Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.
สรุปผลการประชุม                         คณะอนุกรรมการกํากับดูแลการรับจํานําข้าว                                       ครั้...
-2-ผลการประชุมสรุปได้ ดังนี้1. สถานการณ์ข้าว ปี 2554/55                รับทราบตามที่ฝ่ายเลขานุการรายงานสถานการณ์ข้าวโลก ปี...
-3-               ทั้งนี้ ยังมีข้าวสารค้างส่งมอบเข้าโกดังกลางที่มีการรับมอบจากการสั่งสีแปรสภาพแล้ว รวม502,229 ตัน (อคส. 28...
-4-3. การกําหนดปริมาณการจํานําสูงสุดของเกษตรกรแต่ละราย              เห็นชอบการกําหนดหลักเกณฑ์แนวทางปฏิบัติเพื่อให้เป็นแนวท...
-5-6. การพิจารณาผ่อนผันการรับจํานําข้าวปทุมธานี 1 ที่มีคุณภาพต่ําไม่ได้มาตรฐานเป็นข้าวเปลือกเจ้า             6.1 เห็นชอบให...
-6-                   (1) จังหวัดปราจีนบุรี เห็นชอบให้โรงสีศิริพร จังหวัดฉะเชิงเทรา ไปเปิดจุดรับจํานํานอกพื้นที่ในจังหวัดป...
-7-8. โรงสีที่เข้าร่วมโครงการรับจํานําข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2554/55 ประสบอุทกภัย             สืบเนื่องจาก บจก.วิงออนไรซ...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

0 ผลประชุมกรมการค้าภายใน สรุปสต็อคข้าวโกดังกลาง 22 มีค-55

690 views

Published on

สรุปผลการประชุม
คณะอนุกรรมการกำกับดูแลการรับจำนำข้าว
ครั้งที่ 5/2555
วันพฤหัสบดีที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2555 เวลา 09.00 น.
ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ หมายเลข 207 ชั้น 2 อาคารรัฐสภา 2 รัฐสภา

Published in: Business
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

0 ผลประชุมกรมการค้าภายใน สรุปสต็อคข้าวโกดังกลาง 22 มีค-55

  1. 1. สรุปผลการประชุม คณะอนุกรรมการกํากับดูแลการรับจํานําข้าว ครั้งที่ 5/2555 วันพฤหัสบดีที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2555 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ หมายเลข 207 ชั้น 2 อาคารรัฐสภา 2 รัฐสภา ------------------------------อนุกรรมการผูเข้าร่วมประชุม ้ 1. นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ ประธานอนุกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 2. นางวัชรี วิมุกตายน รองประธานอนุกรรมการ อธิบดีกรมการค้าภายใน 3. พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ อนุกรรมการ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 4. นายไกวัล กล้าแข็ง อนุกรรมการ ผู้อานวยการส่วนส่งเสริมการผลิตพืชไร่ ํ (ผู้แทนกรมส่งเสริมการเกษตร) 5. นางวัลภา ชื่นวรรณรักษ์ อนุกรรมการ ผู้อานวยการสํานักนโยบายและยุทธศาสตร์ข้าว ํ (ผู้แทนกรมการข้าว) 6. นายสุพัฒน์ เอี้ยวฉาย อนุกรรมการ ผู้อานวยการฝ่ายกิจการนโยบายรัฐ ํ (ผู้แทนธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร) 7. นายสุจิโรจน์ คงเมือง อนุกรรมการ หัวหน้าฝ่ายประสานการพัฒนาท้องที่ (ผู้แทนกรมการปกครอง) 8. พ.ต.ต.ศราวุฒิ สกุลมีฤทธิ์ อนุกรรมการ ผู้อํานวยการองค์การคลังสินค้า (ผู้แทนองค์การคลังสินค้า) 9. นางสาวเตือนใจ หล่อพัฒนากูร อนุกรรมการ ผู้อํานวยการฝ่ายธุรกิจเกษตร (ผู้แทนองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร) 10. นายสมชาติ สร้อยทอง อนุกรรมการและเลขานุการ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน 11. น.ส.สุทัศนีย์ ราชเรืองระบิน อนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตร กรมการค้าภายในอนุกรรมการผูไม่เข้าร่วมประชุม ้ ผู้อํานวยการสํานักส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตร อนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
  2. 2. -2-ผลการประชุมสรุปได้ ดังนี้1. สถานการณ์ข้าว ปี 2554/55 รับทราบตามที่ฝ่ายเลขานุการรายงานสถานการณ์ข้าวโลก ปี 2554/55 ซึ่งมีผลผลิตประมาณ465.400 ล้านตันข้าวสาร เพิ่มขึ้นจากปี 2553/54 ซึ่งมีผลผลิต 453.218 ล้านตันข้าวสาร เพิ่มขึ้น12.182 ล้านตันข้าวสาร ความต้องการใช้มีประมาณ 462.875 ล้านตันข้าวสาร น้อยกว่าผลผลิตประมาณ2.525 ล้านตันข้าวสาร ส่งผลให้สต็อกปลายปีมีประมาณ 100.326 ล้านตันข้าวสาร เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 2.525 และการค้ าข้าวของโลกจะมี ประมาณ 32.686 ล้านตั นข้าวสาร ลดลงจากปีก่อนประมาณ2.427 ล้านตันข้าวสาร สําหรับสถานการณ์ข้าวของไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้พยากรณ์ข้าวเปลือกนาปรัง ปี2555 ประมาณ 11.110 ล้านตันข้าวเปลือก เพิ่มขึ้นจากปี 2554 ที่มีปริมาณ 10.141 ล้านตันข้าวเปลือกหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.56 เนื่องจากปริมาณน้ํามีเพียงพอต่อการเพาะปลูกและการเจริญเติบโตทําให้ผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น ขณะที่บางพื้นที่ที่มีการปลูกข้าวทดแทนข้าวนาปีที่ได้รับความเสียหายจากน้ําท่วม จะออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม 2555 โดยมีผลผลิตประมาณ 7.438 ล้านตันข้าวเปลือกหรือร้อยละ66.95 ของปริมาณผลผลิตข้าวนาปรัง ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มค. – 19 มีค.55 มีปริมาณส่งออกรวม 1.307ล้านตัน มูลค่า 27,608 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ส่งออกได้ปริมาณ 2.616 ล้านตันมูลค่า 45,403 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 50 และ 39 ตามลําดับ2. การดําเนินโครงการรับจํานําข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2554/55 2.1 ผลการดําเนินโครงการรับจํานํา รับทราบความคืบหน้าการดําเนินโครงการรับจํานําข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2554/55ซึ่งปัจจุบนในภาคอื่นๆ ได้สิ้นสุดลงแล้ว คงเหลือในพื้นที่ภาคใต้ซึ่งมีการรับจํานําในพื้นที่จงหวัดนครศรีธรรมราช ั ัสงขลา และพัทลุง ณ วันที่ 19 มีนาคม 2555 มีโรงสีที่เปิดรับฝากข้าวเปลือกทั้งสิ้นจํานวน 892 โรง ใน 62จังหวัด จําแนกเป็นเปิดจุดรับจํานํา จํานวน 664 ราย เปิดจุดรับจํานํานอกพื้นที่ จํานวน 228 ราย จําแนกเป็น อคส. 629 ราย อ.ต.ก. 263 ราย เทียบกับปี 2551/52 ซึ่งมีโรงสีเปิดจุดรับจํานําทั้งสิ้น 745 โรง ใน62 จังหวัด เพิ่มขึ้นจํานวน 147 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 19.73 เกษตรกรนําข้าวมาจํานําแล้วทั้งสิ้นจํานวน1,276,606 ราย ปริ ม าณ 6,798,286 ตั น จํ า แนกเป็ น ข้ า วเปลื อ กเจ้ า จํ า นวน 2,915,341 ตั นข้าวเปลือกหอมมะลิ 3,089,919 ตัน ข้าวเปลือกหอมจังหวัด 335,424 ตัน ข้าวเปลือกปทุมธานี 15,242ตัน และข้าวเปลือกเหนียว 442,359 ตัน 2.2 การส่งมอบข้าวสารเข้าโกดังกลาง (1) รับทราบตามที่ผู้แทน อคส. (18 มีค.55) และ อ.ต.ก. (14 มีค.55) รายงานผลการส่งมอบข้าวสารเข้าโกดังกลางว่าปัจจุบันมีการเปิดโกดังกลางรับข้าวแล้วใน 268 คลัง ใน 54 จังหวัด รับมอบข้าวแล้วจํานวน 3,295,406.368 ตัน จําแนกเป็น อคส. 185 คลังใน 36 จังหวัด ปริมาณ 2,427,971.679 ตันอ.ต.ก. ใน 83 คลั ง ใน 18 จั ง หวั ด ปริ ม าณ 867,434.689 ตั น จํ า แนกเป็ น ข้ า วหอมมะลิ จํ า นวน942,793.462 ตัน ข้าวหอมจังหวัด จํานวน 128,851.696 ตัน ข้าวปทุมธานี จํานวน 6,068.642 ตัน ข้าวขาว 5% จํานวน 1,249,574.462 ตัน ข้าวเหนียว จํานวน 141,164.559 ตัน ปลายข้าวหอมมะลิ จํานวน236,593.649 ตั น ปลายข้ า วหอมจั ง หวั ด จํ า นวน 41,711.131 ตั น ปลายข้ า วปทุ ม ธานี จํ า นวน1,490.278 ตัน ปลายข้าวเอวันเลิศ จํานวน 406,627.591 ตัน ปลายข้าวเหนียว จํานวน 36,704.455 ตันข้าวท่อนหอมมะลิ จํานวน 81,648.14 ตัน ข้าวท่อนปทุมธานี จํานวน 1,280.96 ตัน และข้าวท่อนหอมจังหวัด จํานวน 20,897.343 ตัน
  3. 3. -3- ทั้งนี้ ยังมีข้าวสารค้างส่งมอบเข้าโกดังกลางที่มีการรับมอบจากการสั่งสีแปรสภาพแล้ว รวม502,229 ตัน (อคส. 289,044 ตัน และ อ.ต.ก. 213,185 ตัน) จําแนกเป็น ต้นข้าว จํานวน 179,862 ตัน(อคส. 89,778 ตัน และ อ.ต.ก. 90,084 ตัน) ปลายข้าว จํานวน 322,367 ตัน (อคส. 199,266 ตัน และอ.ต.ก. 123,101 ตัน) (2) รับทราบตามที่ผู้แทน อคส. รายงานปริมาณข้าวค้างส่งมอบในส่วนของ อคส. ณ วันที่ 19 มีนาคม2555 มีจํานวน 285,000 ตัน จําแนกเป็นปลายข้าวเจ้าหอมมะลิประมาณ 94,900 ตัน ปลายข้าวเจ้า 5%เอวันเลิศ จํานวนประมาณ 20,700 กว่าตัน สําหรับข้าวเต็มเมล็ดที่ค้างส่งมอบเป็นข้าวเปลือกหอมมะลิ 100%ชั้น 2 จํานวน 56,000 ตัน ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนพื้นที่ภาคกลางที่เป็นข้าวเปลือกเจ้ามีปริมาณไม่มากประมาณ 9,000 ตัน โดยมีโรงสีจํานวน 5 – 6 โรง ได้แก่ จังหวัดชัยนาท 1 โรง จังหวัดสุพรรณบุรี ประมาณ3 โรง (3) มอบหมายให้ อคส. และ อ.ต.ก. ในฐานะหน่วยปฏิบัติและคู่สัญญากับโรงสี เร่งรัดโรงสีส่งมอบข้าวสารที่ค้างส่งมอบเข้าโกดังกลางให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กําหนด กรณีไม่ปฏิบัติตามให้ดําเนินการให้เป็นไปตามสัญญาโดยเคร่งครัด สําหรับโรงสีที่ขอผ่อนผันส่งมอบข้าวเข้าโกดังกลาง มอบหมายให้ อคส. และ อ.ต.ก. จัดทําแผน และกําหนดวันรับส่งมอบข้าวให้ชัดเจน และรายงานให้คณะอนุกรรมการฯ ทราบในการประชุมครั้งต่อไป (4) รับทราบมติคณะอนุกรรมการติดตามกํากับดูแลการรับจํานําระดับจังหวัดกาฬสินธุ์ เมื่อวันที่27 กุมภาพันธ์ 2555 เห็นชอบให้ ธ.ก.ส. สาขากมลาไสย ดําเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทําความผิดโดยเคร่งครัด กรณีได้รับแจ้งจาก ธ.ก.ส. สาขากมลาไสย ว่ามีการสวมสิทธิเกษตรกรในการจํานําข้าวเปลือกตามโครงการรับจํานําข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2554/55 ซึ่งนายอําเภอกมลาไสย ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและผลพบว่ามีมูล โดยปรากฏว่าเกษตรกรบ้านหนองไผ่ หมู่ที่ 6 และบ้านหนองไผ่พัฒนาหมู่ที่ 9 ตําบลโคกสมบูรณ์ ได้รับความเดือนร้อนจํานวน 61 ราย ซึ่งมีพฤติกรรมโดยมีนายหน้าหลอกลวงให้เกษตรกรนําข้าวเปลือกที่มิใช่ของเกษตรกรนํามาสวมสิทธิเกษตรกรและนํามาจํานําตามโครงการฯ โดยการตรวจสอบเกษตรกรจะได้รับค่าตอบแทนตันละ 400 บาท 2.3 การกําหนดอัตราส่งมอบตามโครงการรับจํานําข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2554/55 รับทราบการอนุมัติของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ประธานอนุกรรมการกํากับดูแลการรับจํานําข้าวในการกําหนดอัตราส่งมอบข้าวสารทุกชนิด ได้แก่ ข้าวสารเจ้า ข้าวสารหอมมะลิ ข้าวสารหอมจังหวัด ข้าวสารปทุมธานี และข้าวสารเหนียว ตามหลักเกณฑ์ที่กําหนด เพื่อใช้ในการสีแปรสภาพตามโครงการรับจํานําข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2554/55 ช่วงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ – 6 มีนาคม 2555 , 7 – 13มีนาคม 2555 และ 14 – 20 มีนาคม 2555 2.4 การตรวจสอบเกษตรกรที่นําข้าวเปลือกมาจํานําตามโครงการรับจํานําข้าวเปลือกนาปีปีการผลิต 2554/55 รอบที่ 2 ของ ธ.ก.ส. รับทราบตามที่ผู้แทน ธ.ก.ส. ได้รายงานการชะลอจ่ายเงินให้แก่เกษตรกรที่นําข้าวเปลือกมาจํานําตามโครงการรับจํานําข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2554/55 (รอบที่ 2) โดยได้รับรายงานจาก ธ.ก.ส.ในพื้นที่เบื้องต้นพบใบประทวนที่ ธ.ก.ส. ชะลอการจ่ายเงินกู้รอบที่ 2 จํานวน 3,753 ราย ปริมาณข้าวเปลือก21,490 ตัน เป็นเงินประมาณ 413 ล้านบาท ในจํานวนนี้คณะอนุกรรมการฯระดับจังหวัดได้มีการแต่งตั้งคณะทํางานตรวจสอบแล้วและแจ้งให้ทราบ โดยมีการจ่ายเงินให้แก่เกษตรกรตามมติของคณะอนุกรรมการฯระดับจังหวัด จํานวน 1,314 ราย ปริมาณ 7,600 ตัน เป็นเงิน 146 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างดํ า เนิน การ และบางจั งหวั ดมี ม ติ ใ ห้ ดํา เนิน คดี กับ ผู้ ก ระทํ าความผิ ดด้ว ย ทั้ง นี้ ประธานอนุก รรมการฯ ได้มอบหมายให้ ธ.ก.ส. รายงานผลการดําเนินการดังกล่าวให้ทราบต่อไปด้วย
  4. 4. -4-3. การกําหนดปริมาณการจํานําสูงสุดของเกษตรกรแต่ละราย เห็นชอบการกําหนดหลักเกณฑ์แนวทางปฏิบัติเพื่อให้เป็นแนวทางเดียวกันในการกําหนดปริมาณจํานําสูงสุดของเกษตรกรแต่ละรายในการดําเนินโครงการรับจํานําข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2555 ดังนี้ 3.1 ให้ใช้อัตราผลผลิตเฉลี่ยรายจังหวัดที่ได้จากสํานักงานเศรษฐกิจการเกษตรซึ่งเป็นหน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มีการเผยแพร่ข้อมูลและนําไปใช้เป็นทางการในการคํานวณปริมาณผลผลิตรวมของเกษตรกรตามหนังสือรับรองที่กรมส่งเสริมการเกษตรออกให้แก่เกษตรกรแต่ละรายเป็นเกณฑ์ในการคํา นวณปริ ม าณรั บ จํ า นํ าข้ า วเปลื อ กของเกษตรกร และมอบหมายให้ฝ่ า ยเลขานุก ารประสานข้ อ มู ล จากสํานักงานเศรษฐกิจการเกษตรแจ้งให้คณะอนุกรรมการติดตามและกํากับดูแลการรับจํานําระดับจังหวัดใช้เป็นข้อมูลประกอบในการรับจํานําตามโครงการต่อไป 3.2 กรณีผลผลิตของเกษตรกรที่นํามาจํานํามีปริมาณสูงกว่าปริมาณผลผลิตเฉลี่ยให้ปรับเพิ่มได้อีกไม่เกิน 20% และให้เกษตรกรรับรองว่าเป็นข้าวเปลือกของเกษตรกรเอง กรณีที่เกษตรกรมีผลผลิตเกินกว่า20% (1) ให้รับจํานําไว้พร้อมทั้งให้เกษตรกรรับรองว่าเป็นผลผลิตของตนเอง และ (2) ให้เจ้าหน้าที่ อคส.หรือ อ.ต.ก. ที่ประจําจุดรับจํานํารายงานคณะอนุกรรมการติดตามและกํากับดูแลการรับจํานําระดับจังหวัดเพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบในการกํากับดูแลและตรวจสอบต่อไปว่าข้อมูลที่เกษตรกรรับรองตนเองนั้นถูกต้องหรือไม่อย่างไร ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการฯ ระดับจังหวัด จะต้องตรวจสอบเกษตรกรที่มีผลผลิตเกินกว่า 20% ทุกราย4. การสั่งสีแปรสภาพข้าวเปลือกโครงการรับจํานําข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2555 4.1 เห็นชอบให้ อคส. และ อ.ต.ก. สั่งให้โรงสีที่เข้าร่วมโครงการสีแปรสภาพข้าวเปลือกทุกชนิดที่รับจํานําทุก 7 วัน ในอัตราร้อยละ 100 และส่งมอบข้าวสารเข้าโกดังกลางตามอัตราที่กําหนด ภายใน 7 วันนับแต่วันที่สีแปรสภาพ และมอบหมายให้ อคส. และ อ.ต.ก. จัดหาโกดังกลางให้เพียงพอในการรับการส่งมอบข้าวดังกล่าว เพื่อให้โรงสีมีพื้นที่เพียงพอในการรับมอบข้าวเปลือกจากเกษตรกรที่จะนํามาจํานํา เนื่องจากผลผลิตจะออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือนเมษายน – พฤษภาคม 2555 นี้ ทั้งนี้ ให้เริ่มดําเนินการสั่งสีแปรสภาพตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม 2555 เป็นต้นไป สําหรับการคํานวณอัตราส่งมอบข้าวสารครั้งต่อไป เห็นชอบในหลักการให้นําเสนอประธานคณะอนุกรรมการให้ความเห็นชอบ และให้ฝ่ายเลขานุการคํานวณตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้เช่นเดียวกับโครงการรับจํานําข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2554/55 เนื่องจากเป็นนโยบายต่อเนื่อง 4.2 มอบหมายให้หน่วยปฏิบัติ ได้แก่ อคส. และ อ.ต.ก. ทําความตกลงร่วมกันในการกําหนดสีเชือกสําหรับข้าวแต่ละชนิดและรหัสกระสอบ เพื่อใช้ในการส่งมอบข้าวเข้าโกดังกลางโครงการรับจํานําข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2555 ต่อไป ทั้งนี้ ให้ใช้การพิมพ์รหัสลงบนกระสอบ กําหนดตัวอักษรสูงไม่น้อยกว่า2.5 นิ้ว เห็นได้ชัดเจนพิมพ์ ไม่น้อยกว่ า 1 ด้าน โดยให้สีแห้งสนิท ก่อนจะนําไปบรรจุข้าวสารเพื่อป้องกั นสีปนเปื้อนข้าวสาร5. จังหวัดชัยนาทขอให้พิจารณาโรงสีปัญจพลเข้าร่วมโครงการรับจํานําข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2555 เห็นชอบในหลักการกรณีการเข้าร่วมโครงการรับจํานํานาปรัง ปี 2555 ของโรงสีให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กําหนด กล่าวคือ กรณีโรงสีที่เข้าร่วมโครงการในปีก่อนๆ ที่ถูก อคส. อ.ต.ก. และ ธ.ก.ส. ฟ้องร้องดําเนินคดี กรณีกระทําความผิดร้ายแรง เช่น ลักทรัพย์ หรือยักยอกทรัพย์ รวมทั้ง โรงสีที่ยังไม่ได้รับการปลดจากบัญชีดําของ อคส. และ อ.ต.ก. รวมทั้ง ยังอยู่ระหว่างการฟ้องร้องดําเนินคดีทั้งทางแพ่งหรือคดีอาญาในการดําเนินธุรกิจทางการค้าปกติในลักษณะเข้าข่ายฉ้อโกงเกษตรกร ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการรับจํานําได้กรณีคดีถึงที่สุดแล้วไม่ปรากฏเป็นผู้กระทําความผิด สามารถเข้าร่วมโครงการรับจํานําได้
  5. 5. -5-6. การพิจารณาผ่อนผันการรับจํานําข้าวปทุมธานี 1 ที่มีคุณภาพต่ําไม่ได้มาตรฐานเป็นข้าวเปลือกเจ้า 6.1 เห็นชอบให้คงหลักการกรณีการรับจํานําข้าวเปลือกปทุมธานีที่มีคุณภาพไม่ได้มาตรฐานโครงการรับจํานําข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2554/55 โดยให้รับจํานําเป็นข้าวเปลือกเจ้า 5% และให้โรงสีสีแปรสภาพและส่งมอบเข้าโกดังกลางตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดต่อไป 6.2 กรณี จั ง หวั ด ที่ มี ก ารเพาะปลู ก ข้ า วปทุ ม ธานี 1 โครงการรั บ จํ า นํ า ข้ า วเปลื อ กนาปรั งปี 2555 ขอผ่อนผันการรับจํานําข้าวปทุมธานี 1 ที่มีคุณภาพไม่ได้มาตรฐานเป็นข้าวเปลือกเจ้า 5% ตามมติคณะอนุกรรมการกํากับดูแลการรับจํานําข้าวเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2554 ที่ประชุมพิจารณาแล้วมีมติดังนี้ (1) เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรที่เพาะปลูกข้าวปทุมธานี 1 ที่มีคุณภาพต่ําไม่ได้มาตรฐานตามที่กําหนดและเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่รับจํานําข้าวเปลือกทุกเมล็ด สามารถนํามาจํานําตามโครงการรับจํานําข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2555 ได้ ให้ อคส. และ อ.ต.ก. รับฝากข้าวเปลือกไว้ที่โรงสีที่เข้าร่วมโครงการรับจํานําไว้ก่อน และ (2) มอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการและกรมการข้าว ตรวจสอบคุณภาพข้าวปทุมธานีในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ปทุมธานี นครสวรรค์ และพิษณุโลก ที่มีการร้องเรียนและขอผ่อนผันว่ามีคุณภาพต่ําไม่ได้มาตรฐานตามที่กําหนดหรือไม่ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณากําหนดชนิดและราคาข้าวที่จะรับจํานําต่อไปโดยให้ดําเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์ และนําเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณาในการประชุมครั้งต่อไป7. การเปิดจุดรับจํานํานอกพื้นที่ของโรงสี โครงการรับจํานําข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2555 7.1 เห็นชอบให้คณะทํางานเพื่อพิจารณาคัดสรรโรงสีเพื่อเปิดจุดรับจํานํานอกพื้นที่ที่แต่งตั้งขึ้นตามมติของคณะอนุกรรมการฯ เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2554 ทําหน้าที่พิจารณาคัดเลือกโรงสีที่ประสงค์ไปเปิดจุดรับจํานํานอกพื้นที่ในจังหวัดที่ร้องขอให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะอนุกรรมการกํากับดูแลการรับจํานําข้ า วกํ า หนดเช่ น เดี ย วกั บ โครงการรั บ จํ า นํ า ข้ า วเปลื อ กนาปี ปี ก ารผลิ ต 2554/55 และแจ้ ง ผลให้คณะอนุกรรมการกํากับดูแลการรับจํานําข้าวทราบต่อไป โดยให้ปรับเปลี่ยนองค์ประกอบของคณะทํางานโดยยกเลิกองค์ประกอบที่1.2 (ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ))ของคําสั่งคณะอนุกรรมการกํากับดูแลรับจํานําข้าวที่ 1/2554 ดังกล่าว และให้เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ) เป็นคณะทํางานเพิ่มเติม 7.2 เห็นชอบในหลักการการเปิดรับจํานํานอกพื้นที่ของโรงสีโครงการรับจํานําข้าวเปลือกนาปรังปี 2555 ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดเพื่อให้เกิดความคล่องตัวและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกร กรณีที่จังหวัดไม่มีโรงสีเข้าร่วมโครงการในจังหวัดหรือมีน้อยไม่เพียงพอและร้องขอโดยพิจารณาจากโรงสีในภาคเดียวกันก่อนเป็นลําดับแรก และภาคอื่นเป็นลําดับถัดไป และรายงานให้คณะอนุกรรมการกํากับดูแลการรับจํานําข้าวทราบต่อไป ทั้งนี้ มอบหมายให้คณะอนุกรรมการระดับจังหวัดพิจารณาโรงสีที่ได้แจ้งความประสงค์เข้าไปเปิ ด จุ ด รั บ จํ า นํ า นอกพื้ น ที่ ภ ายในจั ง หวั ด ให้ เ ป็ น ไปตามหลั ก เกณฑ์ ที่ กํ า หนดก่ อ นโดยให้ คํ า นึ ง ถึ ง ความเดือดร้อนของเกษตรกรความเหมาะสม และสอดคล้องกับพื้นที่ที่ปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาด และแจ้งฝ่ายเลขานุการคณะอนุกรรมการเพื่อนําเสนอคณะทํางานฯ พิจารณาอนุมัติการเปิดจุดรับจํานํานอกพื้นที่ของโรงสีต่อไป 7.3 อนุมัติให้โรงสีที่แจ้งความประสงค์ไปเปิดจุดรับจํานํานอกพื้นที่ และคณะอนุกรรมการฯระดับจังหวัดได้พิจารณาแล้ว ดังนี้
  6. 6. -6- (1) จังหวัดปราจีนบุรี เห็นชอบให้โรงสีศิริพร จังหวัดฉะเชิงเทรา ไปเปิดจุดรับจํานํานอกพื้นที่ในจังหวัดปราจีนบุรีตามที่จังหวัดเสนอ (2) จังหวัดปทุมธานี เห็นชอบให้โรงสีเก่งการพานิชพืชผล 2001 จํากัด จังหวัดฉะเชิงเทราไปเปิดรับจํานํานอกพื้นที่ในจังหวัดปทุมธานีตามที่จังหวัดเสนอ (3) จั ง หวั ด ราชบุ รี เห็ น ชอบให้ บจก.โรงสี ข้ า วเจริ ญ พาณิ ช ย์ กํ า แพงแสน จํ า กั ด และบกจ.โรงสีข้าวเกษตรธรรม จังหวัดนครปฐม ไปเปิดจุดรับจํานํานอกพื้นที่ในจังหวัดราชบุรีตามที่จังหวัดเสนอ (4) จังหวัดเชียงใหม่ เห็นชอบให้โรงสีจํานวน 5 โรง ได้แก่ หจก.นิธินันท์ศุภกิจ จังหวัดกําแพงเพชร หจก.โรงสีวัฒนาพานิช จังหวัดนครปฐม บจก.โรงสีชัยชานนท์ จังหวัดนครสวรรค์ โรงสีชัยวานิชจั ง หวั ด สุพ รรณบุ รี และ หจก.โรงสี มิ ต รนํ า ชั ย จั งหวัด สุ พรรณบุ รี ไปเปิ ด จุด รั บ จํ านํ า นอกพื้น ที่ ใ นจั งหวั ดเชียงใหม่ ตามที่จังหวัดร้องขอ (5) จังหวัดลําพูน เห็นชอบให้โรงสีจํานวน 7 โรง ได้แก่ หจก.นิธินันท์ศุภกิจ จังหวัดกําแพงเพชร หจก.โรงสีวัฒนาวานิช จังหวัดนครปฐม หจก.โรงสีชัยวานิชวัฒนา จังหวัดสุพรรณบุรี หจก.ร่วมทุนรุ่งเรือง จังหวัดชัยนาท หจก.โรงสีไฟยางนอน จังหวัดสุพรรณบุรี บจก.เศรษฐพาณิชย์สามชุก จังหวัดสุพรรณบุรีและ หจก.โรงสีขาวแพร่รุ่งเรือง จังหวัดแพร่ ไปเปิดจุดรับจํานํานอกพื้นที่ในจังหวัดลําพูนตามที่จังหวัดร้องขอ ้ (6) จังหวัดตราด เห็นชอบให้ บจก. ไทยอกริอินเตอร์เทรด จังหวัดฉะเชิงเทรา ไปเปิดจุดรับจํานํานอกพื้นที่ในจังหวัดตราดตามที่จังหวัดร้องขอ (7) จังหวัดหนองบัวลําภู เห็นชอบให้ โรงสีจํานวน 5 โรง ได้แก่ หจก.อรุณพัฒนา จังหวัดเพชรบูรณ์ โรงสี บจก.พิจิตรโรงสีร่วมเจริญ 2 ไรซ์ จังหวัดพิจิตร บจก.โรงสี ส.ประเสริฐชัย จังหวัดสระบุรีหจก.รวมทรัพย์ถาวร (สาขา 1) จังหวัดสุพรรณบุรี และ หจก.ธนภัทรพูนแสง จังหวัดสุพรรณบุรี ไปเปิดจุดรับจํานํานอกพื้นที่ในจังหวัดหนองบัวลําภูตามที่จังหวัดร้องขอ (8) จังหวัดชัยภูมิ เห็นชอบให้โรงสีจํานวน 6 โรง ได้แก่ บจก.พีบีไรซ์ จังหวัดพิจิตร บจก.ไทยเกษมลิ่มทอง จังหวัดสิงห์บุรี บจก.ชัยรุ่งโรจน์พาณิชย์ จังหวัดสุพรรณบุรี หจก.รวมทรัพย์ถาวร จังหวัดสุพรรณบุรี หจก.โรงสีไฟย่งเส็ง จังหวัดสุพรรณบุรี และ หจก.โรงสี ส.ประเสริฐชัย จังหวัดสระบุรี ไปเปิดจุดรับจํานํานอกพื้นที่ในจังหวัดชัยภูมิตามที่จังหวัดร้องขอ (9) จังหวัดกาฬสินธุ์ เห็นชอบให้โรงสีจํานวน 12 โรง ได้แก่ บจก.โรงสีบูรพาข้าวสีทองจังหวัดสุรินทร์ โรงสีเกษตรวิสัยไรซ์อินเตอร์เทรด จังหวัดร้อยเอ็ด โรงสีข้าว ป.ณัฐตพล จังหวัดขอนแก่น บจก.โรงสีไฟล่ําสันต์พานิช จังหวัดฉะเชิงเทรา บจก.เกรียงชัยโกลเด้นไรซ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา หจก.โรงสีเกาะแก้วเจริญธัญญา จังหวัดสุพรรณบุรี โรงสีพานิชเจริญธัญญา จังหวัดสุพรรณบุรี หจก.โรงสีโชควรลักษณ์รุ่งเรืองกิจจังหวัดลพบุรี หจก. ชวนรําลึกรุ่งเรืองธัญญะกิจ จังหวัดลพบุรี หจก.โรงสี ป.บุญธรักษา จังหวัดชัยนาท โรงสีข้าวมั่นคงธัญญา จังหวัดอุทัยธานี และ หจก.โกรกพระเซ็นเตอร์ไรซ์ จังหวัดนครสวรรค์ ไปเปิดจุดรับจํานํานอกพื้นที่ในจังหวัดกาฬสินธุ์ตามที่จังหวัดร้องขอ (10) จังหวัดน่าน เห็นชอบให้ บจก.แพร่รุ่งเรืองอินเตอร์ไรซ์ 2007 จังหวัดแพร่ เข้าไปเปิดจุดรับจํานํานอกพื้นที่ในจังหวัดน่านตามที่จังหวัดเสนอ (11) สําหรับจังหวัดเชียงราย และจังหวัดมหาสารคาม มอบหมายให้คณะอนุกรรมการระดับจังหวัดพิจารณาโรงสีที่แจ้งความประสงค์ไปเปิดจุดรับจํานํานอกพื้นที่ภายในจังหวัด ตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดก่อนแจ้งฝ่ายเลขานุการเพื่อนําเสนอคณะทํางานพิจารณาคัดเลือกโรงสีเข้าไปเปิดจุดรับจํานํานอกพื้นที่ต่อไป
  7. 7. -7-8. โรงสีที่เข้าร่วมโครงการรับจํานําข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2554/55 ประสบอุทกภัย สืบเนื่องจาก บจก.วิงออนไรซ์ เทรดดิ้ง จํากัด จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเข้าร่วมโครงการรับจํานําข้าวเปลือก นาปี ปีการผลิต 2554/55 กับ อคส. ปริมาณข้าวที่รับจํานํา 542.547 ตัน ประสบปัญหาน้ําท่วมทําให้ไม่สามารถเดินเครื่องจักรได้ตามปกติ ส่งผลให้ข้าวเปลือกที่เก็บในโกดัง ไซโล มีความชื้นสูง เมื่อสีแปรสภาพเป็นข้าวสารมีข้าวสารบางส่วนไม่ได้คุณภาพ และมีหนังสือขอความอนุเคราะห์ให้บริษัทฯ ไม่ต้องรับผิดชอบในข้าวที่เสียหายจากเหตุอุทกภัย ที่ประชุมได้พิจารณาจากข้อมูลการตรวจสอบของจังหวัดปทุมธานี และการเข้าร่วมโครงการของโรงสีในพื้นที่ซึ่งประสบอุทกภัยเช่นเดียวกัน แต่ไม่ประสบปัญหาดังกล่าวแล้ว มีมติเห็นชอบให้คงหลักเกณฑ์แนวทางปฏิบัติเช่นเดียวกับโครงการรับจํานําที่ผ่านมา กรณีที่ข้าวเปลือกที่รับจํานําได้รับความเสียหาย เมื่อนํามาสีแปรสภาพและส่งมอบเข้าโกดังกลาง ทําให้ไม่ได้มาตรฐานตามที่กําหนด ให้โรงสีซื้อคืนในราคารับจํานําข้าวเปลือก และมอบหมายให้ อคส. ในฐานะคู่สัญญาแจ้งให้ บจก.วิงออนไรซ์ เทรดดิ้ง จํากัด ปฏิบัติให้เป็นไปตามสัญญาให้เสร็จสิ้นก่อนเข้าร่วมโครงการรับจํานําข้าวเปลือกนาปรัง ปี 25559. การพิจารณาโรงสีเพื่อสีแปรสภาพข้าวเปลือกของตลาดกลางที่เข้าร่วมโครงการรับจํานําข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2554/55 เห็นชอบให้โรงสีเข้าไปรับมอบข้าวเปลือกจากตลาดกลางที่เข้าร่วมโครงการรับจํานําข้าวเปลือกนาปีปีการผลิต 2554/55 เพื่อนํามาสีแปรสภาพและส่งมอบเป็นข้าวสารเข้าโกดังกลางตามที่ อคส. เสนอจํานวน3 ราย ดังนี้ (1) จังหวัดสุโขทัย อนุมัติให้ ห้างหุ้นส่วนจํากัด โชคชัยธัญญกิจ จังหวัดสุโขทัย รับมอบและสีแปรสภาพข้าวเปลือกที่เก็บรักษาไว้ที่ตลาดกลางข้าวและพืชไร่(ท่าข้าวกงไกรลาศ) และตลาดกลางข้าวและพืชไร่(บริษท เกษตรชัยขนส่ง จํากัด) ั (2) จังหวัดกําแพงเพชร อนุมัติให้ บริษัท สิงห์โตทองอาร์ซีซีไรซ์ จํากัด รับมอบและสีแปรสภาพข้าวเปลือกที่เก็บรักษาไว้ที่ตลาดกลางข้าวและพืชไร่ บริษัท สิงห์โตทองอาร์ซีซีไรซ์ จํากัด (3) จั ง หวั ด บุ รี รั ม ย์ อนุ มั ติ ใ ห้ ห้ า งหุ้ น ส่ ว นจํ า กั ด เดชาเจริ ญ กิ จ อํ า เภอบางปลาม้ า จั ง หวั ดสุพรรณบุรี รับมอบและสีแปรสภาพข้าวเปลือกที่เก็บรักษาไว้ที่ตลาดกลางข้าวและพืชไร่ จังหวัดบุรีรมย์ ั ทั้งนี้ โรงสีที่รับมอบและสีแปรสภาพข้าวเปลือกเป็นข้าวสารเข้าโกดังกลางตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดให้ใช้อัตราส่งมอบข้าวหอมมะลิในช่วงสุดท้าย(วันที่ 29 กุมภาพันธ์ – 6 มีนาคม 2555) ในการส่งมอบ โดยโรงสีจะได้รับค่าใช้จ่ายเป็นค่าสีแปรสภาพข้าวเปลือกเป็นข้าวสารในอัตราตันละ 500 บาท และค่าขนส่งตามหลักเกณฑ์การรับจํานําข้ามเขต คือ ระยะทางจากโรงสีที่เปิดจุดรับจํานํานอกพื้นที่ถึงโกดังกลางที่รับมอบข้าวรวมทั้งโรงสีจะต้องวางหลักทรัพย์ค้ําประกันให้ครอบคลุมปริมาณข้าวเปลือกที่รับมอบจากตลาดกลางด้วย ------------------------------ ฝ่ายเลขานุการ มีนาคม 2555

×