โลกและการเปลี่ยนแปลง

3,265 views

Published on

ประกอบการเรียนวิชาภูมิศาสตร์ อ.สฤษดิ์ศักดิ์ ชิ้นเขมจารี

Published in: Education
0 Comments
1 Like
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
3,265
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
652
Actions
Shares
0
Downloads
54
Comments
0
Likes
1
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

โลกและการเปลี่ยนแปลง

  1. 1. ..โครงสร้างของโลก....การเปลี่ยนแปลงของเปลือก โลก.. อ. กรุณ า สุต ีค า
  2. 2. ทฤษฎีข องคานท์ และลาพลาส พ .ศ. 2339 โลก ดาวเคราะห์ และดวงอาทิตย์เกิดจากกลุ่ม ก๊าซร้อนที่กำาลังหมุนอยู่แรงเหวี่ยงจากการหมุน ทำาให้ส่วนข้างนอกหลุดออกในลักษณะเป็น วงแหวน และวงแหวนแต่ละวงรวมตัวกันแล้วหด ตัวกลายเป็นโลก และดาวเคราะห์ กลุ่มก๊าซ บริเวณศูนย์กลางหดตัวกลายเป็นดวงอาทิตย์
  3. 3. ทฤษฎีข องเจมส์ ยีน ส์ พ .ศ.2444 มีดาวฤกษ์ขนาดใหญ่เคลื่อนที่เข้าใกล้ดวง อาทิตย์ แรงดึงดูดระหว่างดวงอาทิตย์และ ดาวฤกษ์ ทำาให้มวลบางส่วนของดาวฤกษ์และ ดวงอาทิตย์หลุดออกมากลายเป็นดาวเคราะห์ ต่างๆ รวมทั้งโลกและวัตถุอื่นๆ ในระบบสุริยะ
  4. 4. ทฤษฎีข องเฟรด ฮอยล์ และ ฮานส์ อัล เฟน พ.ศ.2493 ดวงอาทิตย์เกิดขึ้นก่อนจากการรวมตัวของกลุ่ม ก๊าซและฝุนละออง แล้วดวงอาทิตย์จึงดึงดูดให้ ่ กลุ่มก๊าซและฝุนละอองที่อยู่รอบๆ รวมตัวกันและ ่ มีความหนาแน่นมากขึ้นกลายเป็นดาวเคราะห์ โคจรรอบดวงอาทิตย์
  5. 5. นัก เรีย นคิด ว่า มีป ัจ จัย ใดบ้า ง ที่ท ำา ให้ส ิ่ง มีช ีว ิต อาศัย อยู่บ นโลกได้?
  6. 6. โลก...กลมแป้น....คล้ายส้มส่วนบน & ส่วนล่าง(ขั้วโลกเหนือ & ขั้วโลกใต้)...แบนเล็กน้อยเส้นผ่านศูนย์กลางเฉลี่ยประมาณ 12,700 km.
  7. 7. หนาประมาณ 5-70 km.ส่วนที่หนาที่สุด = ส่วนที่เป็นเทือกเขาสูงแบ่งเป็น 2 ชั้น >> เปลือกโลกส่วนบน , เปลือกโลกส่วน ล่าง - เปลือกโลกส่วนบน .. ส่วนพื้นดิน & พื้นนำ้า ..หิน แกรนิต(อัคนีแทรกซอน) >> หิน Sial = Si (Silica) + Al (Alumina) - เปลือกโลกส่วนล่าง .. ความหนาแน่นมากกว่า .. หินบะ ซอลต์(อัคนีพุ) >> หินSima = Si (Silica) + Mg
  8. 8. เปลือ กโลก ชัน นอก ้ เปลือ กโลก ชัน ใน ้
  9. 9. หนาประมาณ 2,900 km.ประกอบด้วยหินหลอมเหลว / หินหนืด / แมก มา(magma)ประกอบด้วยธาตุ Si (Silicon) + Fe (เหล็ก) + Al (Aluminium)แมกมา อุณหภูมิสูง 2,250 – 4,500 oCแมกมา ไหลเวียนอยู่ภายในโลกช้าๆ ตลอดเวลา เนื่องจาก >> การหมุนรอบตัวเองของโลก ส่งผล >> แผ่นเปลือกโลกเคลื่อนตัว
  10. 10.  ชันในสุดของโลก ้หนาแน่นมากธาตุเหล็ก(Fe) + นิกเกิล(Ni)แบ่งเป็น 2 ชัน ้ 1. แก่นโลกชันนอก .. ของเหลวร้อน.. 2,200 o C ้ .. ความหนาแน่นสัมพัทธ์ (ความถ่วงจำาเพาะ) 12.0 2. แก่นโลกชันใน .. ของแข็ง.. 5,000 o C .. ้ ความหนาแน่นสัมพัทธ์ (ความถ่วงจำาเพาะ)
  11. 11. แบบฝึกหัด
  12. 12. Pangaea = Allland ( แผ่นดินทั้งหมด) ..อัลเฟรด เวเจเนอร์..
  13. 13. แผ่นยูเรเชีย .. ทวีปเอเชีย + ทวีปยุโรปแผ่นอเมริกา .. ทวีปอเมริกาเหนือ + อเมริกาใต้ + มหาสมุทร แอตแลนติกแผ่นแปซิฟิก .. มหาสมุทร แปซิฟิก **แผ่นออสเตรเลีย .. ทวีปออสเตรเลีย + ประเทศ อินเดียแผ่นแอนตาร์กติก .. ทวีปแอนตาร์กติก (ขั้วโลก ใต้)แผ่นแอฟริกา .. ทวีปแอฟริกา
  14. 14. Quiz….การเกิดภูเขาเป็นผลงานจากกระบวนการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกอย่างไร? Fuji Himalay
  15. 15. เปลือกโลกเลื่อนที่ตลอดเวลาแต่ละแผ่นมีทิศทางการเคลื่อนที่ต่างกันแบ่งการเคลื่อนที่เป็น 3 แบบ 1. เคลื่อนที่มาชนกัน 2. เคลื่อนที่แยกจากกัน 3. เคลื่อนที่แบบสวนกันมีผลทำาให้เกิดกระบวรการเปลี่ยนแปลงทาง ธรณีวิทยา
  16. 16. 1. การคดโค้ง โก่ง งอแผ่นเปลือกโลก 2 แผ่นเคลื่อนที่เข้าชนกันแรงดันมหาศาลทำาให้ชั้นหินคดงอขึ้น(ใช้เวลา นาน)เกิดเทือกเขา - เทือกเขาหิมาลัย (ทวีปเอเชีย) = แผ่นยูเรเชีย ชน แผ่นอินเดีย (มียอดเขาสูงสุดใน โลก : เอเวอเรสต์) - เทือกเขาแอลป์(ทวีปยุโรป)= แผ่น แอฟริกามุดใต้แผ่นยูเรเชีย
  17. 17. Himala yaRocki
  18. 18. 2. การยกตัว และยุบ ตัวเกิด “รอยเลื่อน(fault)” = พลังงานที่สะสม ภายในเปลือกโลกมากขึ้นดันเปลือกโลกให้เกิด รอยแยก หรือรอยแตกในชั้นหินรุนแรงกว่า “รอยคดโค้งโก่งงอ”สาเหตุ >> แผ่นดินไหว
  19. 19. การยกตัวของแผ่นเปลือกโลกที่เกิดจากรอยเลื่อน แบบปกติ >> ภูเขา >> Block mountain >> ยอด เขาราบ & ไหล่เขาที่ชันมากตย. ภูกระดึง จังหวัดเลยการยุบตัวของแผ่นเปลือกโลกที่เกิดจากรอยเลื่อน แบบย้อน >> แอ่งหรือหุบเขา >> rift valleysตย. Grate rift valleys ในทวีบแอฟริกา
  20. 20. 3. การผุพ ัง อยู่ก ับ ที่กระบวนการที่วัสดุผุพังสลายออกเป็นชิ้นเล็กๆ โดยมีการเปลี่ยนแปลงขนาดและองค์ประกอบเคมีของอนุภาคที่สลายตัวการผุพัง หรือหักพังของหินที่เกิดบนพื้นดิน & ใต้ผิวโลกลงไป ปัจจัยทางกายภาพ ปัจจัยทางเคมี ปัจจัยทางชีวภาพ
  21. 21. ปัจจัยทางกายภาพชั้นหินที่มรอยแยก รอยแตก ที่มนำ้าแทรกอยู่ เมื่อ ี ี อุณหภูมิเปลี่ยนกลางคืน : เย็นจัด นำ้า>>นำ้าแข็ง (ปริมาตรเพิ่มขึ้น) ดัน ให้รอยแตกขยายตัวมากขึ้น >> ชั้นหินที่อยู่ด้านข้าง แตกกลางวัน : ร้อน นำ้าแข็ง>> นำ้า แทรกไปตามรอยแตก ใหม่ชั้นหินจะแตกออกเป็นชินๆ และเกิดการผุพัง ้
  22. 22. ปัจจัยทางเคมีฝนกรด (กรดคาร์บอนิก : H2CO 3 ) ทำาปฏิกิยากับหินปูน CaCO3 เกิดหินงอก หินย้อยปฏิกิริยาออกซิเดชั่น Oxidation = ปฏิกิริยาระหว่าง แร่ ธาตุ กับ O2 ทำาให้แร่สึกกร่อนปฏิกิริยาคาร์บอเนชั่น Carbonation = CO + H2O >> 2 กรดคาร์บอนิก กัดกร่อนหินปูน เกิดรอยสีเหลือง/ส้ม
  23. 23. ปัจจัยทางชีวภาพรากพืชชอนไชในรอยแตกของหิน >>พืชโต รากก็ โต>> หินแตกสาหร่ายบนชั้นหิน >> เร่งการผุพังของหิน
  24. 24. 4. การกร่อ นกระบวนการที่ทำาให้เปลือกโลก หิน ดิน และทราย หลุดออกไปโดยกร่อนตัว หรือพังทลายตัวการทางธรรมชาติ = ฝน/ลำาธาร/แม่นำ้า /ธาร นำ้าแข็ง/ คลื่น /ลม / แสงแดดบริเวณที่มีความแข็ง อนุภาคอัดตัวแน่น >> สึกกร่อน/ พังทลาย/ถูกกัดเซาะ น้อยกว่า >> ใช้เวลานานกว่าแพะเมืองผี แพร่ ,เสาเฉลียง อุบลฯ, ละลุ สระแก้ว, ริม ตลิ่งแม่นำ้าเจ้าพระยา
  25. 25. การกร่อน โดยลม - เกิดกับผิวดินที่ แห้งแล้ง ขาดพืช ปกคลุม
  26. 26. 5. การพัด พาและทับ ถมเกิดจาก 2 สาเหตุใหญ่ = กระแสลม , กระแสนำ้ากระแสลม : ที่ราบสูง, ภูเขาสูง, ทะเลทรายกระแสนำ้า : เมื่อดิน หินถูกกัดกร่อน >> นำ้าพัด พาไปสู่ที่ตำ่ากว่า>> เกิดทับถม5.1 เนินตะกอนรูปพัด >> กระแสนำ้าไหลจากที่ สูงลงที่ราบที่มีร่องนำ้ากว้างกว่าเดิมมากๆ5.2 ดินดอนสามเหลี่ยม >> ทับถมตะกอน บริเวณปากแม่นำ้า
  27. 27. เนินตะกอนรูป พัด
  28. 28. ดินดอนสามเ หลี่ยม
  29. 29. - ในบริเ วณที่แ ม่น ำ้า ไหลเป็น เส้น ตรง >> นำ้า กึ่ง กลางแม่น ำ้า ไหลเร็ว กว่า ริม ตลิ่ง >> การ ทับ ถมเกิด ริม แม่น ำ้า >> ริม ตลิ่ง นำ้า ไหลช้า กว่า- ในบริเ วณที่เ ป็น ทางเลี้ย วโค้ง ของแม่น ำ้า >> ทางโค้ง ด้า นนอกนำ้า ไหลเร็ว >> เกิด การกัด เซาะริม ตลิ่ง >> ตะกอนทับ ถมใน ทางโค้ง ด้า นใน นำ้า ไหลช้า
  30. 30. กัดเซาะทับถม
  31. 31. หลอดลาวาในเกาะฮาวายสหรัฐ อเมริกา
  32. 32. แท่ง หินที่เ กาะOrkneyสกอตแลนด์
  33. 33. GrandCanyon in USAin thestateof Arizona
  34. 34. แพะเมือ งผีจ. แพร่ประเทศ

×