Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

Creative Commons-based Business Models

1,859 views

Published on

สไลด์เรื่อง "ถึงแจกฟรีก็กำไรดีได้: ตัวอย่างโมเดลธุรกิจที่ใช้ครีเอทีฟคอมมอนส์" นำเสนอในงานเสวนาหัวข้อ "โอกาสของการแบ่งปันทรัพย์สินทางปัญญา" ม.ศรีปทุม, SM Tower, 21 พฤษภาคม 2552

Published in: Education
  • Be the first to comment

Creative Commons-based Business Models

  1. 1. ถึงแจกฟรีก็กําไรดีได ้: ตัวอย่างโมเดล ธุรกิจทีใชครีเอทีฟคอมมอนส ์ ้ สฤณี อาชวานันทกุล http://www.fringer.org/ 21 พฤษภาคม 2552 ิ งานนีเผยแพร่ภายใต ้ลิขสทธิ Creative Commons แบบ Attribution Non-commercial Share Alike (by-nc-sa) โดยผู ้สร ้างอนุญาตให ้ทําซํา แจกจ่าย แสดง และสร ้างงาน ่ ่ ดัดแปลงจากสวนใดสวนหนึงของงานนีได ้โดยเสรี แต่เฉพาะในกรณีทให ้เครดิตผู ้สร ้าง ไม่ ี นํ าไปใช ้ในทางการค ้า และเผยแพร่งานดัดแปลงภายใต ้ลิขสทธิเดียวกันนีเท่านั น ิ
  2. 2. ื หนังสอ: The Friday Project (เกิดปี 2004)
  3. 3. โมเดลธุรกิจของ The Friday Project • สํานักพิมพ์อสระ ถูกซอกิจการโดย ิ ื HarperCollins ในปี 2008 • โมเดลธุรกิจคือ รวมเนือหาจากบล็อก (blog) ื เพือตีพมพ์เป็ นหนังสอ พร ้อมกับเผยแพร่ ิ หนังสอในรูปไฟล์อเล็กทรอนิคส ์ (e-book) ื ิ ภายใต ้สญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส ์ (CC) ั ื ่ • ยอดขายหนังสอสวนใหญ่กระโดดหลังจาก เผยแพร่เนือหาเป็ น e-book ภายใต ้ CC แล ้ว ื • Blood, Sweat & Tea หนังสอทีขายดีทสุดของ ี สํานักพิมพ์ จากบล็อกบันทึกเรืองราวของ พนักงานขับรถฉุกเฉินในลอนดอน ขายได ้กว่า 30,000 เล่ม (คนเขียนคาดว่าจะขายได ้ 2,000 ื ิ เล่ม), BBC ซอลิขสทธิไปทําเป็ นละครวิทยุ
  4. 4. นักเขียนได ้อะไร? ทําไมของ ‘ฟรี’ ถึงขายได ้? ิ ่ “การละเมิดลิขสทธิไม่ใชปัญหาของผม ปั ญหาของผมคือ การไม่มใครรู ้จักต่างหาก” ี - Cary Doctorow, นักเขียน, ผู ้ก่อตังเว็บ Boingboing.net ื • ถึงแม ้ว่า “เนือหา” ของหนั งสอกับไฟล์ e-book จะ ื เหมือนกัน นั กอ่านหลายคนมองว่าหนั งสอกับ e-book เป็ น “ของ” ทีไม่เหมือนกัน – ความสะดวก, ความสวยงามของรูปเล่ม, “feel” ื ิ – หนังสอในฐานะของสะสม, “สนค ้าพรีเมียม”
  5. 5. เพลง: Magnatune.com (เกิดปี 2003)
  6. 6. “ทุนสามานย์” ในวงการเพลงอเมริกน ั ตัวอย่าง “สมมุต” โดย Courtney Love ิ http://archive.salon.com/tech/feature/2000/06/14/love/ ิ ็ ั • วงดนตรีดงวงหนึง สมาชก 4 คนเซนสญญากับค่าย ได ้เงินค่าทํา ั ั ่ อัลบัมล่วงหน ้า $1 ล ้านเหรียญ + สญญา 20% สวนแบ่ง ิ ค่าลิขสทธิ (royalty) • จาก $1 ล ้าน: – เข ้าห ้องอัดทําอัลบัม $500,000 – ค่าจ ้างผู ้จัดการวง $100,000 – ค่าจ ้างทนายกับผู ้จัดการธุรกิจ $50,000 – ภาษี $170,000 • เหลือ $180,000/4 = $45,000 ต่อคน สําหรับ 1 ปี ก่อนอัลบัมออก
  7. 7. “ทุนสามานย์” ในวงการเพลงอเมริกน (ต่อ) ั ิ • ผ่านไป 1 ปี อัลบัมเสร็จ ขายได ้ 1 ล ้านแผ่น วงปล่อยซงเกิล 2 ิ ้ เพลง ทํามิวสควีดโอสองเรือง ใชเงิน $1 ล ้าน วงต ้องออก 50% ี • ค่ายจ่ายเงิน $200,000 สนับสนุนค่าทัวร์ จ่ายอีก $300,000 เพือ โปรโมทเพลงในวิทยุ สองรายการนีหักจากเงินล่วงหน ้าได ้ • แปลว่าวงเป็ นหนีค่าย $1 ล ้าน (เงินล่วงหน ้า) + $500,000 (ค่าทํา ิ มิวสควีดโอ) + $200,000 (สนับสนุนค่าทัวร์) + $300,000 (ค่า ี โปรโมทในวิทยุ) = $2 ล ้าน ิ • ถ ้าอัลบัมทุกแผ่นขายได ้ทีราคาเต็ม คือ $10 วงจะได ้ค่าลิขสทธิ $2 ต่อแผ่น (20%) ขายได ้ 1 ล ้านแผ่นก็ได ้ $2 ล ้าน • รายได ้หักหนีแล ้ว $2 - $2 = ศูนย์ วงไม่ได ้เงิน แถมยังไม่ได ้เป็ น ิ เจ ้าของลิขสทธิเพลงของตัวเอง ในขณะทีค่ายได ้กําไร $6.6 ล ้าน
  8. 8. “Big Ideas” ของ Magnatune • ดนตรีทกประเภทควรเป็ น “แชร์แวร์” (shareware) เหมือนกับซอฟต์แวร์ทให ้ ุ ี ื คนฟั งก่อนซอและมีเสรีภาพในการแบ่งปั นดนตรีดๆ ให ้คนอืนฟั ง ี ่ • เราต ้องหาวิธนําดนตรีจากนักดนตรีไปสูคนฟั งในทางทีมีต ้นทุนตําและทําให ้นัก ี ดนตรีอยูได ้ มิฉะนันความหลากหลายของดนตรีจะหดหายไปอีกเรือยๆ อย่าง ่ ิ รวดเร็ว ภายใต ้ระบบปั จจุบนทีมีแต่เพลงฮตเท่านันทีขายได ้ ั • นักดนตรีจําเป็ นจะต ้องมีอํานาจการควบคุมการสร ้างงานของตนเอง และชอบ ี ิ กระบวนการปล่อยดนตรี การทําลายชวตของนักดนตรีอย่างเป็ นระบบของ ่ ิ “วงการดนตรี” ทีเป็ นอยูเป็ นสงทีเราไม่ยอมรับ นักดนตรีกําลังจะปฏิวตระบบ ั ิ (และหลายคนก็ปฏิวตทําไปแล ้ว) ั ิ ิ • เราจะต ้องกระตุ ้นความคิดสร ้างสรรค์ ระบบลิขสทธิปั จจุบนทีคุ ้มครองแบบ ั ิ “สงวนสทธิ 100%” นันเคร่งครัดเข ้มงวดเกินไป Magnatune สนับสนุนระบบ “สงวนสทธิบางประการ” ของครีเอทีฟคอมมอนส ์ ซงอนุญาตให ้คนดัดแปลง ิ ึ ้ งาน ทํา sampling และใชแบบไม่แสวงหากําไรได ้โดยเสรี โดยไม่ต ้องขอ อนุญาตผู ้สร ้างงานก่อน
  9. 9. โมเดลธุรกิจของ Magnatune • ของทีแจกฟรี: ิ – สถานีวทยุออนไลน์ฟังฟรี นํ าเสนอดนตรีของศลปิ นทีผ่านการ ิ คัดเลือกจาก Magnatune แล ้ว ่ – ผู ้ฟั งสามารถเลือกเนือหาทีตรงกับรสนิยมสวนตัว มีฟีเจอร์ “temp track” สําหรับคนทีอยากลอง sample, mix & match ดนตรี สําหรับเอาไปใชในงานของตัวเอง ้ ้ – ให ้ดาวน์โหลด MP3 ฟรีเพือดัดแปลงไปใชงาน ภายใต ้ ั ้ สญญาอนุญาต CC แบบแสดงทีมา-ไม่ใชเพือการค ้า- ้ อนุญาตแบบเดียวกัน ตราบใดทีไม่ใชเพือการค ้า
  10. 10. โมเดลธุรกิจของ Magnatune (ต่อ) • ของทีขาย: – อัลบัมเพลง MP3 ให ้ผู ้ฟั งตังราคาเองตามทีคิดว่าสมควร ใน กรอบราคาขันตํา $5 สูงสุด $18 ื ้ ิ ่ – คนทีอยากซอไปใชในเชงพาณิชย์ (เชน เปิ ดในงานขายของ ิ งานโฆษณา, เว็บไซต์) ต ้องจ่ายค่าลิขสทธิ (sub-license) ระหว่าง $150 - $5,000 ขึนอยูกบความยาวและประเภทของ ่ ั การใช ้ นีเป็ นแหล่งรายได ้ทีทํากําไร (profit margin) ดีทสุด ี ของ Magnatune และโตเร็วทีสุด ิ ิ ่ – ในอนาคต: สนค ้าทีเกียวโยงกับศลปิ น (merchandise) เชน ื โปสเตอร์ เสอผ ้า ถ ้วยกาแฟ ฯลฯ
  11. 11. โมเดลธุรกิจของ Magnatune (ต่อ) • นักดนตรีได ้อะไร: – 50% ของยอดขายอัลบัม – 50% ของรายได ้จากการ sub-license ิ – 50% ของรายได ้จากการสนค ้า (ในอนาคต) – งานทีสร ้างเข ้าถึงผู ้ฟั งในวงกว ้าง แพร่หลายได ้อย่างรวดเร็ว ื ี สร ้างชอเสยง สร ้างฐานแฟนเพลง & งานแสดงสด
  12. 12. ความสําเร็จของ Magnatune ิ • ศลปิ น 293 คน อัลบัม 646 อัลบัม เพลง 8,872 เพลง • ยอดขาย แบ่งตามประเภทเพลง:

×