คาดการณแนวโนมโลก ผาน “ความมังคังปฏิวัติ” และนัย
                                ่่
              ตอการทองเที่ยวไทย
  ...
หัวขอนําเสนอ
   ความมังคั่งปฏิวัติ
          ่
   นัยของความมังคั่งปฏิวัตตอการทองเที่ยวไทย
                 ่        ิ
...
ความมั่งคั่งปฏิวัติ
สรุปบางประเด็นจาก “ความมังคั่งปฏิวัต”
                         ่          ิ
              1. “ระบอบความมั่งคั่ง” ประกอบดว...
บทนํา
  สหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ กําลังเปลี่ยนผานไปสู “เศรษฐกิจ
  ขอมูล” ที่ขับเคลื่อนดวยพลังสมอง
  บทบาทของความรูใ...
อนาคตของความมังคั่ง
              ่
  “ความมั่งคั่ง” หมายถึงอะไรก็ตามที่ตอบสนองความปรารถนา
  หนังสือ “ความมั่งคั่งปฏิวัติ”...
อนาคตของความมังคั่ง (ตอ)
              ่
   การพยากรณความมั่งคั่ง นอกจากจะตองดูมูลคาของงานที่ทําเพื่อ
   เงินแลว ตอง...
อนาคตของความมังคั่ง (ตอ)
              ่
   สวนผสมระหวางความมั่งคั่งปฏิวัติและความเปลี่ยนแปลงทางสังคม
   และวัฒนธรรม อา...
การปลูกฝงความรูและเครื่องมือทุนเพื่อความรู
   สิ่งที่กําลังเกิดขึ้นควบคูไปกับการเปลี่ยนแปลงบทบาทและพรมแดน
   ตางๆ ในส...
คลื่นความมังคั่งสามลูก
           ่
   คลื่นลูกแรกของความมั่งคังคืออารยธรรมเกษตร ซึ่งนําไปสูการแบงงานกันทํา
            ...
ปจจัยพื้นฐานลึกซึง
                  ้
   “ปจจัยพื้นฐานลึกซึง” ที่ผานมาถูกละเลย ทําใหมองไมเห็นการ
                   ...
ระบบนอกเงินตรา : ภาคเศรษฐกิจผลิต-บริโภค
  เราทุกคนลวนเปนผูผลิต-บริโภค เพราะความตองการและความอยาก
                      ...
ระบบนอกเงินตรา : ภาคเศรษฐกิจผลิต-บริโภค (ตอ)
  นักเศรษฐศาสตรมักนิยาม “มูลคาทางเศรษฐกิจ” แบบดั้งเดิมเทานั้น
  สาเหตุหลั...
“งานที่สาม” ของผูผลิต-บริโภค
   นอกจากงานที่ทําแลวไดเงิน งานบานที่ไมไดเงิน ปจจุบนคนเรายัง
                         ...
ความเชื่อมโยงระหวางระบบตลาด กับระบบนอกตลาด
  ตัวอยาง - แนปสเตอร (Napster) เปนซอฟตแวรที่ทําใหคนได
  แลกเปลี่ยนเพลงร...
คุณปการของผูผลิต-บริโภค
   ู
  ผูผลิต-บริโภคทํางานที่ไมไดรับคาตอบแทนดวยการทํา “งานที่สาม”
    
  และกิจกรรมที่ทําให...
คุณปการของผูผลิต-บริโภค (ตอ)
   ู
   ผูผลิต-บริโภคนําสงขอมูลที่มีมูลคาฟรีๆ ใหกับบริษัทที่แสวงหากําไร
     
   เชน ...
หลังยุคเสื่อมโทรม
   เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของระบบความมั่งคั่ง เราก็มองเห็นการฟนฟู
   คุณคา ในฐานะแกนที่เราใหความสําคั...
อนาคตของทุนนิยม
  ระบบทีเปลี่ยนแปลงทรัพยสินเปนทุนได ประกอบดวยฐานความรูขนาดมหึมาที่
          ่
  เปลี่ยนแปลงอยางไมห...
อนาคตของทุนนิยม (ตอ)
  อัตราเรงที่พบไดในความสัมพันธระหวางเรากับปจจัยเวลา ทําให
  ตลาดมีลักษณะชั่วคราวมากขึ้น ทําให...
กําเนิดของ “ตลาดที่เปนไปไมได”
   ในอดีต บรรพบุรุษลวนเปนผูผลิต-บริโภค ตลาดที่ดินมีนอย ยิ่งตลาด
                      ...
กําเนิดของ “ตลาดที่เปนไปไมได” (ตอ)
   เมื่อความเร็วเรงอัตราขึ้น อายุขัยของสินคาก็จะสั้นลง การเขาจังหวะ
   ตางๆ เป...
การจัดการเงินแหงอนาคต
  เงินตราไมตางจากองคประกอบหลักอื่นๆ ของทุนนิยม ตรงที่มันเขา
  สูการปฏิวัติเร็วที่สุดและลึกซึ้ง...
การจัดการเงินแหงอนาคต (ตอ)
   “เงินคูขนาน” อาทิ บัตรเครดิต สามารถทําใหจายเงินเร็วขึ้นหรือชาลงได
   ระบบความมั่งคั่ง...
การแปลงกิจกรรมผลิต-บริโภคใหเปนเงิน
  เริ่มมีการทดลองระดับยอยกับสกุลเงินทางเลือกในระดับชุมชน สวน
  ใหญใชการแลกเปลียนส...
นัยของความมั่งคังปฏิวัติตอการทองเที่ยวไทย
                ่
การทองเที่ยวเปนแหลงรายไดสําคัญของไทย
   รายไดจากการทองเที่ยวของคนตางชาติมีมูลคาเพิ่มสูงขึ้นทุกป และ
   เปนแหลงร...
การทองเที่ยวในประเทศไทยกําลังขยับลงสูตลาดลาง
                                      
                                   ...
ปญหาของการทองเที่ยวไทยในมุมมองของไมเคิล พอรเตอร
  ประเทศไทยมีองคประกอบหลายสวนที่จําเปนตอการสราง “คลัส
  เตอรการท...
จาก Shareholder Model สู Stakeholder Model
“นักทองเที่ยวคุณภาพ” ยุคคลื่นลูกที่สาม
1. รับรูขอมูลขาวสารเกี่ยวกับคนตางเชื้อชาติตางวัฒนธรรมไดอยาง
   มหาศาลอยูแล...
“ภาพใหญ” ของการทองเที่ยวไทยที่สราง “พื้นที่มลคาสูง” ได
                                               ู
   อสังหาริมท...
ตลาดหลักใน “ภาพใหญ” เติบโตสูงมาก
                       ตลาดหลัก         ขนาดตลาด     สวนแบง   อัตราการเติบโต
         ...
รัฐ / ททท. ควรสงเสริมการทองเที่ยวแบบบูรณาการ
   เพื่อสรางทั้งมูลคาเพิ่มใหกับการทองเที่ยวไทย และสราง “พื้นที่
   มูล...
รัฐมีนโยบายสงเสริมการทองเที่ยวเชิงนิเวศตั้งแตป 2544
    รัฐบาลชุดทีแลวมีนโยบายสงเสริมการทองเทียวเชิงนิเวศแลวตังแต...
แผนแมบทการทองเที่ยวเชิงนิเวศยังไมเกิดผลเปนรูปธรรม
  รัฐบาลพรรคไทยรักไทยไดอนุมัติแผนแมบทการทองเที่ยวเชิงนิเวศ (2545-...
Longstay เปนธุรกิจที่ยังมีขนาดเล็กแตมีศักยภาพสูง
 แนวโนมการทองเทียวแบบพํานักระยะยาว (longstay) เปนที่นิยมมากขึ้น
    ...
ตลาดการทองเที่ยวเพื่อสุขภาพขยายตัวเร็วและมีมูลคาสูง
  ปจจุบันประเทศไทยมีโรงพยาบาลมากกวา 30 แหงที่สามารถรองรับและใหบร...
…แตประเทศไทยยังมีอปสรรคหลายประการ
                   ุ
  ประเทศไทยมีจุดดอยดานภาษาของบุคลากรเมื่อเทียบกับประเทศ
  คูแข...
ลักษณะของธุรกิจการทองเที่ยวที่ “ยั่งยืน”
1. อนุรักษ ดูแล และฟนฟูสิ่งแวดลอมอยางตอเนื่อง
2. อนุรักษภูมิปญญาทองถิ่น...
ตัวอยางการทองเที่ยวอยางยั่งยืน: ระบบจายตรงใน
กัมพูชา

(ขอขอบคุณขอมูลจาก คุณเพชร มโนปวิตร รองผูอํานวยการ สมาคม
อนุรัก...
ระบบการจายตรง
  ระบบการจายตรง (Direct Payment) เปนการสรางแรงจูงใจทาง
  เศรษฐกิจใหชุมชนทองถิ่นหันมาอนุรักษธรรมชาติแท...
โครงการอนุรกษนกน้ําหายากในกัมพูชา
           ั
  Northern Plains เปนทุงหญาธรรมชาติผสม
  ปาเต็งรังและพื้นที่ชุมน้ําอั...
โครงการอนุรกษนกน้ําหายากในกัมพูชา (ตอ)
           ั
  ดําเนินโครงการหลัก 2 โครงการ
     โครงการทองเทียวเชิงอนุรักษ โดย...
โครงการอนุรกษนกน้ําหายากในกัมพูชา (ตอ)
           ั
  เมื่อถึงป 2004 รัฐจึงออกกฎใหพ้นที่แหงนี้เปน
                  ...
ผลของโครงการอนุรกษนกน้ําหายากในกัมพูชา
                ั
  ประชากรนกมีจํานวนเพิ่มขึ้น ปญหาการลานกลด
  ลงอยางมีนัยสําคั...
ผลของโครงการอนุรกษนกน้ําหายากในกัมพูชา (ตอ)
                ั
  สรางความเขาใจเกี่ยวกับการจัดสรร
  พื้นที่เพื่อการอนุรั...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

Revolutionary Wealth and Implications on Tourism

1,029 views

Published on

เอกสารประกอบการบรรยายเรื่อง "คาดการณ์แนวโน้มโลก ผ่าน "ความมั่งคั่งปฏิวัติ" และนัยต่อการท่องเีที่ยวไทย ณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, 7 เมษายน 2552

Published in: Business
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
1,029
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
6
Actions
Shares
0
Downloads
20
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Revolutionary Wealth and Implications on Tourism

  1. 1. คาดการณแนวโนมโลก ผาน “ความมังคังปฏิวัติ” และนัย ่่ ตอการทองเที่ยวไทย สฤณี อาชวานันทกุล Fringer | คนชายขอบ http://www.fringer.org/ นําเสนอในงานเสวนา “เปดมุมมอง ทองเที่ยวไทย” ครั้งที่ 4/2552 วันที่ 7 เมษายน 2552 ณ การทองเที่ยวแหงประเทศไทย งานนี้เผยแพรภายใตลิขสิทธิ์ Creative Commons แบบ Attribution Non-commercial Share Alike (by- nc-sa) โดยผูสรางอนุญาตใหทาซ้ํา แจกจาย แสดง และสรางงานดัดแปลงจากสวนใดสวนหนึ่งของงานนี้ ํ ไดโดยเสรี แตเฉพาะในกรณีที่ใหเครดิตผูสราง ไมนาไปใชในทางการคา และเผยแพรงานดัดแปลงภายใต ํ ลิขสิทธิ์เดียวกันนี้เทานั้น
  2. 2. หัวขอนําเสนอ ความมังคั่งปฏิวัติ ่ นัยของความมังคั่งปฏิวัตตอการทองเที่ยวไทย ่ ิ ตัวอยางการทองเที่ยวอยางยังยืน: ระบบจายตรงใน ่ กัมพูชา 2
  3. 3. ความมั่งคั่งปฏิวัติ
  4. 4. สรุปบางประเด็นจาก “ความมังคั่งปฏิวัต” ่ ิ 1. “ระบอบความมั่งคั่ง” ประกอบดวยระบบเงินตรา และระบบนอกเงินตรา (นอกตลาด) ที่ผานมา นัก เศรษฐศาสตรมองเห็นแตระบบแรกเทานั้น 2. คลื่นลูกที่สาม (เศรษฐกิจขอมูล) มอบอํานาจ มหาศาลใหกับผูผลิต-บริโภค (prosumers) ทําให ระบบนอกตลาดทวีความสําคัญขึ้นเรื่อยๆ 3. เราตองหาวิธีตอบแทนผูผลิต-บริโภค สรางกลไก เชื่อมโยงระหวางระบบตลาดและนอกตลาด 4. เราจะตองมองเห็น “ปจจัยพื้นฐานลึกซึ้ง” ที่ ขับเคลือนความมั่งคั่ง เพื่อรับมือกับอนาคต และ ่ จัดการกับ “การปะทะระหวางคลื่น” 4
  5. 5. บทนํา สหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ กําลังเปลี่ยนผานไปสู “เศรษฐกิจ ขอมูล” ที่ขับเคลื่อนดวยพลังสมอง บทบาทของความรูในการสรางความมั่งคั่งทวีความสําคัญขึ้นเรื่อยๆ กอนที่ความมั่งคั่งจะปฏิวัติอยางแทจริง มันจะตองเปลี่ยนรูปไปกอน ทั้งแงปริมาณและวิธีที่ถูกสราง รวมทั้งระดับความมั่งคั่งที่เปน นามธรรมหรือรูปธรรมก็ตองเปลียนดวย ่ แมวาเราทุกคนจะใชชีวิตอยูในเศรษฐกิจเงินตรา แตความมั่งคั่งไมใช เรื่องเงินเพียงอยางเดียว แตยังมีเศรษฐกิจคูขนานที่เราไดสิ่งที่ ตองการโดยไดตองใชเงินดวย ระบบเงินตราและนอกเงินตรารวมกันเรียกวา “ระบบความมั่งคั่ง”
  6. 6. อนาคตของความมังคั่ง ่ “ความมั่งคั่ง” หมายถึงอะไรก็ตามที่ตอบสนองความปรารถนา หนังสือ “ความมั่งคั่งปฏิวัติ” พยายามมองอนาคตของความมั่งคั่ง ทั้ง ที่มองเห็นและมองไมเห็น เกี่ยวกับความมั่งคั่งรูปแบบใหมที่ปฏิวัติรูป แบบเดิมๆ ซึ่งจะออกแบบชีวิต บริษัท และโลกใหม ความมั่งคั่งปฏิวัติเปดประตูสูโอกาส แตในขณะเดียวกันก็เปดสูความ เสี่ยงที่มากขึ้นและอันตรายกวาเดิมดวย นักเศรษฐศาสตรมักอธิบายเรื่อง “พื้นฐานทางธุรกิจ” แตไมคอยพูด เรื่อง “พื้นฐานลึกซึง” อันไดแก พื้นที่ เวลา และความรู ้ การมองใหเห็น “พื้นฐานลึกซึ้ง” จะทําใหมองเห็นความตองการใหมๆ และภาคธุรกิจใหมๆ ที่จะเกิดขึ้น เชน อุตสาหกรรมความเหงา
  7. 7. อนาคตของความมังคั่ง (ตอ) ่ การพยากรณความมั่งคั่ง นอกจากจะตองดูมูลคาของงานที่ทําเพื่อ เงินแลว ตองมองถึงงานที่ทําในฐานะ “ผูผลิต-บริโภค” และ “งานที่  สาม” ดวย มิเชนนันจะไมสามารถเขาใจความเปนไปในชีวิตสวนตัว ้ ของคน ทั้งในปจจุบันและอนาคตไดอยางลึกซึ้ง ระบบความมั่งคั่งใหม มาพรอมกับวิถีชีวิต, อารยธรรม, ศิลปะ ฯลฯ แบบใหมๆ โดยมีสหรัฐอเมริกาเปนผูนาการเปลี่ยนแปลง ํ ประเทศอื่นๆ ตางหวาดระแวงอเมริกา เพราะระบบที่อเมริกาพัฒนา อยูนั้น กําลังคุกคามเครือขายผลประโยชนทางการเงินและการเมืองที่ ฝงรากลึกอยูทั่วโลก
  8. 8. อนาคตของความมังคั่ง (ตอ) ่ สวนผสมระหวางความมั่งคั่งปฏิวัติและความเปลี่ยนแปลงทางสังคม และวัฒนธรรม อาจมาจากลัทธิไมชอบอเมริกัน แตความมั่งคั่งปฏิวัติไมไดเปนระบบที่อเมริกาสามารถ “ผูกขาด” ไว เพียงเจาเดียวอีกตอไป การเปลี่ยนแปลงองคประกอบของแรงงานเปน “จุดเปลี่ยน” จาก ระบอบเศรษฐกิจอุตสาหกรรมที่ใชแรงงานเปนหลัก ไปสูเศรษฐกิจที่ ใชความรูหรือมันสมองเปนหลัก สวนวัฒนธรรม การเมือง และ บทบาทตางๆ ก็เริ่มเปลี่ยนไปเชนกัน ความมั่งคั่งปฏิวัติกําลังทําลายพรมแดนระหวางชีวิตที่บานกับที่ ทํางาน พรมแดนทางเพศ รวมทั้งพรมแดนทางวิชาการอีกดวย
  9. 9. การปลูกฝงความรูและเครื่องมือทุนเพื่อความรู สิ่งที่กําลังเกิดขึ้นควบคูไปกับการเปลี่ยนแปลงบทบาทและพรมแดน ตางๆ ในสังคม คือการเปลี่ยนแปลงที่เร็วยิ่งกวาของสาธารณูปโภค พื้นฐานของความรู การปฏิวัติทางวิทยาศาสตรก็กําลังเกิดขึ้นอยางรุนแรง ทําใหปจจุบัน เราเห็นเครื่องมือทุนที่สรางเครื่องมือทุนเองดวย เชน ในอนาคตเครื่องจักรนาโนจะ “ผลิตซ้ํา” ตัวเองได ยิ่งมีนวัตกรรมใหมๆ ที่หลากหลายมากเพียงใด ศักยภาพที่จะผนวก ความกาวหนาเหลานี้เขาดวยกัน ใหเกิดผลลัพธมหาศาลก็ย่ิงสูงขึ้น ดวย เราจะเห็นการโนมเขาหากันลักษณะนีมากขึ้นเรื่อยๆ ้
  10. 10. คลื่นความมังคั่งสามลูก ่ คลื่นลูกแรกของความมั่งคังคืออารยธรรมเกษตร ซึ่งนําไปสูการแบงงานกันทํา ่ การคา การแลกเปลียน ่ คลื่นลูกที่สองคือเศรษฐกิจแบบอุตสาหกรรม ที่ทําใหเกิดความแตกตางระหวาง “ประเทศพัฒนาแลว” และ “ประเทศดอยพัฒนา” คลื่นลูกที่สาม มาเปลี่ยนปจจัยการผลิตแบบอุตสาหกรรม – ที่ดิน แรงงาน และ ทุน ไปเปนความรูที่มีลักษณะเฉพาะเจาะจงและลึกซึ้ง และทําลาย “ความเปน แมส” ของกระบวนการผลิต ตลาด และสังคม ที่เศรษฐกิจอุตสาหกรรมทําไว รวมทั้งเปลี่ยนแปลงโครงสรางองคกรใหกลายเปนแนวราบ การเปลี่ยนแปลงเหลานี้เกิดขึ้นควบคูกบความเสื่อมโทรม นวัตกรรม และการ ั ทดลอง สวนสังคมและวัฒนธรรมก็ถูกสั่นคลอนเมื่อมีการปะทะกันของระบบ ความมั่งคังสองระบบขึนไป ่ ้
  11. 11. ปจจัยพื้นฐานลึกซึง ้ “ปจจัยพื้นฐานลึกซึง” ที่ผานมาถูกละเลย ทําใหมองไมเห็นการ ้ เปลี่ยนแปลงที่ดําเนินไปและปญหาการ “ผิดจังหวะ” ปจจัยพื้นฐานลึกซึงไดแก เวลา พื้นที่ ความรู ้ เวลาเรงเร็วกวาเดิม และ “เปนสวนตัว” กวาเดิม เศรษฐกิจขอมูลสราง “พื้นที่มูลคาเพิ่มสูง”, อินเทอรเน็ตสราง “พื้นที่ เสมือน” , การแปลงเปนดิจิตัลขยาย “เอื้อมทางกายภาพ” ความรูเปน “น้ํามัน” ของอนาคต แตตองจัดการและกรองอยางถูกตอง ภาคสวนตางๆ เดินดวยจังหวะเร็วชาไมเทากัน ทําใหเกิดปญหาการ “ผิดจังหวะ” โดยเฉพาะในภาคที่สถาบันยังทํางานดวยกระบวนทัศน ของยุคอุตสาหกรรม (ผลิตทุกอยางเปนแมส) เชน การศึกษา
  12. 12. ระบบนอกเงินตรา : ภาคเศรษฐกิจผลิต-บริโภค เราทุกคนลวนเปนผูผลิต-บริโภค เพราะความตองการและความอยาก  ไดที่เปนเรื่องสวนตัวมากๆ หลายอยางเปนสิ่งที่ตลาดยังไมมีหรือ ตอบสนองไมได เชน การเลี้ยงดูบุตร ภาคผลิต-บริโภคมีขนาดใหญ แตไมมีใครติดตาม ไมมีใครจาย คาตอบแทน เศรษฐกิจเงินตราจะอยูไมได ถาขาดระบบเศรษฐกิจผลิต-บริโภค นักเขียน-นักกิจกรรม ฮาเซล เฮนเดอรสัน เรียกวา “กาวสังคม” แกรี่ เบ็กเกอร ชี้วา “เวลาที่คนไมไดใชทํางาน อาจสําคัญตอสวัสดิการ ทางเศรษฐกิจมากกวาเวลาที่ใชในที่ทํางาน แตนักเศรษฐศาสตรกลับ ใหความสําคัญกับประเด็นหลังนอยกวาประเด็นแรกมาก”
  13. 13. ระบบนอกเงินตรา : ภาคเศรษฐกิจผลิต-บริโภค (ตอ) นักเศรษฐศาสตรมักนิยาม “มูลคาทางเศรษฐกิจ” แบบดั้งเดิมเทานั้น สาเหตุหลักเปนเพราะเงินเปนสิ่งที่นับงาย และการผลิต-บริโภคอยู นอกเหนือขอบเขตที่พวกเขาศึกษา ดังนั้น เครื่องมืออยางผลิตภัณฑมวลรวมประชาชาติ (GDP) นาจะ ถูกเรียกวา “ผลิตผลที่เบี่ยงเบนมหาศาล” มากกวา เพราะไมนับ กิจกรรมในระบบนอกเงินตรา บทบาทของผูบริโภคกําลังเปลียนไป และบทบาทของผูผลิต-บริโภค ่  จะขยายใหญขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ระบบเศรษฐกิจขอมูลทวีความสําคัญ ตัวอยาง: “ผูผลิต-บริโภคสุขภาพ” สามารถเขาถึงขอมูลดานสุขภาพ  ไดมากขึ้น และซือเครื่องมือตรวจวัดโรคหลายอยางไดดวยตัวเอง ้
  14. 14. “งานที่สาม” ของผูผลิต-บริโภค นอกจากงานที่ทําแลวไดเงิน งานบานที่ไมไดเงิน ปจจุบนคนเรายัง ั ทํางานที่สาม (ที่ไมไดเงิน) เชน การติดตามพัสดุผานอินเทอรเน็ต หรือฝากเงินผานเอทีเอ็ม งานเหลานี้ทําใหบริษัทตางๆ จางแรงงาน ลดลงมาก อาสาสมัครเพื่อสังคม และมือสมัครเลน เปนผูผลิต-บริโภครายสําคัญ  การผลิต-บริโภคที่เพิ่มขึ้นเพิ่มแรงผลักดันไปสูการ “ผลักตนทุน” จาก บริษัทไปยังผูบริโภค คนจะพึ่งพาตัวเองมากขึ้น (Do-It-Yourself หรือ DIY) ผูผลิต-บริโภคไมเพียงแตสามารถแปลงงานอดิเรกใหเปนธุรกิจ  เทานั้น แตยังสามารถริเริ่มอุตสาหกรรมใหมๆ ทั้งอุตสาหกรรม
  15. 15. ความเชื่อมโยงระหวางระบบตลาด กับระบบนอกตลาด ตัวอยาง - แนปสเตอร (Napster) เปนซอฟตแวรที่ทําใหคนได แลกเปลี่ยนเพลงระหวางกัน แตมันถูกบริษัทเพลงฟองใหปดกิจการไป แลวกลับมาใหมในฐานะบริการที่เก็บเงิน คือเขาสูเศรษฐกิจเงินตรา เวลาที่เร็วขึ้น พื้นที่ขยายกวางขึ้น และความรูทางเทคนิค ทําใหเกิด การพัฒนา “อาวุธอานุภาพทําลายลางตลาดสูง” ทําใหเห็นความเปนไปไดวา กลุมคนเล็กๆ อาจสามารถยายกิจกรรม ปริมาณมหาศาลออกจากเศรษฐกิจเงินตราไปสูเศรษฐกิจไมใชเงินได เรากําลังพัฒนาปฏิสัมพันธที่หนาแนนขึ้นเรื่อยๆ ระหวางเศรษฐกิจ เงินตราและเศรษฐกิจไมใชเงิน มูลคาของการผลิต-บริโภคอาจถูก “แปลง” เปนมูลคาที่เปนตัวเงิน
  16. 16. คุณปการของผูผลิต-บริโภค ู ผูผลิต-บริโภคทํางานที่ไมไดรับคาตอบแทนดวยการทํา “งานที่สาม”  และกิจกรรมที่ทําใหกับตัวเอง ผูผลิต-บริโภคซื้อสินคาทุนจากเศรษฐกิจเงินตรา  ผูผลิต-บริโภคใหผูใชในระบอบเศรษฐกิจเงินตรายืมเครื่องมือและทุน  ไปใช นับเปน “ขาวเที่ยงฟรี” อีกหนึ่งจาน ผูผลิต-บริโภคปรับปรุงที่อยูอาศัย สงผลกระทบตอตัวแปรตางๆ ใน  เศรษฐกิจเงินตรา ผูผลิต-บริโภค “สรางตลาด” ใหกับสินคา บริการ และทักษะตางๆ  ผูผลิต-บริโภค “ทลายตลาด” สินคาหรือบริการดวยเชนกัน  ผูผลิต-บริโภคสรางมูลคาในฐานะอาสาสมัคร 
  17. 17. คุณปการของผูผลิต-บริโภค (ตอ) ู ผูผลิต-บริโภคนําสงขอมูลที่มีมูลคาฟรีๆ ใหกับบริษัทที่แสวงหากําไร  เชน เวลาตองทําแบบทดสอบการตลาด ผูผลิต-บริโภคเพิ่มพลังของผูบริโภคในระบอบเศรษฐกิจเงินตรา โดย  การแบงปนขอมูลกัน ผูผลิต-บริโภคเรงนวัตกรรม โดยทําหนาที่เปนกูรูที่ไมมีใครจาง ซึ่ง  เปนการเรงอัตราการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและเพิ่มพูนผลิต ภาพ กลาวคือ ไมใชแคเพิ่มผลิตภาพเพียงอยางเดียว แตเพิ่ม “ผลิ ภาพ” (producivity) ดวย ผูผลิต-บริโภคสรางความรู กระจายความรู และเก็บความรูนั้นในไซ  เบอรสเปซอยางรวดเร็วเพื่อใชในเศรษฐกิจที่ตั้งอยูบนความรู
  18. 18. หลังยุคเสื่อมโทรม เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของระบบความมั่งคั่ง เราก็มองเห็นการฟนฟู คุณคา ในฐานะแกนที่เราใหความสําคัญ “การระเบิดเขาขางใน” ของสถาบันตางๆ และ “ระบบคุณคาของ วันวาน” ลาสมัยไปแลว การยายคุณคาเปนผลพวงของความตองการแรงงานที่ลดนอยลง และความสําคัญของคุณคาที่เปนนามธรรม (values) การเติบโตของกิจการเพื่อสังคม เชน ธนาคารกรามีน (Grameen Bank) – ธนาคารเพื่อคนจนแหงแรกในโลก การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดลอม ควบคูกับการ เปลี่ยนแปลงทางสังคม มีความหลากหลายสูงขึ้น นําไปสูอารยธรรม ใหมที่ตั้งอยูบนความมั่งคั่งปฏิวัติ
  19. 19. อนาคตของทุนนิยม ระบบทีเปลี่ยนแปลงทรัพยสินเปนทุนได ประกอบดวยฐานความรูขนาดมหึมาที่ ่ เปลี่ยนแปลงอยางไมหยุดยัง ชวยเพิมมูลคาของทรัพยสิน ้ ่ ในระบอบเศรษฐกิจกาวหนา (คลื่นลูกที่สาม) ความเปน “นามธรรม” เชน ความรู ในฐานทรัพยสนของสังคมกําลังยกระดับขึ้นเรื่อยๆ และผูผลิตรายใหญ ิ ก็ตองพึงพาปจจัยการผลิตทีเปนนามธรรมมากขึ้นเรือยๆ ่ ่ ่ “นามธรรมสองชั้น” คือนามธรรมที่ตดกับทรัพยสินทีเปนนามธรรมตั้งแตแรก ิ ่ ดังนั้น ทรัพยสนจึงมีสองรูปแบบหลักๆ คือทรัพยสินที่มีมิตทางนามธรรม ิ ิ แวดลอมแกนทีเปนรูปธรรม และทรัพยสิน “นามธรรมสองชัน” ที่แกนของมัน ่ ้ เปนนามธรรมเหมือนกัน (เชน สินคาความรูที่ตอยอดทรัพยสินทางปญญา)  ถาเอามารวมกัน ก็จะไดความเขาใจใหมๆ ใน “กระบวนการแปลงเปน นามธรรม” ที่มาพรอมกับความกาวหนาสูระบบความมั่งคังที่ตงอยูบนความรู ่ ั้ 
  20. 20. อนาคตของทุนนิยม (ตอ) อัตราเรงที่พบไดในความสัมพันธระหวางเรากับปจจัยเวลา ทําให ตลาดมีลักษณะชั่วคราวมากขึ้น ทําใหบริษัทตองคิดคนนวัตกรรม และตองขยับการผลิตไปสูระดับที่สรางมูลคาเพิ่มขึ้นอยางเปนระบบ นามธรรมทั้งสองประเภทจะเปนสัดสวนของฐานทรัพยสินที่ใหญขึ้น เรื่อยๆ ในสังคม อุตสาหกรรมจํานวนมากตองเผชิญหนากับความตาย เมื่อเทคโนโลยี ใหมๆ ทําใหวิธีคุมครองทรัพยสินทางปญญาแบบเดิมๆ ใชไมไดผล การยายไปสูนามธรรมปฏิวัติเปนเพียงกาวแรกในการปรับเปลี่ยนทุน นิยมอยางสุดขั้วที่กําลังดําเนินอยู ทุนนิยมที่เรารูจักจะเปลี่ยนโฉมหนาไป
  21. 21. กําเนิดของ “ตลาดที่เปนไปไมได” ในอดีต บรรพบุรุษลวนเปนผูผลิต-บริโภค ตลาดที่ดินมีนอย ยิ่งตลาด  การเงินไมตองพูดถึง การปฏิวัติอุตสาหกรรม เปนตัวนําคลื่นความมั่งคั่งปฏิวัติลูกที่สอง คือเปลียนความสัมพันธระหวางตลาด นักการตลาด และคนธรรมดา ่ เปลี่ยนผูผลิต-บริโภคนอกเศรษฐกิจเงินตรา ใหกลายเปนผูผลิตและ   ผูบริโภคในเศรษฐกิจเงินตรา ทําใหตองพึ่งพิงระบบตลาด พัฒนาการของตลาดแมสถูกผลักดันดวย การแปลงเปนเมือง, สื่อมวลชนแบบแมส นวัตกรรมในเทคโนโลยีการผลิตและการตลาด คลื่นการเปลี่ยนแปลงที่เรียกวาปฏิวัติอุตสาหกรรม ไดขยายบทบาท ของตลาดในชีวิตประจําวัน
  22. 22. กําเนิดของ “ตลาดที่เปนไปไมได” (ตอ) เมื่อความเร็วเรงอัตราขึ้น อายุขัยของสินคาก็จะสั้นลง การเขาจังหวะ ตางๆ เปนเรื่องจําเปนเรงดวน และการยายพื้นที่ไปสูตลาดโลกก็เพิ่ม คูแขงตางชาตินอกเหนือจากคูแขงชาติเดียวกัน แขงขันกันคิดคน สินคาในตลาดใหมๆ ที่มีอายุสั้นจนนาจะเรียกวา “ตลาดวูบวาบ” (flash markets) ผูบริโภคเองก็มีขอมูลมากขึ้น และเรียกรองสิทธิตางๆ มากขึ้น ผลพวงจากการผลิตแบบตอบสนองความตองการสวนตัว (customization) คือ กระบวนการตั้งราคาในตลาดแบบสวนตัว เนื่องจากมีตนทุนการผลิตหรือเสนอขายแตกตางกัน กระบวนการสรางตลาดและสลายตลาดดําเนินไปควบคูกัน
  23. 23. การจัดการเงินแหงอนาคต เงินตราไมตางจากองคประกอบหลักอื่นๆ ของทุนนิยม ตรงที่มันเขา สูการปฏิวัติเร็วที่สุดและลึกซึ้งที่สุดในรอบหลายศตวรรษ การจะสราง เงินตรารูปแบบใหมๆ วิธีการจายและรับแบบใหม และโอกาสทาง ธุรกิจมากขึ้นเรื่อยๆ ที่ไมใชเงินเลย การบริหารจัดการเงินหรือระบบเงินตรานั้น เพิ่มตนทุนมหาศาล ใหกับสังคมและกระเปาเงินของแตละคน ตนทุนเหลานี้จะถูกสงตอให ลูกคา เหมือนเปน “ภาษีซอนเรน” ที่ตองจายเปนคาตอบแทนความ สะดวกสบายในการใชเงิน การเริ่มใชบัตรเครดิต เปนจุดแรกของการกาวกระโดดไปสู “เงิน คูขนาน” และเทคโนโลยีใหมๆ ก็กําลังหลั่งไหลเขามา
  24. 24. การจัดการเงินแหงอนาคต (ตอ) “เงินคูขนาน” อาทิ บัตรเครดิต สามารถทําใหจายเงินเร็วขึ้นหรือชาลงได ระบบความมั่งคั่งใหมที่กําลังอุบตขึ้นเปดทางสูการเปลี่ยนแปลงสุดขั้วในวิธการ ัิ ี และกําหนดเวลาที่เราไดรับคาตอบแทนจากการทํางาน นวัตกรรมที่เรงเร็วเหลานี้นําไปสูคําพยากรณถง “ความตายของเงิน” ึ การเติบโตของเงินคูขนาน, การเติบโตของการแลกเปลี่ยนสินคา, การเติบโต ของระดับการทดแทนได, การแพรกระจายของเครือขายการเงินโลกที่ซับซอน ขึ้นเรื่อยๆ, เทคโนโลยีกาวหนาสุดขัวที่กําลังจะนํามาใช แลวมองมันในบริบท ้ ของเศรษฐกิจโลกที่ใชเงินคนอืนตอยอดสูงมากและถูกสั่นคลอนดวยการเก็ง ่ กําไรที่ไรการกํากับดูแล ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงอยางสุดขัวในโครงสราง ้ ภูมิศาสตรการเมืองโลกทีจะกินเวลานานหลายทศวรรษ – ทั้งหมดนี้บงชีวาเงิน ่  ้ ยุคอุตสาหกรรมอาจกลายเปนของหายากในอนาคต
  25. 25. การแปลงกิจกรรมผลิต-บริโภคใหเปนเงิน เริ่มมีการทดลองระดับยอยกับสกุลเงินทางเลือกในระดับชุมชน สวน ใหญใชการแลกเปลียนสินคาเปนสวนผสม ่ โครงการทั้งหมดนี้พยายามรับรูและแปลงมูลคาของกิจกรรมผลิต- บริโภคบางสวนใหเปนเงิน อยางไรก็ตาม คําถามที่ตองเผชิญไมไดเปนเรื่องชะตากรรมของเงิน เพียงอยางเดียว แตเปนชะตากรรมของทรัพยสิน ทุน ตลาด และ ปฏิสัมพันธระหวางปจจัยเหลานี้
  26. 26. นัยของความมั่งคังปฏิวัติตอการทองเที่ยวไทย ่
  27. 27. การทองเที่ยวเปนแหลงรายไดสําคัญของไทย รายไดจากการทองเที่ยวของคนตางชาติมีมูลคาเพิ่มสูงขึ้นทุกป และ เปนแหลงรายไดหลักของบางจังหวัด คิดเปนประมาณรอยละ 5-6 ของ GDP ประเทศไทย ประเทศไทยมีศักยภาพและความพรอมในการพัฒนาอุตสาหกรรม ทองเที่ยวสูง ทรัพยากรทองเทียวทังดานวัฒนธรรม สิ่งแวดลอม และความนาดึงดูดใจดาน ่้ อื่นมีสูง คนไทยมีจตสํานึกในการใหบริการสูง และมีทศนคติที่ดตอนักทองเทียว ิ ั ี ่ ในความคิดของชาวตางชาติ ประเทศไทยเปนแหลงทองเทียวชั้นนําระดับ ่ โลกอยูแลว  เปนอุตสาหกรรมหนึ่งที่ประเทศไทยสามารถแขงขันไดในระดับนานาชาติ
  28. 28. การทองเที่ยวในประเทศไทยกําลังขยับลงสูตลาดลาง  การใชจายตอนักทองเที่ยวแทบจะ สถิติการใชจายของนักทองเที่ยวตางชาติตอทริป (2543-2547)  ไมมีการเติบโตเลย โดยมีอัตรา พันบาท พันบาท เฉลี่ยเติบโตตอปเพียงรอยละ 2.40 (กราฟแทง) (เสน) เทานั้น 35 5 30 แมวารายไดจากการทองเที่ยวจะ 4 25 เพิ่มคอนขางสูงในชวงเวลา 3 20 เดียวกัน (รอยละ 7.74 ตอป) 15 หมายความวาประเทศไทยรับ 2 10 นักทองเที่ยวเพิ่มขึ้น แต 1 5 นักทองเที่ยวแตละคนใชเงินลดลง 0 0 แปลวาการทองเที่ยวของไทย 2000 2001 2002 2003 2004 กําลังขยับลงสูตลาดลาง LHS: กราฟแทง รายไดตอนักทองเที่ยวตอทริป RHS: กราฟเสน รายไดตอนักทองเที่ยวตอวัน ที่มา: การทองเที่ยวแหงประเทศไทย,
  29. 29. ปญหาของการทองเที่ยวไทยในมุมมองของไมเคิล พอรเตอร ประเทศไทยมีองคประกอบหลายสวนที่จําเปนตอการสราง “คลัส เตอรการทองเที่ยว” ที่ดี แตรัฐบาลยังไมมีแผนแมบทสําหรับคลัสเตอรนี้ แมวาจะมีองคกร หรือสมาคมที่เกี่ยวของกับการทองเที่ยวมากมาย มีแผนกลยุทธการ ทองเที่ยวจํานวนมากและหลากหลาย การขาดแผนแมบทที่จะกําหนดกลยุทธอยางชัดเจน เปนปจจัยสําคัญ ที่ทําใหคลัสเตอรนี้ไมสามารถเพิ่มมูลคาจากนักทองเที่ยวได ผูสําเร็จการศึกษาจากสถาบันการศึกษาไมไดรบการอบรมใน ั กิจกรรมที่จําเปนตอธุรกิจการทองเที่ยว เชน วิชาที่เกี่ยวของกับ การทองเที่ยวกวารอยละ 40 เตรียมนักศึกษาสําหรับตําแหนง ผูบริหาร ทั้งๆ ที่ตําแหนงผูบริหารเพียงรอยละ 3 เทานั้น
  30. 30. จาก Shareholder Model สู Stakeholder Model
  31. 31. “นักทองเที่ยวคุณภาพ” ยุคคลื่นลูกที่สาม 1. รับรูขอมูลขาวสารเกี่ยวกับคนตางเชื้อชาติตางวัฒนธรรมไดอยาง มหาศาลอยูแลวจากอินเทอรเน็ตและสื่อตางๆ ดังนั้นจึงนาจะตองการ ความ “จริง” ของประสบการณ (authenticity) และ “ปฏิสัมพันธ” (interaction) มากกวาเดิมเวลาไปเที่ยว – ไมอยาก “ดู” เฉยๆ 2. ยินดีจายเพิ่มแลกกับการไมตองเจอคนพลุกพลานและบริการแบบแมส 3. ยินดีจายเงินแลกกับ “คุณคา” ที่หาไมไดในถิ่นตัวเอง เชน การปฏิบัติ ธรรม ประสบการณการทํานา การทําอาหารพื้นบาน 4. ความแปลกแยกและเปลียวเหงาที่ทวีความรุนแรง นาจะทําให ่ “อุตสาหกรรมความเหงา” ดึงดูดนักทองเที่ยวได – ประเทศไทยมีฐานที่ ดีอยูแลวในธุรกิจ longstay และ homestay 31
  32. 32. “ภาพใหญ” ของการทองเที่ยวไทยที่สราง “พื้นที่มลคาสูง” ได ู อสังหาริมทรัพย สุขภาพ & สันทนาการ การทองเที่ยว & สื่อ อพารตเมนทใหเชา โรงพยาบาล เภสัช ทองเทียวเชิงนิเวศ ่ ทองเทียวเชิง ่ รีสอรต สปา กีฬา บานพัก longstay วัฒนธรรม สถานปฏิบัติธรรม โฮมสเตย สื่อ & โฆษณา แพทยแผนทางเลือก เกษตรกรรม ผลิตภัณฑสขภาพ ุ การศึกษา ทุนวัฒนธรรม / สังคม • สถาบันศาสนา แพทย / โรงแรม อาหารเพื่อสุขภาพ • ภูมิปญญาพื้นบาน (เกษตรอินทรีย) สิ่งแวดลอม • วัฒนธรรมทองถิ่น • องคกรภาคประชาชน สังคมศาสตร ตลาดตางประเทศ
  33. 33. ตลาดหลักใน “ภาพใหญ” เติบโตสูงมาก ตลาดหลัก ขนาดตลาด สวนแบง อัตราการเติบโต ปจจุบัน การตลาดของ ของตลาดโลก (ลานบาท) ไทย (รอยละ) (รอยละตอป) ทองเทียวเชิงสุขภาพ ่ เอเชีย อเมริกา 1,800,000 1.3 20-30 เกษตรอินทรีย อเมริกา ยุโรป 800,000 ต่ํากวา 0.01 20 ญี่ปุน สปา อเมริกา 1,600,000 0.2 30 สมุนไพร / ยาแผน อเมริกา ยุโรป 2,600,000 ต่ํากวา 0.01 10-20 ทางเลือก Longstay อเมริกา ญี่ปุน N/A N/A 10-20 สแกนดิเนเวีย
  34. 34. รัฐ / ททท. ควรสงเสริมการทองเที่ยวแบบบูรณาการ เพื่อสรางทั้งมูลคาเพิ่มใหกับการทองเที่ยวไทย และสราง “พื้นที่ มูลคาเพิ่มสูง” ใหมๆ เนนการทองเที่ยวแบบยั่งยืน (sustainable tourism) เชน การทองเทียวเชิงนิเวศ ่ การทองเทียวเชิงวัฒนธรรม ่ การทองเทียวเชิงสุขภาพ ่ พัฒนาโครงสรางพื้นฐานดานการทองเที่ยว อาทิ การศึกษา ประวัติศาสตรทองถิ่น และกลไกการดูแลรักษาสิ่งแวดลอม  เพิ่มการกระจายรายไดสูทองถิ่นและสงเสริมโครงสรางที่ยั่งยืน ดวย การ “แปลง” กิจกรรมที่มีมูลคาในภาคการผลิต-บริโภค (อาทิ การดูแล รักษาปาชุมชน การดูแลผูชรา) ใหเปนเงินตรา
  35. 35. รัฐมีนโยบายสงเสริมการทองเที่ยวเชิงนิเวศตั้งแตป 2544 รัฐบาลชุดทีแลวมีนโยบายสงเสริมการทองเทียวเชิงนิเวศแลวตังแตป 2544 แตไม ่ ่ ้ เคยผลักดันอยางจริงจัง กรอบนโยบายรัฐบาลในดานนี้: จุดประสงค เพื่อพัฒนาการทองเที่ยวแบบยั่งยืน และรักษาไวซึ่งทรัพยากรอันสําคัญของประเทศ ประเด็นนโยบายที่สาคัญ ํ การจัดการกับทรัพยากรและสิ่งแวดลอมทางการทองเที่ยว การใหการศึกษาและความรูกับประชาชนในเรื่องของการทองเที่ยวเชิงนิเวศ การไดรับความรวมมือจากประชาชนในทองถิ่น การจัดการดานการตลาดและการนําเที่ยว การจัดทําโครงสรางการบริการพื้นฐานเพื่อใหสามารถมีการใหบริการได การสงเสริมการลงทุนและการสงเสริมดานอื่นๆ ทีจัดทําโดยภาครัฐ ่
  36. 36. แผนแมบทการทองเที่ยวเชิงนิเวศยังไมเกิดผลเปนรูปธรรม รัฐบาลพรรคไทยรักไทยไดอนุมัติแผนแมบทการทองเที่ยวเชิงนิเวศ (2545-2549) เพื่อ สงเสริมอุตสาหกรรมนี้ โดยมีลักษณะทีสอดคลองกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ่ ฉบับที่ 9 แบงออกเปน 14 แผนยอยใน 37 โครงการ หนวยงานที่มีหนาที่รับผิดชอบโดยตรงตอแผนนี้มีทั้งสิ้น 3 หนวยงาน กระทรวงการทองเที่ยวและกีฬา กรมอุทยานแหงชาติ สัตวปา และพันธุพืช องคกรบริหารสวนตําบล ในฐานะผูมอานาจดูแลทรัพยากรทองถิ่น ีํ อยางไรก็ดี สภาพความเปนจริงที่เกิดขึ้นคือ รัฐบาลยังไมใหความสําคัญดานการทองเที่ยวเชิง นิเวศอยางจริงจัง ประเทศไทยยังมีชื่อเสียงระดับโลกเรือง full-moon party ซึ่งไมใชการทองเที่ยวเชิงนิเวศ และจะ ่ กอใหเกิดความเสื่อมโทรมของทรัพยากรในระยะยาวอยางแนนอน การบุกรุกล้ําที่ในเขตสงวนยังเปนไปอยางอุกอาจ ไรการจับกุมหรือการปองกันใดๆ การตัดไมทําลายปาโดยผูมีอิทธิพลในทองถิ่นยังคงดําเนินตอไปอยางไมหยุดยั้ง 
  37. 37. Longstay เปนธุรกิจที่ยังมีขนาดเล็กแตมีศักยภาพสูง แนวโนมการทองเทียวแบบพํานักระยะยาว (longstay) เปนที่นิยมมากขึ้น ่ จํานวนประชากรผูสูงอายุของโลกเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งคนเหลานีนยมยายถิ่นฐานในฤดูหนาวเพื่อหลบอากาศเย็น ้ิ นักทองเที่ยวระยะยาวรอยละประมาณ 60 จะใชเวลาพักอยูในประเทศไทยประมาณ 1-2 เดือน สวนใหญเปนชาว อังกฤษ ญี่ปุน เยอรมันและสหรัฐอเมริกา เมืองไทยมีอากาศอบอุน และคนไทยมีความถนัดดานงานบริการ  เหมาะแกชาวตางชาติที่ตองการใชชีวิตบั้นปลายในการทองเที่ยว มารักษาสุขภาพและพักฟน หรือตองการหลบสภาพอากาศที่รุนแรงในประเทศของตน ปจจุบันมีสถานที่และบริการทองเที่ยวแบบระยะยาวโดยเฉพาะอยูประมาณ 100 แหง มีทั้ง แบบโรงแรม อพารตเมนต หรือโฮมสเตย สิ่งที่นาจับตามองคือรอยละ 70 ของคนที่มา longstay เปนผูชาย และบอยครั้งจะมี ภรรยาหรือเมียเชาเปนคนไทย รัฐบาลควรมีความระมัดระวังในเรืองนี้่ ปจจุบนประเทศไทยยังไมมีบริการ longstay แบบครบวงจร โดยทั่วไปจะใหบริการ ั ดานที่พกเทานัน ยังไมมีบริการดานสุขภาพ ทัวรวฒนธรรม สปา ฯลฯ ั ้ ั ที่มา: การทองเที่ยวแหงประเทศไทย
  38. 38. ตลาดการทองเที่ยวเพื่อสุขภาพขยายตัวเร็วและมีมูลคาสูง ปจจุบันประเทศไทยมีโรงพยาบาลมากกวา 30 แหงที่สามารถรองรับและใหบริการชาว ตางประเทศได จากโรงพยาบาลเอกชนทั้งหมดกวา 470 แหง การทองเที่ยวทางการแพทย มีมูลคาเพิ่มสูงมาก โดยปกตินักทองเที่ยวจะใชเงินเฉลี่ยประมาณ 362 USD ตอวัน ในขณะที่ถามาเที่ยวตามปกติจะใชเงินเฉลี่ยวันละ 100 USD ประเทศไทยเปนผูนําในการบริการทางการแพทยในบางดานอยูแลว เชน โรคเมืองรอน หรือ การผาตัดแปลงเพศ ตลาดการทองเที่ยวทางการแพทยเติบโตอยางรวดเร็วในเมืองไทย ในป 2547 มีนกทองเที่ยวมากกวา 600,000 คนใชปริการทางการแพทย ทํารายไดใหประเทศกวา 20,000 ั ลานบาท ในป 2549 กระทรวงสาธารณสุขคาดวา จะมีนกทองเที่ยวทางการแพทยกวา 1 ลานคน และสรางรายได ั ใหแกประเทศกวา 27,000 ลานบาท ตลาดทองเที่ยวทางการแพทยในเอเชียยังคงเติบโตตอเนื่องในอัตรารอยละ 20-30 ตอป ภายในป 2555 คาดวาจะมีการใชจายสําหรับการทองเที่ยวทางการแพทยในเอเชีย (ไทย มาเลเซีย สิงคโปร และ อินเดีย) ปละ 4.4 พันลาน USD หรือกวา 176,000 ลานบาท ที่มา: กระทรวงสาธารณสุข, Abacus International
  39. 39. …แตประเทศไทยยังมีอปสรรคหลายประการ ุ ประเทศไทยมีจุดดอยดานภาษาของบุคลากรเมื่อเทียบกับประเทศ คูแขง เชน สิงคโปร หรืออินเดีย ประเทศไทยยังไมมีศูนยการประสานงานดานการประกันสุขภาพ ในขณะที่ประเทศคูแขงมีหนวยงานนี้แลว ปญหาดานวีซาของนักทองเที่ยวที่อยูนานกวา 90 วันไมได ทําให ผูปวยโรคเรื้อรังเลือกที่จะรับการรักษาในประเทศอื่น โรงพยาบาลในประเทศไทยยังไมเปนที่รูจักหรือไวเนื้อเชือใจเทากับ ่ คูแขงในประเทศอื่นที่มีการทําการตลาดมานาน ที่มา: กรมสงเสริมการสงออก
  40. 40. ลักษณะของธุรกิจการทองเที่ยวที่ “ยั่งยืน” 1. อนุรักษ ดูแล และฟนฟูสิ่งแวดลอมอยางตอเนื่อง 2. อนุรักษภูมิปญญาทองถิ่น สรางรายไดใหชุมชนในทางที่สงเสริมความ ภาคภูมิใจในวัฒนธรรม ไมใชการทองเที่ยวแบบฉาบฉวย (“แตงชุด ประจําเผาใหนักทองเที่ยวถายรูป”) 3. มี “สมดุล” ระหวางระบบเงินตรา และระบบนอกเงินตราที่เกี่ยวของกับ การทองเที่ยว (เชน ปาชุมชน โครงการอาสาสมัครเก็บขยะ) โดยไม เอารัดเอาเปรียบซึ่งกันและกัน ผูใหบริการไมผลักภาระใหรัฐหรือ ชุมชนรับผิดชอบถายเดียว 4. สราง “มูลคาเพิ่ม” ใหกับทุกฝาย 40
  41. 41. ตัวอยางการทองเที่ยวอยางยั่งยืน: ระบบจายตรงใน กัมพูชา (ขอขอบคุณขอมูลจาก คุณเพชร มโนปวิตร รองผูอํานวยการ สมาคม อนุรักษสตวปา (WCS) ประเทศไทย ผูเขียนคอลัมน “โลกสีเขียว” ใน ั โอเพนออนไลน : http://www.onopen.com/?cat=81)
  42. 42. ระบบการจายตรง ระบบการจายตรง (Direct Payment) เปนการสรางแรงจูงใจทาง เศรษฐกิจใหชุมชนทองถิ่นหันมาอนุรักษธรรมชาติแทนการทําลาย มี หลายรูปแบบและกอใหเกิดผลโดยตรงกับการอนุรักษแตกตางกัน ออกไป การจายคาตอบแทนใหคนในชุมชนเพื่อสงเสริมการอนุรักษ เชน จางพราน ใหมาเปนเจาหนาที่อนุรักษ การสนับสนุนงบประมาณใหหนวยงานที่ดแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ู การสรางรายไดใหชุมชนผานชองทาง “การทองเทียวเชิงอนุรักษ” ่ การครอบครองกรรมสิทธิ์ในการบริหารจัดการพื้นที่นั้น ๆ เชน การระดม ทุนซื้อพื้นที่ธรรมชาติเพื่อนํามาจัดตังเปนเขตอนุรักษเอกชนหรือศูนยศึกษา ้ ธรรมชาติ 42
  43. 43. โครงการอนุรกษนกน้ําหายากในกัมพูชา ั Northern Plains เปนทุงหญาธรรมชาติผสม ปาเต็งรังและพื้นที่ชุมน้ําอันอุดมสมบูรณ ขนาดใหญอยูในประเทศกัมพูชา และยังเปน แหลงอาศัยและวางไขของนกหายากใกล สูญพันธุหลายชนิด โดยเฉพาะนกชอนหอยดํา (White-Shouldered Ibis) และนกชอนหอยใหญ (Giant Ibis) ที่ใกลสูญพันธและ มีอยูที่นท่เดียวเทานั้นในโลก ี่ ี ตังแตปลาย 1990 เริ่มมีการกอตัวอยางเงียบ ๆ ของโครงการ Ecotourism ้ หลายโครงการ หนึ่งในนั้นคือโครงการทองเทียวเชิงอนุรักษนกหายาก ่ (Tmatboey Ibis Tourism Site) โดยจัดตังคณะกรรมการหมูบานอันประกอบไป ้ ดวยตัวแทนที่มาจากการเลือกตัง 9 คน มีหนาที่หลักคือจัดการ “กองทุนพัฒนา ้ หมูบาน” ในนามของชุมชน 43
  44. 44. โครงการอนุรกษนกน้ําหายากในกัมพูชา (ตอ) ั ดําเนินโครงการหลัก 2 โครงการ โครงการทองเทียวเชิงอนุรักษ โดยจัดใหพ้นที่ ่ ื บริเวณนั้นเปนแหลงทองเที่ยว สําหรับนักดูนก โดยไกดทองถิ่นไดผลตอบแทนจากการพา นักทองเที่ยวไปดูนก และเก็บคาบริการจาก ที่พัก (Home stay), อาหารและเครื่องดื่ม โครงการปกปองรังนก (Bird Nest Production Program) เนื่องจากการเก็บไขนกมาขายเปนภัย คุกคามทีสําคัญทีสุดตอความอยูรอดของนก ่ ่ ในโครงการนี้รัฐจึงใหเงินตอบแทนแกชาวบานที่ พบรังนกและดูแลรักษารังนกไปจนกวาลูกนกจะ ออกจากรัง รวมทั้งมีเจาหนาที่ 2 คนคอยดูแลตรวจสอบและติดตามผลงานเต็มเวลา 44
  45. 45. โครงการอนุรกษนกน้ําหายากในกัมพูชา (ตอ) ั เมื่อถึงป 2004 รัฐจึงออกกฎใหพ้นที่แหงนี้เปน ื พื้นที่อนุรักษ หามลาสัตว ถาสมาชิกคนใดไมเคารพกฎการรักษารังนกหรือฝา ฝนลานก แผนการทองเที่ยวทั้งหมดจะถูกยกเลิก ทันที หรือไมผูฝาฝนจะตองถูกตัดสิทธิจากการ ไดรับผลประโยชนตาง ๆ หลังจากดําเนินการมาระยะหนึ่ง โครงการนี้เริ่มเปน ที่รูจักมากขึ้นในกลุมนักดูนก นักทองเที่ยวเพิ่มขึ้น และมีแนวโนมวาจะใชเวลาทองเทียวนานขึนทุกป ่ ้ ทําใหเกิดรายไดหมุนเวียนในชุมชนมากขึ้น เฉพาะป 2006 – 2007 การทองเที่ยวสรางรายได ใหกับชุมชนกวา $7,000 ซึ่งเมื่อเทียบกับรายได 50 เซนตตอวันของชาวกัมพูชาแลว นี่ถือเปนความ แตกตางอยางมีนยสําคัญ ั 45
  46. 46. ผลของโครงการอนุรกษนกน้ําหายากในกัมพูชา ั ประชากรนกมีจํานวนเพิ่มขึ้น ปญหาการลานกลด ลงอยางมีนัยสําคัญ รวมทั้งยังสรางทัศนคติใน เรื่องการอยูรวมกับนกของชาวบานใหดขึ้น ี เพราะสมาชิกชุมชนรูวานกและสัตวปาอื่นๆ เปน แมเหล็กดึงดูดนักทองเที่ยว รายไดจากโครงการนี้กวา 80 เปอรเซ็นตตกอยู กับชาวบานโดยตรง เปนการสงเสริมการสราง รายไดอยางถูกกฎหมายใหชาวบาน แทนที่ จะตองเสี่ยงหารายไดจากการลาหรือขโมยลูกนก ซึ่งผิดกฎหมาย 46
  47. 47. ผลของโครงการอนุรกษนกน้ําหายากในกัมพูชา (ตอ) ั สรางความเขาใจเกี่ยวกับการจัดสรร พื้นที่เพื่อการอนุรักษใหกับชาวบาน ถือเปนวิธีแกปญหาที่เสียตนทุนนอยและ มีประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับวิธีอื่น ๆ ปจจุบันคณะกรรมการหมูบานสามารถรับผิดชอบ ดูแล และจัดการการทองเที่ยวไดดวยตัวเองเกือบทั้งหมดแลว จุดแข็งของทั้งสองโครงการอยูที่การเชื่อมโยงเปาหมายการอนุรักษ เขากับแนวทางการดําเนินงานโดยตรง และมีระบบการสํารวจ ติดตามประชากรนกที่ชัดเจน ใช “เงิน” สรางแรงจูงใจในทางที่เอื้อตอการอนุรักษอยางยั่งยืน 47

×