1
 
 
2
ขอบเขตเนื้อหา
สวนที่ 1 ความรูเกี่ยวกับกองทุนสงเคราะหการทําสวนยาง
ประวัติ สกย. 4
ภารกิจ/ยุทธศาสตร สกย. 10
วิสัยทัศน ...
3
ความรูเกี่ยวกับกองทุนสงเคราะหการทําสวนยาง
ประวัติ สกย.
ทศวรรษแรก (ป 2503-2513) สรางความเชื่อมั่นแกชาวสวนยาง
การ ดํา...
4
คานิยมองคกร
สกย. ไดกําหนดคานิยมองคกรที่จะใชเปนบรรทัดฐานสําหรับพนักงานไดนําไปใชเปน
หลักปฏิบัติเพื่อรวมกันขับเค...
5
4. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการองคกร บุคลากรสามารถปฏิบัติงาน
อยางเต็มศักยภาพ สอดรับกับการเปลี่ยนแปลง ใหการป...
6
การปลูกยางพารา
การเตรียมพื้นที่
การเตรียมพื้นที่ปลูกสรางสวนยาง เปนการปรับพื้นที่ใหมีสภาพเหมาะสมสําหรับปลูก
ยางทั้งดา...
7
มาตรฐานคุณภาพของยางแผนดิบ
ยางแผนดิบคุณภาพ 1
- แผนยางมีความสะอาดและปราศจากฟองอากาศตลอดแผน
- มีความชื้นในแผนยางไมเกิ...
8
พระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ. 2542
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ใหไว ณ วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2542
เปนปที่ 54 ในรัชกาลปจจุบัน
พ...
9
หมายความรวมถึงยางผสมไมวาในสภาพของแข็งหรือของเหลวซึ่งมียางธรรมชาติผสมกับ
สารเคมีหรือสารอื่น แตไมรวมถึงวัตถุประดิษฐสํ...
10
พระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะหการทําสวนยาง พ.ศ. 2503
(ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2530
ในพระปรมาภิไธย
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล...
11
“ยาง” หมายความวา น้ํายาง ยางแผน ยางเครพ ยางกอน เศษยาง หรือยาง
ในลักษณะอื่นใดอันผลิตขึ้นหรือไดมาจากสวนใด ๆ ของตนยา...
12
แนวขอสอบพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะหการทําสวนยาง
พ.ศ. 2503 (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2530
1. พรบ.กองทุสงเคราะหการทําสวนยาง ฉบั...
13
5. สวนยางที่มีเนื้อที่ตั้งแตสองรอยหาสิบไรขึ้นไป เปนสวนขนาดใด
ก. สวนขนาดทดลอง ข. สวนขนาดเล็ก
ค. สวนขนาดกลาง ง. สวนข...
14
ผูจะไดรับการสงเคราะหตามพระราชบัญญัตินี้ตองเปนเจาของสวนยางที่มีตนยางอายุ
กวายี่สิบหาปขึ้นไป หรือตนยางทรุดโทรม...
15
12. คณะกรรมการเพื่อดําเนินกิจการกองทุนสงเคราะหการทําสวนยาง มีวาระอยูในตําแหนง
คราวละกี่ป
ก. 1 ป ข. 2 ป
ค. 3 ป ง....
16
15.เงินสงเคราะหที่ไดจัดสรรไวเพื่อสงเคราะหเจาของสวนยางแตละป ใหแบงสวนสงเคราะห
เจาของสวนยางตามประเภทของสวนยางป...
17
ภายในกําหนดเวลาหนึ่งรอยยี่สิบวันนับแตวันสิ้นปสงเคราะหทุกป ใหคณะกรรมการ
จัดทํางบดุลแสดงฐานะการเงิน โดยมีคํารับรองก...
18
21. ผูรักษาการตามพรบ.กองทุนสงเคราะหการทําสวนยาง คือผูใด
ก. รัฐมนตรีวาการกระทรวงเกษตร
ข. ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ
ค...
19
แนวขอสอบพระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ. 2542
6.ผูคายางจะตองทําบัญชีการซื้อยาง บัญชีการจําหนายยางและปริมาณยางคงเหลือของ...
20
ในกรณีที่ใบอนุญาตสูญหายหรือถูกทําลายในสาระสําคัญ ใหผูรับใบอนุญาตแจงตอ
พนักงานเจาหนาที่และยื่นคําขอรับใบแทนใบอนุญา...
21
12.ผูใดจะนําเขามาในหรือสงออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งตนยาง ดอก เมล็ด หรือตาของตน
ยาง หรือสวนใดสวนหนึ่งของตนยางที่อาจ...
22
ผูใดนํายางเขามาในหรือสงยางออกไปนอกราชอาณาจักรโดยไมไดรับใบอนุญาตเปน
ผูนํายางเขาหรือผูสงยางออก ตองระวางโทษจําค...
23
สรุปสาระสําคัญประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย
ทรัพยสินและสวนของทรัพย
ความหมายของทรัพยสินและทรัพยสิน
มาตรา 137 “ทรัพย ห...
24
ข.ทรัพยที่เกิดหรือติดกับที่ดินโดยมนุษย เชน การสรางอาคาร
บานเรือน อนุสาวรีย หอนาฬิกา เปนตน
หลักที่ควรพิจารณา คือ...
25
แนวขอสอบพรบ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539
6.ผูมีอํานาจออกฎ กระทรวงและประกาศเพื่อปฏิบัติการตาม พรบ. วิธีปฏิบัต...
26
9.หนวยงานใดทําหนาที่เปนสํานักงานเลขานุการของคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทาง
ปกครอง รับผิดชอบงานธุรการ งานประชุม
ก. เล...
27
(3) เปนญาติของคูกรณี คือ เปนบุพการีหรือผูสืบสันดานไมวาชั้นใด ๆ หรือเปนพี่นอง
หรือลูกพี่ลูกนองนับไดเพียงภายในส...
28
สั่งซื้อไดที่
www.SheetRam.com
โทรศัพท : 02-7230950,02-5141422,
085-9679080,085-9993722,085-9993740
แจงการโอนเงิน พร...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

แนวข้อสอบกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง แนวข้อสอบ สกย คู่มือเตรียมสอบ สกย นิติกร E-BOOK

1,444 views

Published on

แนวข้อสอบกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง แนวข้อสอบ สกย คู่มือเตรียมสอบ สกย นิติกร E-BOOKราคา 249 บาท

สั่งซื้อได้ที่ : www.Sheetram.com
สอบถามรายละเอียด
Facebook http://www.facebook.com/Sheetram
LINE ID : sheetram

บริษัท ชีทราม จำกัด
ชมรมลูกพ่อขุนประยุกต์ สำนักงานใหญ่
453 ถนนรามคำแหง(ปากซอย 53)
หัวหมาก บางกระปิ กรุงเทพฯ 102
โทรศัพท์ : 02-7230950,02-5141422,085-9679080,
085-9993722,085-9993740
FAX : 02-718-6528
เปิดบริการ 8.15-21.30 น. ทุกวัน

Published in: Education
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

แนวข้อสอบกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง แนวข้อสอบ สกย คู่มือเตรียมสอบ สกย นิติกร E-BOOK

  1. 1. 1    
  2. 2. 2 ขอบเขตเนื้อหา สวนที่ 1 ความรูเกี่ยวกับกองทุนสงเคราะหการทําสวนยาง ประวัติ สกย. 4 ภารกิจ/ยุทธศาสตร สกย. 10 วิสัยทัศน 11 คานิยมองคกร 11 พันธกิจ 12 วัตถุประสงค 12 เปาหมายหลัก 12 ยุทธศาสตร 13 ภารกิจ/บริการ 14 ความรูทั่วไปเกี่ยวกับสวนยาง 18 การปลูกยางพารา 18 การบํารุงรักษา 31 โรคและศัตรูพืชที่สําคัญของยางพารา 36 การปฏิบัติระยะตนยางใหผลผลิต 44 การแปรรูปผลผลิต 46 มาตรฐานคุณภาพของยางแผนดิบ 49 สวนที่ 2 กฎหมายที่เกี่ยวของ พระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ. 2542 52 พระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะหการทําสวนยาง พ.ศ. 2503 แกไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2530 67 แนวขอสอบพรบ.กองทุนสงเคราะหการทําสวนยาง พ.ศ. 2503 (ฉบับที่ 4) แกไขเพิ่มเติมถึงพ.ศ. 2530 78 แนวขอสอบพระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ. 2542 85 สวนที่ 3 กฎหมายสารบัญญัติ สรุปสาระสําคัญ ประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย 92 สรุปสาระสําคัญ ประมวลกฎหมายอาญา 144 สวนที่ 4 กฎหมายวิธีสบัญญัติ สรุปสาระสําคัญ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง 175 สรุปสาระสําคัญ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 223 แนวขอสอบ 220 สวนที่ 5 กฎหมายมหาชน พรบ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 272 แนวขอสอบ พรบ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 298 พรบ.ความรับผิดทางละเมิดของเจาหนาที่ พ.ศ. 2539 306 แนวขอสอบ พรบ.ความรับผิดทางละเมิดของเจาหนาที่ พ.ศ. 2539 315 พรบ.จัดตั้งศาลปกรองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 และที่แกไขเพิ่มเติม 318
  3. 3. 3 ความรูเกี่ยวกับกองทุนสงเคราะหการทําสวนยาง ประวัติ สกย. ทศวรรษแรก (ป 2503-2513) สรางความเชื่อมั่นแกชาวสวนยาง การ ดําเนินงานในทศวรรษแรก สมัยรัฐบาลจอม พลสฤษดิ์ ธนรัชต มีสํานักงานใหญ ตั้งอยูที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ และมีสํานักงานสวนภูมิภาค ตั้งอยูในเขตปลูกยาง หนาแนน ในภาคใต และภาคตะวันออก รวม 6 เขต ไดแก ภูเก็ต นครศรีธรรมราช สงขลา ยะลา และจันทบุรี มีขุนวิจิตรพา หนการ เปนผูอํานวยการ คนแรก ดํารงตําแหนงระหวาง วันที่ 1 มกราคม 2504 – 30 กันยายน 2508 คณะทํางานชุดแรกเปน พนักงานที่สําเร็จ การศึกษาระดับ ปริญญาตรีดานการเกษตร จํานวน 11 คนเปนหลัก ทํางานทั้งดาน ภาคสนามและการเงิน การบัญชี ซึ่งพนักงานชุดแรกนี้ตอมาไดเปน ผอ.สกย. ถึง 3 คน คือ นายณรงค สุจเร นายสมศักดิ์ โรหิตรัตนะ และนายเสวต ทองรมย หลังจากนั้นอีก ประมาณ 5-6 เดือน จึงมีพนักงาน ดานการเกษตรและดานการเงิน และบัญชี เขามาปฏิบัติงานเสริมอีก 25 คน ทําใหการสงเคราะห ดําเนินการไดรวดเร็ว และ คลองตัวยิ่งขึ้น ดวยความที่งานดานการสงเคราะหเปนงานใหมของประเทศ ไทย การทํางาน ในยุคเริ่มตน จึงประสบความ ลําบาก ในการทําความเขาใจกับประชาชน พอสมควร แตดวย ความมุงมั่น และอุดมการณอันแรงกลา ที่จะพลิกสถานการณ การผลิตยาง ของประเทศ และ นํามาซึ่งความอยูดีกินดีของชาวสวนยาง ในขณะนั้น ทําใหเกษตรกรเขาใจในเหตุผล และ ประโยชนที่จะไดรับในที่สุด อีกทั้งใหความเชื่อมั่นและไววางใจเปนอยางสูง อยางที่ไมมี หนวยงานราชการใดเคยไดรับมากอน โดยเฉพาะอยาง ยิ่งสิ่งที่พนักงาน สกย. ตองจดจํา ไวเปนพิเศษ คือในชวงป 2505 หลังจากกอตั้ง สกย. เพียง 2 ปเศษ ไดเกิดวาตภัยครั้งใหญที่ จ.นครศรีธรรมราช สงผลให ประชาชนตองประสบความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพยสิน สกย. ไดระดมพนักงานจํานวนมาก ไปชวยเหลือเกษตรกร ชาว สวนยางที่ประสบภัยพิบัติอันรายแรงอยางไมเคยเปนมากอน พนักงาน สกย. ทั้งหมดตางเรงเขาไปในพื้นที่ ระดมพลังทุมเท ความสามารถที่มีอยู เพื่อ บรรเทาความเดือดรอนใหเกษตรกรผูประสบภัยเหลานั้น อยางไมเห็นแกเหน็ดเหนื่อย แมทุก คนจะ ทุกขกายแตตางสุขใจและภาคภูมิที่ได ชวยเหลือสังคมอยางเต็มกําลัง ทําใหชื่อเสียง ของ สกย. โดดเดนขึ้นมาอยูในความ ทรงจําของชาวสวนยางพาราทั่วไป
  4. 4. 4 คานิยมองคกร สกย. ไดกําหนดคานิยมองคกรที่จะใชเปนบรรทัดฐานสําหรับพนักงานไดนําไปใชเปน หลักปฏิบัติเพื่อรวมกันขับเคลื่อนองคกรใหกาวหนาบรรลุสูเปาหมายของ องคกร ดังนี้ O : Outcome มุงผลสําเร็จของการทํางาน R : Responsibility ความรับผิดชอบ R : Relationship สรางความสัมพันธที่ดีระหวางกัน A : Active Teamwork การทํางานเปนทีม F : Faith ซื่อสัตยสุจริต พันธกิจ 1. สงเสริมและพัฒนาศักยภาพการผลิตของเกษตรกรเพื่อเพิ่มผลผลิตตอหนวยพื้นที่ ลดตนทุนการผลิต และปลูกยางเพิ่มในพื้นที่ที่เหมาะสม 2. สงเสริมการดําเนินการเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร และสรางความเขมแข็ง ใหกับสถาบันเกษตรกร 3. เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการตลาดยางพารา และขยายตลาดยางพารา ระดับทองถิ่น ใหครอบคลุมทุกพื้นที่ที่สงเสริมใหปลูกยาง บนพื้นฐานความรวมมือของ เกษตรกร 4. สงเสริมการปลูกสรางสวนยางใหมีมาตรฐาน เกื้อกูลระบบนิเวศนและสิ่งแวดลอม 5. พัฒนาระบบการบริหารจัดการองคกร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ วัตถุประสงค 1. เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตยางพารา และพัฒนาระบบตลาด เพิ่มรายได และลดตนทุนการผลิตใหกับเกษตรกร 2. เพื่อใหเกษตรกรมีความมั่นคงในการประกอบอาชีพ และสถาบันเกษตรกร มีการ ดําเนินการที่มีมาตรฐานอยางตอเนื่อง 3. เพื่อใหการใชทรัพยากรอยางมีประสิทธิภาพ คุมคา และฟนฟูทรัพยากรใหมีความ เหมาะสมตอการผลิต โดยเกษตรกร และสถาบันเกษตรกรเขามามีสวนรวมในการบริหาร จัดการทรัพยากรและสิ่งแวดลอม
  5. 5. 5 4. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการองคกร บุคลากรสามารถปฏิบัติงาน อยางเต็มศักยภาพ สอดรับกับการเปลี่ยนแปลง ใหการปฏิบัติงานเปนไปตาม วัตถุประสงค เปาหมาย และเปนองคกรที่ดําเนินกิจกรรมภายใตหลักธรรมาภิบาล เปาหมายหลัก 1. เพิ่มผลผลิตโดยการใหการสงเคราะหปลูกแทนโดยใชพันธุยางที่ใหผลิตสูงกวา ตน ยางเกา และใชเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อใหสวนสงเคราะหตั้งแตรุนป 2555 สามารถให ผลผลิตไดภายใน 6 ป และสงเสริมใหมีการปลูกยางเพิ่มในพื้นที่เหมาะสม 2. ลดตนทุนการผลิตโดยการสงเสริมใหเกษตรกรชาวสวนยาง ใชทรัพยากรอยาง คุมคา อนุรักษสิ่งแวดลอมและมีความรูสามารถใชเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการดูแล รักษา สวนและเก็บเกี่ยวผลผลิต รวมทั้งรวมกันในการบริหารจัดการผลผลิต และการจําหนาย ผลผลิตอยางมีประสิทธิภาพ 3. สรางความมั่นคงใหกับเกษตรกร โดยสงเสริมใหมีการรวมตัวเพื่อดําเนินกิจกรรม และชวยเหลือซึ่งกันและกัน ในเรื่องการผลิต การแปรรูป การตลาด อาชีพเสริม และอื่นๆ ตามความเหมาะสม และพัฒนาไปสูเปนสถาบันเกษตรกรที่เปนนิติบุคคล 4. ดําเนินการตลาดประมูลยางระดับทองถิ่น ครอบคลุมพื้นที่ที่สงเสริมใหปลูก ยางพารา และตลาดไดรับการยอมรับจากผูใชบริการ ราคาซื้อขายเปนราคาอางอิงของราคา ในตลาดทองถิ่น 5. ปรับปรุงระบบบริหารจัดการองคกร ใหเทียบเทามาตรฐานสากล และเสริมสราง ทัศนคติ คานิยม วัฒนธรรมการทํางาน พรอมรับการเปลี่ยนแปลง รวมถึง เสริมสราง ศักยภาพในการดําเนินงานสูความเปนเลิศภายใตหลักธรรมาภิบาล ยุทธศาสตร เพื่อใหบรรลุถึงจุดมุงหมายของพันธกิจ วัตถุประสงค และเปาหมาย ในชวงแผน วิสาหกิจ ฉบับที่ 6 (พ.ศ.2555-2559) ไดกําหนดยุทธศาสตรในการดําเนินงานไว 4 ยุทธศาสตร ดังนี้ ยุทธศาสตรที่ 1 การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยมุงเนนการเพิ่มผลผลิตตอหนวยพื้นที่ เรงรัดใหมีการ ปลูกยางพันธุดีหรือไมยืนตนที่มีความสําคัญทางเศรษฐกิจ ทดแทนสวนยางเกาที่ใหผลผลิต ความรูทั่วไปเกี่ยวกับสวนยาง
  6. 6. 6 การปลูกยางพารา การเตรียมพื้นที่ การเตรียมพื้นที่ปลูกสรางสวนยาง เปนการปรับพื้นที่ใหมีสภาพเหมาะสมสําหรับปลูก ยางทั้งดานการปฏิบัติงานในสวนยางและการอนุรักษดินและน้ํา จําเปนตองวางแผนการใช พื้นที่อยางมีประสิทธิภาพ เพื่อความสะดวกในการดูแลบํารุงรักษาตนยาง การเตรียมพื้นที่ ปลูกยาง ไดแก การทําความสะอาดพื้นที่ การวางแนว การขุดหลุม และการจัดทําขั้นบันได เปนตน การวางแนวปลูก การวางแนวปลูกในพื้นที่ราบ เริ่มจากการวางแถวหลัก หางจากแนวเขตสวนไมนอย กวา 1.5 เมตร ตามแนวตะวันออก-ตะวันตก ไมขวางทิศทางลม การวางแนวปลูกในพื้นที่ลาดเท ในพื้นที่ลาดเทหรือพื้นที่ที่อยูบนควนเขา การวาง แนวปลูกไมสามารถใชวิธีแบบเดียวกับพื้นที่ราบได เนื่องจากที่ลาดเทหรือที่ควนเขามีการ ไหลบาของน้ําในขณะที่มีฝนตก เปนผลใหเกิดการชะลางและพังทลายของหนาดิน ดังนั้น เพื่อปองกันการชะลางและการพังทลายของดินจึงจําเปนตองวางแนวปลูกตามแนวระดับ หากพื้นที่มีความลาดเทมากกวา 15 องศา ตองทําขั้นบันได ประโยชนของการทําแนวระดับและขั้นบันได - ปองกันการพังทลายของหนาดิน - ปองกันการชะลางปุยที่ใสใหกับตนยาง - ทําใหรากตนยางยึดแนนกับดิน ไมถูกน้ําเซาะลมไดงาย - ชวยรักษาความชุมชื้นในดิน - งายและสะดวกแกการปฏิบัติงานในสวน ระยะปลูก เพื่อปองกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับตนยาง จึงกําหนดระยะปลูกเปน 2 ระยะ ตามความตองการปลูกพืชแซมและลักษณะประจําพันธุยาง การเตรียมหลุมปลูก การขุดหลุมปลูกยางใหขุดดานใดดานหนึ่งของไมชะมบตลอดแนว โดยแยกดินที่ขุด เปน 2 กอง คือ ดินชั้นบนและดินชั้นลาง ผึ่งแดดไวประมาณ 10 วัน เพื่อใหดินแหง แลวยอย ดินชั้นบนใสรองกนหลุม สวนดินชั้นลางใหผสมกับปุยหินฟอสเฟต (0-3-0) อัตราหลุมละ 170 กรัม ในแหลงปลูกยางใหมควรใสปุยอินทรียตนละ 5 กก. รองกนหลุมรวมกับปุยหินฟอสเฟต แลวกลบหลุม ขนาดของหลุม 50 x 50 x 50 เซนติเมตร (กวาง x ยาว x ลึก)
  7. 7. 7 มาตรฐานคุณภาพของยางแผนดิบ ยางแผนดิบคุณภาพ 1 - แผนยางมีความสะอาดและปราศจากฟองอากาศตลอดแผน - มีความชื้นในแผนยางไมเกิน 1.5 เปอรเซ็นต - มีความยืดหยุนดี และมีลายดอกเดนชัดตลอดแผน - บาง มีความหนาของแผนไมเกิน 3 มิลลิเมตร - เนื้อยางแหงใส มีสีสวยสม่ําเสมอตลอดแผน สีเหลืองทอง เหลืองออน - น้ําหนักเฉลี่ยตอแผน 800-1,200 กรัม - แผนยางเปนรูปสี่เหลี่ยมผืนผา กวาง 38-46 ซม. ยาว 80-90 ซม. ยางแผนดิบคุณภาพ 2 - แผนยางมีความสะอาดตลอดแผน หรืออาจมีสิ่งสกปรกและฟองอากาศอยูในแผน ยางไดบางเล็กนอย - มีความชื้นในแผนยางไมเกิน 2 เปอรเซ็นต - ความยืดหยุนดีมีลายดอกเดนชัด - บาง มีความหนาของแผนยางไมเกิน 4 มิลลิเมตร - เนื้อยางแหงมีสีสม่ําเสมอตลอดแผน ลักษณะสีคอนขางคล้ําหรืออาจมีรอยดางดําได บางเล็กนอย - น้ําหนักเฉลี่ยตอแผน 1,000-1,200 กรัม - แผนยางเปนรูปสี่เหลี่ยมผืนผา กวาง 38-46 ซม. ยาว 80-90 ซม. ยางแผนดิบคุณภาพ 3 - แผนยางมีความสะอาด หรืออาจมีสิ่งสกปรกและฟองอากาศอยูในแผนยางไดบาง เล็กนอย - มีความชื้นในแผนยางไมเกิน 3 เปอรเซ็นต - มีความยืดหยุนดี และมีลายดอกเดนชัด - แผนยางคอนขางหนา ความหนาของแผนยางไมเกิน 4 มิลลิเมตร - เนื้อยางแหงมีสีคล้ําคอนขางทึบ ไมโปรงใสเทาที่ควร - น้ําหนักเฉลี่ยตอแผนไมเกิน 1,500 กรัม - แผนยางเปนรูปสี่เหลี่ยมผืนผา กวาง 38-46 ซม. ยาว 80-90 ซม.
  8. 8. 8 พระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ. 2542 ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ใหไว ณ วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2542 เปนปที่ 54 ในรัชกาลปจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกลาฯ ใหประกาศวา โดยที่เปนการสมควรปรับปรุงกฎหมายวาดวยการควบคุมยาง พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพ ของบุคคล ซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 35 มาตรา 36 มาตรา 48 และมาตรา 50 ของ รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย บัญญัติใหกระทําไดโดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแหง กฎหมาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหตราพระราชบัญญัติขึ้นไวโดยคําแนะนําและ ยินยอมของรัฐสภา ดังตอไปนี้ มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกวา “พระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ. 2542” มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ใหใชบังคับตั้งแตวันถัดจากวันประกาศในราช กิจจานุเบกษาเปนตนไป มาตรา 3 ใหยกเลิก (1) พระราชบัญญัติควบคุมยาง พุทธศักราช 2481 (2) พระราชบัญญัติควบคุมยาง (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2483 (3) พระราชบัญญัติควบคุมยาง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2490 มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้ “ตนยาง” หมายความวา ตนยางพารา (Hevea brasiliensis) และหมายความ รวมถึงตนยางชนิดอื่นซึ่งรัฐมนตรีประกาศกําหนดใหเปนตนยางที่อยูภายใตการควบคุมตาม พระราชบัญญัตินี้ “ตนยางพันธุดี” หมายความวา ตนยางที่รัฐมนตรีประกาศกําหนดวาเปนตน ยางพันธุที่เหมาะสมที่จะใชปลูกเปนสวนยาง “ยาง” หมายความวา น้ํายางสด ยางกอน เศษยาง น้ํายางขน ยางแผน ยาง แทง ยางเครพ หรือยางในลักษณะอื่นใดอันผลิตขึ้นหรือไดมาจากสวนใด ๆ ของตนยาง และ
  9. 9. 9 หมายความรวมถึงยางผสมไมวาในสภาพของแข็งหรือของเหลวซึ่งมียางธรรมชาติผสมกับ สารเคมีหรือสารอื่น แตไมรวมถึงวัตถุประดิษฐสําเร็จรูปจากยาง “เนื้อยาง” หมายความวา เนื้อยางที่มีอยูในน้ํายางหรือยางแตละชนิดโดย คํานวณเปนน้ําหนักตามกรรมวิธีที่กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณกําหนด “สวนยาง” หมายความวา ที่ดินซึ่งมีตนยางปลูกอยูในเนื้อที่ไมนอยกวาหนึ่ง ไร แตละไรมีตนยางไมนอยกวาสิบตน หรือในกรณีที่มีเนื้อที่ปลูกยางติดตอกันมากกวาหนึ่ง ไร ตองมีสวนเฉลี่ยไมนอยกวาไรละยี่สิบหาตนของจํานวนเนื้อที่ทั้งหมด “ทําสวนยาง” หมายความวา ปลูกตนยางในสภาพที่เปนสวนยาง บํารุงรักษา ตนยาง กรีดตนยาง หรือทําน้ํายางสดใหเปนยางกอน เศษยาง หรือยางแผนดิบ “เขตควบคุมการขนยายยาง” หมายความวา เขตพื้นที่ที่รัฐมนตรีประกาศ กําหนดเปนเขตควบคุมการขนยายยาง “โรงทํายาง” หมายความวา สถานที่ที่ใชน้ํายางสด ยางกอน เศษยาง หรือ ยางแผนดิบมาแปรรูปเปนน้ํายางขน ยางผึ่งแหง ยางแผนรมควัน ยางแทง ยางเครพ ยางดิบ ชนิดอื่น ๆ อยางหนึ่งอยางใดหรือหลายอยางรวมกัน และหมายความรวมถึงสถานที่ที่ผลิต ยางผสม แตไมรวมถึงสถานที่ที่ทํายางแผนดิบ “ปริมาณควบคุมเนื้อยาง” หมายความวา ปริมาณเนื้อยางที่รัฐมนตรี ประกาศกําหนดใหผูทําสวนยางทําการผลิตเนื้อยางไดตามปริมาณและระยะเวลาที่รัฐมนตรี ประกาศกําหนด “ปริมาณจัดสรรเนื้อยาง” หมายความวา ปริมาณเนื้อยางที่รัฐมนตรีประกาศ จัดสรรใหผูนํายางเขาหรือผูสงยางออก นําเนื้อยางเขามาในหรือสงเนื้อยางออกไปนอก ราชอาณาจักรได ตามปริมาณและระยะเวลาที่รัฐมนตรีประกาศกําหนด “มาตรฐานยาง” หมายความวา ลักษณะของยางแตละชนิดหรือชั้นตามที่ รัฐมนตรีประกาศกําหนด “วิธีการมัดยางและการบรรจุหีบหอยาง” หมายความวา วิธีการมัดยางและ การบรรจุหีบหอยางตามวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกําหนด “คายาง” หมายความวา ซื้อ ขาย หรือแลกเปลี่ยนยาง และหมายความ รวมถึงซื้อยาง ขายยาง ตามตราสารที่บุคคลหนึ่งบุคคลใดเปนผูออกตราสารนั้นหรือโดย ประการอื่น แตไมรวมถึงกรณีที่ผูทําสวนยางขายน้ํายางสด ยางกอน เศษยาง หรือยางแผน ดิบ ซึ่งเปนผลิตผลจากสวนยางของตน “ผูอนุญาต” หมายความวา อธิบดีหรือผูซึ่งอธิบดีมอบหมาย
  10. 10. 10 พระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะหการทําสวนยาง พ.ศ. 2503 (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2530 ในพระปรมาภิไธย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สังวาลย ผูสําเร็จราชการแทนพระองค ใหไว ณ วันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2503 เปนปที่ 15 ในรัชกาลปจจุบัน โดยที่เปนการสมควรจัดใหมีกองทุนสงเคราะหการทําสวนยาง เพื่อชวยเหลือ เจาของสวนยางปรับปรุงสวนยางใหดีขึ้น พระมหากษัตริยโดยคําแนะนําและยินยอมของสภารางรัฐธรรมนูญในฐานะ รัฐสภา จึงมีพระบรมราชโองการใหตราพระราชบัญญัติขึ้นไว ดังตอไปนี้ มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกวา “พระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะหการ ทําสวนยาง พ.ศ. 2503” มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ใหใชบังคับเมื่อพนกําหนดเกาสิบวันนับแตวัน ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป มาตรา 3 ในพระราชบัญญัตินี้ “ตนยาง” หมายความวา ตนยางพารา (Hevea SPP.) “ยางพันธุดี” หมายความวา ตนยางพันธุที่ใหผลดีตามที่คณะกรรมการ กําหนดโดยคําแนะนําของกรมกสิกรรม “สวนยาง” หมายความวา ที่ดินปลูกตนยางมีเนื้อที่ไมนอยกวาสองไร แตละ ไรมีตนยางปลูกไมนอยกวาสิบตน และโดยสวนเฉลี่ยไมนอยกวาไรละยี่สิบหาตน “สวนขนาดเล็ก” หมายความวา สวนยางที่มีเนื้อที่ไมเกินหาสิบไร “สวนขนาดกลาง” หมายความวา สวนยางที่มีเนื้อที่เกินหาสิบไร แตไมถึง สองรอยหาสิบไร “สวนขนาดใหญ” หมายความวา สวนยางที่มีเนื้อที่ตั้งแตสองรอยหาสิบไร ขึ้นไป “เจาของสวนยาง” หมายความวา ผูทําสวนยาง และมีสิทธิไดรับผลิตผลจาก ตนยางในสวนยางที่ทํานั้น
  11. 11. 11 “ยาง” หมายความวา น้ํายาง ยางแผน ยางเครพ ยางกอน เศษยาง หรือยาง ในลักษณะอื่นใดอันผลิตขึ้นหรือไดมาจากสวนใด ๆ ของตนยาง แตไมรวมถึงวัตถุประดิษฐ จากยาง “การปลูกแทน” หมายความวา การปลูกยางพันธุดี หรือไมยืนตนชนิดอื่นที่มี ความสําคัญทางเศรษฐกิจตามที่คณะกรรมการกําหนด แทนตนยางเกาหรือไมยืนตนเกา ทั้งหมดหรือบางสวน “ปสงเคราะห” หมายความวา ระยะเวลาตั้งแตวันที่ 1 ตุลาคมของปหนึ่งถึง วันที่ 30 กันยายนของปถัดไป และใหใชป พ.ศ. ที่ถัดไปเปนชื่อสําหรับปสงเคราะหนั้น “เจาพนักงานสงเคราะห” หมายความวา บุคคลซึ่งรัฐมนตรีแตงตั้งใหเปน เจาพนักงานสงเคราะห “คณะกรรมการ” หมายความวา คณะกรรมการสงเคราะหการทําสวนยาง “ผูอํานวยการ” หมายความวา ผูอํานวยการสํานักงานกองทุนสงเคราะหการ ทําสวนยาง “รัฐมนตรี” หมายความวา รัฐมนตรีผูรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 4 ใหจัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่ง ประกอบดวยเงินสงเคราะหซึ่งสง สมทบตามพระราชบัญญัตินี้ เรียกวา “กองทุนสงเคราะหการทําสวนยาง” เพื่อเปนทุนใชจาย ในการทําสวนยางที่ไดผลนอยใหไดผลดียิ่งขึ้น ใหกองทุนสงเคราะหการทําสวนยางเปนนิติบุคคล มีวัตถุประสงคเพื่อดําเนิน กิจการสงเคราะหการทําสวนยางตามพระราชบัญญัตินี้ และใหมีอํานาจกระทําการใด ๆ ที่ จําเปนหรือเปนอุปกรณแกวัตถุประสงคดังกลาวนั้นได รวมทั้งการทําสวนยางและสวนไมยืน ตน ตลอดจนกิจการที่เกี่ยวของเปนการสาธิตและสงเสริม เพื่อประโยชนในการสงเคราะห กับ ใหรวมตลอดถึงการดําเนินการสงเสริมหรือสงเคราะหการปลูกแทนไมยืนตนชนิดอื่นที่มี ความสําคัญทางเศรษฐกิจตามที่รัฐบาลมอบหมาย ใหกองทุนสงเคราะหการทําสวนยางมีสํานักงานแหงใหญในกรุงเทพมหานคร เรียกวา “สํานักงานกองทุนสงเคราะหการทําสวนยาง” มาตรา 4 ทวิ ในการดําเนินการสงเสริมหรือสงเคราะหการปลูกแทนไมยืนตน ชนิดอื่นตามมาตรา 4 ใหใชเงินทุนคาใชจายจากรัฐบาล หรือจากกองทุนสงเคราะหเกษตรกร ตามกฎหมายวาดวยกองทุนสงเคราะหเกษตรกร
  12. 12. 12 แนวขอสอบพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะหการทําสวนยาง พ.ศ. 2503 (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2530 1. พรบ.กองทุสงเคราะหการทําสวนยาง ฉบับที่ใชในปจจุบัน เปนฉบับพ.ศ.ใด ก. ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2503 ข. ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2513 ค. ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2530 ง. ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2549 ตอบ ค. ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2530 2. ขอใดกลาวถูกตองเกี่ยวกับ สวนยาง ก. ที่ดินปลูกตนยางมีเนื้อที่ไมนอยกวาสองไร ข. ที่ดินแตละไรมีตนยางปลูกไมนอยกวาสิบตน ค. โดยเฉลี่ยปลูกยางไมนอยกวาไรละยี่สิบหาตน ง. ถูกทุกขอ ตอบ ง. ถูกทุกขอ “สวนยาง” หมายความวา ที่ดินปลูกตนยางมีเนื้อที่ไมนอยกวาสองไร แตละไรมีตน ยางปลูกไมนอยกวาสิบตน และโดยสวนเฉลี่ยไมนอยกวาไรละยี่สิบหาตน 3. สวนยางที่มีเนื้อที่ไมเกินหาสิบไร เปนสวนขนาดใด ก. สวนขนาดทดลอง ข. สวนขนาดเล็ก ค. สวนขนาดกลาง ง. สวนขนาดใหญ ตอบ ข. สวนขนาดเล็ก “สวนขนาดเล็ก” หมายความวา สวนยางที่มีเนื้อที่ไมเกินหาสิบไร 4. สวนยางที่มีเนื้อที่เกินหาสิบไร แตไมถึงสองรอยหาสิบไร เปนสวนขนาดใด ก. สวนขนาดทดลอง ข. สวนขนาดเล็ก ค. สวนขนาดกลาง ง. สวนขนาดใหญ ตอบ ค. สวนขนาดกลาง “สวนขนาดกลาง” หมายความวา สวนยางที่มีเนื้อที่เกินหาสิบไร แตไมถึงสองรอย หาสิบไร
  13. 13. 13 5. สวนยางที่มีเนื้อที่ตั้งแตสองรอยหาสิบไรขึ้นไป เปนสวนขนาดใด ก. สวนขนาดทดลอง ข. สวนขนาดเล็ก ค. สวนขนาดกลาง ง. สวนขนาดใหญ ตอบ ง. สวนขนาดใหญ “สวนขนาดใหญ” หมายความวา สวนยางที่มีเนื้อที่ตั้งแตสองรอยหาสิบไรขึ้นไป 6. “ปสงเคราะห” หมายความถึงระยะเวลาใด ก. ระยะเวลาตั้งแตวันที่ 1 เมษายนของปหนึ่งถึงวันที่ 31 มีนาคมของปถัดไป ข. ระยะเวลาตั้งแตวันที่ 1 พฤษภาคมของปหนึ่งถึงวันที่ 30 เมษายนของปถัดไป ค. ระยะเวลาตั้งแตวันที่ 1 ตุลาคมของปหนึ่งถึงวันที่ 30 กันยายนของปถัดไป ง. ระยะเวลาตั้งแตวันที่ 1 พฤศจิกายนของปหนึ่งถึงวันที่ 31 ตุลาคมของปถัดไป ตอบ ค. ระยะเวลาตั้งแตวันที่ 1 ตุลาคมของปหนึ่งถึงวันที่ 30 กันยายนของป ถัดไป “ปสงเคราะห” หมายความวา ระยะเวลาตั้งแตวันที่ 1 ตุลาคมของปหนึ่งถึงวันที่ 30 กันยายนของปถัดไป และใหใชป พ.ศ. ที่ถัดไปเปนชื่อสําหรับปสงเคราะหนั้น 7. สําหรับยางที่สงออกนอกราชอาณาจักรเพื่อเปนตัวอยางซึ่งมีน้ําหนักไมเกินกวาเทาใด ไดรับยกเวนไมตองเสียเงินสงเคราะห ก. 1 กิโลกรัม ข. 3 กิโลกรัม ค. 5 กิโลกรัม ง. 7 กิโลกรัม ตอบ ค. 5 กิโลกรัม สําหรับยางที่สงออกนอกราชอาณาจักรเพื่อเปนตัวอยางซึ่งมีน้ําหนักไมเกินหา กิโลกรัม หรือยางที่กระทรวง ทบวง กรม เปนผูสงออกเพื่อประโยชนใด ๆ อันมิใชเพื่อการคา ไมวาจะมีน้ําหนักเทาใด ใหไดรับยกเวนไมตองเสียเงินสงเคราะห 8. ขอใดเจาของสวนยางจะไดรับการสงเคราะหสวนยาง ก. ตนยางอายุยี่สิบหาปขึ้นไป ข. ตนยางทรุดโทรมเสียหาย ค. ตนยางที่ไดผลนอย ง. ถูกทุกขอ ตอบ ง. ถูกทุกขอ
  14. 14. 14 ผูจะไดรับการสงเคราะหตามพระราชบัญญัตินี้ตองเปนเจาของสวนยางที่มีตนยางอายุ กวายี่สิบหาปขึ้นไป หรือตนยางทรุดโทรมเสียหาย หรือตนยางที่ไดผลนอย 9. คณะกรรมการเพื่อดําเนินกิจการกองทุนสงเคราะหการทําสวนยางคณะหนึ่งเรียกโดยยอ วาอะไร ก. ก.ส.ย. ข. กสย. ค. คสย. ง. ค.ส.ย. ตอบ ก. ก.ส.ย. 10. รองประธานกรรมการเพื่อดําเนินกิจการกองทุนสงเคราะหการทําสวนยาง คือผูใด ก. รัฐมนตรีชวยวาการกระทรวงเกษตรและสหกรณ ข. ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ ค. เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ง. ผูอํานวยการสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร ตอบ ข. ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ 11.กรรมการที่คณะรัฐมนตรีแตงตั้งจากเจาของสวนยางและบุคคลอื่นซึ่งมีสวนเกี่ยวของกับ การยางมีจํานวนเทาใด ก. 2 คน / 2 คน ข. 4 คน / 2 คน ค. 4 คน / 4 คน ง. 5 คน / 2 คน ตอบ ข. 4 คน / 2 คน คณะกรรมการเพื่อดําเนินกิจการกองทุนสงเคราะหการทําสวนยางคณะหนึ่งเรียกโดย ยอวา “ก.ส.ย.” ประกอบดวยรัฐมนตรีวาการกระทรวงเกษตรและสหกรณ หรือรัฐมนตรีชวย วาการกระทรวงเกษตรและสหกรณ ซึ่งรัฐมนตรีวาการกระทรวงเกษตรและสหกรณ มอบหมายเปนประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ เปนรองประธาน กรรมการ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ผูอํานวยการ สํานักงบประมาณ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร อธิบดีกรมสงเสริมการเกษตร อธิบดีกรม ศุลกากร ผูอํานวยการสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร เปนกรรมการ และกรรมการอื่น อีกไมเกินหกคนซึ่งคณะรัฐมนตรีแตงตั้งจากเจาของสวนยางสี่คนและบุคคลอื่นซึ่งมีสวน เกี่ยวของกับการยางสองคน
  15. 15. 15 12. คณะกรรมการเพื่อดําเนินกิจการกองทุนสงเคราะหการทําสวนยาง มีวาระอยูในตําแหนง คราวละกี่ป ก. 1 ป ข. 2 ป ค. 3 ป ง. 4 ป ตอบ ข. 2 ป กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแตงตั้งมีวาระอยูในตําแหนงคราวละสองป 13. ทุก ๆ ปสงเคราะห ใหคณะกรรมการจัดสรรเงินสงเคราะห เปนคาใชจายในการ ดําเนินงานคนควาทดลองเกี่ยวกับกิจการยาง จํานวนเทาใด ก. รอยละหา ข. รอยละเจ็ด ค. รอยละเกา ง. รอยละสิบ ตอบ ก. รอยละหา ทุก ๆ ปสงเคราะห ใหคณะกรรมการจัดสรรเงินสงเคราะหที่เก็บได จํานวนไมเกินรอย ละหา เปนคาใชจายในการดําเนินงานคนควาทดลองเกี่ยวกับกิจการยางในอันที่จะเปน ประโยชนแกเจาของสวนยางโดยเฉพาะ มอบไวแกกรมวิชาการเกษตรเปนงวด ๆ ตาม หลักเกณฑและวิธีการที่รัฐมนตรีกําหนด เงินที่กรมวิชาการเกษตรไดรับนี้มิใหถือวาเปน รายรับตามกฎหมายวาดวยวิธีการงบประมาณ 14. ทุก ๆ ปสงเคราะห ใหคณะกรรมการจัดสรรเงินสงเคราะห เปนคาใชจายในการ บริหารงานการสงเคราะหการทําสวนยางของสํานักงานกองทุนสงเคราะหการทําสวนยาง จํานวนเทาใด ก. รอยละหา ข. รอยละเจ็ด ค. รอยละเกา ง. รอยละสิบ ตอบ ง. รอยละสิบ ทุก ๆ ปสงเคราะห ใหคณะกรรมการจัดสรรเงินสงเคราะหที่เก็บได จํานวนไมเกินรอย ละสิบ เปนคาใชจายในการบริหารงานการสงเคราะหการทําสวนยางของสํานักงานกองทุน สงเคราะหการทําสวนยาง หากเงินจํานวนที่ตั้งไวนี้ไมพอจายในงานตาง ๆ ดังกลาว ให รัฐบาลตั้งรายจายเพิ่มเติมในงบประมาณประจําปตามความจําเปน
  16. 16. 16 15.เงินสงเคราะหที่ไดจัดสรรไวเพื่อสงเคราะหเจาของสวนยางแตละป ใหแบงสวนสงเคราะห เจาของสวนยางตามประเภทของสวนยางประเภทขนาดเล็ก จัดสรรเทาใด ก. รอยละสิบ ข. รอยละยี่สิบ ค. รอยละหาสิบ ง. รอยละเจ็ดสิบ ตอบ ง. รอยละเจ็ดสิบ 16. เงินสงเคราะหที่ไดจัดสรรไวเพื่อสงเคราะหเจาของสวนยางแตละป ใหแบงสวนสงเคราะห เจาของสวนยางตามประเภทของสวนยางประเภทขนาดกลาง จัดสรรเทาใด ก. รอยละสิบ ข. รอยละยี่สิบ ค. รอยละหาสิบ ง. รอยละเจ็ดสิบ ตอบ ข. รอยละยี่สิบ 17. เงินสงเคราะหที่ไดจัดสรรไวเพื่อสงเคราะหเจาของสวนยางแตละป ใหแบงสวนสงเคราะห เจาของสวนยางตามประเภทของสวนยางประเภทขนาดใหญ จัดสรรเทาใด ก. รอยละสิบ ข. รอยละยี่สิบ ค. รอยละหาสิบ ง. รอยละเจ็ดสิบ ตอบ ก. รอยละสิบ เงินสงเคราะหที่ไดจัดสรรไวเพื่อสงเคราะหเจาของสวนยางนั้น แตละป ใหแบงสวน สงเคราะหเจาของสวนยางตามประเภทของสวนยาง ดังตอไปนี้ ประเภทสวนขนาดใหญ รอยละสิบ ประเภทสวนขนาดกลาง รอยละยี่สิบ ประเภทสวนขนาดเล็ก รอยละเจ็ดสิบ 18.ภายในกําหนดเวลาใดนับแตวันสิ้นปสงเคราะหทุกป ใหคณะกรรมการจัดทํางบดุลแสดง ฐานะการเงิน เสนอตอรัฐมนตรี ก. สามสิบวัน ข. หกสิบวัน ค. เกาสิบวัน ง. หนึ่งรอยยี่สิบวัน ตอบ ง. หนึ่งรอยยี่สิบวัน
  17. 17. 17 ภายในกําหนดเวลาหนึ่งรอยยี่สิบวันนับแตวันสิ้นปสงเคราะหทุกป ใหคณะกรรมการ จัดทํางบดุลแสดงฐานะการเงิน โดยมีคํารับรองการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจเงิน แผนดิน และทํารายงานแสดงผลการปฏิบัติงานเสนอตอรัฐมนตรี 19.ผูใดกระทําดวยประการใด ๆ เสียเงินสงเคราะหนอยกวาที่ควรเสีย ตองระวางโทษอยางไร ก.จําคุกไมเกินหกเดือน ข.ปรับไมเกินสิบเทาของเงินสงเคราะหที่ยังตองชําระ ค. ตองไมนอยกวาหนึ่งพันบาท ง. ถูกทุกขอ ตอบ ง. ถูกทุกขอ ผูใดกระทําดวยประการใด ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงไมเสียเงินสงเคราะห หรือเพื่อเสียเงิน สงเคราะหนอยกวาที่ควรเสีย ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหกเดือน หรือปรับไมเกินสิบเทา ของเงินสงเคราะหที่ยังตองชําระ แตตองไมนอยกวาหนึ่งพันบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ 20.ผูใดขัดขวางหรือไมใหความสะดวกแกกรรมการ เจาพนักงานสงเคราะห หรือบุคคลที่ ไดรับมอบหมายจากคณะกรรมการในการเพื่อทําการสํารวจตรวจสอบและรังวัดตองระวาง โทษอยางไร ก. จําคุกไมเกินหาวัน หรือปรับไมเกินหารอยบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ข. จําคุกไมเกินสิบวัน หรือปรับไมเกินหารอยบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ค. จําคุกไมเกินยี่สิบวัน หรือปรับไมเกินสองพันบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ง. จําคุกไมเกินสามสิบวัน หรือปรับไมเกินสามพันบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ตอบ ข. จําคุกไมเกินสิบวัน หรือปรับไมเกินหารอยบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ใหกรรมการ เจาพนักงานสงเคราะห และบุคคลที่ไดรับมอบหมายเปนหนังสือจาก คณะกรรมการ เขาไปในสวนยางที่เจาของสวนยางขอรับการสงเคราะห และที่ดินตอเนื่องกับ สวนยางนั้น เพื่อทําการสํารวจตรวจสอบและรังวัด หากผูใดขัดขวางหรือไมใหความสะดวกแกกรรมการ เจาพนักงานสงเคราะห หรือ บุคคลที่ไดรับมอบหมายจากคณะกรรมการในการปฏิบัติการ หรือไมปฏิบัติตามหนังสือเรียก ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสิบวัน หรือปรับไมเกินหารอยบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
  18. 18. 18 21. ผูรักษาการตามพรบ.กองทุนสงเคราะหการทําสวนยาง คือผูใด ก. รัฐมนตรีวาการกระทรวงเกษตร ข. ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ ค. เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ง. ผูอํานวยการสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร ตอบ ก. รัฐมนตรีวาการกระทรวงเกษตร ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงเกษตรรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และใหมีอํานาจ แตงตั้งเจาพนักงานสงเคราะหและออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ **************************************************************
  19. 19. 19 แนวขอสอบพระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ. 2542 6.ผูคายางจะตองทําบัญชีการซื้อยาง บัญชีการจําหนายยางและปริมาณยางคงเหลือของทุกๆ เดือน และจัดสงบัญชีดังกลาวตอพนักงานเจาหนาที่ภายในวันที่เทาใดของเดือนถัดไป ก. วันที่หนึ่ง ข. วันที่สาม ค. วันที่หา ง. วันที่สิบ ตอบ ง. วันที่สิบ ผูคายางจะตองทําบัญชีการซื้อยาง บัญชีการจําหนายยางและปริมาณยางคงเหลือ ของทุก ๆ เดือน และจัดสงบัญชีดังกลาวตอพนักงานเจาหนาที่ภายในวันที่สิบของเดือน ถัดไป 7.ในกรณีที่ผูอนุญาตไมออกใบอนุญาต ผูรองขอมีสิทธิอุทธรณเปนหนังสือตอรัฐมนตรีภายใน กี่วันนับแตวันที่ไดทราบถึงการไมออกใบอนุญาต หรือการไมอนุญาตใหตออายุใบอนุญาต หรือการพักใชใบอนุญาต ก. เจ็ดวัน ข. สิบหาวัน ค. สามสิบวัน ง. หกสิบวัน ตอบ ค. สามสิบวัน ในกรณีที่ผูอนุญาตไมออกใบอนุญาต หรือไมอนุญาตใหตออายุใบอนุญาต หรือมี คําสั่งพักใชใบอนุญาต หรือคําสั่งเพิกถอนใบอนุญาต ผูขอรับใบอนุญาตหรือผูขอตออายุ ใบอนุญาตหรือผูถูกพักใชใบอนุญาตหรือผูถูกเพิกถอนใบอนุญาต มีสิทธิอุทธรณเปนหนังสือ ตอรัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับแตวันที่ไดทราบถึงการไมออกใบอนุญาต หรือการไม อนุญาตใหตออายุใบอนุญาตหรือการพักใชใบอนุญาต หรือการเพิกถอนใบอนุญาต แลวแต กรณี 8. หากใบอนุญาตสูญหาย หรือถูกทุกลาย จะตองยื่นคําขอภายในกี่วัน ก. เจ็ดวัน ข. สิบหาวัน ค. สามสิบวัน ง. หกสิบวัน ตอบ ข. สิบหาวัน
  20. 20. 20 ในกรณีที่ใบอนุญาตสูญหายหรือถูกทําลายในสาระสําคัญ ใหผูรับใบอนุญาตแจงตอ พนักงานเจาหนาที่และยื่นคําขอรับใบแทนใบอนุญาตภายในสิบหาวันนับแตวันที่ไดรับทราบ ถึงการสูญหาย หรือถูกทําลายดังกลาว 9. หากผูรับใบอนุญาต ถึงแกความตาย ทายาทหรือผูจัดการมรดก จะตองแจงใหผูอนุญาต ทราบภายในกี่วันนับแตผูรับใบอนุญาตตาย ก. เจ็ดวัน ข. สิบหาวัน ค. สามสิบวัน ง. หกสิบวัน ตอบ ง. หกสิบวัน ในกรณีที่ผูรับใบอนุญาตซึ่งเปนบุคคลธรรมดาถึงแกความตายและใบอนุญาตยังไมสิ้น อายุ ถาทายาทซึ่งบรรลุนิติภาวะแลวหรือผูจัดการมรดกของผูรับใบอนุญาตประสงคจะ ประกอบกิจการนั้นตอไป ก็ใหประกอบกิจการตอไปไดจนกวาใบอนุญาตจะสิ้นอายุ แตตอง แจงใหผูอนุญาตทราบภายในหกสิบวันนับแตวันที่ผูรับใบอนุญาตตาย 10. ผูรับใบอนุญาตยายสถานที่ประกอบกิจการจะตองแจงใหพนักงานเจาหนาที่ทราบภายในกี่วัน ก. เจ็ดวัน ข. สิบหาวัน ค. สามสิบวัน ง. หกสิบวัน ตอบ ข. สิบหาวัน ผูรับใบอนุญาตซึ่งประสงคจะยายสถานที่ประกอบกิจการของตนตองแจง การยาย สถานที่ดังกลาวเปนหนังสือตอพนักงานเจาหนาที่ภายในสิบหาวันนับ แตวันที่ยาย 11. ผูรับใบอนุญาตผูใดเลิกกิจการ ตองแจงการเลิกกิจการเปนหนังสือตอพนักงานเจาหนาที่ ภายในกี่วันนับแตวันเลิกกิจการ ก. เจ็ดวัน ข. สิบหาวัน ค. สามสิบวัน ง. หกสิบวัน ตอบ ข. สิบหาวัน ผูรับใบอนุญาตผูใดเลิกกิจการที่ไดรับอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ตองแจงการเลิก กิจการเปนหนังสือตอพนักงานเจาหนาที่ภายในสิบหาวันนับ แตวันเลิกกิจการและใหถือวา ใบอนุญาตสิ้นอายุตั้งแตวันเลิกกิจการตามที่ แจงไวนั้น
  21. 21. 21 12.ผูใดจะนําเขามาในหรือสงออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งตนยาง ดอก เมล็ด หรือตาของตน ยาง หรือสวนใดสวนหนึ่งของตนยางที่อาจใชเพาะพันธุไดตองไดรับใบอนุญาตจากผู อนุญาต หากไมปฎิบัติตาม ตองระวางโทษอยางไร ก. จําคุกไมเกินหนึ่งป หรือปรับไมเกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ข. จําคุกไมเกินหนึ่งป หรือปรับไมเกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ค. จําคุกไมเกินสามป หรือปรับไมเกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ง. จําคุกไมเกินหาป หรือปรับไมเกินหาหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ตอบ ค. จําคุกไมเกินหนึ่งป หรือปรับไมเกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ผูใดจะนําเขามาในหรือสงออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งตนยาง ดอก เมล็ด หรือตา ของตนยาง หรือสวนใดสวนหนึ่งของตนยางที่อาจใชเพาะพันธุไดตองไดรับใบอนุญาตจากผู อนุญาต ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหนึ่งป หรือปรับไมเกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ 13. ผูใดจะขยายพันธุตนยางเพื่อการคา ตองไดรับใบอนุญาตจากผูอนุญาต และผูรับ ใบอนุญาตตองขยายพันธุตนยางจากตนยางพันธุดี หากไมปฏิบัติตาม ตองระวางโทษปรับไม เกินเทาใด ก. หาพันบาท ข. หนึ่งหมื่นบาท ค. สองหมื่นบาท ง. หาหมื่นบาท ตอบ ข. หนึ่งหมื่นบาท ผูใดจะขยายพันธุตนยางเพื่อการคา ตองไดรับใบอนุญาตจากผูอนุญาต และผูรับ ใบอนุญาตตองขยายพันธุตนยางจากตนยางพันธุดี หากไมปฏิบัติตามตองระวางโทษปรับไม เกินหนึ่งหมื่นบาท 14.ผูใดนํายางเขามาในหรือสงยางออกไปนอกราชอาณาจักรโดยไมไดรับใบอนุญาตเปนผูนํา ยางเขาหรือผูสงยางออก ตองระวางโทษอยางไร ก. จําคุกไมเกินหนึ่งป หรือปรับไมเกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ข. จําคุกไมเกินสองป หรือปรับไมเกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ค. จําคุกไมเกินสามป หรือปรับไมเกินหาหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ง. จําคุกไมเกินสามป หรือปรับไมเกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ตอบ ง. จําคุกไมเกินสามป หรือปรับไมเกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
  22. 22. 22 ผูใดนํายางเขามาในหรือสงยางออกไปนอกราชอาณาจักรโดยไมไดรับใบอนุญาตเปน ผูนํายางเขาหรือผูสงยางออก ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสามป หรือปรับไมเกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ 15. ผูรับใบอนุญาตผูใดไมปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กําหนดไวในใบอนุญาตตองระวางโทษปรับไม เกินเทาใด ก. หนึ่งพันบาท ข. สองพันบาท ค. สามพันบาท ง. หาพันบาท ตอบ ง. หาพันบาท ผูรับใบอนุญาตผูใดไมปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กําหนดไวในใบอนุญาตตองระวางโทษ ปรับไมเกินหาพันบาท 16. ใบอนุญาตนําเขาซึ่งตนยาง ดอก เมล็ด หรือตาของตนยาง หรือสวนใดสวนหนึ่งของตน ยางที่อาจใชเพาะพันธุได มีอัตราคาธรรมเนียมฉบับละเทาใด ก. 100 บาท ข. 500 บาท ค. 1000 บาท ง. 5000 บาท ตอบ ค. 1000 บาท 17. ใบอนุญาตคายาง มีอัตราคาธรรมเนียมฉบับละเทาใด ก. 100 บาท ข. 500 บาท ค. 1000 บาท ง. 5000 บาท ตอบ ค. 1000 บาท 18. ใบอนุญาตเปนผูนํายางเขามาในราชอาณาจักร มีอัตราคาธรรมเนียมฉบับละเทาใด ก. 100 บาท ข. 500 บาท ค. 1000 บาท ง. 5000 บาท ตอบ ง. 5000 บาท 19. ใบผานดานศุลกากร (เก็บตามน้ําหนักของยางที่นําเขาหรือสงออก) มีอัตราคาธรรมเนียม กิโลกรัมละเทาใด
  23. 23. 23 สรุปสาระสําคัญประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย ทรัพยสินและสวนของทรัพย ความหมายของทรัพยสินและทรัพยสิน มาตรา 137 “ทรัพย หมายความวา วัตถุมีรูปราง” มาตรา 138 “ทรัพยสินหมายความรวมทั้ง ทรัพยและวัตถุไมมีรูปรางซึ่งอาจ มีราคาและอาจถือเอาได” จากบทบัญญัติดังกลาว สามารถแยกวิเคราะหศัพท คําวา “ทรัพย” คือ วัตถุที่มี รูปราง สวนคําวา “ทรัพยสิน” คือวัตถุที่มีรูปรางหรือไมมีรูปรางก็ได ฉะนั้น ทรัพยตาม มาตรา 137 จึงเปนสวนหนึ่งของทรัพยสินตามมาตรา 138 ตองนําองคประกอบที่วา “อาจมี ราคาและอาจถือเอาได” มาใชดวยแมจะมิไดระบุไวก็ตาม “วัตถุมีรูปราง” หมายถึง สิ่งที่มองเห็นดวยตา จับตองสัมผัสได ไมตองคํานึงถึง ขนาดทรัพยบางอยางจึงไมอาจมองเห็นดวยตาเปลา หรือสัมผัสไดถนัดนัก เชน เชื้อโรคแต หากใชเครื่องมือขยายไดดวยกลองจุลทรรศน และมีรูปรางในตัวเองโดยลําพังก็ใชไดแลว ประเภทของทรัพย 1.อสังหาริมทรัพย มาตรา 139 “อสังหาริมทรัพย หมายความวา ที่ดินและทรัพยอันติดอยูกับ ที่ดิน มีลักษณะเปนการถาวร หรือประกอบเปนอันเดียวกับที่ดินนั้น และหมายความ รวมถึงทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับที่ดิน หรือทรัพยอันติดอยูกับที่ดินหรือประกอบเปนอัน เดียวกับที่ดินนั้นดวย” สามารถแยกอธิบายลักษณะสําคัญได 4 กรณี 1.1ที่ดิน คือพื้นดินบนโลกหรือพื้นดินทั่วๆ ไป แตไมรวมถึงพื้นน้ํา หรือดินที่ขุด ขึ้นมาแลว 1.2ทรัพยอันติดกับที่ดิน โดยมีลักษณะติดตรึงตราแนนหนา และถาวรไดแก ก.ทรัพยที่เกิดหรือติดกับที่ดินโดยธรรมชาติ เชน ไมยืนตนมีอายุ ยาวนานกวา 3 ป นั้นมีลักษณะติดถาวรและเปนสวนควบ จึงเปนอสังหาริมทรัพย สวนตนไม ลมลุกและธัญชาติที่มีอายุต่ํากวา 3 ป เชน ตนขาวตาง ๆ จึงเปนสังหาริมทรัพย
  24. 24. 24 ข.ทรัพยที่เกิดหรือติดกับที่ดินโดยมนุษย เชน การสรางอาคาร บานเรือน อนุสาวรีย หอนาฬิกา เปนตน หลักที่ควรพิจารณา คือ การดูสภาพและเจตนาเปนสําคัญ โดยไมสนใจ ระยะเวลาที่นํามาติด เชน รานคางานกาชาด แมจัดงานเพียง 10 วัน แตตัวอาคารรานคา คงทนถาวรใชขายสินคาทุกป ก็ถือวาเปนอสังหาริมทรัพยแลว 1.3ทรัพยซึ่งประกอบเปนอันหนึ่งอันเดียวกับที่ดิน คือ ทรัพยที่เปนสวนหนึ่ง หรือประกอบเปนพื้นดิน เชน แมน้ํา หิน ทราย และแรธาตุซึ่งมีอยูตามธรรมชาติหรือมนุษย นํามารวมไวกับที่ดินก็ตาม แตไมรวมถึงสังหาริมทรัพยที่ซอนฝงหรือจมอยูในดิน เชน วัตถุ โบราณ ทอประปา เปนตน 1.4ทรัพยสินอันเกี่ยวกับที่ดินหรือติดอยูกับที่ดินหรือประกอบเปนอัน เดียวกับที่ดิน ไดแก กรรมสิทธิ์ สิทธิครอบครอง ภาระจํายอม สิทธิอาศัย สิทธิเหนือพื้นดิน สิทธิเก็บกิน การติดพันในอสังหาริมทรัพย และสิทธิจํานองอันเกี่ยวกับที่ดิน เปนตน 2.สังหาริมทรัพย มาตรา 140 “สังหาริมทรัพย หมายความวา ทรัพยสินอื่นนอกจาก อสังหาริมทรัพย และหมายความรวมถึงสิทธิอันเกี่ยวกับทรัพยสินนั้นดวย” อะไรซึ่งไมใชอสังหาริมทรัพย ตองเปนสังหาริมทรัพยเสมอไป และเปน สังหาริมทรัพยหรือไม ถาไมเขาหลักเกณฑอสังหาริมทรัพยตามมาตรา 139 ตอบไดทันทีวา เปนสังหาริมทรัพย สามารถแยกออกไดเปน 2 กรณี 2.1ทรัพยสินอื่นนอกจากอสังหาริมทรัพย คือ ทรัพยที่เคลื่อนไหวได เชน รถยนต แกว แหวน เงินทอง เปนตน 2.2สิทธิอันเกี่ยวกับทรัพยสิน คือการเนนตัวสิทธิ ซึ่งเปนนามธรรมที่เกี่ยวกับตัว ทรัพยที่เปนรูปธรรม แตไมไดใชคําวา ทรัพยสิทธิ จึงเปนคนละกรณี สวนในตอนทายใชคําวา ทรัพยสิน แสดงวาสิทธิตัวนี้ รวมทั้งทรัพยที่มีรูปราง และไมมีรูปราง ซึ่งอาจมีราคา และอาจ ถือเอาไดดวย เชน กรรมสิทธิ์รถยนต เปนตน สิทธิในสังหาริมทรัพยที่ไมมีรูปราง ตองเปนสิทธิที่กฎหมายใหการรับรองแลว เชน ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร สิทธิในเครื่องหมายการคา เปนตน
  25. 25. 25 แนวขอสอบพรบ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 6.ผูมีอํานาจออกฎ กระทรวงและประกาศเพื่อปฏิบัติการตาม พรบ. วิธีปฏิบัติราชการทาง ปกครอง ในฉบับนี้คือผูใด ก. นายกรัฐมนตรี ข. คณะรัฐมนตรี ค. ประธานศาลฎีกา ง. ประธานศาลยุติธรรม ตอบ ก. นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมีอํานาจออกกฎกระทรวงและประกาศ เพื่อปฏิบัติการตาม พระราชบัญญัตินี้ (พรบ.วิธีปฏิบัติฯ มาตรา 6) 7.ผูใดมิใชคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ก. ปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี ข. ปลัดกระทรวงมหาดไทย ค. ผูวาราชการจังหวัด ง. เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ตอบ ค. ผูวาราชการจังหวัด ใหมีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกวา "คณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง” ประกอบดวยประธานกรรมการคนหนึ่ง ปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงมหาดไทย เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เลขาธิการคณะกรรมการขาราชการพลเรือน เลขาธิการ คณะกรรมการกฤษฎีกา และผูทรงคุณวุฒิอีกไมนอยกวาหาคนแตไมเกินเกาคน เปน กรรมการ (พรบ.วิธีปฏิบัติฯ มาตรา 7) 8.คณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง มีวาระอยูในตําแหนงคราวละกี่ป ก. คราวละสองป ข. คราวละสามป ค. คราวละสี่ป ง. คราวละหาป ตอบ ข. คราวละสามป ใหกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแตงตั้งมีวาระดํารงตําแหนงคราวละสามป กรรมการซึ่ง พนจากตําแหนงอาจไดรับแตงตั้งอีกได (พรบ.วิธีปฏิบัติฯ มาตรา 8)
  26. 26. 26 9.หนวยงานใดทําหนาที่เปนสํานักงานเลขานุการของคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทาง ปกครอง รับผิดชอบงานธุรการ งานประชุม ก. เลขาธิการคณะกรรมการขาราชการพลเรือน ข. สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ค. เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ง. เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ตอบ ข. สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ใหสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาทําหนาที่เปนสํานักงานเลขานุการของ คณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง รับผิดชอบงานธุรการ งานประชุม การศึกษาหา ขอมูลและกิจการตาง ๆ ที่เกี่ยวกับงานของคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (พรบ.วิธีปฏิบัติฯ มาตรา 10) 10.ในการจัดทํารายงานของคณะกรรมการเกี่ยวกับการปฏิบัติตาม พรบ.นี้ ตองนําเสนอตอ คณะรัฐมนตรีอยางนอยปละกี่ครั้ง ก. 1 ครั้ง ข. 2 ครั้ง ค. 3 ครั้ง ง. 4 ครั้ง ตอบ ก. 1 ครั้ง จัดทํารายงานเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้เสนอคณะรัฐมนตรีเปนครั้ง คราวตามความเหมาะสมแตอยางนอยปละหนึ่งครั้ง เพื่อพัฒนาและปรับปรุงการปฏิบัติ ราชการทางปกครองใหเปนไปโดยมีความเปนธรรมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น (พรบ.วิธีปฏิบัติ มาตรา 11) 11.ผูที่จะทําการพิจารณาทางปกครองไมไดคือขอใด ก. เปนคูกรณีเอง ข. เปนคูหมั้นของคูกรณี ค. เปนญาติของคูกรณี ง. ถูกทุกขอ ตอบ ง. ถูกทุกขอ เจาหนาที่ดังตอไปนี้จะทําการพิจารณาทางปกครองไมได (1) เปนคูกรณีเอง (2) เปนคูหมั่นหรือคูสมรสของคูกรณี
  27. 27. 27 (3) เปนญาติของคูกรณี คือ เปนบุพการีหรือผูสืบสันดานไมวาชั้นใด ๆ หรือเปนพี่นอง หรือลูกพี่ลูกนองนับไดเพียงภายในสามชั้น หรือเปนญาติเกี่ยวพันทางแตงงานนับไดเพียง สองชั้น (4) เปนหรือเคยเปนผูแทนโดยชอบธรรมหรือผูพิทักษหรือผูแทนหรือตัวแทนของ คูกรณี (5) เปนเจาหนี้หรือลูกหนี้ หรือเปนนายจางของคูกรณี (6) กรณีอื่นตามที่กําหนดในกฎกระทรวง (พรบ.วิธีปฏิบัติฯ มาตรา 13) 12.ที่ประชุมมีมติใหกรรมการผูถูกคัดคานปฏิบัติหนาที่ตอไป ตองมีคะแนนเสียงเทาใดของ กรรมการที่ไมถูกคัดคาน ก็ใหกรรมการผูนั้นปฏิบัติหนาที่ตอไปได ก. ไมนอยกวากึ่งหนึ่ง ข. ไมนอยกวาหนึ่งในสาม ค. ไมนอยกวาสองในสาม ง. ไมนอยกวาสามในสี่ ตอบ ค. ไมนอยกวาสองในสาม ถาที่ประชุมมีมติใหกรรมการผูถูกคัดคานปฏิบัติหนาที่ตอไปดวยคะแนนเสียงไมนอย กวาสองในสามของกรรมการที่ไมถูกคัดคาน ก็ใหกรรมการผูนั้นปฏิบัติหนาที่ตอไปได มติ ดังกลาวใหกระทําโดยวิธีลงคะแนนลับใหเปนที่สุด (พรบ.วิธีปฏิบัติฯ มาตรา 15) 13.ในกรณีที่มีการยื่นคําขอหลายคําขอนั้นมีขอความทํานองเดียวกัน สามารถที่จะระบุบุคคล ใดเปนตัวแทนรวมได ในกรณีเชนนี้ตองมีผูลงชื่อรวมเกินกวากี่คน ก. เกินสามสิบคน ข. เกินหาสิบคน ค. เกินหารอยคน ง. เกินหนึ่งพันคน ตอบ ข. เกินหาสิบคน ในกรณีที่มีการยื่นคําขอโดยมีผูลงชื่อรวมกันเกินหาสิบคนหรือมีคูกรณีเกิน หาสิบคนยื่นคําขอที่มีขอความอยางเดียวกันหรือทํานองเดียวกัน ถาในคําขอมีการระบุให บุคคลใดเปนตัวแทนของบุคคลดังกลาวหรือมีขอความเปนปริยายใหเขาใจไดเชนนั้น ใหถือวา ผูที่ถูกระบุชื่อดังกลาวเปนตัวแทนรวมของคูกรณีเหลานั้น (พรบ.วิธีปฏิบัติฯ มาตรา 25)
  28. 28. 28 สั่งซื้อไดที่ www.SheetRam.com โทรศัพท : 02-7230950,02-5141422, 085-9679080,085-9993722,085-9993740 แจงการโอนเงิน พรอมชื่อ และอีเมลลที่ LINE ID : sheetram โทรศัพท : 02-7230950,02-5141422,085-9679080, 085-9993722,085-9993740

×