1
2

ขอบเขตเนื้อหา
ความรูทวไปเกี่ยวกับกรมสงเสริมการปกครองทองถิ่น
ั่
ประวัติความเปนมา
กรมสงเสริมการปกครองทองถิ่น
อํานาจ...
3

ประวัตความเปนมา
ิ
กรมสงเสริมการปกครองทองถิ่น
เปนสวนราชการที่จัดตั้งขึ้นใหมใน สังกัดกระทรวงมหาดไทยที่มีบทบาทภารกิจ...
4

7. กําหนดแนวทาง วางระบบ และสรางตัวชีวัดเพือเปนมาตรฐานการดําเนินงานขององคกร
้
่
ปกครองสวนทองถิ่น ตลอดจนกํากับดูแลให...
5

สรุปสาระสําคัญประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย
ทรัพยสินและสวนของทรัพย
ความหมายของทรัพยสินและทรัพยสิน
มาตรา 137 “ทรัพย ห...
6

ข.ทรัพยที่เกิดหรือติดกับที่ดินโดยมนุษย เชน การสรางอาคาร
บานเรือน อนุสาวรีย หอนาฬิกา เปนตน
หลั ก ที่ ค วรพิ จ าร...
7

นอกจากนี้ สิทธิอื่นๆ ที่ เปนนามธรรมที่กฎหมายใหการรับรอง เช น สิทธิตาม
สัญญา สิทธิในการเรียกรองคาสินไหมทดแทนจากผูล...
8

1.2โดยจารีตประเพณี ไดแก บานที่ปลูกลงบนที่ดินก็ถือวาบานเปน
สวนควบของที่ดินตามจารีตประเพณีแลว หรือครัวถือวาเปนส...
9

สรุปสาระสําคัญกฎหมายอาญา
ความผิด
เกี่ยวกับทรัพย
หมวด 1 ความผิดฐานหลักทรัพยและวิ่งราวทรัพย
ความผิดตามหมวด 1 นี้มี 2 ฐ...
10

การลักทรัพย เปนเรืองการเอาทรัพยของผูอนหรือที่ผูอื่นเปนเจาของรวมอยู
่
ื่
ดวยไปจากการครอบครองของผูอนโดยทุจริต
...
11

แนวขอสอบพระราชบัญญัติขอมูลขาวสารของราชการ

พ.ศ.2540
3. ขอมูลขาวสารที่อยูในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหนวยงานข...
12

ข. สรุปอํานาจหนาที่ที่สําคัญและวิธีการดําเนินงาน
ค. สถานที่ติดตอเพื่อขอรับขอมูลขาวสาร หรือคําแนะนําในการติดตอกับห...
13

แน อสอ การเลือกตัง
นวข อบ
งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือ บริหาร
้
ก
อผู า
ทองถิน พ.ศ. 2 และแกไขเพ่มเติม
่
2545
พิ
5.องคก ...
14

41.เมื่อไดมีประกาศใหมีการเลือกตังในเขตใดแลว มิใหนํากฎหมายใดมาใช
้
ก. กฎหมายวาดวยการรักษาความสะอาด และความเปนระ...
15

แนวขอสอบ พระราชบัญญัติวาดวยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอด

ถอนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. 2542
4. พรบ.วาด...
16

เพราะเหตุที่ไมสมควรดํารงตําแหนงตอไปใหถือเกณฑจํานวนผูมีสิทธิเลือกตั้ง ขององคกร
ปกครองสวนทองถิ่นแตละแหง ดังนี...
17

วันที่ผูวาราชการจังหวัดไดรับคํารอง และใหสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นผูนั้น
จัดทําคําชี้แจงขอเท็จ จริง...
18

แนวขอสอบพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของ
เจาหนาที่
3. ถาการละเมิดเกิดจากเจาหนาที่ซึ่งไมไดสังกัดหนวยงานของร...
19

สั่งซื้อไดที่
www.SheetRam.com
โทรศัพท : 02-7230950,02-5141422,
085-9679080,085-9993722,085-9993740
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

E-BOOK คู่มือเตรียมสอบ นิติกร 3 กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ข้อสอบกรมการปกครองท้องถิ่น ป

773 views

Published on

E-BOOK คู่มือเตรียมสอบ นิติกร 3 กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ข้อสอบกรมการปกครองท้องถิ่น ปี 57
ราคา 249 บาท
สั่งซื้อได้ที่ :www.Sheetram.com
บริษัท ชีทราม จำกัด
ชมรมลูกพ่อขุนประยุกต์ สำนักงานใหญ่
453 ถนนรามคำแหง(ปากซอย 53)
หัวหมาก บางกระปิ กรุงเทพฯ 102
โทรศัพท์ : 02-7230950,02-5141422,085-9679080,
085-9993722,085-9993740
FAX : 02-718-6528
เปิดบริการ 8.15-21.30 น. ทุกวัน

Published in: Education
  • Be the first to comment

E-BOOK คู่มือเตรียมสอบ นิติกร 3 กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ข้อสอบกรมการปกครองท้องถิ่น ป

  1. 1. 1
  2. 2. 2 ขอบเขตเนื้อหา ความรูทวไปเกี่ยวกับกรมสงเสริมการปกครองทองถิ่น ั่ ประวัติความเปนมา กรมสงเสริมการปกครองทองถิ่น อํานาจหนาที่ วิสัยทัศนและพันธกิจ ประเด็นยุทธศาสตร (Strategic Issues) สรุปสาระสําคัญเกี่ยวกับตําแหนงนิตกร ิ สรุปสาระสําคัญ ประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย สรุปสาระสําคัญ ประมวลกฎหมายอาญา สรุปสาระสําคัญ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง สรุปสาระสําคัญ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา แนวขอสอบ ิ กฎหมายที่ควรรูเกี่ยวกับตําแหนงนิตกร พระราชบัญญัติขอมูลขาวสารของทางราชการ พ.ศ. 2540 แนวขอสอบ พระราชบัญญัติขอมูลขาวสารของทางราชการ พ.ศ. 2540 พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ.2548 และที่แกไขเพิมเติม ่ แนวขอสอบ พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ.2548 และที่แกไขเพิมเติม ่ ิ พระราชบัญญัติวาดวยการเขาชื่อเสนอขอบัญญัตทองถิ่น พ.ศ. 2542 แนวขอสอบ พระราชบัญญัติวาดวยการเขาชื่อเสนอขอบัญญัตทองถิ่น พ.ศ. 2542 ิ พระราชบัญญัติวาดวยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาทองถิ่น หรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. 2542 แนวขอสอบ พระราชบัญญัติวาดวยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาทองถิ่น หรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. 2542 พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผนดิน พ.ศ.2534 และที่แกไขเพิ่มเติม แนวขอสอบ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผนดิน พ.ศ.2534 และที่แกไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติวธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 ิ แนวขอสอบ พระราชบัญญัติวธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 ิ พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจาหนาที่ พ.ศ. 2539 แนวขอสอบ พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจาหนาที่ พ.ศ. 2539 4 4 4 5 6 8 60 94 138 176 186 201 209 253 275 278 281 291 301 341 361 383 391 400
  3. 3. 3 ประวัตความเปนมา ิ กรมสงเสริมการปกครองทองถิ่น เปนสวนราชการที่จัดตั้งขึ้นใหมใน สังกัดกระทรวงมหาดไทยที่มีบทบาทภารกิจสําคัญใน การสงเสริมสนับสนุนองคกร ปกครองสวนทองถิ่น โดยการพัฒนาและใหคําปรึกษา แนะนํา องคกรปกครองสวนทองถิ่นในดานการจัดทําแผนพัฒนาทองถิ่น การบริหารงานบุคคล การเงินการคลัง และการบริหารจัดการ เพื่อให องคกรปกครองสวนทองถิ่น มีความเขมแข็ง และมีศักยภาพในการใหบริการสาธารณะ ทั้งนี้ อํานาจหนาที่และโครงสรางสวนราชการ ของ กรมสงเสริมการปกครองทองถิ่น เปนไปตามกฏกระทรวงแบงสวนราชการกรมสงเสริมการ ปกครองทองถิ่นกระทรวง มหาดไทย พ.ศ. 2545 ซึ่งกําหนดไวดังนี้ อํานาจหนาที่ 1. ดําเนินการพัฒนาระบบ รูปแบบ และโครงสรางขององคกรปกครองสวนทองถิ่น 2. สงเสริมและสนับสนุนในการจัดทํา ประสานและบูรณาการแผนพัฒนาทองถิ่นและวางระบบ ในการติดตามและประเมิน ผลการดําเนินงานตามแผนพัฒนาทองถิ่น 3. ดําเนินการจัดทํา แกไข ปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวของกับองคกรปกครองสวน ทองถิ่น รวมทั้งใหคําปรึกษา แนะนํา และกํากับดูแลการปฏิบัติงานตามอํานาจ หนาที่ของ องคการปกครองสวนทองถิ่น 4. กําหนดแนวทางและจัดทํามาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลขององคกร ปกครอง สวนทองถิ่น ทั้งนี้ ตามกฎหมายวาดวยการบริการงานบุคคลสวนทองถิ่น 5. สงเสริม สนับสนุน และประสานการดําเนินงานดานการเงิน การคลัง การงบประมาณ การ พัสดุการจัดเก็บรายได และการประกอบกิจการพาณิชยขององคกรปกครองสวน ทองถิ่น รวมทั้งวางระบบตรวจสอบระบบการเงิน การบัญชี และ การพัสดุขององคการ ปกครองสวนทองถิ่น 6. สงเสริมสนับสนุนและประสานการจัดการบริการสาธารณะและการศึกษาในอํานาจหนาที่ของ องคกรปกครองสวนทองถิ่น
  4. 4. 4 7. กําหนดแนวทาง วางระบบ และสรางตัวชีวัดเพือเปนมาตรฐานการดําเนินงานขององคกร ้ ่ ปกครองสวนทองถิ่น ตลอดจนกํากับดูแลใหเปนไปตามมาตรฐาน 8. สงเสริมภาคประชาชนใหมีสวนรวมในการบริหารงานและตรวจสอบการดําเนินงานของ องคกรปกครองสวนทองถิ่น 9. พัฒนาระบบขอมูลสารสนเทศเพื่อการบริการขององคการปกครองสวนทองถิ่น 10. พัฒนาบุคลากรขององคการปกครองสวนทองถินและของกรม ่ 11. ปฏิบัติการอืนใดตามที่กฎหมายกําหนดใหเปนอํานาจหนาที่ของกรมหรือตามที่กระทรวงหรือ ่ คณะรัฐมนตรีมอบหมาย ตอมาในป พ.ศ.2551 ไดมีการประกาศใชกฎกระทรวงแบงสวนราชการกรมสงเสริมการ ปกครองทองถิ่น กระทรวงมหาดไทย พ.ศ.2551 โดยกําหนดใหมีราชการบริหารสวน ภูมิภาค และจัดตั้งสํานักงานสงเสริมการปกครองทองถิ่นจังหวัดขึ้นในกรมสงเสริมการ ปกครองทองถิ่น เพื่อทําหนาที่ประสานงานและปฏิบัติหนาที่ในฐานะตัวแทนของกรม ใน ราชการสวนภูมิภาค เพื่อใหการดําเนินการกํากับ ดูแล และสนับสนุนการปฎิบัติงานของ องคกรปกครองสวนทองถิ่นเปนไปอยางคลองตัว และมีประสิทธิภาพ และจัดตั้งกลุม ตรวจสอบภายในและกลุ ม พั ฒ นาระบบบริ ห ารขึ้ น ในกรมส ง เสริ ม การปกครองท อ งถิ่ น กระทรวงมหาดไทย เพื่อทําหนาที่ตรวจสอบการดําเนินงานภายในสวนราชการ สนับสนุน การปฏิบัติงานของกรมสงเสริมการปกครองทองถิ่น และพัฒนาการบริหารของสวนราชการ ใหเกิดผลสัมฤทธิ์ มีประสิทธิภาพ และคุมคา วิสัยทัศนและพันธกิจ วิสัยทัศนกรมสงเสริมการปกครองทองถิ่น (Vision) “ เปนองคกรหลักในการสงเสริมให อปท. เขมแข็งอยางยั่งยืน ” พันธกิจกรมสงเสริมการปกครองทองถิ่น (Mission) 1. พัฒนากรมสงเสริมการปกครองทองถิ่นใหเปนองคกรที่มีสมรรถนะสูง 2. สงเสริมการจัดทําแผนพัฒนาทองถิ่นใหสอดคลองกับแผนยุทธศาสตรระดับชาติ ระดับจังหวัด และตอบสนองความตองการของประชาชนภายใตกระบวนการมีสวนรวมจาก ภาคีเครือขาย
  5. 5. 5 สรุปสาระสําคัญประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย ทรัพยสินและสวนของทรัพย ความหมายของทรัพยสินและทรัพยสิน มาตรา 137 “ทรัพย หมายความวา วัตถุมีรูปราง” มาตรา 138 “ทรัพยสินหมายความรวมทั้ง ทรัพยและวัตถุไมมีรูปรางซึ่งอาจ มีราคาและอาจถือเอาได” จากบทบัญญัติดังกลาว สามารถแยกวิเคราะหศัพท คําวา “ทรัพย” คือ วัตถุที่มี รูปราง สวนคําวา “ทรัพยสิน” คือวัตถุที่มีรปรางหรือไมมีรูปรางก็ได ฉะนั้น ทรัพยตาม ู มาตรา 137 จึงเปนสวนหนึ่งของทรัพยสินตามมาตรา 138 ตองนําองคประกอบที่วา “อาจมี  ราคาและอาจถือเอาได” มาใชดวยแมจะมิไดระบุไวก็ตาม “วัตถุมีรูปราง” หมายถึง สิ่งที่มองเห็นดวยตา จับตองสัมผัสได ไมตองคํานึงถึง ขนาดทรัพยบางอยางจึงไมอาจมองเห็นดวยตาเปลา หรือสัมผัสไดถนัดนัก เชน เชื้อโรคแต หากใชเครื่องมือขยายไดดวยกลองจุลทรรศน และมีรูปรางในตัวเองโดยลําพังก็ใชไดแลว ประเภทของทรัพย 1.อสังหาริมทรัพย มาตรา 139 “อสังหาริมทรัพย หมายความวา ที่ดินและทรัพยอันติดอยูกบ ั ที่ดิน มีลักษณะเปนการถาวร หรือประกอบเปนอันเดียวกับที่ดินนั้น และหมายความ รวมถึงทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับที่ดน หรือทรัพยอนติดอยูกับที่ดินหรือประกอบเปนอัน ิ ั เดียวกับทีดินนั้นดวย” ่ สามารถแยกอธิบายลักษณะสําคัญได 4 กรณี 1.1 ที่ดิน คือพืนดินบนโลกหรือพื้นดินทั่วๆ ไป แตไมรวมถึงพื้นน้ํา หรือดินที่ขุด ้ ขึ้นมาแลว 1.2 ทรัพยอันติดกับที่ดิน โดยมีลักษณะติดตรึงตราแนนหนา และถาวรไดแก ก.ทรั พ ย ที่ เ กิ ด หรื อ ติ ด กั บ ที่ ดิ น โดยธรรมชาติ เช น ไม ยื น ต น มี อ ายุ ยาวนานกวา 3 ป นั้นมีลักษณะติดถาวรและเปนสวนควบ จึงเปนอสังหาริมทรัพย สวนตนไม ลมลุกและธัญชาติที่มีอายุต่ํากวา 3 ป เชน ตนขาวตาง ๆ จึงเปนสังหาริมทรัพย
  6. 6. 6 ข.ทรัพยที่เกิดหรือติดกับที่ดินโดยมนุษย เชน การสรางอาคาร บานเรือน อนุสาวรีย หอนาฬิกา เปนตน หลั ก ที่ ค วรพิ จ ารณา คื อ การดู ส ภาพและเจตนาเป น สํ า คั ญ โดยไม ส นใจ ระยะเวลาที่นํามาติด เชน รานคางานกาชาด แมจัดงานเพียง 10 วัน แตตัวอาคารรานคา คงทนถาวรใชขายสินคาทุกป ก็ถือวาเปนอสังหาริมทรัพยแลว 1.3 ทรัพยซึ่งประกอบเปนอันหนึ่งอันเดียวกับทีดิน คือ ทรัพยที่เปนสวนหนึ่ง ่ หรือประกอบเปนพื้นดิน เชน แมน้ํา หิน ทราย และแรธาตุซึ่งมีอยูตามธรรมชาติหรือมนุษย นํามารวมไวกับที่ดินก็ตาม แตไมรวมถึงสังหาริมทรัพยที่ซอนฝงหรือจมอยูในดิน เชน วัตถุ  โบราณ ทอประปา เปนตน 1.4 ทรัพยสินอันเกี่ยวกับที่ดินหรือติดอยูกับที่ดนหรือประกอบเปนอัน ิ เดียวกับทีดิน ไดแก กรรมสิทธิ์ สิทธิครอบครอง ภาระจํายอม สิทธิอาศัย สิทธิเหนือพื้นดิน ่ สิทธิเก็บกิน การติดพันในอสังหาริมทรัพย และสิทธิจํานองอันเกี่ยวกับที่ดิน เปนตน 2.สังหาริมทรัพย มาตรา 140 “สั ง หาริ ม ทรั พ ย หมายความว า ทรั พ ย สิ น อื่ น นอกจาก อสังหาริมทรัพย และหมายความรวมถึงสิทธิอันเกี่ยวกับทรัพยสินนั้นดวย” อะไรซึ่ ง ไม ใ ช อ สั ง หาริ ม ทรั พ ย ต อ งเป น สั ง หาริ ม ทรั พ ย เ สมอไป และเป น สังหาริมทรัพยหรือไม ถาไมเขาหลักเกณฑอสังหาริมทรัพยตามมาตรา 139 ตอบไดทันทีวา เปนสังหาริมทรัพย สามารถแยกออกไดเปน 2 กรณี 2.1 ทรัพยสินอืนนอกจากอสังหาริมทรัพย คือ ทรัพยที่เคลื่อนไหวได เชน ่ รถยนต แกว แหวน เงินทอง เปนตน 2.2 สิทธิอันเกียวกับทรัพยสิน คือการเนนตัวสิทธิ ซึ่งเปนนามธรรมที่เกี่ยวกับตัว ่ ทรัพยที่เปนรูปธรรม แตไมไดใชคําวา ทรัพยสิทธิ จึงเปนคนละกรณี สวนในตอนทายใชคําวา ทรัพยสิน แสดงวาสิทธิตัวนี้ รวมทังทรัพยที่มีรปราง และไมมีรูปราง ซึงอาจมีราคา และอาจ ้ ู ่ ถือเอาไดดวย เชน กรรมสิทธิ์รถยนต เปนตน สิทธิในสังหาริมทรัพยทไมมีรูปราง ตองเปนสิทธิที่กฎหมายใหการรับรองแลว เชน ี่ ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร สิทธิในเครื่องหมายการคา เปนตน
  7. 7. 7 นอกจากนี้ สิทธิอื่นๆ ที่ เปนนามธรรมที่กฎหมายใหการรับรอง เช น สิทธิตาม สัญญา สิทธิในการเรียกรองคาสินไหมทดแทนจากผูละเมิด สิทธิเรียกรองคาชดเชยของ ลูกจาง หรือ สิทธิการเชารถยนต จึงเปนสังหาริมทรัพย สังหาริมทรัพย อสังหาริมทรัพย - ตองมีเจาของเสมอ จํานองได การโอนตองทําตามแบบ มีแดนกรรมสิทธิ์ การครอบครองปรปกษ 10 ป - จะมีหรือไมมีก็ได จํานําได ไมนิยมกําหนดแบบเพียงสงมอบก็ พอแลว ไมมีแดนกรรมสิทธิ์ การครอบครองปรปกษ 5 ป สวนของทรัพย เนื่องจากการเกิดความสัมพันธระหวางทรัพยหลายสิ่งในรูปลักษณะตาง ๆ จึงไดมี การกําหนดสิ่งเหลานี้ ไดแก สวนควบ อุปกรณและดอกผลใหเปนสวนของทรัพยตามประมวล กฎหมายแพงและพาณิชยดวย 1. สวนควบ มาตรา 144 วรรคแรกบัญญัติวา “สวนควบของทรัพย หมายความวา สวน ซึ่งโดยสภาพแหงทรัพยหรือโดยจารีตประเพณีแหงทองถิ่นเปนสาระสําคัญในความ เปนอยูของทรัพยนั้น และไมอาจแยกกันไดนอกจากจะทําลาย ทําใหบุบสลายหรือทํา ใหทรัพยนั้นเปลี่ยนแปลงรูปทรงหรือสภาพไป เจาของทรัพยยอมมีกรรมสิทธิ์ในสวน ควบของทรัพยนั้น” หลักเกณฑองคประกอบของการเปนสวนควบ มี 2 ประการ ดังนี้ 1. ตองเปนสาระสําคัญแหงความเปนอยูของตัวทรัพยนั้นไมวา 1.1โดยสภาพแหงทรัพ ย ไดแก ตั วถังรถ ล อ และ เครื่องยนต เปน สาระสําคัญของรถยนตโดยสภาพ หรือแวนตา ก็ถือวาเลนสหรือกระจกเปนสาระสําคัญ เปน ตน
  8. 8. 8 1.2โดยจารีตประเพณี ไดแก บานที่ปลูกลงบนที่ดินก็ถือวาบานเปน สวนควบของที่ดินตามจารีตประเพณีแลว หรือครัวถือวาเปนสาระสําคัญของตัวบานโดยจารีต ประเพณี (คําพิพากษาฎีกาที่ 86/2493) 2. ต อ งไม ส ามารถแยกจากกั น ได นอกจากจะทํ า ลาย ทํ า บุ บ สลายหรื อ เปลี่ยนแปลงรูปทรง ขอสังเกต ตองเปนทรัพยตั้งแต 2 สิ่งขึ้นไปมารวมกัน โดจะเปนสังหาริมทรัพยหรือ อสังหาริมทรัพยก็ได และสวนควบนันจะเปนทรัพยของคนเดียวกันหรือตางเจาของกันก็ได ้ ลักษณะของการรวมกันโดยสภาพ อาจเปนการกระทําของบุคคล เชน บาน เรือน โตะ เกาอี้ และรถยนต หรืออาจเปนการรวมสภาพโดยธรรมชาติก็ได เชน ทีงอกริมตลิ่ง ่ (มาตรา 1308) ซึ่งตองงอกติดตอเปนแปลงเดียวจากที่ดินเดิม จึงจะเปนสวนควบหากมีถนน หรือทางหลวงคั่น หรือแมแตมีลําทางน้ําไหลคั่น หรือหากเปนการงอกมาจากกลางน้ําเขาหา ฝง หาใชสวนควบของทีดินแปลงนั้นไม ่ กรณีสําหรับเครื่องสุขภัณฑ เชน อางลางหนา อางอาบน้ํา ทอประปา และโคม ไฟ มิใชสวนควบของโรงเรือน และกรณีเครื่องปรับอากาศที่ติดกับอาคารไมเปนสาระสําคัญ ในความเปนอยูของอาคารอันไมอาจแยกออกไดนอกจากทําใหอาคารเสียรูปทรง ถือวาไม เปนสวนควบของอาคาร น้ํามันกับรถยนต ก็ไมถือวาเปนสวนควบ เพราะสิ่งเหลานี้สามารถ แยกจากกันไดโดยมิตองทําลาย ทําบุบสลายหรือเปลี่ยนแปลงรูปทรงแตอยางใด ฝากั้นหองแมจะมีสภาพไมอาจแยกจากตัวบานได และหากรื้อทําใหบุบสลาย ไปก็ตาม แตตามปกติยอมไมถือวาเปนสาระสําคัญของตัวบาน เวนแตจะนําสืบใหเห็นวามี จารีตประเพณีเชนนั้น เห็นวาเอาฝากั้นหองออกสภาพบานก็ยังมีอยูแตถาเอาฝาบานออก เหลือแตหลังคา อาจจะขัดกับจารีตประเพณีได ขอยกเวนที่ไมเปนสวนควบ มี 3 กรณี 1. ไมลมลุกหรือธัญชาติ (มาตรา 145)เชน ตนกลวย, ตนขาว เปนตน 2. ทรัพยที่ติดกับโรงเรือนหรือที่ดินเพียงชั่วคราว (มาตรา 146) เชน ปลูก อาคารเพื่อแสดงมหกรรมสินคา เมื่อเสร็จก็จะรื้อไป หรือ แมปลูกไมยืนตน แตมีเจตนาเพื่อตัด ขาย อันเปนการปลูกมีระยะเวลาชั่วคราว ไมถือวาเปนสวนควบ
  9. 9. 9 สรุปสาระสําคัญกฎหมายอาญา ความผิด เกี่ยวกับทรัพย หมวด 1 ความผิดฐานหลักทรัพยและวิ่งราวทรัพย ความผิดตามหมวด 1 นี้มี 2 ฐานความผิด คือ ความผิดฐานลักทรัพยและ ความผิดฐานวิ่งราวทรัพยมี 5 มาตราดวยกัน มาตรา 334 ความผิดฐานลักทรัพย ตัวบท ผูใดเอาทรัพยของผูอื่นหรือที่ผูอื่นเปนเจาของรวมอยูดวยไปโดยทุจริต ผูนั้น กระทําความผิดฐานลักทรัพย ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสามปและปรับไมเกินหกพันบาท องคประกอบความผิด มาตรา 334 มีองคประกอบความผิดดังนี้ 1. เอาไป 2. ทรัพยของผูอื่นหรือที่ผูอนเปนเจาของรวมอยูดวย ื่ 3. โดยเจตนา 4. โดยทุจริต คําอธิบาย เอาไป หมายความวา เอาไปจากการครอบครองของผูอื่น ทั้งนี้จะเปนการที่ เจาของทรัพยครอบครองทรัพยนั้นเองหรือครอบครองโดยใหผูอื่นยึดถือทรัพยนั้นไวแทนก็ได การเอาไปจะเอาไปดวยวิธอยางใดก็ไดแตตองเปนการทําใหทรัพยนั้นเคลื่อนที่ ี ไปจากที่เดิมในลักษณะที่จะพาเอาไปได การเอาไปนี้ตองเปนการเอาไปอยางถาวรในลักษณะเปนการตัดสิทธิของเจา ทรั พ ย มิ ใ ช เ ป น การเอาไปชั่ ว คราว ปกติ ท รั พ ย ที่ ผู ก ระทํ า ผิ ด เอาไปโดยทุ จ ริ ต นั้ น เป น สังหาริมทรัพย แตการเอาไปซึ่งอสังหาริมทรัพยก็อาจมีการเอาไปได เชน ขุด เอาดินไป รื้อ เอาฝาบานไป เปนตน
  10. 10. 10 การลักทรัพย เปนเรืองการเอาทรัพยของผูอนหรือที่ผูอื่นเปนเจาของรวมอยู ่ ื่ ดวยไปจากการครอบครองของผูอนโดยทุจริต ื่ การครอบครองทรัพย หมายถึงการยึดถือทรัพยโดยมีเจตนาที่จะยึดถือไว เพื่อตนเองและผูครอบครองมีฐานะเปนผูมีอํานาจเหนือทรัพยนั้นอยางแทจริง ทรัพยของผูอื่นหรือที่ผูอื่นเปนเจาของรวมอยูดวย หมายความวาทรัพยที่เอา ไปนั้นตองเปนทรัพยของผูอื่นหรือที่ผูอื่นเปนเจาของรวมอยูดวย ตัวอยางที่ 1 แดงเอาหนังสือซึ่งอยูในการครอบครองของดําไปโดยทุจริตแดงมี ความผิดฐานลักทรัพย ตัวอยางที่ 2ดํากับแดงเขาหุนกันซื้อหนังสือเลมหนึ่ง ขณะดําครอบครองหนังสือ เลมนั้นอยู แดงเอาหนังสือนั้นไปโดยทุจริต แดงก็มีความผิดฐานลักทรัพยเชนกัน แมแดงจะ มีสวนรวมเปนเจาของในหนังสือเลมนั้นอยูดวยก็ตาม ขอสังเกต ตามตัวอยางที่ 2 ถาแดงเอาหนังสือเลมนั้นไปโดยทุจริตระหวางที่หนังสือ เลมนั้นอยูในความครอบครองของแดง แดงมีความผิดฐานยักยอก ตามมาตรา 352 โดยเจตนา หมายความวาผูกระทําตองมีเจตนาตามมาตีรา 59 วรรคสอง โดยทุจริต หมายความวาเพื่อแสวงหาประโยชนที่มิควรได โดยชอบดวยกฎหมาย สําหรับผูกระทําเองหรือผูอื่น ตัวอยางคําพิพากษาฎีกา 1. คําพิพากษาฎีกาที่ 535/2500 โคของผูเสียหายติดรวมอยูในฝูงโคของจําเลย ผูเสียหายแยกออกไมไดจึงพูดสั่งใหจําเลยดูไวใหดวยเดี๋ยวจะมาเอา จําเลยรับคําแลวพาฝูงโค ไปบานและพาโคของผูเสียหายไป เปนความผิดฐานลักทรัพย 2. คําพิพากษาฎีกาที่ 519/2502 จําเลยเก็บกระเปาเงินของเจาทรัพยซึ่งเหน็บ ไวที่เอวแลวเลื่อนหลุดไปจากเอวในขณะที่ดูภาพยนตรใกลกัน ถือวาทรัพยยังคงอยูในความ ยึดถือของเจาทรัพยไมใชทรัพยที่อยูในสภาพของตกหาย เมื่อจําเลยเอาไปเสียยอมเปน ความผิดฐานลักทรัพยมิใชยักยอกเก็บของตก 3. คําพิพากษาฎีกาที่ 179/2509 จําเลยลอบเปดกระเปาถือที่ผูเสียหายฝาก จําเลยใหดูช่วคราว แลวเอาสรอยกับธนบัตรไป เปนความผิดฐานลักทรัพยไมใชยักยอก ั 4. คําพิพากษาฎีกาที่ 1403/2510 คนราย 3 คน รวมกันลักรถยนตจิ๊ป โดยคน หนึ่งทําหนาที่ขับรถ กําลังตอสายไฟใหเครื่องยนตติด อีก 2 คนชวยกันเข็นใหเครื่องยนตติด รถเคลื่อนไป 3 เมตร แตเครื่องยนตไมติดและเจาพนักงานตํารวจพบการกระทําผิดเสียกอน
  11. 11. 11 แนวขอสอบพระราชบัญญัติขอมูลขาวสารของราชการ  พ.ศ.2540 3. ขอมูลขาวสารที่อยูในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหนวยงานของรัฐ ไมวาจะ เป น ข อ มู ล ข า วสารเกี่ ย วกั บ การดํ า เนิ น งานของรั ฐ หรื อ ข อ มู ล ข า วสารเกี่ ย วกั บ เอกชน หมายความถึงขอใด ก. ขอมูลขาวสาร ข. ขอมูลขาวสารของราชการ ค. ขอมูลราชการ ง. ขอมูลหนวยงาน 4. ขอใดหมายถึง หนวยงานของรัฐ ก. ราชการสวนกลาง ค. ราชการสวนทองถิ่น ข. ราชการสวนภูมิภาค ง. ถูกทุกขอ 5. ขอใดหมายถึง ขอมูลขาวสารสวนบุคคล ก. ลายพิมพนิ้วมือ ค. แผนบันทึกลักษณะเสียงของคน ข. ประวัติอาชญากรรม ง. ถูกทุกขอ 6. ขอใดกลาวถูกตองเกี่ยวกับ คนตางดาว ก. บุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทยและไมมีถิ่นที่อยูในประเทศไทย ข. บุคคลธรรมดาที่ไมมีสัญชาติไทย และมีถิ่นที่อยูในประเทศไทย ค. บุคคลธรรมดาที่ไมมีสัญชาติไทย และไมมีถิ่นที่อยูในประเทศไทย ง. บุคคลธรรมดาที่ไมมีสัญชาติไทย 7. ผูรักษาการตามพระราชบัญญัติขอมูลขาวสาร พ.ศ. 2540 คือ ก. นายกรัฐมนตรี ข. ผูวาราชการจังหวัด ค. ปลัดกระทรวง ง. รัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทย 8. ขอมูลขาวสารใดที่ตองลงพิมพในราชกิจจานุเบกษา  ก. โครงสรางและการจัดองคกรในการดําเนินงาน
  12. 12. 12 ข. สรุปอํานาจหนาที่ที่สําคัญและวิธีการดําเนินงาน ค. สถานที่ติดตอเพื่อขอรับขอมูลขาวสาร หรือคําแนะนําในการติดตอกับหนวยงานของรัฐ ง. ถูกทุกขอ 9. ขอมูลขาวสารของราชการที่จะเปดเผยมิได คือขอใด ก. ขอมูลขาวสารของราชการที่อาจกอใหเกิดความเสียหายตอสถาบันพระมหากษัตริย ข. ขอมูลขาวสารที่อาจกอใหเกิดความเสียหายตอความมั่นคงของประเทศ ค. ขอมูลขาวสารที่เปดเผยจะทําใหกฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพ ง. ถูกทุกขอ 10. คณะกรรมการขอมูลขาวสารของราชการ ประกอบดวยผูใดเปนประธาน ก. รัฐมนตรี ข. ผูวาราชการจังหวัด ค. ปลัดกระทรวงการคลัง ง. รัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทย 11. ผูใดไมใชคณะกรรมการขอมูลขาวสารของราชการ ก. ปลัดกระทรวงกลาโหม ข. ปลัดกระทรวงมหาดไทย ค. ปลัดกรุงเทพมหานคร ง. ปลัดกระทรวงการตางประเทศ 12. ผูทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการขอมูลขาวสารของราชการ ซึ่งคณะรัฐมนตรีแตงตั้งมี จํานวนกี่คน ก. หาคน ข. เจ็ดคน ค. เกาคน ง. สิบเอ็ดคน 13. คณะกรรมการวินิจฉัยการเปดเผยขอมูลขาวสาร คณะหนึ่งประกอบดวยใครบาง ก. บุคคลไมนอยกวาหนึ่งคน เลขานุการ และผูชวยเลขานุการ ข. บุคคลไมนอยกวาสองคน เลขานุการ และผูชวยเลขานุการ ค. บุคคลไมนอยกวาสามคน เลขานุการ และผูชวยเลขานุการ ง. บุคคลไมนอยกวาสี่คน เลขานุการ และผูชวยเลขานุการ
  13. 13. 13 แน อสอ การเลือกตัง นวข อบ งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือ บริหาร ้ ก อผู า ทองถิน พ.ศ. 2 และแกไขเพ่มเติม ่ 2545 พิ 5.องคก หารสวนทองถิ่น หมายความถึงขอใด การบริ ส ก. องคการ หารสวน งหวัด รบริ นจั ข. เทศบาล ล ค. องคการ หารสวน าบล รบริ นตํ ง. ถูกทุกขอ ตอบ ง. ถูกทุกขอ "องคกรปกครองสวนทองถิ่น" หม ท มายความวา องคการบริิหารสวนจังหวัด เทศบาล จั องคการ หารสวน าบล กรุง รบริ นตํ งเทพมหาน เมืองพััทยา และอง กรปกคร วนทองถิ่นอื่น นคร งค รองส ง ที่มีกฎห หมายจัดตั้ง 6.ผูบริห องถิ่น หมายถึงใค หารท คร ก. ปลัดองคการบริหาร วนจังหวััด ค รส ข. สมาชิกส องถิ่น สภาท ค. คณะผูบ หารทองถิ่น บริ  ถิ ง. ปลัดองคการบริหาร วนตําบล ค รส ตอบ ค. ค บริห องถิ่น คณะผู หารท "ผูบริหารทองถิ่น" หมายความรวมถึง คณะผูบริหารทอง ่น ผู งถิ น นส ใคร 7.หัวหนาพนักงาน วนทองถิ่น หมายถึงใ ก. ปลัดองคการบริหาร วนจังหวััด ค รส ข. สมาชิกส องถิ่น สภาท ค. คณะผูบ หารทองถิ่น บริ  ถิ ง. ปลัดองคการบริหาร วนตําบล ค รส ตอบ ก. ป ดองคกา หารสวนจังหวัด ปลั ารบริ ส "หัวหนาพนกงานสวน องถิ่น" หมายความวา ปลัดองคการบริหาร วนจังหวัด นั นท ว ค รส ปลัดเทศบาล ปลัด การบริหารสวนตํา ปลัดกรงเทพมหานคร ปลัดเมืองพัทยา และ ดองค ริ าบล รุ มื หัวหนา กงานหรืือหัวหนาขาราชการข าพนั ข ขององคกรป ปกครองสวน องถินอืน นท ่ ่ 8.“นายอําเภอ” หม งใคร มายถึ ก. ผูอํานวย ยการเขต ค. นายกอง การบริหา วนตําบล งค ารส ตอบ ง. ถูกเฉพาะขอ ก. และ ขอ ข. ข ข. ปลัดอําเ เภอ ง. ถูกเฉพา อ ก. แล ขอ ข. าะข ละ
  14. 14. 14 41.เมื่อไดมีประกาศใหมีการเลือกตังในเขตใดแลว มิใหนํากฎหมายใดมาใช ้ ก. กฎหมายวาดวยการรักษาความสะอาด และความเปนระเบียบเรียบรอยของ บานเมือง ข. กฎหมายวาดวยความมั่นคง ค. กฎหมายวาดวยความปลอดภัย ง. มิไดมีการยกเลิกกฎหมายใด ตอบ ก. กฎหมายวาดวยการรักษาความสะอาด และความเปนระเบียบ เรียบรอยของบานเมือง 42.การลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง กระทําตั้งแตเวลาใด ก. 08.00 น. – 12.00 น. ข. 08.30 น. -15.30 น. ค. 08.00 น. – 15.00 น. ง. 08.30 น. – 17.00 น. ตอบ ค. 08.00 น. – 15.00 น. พรบ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถินหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. 2545 มาตรา 67 ใน ่ วันเลือกตั้งใหเปดการลงคะแนนเลือกตั้งตั้งแตเวลา 08.00 นาฬิกา ถึงเวลา 15.00 นาฬิกา 43.เมื่อทําเครื่องหมายลงในบัตรเลือกตั้ง แลวใหทําอยางไร ก. มวนลงไปในหีบเลือกตั้ง ข. หยอนลงไปในหีบเลือกตั้งเลย ค. พับบัตรเลือกตั้งแลวหยอนลงไปในหีบเลือกตั้ง ง. วิธีการใดกอได ตอบ ค. พับบัตรเลือกตั้งแลวหยอนลงไปในหีบเลือกตั้ง พรบ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถินหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. 2545 มาตรา 73 เมื่อ ่ ผูมีสิทธิเลือกตั้งทําเครื่องหมายลงในบัตรเลือกตั้งแลว ใหพับบัตรเลือกตั้งเพื่อมิใหผูอนทราบ ื่ ไดวาลงคะแนนเลือกตั้งใหแกผูสมัครใด แลวใหนําบัตรเลือกตังนั้นใสลงในหีบบัตรเลือกตั้ง ้ ดวยตนเองตอหนากรรมการประจําหนวยเลือกตั้ง 44.ในกรณีที่องคกรปกครองสวนทองถิ่น งดการลงคะแนนเลือกตั้งนั้นจะเปนไดในกรณีใด ก. เหตุจลาจล ข. อุทกภัย ค. อัคคีภัย ง. ถูกทุกขอ
  15. 15. 15 แนวขอสอบ พระราชบัญญัติวาดวยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอด  ถอนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. 2542 4. พรบ.วาดวยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น บัญญัติใหอํานาจหนาที่ในการดําเนินการเกี่ยวกับการลงคะแนนถอดถอนสมาชิกสภาทองถิ่น ในตางจังหวัด เปนอํานาจหนาที่ของใคร ก. นายกองคการบริหารสวนจังหวัด ข. ปลัดอําเภอ ค. ผูวาราชการจังหวัด ง. รั ฐ มนตรี ว า การกระทรวงมหาดไทย ตอบ ค. ผูวาราชการจังหวัด 5. พรบ.วาดวยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น บัญญัติใหอํานาจหนาที่ในการดําเนินการเกี่ยวกับการลงคะแนนถอดถอนสมาชิกสภาทองถิ่น ในกรุงเทพมหานคร เปนอํานาจหนาที่ของใคร ก. นายกองคการบริหารสวนจังหวัด ข. ปลัดอําเภอ ค. ผูวาราชการจังหวัด ง. รัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทย ตอบ ง. รัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทย ในกรณีที่พระราชบัญญัตินี้บัญญัติใหเปนอํานาจหนาที่ของผูวาราชการจังหวัดในการ ดําเนินการเกี่ยวกับการลงคะแนนเสียงถอดถอนสมาชิกสภาทอง ถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น ถา เป น การดํ า เนิ น การในเขตกรุ ง เทพมหานครให เ ป น อํ า นาจหน า ที่ ข องรั ฐ มนตรี ว า การ กระทรวงมหาดไทย 6. ผูมีสิทธิเลือกตั้งเกินหนึ่งแสนคนแตไมเกินหาแสนคนตองมีผูเขาชื่อรองขอตอผูวาราชการ จังหวัดเพื่อดํ าเนินการให มีการลงคะแนนเสียงถอดถอนสมาชิ กสภาทองถิ่นไม น อยกว า เทาใดของจํานวนผูมีสิทธิเลือกตั้งในองคกรปกครองสวนทองถิ่นนั้น ข. หนึ่งหมื่นคน ก. หาพันคน ค. สองหมื่นคน ง. สองหมื่นหาพันคน ตอบ ค. สองหมื่นคน การเขาชื่อรองขอตอผูวาราชการจังหวัดเพื่อดําเนินการใหมีการลง คะแนนเสียงถอด ถอนสมาชิกสภาทองถิ่นผูใดหรือผูบริหารทองถิ่นผูใดของ องคกรปกครองสวนทองถิ่นนั้น
  16. 16. 16 เพราะเหตุที่ไมสมควรดํารงตําแหนงตอไปใหถือเกณฑจํานวนผูมีสิทธิเลือกตั้ง ขององคกร ปกครองสวนทองถิ่นแตละแหง ดังนี้ ผูมีสิทธิเลือกตั้งเกินหนึ่งแสนคนแตไมเกินหาแสนคนตองมีผูเขาชื่อไม นอยกวาสอง หมื่นคนของจํานวนผูมีสิทธิเลือกตั้งในองคกรปกครองสวนทองถิ่นนั้น 7. ผูมีสิทธิเลือกตั้งเกินกวาหาแสนคนแตไมเกินหนึ่งลานคนตองมีผูเขาชื่อรองขอตอผูวา ราชการจังหวัดเพื่อดําเนินการใหมีการลงคะแนนเสียงถอดถอนสมาชิกสภาทองถิ่นไม นอย กวาเทาใดของจํานวนผูมีสิทธิเลือกตั้งในองคกรปกครองสวนทองถิ่นนั้น ข. หนึ่งหมื่นคน ก. หาพันคน ค. สองหมื่นคน ง. สองหมื่นหาพันคน ตอบ ง. สองหมื่นหาพันคน ผูมีสิทธิเลือกตั้งเกินกวาหาแสนคนแตไมเกินหนึ่งลานคนตองมีผูเขา ชื่อไมนอยกวา สองหมื่นหาพันคนของจํานวนผูมีสิทธิเลือกตั้งในองคกรปกครองสวนทองถิ่นนั้น 8. ผูมีสิทธิเลือกตั้งเกินกวาหนึ่งลานคนตองมีผูเขาชื่อรองขอตอผูวาราชการจังหวัดเพื่อ ดํา เนิ น การให มี ก ารลงคะแนนเสี ย งถอดถอนสมาชิ ก สภาท อ งถิ่ น ไม น อ ยกว า เท า ใดของ จํานวนผูมีสิทธิเลือกตั้งในองคกรปกครองสวนทองถิ่นนั้น ก. หาพันคน ข. หนึ่งหมื่นคน ง. สามหมื่นคน ค. สองหมื่นคน ตอบ ง. สามหมื่นคน ผูมี สิท ธิเ ลื อ กตั้ง เกิน กว า หนึ่ ง ล า นคนต อ งมี ผูเ ข า ชื่ อ ไม น อ ยกว า สาม หมื่ น คนของ จํานวนผูมีสิทธิเลือกตั้งในองคกรปกครองสวนทองถิ่นนั้น 9. สมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นที่ถูกยื่นคํารองขอใหถอดถอน ผูนั้นตองจัดทําคํา ชี้แจงขอเท็จจริงเพื่อแกขอกลาวหาตามคํารองยื่นตอผูวาราชการจังหวัดภายในกี่วันนับแต วันที่ไดรับแจงคํารองจากผูวาราชการจังหวัด ก. เจ็ดวัน ข. สิบหาวัน ค. สามสิบวัน ง. สี่สิบหาวัน ตอบ ค. สามสิบวัน เมื่อ ผูวาราชการจังหวัดได รับคํ าร อง ใหดําเนินการจั ดสง คํารองไปใหสมาชิกสภา ทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นผู ที่ถูกรองขอใหลงคะแนนเสียงถอดถอนภายในเจ็ดวันนับแต
  17. 17. 17 วันที่ผูวาราชการจังหวัดไดรับคํารอง และใหสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นผูนั้น จัดทําคําชี้แจงขอเท็จ จริงเพื่อแกขอกลาวหาตามคํารองยื่นตอผูวาราชการจังหวัดภายใน สามสิบวัน นับแตวันที่ไดรับแจงคํารองจากผูวาราชการจังหวัด 10.เมื่ อ ผู วา ราชการจั ง หวั ด ได รั บ คํ าชี้ แ จงข อ เท็ จ จริ ง เพื่ อ แก ขอ กล า วหาของสมาชิ ก สภา ทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น ใหผูวาราชการจังหวัดแจงใหคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ ภายในกี่วันนับแตวันที่ไดรับคําชี้แจงหรือวันครบกําหนด ก. หาวัน ข. เจ็ดวัน ค. สิบหาวัน ง. สามสิบวัน ตอบ ข. เจ็ดวัน เมื่อผูวาราชการจังหวัดไดรับคําชี้แจงขอเท็จจริงเพื่อแกขอกลาวหาของสมาชิกสภา ทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น ใหผูวาราชการจังหวัดแจงใหคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ ภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ไดรับคําชี้แจงหรือวันครบกําหนด แลวแตกรณี เพื่อดําเนินการจัด ใหมีการลงคะแนนเสียงถอดถอนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นตอไป พรอมทั้ง จัดสงคํารอง และคําชี้แจงขอเท็จจริงเพื่อแกขอกลาวหาถาหากมีไปดวย 11. ใหคณะกรรมการการเลือกตั้งจัดใหมีการลงคะแนนเสียงถอดถอนสมาชิกสภาทองถิ่น หรือผูบริหารทองถิ่นในองคกรปกครองสวนทองถิ่นนั้น โดยใหประกาศกําหนดวันลงคะแนน เสียงไมเกินกี่วันนับแตวันที่ไดรับแจงจากผูวาราชการจังหวัด ก. สามสิบวัน ข. สี่สิบหาวัน ค. หกสิบวัน ง. เกาสิบวัน ตอบ ง. เกาสิบวัน คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดใหมีการลงคะแนนเสียงถอดถอนสมาชิกสภาทองถิ่น หรือผูบริหารทองถิ่นในองคกรปกครองสวนทองถิ่นนั้น โดยใหประกาศกําหนดวันลงคะแนน เสียงไมเกินเกาสิบวันนับแตวันที่ไดรับแจงจากผูวาราชการจังหวัด 12.การกําหนดที่ลงคะแนนเสียงของหนวยลงคะแนนเสียงนั้น ใหคํานึงถึงสิ่งใด ก.จํานวนผูมีสิทธิลงคะแนนเสียง ข.ความสะดวกในการเดินทางไปใชสิทธิลงคะแนนเสียง ค. ถูกทั้งขอ ก. และขอ ข.
  18. 18. 18 แนวขอสอบพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของ เจาหนาที่ 3. ถาการละเมิดเกิดจากเจาหนาที่ซึ่งไมไดสังกัดหนวยงานของรัฐแหงใด ผูเสียหายสามารถ ฟองหนวยงานใดได ก. กระทรวงการคลัง ข.กระทรวงกลาโหม ค. กระทรวงยุติธรรม ง. กระทรวงมหาดไทย ตอบ ก. กระทรวงการคลัง พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจาหนาที่ เปนพระราชบัญญัติที่กําหนดให หนวยงานของรัฐตองรับผิดตอผูเสียหายในผลแหงละเมิดที่เจาหนาที่ของตนไดกระทําในการ ปฏิบัติหนาที่ ซึ่งผูเสียหายสามารถฟองหนวยงานของรัฐซึ่งเจาหนาที่ดังกลาวสังกัดอยูได โดยตรง ไมสามารถฟองเจาหนาที่ได (มาตรา 5 วรรคหนึ่ง) ถาการละเมิดเกิดจากเจาหนาที่ ซึ่ ง ไม ได สัง กั ดหน ว ยงานของรั ฐแห งใด ผู เ สี ย หายสามารถฟ อ งกระทรวงการคลั งให เป น หนวยงานของรัฐที่ตองรับผิดได (มาตรา 5 วรรคสอง) 4. ถาหนวยงานของรัฐหรือเจาหนาที่ไดใชคาสินไหมทดแทนแกผูเสียหาย สิทธิที่จะเรียกให อีกฝายหนึ่งชดใชคาสินไหมทดแทนแกตนใหมกําหนดอายุความกี่ปนับแตวันที่หนวยงานของ ี รัฐหรือเจาหนาที่ไดใชคาสินไหมทดแทนนั้นแกผูเสียหาย ก. หนึ่งป ข. หาป ค. สิบป ง. ยี่สิบป ตอบ ก. หนึ่งป ถาหนวยงานของรัฐหรือเจาหนาที่ไดใชคาสินไหมทดแทนแกผูเสียหาย สิทธิที่จะเรียก ให อี ก ฝ า ยหนึ่ ง ชดใช ค า สิ น ไหมทดแทนแก ต นให มี กํ า หนดอายุ ค วาม หนึ่ ง ป นั บ แต วั น ที่ หนวยงานของรัฐหรือเจาหนาที่ไดใชคาสินไหมทดแทนนั้น แกผูเสียหาย (มาตรา 9) 5. ผูรักษาการตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจาหนาที่ คือใคร ก. รัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทย ข. รัฐมนตรีวาการกระทรวงกลาโหม ค. รัฐมนตรีวาการกระทรวงยุติธรรม
  19. 19. 19 สั่งซื้อไดที่ www.SheetRam.com โทรศัพท : 02-7230950,02-5141422, 085-9679080,085-9993722,085-9993740

×