Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.
วิกฤตซับไพรมในอเมริกา

                         สฤณี อาชวานันทกุล
                        Fringer | คนชายขอบ
             ...
รากของปญหา: ฟองสบูอสังหาริมทรัพย
เชื้อเพลิงฟองสบู: ภาวะดอกเบี้ยต่ํา
การแปลงสินเชื่อบานเปนหลักทรัพย
                      ปญหาตัวแทน (principal-agent problem) : ไม
                      ...
ปญหา moral hazard                                “credit ease”
• นิยามของ “ซับไพรม” ที่ใชกันทั่วไปคือ ลูกหนี้ที่มีอันดับ...
Credit Default Swap (CDS)
• “ประกัน” สําหรับกรณีทเกิดกรณีผิดเงือนไขสัญญาเงินกู
                          ี่          ่
  ...
ความฉอฉล มักงาย และไมโปรงใส
• ความฉอฉล:
   – เงื่อนไขไมเปนธรรมที่หลอกลวงลูกหนี้ เชน ARM, universal default
   – Mo...
เมื่อลูกหนีผิดนัด...
           ้
ผลขาดทุนเปนทวีคูณของเงินตนซับไพรม
การดําเนินงานของธนาคาร
• “หนี้” ของธนาคารสวนใหญคือเงินฝาก ซึ่งสวนใหญมีระยะสั้น (เชน
  เงินฝากประจํา 2 ป) ในขณะที่ “ส...
สาเหตุที่ธนาคารลม
                สินทรัพย                                หนี้และสวนทุน
   สินทรัพยระยะสั้น          -...
ปญหาหนีของภาคครัวเรือนยังไม ‘จบ’
         ้
• ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ 2008 จํานวนชาวอเมริกนที่มูลคาบานติดลบ
            ...
จุดจบของลัทธิเสรีนิยมใหม?

“ตลาดเสรี” เคยมีอยูจริงหรือไม?
อะไรจะเกิดขึ้นตอไป?
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

Credit Crisis

2,777 views

Published on

Subprime crisis in the USA

Published in: Business
  • Be the first to comment

Credit Crisis

  1. 1. วิกฤตซับไพรมในอเมริกา สฤณี อาชวานันทกุล Fringer | คนชายขอบ http://www.fringer.org/ วันที่ 15 ตุลาคม 2551 แหลงขอมูล: สไลดประกอบสวนใหญนํามาจาก http://www.slideshare.net/econman/the- credit-crisis-of-2008a-presentation งานนี้เผยแพรภายใตลิขสิทธิ์ Creative Commons แบบ Attribution Non-commercial Share Alike (by-nc-sa) โดยผูสรางอนุญาตใหทําซ้ํา แจกจาย แสดง และสรางงาน ดัดแปลงจากสวนใดสวนหนึ่งของงานนี้ไดโดยเสรี แตเฉพาะในกรณีที่ใหเครดิตผูสราง ไม นําไปใชในทางการคา และเผยแพรงานดัดแปลงภายใตลิขสิทธิ์เดียวกันนี้เทานั้น
  2. 2. รากของปญหา: ฟองสบูอสังหาริมทรัพย
  3. 3. เชื้อเพลิงฟองสบู: ภาวะดอกเบี้ยต่ํา
  4. 4. การแปลงสินเชื่อบานเปนหลักทรัพย ปญหาตัวแทน (principal-agent problem) : ไม มีใครทําหนาที่ดูแลลูกหนี้อีกตอไป เพราะ 1) นายหนาขายสินเชื่อไดคาคอมมิชชั่นทันทีจาก การขายสินเชื่อบาน (ซึ่งเปนสินเชื่อระยะยาว) 2) ธนาคารแปลงสินเชื่อเปนหลักทรัพยมี หลักประกัน (collateralized debt obligation = CDO) ไปขายตอใหกับนักลงทุน วาณิชธนกรจัด แพ็คเกจแยกขาย CDO เปน 3 ชั้น (5:20:75 tranches) ที่มีเครดิตแตกตางกัน โดย Tranche 1 (5% ของเงินตน) คือสวนทุนที่มีเครดิตแย ที่สุด และ Tranche 3 (75%) คือสวนที่ ‘ดี’ ที่สุด
  5. 5. ปญหา moral hazard “credit ease” • นิยามของ “ซับไพรม” ที่ใชกันทั่วไปคือ ลูกหนี้ที่มีอันดับเครดิต (FICO credit score) ต่ํากวา 620 แตเจาหนี้บางรายนิยามสินเชือเปน “ซับไพรม” สําหรับ ่ ลูกหนี้ที่มีอันดับเครดิตสูงถึง 680 ถาวางเงินดาวนต่ํากวา 5% • ลูกหนี้ซับไพรมมักกูแบบ Adjustable-rate Mortgage (ARM) : เชน 2/28 ARM หมายความวาดอกเบี้ยคงที่ สมมุติวา 8% เปนเวลาสองป หลังจากนั้น ปรับเปน 6-month LIBOR + 6% สําหรับ 28 ปที่เหลือ • นอกจากนี้ยังไมตองวางเงินดาวน และกูไดเต็ม 100% ของราคาบาน • Zimmerman (2007) พิสูจนวาสินเชื่อบานที่ปลอยในป 2006 ดอยคุณภาพกวา สินเชื่อที่ปลอยในป 2005 และ 2004 ตามลําดับ • “Liar Loans” : ลูกหนี้สามารถโกหกในคําขอสินเชื่อไดเพราะเจาหนี้จะไม ตรวจสอบความถูกตอง • NINJA : ลูกหนี้ที่ไมมีรายได งาน หรือสินทรัพย แตไดรับอนุมัติใหกู (ยอมา จาก No Income, No Job, and No Assets) • บริษัทจัดอันดับเครดิต Standard & Poor’s ประเมินวาสินเชื่อซับไพรมปลอย ใหมมีมูลคาถึง $421 พันลานในป 2006, AMP Capital Investors ประเมินวา ยอดสินเชื่อซับไพรมทั้งอเมริกามีมูลคา $1.4 ลานลาน ณ สิ้นเดือน 7/2007
  6. 6. Credit Default Swap (CDS) • “ประกัน” สําหรับกรณีทเกิดกรณีผิดเงือนไขสัญญาเงินกู ี่ ่ เชน ผิดนัดชําระหนี้ (credit event)
  7. 7. ความฉอฉล มักงาย และไมโปรงใส • ความฉอฉล: – เงื่อนไขไมเปนธรรมที่หลอกลวงลูกหนี้ เชน ARM, universal default – Moody’s (สถาบันจัดอันดับเรทติ้ง) อางวามี “บั๊ก” ในโมเดล คอมพิวเตอรที่ทาใหหลักทรัพยบางอยางไดเรทติ้งสูงเกินไป ํ (5/2008) • ความมักงาย: – สถาบันการเงินหลายแหงกูเงินมากเกินไปมาลงทุน (over- leveraged) เชน 28 เทาของทุนในกรณีของ Lehman Brothers • ความไมโปรงใส: – สถาบันการเงินใชเครื่องมือ “นอกงบดุล” เชน Special-Purpose Vehicle (SPV) ซอนขนาด exposure ที่แทจริงและเลียงภาษี ่ – ผลิตภัณฑบางชนิดซื้อขายกันตัวตอตัวในลักษณะ “over-the- counter” ทําใหไมมีใครรูขนาดที่แทจริง (เชน หลังจาก AIG ลม เรา ถึงไดรับรูวาตลาด CDS มีขนาด $62 ลานลาน หรือเกือบ 5 เทาของ GDP อเมริกาทั้งประเทศ!)
  8. 8. เมื่อลูกหนีผิดนัด... ้
  9. 9. ผลขาดทุนเปนทวีคูณของเงินตนซับไพรม
  10. 10. การดําเนินงานของธนาคาร • “หนี้” ของธนาคารสวนใหญคือเงินฝาก ซึ่งสวนใหญมีระยะสั้น (เชน เงินฝากประจํา 2 ป) ในขณะที่ “สินทรัพย” สวนใหญเปนเงินกูระยะ  ยาว สินเชื่อบาน (หรือ CDO ซึ่งจัดเปน “เงินลงทุน”) มีระยะยาว ที่สุด คือ 25-30 ป • ธนาคารตองบันทึกมูลคาของ “เงินลงทุน” ตามราคาตลาด • ตัวอยาง – งบดุลของ Wachovia ณ 30/6/08 (กอนถูก Citigroup เทกโอเวอร): สินทรัพย หนี้และสวนทุน สินทรัพยระยะสั้น $110 หนี้ระยะสั้น $505 สินทรัพยระยะยาว หนี้ระยะยาว $230 เงินลงทุน $600 สวนทุน (ของผูถือหุน) $75 อื่นๆ $100 รวม $810 รวม $810
  11. 11. สาเหตุที่ธนาคารลม สินทรัพย หนี้และสวนทุน สินทรัพยระยะสั้น -$90 หนี้ระยะสั้น $305 สินทรัพยระยะยาว หนี้ระยะยาว $230 เงินลงทุน $500 สวนทุน (ของผูถือหุน) -$25 อื่นๆ $100 รวม $510 รวม $510 • ลูกหนี้ผิดนัด + ราคาบานตกรูด มูลคาตลาดของเงินลงทุนระยะยาวและ/หรือ สินเชื่อบานตกลงอยางฮวบฮาบ (สมมุติวาลดลง $100 ในตัวอยางขางตน) • มูลคาเงินลงทุนที่ตกลงเรื่อยๆ ตองบันทึกเปนผลขาดทุน ซึ่งทําใหสวนทุนรอย หรอลงอยางรวดเร็วจนติดลบ ธนาคารลมละลาย • ในระหวางนี้ ถาเจาหนี้ (ผูฝากเงินหรือสถาบันการเงินอื่น) แหถอนเงินหรือเรียก หนี้คืนกอนกําหนด ธนาคารก็อาจขาดสภาพคลองจนลมละลายไดเชนกัน • ทางแกคือขายสินทรัพยเนาออกไป และ/หรือเพิ่มทุน หรือทําทั้งสองอยาง • ถารัฐรับซื้อสินทรัพยเนาในราคาสูง โดยไมยึดธนาคาร (ผานการเพิ่มทุน ซึ่งจะทําใหผูถือหุนเดิมถือหุนนอยลง) ก็แปลวาไมได “ลงโทษ” ธนาคาร
  12. 12. ปญหาหนีของภาคครัวเรือนยังไม ‘จบ’ ้ • ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ 2008 จํานวนชาวอเมริกนที่มูลคาบานติดลบ ั (negative equity) เพิ่มสูงเปน 8.8 ลานราย สูงเปนประวัตการณ ิ • ตลาดสินเชือบานทั้งประเทศมีมูลคา $11 ลานลาน (79% ของ ่ GDP), ในจํานวนนี้ประมาณ 13% เปนซับไพรม • ครัวเรือนสหรัฐเปนหนี้บัตรเครดิตประมาณ $1 ลานลาน สินเชือ่ รถยนตอีก $700 พันลาน • สินเชือเหลานีมักไมมีสินทรัพยค้ําประกัน ตองอาศัยความสามารถ ่ ้ ในการชําระหนี้ของลูกหนี้เองลวนๆ • ความสามารถนีถกลิดรอนดวยเงื่อนไขโหด และภาวะคาครองชีพสูง ้ ู • เงินผอนบานมักเปนหนีกอนสุดทายที่คนจะยอมผิดนัด ้ • แสดงวาอาจมีหนี้เสียที่รอเวลาปะทุอีกนับแสนลานเหรียญ ยัง ไมนับหลักทรัพยและอนุพันธที่แปลงมาหรือตั้งอยูบนหนี้ เหลานี้ ไมรูอีกจํานวนเทาไร??
  13. 13. จุดจบของลัทธิเสรีนิยมใหม? “ตลาดเสรี” เคยมีอยูจริงหรือไม?
  14. 14. อะไรจะเกิดขึ้นตอไป?

×