พุทธประวัติจากพระโอษฐ์

954 views

Published on

ผลงานแปลพระไตรปิฎก พ.ศ.2477 สำนวนท่านพุทธทาสภิกขุ โดยเลือกแปลเฉพาะพระสูตรที่เกี่ยวข้องกับชีวประวัติของพระพุทธองค์ เป็นงานยากที่ต้องใช้กำลังสติปัญญาและความอดทนอย่างมหาศาลในการแปล,เรียบเรียง,ลำดับและจัดหมวดหมู่เรื่องราว ในยุคสมัยที่ยังไม่มีคอมพิวเตอร์ใดๆ ช่วย

Published in: Education
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

พุทธประวัติจากพระโอษฐ์

  1. 1. พุทธประวัติ จาก พระโอษฐwww.buddhadasa.info
  2. 2. พุทธประวัติจากพระโอษฐ โดย อ.ป.www.buddhadasa.info ธรรมทานมูลนิธิ จัดพิมพดวยดอกผลทุนพระยาลัดพลีธรรมประคัล เปนหนังสืออันดับที่หนึ่ง ในหนังสือชุด “ลัดพลีธรรมประคัลอนุสรณ” เปนการพิมพครั้งที่ ๘ ของหนังสือเลมนี้ จํานวน ๑,๐๐๐ เลม (ลิขสิทธิ์ไมสงวนสําหรับการพิมพแจกเปนธรรมทาน, สงวนเฉพาะการพิมพจาหนาย) ํ พิมพที่ หางหุนสวนจํากัด การพิมพพระนคร ๙๒ - ๙๔ ถนนบุญศิริ นครหลวง ฯ โทร. ๒๑๒๓๓๗, ๒๒๑๖๗๔ นายบุญธรรม สุนทรวาที ผูพิมพและโฆษณา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๕
  3. 3. คณะธรรมทานไชยา จัดพิมพ พิมพครั้งที่แรก ๑ พฤษภาคม ๒๔๗๙ พิมพครั้งที่สอง ๑ มกราคม ๒๔๙๕ พิมพครั้งที่สาม ๑๔ มกราคม ๒๔๙๘ พิมพครั้งที่สี่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๐๓ พิมพครั้งที่หา ๑๐ ตุลาคม ๒๕๐๘ พิมพครั้งที่หก ๒๓ มกราคม ๒๕๑๓ พิมพครั้งที่เจ็ด ๓ ธันวาคม ๒๕๑๓www.buddhadasa.info พิมพครั้งที่แปด ๓ พฤศจิกายน ๒๕๑๕
  4. 4. www.buddhadasa.info
  5. 5. www.buddhadasa.info
  6. 6. www.buddhadasa.info
  7. 7. การรอยกรองหนังสือเลมนี้ อุทิศ เปนถามพลี แดพระผูมีพระภาคเจา และ เพื่อเปนรอยพระพุทธบาท แดเพื่อนสัตวผูเดินคนหาพระองคwww.buddhadasa.info (๓)
  8. 8. ใจความสําคัญ เป น พระประวั ติ ต รั ส เล า ไม มี คํา เรี ย บเรี ย งของผู แ ต ง คละปน เพราะเปนที่รวบรวมเฉพาะพระพุทธภาษิตที่ตรัสถึงประวัติของ พระองค เ อง, จากคั ม ภี ร พ ระไตรป ฏ กล ว น เลื อ กเก็ บ เอามา ร อ ยกรองให เ ป น หมวดหมู ติ ด ต อ กั น เป น ลํา ดั บ , มุ ง แสดง หลั ก ธรรมที่ แ นบอยู ใ นพระชนม ชี พ ของพระองค แทนการมุ ง ทางตํา นานประวั ติ หรื อ นิ ย ายประวั ติ เพื่ อ ให เ ป น หนั ง สื อ สงเสริมปฏิบัติธรรมเลมหนึ่ง เปนสวนใหญ รวมทั้งเปนแกน แหงเรื่องพุทธประวัติดวย, เปนสวนพิเศษ. -ผูรวบรวม-www.buddhadasa.info มีปทานุกรมคําสําคัญ, , ลําดับหมวดธรรม อยูทายเลม (๔)
  9. 9. พุ ท ธประวั ติ จ ากพระโอษฐwww.buddhadasa.info (๕)
  10. 10. อักษรยอ (เพื่อความสะดวกแกผูที่ยังไมเขาใจในเรื่องอักษรยอที่ใชหมายเลขแทนคัมภีร ซึ่งมีอยูโดยมาก ) มหาวิ.วิ. มหาวิภังค วินัยปฏก. ฉกฺ.อํ. ฉักกนิบาต อังคุตตรนิกาย ภิกขุนี.วิ. ภิกขุนีวิภังค ” สตฺ.อํ. สัตตกนิบาต ” มหา.วิ มหาวัคค ” อฏ.อํ อัฏฐกนิบาต ” จุลล.วิ. จุลลวัคค ” นว.อํ นวกนิบาต ” ปริวาร.วิ ปริวารวัคค ” ทส.อํ. ทสกนิบาต ” สีล.ที. สีลักขันธวัคค ทีฆนิกาย เอกาทส.อํ. เอกาทสกนิบาต ” มหา.ที. มหาวัคค ” ขุ.ขุ. ขุ ททกปาฐ ขุ ททก นิกาย ปา.ที. ปาฏิกวัคค ” ธ.ขุ. ธัมมบท ” มู.ม. มูลปณณาสก มัชฌิมนิกาย อุ.ขุ. อุทาน ” ม.ม. มัชฌิมปณณาสก ” อิติ.ขุ. อิติวุตตก ” อุปริ.ม. อุปริปณณสก ” สุตฺต.ขุ. สุตตนิบาต ” สคาถ.สํ สคาถวัคค สังยุตตนิกาย วิมาน.ขุ. วิมานวัตถุ ” นิทาน.สํ. นิทานวัคค ” เปต.ขุ. เปตวัตถุ ” ขนฺธ.สํ. ขันธวารวัคค ” เถร.ขุ. เถรคาถา ”www.buddhadasa.info สฬ.สํ. สฬายตนวัคค ” เถรี.ขุ. เถรีคาถา ” มหาวาร.สํ. มหาวัคค ” ชา.ขุ. ชาดก ” เอก.อํ เอกนิบาต อังคุตตรนิกาย นิท.ขุ. นิทเทส ” ทุก.อํ. ทุกนิบาต ” ปฏิสมฺ.ขุ. ปฏิสัมภิทา ” ติก.อํ. ติกนิบาต ” อปทาน.ขุ. อปทาน ” จตุก.อํ. จตุกกนิบาต ” พุทธว.ขุ. พุทธวงค ” ปญจ.อํ. ปญจกนิบาต. ” จริยา.ขุ. จริยาปฏก ” ตัวอยาง: ๑๔/๑๗๑/๒๔๕ ใหอานวา ไตรปฏก เลม ๑๔ หนา ๑๗๑ ขอที่ ๒๔๕ (พ.ม.) = เรื่องเพิ่มใหม เมื่อพิมพครั้งที่สอง (พ.ม.อ.) = เรื่องเพิ่มใหม เมื่อพิมพครั้งที่สาม ท. = ทั้งหลาย (๖)
  11. 11. คํานํา (เมื่อพิมพครั้งที่ ๑ ) ____________ พระประวัติตรัสเลา หรือพุทธประวัติจากพระพุทธโอษฐนี้ เลื อ กเก็ บ จากบาลี พ ระไตรป ฎ ก รวบรวมเอามาเฉพาะตอนที่ พ ระองค ต รั ส เล า ถึ ง ป ร ะ วั ติ ของพระองค เอง. พระประวั ติ ของพระองค ทุ กๆ ตอน ทั้ งที่ ทรงเล าเอง และเป น คํ า ของ พระสัง คีติก าจารยผูรอ ยกรองบาลีพ ระไตรปฎ ก ยอ มมีอ ยูเ ปน แห ง ๆ ตอนๆ ไมติดตอกันไปจนตลอดเรื่องเปนการลําบากแกผูศึกษา. สมเด็จพระมหาสมณะเจา กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เคยทรงพบเหตุแหงความไมสะดวกขอนี้ ดั ง ที่ ต รั ส ไว ในตอนคํา ปรารภ ที่หนาหนังสือพุทธประวัติเลม ๑ ของพระองควา :- “…น า เสี ย ดายว า เรื่ อ งพุ ท ธพระวั ติ นั้ น ไม ป รากฏในบาลี ที่ ขึ ้น สูส ั ง คี ติ จนตลอดเรื่ องสั กแห งเดี ยว มี มาในบาลี ประเทศนั้ นๆ เพี ยงเป นท อนๆ เช นเรื ่อ งประสูติwww.buddhadasa.info มาในมหาปทานสู ต รแห ง ที ฆ นิ ก ายมหาวรรค เรื่ อ งครั้ ง ยั ง ทรงพระเยาว ม าในติก นิบ าต อั ง คุ ต ตรนิ ก าย เรื่ อ งตั้ ง แต ป รารภเหตุ ที่ เ สด็ จ ออกบรรพชา จนภิ ก ษุ ป ญ จวัค คีย สํ า เร็จ พระอรหั ต ตผล มาในปาสราสิ สู ต รแห ง มั ช ฌิ ม นิ ก ายมู ล ป ณ ณาสก เรื่ อ งเสด็จ ออก บรรรพชาแล ว บํ าเพ็ ญทุ กกรกริ ยาจนได ตรั สรู มาในมหาสั จจกสู ตร แห งมั ชฌิ มนิ ก า ย มู ล ป ณ ณาสก เรื่ อ งตั้ ง แต ต รั ส รู แ ล ว จนถึ ง อั ค รสาวกบรรพชา มาในมหาวรรคแหง วิน ัย การทรงบํ าเพ็ ญพุ ทธกิ จนั้ นๆ มาในพระสู ตรต างๆ หลายสถาน, ตอนใกล จ ะปริน ิพ พาน จนถึ งปริ นิ พพานแล ว มั ลลกษั ตริ ย ในกุ สิ นาราทํ าการถวายพระเพลิ งพระพุท ธสรีร ะแลว แบ ง พระสารี ริ ก ธาตุ ไ ว บ า ง แจกไปในนครอื่ น บ า ง มาในมหาปริ นิ พ พานสู ต ร แ ห ง ที ฆ นิ ก าย มหาวรรค.เป น อย า งนี้ เข า ใจว า พระคั น ถรจนาจารย มุ ง จะกลา ว เ ท ศ น า บางอยาง จึงชักเรื่องมากลาวพอเปนเหตุปรารภเทศนา ที่เรียกวา “อัตถุปปตติ”. (๗)
  12. 12. (๘) พุ ท ธประวั ติ จ ากพระโอษฐ - คํา นํา อีกอยางหนึ่ง ไดเรื่องมาเพียงใด ก็รจนาไวเพียงนั้นเปนคราวๆ เพราะเหตุ นี้ ในปกรณ เ ดี ย วควรจะเรียงเรื่องไวในสูตรเดียวกัน ก็ยังเรียงกระจายกันไว…” แต ในหนั งสื อพุ ทธประวั ติ ที่ พะรมหาสมณะเจ าพระองค นี้ ทรงเรีย บเรีย ง นั ้น ทรงเก็บ ความในบาลีม าคละปนกัน ไป ทั ้ง ที ่ต รัส เลา โดยพ ร ะ โ อ ษ ฐ เ อ ง และที่ เ ป น คํ า ของสั ง คี ติ ก าจารย บางแห ง ก็ ร วมทั้ ง อรรถกถา ทั้ ง ไม ไ ด ท รงหมาย เหตุไวใหชัดวาตอนไหนเปนคําตรัสเลา ตอนไหนเปนคําของรจนา เพราะทรง แตง ใหเ ปน หนัง สือ เลม ใหมขึ ้น ตา งหาก พรอ มทั ้ง มีอ ธิบ ายและค ว า ม เ ห็ น สันนิษฐาน. สวนเรื่องจากพระโอษฐ ที่ขาพเจารวบรวมมานี้ เลือกเก็บและแปล ออกเฉพาะตอนที่ พ ระศาสดาตรั ส เล า เรื่ อ งของพระองค เ อง จากบาลี อ ย า ง เ ดี ย ว ไม มี คํ า ของพระสั ง คี ติ ก าจารย ห รื อ คั น ถรจนาจารย ป นอยู เ ลย เพื่ อ ไม ใ ห ค ละกั น ด วยหวั งว าจะเป นการสะดวกแก ผู ที่ จะศึ กษา และสั นนิ ษฐานคั มภี ร พุ ทธประวัต ิส ืบ ไป, แม เ มื่ อ ไปอ า นคั ม ภี ร พุ ท ธประวั ติ อื่ น ๆ ที่ ท า นรวบรวมขึ้ น ใหม เช น ปฐมสมโพธิwww.buddhadasa.info เป นต นก็ ดี ตลอดจนพุ ทธประวั ติ ต างประเทศก็ ดี จะเข าใจได ง ายว า อะไรเปน แกน และอะไรเปนเกร็ดของเรื่อง. เพราะฉะนั้ น เรื่ อ งพุ ท ธประวั ติ จ ากพระโอษฐ ก็ ห มายความว า เรื ่ อ งที่ ทรงเล า เอง มี น้ํ า หนั ก ยิ่ ง กว า บาลี ธ รรมดาทั่ ว ไป เพื่ อ ให ไ ด ห ลั ก แห ง พุ ท ธประวั ติ แทๆ สําหรับศึกษาในขั้นแรกเสียกอน. ในลําดับตอไปจึงจะไดศึ ก ษาส ว นที่ เป น คํ า ของพระสั ง คี ติ ก าจารย ตลอดมาจนถึ ง อรรถกถา และเรื่ อ งเล า กั น ปรั ม ปรา อัน เกี่ย วดว ยพุทธประวัติทุก อยาง. เมื่อ เปน เชน นี้ เราจะรูเรื่อ งพุ ท ธประวั ติ ไดอ ยา งทั่ว ถึง เปน หลัก ฐานมั่น คง, และรูวา ไหนเปน แกน ไหนเป น กะพี้ ไหนเปนเปลือกเพียงไรดวย, ซึ่งถามีโอกาสก็ควรจะไดศึกษากันใหค รบทุ ก ชนิ ด
  13. 13. คํา นํา (๙ ) จากที่เปนหลักฐานที่สุด ไปหาที่มีหลักฐานเบาบาง. ในบัดนี้ ขอเชิญทา นผูอา น ศึกษาแกนแทของพุทธประวัติ คือบาลีจากพระพุทธโอษฐเปนขั้นแรก. ขออุทิศกุศลเกิดแตการเผยแผธรรมอันนี้ เปนปฏิบัติบูชาแดพ ระผู มี พระภาคเจ า ใจอภิลักขิตสมัยตรงกับวันประสูติ - ตรัสรู - นิพพานนี้ดวย. อ.ป. เปรียญ และ น.ธ. เอก ไชยา ๑ พฤษภาคม ๒๔๗๗www.buddhadasa.info
  14. 14. คํานํา (เมื่อพิมพครั้งที่ ๒) ___________ ข า พเจ า เห็ น ว า เป น การสมควรอย า งยิ่ ง ที่ จ ะกล า วไว เ สี ย ในคราวนี้ ถึงมูลเหตุที่จะเกิดหนังสื อเลมนี้ขึ้น. ในชั้นแรกที่สุ ด เนื่องจากข า พเจ า มี ค วาม สนใจในการค น หาร อ งรอยแห ง การศึ ก ษาค น คว า การปฏิ บั ติ และการเ ป น อ ยู ประจํ า วั น ตลอดจนถึ ง วิ ธี ก ารอบรมสั่ ง สอน และการแก ป ญ หาเฉพาะห น า ต า ง ๆ ของสมเด็ จ พระผู มี พ ระภาคเจ า โดยประสงค จ พนํ า เอาหลั ก เกณฑ เ หล า นั้ น มามาใชใ น การที่ จ ะทํ า ความเข า ใจในพระองค และทํ า ตามรอยพระยุ ค ลบาท หรื อ ที ่ เ รี ย ก ต า ม ค ว า ม ห ม า ย อัน ก วา ง ข ว า ง อ ยา ง ห นึ ่ง วา ก า ร ต า ม ร อ ย พ ร ะ อ ร หั น ต ข า พเจ า จึ ง พยายามเลื อ กเก็ บ เรื่ อ งราวต า ง ๆ ที่ จ ะเป น ประโยชน แ ก ค วามมุ ง หมายอั น นี้ เสมอมาจากที่ทุกแหง. ครั้นไดมีการพยายามลองเก็บเรื่องราวจากพระไตรป ฎ ก โ ด ย ต ร ง ก็ ไ ด พ บ เ รื ่ อ ง ร า ว อั น มี ค  า ม า ก ใ น ท า ง ที ่ จ ะ แ ส ด ง แ น ว ก า ร ป ฏิ บ ั ติ และยังแถมอยูในพระพุทธภาษิตโดยตรงดวย, ขาพเจาจึงไดตั้งใจใหม คือ ในชั้น นี้ จะเลื อ กเก็ บ เอาเฉพาะที่ เ ป น พระพุ ท ธภาษิ ต ล ว น ๆ ก อ นพวกหนึ่ ง เว น คํ า พ ร ะ สั ง คี -www.buddhadasa.info ติก าจารยเ สีย . ในที่สุด ก็ไ ดเ รื่อ งราวตา งๆ ที่อ ยูใ นรูป ตรัส เองพอแกค วามต อ ง การจริ ง ๆ . สํ า หรั บ ผู ที่ อ ยู น อกวั ด ไม คุ น กั บ พระไตรป ฏ กนั้ น ควรจะท ร า บ เ สีย กอ น ว า พระไตรป ฏ กนั้ น พระสั ง คี ติ ก าจารย ผู ร อ ยกรอง ท า นเรี ย งเป น คํ า สอนของทา นเอ ง เล า เรื่ อ งราวต า ง ๆ อั น เกี่ ย วกั บ พระผู มี พ ระภาคเจ า ว า เมื่ อ ประทั บ อยู ที่ นั ่น ไ ดมี เหตุ ก ารณ เ กิ ด ขึ้ น อย า งนั้ น ๆ และได ต รั ส ถ อ ยคํ า อย า งนั้ น ๆ เป น เ รื ่ อ ง ๆ ไ ป เปนสวนใหญ. ที่กลาวถึงพระสาวกหรื อคนสําคัญบางคนโดยเฉพาะนั้ น มี เ ป น สวนนอย และนอกจากนั้นก็มีขอความพวกที่เปนคําอธิบายศัพทลึกซึ้งตาง ๆ คือพวกคัมภีร นิเทศ. ในบรรดาสูตรตาง ๆ ที่พระสังคีติกาจารยเลาเรื่ อ งพระผู มี (๑๐)
  15. 15. คํา นํา (๑๑ ) พระภาคเจาโดยตรงนั้น ก็มีนอยสูตรที่ไดเลาถึงเรื่องที่พระผูมีพระภาคเจา ตรัส เลา ถึงพระประวัติ หรือการกระทําของพระองคเอง โดยพระองคเอง และยั ง แถมเป น การมี ที่ ก ระจั ด กระจายอยู ทั่ ว ไป แห ง ละเล็ ก ละน อ ย ที่ นั้ น บ า ง ที่ นี้ บ  า ง เลยกลายเปนของที่ยังเรนลับ. ฉะนั้นเมื่อใครอยากทราบวา ถอยคําเฉพาะที่ พระองคไ ดต รัส เลา ถึง เรื ่อ งราวของพระองคเ อง มีอ ยู อ ยา งไรและเทา ไรแลว ผู นั้ น จะต อ งทํ า การสํ า รวจพระไตรป ฎ ก ผ า นไปที ล ะหน า ทุ ก ๆ หน า ด ว ยความ ระมั ด ระวั ง และเลื อ กเก็ บ เอาออกมารวบรวมไว จนกว า การสํ า รวจจะทั ่ ว ตลอด พระไตรปฎ ก แลว จึง เอาเรื ่อ งทั ้ง หมดนั ้น มาพิจ ารณาดูว า เรื ่อ งอะไรเกิ ด ก อ น เกิด หลัง หรือ คาบเกี ่ย วกัน อยา งไร อีก ตอ หนึ ่ง จึง จะไดเ รื ่อ งราวเหล า นั ้ น ต า ม ความประสงค. ความยากลําบากอยูตรงที่เรื่องราวเหลานี้มิไดรวมอยูที่ต อนใด ตอนหนึ่ ง ของพระไตรป ฎ กด ว ยกั น ทั้ ง หมด แต ไ ปมี แ ทรกอยู ที่ นั้ น บ า งที่ นี ้ บ  า ง และบางแหง ก็ม ีนิด หนอ ยและเรน ลับ ตอ งตั้ง อกตั้ง ใจเลือ กเก็บ กัน จริง ๆ : เรื่องจึงตองใชเวลาแรมปในการเลือกเก็บ มารอยกรองใหติดตอ กัน. ในชั้ นแรกที เดี ยว ข าพเจ ามิ ได มี ความตั้ งใจจะรวบรวมพระประวัต ิต รัส เองเหลา นี ้ เพราะไมไ ดน ึก คิด วา จะมีอ ยู โ ดยคิด เสีย วา พระประวัต ิต  า ง ๆ นั ้ นwww.buddhadasa.info มี เท าที่ มี ผู นํ ามาร อยกรองและศึ กษากั นอยู แล วเท านั้ น,และอี กอย างหนึ่ งในขณะนั ้น ขา พเจา มุง มายแตจ ะคน หารอ งรอยของการปฏิบัติธ รรมที่ยัง เรน ลับ เป น ปญ หาอยู อ ยา งเดีย ว,การคน เรื ่อ งจากพระไตรปฎ ก จึง มุ ง เลือ กเ ก็ บ เ ฉ พ า ะ เรื่องที่แสดงรองรอยของการปฏิบัติธรรมเรื่อยมา. เรื่องไดเปนไปเอง ในการที่ ได พ บเรื่ อ งการปฏิ บั ติ ธ รรมที่ ป ระสงค จ ะพบ จากบางตอนของคํ า ตรั ส เล า ถึ ง การ ปฏิ บั ติ ข องพระองค เ องในระยะต า ง ๆ ทั้ ง ในระยะที่ ท รงทํ า ความเพี ย รเพื ่ อ ตรั ส รู และตรัสรูแลวทําการสั่งสอนคนนานาชนิด. เรื่องที่ตรัสเลาถึงพระองค เ อง ในขณะที่ทรงทําความเพียร เพื่อตรัสรูนั้น เผอิญมีมากมาย เกินกว า ที่
  16. 16. คํา นํา (๑๒ )www.buddhadasa.info
  17. 17. (๑๒ ) พุทธประวัติจากพระโอษฐ - คํานํา ข า พเจ า เคยนึ ก ฝ น และได เ กิ ด เป น เรื ่ อ งที ่ เ ป น ประโยชน อ ย า ง ยิ ่ ง แก บุ ค คลที่ ป ระสงค จะ “ตามรอยพระยุ ค ลบาท” ห รื อ ต า ม รอยพระอรหั น ต ; และได ทํา ให เ กิ ด ความอิ่ ม ใจแก ข า พ เ จ า เปน ลน พน จนหายเหนื่อ ย. และขา พเจา กลา ยืน ยัน เฉพาะในส ว นนี้ ว า ยั ง ไม เ คยมี ใ ครที่ ไ ด แ ต ง หนั ง สื อ พุ ท ธประวั ติ เ ล ม ใด ได นํ า เอาเรื่ อ งราวตอนที ่เ ปน การคนควาทดลองกอนการตรัสรู ของพระผูมี พระภาคเจา มาแสดงไวอ ย า งครบถ ว น เหมือ นที่ขา พเจา นํา มาแสดงไวใ นหนัง สือ เลม นี้เ ลย. ทั้ง นี้ไ ดแ ก ข อ ความ ตั้งแตหนา ๔๙ ถึงหนา ๑๐๔ แหงหนังสือเลมนี้, และเปนขอความที่ต รั ส เ อ ง ล ว น โดยไม มี คํ า ของพระสั ง คี ติ ก าจารย และอรรถกาเข า รวมอยู ด วย เหมื อ นหนัง สือ พุท ธประวัต ิทั ้ง หลาย ที ่ม ีอ ยู แ ตก อ นๆ โดยเฉพาะเรื ่อ งราวภายใตห ั ว ข อ วา “การทรงกําหนดสมาธิ นิมิตกอนตรัสรู”, “การทรงพยายามในญาณทัสนะ เปนขั้น ๆ กอนการตรัสรู”, “การทรงทําลายความขลาดกอนตรัสรู ” ฯลฯ เหล า นี ้ ปรากฏว า เป น ที ่ ส บใจละอนุ โ มทนาแก เ พื ่ อ นั ก ป ฏิ บ ั ต ิ ด  ว ย กั น เปนอยางสูง ถึงกับใชเปนคูมือ. ถึงแมเรื่องราวที่กลาวถึงเหตุการณหลังจากการ ตรั ส รู แ ล ว เช น การทรมานเจ า ลั ท ธิ ต า ง ๆ ในการสั่ ง สอน หรื อ อุ บ ายวิ ธ ี แ ห ง การwww.buddhadasa.info สั ่ง สอน ก็ล ว นแตเ ปน เรื ่อ งแสดงรอยแหง การปฏิบ ัต ิธ รรมอยู ไ มน อ ย อยา ง เดียวกัน.และยังมีเรื่องประเภทที่แสดงใหเราทราบถึง “ชีวิตประจําวั น ” ของพระองค จนถึงกั บทํ าให เรารู สึ กว า เราไดอยูใกลชิ ดกับพระองค ชนิดที่ได เห็ นการเคลื่อ นไหวเป น ประจําวันของพระองคดวย การที ่ห นัง สือ เลม นี ้เ ต็ม ไปดว ยขอ ธรรมะ มากกวา เรื ่อ งราวที ่ เ ป น ประวั ติ นั้ น ก็ เป นเพราะมู ลเหตุ ที่ มี การค นเพื่ อหาร องรอยแห ง การปฏิ บ ั ต ิ ธ รรมใน พระชีว ประวัต ิด ัง กลา วแลว นั ่น เอง แลอีก ประการหนึ ่ง ซึ ่ง ขา พเจา เพิ ่ ง จะ ตัดสินใจลงไปในภายหลังเมื่อไดพบความจริงอันนี้แลว ก็คือ การตั้งใจว า จะให
  18. 18. คํา นํา (๑๓ ) หนังสือเลมนี้เปน “พุทธประวัติแหงการปฏิบัติธรรม” หรือ “พุทธประวัติที่มุ ง แสดงไปในทางธรรม” นั้นเอง. การรอ ยกรองหนัง สือ พุท ธประวัต ิ เมื ่อ สัง เกตดูเ ปน อ ย า ง ดี แ ล ว ปรากฏวา มีท างที ่จ ะรอ ยกรองหนัง สือ พุท ธประวัต ิไ ดถ ึง ๓ แนวด ว ยกั น เป น อยางนอย. แนวที่หนึ่ง เปนหนังสือมุงโดยตรง ในการที่จะชักชวนคนใหเ ลื่อ มใส และโดยเฉพาะคนสวนใหญที่ไมใชนักศึกษา ไดแกคนชาวบานทั่วๆ ไป ซึ่ ง ต อ ง หนั ก ไปในทางปาฏิ ห าริ ย เช น หนั ง สื อ ปฐมสมโพธิ แ ละลลิ ต วิ ศ ตระเป น ตั ว อย า ง จัด เปน หนัง สือ สรรเสริญ พระคุณ หรือ Gospel ไปพวกหนึ่ง ซึ่ง นับ ว า เป น ผล ดี เ ลิ ศ ไปทางหนึ่ ง คื อ ยึ ด เหนี่ ย วน้ํ า ใจคนให ติ ด แน น ในศาสนาของตนไ ด นั ้ น เ อ ง . แต เนื่ องจากมุ งหนั กไปในทางปาฏิ หาริ ย เกิ นไปนั่ นเอง ทํ าให เกิ ดความเบื ่อ หนา ยขึ ้น แก พ วกนั ก ศึ ก ษาหรื อ นั ก ปฏิ บ ั ต ิ ธ รรมโดยตรง การมี ห นั ง สื อ พุ ท ธป ร ะ วั ติ แตป ระเภทนี ้ป ระเภทเดีย วจึง ไมเ ปน หารเพีย งพอ ทํ า ใหต อ งมีป ระเภทอื ่น ดว ย. แนวที่สอง มุงแสดงไปในทางตํานานหรือประวัติศาสตร ซึ่งมุงแสดงแต เ รื่ อ งราว ที ่ใ หค นทั ้ง หลายเห็น วา เปน ความจริง และมีห ลัก ฐานตามกฎเกณฑแ หง วิ ช า ประวั ติ ศ าสตร ห รื อ วิ ท ยาศาสตร อั น เป น ที่ ส บใจของนั ก ศึ ก ษาแห ง สมั ย ป จ จุ บ ั น นี้www.buddhadasa.info ซึ่ ง มี ห นั งสื อ พุ ท ธประวั ติ ของสมเด็ จ พระมหาสมณเจ า กรมพระยาวชิ ร ญาณวโรส หรือหนังสือ Life of Buddha ของ ดร. E.J. Thomas เปนตัวอยาง แตอยางไรก็ตาม ทั้ งสองแนวนี้ ยั งไม เ ป นที่ สบใจของคนอี กพวกหนึ่ ง คื อพวกนั กปฏิ บั ติ ธรรมที ่ใ ครจ ะ ทราบว าพระองค ทรงมี ชี วิ ตแห งการปฏิ บั ติ ธรรมเป นมาตั้ งแต ออกผนวช จนถึง ตรัส รู ประกาศพระศาสนาและกระทั่ ง ถึ ง วาระสุ ด ท า ยคื อ การปริ นิ พ พาน เป น อย า งไร โดยไมม ีค วามสนใจในเรื ่อ งการปาฏิห าริย  หรือ ขอ เท็จ จริง ทางป ร ะ วั ต ิ ศ า ส ต ร เหตุนี้จึงเปนความจําเปน ตามธรรมชาติที่จะตองมีหนังสือพุทธประวัติแ นวอื่ น จาก
  19. 19. (๑๔ ) พุทธประวัติจากพระโอษฐ - คํานํา สองแนวนี้ตอไปอีก อันไดแก แนวที่สาม. แนวที่สาม มุงแสดงแตใ นทาง ธรรมลว น ๆ คือ แสดงขอ ธรรมะใหป รากฏชัด อยู ท ุก ๆ อากัป กิร ิย าของพระองค เพื่อ เปน หลัก การแกผูห วัง จะดํา เนิน ตาม เราจะเห็น ไดชัด เจนวา หนั ง สื อ พวกที่ มุ งแสดงทางปาฏิ หาริ ย ก็ แสดงหรื อเลื อกแสดงให ละเอี ยดแต ตอนที ่ จ ะจู ง ใจคน ได ด ว ยปาฏิ ห าริ ย แ สดงคร า ว ๆ หรื อ กระโดดข า มไปในตอนที่ จ ะแสดงเป น ธรรม- บรรยาย และไมแสดงสวนที่เปนแงคิดทางตํานานหรือประวัติศาสตรเลย. และ หนั งสื อพวกที่ แสดงทางตํ านานหรื อประวั ติ ศาสตร นั้ นเล า ก็ วิ นิ จฉั ยแต ในแงที ่จ ะเปน ไปได ในทางตํ านานหรื อประวั ติ ศาสตร ไม แสดงทางปาฏิ หาริ ย หรื อทางธรรมบรรยายเลย. อั นนี้ เป นการชี้ ชั ดถึ งความต างออกไปของหนั งสื อพุ ทธประวั ติ ประเภทที่ มุ งแสดงใน ทางธรรม หรื อชี้ ร องรอยแห งการปฏิ บั ติ ธรรมโดยตรง ซึ่ งข าพเจ าปรารถนาอย างยิ่ ง ในระยะที่ ทํ าการค นควา และได ตั ดสิ นใจทําทั นที ในเมื่ อได พบว ามี อยู มากพอที่ จ ะทํ า ขึ ้น เปนหนังสื อพุทธประวัติ สักเลมหนึ่ ง และก็ได ปรากฏขึ้ นจริ ง ๆ ดังที่ ทานไดเห็นอยูในบัดนี้ . ขาพเจายังไมอาจยืนยันวา หนั งสือเลมนี้ เปนหนังสือที่ควรจะถื อไดว าเปนพุท ธประวัติ ที่ มุ งแสดงในทางธรรมโดยสมบู รณ เพราะเหตุ ว าข าพเจ าทํ าได เพี ยงในวงจํ ากั ด คื อ เท าที่ มี อ ยู ในรู ป แห ง คํ า ตรั ส เล า และเท าที่ จ ะเลื อ กเก็ บ เอามาจากพระไตรปฎ กwww.buddhadasa.info โดยเฉพาะเท านั้ น เพราะหลั กการในการทํ า หนั งสื อเล มนี้ มี ความจํ ากั ดไว เ พีย งเทา นี ้. ถ าจะให สมบู รณ ก็ ต องไม จํ ากั ดว าเท าที่ ตรั สไว จากพระโอษฐ แต ต องรวบรวมเอา ชั้ น ที่ เ ป น คํ า สั ง คี ติ ก าจารย ทั่ ว ไป และอรรถกถาและฎี ก าทั่ ว ไปเข า มาด ว ย ซึ่ ง จะมี เรื่องราวมากกวาหนังสือเลมที่ทานถือ อยูนี้หลายเทานัก, แตอ ย า งไรก็ ต าม ขาพเจาพอจะยืนยันไดวา สวนที่เปนคําตรัสเลาไวดวยพระองคเองนั้น ข า พเจ า ไดพยายามรวบรวมมาจนหมดสิ้น, และพอใจที่จะยืนยันวา ดวยความมุงหมาย ที่ จ ะให เปนหนังสือที่มุงแสดงไปในทางธรรม ดังที่กลาวแลว.
  20. 20. คํา นํา (๑๕ ) แม ว า ในหนั ง สื อ เล ม นี้ มี เ รื่ อ งราวบางตอนไปในทํ า นองป า ฏิ ห า ริ ย ติดเจืออยูบาง เชนตอนอันวาดวยการอยูในชั้นดุสิต การจุติลงสูครรภ และการ ประสู ติ เป นต นนั้ น ท านย อมเห็ นได อยู เองแล ว ว าเป นจํ านวนเ พี ย ง ๗ -๘ ห น า ในหนั งสื อ ๓๕๗ หน า และยิ่ งกว านั้ นท านยั งจะเห็ นได สื บไปอี กว า ข อความที่ เ ป น ปาฏิ หาริ ย ตอนนี้ ถ าใครพิ จารณาดู ให ดี แล วจะเห็ นว า เป นสิ่ งที่ เราไม จํ าเปน จะตอ ง ถื อ เอาตามตั ว หนั ง สื อ เหล า นั้ น เพราะเป น สิ่ ง ที่ อ ธิ บ ายให เ ห็ น เป น ธรรมาธิ ษ ฐาน ไดโดยงาย; เชนการที่พอประสูติออกมาก็ดําเนินได ๗ กาว ไปทางทิ ศ เหนื อ เปลงคํายืนยันไดวาเปนผูชนะโลกทั้งปวง และไมมีการเกิดอีก; นี้เราเห็ น ได ว า ผู กล าวมุ งจะกล าวถึ งการที่ พระองค เกิ ดขึ้ นเป นพระพุ ทธเจ า ซึ่ งเป นการเกิ ดทางใจ ตางหาก หาใชการเกิดทางเนื้อหนังไม, จํานวน กาว ๗ กาวนั้น พระอรรถกถาจารย ให คํ าอธิ บายว า เป นการแสดงถึ งข อปฏิ บั ติ ๗ ขั้ นที่ ทํ าคนให ตรั สรู (เช นโพชฌงค ๗) ก็มี, หรือนักวินิจฉัยบางทาน วาหมายถึงชนบทใหญ ๗ ชนบท ที่พระองค ท รง จาริกไปทําการประกาศคําสั่งสอนของพระองคก็มี, ที่วาเดินไปทางทิ ศ เหนื อ ย อมหมายถึ งการกล ามุ งหน าเข าไปประกาศตามกลุ มศาสดาต าง ๆ ที่ ม ีค นนับ ถือ อยูกอนแลวในสมัยนั้น, ที่วาเปนผูชนะโลกทั้งหมด นี้เปนการยืนยั น ถึ ง ข อ ที่www.buddhadasa.info คํ า สอนนี้ เป น คํ า สอนสุ ด ท า ยของโลก ที่ ใ คร ๆ ไม อ าจขุ ด ค น คํ า สอนอั น ใด มาสอนโลกใหสูงยิ่งขึ้นกวานี้ไดอีกตอไป, และที่วาพระองคไมมีการเกิดอีก นั้น ยอมหมายถึ งขอที่พระองค ไดทรงพบความจริ งขอที่ว า ที่แทไม มีคนเกิ ดคนตาย เพราะ ไมมีคน, มีแตสังขารที่เกิดดับอยูตามธรรมดาเทานั้น. (สําหรับผูที่สนใจและวินิจฉัย เรื่ องปาฏิ หาริ ย ต าง ๆ ทํ านองนี้ ข าพเจ าขอแนะให อ านหนั งสื อพุ ทธประวั ติ เ ลม หนึ ่ง ของสมเด็จพระมหาสมณเจา กรมพระยาวชิรญาณวโรรส. สําหรับขาพเจาเองเห็นวา ปาฏิ หาริ ย นั้ น เป นสิ่ งที่ จํ าเป นจะต องวิ นิ จฉั ย เพราะท านผู ร อยกรองทา นมุ ง หมาย จะจูงใจคนดวยอุบายวิธีเชนนั้น ทานจึงไดดัดแปลง หรือรอยกรองขึ้ น เช น นั้ น
  21. 21. (๑๖ ) พุทธประวัติจากพระโอษฐ - คํานํา ผู ที่ ต อ งการจะปฏิ บั ติ ธ รรม ไม ต อ งเอาใจใส ก็ ไ ด โดยข า มไปเอาใจใส ใ นเรื ่อ งการ ปฏิบัติธรรมเสียทีเดียว. เรื่องปาฏิหาริยตาง ๆ ก็เพื่อจูงคนเขามาหาการปฏิ บั ติ ธรรมนี่ เ อง ก็ เ มื่ อ เราเข า ถึ ง ตั ว การปฏิ บั ติ ธ รรมเสี ย ที่ เ ดี ย วแล ว จะมี ป  ญ หาอะไร ดวยเรื่องอันเกี่ยวกับปาฏิหาริย. ขืนไปวินิจฉัย ก็มีแตจะเสียเวลาจนหมดอายุ แล วมิ หนํ ายั งจะมี ทางวิ นิ จฉั ยผิ ดมากกว าถู ก เพราะเป นเรื่ องที่ ท านมี ค วามมุ ง หมาย อีกอยางหนึ่งดังกลาวแลว. ฉะนั้น หนังสือพุทธประวัติเลมใด มุงแสดงไปในทาง ปาฏิหาริย ก็ขอใหไดทําหนาที่ของหนังสือเลมนั้น ใหยิ่ง ๆ ขึ้นไปก็แลวกัน). แต ยั ง มี ข อ พิ เ ศษอยู ข อ หนึ่ ง สํ า หรั บ ข อ ความที่ เ ป น ทํ า นองป า ฏิ ห า ริ ย ๗ - ๘ หนาที่พลัดเขามาอยูในหนังสือเลมที่ขาพเจารวบรวมขึ้นมานี้ ซึ่งทานผูอานควรจะ สังเกตไวดวย. ความแปลกอยูที่วา ขอความอันวาดวยเรื่องการอยูใ นสวรรค การจุ ติ และการประสู ติ อย า งมี ป าฏิ ห าริ ย นี้ มี ร วมอยู ใ นบาลี อั จ ฉริ ย ภู ต ธัม มสูต ร มัชฌิมนิกาย, แตเปนถอยคําของพระอานนทกลาว ทานกลาววาไดฟงขอความเชน นี้ มาจากพระพุท ธโอษฐเ อง แลว นํา มาเลา อีก ตอ หนึ่ง , ไมเ หมือ นกับ เรื่ อ งราว ตอนอื่ น ๆ จากนี้ ซึ่ งเป นถ อยคํ าที่ พระสั งคี ติ กาจารย ทั้ งหลาย ระบุ ลงไปวา พระผู มี พระภาคเจาไดตรัสเลาเองโดยตรง. ทําไมพระสังคีติกาจารยทั้งหลายจึงรอยกรองwww.buddhadasa.info ให เ รื่ อ งที่ มี ป าฏิ ห าริ ย รุ น แรงเช น นั้ น อยู ใ นถ อ ยคํ า ของพระอานนท เ สี ย ชั ้น หนึ ่ง กอ น (ซึ่ งตามธรรมดาเราก็ ทราบกั นอยู แล วว าในจํ านวนพระสั งคี ติ กาจารย ทั้ งหลายนั ้น ก็มี พระอานนทรวมอยูดวยองคหนึ่ง) แทนที่จะกลาวใหเปนคําที่พระองคตรัสโดยตรง เหมือนสูตรอื่น ๆ , หรือยิ่งขึ้นไปกวานั้น เมื่อทานลองอานบาลีอัจฉริยภูต ธัม มสูต ร ตอนนี้ ดู ท า นจะสงสั ย ต อ ไปว า ทํ า ไมเรื่ อ งจึ ง ต อ งถู ก จั ด ให เ ป น ว า ให พ ระอานนท มากราบทู ลเรื่ องที่ ท านได ฟ งมาจากพระองค ต อหน าภิ กษุ ทั้ งหลาย และต อพระพั กตร พระผูมีพระภาคเจาดวยพรอมกันอีกครั้งหนึ่ง. ปญหาขอนี้ ไดเกิดแกขาพเจาแลว
  22. 22. คํา นํา (๑๗ ) ในเมื่อไดพบเรื่องราวตอนนี้ และจะนํามารวมไวในหนังสือเลมนี้. เมื่ อ ข า พเจ า ยัง คิด ไมต กและเห็น วา เปน เรื ่อ งไมม ากมาย ก็ต ัด สิน ใจในการที ่จ ะรวบรวมเอา มาแตก็ไดบันทึกไวใหทานผูอานไดตั้งขอสังเกตไวเปนพิเศษ เฉพาะตอนนี้ แ ล ว ดังปรากฏอยูเชิงอรรถแหงเรื่องนั้นเอง. และใหสังเกตไวดวยวา เรื่อ งตอนนี้ จั ดเป นเรื่ องจากพระโอษฐ โดยอ อม ดั งที่ ถ อยคํ าในตั วเรื่ องตอนนั้ น ก็ บ งใหเ ห็น ชัด อยูแลว. รวมความวาในหนังสือเลมนี้ซึ่งมี ๓๕๗ หนา ๑ มีเรื่องจากพระพุทธโอษฐ โดยออมเสีย ๗ หนาเศษ ที นี้ ก็ มาถึ งเรื่ องบางเรื่ อง ที่ ควรผนวกเข าไว ในพุ ทธประวั ติ จากพระโอษฐ คือเรื่องตางๆ ที่คนภายนอกศาสนาเปนผูกลาว. ขาพเจาถือวาเรื่องที่ค นนอก หรื อ คนที่ เ ป น ปฏิ ป ก ษ ต อ กั น กล า วนั้ น เป น เรื่ อ งที่ มี ค วามจริ ง อั น จะพึ ง เชื ่ อ ถื อ ได ไมนอยกวาที่พระองคตรัสเอง. ขอนี้โดยเหตุที่วา คนภายนอกที่เ ป น ปฏิ ป ก ษ ต อกั น ย อมลํ าเอี ยงเพื่ อละโอกาสแต ในทางที่ จะสรรเสริ ญ ย อมไม ลํ าเอี ยงในทางที่ จ ะ ตําหนิ. เมื่อมีความจําเปนที่จะกลาวออกมา ยอมไมลําเอียงไปในทางที่ จ ะยกยอ ใหเลิศลอย มีแตจะเพงตําหนิ เมื่อหาชองตําหนิไมได ก็ไดแตกลาวตามตรง. เราพอ ที่ จะถื อเป นหลั กไดว า เสี ยงสรรเสริ ญลั บหลั งของศั ตรู นั้ น มี ความจริ งอยา งน อ ยwww.buddhadasa.info ๑๐๐ เปอรเซ็นต. ดวยเหตุนี้ขาพเจาจึงถือวาเสียงจากคนนอกที่กลาวถึงพระองคนั้น มี น้ํ าหนั กพอที่ จะเชื่ อถื อได เท ากั บที พระองค ตรั สเอง จึ งได นํ ามารวมไว ใ นหนั ง สื อ เล ม นี้ แต เพราะมิ ใ ช เป นเรื่ องออกจากพระโอษฐ จึ ง จั ดไว ในฐานะเป นเรื ่อ งผนวก ของพุทธประวัติจากพระโอษฐดังที่กลาวแลว. ทั้งหมดมีอยู ๒๗ หนาดว ยกัน . เฉพาะตอนนี้ มีเรื่องที่แสดงถึงพุทธอิริยาบถตาง ๆ อยางนาสนใจที่สุด และบาง เรื่องจะหาไมไดจากผูอื่น, จึงขอใหนักศึกษาทําการศึกษาดวยความสนใจเปนพิเศษ. ๑. ในการพิมพครั้งที่สาม หนังสือเพิ่มขึ้นเปน ๓๙๖ หนา
  23. 23. (๑๘ ) พุทธประวัติจากพระโอษฐ-คํานํา รวมความวา หนัง สือ เลม นี ้ เกิด ขึ ้น เพราะมุ ง หมายจะรวบรวม หลักแหงการปฏิบัติ อันจะพึงหาไดจากตัวอยางที่แสดงอยูที่พ ระวรกาย ของพระพุ ท ธองค , และถื อ เอาเฉพาะที่ พ ระพุ ท ธภาษิ ต ตรั ส เล า ถึ ง พระองคเอง เทาที่ปรากฏอยูในพระไตรปฏก, มีเรื่องปาฏิหาริยแทรกอยู เ พี ย ง ๗ สวน ในเรื่องราว ๓๕๗ สวน, มีเรื่องราวที่เปนคํากลาวของคนนอก ซึ่ง มีน้ํา หนัก ควรเชื่อถือไดไมนอยไปกวาที่พระองคตรัสเองรวมอยูดวย ๒๗ สวน ใน ๓๕๗ สวนนั้น. หนังสือเรื่องนี้ พิมพครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๙ มีเรื่องรวมทั้ ง หมด ๑๕๑ เรื่อง, ในการพิมพครั้งนี้ ไดเพิ่มใหมอีก ๔๘ เรื่อง รวมทั้งหมดเป น ๒๓๖ เรื่อง, เรื่องที่นํามาเพิ่มเติมเขามาใหมในการพิมพครั้งหลังนี้ เป น เรื่ อ งที่ เพิ่งคนพบหลังจากการพิมพครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๙ บาง, เปน เรื่ อ งปลี ก ย อ ย ซึ่งในการพิมพครั้งแรกเห็นวายังไมจําเปนจะตองนํามาใสไว แตในครั้งนี้นํา มาใสไ ว ทั้ง หมด เพื่อ ความสมบูร ณข องเรื่อ งบา ง, รวมทั้ง เรื่อ งซึ่ง เปน พุท ธประวั ติ จากพระโอษฐโดยออม คือบาลีอัจฉริยภูตธัมมสูตรที่กลาวขางตนนั้นดวย. เรื่องใด เพิ่มเขาใหมในการพิมพคราวนี้ ไดทําเครื่องหมาย (พ.ม.) ไวที่สารบาญ ท า ยชื่ อ เรื่ อ งนั้ น ๆ แลว.www.buddhadasa.info ในการพิ มพ ครั้ งนี้ ได ทํ าปทานุ กรมท ายเรื่ องอย างละเอี ยดทั่ วถึ งยิ่ งกว า ครั้งกอน จึงมีทั้งหมดดวยกันถึง ๑๘๘๘ คํา มีลักษณะแยกเปนพวก ๆ ในตัว คือ คําที่เปนชื่อของบุคคลและสถานที่ นี้พวกหนึ่ง. คําที่เปนชื่อของเหตุก ารณ ต อนที่ สําคัญ ๆ ในพระชนมชีพ พวกหนึ่ง, ศัพทธรรมะตามปรกติพวกหนึ่ง, ศั พ ท ธรรมะพิเศษ โดยเฉพาะคือคําบัญญัติของการปฏิบัติธรรมทางจิต ส ว นมาก เกี่ยวกับสมาธิ และวิปสสนา อีกพวกหนึ่ง ซึ่งเปนที่สบใจของนักปฏิบัติธรรมทั้งหลาย.
  24. 24. คํา นํา (๑๙ ) จากข อสั งเกตที่ ได จากการพิ มพ ครั้ งที่ หนึ่ งนั่ นเอง ทํ าให ข าพเจ าได ทราบความสํ า คัญ ของลํ า ดั บ คํ า หรื อ ปทานุ ก รมท า ยเล ม ว า มี อ ยู ม ากเพี ย งไร ในการพิ ม พ ค รั ้ ง นี้ จึงได จั ดให ช วยกั นทํ าอย างละเอี ยด เท าที่ จะทํ าได ซึ่ งหวั งวานั กศึ กษา จะไดพ ยายาม ใชปทานุกรมทายเลมนี้ใหเปนประโยชนมาก เทากับความยากลําบากของผูทํา. ในการ พิมพครั้งแรก มีเพียง ๖๕๓ คํา สํ า หรั บ หมวดธรรม ที่ เ ป น พวก ๆ ได เ พิ่ ม ขึ้ น จากที่ เ คยมี ใ นการพิ ม พ ครั้งแรกเพียง ๖๙ หมวด เปน ๑๕๗ หมวด, ทั้งนี้เนื่องจากการเพิ่มเนื้ อ เรื่ อ ง มากขึ้น และสํารวจเก็บเอามาอยางทั่วถึงยิ่งกวาในการพิมพคราวกอนดวย. สารบาญเรื่ อง ได จั ดตามลํ าดั บภาค และเรื่ องในภาค ที่ จั ดเปลี ่ย นแปลง และเพิ่มเติมเขามาใหม เพื่อความสมบูรณ และสะดวกแกการศึกษา. ในการ พิมพคราวนี้ ไดเพิ่มภาคนําขึ้นอีกภาคหนึ่ง เปนภาคพิเศษ, และในตั ว เรื่ อ ง ก็ไดเพิ่มภาคขึ้นอีกภาคหนึ่ง จากที่เคยมีเพียง ๕ ภาค เปนมีขึ้น ๖ ภาค, โดยที่ จั ดเรื่ องอั นเกี่ ยวกั บการปริ นิ พพานแยกออกไปเป นอี กภาคหนึ่ ง เพราะรวบรวมเรื ่อ ง มาไดมากขึ้น. และในภาคตาง ๆ ก็ไดโยกยายเรื่องบางเรื่อง ใหไปอยูในภาคซึ่งควร จะรวมอยู, และเรื่องภาคผนวกอันวาดวยเรื่องตามเสียงคนภายนอกนั้น ก็ไ ดย กเอามาwww.buddhadasa.info ไวกอนหนาภาคอันวาดวยปรินิพพาน. ผูศึกษาจะตองทําความเขาใจเสี ย ใหม กั น ความสั บ สน. ในการจั ด ทํ า ต นฉบั บ พุ ท ธประวั ติ จ ากพระโอษฐ ฉบั บ แก ไ ขเพิ ่ ม เติ ม นี้ ขาพเจารูสึกวา เปนการสมควรที่จะตองกลาวถึงความเหน็ดเหนื่อย ของเพื่ อ น สหธรรมิก ๒-๓ รูปที่อาศัยอยูดวยกัน ในการชวยคัดลอกตนฉบับ, การทํา ปทานุกรมทายเลม, การจัดลําดับหมวดธรรมและอื่น ๆ ไวในที่นี้ดวย. ขอให กําลังศรัทธาปสาทะ และความเสียสละเหน็ดเหนื่อยรวมแรงกันในคราวนี้, จงเปน
  25. 25. (๒๐ ) พุทธประวัติจากพระโอษฐ - คํานํา อุปนิสัยแหงความเปน “สหายธรรมทาน” อันยิ่งขึ้นไปในอนาคตกาลนานไกล และอุปนิสัยแหงความเสียสละเพื่องานเผยแพรพระศาสนา ยิ่งขึ้นในอนาคตอันใกล นี้ ด ว ย. ในที่สุดนี้ ขาพเจาขออุทิศสวนกุศลอันเกิดแตความตรากตรําในงานชิ้น นี้ เปนถามพลีบูชาพระคุณแหงสมเด็จพระผูมีพระภาคเจา ดงที่เคยตั้งเปนปณิธานไวแลว แตหนหลัง ทุกประการ. อ.ป. เปรียญ และ น.ธ. เอก. ไชยา ๑ ธันวาคม ๒๔๔๙www.buddhadasa.info
  26. 26. คํานํา (เมื่อพิมพครั้งที่ ๓) _________________ ในการพิ ม พ ค รั้ ง ที่ ๓ นี้ ไม มี อ ะไรที่ จ ะต อ งบอกกล า วเป น พิ เ ศษ นอกจากการเพิ่มเรื่องเขามาใหมอีก ๑๒ เรื่อง เทาที่เพิ่งคนพบในระยะสุ ด ท า ย. ด ว ยเหตุ นี้ ปทานุ กรมและหมวดธรรมท า ยเล ม จึ ง เพิ่ ม ขึ้ นตามส วน ตามหน า หนังสือที่เพิ่มขึ้นจาก ๓๕๗ หนา เปน ๓๙๖ หนา โดยไมนับรวมปทานุ ก รม และอื่ น ๆ . ขาพเจามีความสนใจที่จะกลาววา พุทธประวัติจากพระโอษฐ เท า ที่ จะเลือ กเก็บ ขึ ้น มาได จากพระไตรปฏ กฝา ยเถรวาทเรานั ้น มีค วามสมบู ร ณ เพียงเทานี้, เปนอันยุติการทําหนังสือพุทธประวัติจากพระโอษฐ ซึ่งทํามาเรื่ อ ย ๆ เทาที่เวลาวางจะอํานวยให เปนเวลานานถึง ๒๒ ป กันเสียที. คําปรารภความสําคัญอยางอื่น ๆ ปรากฏชัดแจงอยูแลวในคํา นํา แห ง การพิมพครั้งที่หนึ่ง และครั้งที่สอง, ขอใหนํามาใชในโอกาสนี้ดวยโดยครบถว น.www.buddhadasa.info ขาพเจาขอโอกาสปดฉากแหงการทําหนังสือพุทธประวัติจากพระโอษฐลง ด ว ยการ ขอรองตอผูศึกษาทั้งหลาย ใหชวยกันทําการคนหารอยพระพุทธบาท สํา หรั บ สั ต ว ผูปรารถนาจะเดินตามรอยพระพุทธองค โดยวิธีที่ไดกลาวมาแลวในที่นั้น ๆ ใหเ ต็ม ตามความปรารถนาของตน ๆ สืบไป โดยเฉพาะในสมัยที่เราสมมติกันวา เปน ยุค กึ่งพุทธกาลนี้เปนพิเศษ. อ.ป. ๑ เมษายน ๒๔๙๘ (๒๑)
  27. 27. คํานํา (เมื่อพิมพครั้งที่ ๖) _________ การพิ ม พ ห นั ง สื อ พุ ท ธประวั ติ จ ากพระโอษฐ เ ป น ครั้ ง ที่ ห กนี้ ได เ ปลี ่ย นไป เปนการพิมพดวย “ทุนพระยาลัดพลีธรรมประคัลภ” เปนเรื่องอั น ดั บ ที่ ห นึ่ ง ของหนั ง สื อ ชุ ด “ลัดพลีธรรมประคัลภอนุสรณ” มีรายละเอียดดังกลาวไวใน คําปรารภตอนตนของหนังสือนี้แลว. ในการพิมพครั้งนี้ มิไดมีการแกไขเพิ่มเติมแตประการใด เพี ย งแต มี การตรวจสอบการพิม พผ ิด พลาดตกหลน ของตัว เลขที ่บ อกหนา แหง ที ่ ม า ใ น พระไตรปฏก อยางทั่วถึงอีกครั้งหนึ่ง เทานั้น. ดังนั้น ถาทานผูใดสังเกตเห็น ความ เปลี่ ย นแปลงอั น นี้ อย า ได เ ข า ใจเป น อย า งอื่ น ขอให ถื อ เอาการแก ไ ขใหม ใ นครั ้ ง นี้ ว า เป น การถูกตอง. กองตําราคณะธรรมทาน, ไชยาwww.buddhadasa.info ๒๓ มกราคม ๒๕๑๓ (๒๒)
  28. 28. สารบัญ พุทธประวัติจากพระโอษฐวิธีใชหนังสือเลมนี้ ๑ภาคนํา ๗ขอความใหเกิดความสนใจในพระพุทธประวัติ ๗โลกธาตุหนึง มีพระพุทธเจาเพียงองคเดียว ่ ๗การปรากฏของพระตถาคต มีไดยากในโลก ๘โลกที่กําลังมัวเมา ก็ยังสนใจในธรรมของพระตถาคต ๘การมีธรรมของพระตถาคตอยูในโลก คือความสุขของโลก ๙พระตถาคตเกิดขึ้นเพื่อความสุขของโลก ๑๐พระตถาคตเกิดขึ้นในโลกเพื่อแสดงแบบแหงการครองชีวิตอันประเสริฐแกโลก ๑๑พระตถาคตเกิดขึ้น แสดงธรรมเพื่อความรํางับ, ดับ, รู ๑๒ผูเชื่อฟงพระตถาคต จะไดรับประโยชนสุขสิ้นกาลนาน ๑๒ทรงขนานนามพระองคเองวา “พุทธะ ๑๓เรื่องยอ ที่ควรทราบกอน ๑๔เรื่องสั้น ๆ ที่ควรทราบกอน (อีกหมวดหนึ่ง) ๑๕
  29. 29. ภาค ๑เริ่มแตการเกิดแหงสากยวงศเรื่องกอนประสูติ จนถึงออกผนวช. ๑๙การเกิดแหงวงศสากยะ ๑๙พวกสากยะอยูใตอํานาจพระเจาโกศล ๒๐แดนสากยะขึ้นอยูในแควนโกศล ๒๑แดนสากยะขึ้นอยูในแควนโกศล ๒๑การจุติจากดุสิตลงสูครรภ ๒๒เกิดแสงสวางเนื่องดวย การจุติจากดุสติ ๒๓แผนดินไหว เนื่องดวยการจุติ ๒๔การลงสูครรภ ๒๔การอยูในครรภ ๒๔การประสูติ ๒๖เกิดแสงสวาง เนื่องดวยการประสูติ ๒๘แผนดินไหว เนื่องดวยการประสูติ ๒๘ประกอบดวยมหาปุริสลักขณะ ๓๒ ๒๙บุรพกรรมของการไดมหาปุริสลักขณะ ๓๑ประสูติได ๗ วัน พระชนนีทิวงคต ๓๘ทรงไดรับการบําเรอ ๓๘กามสุขกับความหนาย ๔๐ทรงหลงกามและหลุดจากกาม ๔๒ความรูสึก ที่ถึงกับทําใหออกผนวช ๔๒การออกผนวช ๔๕ออกผนวชเมือพระชนม ๒๙ ่ ๔๕
  30. 30. ภาค ๒เริ่มแตออกผนวชแลวเที่ยวเสาะแสวงหาความรู ทรมานพระองคจนไดตรัสรู. ๔๙เสด็จสํานักอาฬารดาบส ๔๙เสด็จสํานักอุทกดาบส ๕๑เสด็จไปอุรุเวลาเสนานิคม ๕๓ทรงประพฤติอัตตกิลมถานุโยค (วัตรของเดียรถีย) ๕๔อุปมาปรากฏแจมแจง ๕๙ทุกรกิริยา ๖๑ทรงกลับพระทันฉันอาหารหยาบ ๖๕ภิกษุปญจวัคคียหลีก ๖๖ทรงตริตรึกเพื่อตรัสรู ๖๗ทรงเที่ยวแสวงเพื่อความตรัสรู ๖๘ทรงคอยควบคุมวิตก กอนตรัสรู ๖๙ทรงกําหนดสมาธินิมิต กอนตรัสรู ๗๓ทรงกั้นจิตจากกามคุณในอดีต กอนตรัสรู ๗๗ทรงคนวิธีแหงอิทธิบาท กอนตรัสรู ๗๘ทรงคิดคนเรื่องเบญจขันธ กอนตรัสรู ๗๙ทรงแสวงเนืองดวยเบญจขันธ กอนตรัสรู ่ ๘๐ทรงคนลูกโซแหงทุกข กอนตรัสรู ๘๑ทรงพยายามในญาณทัศนะเปนขั้นๆ กอนตรัสรู ๘๔ทรงทําลายความขลาด กอนตรัสรู ๘๖ธรรมที่ทรงอบรมอยางมาก กอนตรัสรู ๘๙วิหารธรรมที่ทรงอยูมากที่สุด กอนตรัสรู ๙๐ทรงพยายามในเนกขัมมจิตและอนุปุพพวิหารสมาบัติ กอนตรัสรู ๙๔ทรงอธิษฐานความเพียร ๑๐๔
  31. 31. ความฝนครั้งสําคัญ กอนตรัสรู ๑๐๔อาการแหงการตรัสรู ๑๐๖สิ่งที่ตรัสรู ๑๐๙เกิดแสงสวางเนื่องดวยการตรัสรู ๑๑๒แผนดินไหว เนื่องดวยการตรัสรู ๑๑๓การรูสึกพระองควาไดตรัสรูแลว ๑๑๔ ภาค ๓เริ่มแตตรัสรูแลวทรงประกอบดวยพระคุณธรรมตาง ๆจนเสด็จไปโปรดปญจวัคคยบรรลุผล. ๑๑๗ทรงเปนลูกไกตัวพี่ที่สุด ๑๑๗ทรงเปนผูขมอินทรียได ๑๑๘ทรงมีตถาคตพลญาณสิบอยาง ๑๑๙ทรงมีเวสารัชชญาณสี่อยาง ๑๒๑ทรงมีวิธี "รุก" ขาศึกใหแพภัยตัว ๑๒๒ทรงมีธรรมสีหนาททีทําเทวโลกใหสนสะเทือน ่ ั่ ๑๒๔ทรงมีธรรมสีหนาทอยางองอาจ ๑๒๕สิ่งที่ใคร ๆ ไมอาจทวงติงได ๑๒๖ไมทรงมีความลับ ที่ตองใหใครชวยปกปด ๑๒๘ทรงเปนอัจฉริยมนุษยในโลก ๑๒๙ทรงตางจากมนุษยธรรมดา ๑๒๙ทรงบังคับใจไดเด็ดขาด ๑๓๑ไมทรงติดแมในนิพพาน ๑๓๑ทรงมีความคงที่ตอวิสัยโลก ไมมีใครยิ่งกวา ๑๓๒ทรงยืนยันในคุณธรรมของพระองคเองได ๑๓๓ทรงยืนยันพรหมจรรยของพระองควาบริสุทธิ์เต็มที่ ๑๓๔สิ่งที่ไมตองทรงรักษาอีกตอไป ๑๓๘
  32. 32. ทรงฉลาดในเรื่องซึ่งพนวิสัยโลก ๑๓๙ทรงทราบทิฏฐิวัตถุที่ลึกซึ้ง (ทิฏฐิ ๖๒) ๑๔๐ทรงทราบสวนสุดและมัชฌิมา ๑๔๔ทรงทราบพราหมณสัจจ ๑๔๕ทรงทราบพรหมโลก ๑๔๗ทรงทราบคติหา และนิพพาน ๑๔๙ทรงแสดงฤทธิ์ได เพราะอิทธิบาทสี่ ๑๕๐ทรงมีอิทธิบาทเพื่ออยูไดถึงกัปป ๑๕๑ทรงเปลงเสียงคราวเดียว ไดยินตลอดทุกโลกธาตุ ๑๕๒ทรงมีปาฎิหาริยสามอยาง ๑๕๓เหตุที่ทําใหไดทรงพระนามวา ตถาคต ๑๕๕ทรงเปนสัมมาสัมพุทธะ เมื่อทรงคลองแคลวใน อนุปุพพวิหารสมาบัติ ๑๕๖ทรงปฏิญญาเปนอภิสัมพุทธะ เมื่อทรงทราบอริยสัจจหมดจดสิ้นเชิง ๑๕๗ไมทรงเปนสัพพัญูทุกอิริยาบถ ๑๕๗ทรงยืนยันความเปนมหาบุรุษ ๑๕๘ไมมีใครเปรียบเสมอ ๑๖๐ไมทรงอภิวาทผูใด ๑๖๑ทรงเปนธรรมราชา ๑๖๑ทรงเปนธรรมราชาที่เคารพธรรม ๑๖๒ทรงคิดหาที่พึ่งสําหรับพระองคเอง ๑๖๓ทรงถูกพวกพราหมณตัดพอ ๑๖๕มารทูลใหนิพพาน ๑๖๖ทรงทอพระทัยในการแสดงธรรม ๑๖๖พรหมอาราธนา ๑๖๗ทรงเห็นสัตวดุจดอกบัว ๓ เหลา ๑๖๙ทรงแสดงธรรมเพราะเห็นความจําเปนของสัตวบางพวก ๑๗๐ทรงเห็นลูทางที่จะชวยปวงสัตว ๑๗๐
  33. 33. ทรงระลึกหาผูรับปฐมเทศนา ๑๗๑เสด็จพาราณสี – พบอุปกาชีวก ๑๗๓การโปรดปญจวัคคียหรือการแสดงปฐมเทศนา ๑๗๔ทรงประกาศธรรมจักรที่อิสิปตนมฤคทายวัน ๑๗๘แผนดินไหวเนื่องดวยการแสดงธรรมจักร ๑๗๙เกิดแสงสวางเนื่องดวยการแสดงธรรมจักร ๑๗๙จักรของพระองคไมมีใครตานทานได ๑๘๐ทรงหมุนแตจักรที่มีธรรมราชา (เปนเจาของ) ๑๘๑การปรากฏของพระองคคือการปรากฏแหงดวงตาอันใหญหลวงของโลก ๑๘๒ ภาค ๔เรื่องเบ็ดเตล็ดใหญนอยตาง ๆตั้งแตโปรดปญจวัคคียแลว ไปจนถึงจวนจะปรินิพพาน. ๑๘๗(ก. เกี่ยวกับการประกาศพระศาสนา ๒๓ เรื่อง) ๑๘๗การประกาศพระศาสนา ๑๘๗หลักที่ทรงใชในการตรัส (๖ อยาง) ๑๘๘อาการที่ทรงแสดงธรรม ๑๘๙ทรงแสดงธรรมดวยความระมัดระวังอยางยิ่ง ๑๘๙อาการที่ทรงบัญญัติวินัย ๑๙๐หัวใจพระธรรมในคํา “บริภาส” ของพระองค ๑๙๒ทรงเปนยามเฝาตลิ่งใหปวงสัตว ๑๙๔ทรงสอนเชนเดียวกับพระพุทธเจาทั้งปวง ๑๙๕ทรงสามารถในการสอน ๑๙๖ทรงสามารถยิ่ง ในการสอน ๑๙๗สิ่งที่ตรัสรูแตไมทรงนํามาสอนมีมากกวาที่ทรงนํามาสอนนัก ๑๙๙คําของพระองค ตรงเปนอันเดียวกันหมด ๒๐๑ทรงสอนเฉพาะแตเรื่องทุกขกับความดับสนิทของทุกข ๒๐๑

×