Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

โลก

1,165 views

Published on

ประกอบวิชาสังคมศึกษา อ.สฤษดิ์ศักดิ์ ชิ้นเขมจารี

Published in: Education, Technology, Business
  • Be the first to comment

โลก

  1. 1. โลก : EARTH สฤษดิ์ศักดิ์ , สิริอาภา ชิ้นเขมจารี
  2. 2. รู้จักโลก :Introducing Earth <ul><li>โลกเป็นคาวเคราะห์ดวงหนึ่งเช่นเดียวกับดาวอังคารหรือดาวพฤหัสบดี ในขณะที่มนุษย์ทำงาน เล่น และนอนหลับ โลกก็กำลังหมุนรอบแกนของตัวเองอีกทังยังหมุนไปรอบๆดวงอาทิตย์ด้วย คุณเคยมีความคิดเห็นเกี่ยวกับโลกในฐานะวัตถุอย่างหนึ่งในอวกาศบ้างหรือไม่ ? สถานที่ซึ่งมนุษย์เรียกว่าบ้านนี้เป็นดาวเคราะห์ที่ทีมนต์เสน่ห์อย่างยิ่ง </li></ul><ul><li>Just like Mars or Jupiter ,Earth is a planet. As human work ,play ,and sleep, Earth is spinning on its axis. It is also revolving around the sun. Have you ever thought about Earth as an object? The place that humans call home is a fascinating planet. </li></ul>
  3. 3. <ul><li>โลกเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วมาก มันหมุนรอบแกนของมันด้วยอัตราเร็วกว่า 1 , 000 ไมล์ (1 , 609 กิโลเมตร ) ต่อชั่วโมง </li></ul><ul><li>Earth moves very quickly. It spins on its axis at more than 1,000 miles ( 1,609 km ) per hour </li></ul>
  4. 4. ข้อเท็จจริงของโลก :Earth Facts <ul><li>โลกมีอายุมากกว่า 4.5 พันล้านปี </li></ul><ul><li>Earth is more than 4.5 billion years old. </li></ul><ul><li>โลกเป็นดาวเคราะห์เพียงดวงเดียวเท่านั้นที่มีปริมาณน้ำในสถานะของเหลวจำนวนมากที่พื้นผิวของมัน </li></ul><ul><li>Earth is the only planet with large amounts of liquid water on its surface </li></ul><ul><li>ประมาณ 3 ใน 4 ส่วน ของโลกปกคลุมด้วยน้ำ เป็นเหตุผลว่าทำไมบางครั้งโลกจึงถูกเรียกว่า”ดาวเคราะห์สีน้ำเงิน” </li></ul><ul><li>About three-quarters of Earth is covered with water. This is why it is sometime called the “ Blue planet. ” </li></ul>
  5. 5. ข้อเท็จจริงของโลก :Earth Facts ( ต่อ ) <ul><li>บรรยากาศ ของโลกส่วนใหญ่ประกอบด้วยก๊าซไนโตรเจนและก๊าซออกซิเจน </li></ul><ul><li>Earth’s atmosphere is made mostly of nitrogen and oxygen. </li></ul><ul><li>น้ำแข็งปกคลุมพื้นที่ประมาณ 1 ใน 10 ของพื้นผิวโลก </li></ul><ul><li>Ice covers one-tenth of Earth’s surface </li></ul><ul><li>ชั้นนอกสุดของโลกถูกเรียกว่า เปลือกโลก ซึ่งประกอบจากหินแข็ง </li></ul><ul><li>The outer layer of Earth is called the crust. It is made of solid rock. </li></ul><ul><li>ภูเขาไฟเกิดขึ้นจากของเหลวร้อนภายในโลกปะทุผ่านเปลือกโลก </li></ul><ul><li>Volcanoes are caused by hot liquid from inside Earth bursting through the crust. </li></ul>
  6. 6. นามแห่งดาวเคราะห์ : Name That Planet <ul><li>ชนในยุคโบราณต่างๆมีนิทานปรัมปรา ที่เล่าขานเกี่ยวกับการกำเนิดของโลกเทวีแห่งปฐพีมีหลากหลายพระนาม โรมันเรียกว่า เทลลัส กรีกเรียกว่า เกีย ส่วนคำว่า โลก มาจากภาษาอังกฤษโบราณ </li></ul><ul><li>Many ancient peoples had myths about how Earth was formed. The Earth goddess had many names. The Romans called her tellus. The Greeks called her Gaea. The name Earth comes from an Old English word. </li></ul>
  7. 7. นามแห่งดาวเคราะห์(ต่อ) <ul><li>ชนเผ่าเมารีในนิวซีแลนด์เรียกท้องฟ้าว่า รังงี ส่วนโลกจะรู้จักกันในชื่อว่า ปาปา ชาวเมารีเชื่อว่ารังงีและปาปาอยู่ในห้วงแห่งรัก ทั้งสองจะกอดบุตรไว้อย่างแนบแน่นระหว่างกัน เมื่อบุตรคนหนึ่งคือเทพแห่งป่าได้หลุดออกเป็นอิสระ รังงีและปาปาจึงถูกแยกจากกัน กลายเป็นโลกและท้องฟ้า </li></ul><ul><li>The Maori of New Zealand called the sky Rangi. Earth was known as Papa. The Maori believed Rangi and Papa were in love. They were always hugging their children tightly between them. One of their children, the god of the forests, broke free. Rangi and Papa were separated, forming Earth and the sky </li></ul>
  8. 8. นามแห่งดาวเคราะห์(ต่อ) <ul><li>ชนเผ่าแอซเท็ค เคยอาศัยอยู่ในดินแดนที่เรา </li></ul><ul><li>รู้จักกันในปัจจุบันว่าประเทศเม็กซิโก </li></ul><ul><li>พระนามเทวีแห่งปฐพีของพวกเขา คือ โคทลิคู </li></ul><ul><li>The Aztecs lived in what is now </li></ul><ul><li>known as Mexico. Their name for </li></ul><ul><li>the Earth goddess was Coatlicue. </li></ul>
  9. 9. ดวงจันทร์ของโลก :Earth’s Moon <ul><li>โลกมีดวงจันทร์บริวารเพียงดวงเดียว ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 5 ในระบบสุริยะใน ค . ศ .1969 มนุษย์อวกาศสัญชาติอเมริกันได้เดินทางไปยังดวงจันทร์ พวกเขาได้เดินบนพื้นผิวดวงจันทร์ซึ่งไม่มีลมหรือบรรยากาศหมายความว่ารอยเท้าของมนุษย์อวกาศเหล่านั้นควรจะยังอยู่บนพื้นผิวของดวงจันทร์ไปตลอดกาล </li></ul><ul><li>Earth has only one moon. It is the fifth-largest moon in the solar system.In 1969 ,American astronauts visited the Moon. They walked on the surface. There is no wind or atmosphere on the Moon. This means the astronauts’ footprints should stay on the surface forever </li></ul>
  10. 11. ดวงจันทร์ของโลก(ต่อ) <ul><li>ดวงจันทร์ปรากฏในรูปร่างแตกต่างกันออกไปเมื่อมองดูจากโลก การเปลี่ยนแปลงนี้ถูกเรียกว่า จันทร์เสี้ยว บางครั้งดวงจันทร์ก็ส่องแสงนวลสว่าง บางครั้งก็ไม่ปรากฏให้เห็น ดวงจันทร์ไม่มีแสงสว่างในตัวเอง มัน สะท้อน แสงจากดวงอาทิตย์ </li></ul><ul><li>From Earth, the Moon appears to change shape. These changes are called phases. Sometimes the Moon shines brightly. Other times it is not visible at all. The Moon does not make its own light. It reflects light from the Sun . </li></ul>
  11. 12. <ul><li>ดวงจันทร์เป็นวัตถุที่สุกสกาวเป็นอันดับ 2 บนท้องฟ้าเมื่อมองจากโลก ส่วนดวงอาทิตย์คือสิ่งที่สุกสว่างมากที่สุด </li></ul><ul><li>The Moon is the second- brightest object seen in the sky from Earth. The Sun is the brightest. </li></ul>
  12. 13. ดูดาวเคราะห์ : Planet spotting <ul><li>ในบางครั้ง วงโคจร ของดวงจันทร์เป็นเหตุให้มันโคจรผ่านโดยตรงระหว่างโลกและดวงอาทิตย์ เมื่อเกิดปรากฏการณ์นี้ขึ้น แสงอาทิตย์จะถูกบดบังโดยดวงจันทร์ ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า สุริยคราส เป็นสิ่งอันตรายมากในการมองขึ้นไปตรงๆยัง สุริยคราส ถึงแม้ว่าดวงอาทิตย์จะถูกทำให้มืด แต่ลำแสงของมันก็สามารถทำลายดวงตาของมนุษย์ให้บอดได้ </li></ul><ul><li>Sometime the Moon’s orbit causes it to pass directly between Earth and the Sun. When this happens, the Sun’s light is blocked by the Moon. This event is called a solar eclipse. It is very dangerous to look directly at a solar eclipse. Even though the Sun is Darkened, its rays can permanently damage the human eye. </li></ul>
  13. 14. <ul><li>กลด คือ พื้นที่ที่ส่องแสงเรืองรองรอบดวงอาทิตย์ แม้จะเป็นเพียงส่วนของบรรยากาศของดวงอาทิตย์ แต่ก็เป็นสิ่งเดียวที่จะสามารถมองเห็นได้ระหว่างการเกิดสุริยคราส </li></ul><ul><li>The corona is the glowing area around the Sun. While it is part of the Sun’s atmosphere, the corona is only visible during a solar eclipse. </li></ul>
  14. 16. มองด้วยตัวคุณเอง : See for Yourself <ul><li>ลองจินตนาการว่าคุณอยู่ในยานอวกาศที่กำลังโคจรไปรอบโลก คุณอยากสังเกตเห็นอะไรเกี่ยวกับโลก ? </li></ul><ul><li>Imagine that you are in a spaceship orbiting Earth. What would you notice about the planet? </li></ul>
  15. 17. มองด้วยตัวคุณเอง(ต่อ) <ul><li>ภาพถ่ายจากอวกาศแสดงให้เห็นลักษณะที่แตกต่างกันมากมายบนโลก รูปแบบทางธรรมชาติต่างๆ สามารถมองเห็นจากอวกาศ เช่น แกรนด์แคนยอน น้ำแข็งในทวีปแอนตาร์กติกา และภูเขาเอเวอร์เรสต์ ภูเขาที่สูงที่สุดในโลก ร่องรอยวิถีชีวิตของมนุษย์ เช่น ไร่นา และเมืองต่างๆก็สามารถมองเห็นได้เช่นกัน นักวิทยาศาสตร์สามารถเฝ้าดูได้แม้กระทั่งการก่อตัวของพายุใต้ฝุ่น และพายุเฮอ์ริเคน </li></ul><ul><li>Photographs taken from space show many different features on Earth. Natural formation can be seen from space. These include the Grand Canyon, ice in Antarctica, and Earth’s highest mountain, mount Everest . Signs of human life, such as farms and cities, are also visible. Scientists can even watch dust storms and hurricanes as they develop. </li></ul>
  16. 18. <ul><li>ภาพนี้ถ่ายจาก กระสวย </li></ul><ul><li>อวกาศเอนเดฟเวอร์ เป็น </li></ul><ul><li>ภาพกรุงวอชิงตัน ดีซี </li></ul>
  17. 19. การสังเกตในระยะเริ่มแรก : Early Observations <ul><li>ในค่ำคืนที่ท้องฟ้าปลอดโปร่ง คุณสามารถเห็นวัตถุในอวกาศมากมายจากโลก ดาวเคราะห์และดวงดาวต่างๆอยู่รายล้อมเรา ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาในประวัติศาสตร์มนุษย์เฝ้าสังเกตท้องฟ้า พยายามที่จะทำความเข้าใจตำแหน่งของโลกระหว่างดวงดาวและดาวเคราะห์ต่างๆ </li></ul><ul><li>On a clear night,you can see many space objects from Earth. Planets and stars surround us.Throughout history, people observed the sky.They have tried to understand Earth’s position among the stars and planets. </li></ul>
  18. 21. การสังเกตในระยะเริ่มแรก(ต่อ) <ul><li>ชาวมายาโบราณคิดว่าโลกแบน พวกเขาวาดภาพโลกประกอบด้วย 4 มุม แต่ละมุมจะมีสีสันที่ต่างกันออกไป นอกจากนี้แต่ละมุมจะมีเสือจากัวร์ยกท้องฟ้าเอาไว้ ชาวมายาเรียกเสือจากัวร์เหล่านี้ว่า บาคับส์ </li></ul><ul><li>The ancient thought that Earth was flat.Thay pictured the planet with four corners. Each corner of Earth was a different color. A jaguar at each corner held up the sky. The Mayans called these jaguars bacabs. </li></ul>
  19. 22. <ul><li>เอล คาราโคล คือ หอ </li></ul><ul><li>ดูดาวของชาวมายาโบราณ </li></ul>
  20. 23. ที่มา <ul><li>ซูซาน ริง . สำรวจดาวเคระห์ : โลก . กรุงเทพ : ทวพ , 2552. </li></ul>

×