Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.
เปตองเปนกีฬากลางแจงประเภทหนึ่งซึ่งมีมาตั้งแตดกดําบรรพ ประวัติที่แนนอนไมมการบันทึกไว แตมีหลักฐานจากการ             ...
ขางพิการเดินไมไดไมสามารถจะเลนกีฬาโปรวังซาลเหมือนเดิมได ตองนั่งรถเข็นดูเพื่อนๆ เลนกันอยางสนุกสนาน โดยที่ตนเองไมมีโ...
ปจจุบันกีฬาเปตองเปนที่นิยมเลนกันอยางแพรหลายเกือบทุกประเทศในทวีปยุโรป อเมริกา และเอเชีย สําหรับในประเทศในทวีปเอเชีย ปร...
ขอ 3.ลูกเปาที่โยนไปแลวถือวาดีตองมีกฎเกณฑ ดังนี้  3.1 มีระยะหางระหวางขอบวงกลมดานใกลที่สุดถึงลูกเปาก. ไมนอยกวา ...
ง. ผูเลนฝายเดียวกันโยนลูกเปาไปแลว 3 ครั้ง ยังไมไดดีตามกติกากําหนดจะตองเปลียนใหผูเลนฝายตรงกันขามเปนผูโยน    ...
กอนหรือหลังการโยนลูกเปา หามผูเลนปรับพื้นที่หรือเคลื่อนยายสิ่งตาง ๆ เชน กรวด หิน ดิน ทราย ใบไม ฯลฯ ในบริเวณสนามแข...
ในระหวางการเลนแตละเที่ยว ถาลูกเปาเกิดฟาลวใหปฏิบัตตามกฎขอยอยดังนี้                                                ...
ในการวัดคะแนนอนุญาตใหโยกยายลูกเปตองที่เกียวของไดแตตองทําเครื่องหมายทีมีตําแหนงสิ่งนั้น ๆ ไวกอนโยกยาย             ...
5.3 ถาทั้งสองฝายยังมีลูกเปตองเหลืออยู ฝายที่โยนลูกเปตองทีหลังจะตองเปนฝายเลนลูกตอไป ถาลูกเปตองทั้งสองฝายยังเสมอก...
9.3 หากทีมที่มีผูเลนไมครบจํานวนสามารถชนะการแขงขันในเกมนั้นจะอนุญาตใหผูเลนที่มาเลนชาลงแขงขันในเกมตอไปได แตตอง...
13.1 การลงโทษผูเลนที่กระทําผิดอาจมีผลถึงผูรวมทีมดวย 13.2 บทลงโทษ (ก) (ข) เปนอํานาจของผูตัดสิน 13.3 บทลงโทษ (ค) เปน...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

เปตองเป็นกีฬากลางแจ้งประเภทหนึ่งซึ่งมีมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ ประวัติที่แน่นอนไม่มีการบัน

2,898 views

Published on

  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

เปตองเป็นกีฬากลางแจ้งประเภทหนึ่งซึ่งมีมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ ประวัติที่แน่นอนไม่มีการบัน

  1. 1. เปตองเปนกีฬากลางแจงประเภทหนึ่งซึ่งมีมาตั้งแตดกดําบรรพ ประวัติที่แนนอนไมมการบันทึกไว แตมีหลักฐานจากการ ึ ีเลาสืบตอๆ กันมาวา กําเนิดขึ้นครั้งแรกในประเทศกรีซ เมื่อประมาณ 2,000 ปกอนคริสตกาล โดยเก็บกอนหินที่เปนทรงกลมจากภูเขาและใตทะเลมาเลนกัน ตอมากีฬาประเภทนี้ไดแพรหลายเขามาในทวีปยุโรป เมื่ออาณาจักรโรมันครองอํานาจและเขายึดครองดินแดนของชนชาวกรีกไดสําเร็จ ชาวโรมันไดใชการกีฬาประเภทนี้เปนเครื่องทดสอบกําลังขอมือและกําลังกายของผูชายในสมัยนัน ้ ตอมาเมื่ออาณาจักรโรมันเขายึดครองดินแดนชาวโกลหรือประเทศฝรั่เศสในปจจุบัน ชาวโรมันก็ไดนําเอาการเลนลูกบูลประเภทนี้เขาไปเผยแพรทางตอนใตของประเทศฝรั่งเศส การเลนลูกบูลจึงไดพัฒนาขึ้นโดยเปลี่ยนมาใชไมเนื้อแข็งถากเปนรูปทรงกลมแลวใชตะปูตอกรอบๆ เพื่อเพิ่มน้ําหนักของลูกใหเหมาะกับมือในยุคกลางประมาณ ค.ศ. 400-1000 การเลนลูกบูลนี้จึงเปนที่นยมเลนกันแพรหลายในประเทศฝรั่งเศษ ครั้นพอสมัยของ ิพระเจาหลุยสที่ 14 พระองคไดทรงประกาศสงวนกีฬาการเลนลูกบูลนี้ไวสําหรับผูสูงเกียรติ และใหเลนไดเฉพาะพระราชสํานักเทานั้นตอมาในสมัยพระเจานโปเลียนมหาราชขึ้นครองอํานาจพระองคไดทรงประกาศใหม ใหการเลนลูกบูลนี้เปนกีฬาประจําชาติของฝรั่งเศสและเปดโอกาสใหประชาชนทัวๆ ไป ไดเลนกันอยางเสมอภาคทุกคน การเลนลูกบูลนี้จงไดมีการพัฒนาขึ้น ่ ึเรื่อยๆ ตลอดมา เชน โดยการนําเอาลูกปนใหญทใชแลวมาเลนกันบางอยางสนุกสนามและเพลิดเพลิน จนมีการตังชื่อ ี่ ้เกมกีฬาประเภทนี้ขึ้นมาเลนอยางมากมายตางๆ กัน เชน บูลเบร-รอตรอง, บูลลิโยเนส, บูลเจอร เดอรลอง และบลู-โปรวังซาล เปนตนในปลายศตวรรษที่ 19 ประเทศฝรั่งเศสก็ไดเปนประเทศแรกของโลกที่ไดออกกฎเกณฑขอบังคับกติกาการเลนกีฬาลูกบูลโปรวังซาลขึ้น โดยใหวง 3 กาวกอนโยนลูกบูล การเลนกีฬาประเภทนี้จึงเปนที่นิยมเลนกันอยางแพรหลายทั่วไปในประเทศ ิ่ฝรั่งเศส และมีการแขงขันชิงแชมปกันขึ้นโดยทั่วไปจนถึงตนศตวรรษที่ 20 ในป ค.ศ. 1910 ตําบลซิโอตาท เมืองทามารแชรด ซึงอยูทางตอนใตของฝรังเศส การเลนกีฬาลูก ่ ่บูล-โปรวังซาลไดมีการเปลี่ยนแปลงกติกาการเลนขึ้นใหม โดยนายจูลร-เลอนัวร ซึ่งเปนผูมีฝมือในการเลนกีฬาลูกบูล-โปรวังซาลเกงกาจที่สุดในขณะนั้น และไดเปนแชมปโปรวังซาลในยุคนั้นดวยแตไดประสบอุบัติเหตุอยางรายแรงจนขาทังสอง ้
  2. 2. ขางพิการเดินไมไดไมสามารถจะเลนกีฬาโปรวังซาลเหมือนเดิมได ตองนั่งรถเข็นดูเพื่อนๆ เลนกันอยางสนุกสนาน โดยที่ตนเองไมมีโอกาสไดรวมเลนเลย วันหนึ่งขณะที่นายจูลร เลอนัวร ไดนั่งรถเข็นมองดูเพื่อนๆ เลนเกมโปรวังซาลอยางสนุกสนานอยูนั้น นองชายเห็นวาพี่ชายมีอาการหงอยเหงาเปนอยางมาก นองชายของเขาจึงไดคิดดดแปลงแกไขกตกาการเลนขึ้นใหม โดยการขัดวงกลมลงบนพื้น   ั ิแลวใหผูเลนเขาไปยืนในวงกลม ใหขาทังสองยืนชิดติดกัน ไมตองวิ่งเหมือนกีฬาโปรวังซาล ทั้งนี้โดยมีเพื่อนๆ และญาติของ ้นาย จูลร เลอนัวร ใหการสนับสนุนอยางเต็มที่ นายจูลร เลอนัวร จึงไดมีโอกาสรวมเลนกีฬาบูล-โปรวังซาล ที่ดัดแปลงขึ้นใหมนี้อยางสนุกสนามและเพลิดเพลินเหมือนเดิมเกมกีฬาบูล-โปรวังซาล ที่ดัดแปลงขึ้นใหมนี้ไดกําหนดขึ้นโดยมีสมาชิกครั้งแรกประมาณ 50 คน พวกเขาพยายามประชาสัมพันธเพื่อเผยแพรเกมใหมเปนเวลาถึง 30 ป จึงไดมีสมาชิกเพิมขึ้นเปนลําดับ หลังจากนั้นก็ไดแพรหลายเขาสู ่นักกีฬา นักการเมือง และขาราชการประจําในราชสํานัก จนในที่สดก็ไดมีการกอตั้ง "สหพันธ เปตองและโปรวังซาล" ขึ้นใน ุป ค.ศ.- 1938 จากนั้นจํานวนสมาชิกก็เพิ่มขึ้นแสนๆ คน มีบุคคลทุกระดับชั้นทุกเพศ ทุกวัยเขาเปนสมาชิก ลูกบูลที่ใชเลนก็มีการคิดคนทําเปนลูกโลหะผสมเหล็กกลา ขางในกลวง การเลนจึงมีความสนุกสนานเราใจยิงขึ้นกวาเดิม ่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในป ค.ศ. 1945 การเลนกีฬาลกบูล-โปรวังซาลที่ไดดัดแปลงแกไขใหมนี้ไดรับความนิยมเลนมาก ูขึ้น และไดแพรหลายไปตามหัวเมืองตางๆ อยางรวดเร็วทัวประเทศฝรั่งเศส ตลอดจนถึงดินแดน อาณานิคมของฝรังเศสอีก ่ ่ดวย การเลนกีฬาลูกบูลนี้ไดแบงแยกการเลนออกไดเปน 3 ประเภทคือ1. ลิโยเนล2. โปรวังชาล (วิ่ง 3 กาวแลวโยน)3. เปตอง (ที่นิยมเลนในปจจุบัน)กีฬาเปตองจัดแขงขันชนะเลิศแหงโลกขึ้นครั้งแรก เมื่อ ค.ศ.-1959 ที่เมืองสปา ประเทศเบลเยียม นักเปตองจากประเทศฝรั่งเศสไดครองตําแหนงชนะเลิศ
  3. 3. ปจจุบันกีฬาเปตองเปนที่นิยมเลนกันอยางแพรหลายเกือบทุกประเทศในทวีปยุโรป อเมริกา และเอเชีย สําหรับในประเทศในทวีปเอเชีย ประเทศไทยนับเปนประเทศหนึ่งที่มีผูนิยมเลนกันอยางแพรหลายและกวางขวางมากในปจจุบันวิธีการเลน ขอ 1.เปตองเปนกีฬาทีเ่ ลนไดกับสนามทุกสภาพ ยกเวนพื้นคอนกรีตพื้นไม และพื้นดินที่มีหญาขึ้นสูง โดยมีคณะกรรมการจัดการแขงขันหรือผูตัดสินเปนผูกาหนด ผูเลนทุกทีมตองเลนในสนามที่กาหนดใหสาหรับการแขงขันชิงชนะเลิศระดับชาติและ ํ ํ ํนานาชาติสนามตองมีขนาดกวาง 4 เมตร ยาว 15 เมตร เปนอยางนอย 1.1 สวนการแขงขันอื่น ๆ สมาคมฯ อาจอนุโลมใหเปลี่ยนแปลงขนาดของสนามไดตามความจําเปนและความเหมาะสมแตตองมีขนาดกวาง 3.50 เมตร และยาว 13 เมตร เปนอยางนอย 1.2 เกมหนึ่งกําหนดใหใช 13 คะแนน สําหรับการแขงขันในรอบแรกและรอบตอ ๆ ไป (จะใชเพียง 11 คะแนนก็ได)สําหรับชิงชนะเลิศในระดับนานาชาติหรือแหงชาติใหใช 15 คะแนน ขอ 2ผูเลนทุกคนตองลงสูสนามแขงขันตามเวลาทีกําหนดใหและทําการเสี่ยงวาฝายใดจะเปนฝายโยนลูกเปา ่ 2.1 ผูเลนคนหนึ่งคนใดในทีมซึงเปนฝายชนะในการเสี่ยงเปนผูโยนลูกเปาเมื่อเลือกจุกเริ่มแลวใหเขียนวงกลมบนพื้นมี ่ขนาดพอที่เทาทั้งสองขางเขาไปยืนอยูได (เสนผาศูนยกลาง ระหวาง 0.35-0.50 เมตร) วงกลมนั้นจะตองหางจากสิ่งกีดขวางตาง ๆ และเสนสนามไมนอยกวา 1 เมตร สําหรับการแขงขันในสภาพสนามที่ไมมีขอบเขตของสนามใหเขียนวงกลมหางจากวงกลมของสนามอื่นไมนอยกวา 2 เมตร   2.2 ผูที่เตรียมเลนจะตองอยูภายในวงกลมหามเหยียบเสนรอบวง หามยกเทาพนพื้น และหามออกจากวงกลมกอนที่ลูกเปตองจะตกลงพื้นสวนอื่นรางกายจะถูกพื้นนอกวงกลมไมไดเวนแตคนขาพิการซึ่งไดรับอนุญาตเปนกรณีพิเศษใหวางเทาขางเดียวในวงกลมได สวนนักกีฬาพิการที่ตองนั่งรถเข็นใหขีดวงกลมรอบลอรถเข็นไดและที่วางเทาของรถเข็นตองใหอยูสูงเหนือขอบวงกลม 2.3 ผูเลนคนหนึ่งคนใดในทีมซึงเปนผูโยนลูกเปา ไมบังคับวาจะตองเปนผูโยนลูกเปตองลูกแรกเสมอไป ่ 2.4 ในกรณีที่สนามไมดี (ชํารุด) หามผูเลนตกลงกันเองแขงขันสนามอื่นโดยไมไดรับอนุญาตจากผูตัดสิน
  4. 4. ขอ 3.ลูกเปาที่โยนไปแลวถือวาดีตองมีกฎเกณฑ ดังนี้ 3.1 มีระยะหางระหวางขอบวงกลมดานใกลที่สุดถึงลูกเปาก. ไมนอยกวา 4 เมตร และไมเกน 8 เมตร สําหรับเด็กเล็ก (อายุไมเกิน 12 ป)  ิข. ไมนอยกวา 5 เมตร และไมเกน 9 เมตร สําหรับเด็กเล็ก (อายุไมเกิน 13- 14 ป) ิค. ไมนอยกวา 6 เมตร และไมเกน 10 เมตร สําหรับเยาวชน (อายุไมเกิน 15- 17 ป)  ิง. ไมนอยกวา 6 เมตร และไมเกน 10 เมตร สําหรับผูใหญ (ไมจากัดอายุ)  ิ ํ 3.2 วงกลมตองอยูหางจากสิงกีดขวางตาง ๆ และเสนเขตสนามหรือเสนฟาลวไมนอยกวา 1 เมตร  ่ 3.3 ตําแหนงลูกเปาตองอยูหางจากสิ่งกีดขวางตาง ๆ และเสนเขตสนามไมนอยกวา 1 เมตร   3.4 ลูกเปาจะตองอยูในตําแหนงที่มองเห็นไดอยางชัดเจน ขณะยืนตัวตรงอยูในวงกลม (ถามีการโตแยงในกรณีนี้ใหผู  ตัดสินเปนผูชี้ขาด) 3.5 การโยนลูกเปาในเที่ยวตอ ๆ ไป ใหเขียนวงกลมรอบตําแหนงลูกเปาที่อยูในเที่ยวที่แลวเวนแตกรณีดังนี้ก. วงกลมมีระยะหางจากสิงกีดขวางและเสนสนามนอยกวา 1 เมตร ในกรณีนี้ ผูเลนตองเขียนวงกลมใหหางจากสิ่งกีด ่ขวางและเสนเขตสนามทีกติกาไดกําหนดไว ่ข. โยนลูกเปาไมไดระยะตามทีกติกากําหนดไว แมจะโยนไปในทิศทางใดก็ตาม กรณีนี้ผูเลนสามารถถอยหลังไดตามแนว ่ตรง (ตงฉาก) จากตําแหนงเดิมของลูกเปาในเทียวที่แลว แตทั้งนีวงกลมนั้นจะถอยหลังไดไมเกินระยะการโยน ตามที่กติกา ั้ ่ ้กําหนดไวโดยใหนับจากเสนฟาลว (Dead Bal Line) ดานบนจนถึงเสนขอบวงกลมดานใกลสุด- (ถาไมมีเสนฟาลว ใหนับจากเสนสนามดานบนจนถึงขอบวงกลม ไมเกิน 11 เมตร)ค. ลูกเปาที่อยูในระยะการโยนหรือเลนได แตผูเลนฝายที่มีสิทธิ์โยนลูกเปาไมประสงคจะเลนในระยะนั้น ๆ กรณีนี้ผูเลน สามารถถอยหลังตามแนวตรง (ตั้งฉาก) จากตําแหนงจากเดิมของลูกเปาในเทียวที่แลวไดตามความพอใจ แตทั้งนี้วงกลม ่นั้นจะถอยหลังไดไมเกินระยะการโยน ตามที่กตกากําหนดไวโดยใหนับจากเสนฟาวล (Dead Bal Line) ดานบนจนถึงเสน ิขอบวงกลมดานใกลสุด- (ถาไมมีเสนฟาลว ใหนับจากเสนสนามดานบนจนถึงขอบวงกลม ไมเกิน 11 เมตร)
  5. 5. ง. ผูเลนฝายเดียวกันโยนลูกเปาไปแลว 3 ครั้ง ยังไมไดดีตามกติกากําหนดจะตองเปลียนใหผูเลนฝายตรงกันขามเปนผูโยน ่ซึ่งมีสิทธิ์โยนได 3 ครั้ง เชนเดียวกัน และอาจยายวงกลมถอยหลังไดตามแนวตรง (ตังฉาก) แตทั้งนีวงกลมนั้นจะถอยหลัง ้ ้ไดไมเกินระยะการโยน ตามที่กตกากาหนดไวโดยใหนับจากเสนฟาลว (Dead Bal Line) ดานบนจนถึงเสนขอบวงกลม ิ ํดานใกลสุด (ถาไมมเี สนฟาลวใหนับจากเสนสนามดานบนจนถึงขอบวงกลม ไมเกิน 11 เมตร) วงกลมที่เขียนขึ้นใหมนั้นจะเปลี่ยนแปลงอีกไมได แมวาผูเ ลนของทีมหลังนี้จะโยนลูกเปาไมดีทง 3 ครั้ง ก็ตาม ั้จ. ถึงแมทมที่โยนลูกเปา 3 ครั้งแรกโยนไดไมดีตามที่กตกากําหนดก็ตาม แตทีมที่โยนลูกเปาครั้งแรกนั้นยังมีสิทธิเ์ ปนฝาย ี ิโยนลูกเปตองลูกแรกอยู ขอ 4.ลูกเปาที่โยนไปแลวถูกผูตัดสิน ผูเลน ผูดู สัตวหรือสิ่งที่เคลื่อนที่อื่น ๆ แลวหยุด ใหนํามาโยนใหมโดยไมนับรวมอยูในการ โยน 3 ครั้งที่ไดกาหนดไว ํ 4.1 หลังจากการโยนลูกเปาและลูกเปตองลูกแรกไปแลวฝายตรงกันขามยังมีสิทธิ์ประทวงวาดวยตําแหนงของลูกเปานั้นได ใหเริ่มโยนและลูกเปตองใหม 4.2 ถาฝายตรงกันขามไดโยนลูกเปตองไปดวยแลว 1 ลูก ใหถือวาตําแหนงลูกเปานั้นดี และไมมีสิทธิ์ประทวงใด ๆ ทั้งสิ้น    ขอ 5.ลูกเปาที่โยนไปแลวถือวาฟาลว มี 5 กรณีดังนี้ 5.1 เมื่อลูกเปาที่โยนไปแลวไมไดตําแหนงทีถูกตองตามที่กาหนดไวในขอ 7 ่ ํ 5.2 เมื่อลูกเปาเคลื่อนที่ออกนอกเสนฟาลว แตลูกเปาคาบเสนยังถือวาดี ลูกเปาทีถือวาฟาลว คือลูกเปาที่ออกเสนฟาลว ่เทานั้น 5.3 เมื่อลูกเปาเคลื่อนที่ไปแลว ผูเลนไมสามารถมองเห็นจากวงกลมตามที่กําหนดไวในขอ 7.4 แตถาลูกเปาถูกลูกเปตองบังอยูไมถือวาฟาลว ทั้งผูตัดสินมีสิทธิ์ที่จะยกลูกเปตองที่บงอยูออกชัวคราวเพื่อตรวจสอบวา ลูกเปานั้นมองเห็นได ั ่ชัดเจนหรือไม 5.4 เมื่อลูกเปาเคลื่อนที่ไป มีระยะหางจากวงกลมเกินกวา 20 เมตร หรือนอยกวา 3 เมตร 5.5 เมื่อลูกเปาเคลื่อนที่ไปแลว หาไมพบภายใน 5 นาที ขอ 6.
  6. 6. กอนหรือหลังการโยนลูกเปา หามผูเลนปรับพื้นที่หรือเคลื่อนยายสิ่งตาง ๆ เชน กรวด หิน ดิน ทราย ใบไม ฯลฯ ในบริเวณสนามแขงขันโดยเด็ดขาด เวนแตผูเตรียมตัวจะลงเลนเทานั้นที่มีสทธิ์ปรับสนามที่มีหลุมซึงเกิดจากการโยนลูกเปตองของผู ิ ่เลนคนที่แลว และอาจใชลกเปตองปรับหลุมนั้นไดไมเกิน 3 ครั้ง ผูเลนที่ฝาฝนกฎตองลงโทษดังนี้ ู 6.1 ถูกเตือน 6.2 ปรับลูกที่เลนไปแลวหรือลูกที่กําลังจะเลนเปนลูกฟาลว 6.3 ปรับเฉพาะผูกระทําผิด ใหงดเลน 1 เที่ยว 6.4 ปรับเปนแพทั้งทีม 6.5 ปรับใหแพทั้ง 2 ทีม ถากระทําผิดเหมือนกัน หรือสมรูรวมคิดกัน ขอ 7.ในระหวางการเลนแตละเที่ยว หากมีใบไม กระดาษหรือสิ่งอื่น ๆ มาบังลูกเปาโดยบังเอิญใหเอาออกได 7.1 เมื่อลูกเปาหยุดนิ่งแลวและเคลื่อนที่ไปใหมโดยแรงลมพัดหรือจากการลาดเอียงของพื้นสนาม จะตองนํากลับมาวางที่ตําแหนงเดิม 7.2 เมื่อลูกเปาเคลื่อนที่โดยอุบติเหตุอันเกิดขึ้นจากผูตัดสิน ผูดู สัตว สิ่งเคลื่อนที่อื่น ๆ รวมทังลูกเปาหรือลูกเปตองที่ ั ้เคลื่อนที่มาจากสนามอื่นใหนําลูกเปานั้นมาวางที่ตําแหนงเดิม ทั้งนี้ตองเครื่องหมายกําหนดจุดเดิมของลูกเปา 7.3 เพื่อหลีกเลี่ยงการประทวงทั้งปวง ผูเลนควรทําเครื่องหมายบนพื้นสนามตามตําแหนงของลูกเปาหรือลูกเปตองไวมิฉะนั้นจะไมมีสิทธิ์ประทวงใด ๆ ทั้งสิ้น 7.4 ลูกเปาที่อยูบนพื้นสนามซึงมีน้ําขังอยูถือวาดี หากลูกเปานันยังไมลอยน้ํา ่  ้ ขอ 8.ในระหวางการเลนแตละเที่ยวหากลูกเปาเคลื่อนที่ไปอยูอีกสนามหนึ่ง ใหถือวาลูกเปานั้นยังดีอยู 8.1 ถาสนามนั้นมีการแขงขันอยู ฝายที่ตองใชลกเปานั้นจะตองหยุดรอเพื่อคอยใหผูเลนที่กาลังเลนอยูในสนามนั้นเลน ู ํจบกอน 8.2 ผูเลนที่มีปญหาตามขอ 12.1 จะตองแสดงออกถึงความมีน้ําใจ ความอดทน และความเอื้ออารีตอกัน ขอ 9.
  7. 7. ในระหวางการเลนแตละเที่ยว ถาลูกเปาเกิดฟาลวใหปฏิบัตตามกฎขอยอยดังนี้ ิ 9.1 ถาผูเลนทั้งสองฝายมีลูกเปตองเหลืออยู การเลนเทียวนั้นถือวาโมฆะ ตองเริมเลนใหมที่ดานตรงขาม ่ ่ 9.2 ถาฝายหนึ่งฝายใดมีลูกเปตองเหลืออยูเพียงฝายเดียวฝายนั้นจะไดคะแนนเทากับจํานวนลูกเปตองที่เหลืออยูโดยไม ตองเลนและจะเริ่มเลนใหมทดานตรงขาม ี่ 9.3 ถาทั้งสองฝายหมดลูกเปตองเหมือนกัน ใหเริ่มเลนใหมทดานตรงขามโดยใหทีมที่คะแนนเที่ยวที่เปนฝายโยนลูกเปา ี่ ขอ 10.ลูกเปาที่ถกยิงแลวเคลื่อนที่ไปจากตําแหนงเดิม ู 10.1 ถาลูกเปาที่ยงแลวเคลื่อนที่ไปถูกผูดูหรือผูตัดสินแลวหยุด ใหลูกเปานั้นอยูในตําแหนงใหม ิ 10.2 ถาลูกเปาที่ยงแลวเคลื่อนที่ไปถูกผูเลนคนหนึ่งคนใดแลวหยุด ฝายตรงขามที่ทําใหลูกเปาหยุด มีสิทธิ์เลือกปฏิบัติ ิตามกฎขอยอยดงนี้ ัก. ใหลูกเปาอยูในตําแหนงใหมข. นําลูกเปามาวางที่ตําแหนงเดิมค. วางลูกเปาตามแนวยาวระหวางตําแหนงเดิมกับตําแหนงใหมแตตองอยูใหมแต ตองอยูในพื้นทีที่กําหนดไวในกติกาแลว ่เริ่มเลนตอไปตามปกติ 10.3 กรณีตามขอ 14.2 (ข) และ (ค) จะกระทําไดตอเมื่อผูเลนไดทําเครื่องหมายที่ตาแหนงลูกเปาไวเทานั้น มิฉะนั้น  ํจะตองใหลูกเปาอยูในตําแหนงใหม  ขอ 11.ในระหวางการเลนแตละเที่ยวหากลูกเปาเคลื่อนที่ไปอยูในสนามอืนถือวายังดีอยู ในเที่ยวตอไปจะตองมาเลนที่สนามเดิม ่ดานตรงกันขาม แตตองเปนไปตามที่กาหนดไวในกติกาขอ 7 ํการวัดระยะและการวัดคะแนน ขอ 1.
  8. 8. ในการวัดคะแนนอนุญาตใหโยกยายลูกเปตองที่เกียวของไดแตตองทําเครื่องหมายทีมีตําแหนงสิ่งนั้น ๆ ไวกอนโยกยาย ่  ่เมื่อการวัดคะแนนเสร็จสิ้นลง ใหนําทุกสิ่งที่โยกยายไปนั้นกลับมาวางที่ตําแหนงเดิมทั้งหมดถาสิ่งกีดขวางที่มีปญหานั้นไมอาจโยกยายไดใหใชวงเวียนทาการวัด   ํ ขอ 2.ในการวัดคะแนนระหวางลูกเปตอง 2 ลูก ซึ่งอยูใกลเคียงกันมาก ผูเลนคนหนึ่งไดวัดไปแลว และบอกวาตนได ผูเลนฝายตรงกันขามมีสิทธิ์ทจะวัดใหม เพือความแนใจและถูกตอง (สวนอุปกรณการวัดที่ตองเปนอุปกรณที่ไดมาตรฐาน หามวัด ี่ ่โดยการนับระยะเทา ) เมื่อทังสองฝายไดคะแนนแลวหลายครั้งยังตกลงกันไมไดตองใหผูตัดสินเปนผูวัดเพื่อตัดสิน และผล ้การตัดสินถือเปนที่สิ้นสุด และหากผูเลนเปนฝายฝาฝนกติกาขอนี้ใหผูตัดสินตักเตือน 1 ครั้ง หากยังฝาฝนอีกใหปรับเปนแพ ขอ 3.เมื่อเสร็จสิ้นการแขงขันแตละเทียวลูกเปตองทุกลูกทีถูกนําออกกอนการวัดคะแนน ใหถือวาเปนลูกฟาลวและไมมีสิทธิ์ ่ ่โตแยงใด ๆ ทั้งสิ้น ขอ 4.ถาผูเลนฝายหนึงฝายใดทําการวัดคะแนนแลว ไปทําใหลูกเปาหรือเปตองทีมีปญหานั้นเคลื่อนที่ จะตองเปนฝายเสีย ่ ่คะแนนนั้นและในการวัดแตละครั้งตองใหผูเลนของทีมที่ทําใหลูกเปตองเกิดปญหาทําการวัดทุกครัง ในการวัดคะแนนแต ้ละครั้ง กอนทําการวัดผูตัดสินตองทําการคาดคะเนเสียกอนวาลูกใดเปรียบและถาไดวดไปแลว บังเอิญผูตัดสินไปทําใหเป ัตองหรือลูกเปาเคลื่อนที่ผูตัดสินจะตองทําการวัดใหม และภายหลังการวัดปรากฏวาลูกเปตองที่คาดคะเนวาชนะยังคงชนะอยูใหกรรมการตัดสินตามความเปนจริงถาการวัดครั้งใหมแลวปรากฏวาลูกเปตองที่คาดคะเนวาจะชนะกลับแพ ใหผูตัดสินตัดสินดวยความเที่ยงธรรม ขอ 5.ในกรณีที่ลูกเปตองของทั้งสองฝายมีระยะหางจากลูกเปาเทากันหรือติดกับลูกเปาทั้ง 2 ลูกใหปฏิบัติตามกฎขอยอย ดังนี้ 5.1 ถาทั้งสองฝายหมดลูกเปตองเลนแลว การเลนเที่ยวนั้นถือวาเปนโมฆะ จะตองเริ่มเลนใหมดานตรงขาม โดยผูเลน ฝายที่ไดคะแนนในเที่ยวที่แลว เปนผูโยนลูกเปา 5.2 ถาฝายหนึ่งฝายใดมีลูกเปตองเหลือเลนอยูเพียงฝายเดียว ฝายนั้นจะตองเลนจนหมดลูกเปตองเพื่อทําคะแนนเพิ่มเติมตามจํานวนลูกเปตองที่อยูใกลเปามากที่สุด
  9. 9. 5.3 ถาทั้งสองฝายยังมีลูกเปตองเหลืออยู ฝายที่โยนลูกเปตองทีหลังจะตองเปนฝายเลนลูกตอไป ถาลูกเปตองทั้งสองฝายยังเสมอกันอยูตองเปลี่ยนใหอีกฝายหนึ่งเปนผูเลนและตองสลับกันโยนฝายละ 1 ลูก จนกวาฝายหนึ่งฝายใดจะไดคะแนนแลวเลนตอไปตามปกติ ขอ 6.หากมีสิ่งหนึงสิ่งใดเกาะติดกับลูกเปตองหรือลูกเปาจะตองเอาสิ่งนันออกกอนการวัดคะแนนทุกครัง ่ ้ ้ ขอ 7.การเสนอขอประทวงตอผูตดสินจะกระทําไดในระหวางการแขงขันแตละเกมเทานั้น เมื่อเกมการแขงขันเทานั้น เมื่อเกมการ ัแขงขันนั้น ๆ ไดสิ้นสุดลงจะไมมประทวงใด ๆ ทั้งสิ้น เพื่อประโยชนของฝายตน ผูเลนทุกคนตองคอยระมัดระวังการละเมิด ีกติกาของฝายตรงขามบัตรประจําตัวนักกีฬา-รุนของผูเลนสนามแขงขัน มาตรฐานของลูกเปตอง เปนตน ขอ 8.ในขณะทําการจับสลากและการประกาศผลการจับสลาก ผูเลนทุกคนตองอยูพรอมกันที่โตะอํานวยการ หลังจากการประกาศผลไปแลว 15 นาที ทีมทีไมลงสนามแขงขันจะถูกปรับเสียคะแนนใหแกฝายตรงขาม 1 คะแนน ่  8.1 หากเกินกําหนดเวลา 15 นาทีไปแลว การปรับคะแนนจะทวีเพิ่มขึ้น 1 คะแนน ทุก ๆ 5 นาที 8.2 บทลงโทษตามขอ 32 จะมีผลบังคับหลังจากการประกาศใหเริ่มการแขงขันทุกครั้ง 8.3 หลังจากการประกาศการแขงขันไดผานพนไปแลว 1 ชั่วโมงทีมที่ยังไมไดลงทําการแขงขันจะถูกปรับใหเปนผูแพในเกมนั้น 8.4 ทีมที่มีผูเลนไมครบจํานวน ตองลงทําการแขงขันตามเวลาทีกําหนดโดยไมอนุญาตใหรอผูรวมทีมที่มาลาชาและจะ ่เลนลูกเปตองไดตามจํานวนที่ผูเลนมีสิทธิเทานั้น (ตามประเภทที่แขงขัน) ขอ 9.เมื่อมีการแขงขันในเที่ยวนั้นไดเริมเลนไปแลว ผูเลนที่มาลาชาไมมสิทธิ์ลงเลนในเที่ยวนั้น แตอนุญาตใหลงเลนในเที่ยว ่ ีตอไปได 9.1 เมื่อการแขงขันในเกมนั้นไดดําเนินไปแลว 1 ชั่วโมง ผูเลนทีมาลาชาหมดสิทธิ์ลงทําการแขงขันในเกมนั้น ่ 9.2 ถาการแขงขันนั้นแบงเปนสาย จะอนุญาตใหผเลนที่มาลาชาลงแขงขันในเกมที่ 2 ได ไมวาผลการแขงขันในเกมแรก ูจะแพหรือชนะก็ตาม
  10. 10. 9.3 หากทีมที่มีผูเลนไมครบจํานวนสามารถชนะการแขงขันในเกมนั้นจะอนุญาตใหผูเลนที่มาเลนชาลงแขงขันในเกมตอไปได แตตองเปนผูเลนของทีมนั้น และตองมีชื่อถูกตองในในสมัครดวย 9.4 การแขงขันแตละเที่ยวจะถือวาเริ่มขึ้นแลวก็ตอเมื่อลูกเปาที่โยนไปในสนามนั้น ไดตาแหนงถูกตองตามกติกา ํ ขอ 10.การเปลี่ยนตัวผูเลนจะอนุญาตใหกระทําไดกอนจับสลากการแขงขันเทานั้น และตองเปนผูเลนที่ไมมีรายชื่ออยูในทีมอื่นของการแขงขันเดียวกัน ขอ 11.ในระหวางการแขงขันหากมีฝนตก ใหแขงขันตอไปจนจบเที่ยวเวนแตมีเหตุผลสุดวิสัย ไมสามารถแขงขันตอไปได ผูตัดสินและผูชี้ขาดเทานั้นที่มีอานาจใหหยุดการพักการแขงขันชั่วคราวหรือยกเลิกการแขงขัน ํ 11.1 หลังจากการประกาศเพื่อเริ่มตนการแขงขันในรอบใหมแลว รอบสองหรือรอบตอ ๆ ไป หากยังมีบางทีมและบางสนามยังแขงขันไมเสร็จ ผูตัดสินอาจดําเนินการอยางหนึงอยางใดตามทีดีตนเห็นสมควร ดวยความเห็นชอบคณะกรรมการ ่ ่จัดการแขงขันเพื่อใหการแขงขันนั้นดําเนินไปดวยดี 11.2 ในระหวางการแขงขัน ผูเลนทุกคนจะออกไปจากสนามตองไดรับอนุญาตจากผูตัดสินเสียกอน มิฉะนั้นจะถูกลงโทษตามที่กําหนดไวในขอ 32. และ 33. ขอ 12.ในการแขงขันรอบชิงชนะเลิศ หรือรอบอื่น ๆ ก็ตาม หามผูเลนทั้งสองฝายสมยอมกันหรือแบงรางวัลกันโดยเด็ดขาด ถาผูเลนทั้งสองฝายสมยอมกันหรือแบงรางวัลกันโดยเด็ดขาด ถาผูเลนทั้งสองฝายแขงขันกันไมสมศักดิ์ศรี เปนการหลอกลวงผูดู ผูควบคุมทีม และผูเลนทั้งสองทีมจะถูกลงโทษใหออกจากการแขงขัน และผลการแขงขันที่ผานมากอนหนานั้นก็ใหถือโมฆะดวย นอกจากนั้นแลวผูเลนทั้งสองทีมจะตองถูกพิจารณาลงโทษตามทีกําหนดไวขอ 11. อีกดวย ่ ขอ 13.ผูเลนที่มีพฤติกรรมอันเปนการผิดมารยาทอยางรุนแรงตอผูควบคุมทีม ผูตัดสิน ผูเลนคน อื่น ๆ หรือผูดู จะถูกลงโทษตามสภาพความผิดดงนี้ ัก. ใหออกจากการแขงขันข. ถอนใบอนุญาต (บัตรประจําตัวนักกีฬา)ค. งดใหรางวัลหรือเงินรางวัล
  11. 11. 13.1 การลงโทษผูเลนที่กระทําผิดอาจมีผลถึงผูรวมทีมดวย 13.2 บทลงโทษ (ก) (ข) เปนอํานาจของผูตัดสิน 13.3 บทลงโทษ (ค) เปนอํานาจของคณะกรรมการจัดการแขงขันที่ทํารายงาน และสงรางวัลที่ยดไวนั้นใหสมาคมฯ ึทราบภายใน 48 ชั่วโมง เพื่อพิจารณาตามที่เห็นสมควรตอไป 13.4 การลงโทษทุกกรณี เปนอํานาจของคณะกรรมการบริหารสมาคม ฯ ที่จะพิจารณาเปนขั้นตอนสุดทาย ขอ 14.ผูตัดสินทุกคนที่ไดรับการแตงตั้งจากสหพันธฯ เปตองนานาชาติหรือสมาคมเปตองแหงประเทศไทย ฯ มีหนาที่คอยควบคุมดูแลใหการแขงขันดําเนินไปอยางมีระเบียบและถูกตองตามกติกาอยางเครงครัด และมีอานาจใหผเู ลนทุกคน หรือ ํทุกทีมที่ปฏิเสธไมปฏิบัติตามคําตัดสินออกจากการแขงขันได 14.1 หากมีผูซงเปนนักกีฬาในสังกัดสหพันธฯ เปนตนเหตุทําใหเกิดการจลาจลในสนาม แขงขัน ผูตัดสินจะตองรายงาน ึ่ใหสหพันธฯ ทราบ ทาสหพันธฯ จะไดเรียกตัวผูกระทําผิดนั้นมาชีแจงตอคณะกรรมการระเบียบวินยเพื่อพิจารณาลงโทษ  ้ ัตอไป ขอ 15.หากกรณีอื่นใดที่มิไดกําหนดไวในกติกาขอนี้เปนหนาที่ของผูตัดสินที่จะตองขอความรวมมือจากคณะกรรมการชี้ขาดการแขงขันครังนั้นเพื่อพิจารณาตัดสินผูชี้ขาดตามสมควรแกกรณี (คณะกรรมการชี้ขาดประกอบดวยกรรมการ 3 หรือ 5 คน) ้ 15.1 การชี้ขาดของคณะกรรมการ ผูตัดสินชี้ขาดถือเปนการสิ้นสุด ในกรณีมีเสียงเทากันใหประธานกรรมการผูตัดสินชี้ขาดเปนผูชี้ขาด  15.2 ผูเลนทุกคนจะตองแตงกายใหเรียบรอย การไมสวมเสื้อไมสวมรองเทา ถือวามีความผิด ผูเลนที่ฝาฝนไมปฏิบัติตามกฎนี้ ถาผูตัดสินตักเตือน 1 ครั้ง และหากยังเพิกเฉยฝาฝนอีก จะถูกลงโทษใหออกจากการแขงขันขอขอบคุณแหลงขอมูลจากhttp://www.seagames2007.th

×