปุน และอินเดียและการเปนประชาคมอาเซียนในป 2558 3) การเขาสูสังคมผูสูงอายุของโลกอยางตอเนื่อง 4) การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกสงผลใหสภาพภูมิอากาศแปรปรวน 5) ความมันคงทางอาหารและพลังงานของโลกมีแนวโนมจะเปนปญหาสําคัญ ่ 6) ความกาวหนาทางเทคโนโลยีมีบทบาทสําคัญตอการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งตอบสนองตอการดํารงชีวิตของประชาชนมากยิ่งขึ้น 7) การกอการรายสากลเปนภัยคุกคามประชาคมโลก การเปลี่ยนแปลงภายในประเทศ 1) การเปลี่ยนแปลงสภาวะดานเศรษฐกิจ 2) การเปลี่ยนแปลงสภาวะดานสังคม ประเทศไทยกาวสูสังคมผูสูงอายุจากการมี โครงสรางประชากรทีวัยสูงอายุเพิ่มขึ้น วัยเด็กและวัยแรงงานลดลง คนไทยไดรับการพัฒนา ่ ศักยภาพทุกชวงวัยแตมีปญหาคุณภาพการศึกษาและระดับสติปญญาของเด็ก 3) การเปลี่ยนแปลงสภาวะดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม 4) การเปลี่ยนแปลงสภาวะดานการบริหารจัดการการพัฒนาประเทศ ่ การประเมินความเสียง ประเทศไทยจะเผชิญกับความเสียงที่ตองเตรียมการสราง ่ ภูมิคุมกันใหประเทศพรอมเผชิญการเปลี่ยนแปลงอยางมีประสิทธิภาพ 6 ประการ ดังนี้ 1. การบริหารภาครัฐออนแอ
  18. 18. ~ 18 ~ แนวขอสอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ 1. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ฉบับปจจุบันคือ ก. ฉบับที่ 9 ข. ฉบับที่ 10 ค. ฉบับที่ 11 ง. ฉบับที่ 12 ตอบ ค. ฉบับที่ 11 2. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ฉบับปจจุบันใชใน พ.ศ.ใด ก. พ.ศ. 2553 -2557 ข. พ.ศ. 2554-2558 ค. พ.ศ. 2555-2559 ง. พ.ศ. 2556-2560 ตอบ ค. พ.ศ. 2555-2559 3. เหตุผลของการนําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช คือ ก. เพื่อใหเกิดภูมิคุมกัน ข. บริหารจัดการความเสี่ยง ค. พัฒนาประเทศสูความสมดุล ง. ถูกทุกขอ ตอบ ง. ถูกทุกขอ แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 ทุกภาคสวนในสังคมไทยเห็นพองรวมกันนอมนาหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเปนปรัชญานาทางในการพัฒนาประเทศอยางตอเนื่อง เพื่อ มุงใหเกิดภูมิคุมกันและมีการบริหารจัดการความเสี่ยงอยางเหมาะสม เพื่อใหการพัฒนา ประเทศสูความสมดุลและยั่งยืน มุงสู “สังคมอยูรวมกันอยางมีความสุข ดวยความเสมอ ภาค เปนธรรม และมีภูมิคุมกันตอการเปลี่ยนแปลง” 4. แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 มีแนวคิดตอเนื่องจากแผนพัฒนาฉบับใด ก. ฉบับที่ 8 ข. ฉบับที่ 9 ค. ฉบับที่ 10 ง. ถูกทุกขอ ตอบ ง. ถูกทุกขอ การพัฒนาประเทศในระยะแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 มีแนวคิดที่มีความตอเนื่องจาก แนวคิดของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 8-10 โดยยังคงยึดหลัก “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” และ “คนเปนศูนยกลางของการพัฒนา” รวมทั้ง “สรางสมดุลการพัฒนา” ในทุกมิติ
  19. 19. ~ 19 ~ และขับเคลื่อนใหบังเกิดผลในทางปฏิบัติที่ชัดเจนยิ่งขึ้นในทุกระดับ เพื่อใหการพัฒนาและ บริหารประเทศเปนไปบนทางสายกลาง 5. แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 ยึดหลักใด ก. ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ค. สรางสมดุลการพัฒนา ตอบ ง. ถูกทุกขอ ข. คนเปนศูนยกลางของการพัฒนา ง. ถูกทุกขอ 6. ภูมิคุมกันในการพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 คือ ก. การพัฒนาคนและสังคมไทยสูสังคมคุณภาพ ข. ปรับโครงสรางเศรษฐกิจสูทิศทางการเติบโตในรูปแบบใหม ค. การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมอยางยั่งยืน ง. ถูกทุกขอ ตอบ ง. ถูกทุกขอ การกําหนดทิศทางและยุทธศาสตรการพัฒนาประเทศในระยะของแผนพัฒนาฯ ฉบับ ที่ 11 ตองเรงสรางภูมิคมกันเพิ่มขึ้นในมิติการพัฒนาดานตางๆ ดังนี้ ุ 1. การพัฒนาคนและสังคมไทยสูสังคมคุณภาพ 2. การปรับโครงสรางเศรษฐกิจสูทิศทางการเติบโตในรูปแบบใหม 3. การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมอยางยั่งยืน 7. การสรางความเปนธรรมในสังคม เปนการสรางภูมิคุมกันดานใด ก. การพัฒนาคนและสังคมไทยสูสังคมคุณภาพ ข. การปรับโครงสรางเศรษฐกิจสูทิศทางการเติบโตในรูปแบบใหม ค. การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมอยางยั่งยืน ง. การเตรียมพื้นฐานสูการพัฒนา ตอบ ก. การพัฒนาคนและสังคมไทยสูสังคมคุณภาพ
  20. 20. ~ 20 ~ แนวขอสอบพระราชบัญญัติขอมูลขาวสารของราชการ  พ.ศ.2540 5. ขอใดหมายถึง ขอมูลขาวสารสวนบุคคล ก. ลายพิมพนิ้วมือ ค. แผนบันทึกลักษณะเสียงของคน ข. ประวัติอาชญากรรม ง. ถูกทุกขอ 6. ขอใดกลาวถูกตองเกี่ยวกับ คนตางดาว ก. บุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทยและไมมีถิ่นที่อยูในประเทศไทย ข. บุคคลธรรมดาที่ไมมีสัญชาติไทย และมีถิ่นที่อยูในประเทศไทย ค. บุคคลธรรมดาที่ไมมีสัญชาติไทย และไมมีถิ่นที่อยูในประเทศไทย ง. บุคคลธรรมดาที่ไมมีสัญชาติไทย 7. ผูรักษาการตามพระราชบัญญัติขอมูลขาวสาร พ.ศ. 2540 คือ ก. นายกรัฐมนตรี ข. ผูวาราชการจังหวัด ค. ปลัดกระทรวง ง. รัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทย 8. ขอมูลขาวสารใดที่ตองลงพิมพในราชกิจจานุเบกษา ก. โครงสรางและการจัดองคกรในการดําเนินงาน ข. สรุปอํานาจหนาที่ที่สําคัญและวิธีการดําเนินงาน ค. สถานที่ติดตอเพื่อขอรับขอมูลขาวสาร หรือคําแนะนําในการติดตอกับหนวยงานของรัฐ ง. ถูกทุกขอ 9. ขอมูลขาวสารของราชการที่จะเปดเผยมิได คือขอใด ก. ขอมูลขาวสารของราชการที่อาจกอใหเกิดความเสียหายตอสถาบันพระมหากษัตริย ข. ขอมูลขาวสารที่อาจกอใหเกิดความเสียหายตอความมั่นคงของประเทศ ค. ขอมูลขาวสารที่เปดเผยจะทําใหกฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพ ง. ถูกทุกขอ
  21. 21. ~ 21 ~ 10. คณะกรรมการขอมูลขาวสารของราชการ ประกอบดวยผูใดเปนประธาน ก. รัฐมนตรี ข. ผูวาราชการจังหวัด ค. ปลัดกระทรวงการคลัง ง. รัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทย 11. ผูใดไมใชคณะกรรมการขอมูลขาวสารของราชการ ก. ปลัดกระทรวงกลาโหม ข. ปลัดกระทรวงมหาดไทย ค. ปลัดกรุงเทพมหานคร ง. ปลัดกระทรวงการตางประเทศ 12. ผูทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการขอมูลขาวสารของราชการ ซึ่งคณะรัฐมนตรีแตงตั้งมี จํานวนกี่คน ก. หาคน ข. เจ็ดคน ค. เกาคน ง. สิบเอ็ดคน 13. คณะกรรมการวินิจฉัยการเปดเผยขอมูลขาวสาร คณะหนึ่งประกอบดวยใครบาง ก. บุคคลไมนอยกวาหนึ่งคน เลขานุการ และผูชวยเลขานุการ ข. บุคคลไมนอยกวาสองคน เลขานุการ และผูชวยเลขานุการ ค. บุคคลไมนอยกวาสามคน เลขานุการ และผูชวยเลขานุการ ง. บุคคลไมนอยกวาสี่คน เลขานุการ และผูชวยเลขานุการ 14.ผูใดไมปฏิบัติตามคําสั่งของคณะกรรมการที่สั่งใหบุคคลใดมาใหถอยคําหรือใหสงวัตถุ เอกสาร หรือพยานหลักฐานมาประกอบการพิจารณาตองระวางโทษอยางไร ก. จําคุกไมเกินหนึ่งเดือน หรือปรับไมเกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ข. จําคุกไมเกินสองเดือน หรือปรับไมเกินสองพันบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ค. จําคุกไมเกินสามเดือน หรือปรับไมเกินสามพันบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ง. จําคุกไมเกินสามเดือน หรือปรับไมเกินหาพันบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ 15. ผูใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามขอจํากัดหรือเงื่อนไขที่เจาหนาที่ของรัฐกําหนดโดยทําการ เปดเผยขอมูลขาวสารที่ปกปด ตองระวางโทษอยางไร ก. จําคุกไมเกินหนึ่งป หรือปรับไมเกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ข. จําคุกไมเกินสองป หรือปรับไมเกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ค. จําคุกไมเกินหาป หรือปรับไมเกินหาหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
  22. 22. ~ 22 ~ สั่งซื้อไดที่ www.SheetRam.com โทรศัพท : 02-7230950,02-5141422, 085-9679080,085-9993722,085-9993740

×