Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

ใบความรู้ที่ 1 การวิเคราะห์งาน

1,685 views

Published on

Published in: Data & Analytics
  • Be the first to comment

ใบความรู้ที่ 1 การวิเคราะห์งาน

  1. 1. ใบความรูที่ 1 การวิเคราะหงาน สาระการเรียนรู 1. ความหมายของการวิเคราะหงานหรือการวิเคราะหปญหา 2. หลักการวิเคราะหปญหา 3. การวิเคราะหสิ่งที่โจทยตองการ 4. การวิเคราะหขอมูลนําเขา 5. การวิเคราะหขอมูลออก 6. การวิเคราะหตัวแปรที่เกี่ยวของ 7. การวิเคราะหวิธีการประมวลผล 8. หลักการตั้งชื่อตัวแปร จุดประสงคการเรียนรู 1. ทําความเขาใจกับปญหาและวิเคราะหสิ่งที่โจทยตองการได 2. อธิบายลักษณะขอมูลเขาได 3. อธิบายลักษณะขอมูลออกได 4. ทดลองแกไขปญหาดวยตนเองได 5. วิเคราะหตัวแปรที่ใชได 6. วิเคราะหวิธีการประมวลผลได 7. ทําการพัฒนาลําดับขั้นตอนวิธีการแกปญหาได 8. มีความสนใจใฝเรียนรู ตั้งใจเรียน 9. มีวินัย เขาเรียนทันเวลา ปฏิบัติตามกฎระเบียบของวิทยาลัยฯ 10. มีความรับผิดชอบงานที่ไดรับมอบหมาย 11. มีความคิดริเริ่มสรางสรรค มีความเชื่อมั่นกลาลองผิดลองถูก 12. มีความซื่อสัตยตอตนเองและผูอื่น
  2. 2. การวิเคราะหงาน การวิเคราะหงาน หมายถึง การวิเคราะหปญหา เปนขั้นตอนที่สําคัญของการเขียนโปรแกรม เปนการ วิเคราะหถึงลักษณะของงาน รายละเอียดปญหาของงานนั้น ๆ การวิเคราะหงานเปนขั้นตอนแรกที่ตองกระทํา เมื่อตองการเขียนโปรแกรม และเปนขั้นตอนที่สําคัญที่สุด โดยจะตองกําหนดขอบเขตของงานหรือปญหา รวบรวมรายละเอียดของปญหา วิเคราะหปญหาอยางละเอียด วาตองการใหคอมพิวเตอรทําอะไร ผลลัพธที่ ตองการเปนอยางไร รูปแบบของขอมูลที่จะปอนเขาเครื่องเปนอยางไร ถาตองการผลลัพธเชนนี้ การวิเคราะห งานเปนการศึกษาผลลัพธ (Output) ขอมูลนาเขา (Input) วิธีการประมวลผล (Process) และการกําหนดชื่อ ของตัวแปรที่จะใชในการเขียนโปรแกรม หลักเกณฑในการวิเคราะหงาน การวิเคราะหงานนับวาเปนหัวใจสําคัญที่สุดของการเขียนโปรแกรม เพื่อสั่งใหคอมพิวเตอรทํางาน ซึ่ง มีหลักเกณฑการวิเคราะหงานตามลําดับ ดังนี้ 1. การวิเคราะหสิ่งที่โจทยตองการ หมายถึง การพิจารณาอยางกวาง ๆ ถึงงานที่ตองการให คอมพิวเตอรทํางาน งานแตละชนิดอาจตองการใหคอมพิวเตอรแสดงผลลัพธมากกวา 1 อยาง และควรจะ เขียนใหชัดเจนเปนขอ ๆ ในการพิจารณาสิ่งที่ตองการอาจจะดูที่คําสั่งหรือโจทยของงานนั้น ๆ วาตองการใหทํา อะไรบาง เปนการกําหนดวัตถุประสงคที่ตองการใหคอมพิวเตอรทํางาน เชน การคํานวณเงินรวมของสินคา , การคํานวณภาษี , การคํานวณหาคาคอมมิชชั่นหรือคานายหนา , การคํานวณหาคาแรง, การคํานวณหา เงินเดือน เปนตน เพราะในการเขียนโปรแกรมจะตองทราบอยางชัดเจนวา ตองการใหคอมพิวเตอรทําอะไร 2. การวิเคราะหรูปแบบของผลลัพธ(Output) หมายถึง การวิเคราะหถึงลักษณะของผลลัพธหรือ รายงาน หรือรูปแบบของผลลัพธที่เราตองการใหคอมพิวเตอรแสดงออกมา รายละเอียดที่ตองการในรายงาน หรือผลลัพธนั้น ๆ เปนหนาที่ของผูเขียนโปรแกรมที่จะตองกําหนดรูปแบบวางานที่ตองการใหคอมพิวเตอรทํา นั้น ควรจะมีรายละเอียดอะไร เพื่อความสะดวกของผูนําผลลัพธไปใช การวิเคราะหผลลัพธเปนสิ่งที่จําเปนและ มีความสําคัญ และตองพิจารณาอยางละเอียด เพราะการวิเคราะหรายงานจะทําใหเราทราบจุดหมายที่ตองการ หรือเปนการกําหนดขอบเขตของงานที่เราตองการจะทํานั่นเอง ในการออกแบบรายงานของผลลัพธจะ ประกอบดวย 3 สวน ดังนี้ 1. สวนหัวของรายงาน 2. สวนรายละเอียดของขอมูล 3. สวนทายของรายงาน 3. การวิเคราะหขอมูลนาเขา(Input) หมายถึง ขอมูลที่ปอนเขาไปในคอมพิวเตอร เพื่อทําการ ประมวลผลใหไดผลลัพธออกมาตามรูปแบบที่ตองการ เปนขั้นตอนที่ตองทําตอจากการวิเคราะหผลลัพธ คือ หลังจากที่เราไดลักษณะของรายงานแนนอนแลว เราก็มาพิจารณาวาลักษณะของผลลัพธนั้น จะตองมีขอมูล นําเขาอะไรบาง เพื่อที่จะใหไดผลลัพธที่ตองการ ในการพิจารณาขอมูลนําเขาเพื่อใหคอมพิวเตอรทํางานนั้น จะตองคํานึงถึงความสอดคลองของขอมูลกับโปรก รม โดยจะมีการลําดับกอนหลัง กําหนดชนิดของขอมูลวาเปนชนิดอะไรบาง ถาเปนขอมูลชนิดตัวเลข จะ กําหนดทศนิยมกี่หลัก เปนตน
  3. 3. 4. การวิเคราะหตัวแปรที่จะใช เปนการกําหนดชื่อแทนความหมายของขอมูลตาง ๆ เพื่อความ สะดวกในการอางถึงขอมูล และการเขียนโปรแกรม การตั้งชื่อตัวแปรควรจะตั้งใหมีความหมายและเกี่ยวของ กับขอมูล และควรตั้งชื่อตัวแปรใหเขากับหลักเกณฑของภาษาคอมพิวเตอรนั้น ๆ 5. การวิเคราะหวิธีการประมวลผล เปนขั้นตอนที่จะบอกถึงวิธีการคํานวณ หรือลําดับการทางาน กอนหลังคํานวณเพื่อใหไดผลลัพธตามที่ผูใชตองการ ตั้งแตการสั่งใหเครื่องรับขอมูลเขาไปทาการประมวลผล และแสดงผลลัพธออกมา ซึ่งเปนขั้นตอนที่จะตองแสดงการทํางานทุกอยางตามลําดับ จึงจําเปนจะตอง จัดลําดับการทางานตามลําดับกอนหลังใหละเอียดและถูกตองทุกขั้นตอน เพราะในขั้นตอนนี้จะเปนการนําเอา ลําดับขั้นตอนการทํางานที่ไดวิเคราะหแลว ไปเขียนโปรแกรมในคอมพิวเตอร ลําดับขั้นตอนการประมวลผล เขียนได 2 รูปแบบ คือ 1. เขียนลําดับขั้นตอนการทํางานในรูปของการบรรยาย 2. เขียนลําดับขั้นตอนการทํางานในลักษณะของผังงาน (Flowcharting) การพัฒนาขั้นตอนวิธีการประมวลผล (Algorithm Development) ขั้นตอนของการพัฒนาลําดับขั้นตอนวิธีการแกปญหา เปนขั้นตอนที่สําคัญอีกขั้นตอนหนึ่ง เพราะเปน ขั้นตอนที่จะนําไปใชสําหรับพัฒนาใหเปนโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอรตอไป ขั้นตอนนี้เปนขั้นตอนที่นําเอา วิธีการสําหรับการแกปญหา ที่ไดทําการเลือกจากขั้นตอนของการทดลองแกปญหาดวยตนเอง มาทําการเรียบ เรียงเปนลําดับขั้นตอนวิธีการทํางาน โดยเขียนขั้นตอนวิธีการทํางานเปนขอตั้งแตขั้นตอนแรกจนถึงขั้นตอน สุดทาย ขั้นตอนวิธี (Algorithm) คือ การเขียนอธิบายถึงลาดับขั้นตอนการทางานของการแกปญหาในลักษณะ ของขอความตั้งแตขั้นตอนแรกจนถึงขั้นตอนสุดทาย การพัฒนาลําดับขั้นตอนวิธีการแกปญหา มีวิธีการดังนี้ 1. เขียนลําดับขั้นตอนวิธีการทํางานทั้งหมดอยางยอ เปนการเขียนการทํางานแตละขั้นตอนอยาง ยอไมละเอียดมากนัก ตั้งแตขั้นตอนแรกถึงขั้นตอนสุดทาย เพื่อดูภาพรวมของการทํางานของขั้นตอนวิธีการ แกปญหาทั้งหมด 2. เขียนลําดับขั้นตอนวิธีการทํางานทั้งหมดอยางละเอียด เปนการเขียนรายละเอียดของการทํางาน ของแตละขั้นตอนที่ไดจากขอ 1 เพื่อใหสามารถทําการเปลี่ยนใหเปนคําสั่งเทียมและโปรแกรม ภาษาคอมพิวเตอร 3. เขียนลาดับขั้นตอนวิธีการทางานแตละขอใหอยูในรูปของคาสั่งเทียม คําสั่งเทียม (Pseudo Code) เปนภาษาที่ใกลเคียงกับภาษาคอมพิวเตอร สวนใหญนิยมเขียนเปนภาษาอังกฤษ เมื่อผูที่ทําการเขียน โปรแกรมตองการนําขั้นตอนวิธีการทํางานที่ไดเรียบเรียงขึ้นมาทําการเขียนเปนโปรแกรมคอมพิวเตอร สามารถ ทําไดโดยการเปลี่ยนจากคําสั่งเทียมใหเปนภาษาคอมพิวเตอรตามที่ตองการ หลักในการตั้งชื่อตัวแปร การตั้งชื่อตัวแปร เปนการกําหนดชื่อเพื่อเก็บคาของขอมูลที่รับเขามาหรือใชแทนความหมาย เก็บคาที่ ไดจากการประมวลผล การตั้งชื่อตัวแปรนั้นจะมีหลักในการตั้งชื่อที่แตกตางกันออกไปแลวแตโปรแกรม ในการ ตั้งชื่อที่ดีนั้นจะตองตั้งชื่อตัวแปรใหมีความหมายใกลเคียงกับขอมูลมากที่สุด และอยูในกฎเกณฑของการตั้งชื่อ ตัวแปรของภาษาคอมพิวเตอรที่ใชดวย ดังนี้ 1. จะตองขึ้นตนดวยตัวอักษรภาษาอังกฤษ ตัวตอไปจะเปนตัวอักษรหรือตัวเลขก็ได ยกเวนชองวาง หรือสัญลักษณพิเศษ เชน + , - , * , / , ฯลฯ แตสามารถใชเครื่องหมายขีดลางได
  4. 4. 2. ในการตั้งชื่อตัวแปรจะตั้งอยางไรก็ไดตามกฎเกณฑขอที่ 1 แตควรตั้งให สื่อความหมาย เพื่อให ทราบวาตัวแปรนั้นเก็บขอมูลอะไร เชน CODE ใชเก็บรหัสประจาตัวพนักงาน SALARY ใชเก็บขอมูลเงินเดือน TAX ใชเก็บขอมูลของภาษี หลักการตั้งชื่อตัวแปรจะมีลักษณะคลายกันทุกภาษา โดยแบงตัวแปรออกเปน 3 ชนิด ดังนี้ 1. ตัวแปรชนิดตัวเลข (Numeric Variable) เปนตัวแปรที่เก็บขอมูลที่เปนตัวเลข และสามารถนา ไปคํานวณทางคณิตศาสตรได ทั้งจํานวนเต็มและทศนิยม ไดแก ขอมูล เงินเดือน, นาหนัก , สวนสูง , อายุ , ระยะทาง , ราคา เปนตน ตัวอยางเชน Salary = 15000 Price = 2500 2. ตัวแปรชนิดตัวอักษร (Alphabetic Variable) เปนตัวแปรที่เก็บขอมูลที่เปนตัวอักษร คือ A – Z และคาที่ไมสามารถนาไปคํานวณได ไดแก ชื่อ-สกุล, วุฒิการศึกษา, ภูมิลาเนา เปนตน ตัวอยางเชน Name = Chulalak Surname = Thachaila 3. ตัวแปรชนิดตัวเลขและตัวอักษร (Alphanumeric Variable) ประกอบดวยตัวเลขและ ตัวอักษรปนกัน หรือสัญลักษณพิเศษอื่น ๆ แตไมสามารถนําไปคํานวณทางคณิตศาสตรได เชน ขอมูลที่อยู, เบอรโทรศัพท เปนตน ตัวอยางเชน Address = 211 Mahasarakham 44000 Adds = Dusit Bangkok ตัวอยางการตั้งชื่อตัวแปรที่สอดคลองกับขอมูล ชื่อตัวแปร ขอมูล ID , CODE , NO,KEY,NUMBER TOTAL , SUM , NET COUNT AVERAGE SUM NUM1 NUM2 AGE HEIGHT YEAR RATE , INTEREST SALARY,INCOME VAT , TAX รหัสประจําตัว , เลขประจําตัว ,เลขที่ ,หมายเลขสินคา ,รหัส สิ่งของ ผลรวม , จํานวนรวม , ยอดรวม จํานวนนับตาง ๆ , จํานวนสิ่งของ คะแนนเฉลี่ย, เงินเดือนเฉลี่ย , คาเฉลี่ยตาง ๆ ผลบวกของจํานวนเลข , ผลรวมคาตาง ๆ จํานวนเลขตัวที่ 1 จํานวนเลขตัวที่ 2 อายุ ความสูง จํานวนป , อายุงาน , ระยะเวลาทํางาน อัตราดอกเบี้ย เงินเดือน , คาแรง , คาจาง ภาษีตาง ๆ
  5. 5. ชื่อตัวแปร ขอมูล OT , EXTRA ADDRERR , ADDR TEL,PHONE,MOBILE PRICE PROFIT COST MONEY BONUS,EXTRA COMMISION เงินคาลวงเวลา , เงินพิเศษ ที่อยู , บานเลขที่ เบอรโทรศัพท ราคาขายสินคา กําไร ราคาตนทุนสินคา จํานวนเงิน , มูลคาของสิ่งของ เงินโบนัสพิเศษ คานายหนา แกไขปญหาดวยตนเอง เปนขั้นตอนที่ทดลองหาวิธีการแกปญหาดวยตนเอง โดยหาวิธีในการแกปญหานั้น ๆ วามีวิธีการแกไข ปญหานั้นอยางไร ถึงจะถูกตองและรวดเร็วมากที่สุด ทั้งนี้ใหสมมติขอมูลขึ้นมา แลวหาวิธีการแกปญหาในแบบ ตาง ๆ เพื่อหาวิธีที่ดีที่สุด และนําวิธีที่คิดไดไปใหเครื่องคอมพิวเตอรทําการแกไขตอไป เพราะเครื่อง คอมพิวเตอรไมสามารถทํางานหรือสั่งการแกปญหาเองได ยังคงตองอาศัยการสั่งงานจากมนุษย และถาการ แกไขปญหาที่คิดขึ้นถูกตอง ขอมูลผลลัพธที่ไดจากคอมพิวเตอรก็จะถูกตองเสมอ แตถาการแกปญหาไมถูกตอง แลวสงปญหาใหเครื่องคอมพิวเตอรทํางานหาผลลัพธ ผลลัพธที่ไดออกมาก็จะไมถูกตองตลอด ตัวอยาง ในการคํานวณหารายไดสุทธิของนักเขียนโปรแกรมในแตละเดือน นอกจากไดรับเงินเดือน แลวจะไดรับคาเขียนโปรแกรม ๆ ละ 1,200 บาท และหักภาษีของรายไดไวเดือนละ 1.5% โดยสมมติขอมูล นําเขาดังนี้ 1. เงินเดือน 20,000 บาท 2. จานวนโปรแกรม 5 โปรแกรม ทดลองแกปญหาดวยตนเอง เพื่อหารายไดสุทธิในเดือนนี้ รายได = เงินเดือน + (จํานวนโปรแกรม * 1200) ภาษี = รายได * 0.015 รายไดสุทธิ = รายได – ภาษี จํานวนเงินที่ตองผอนชําระตอเดือน รายได = 20000 + (5 * 1200) = 26000 ภาษี = 20000 * 0.015 = 300 รายไดสุทธิ = 26000 – 300 = 25700
  6. 6. ทดสอบลําดับขั้นตอน การทดสอบและแกไขโปรแกรม (Program Testing) หลังจากเขียนโปรแกรมเสร็จเรียบรอยแลว ตองทําการทดสอบโปรแกรมที่เขียนวาทํางานเรียบรอยดีหรือไม มีปญหาตรงจุดไหนบาง และตองทดสอบทุก จุด ทุกขั้นตอนหลาย ๆ รูปแบบ หากพบขอผิดพลาดจะไดทําการแกไข ขอผิดพลาดที่ผูเขียนโปรแกรมมักพบ บอยในการเขียนโปรแกรมสั่งใหคอมพิวเตอรทํางาน มี 2 แบบ คือ 1. ผิดหลักไวยากรณ (Syntax Error) หมายถึง การเขียนคําสั่งในภาษานั้นผิดพลาด ถาแกไขให ถูกตองตามรูปแบบของภาษานั้น ก็สามารถแกไขขอผิดพลาดนี้ได 2. ผิดตรรกวิทยา (Logical Error) หมายถึง การเขียนคําสั่งในภาษานั้น ๆ ถูกตองตามหลัก ไวยากรณ แตเมื่อสั่งใหโปรแกรมปฏิบัติงานตามคําสั่งของโปรแกรมนั้น ผลลัพธที่ไดอาจเกิดจากการคํานวณ ผิดพลาด ใหผลลัพธไมตรงตามความตองการของผูใช ตัวอยางการวิเคราะหงาน ตัวอยางที่ 1 จงคํานวณหาจํานวนเงินที่ฝากธนาคาร เมื่อครบเวลา 1 ป โดยรับคาเงินตนที่ฝาก อัตราดอกเบี้ย รอยละ 3 ตอป วิธีทํา สิ่งที่ตองการ 1. คํานวณเงินฝากพรอมดอกเบี้ยเมื่อครบ 1 ป ผลลัพธที่ตองการ 1. หมายเลขบัญชี 2. ชื่อบัญชี 3. เงินตนพรอมดอกเบี้ยเมื่อครบ 1 ป ขอมูลนําเขา 1. หมายเลขบัญชี 2. ชื่อบัญชี 3. เงินตนที่ฝาก ตัวแปรที่ใช 1. หมายเลขบัญชี : No 2. ชื่อบัญชี : Name 3. เงินตนที่ฝาก : Money วิธีการประมวลผล 1. เริ่มตนการทํางาน 2. อานคา No , Name , Money 3. คํานวณ Money = Money + (Money * 0.03) 4. พิมพ No , Name , Money 5. จบการทํางาน
  7. 7. ตัวอยางที่ 2 จงคํานวณหาคาเฉลี่ยของเลข 3 จํานวนที่รับเขามาทางแปนพิมพ วิธีทํา สิ่งที่ตองการ 1. คาเฉลี่ยของเลข 3 จํานวน ผลลัพธที่ตองการ 1. หมายเลขจํานวนที่ 1 2. หมายเลขจํานวนที่ 2 3. หมายเลขจํานวนที่ 3 4. คาเฉลี่ยของเลข 3 จํานวน ขอมูลนําเขา 1. หมายเลขจํานวนที่ 1 2. หมายเลขจํานวนที่ 2 3. หมายเลขจํานวนที่ 3 ตัวแปรที่ใช 1. หมายเลขจํานวนที่ 1 : Num1 2. หมายเลขจํานวนที่ 2 : Num2 3. หมายเลขจํานวนที่ 3 : Num3 4. คาเฉลี่ยของเลข 3 จํานวน : Aver วิธีการประมวลผล 1. เริ่มตนการทํางาน 2. อานคา Num1 , Num2 , Num3 3. คํานวณคาเฉลี่ย Aver = (Num1 + Num2 + Num3) / 3 4. พิมพ Num1 , Num2 , Num3 , Aver 5. จบการทํางาน
  8. 8. ตัวอยางที่ 3 จงคํานวณหาพื้นที่ของวงกลม จากสูตร ¶r2 วิธีทํา สิ่งที่ตองการ 1. คํานวณพื้นที่วงกลม ผลลัพธที่ตองการ 1. รัศมีวงกลม 2. พื้นที่วงกลม ขอมูลนําเขา 1. รัศมีวงกลม ตัวแปรที่ใช 1. รัศมีวงกลม : Radius 2. พื้นที่วงกลม : Area วิธีการประมวลผล 1. เริ่มตนการทํางาน 2. อานคา Radius 3. คํานวณพื้นที่ Area = 22/7 * Radius2 4. พิมพ Radius , Area 5. จบการทางาน ตัวอยางที่ 4 จงคํานวณหาเงินสวนลดและเงินคาสินคาสุทธิของรานคาการเกษตรแหงหนึ่ง โดยมีเงื่อนไข ดังตอไปนี้ ถาซื้อสินคา > 10,000 บาท ใหสวนลด 10% ถาซื้อสินคา 5,000 - 10,000 บาท ใหสวนลด 5% ถาซื้อสินคา 1000 - 4999 บาท ใหสวนลด 3% ถาซื้อสินคา < 1000 บาท ไมใหสวนลด วิธีทํา สิ่งที่ตองการ 1. คํานวณเงินสวนลดคาซื้อสินคา 2. คํานวณเงินคาสินคาสุทธิเมื่อหักสวนลดแลวที่ลูกคาจะตองจาย ผลลัพธที่ตองการ 1. รหัสสินคา 2. ราคาสินคา 3. เงินสวนลด 4. เงินสุทธิที่ตองจาย ขอมูลนําเขา 1. รหัสสินคา 2. ราคาสินคา
  9. 9. ตัวแปรที่ใช 1. รหัสสินคา : Code 2. ราคาสินคา : Price 3. เงินสวนลด : Discount 4. เงินสุทธิที่ตองจาย : Net วิธีการประมวลผล 1. เริ่มตนการทํางาน 2. กําหนดคาของเงินสวนลดและเงินสุทธิใหเปน 0 (Discount ,Net ß 0) 3. อานคา Code , Price 4. ถา Price > 10000 ให Discount ß 0.10 แลวทําขอ 3 ถา Price > = 5000 ให Discount ß Price * 0.05 แลวทําขอ 3 ถา Price >= 1000 ให Discount ß Price * 0.03 แลวทําขอ 3 ถา Price < 1000 ให Discount ß 0 5. Net = Price – Discount 6. พิมพ Code, Price, Discount, Net 7. จบการทํางาน ตัวอยางที่ 5 จงคํานวณหาคาคอมมิชชั่นจากการขายสินคาของพนักงานขาย โดยบริษัทมีเงื่อนไขดังนี้ ถาขายสินคาไดมากกวา 50,000 บาท ใหคอมมิชชั่น 10% ถาขายสินคาได 20,000 - 50,000 บาท ใหคอมมิชชั่น 7 % ถาขายสินคาไดนอยกวา 20,000 บาท ใหคอมมิชชั่น 5 % วิธีทํา สิ่งที่ตองการ 1. คํานวณหาคาคอมมิชชั่นจากการขายสินคาของพนักงาน ผลลัพธที่ตองการ 1. รหัสพนักงาน 2. ชื่อพนักงานขาย 3. ยอดขายสินคา 4. คาคอมมิชชั่น ขอมูลนําเขา 1. รหัสพนักงาน 2. ชื่อพนักงานขาย 3. ยอดขายสินคา ตัวแปรที่ใช 1. ID = รหัสพนักงาน 2. NAME = ชื่อพนักงานขาย
  10. 10. 3. SALE = ยอดขายสินคา 4. COMMISSION = คาคอมมิชชั่น วิธีการประมวลผล 1. เริ่มตนการทํางาน 2. พิมพหัวตาราง 3. กําหนดใหยอดรวมเปน 0 (COMMISSION =0 ) 4. อานคา ID, NAME, SALE 5. ตรวจสอบยอดขายสินคา ถา SALE > 50000 ให COMMISSION = SALE * 0.10 มิฉะนั้นแลว ถา SALE >= 20000 ให COMMISSION = SALE * 0.07 มิฉะนั้นแลว COMMISSION = SALE * 0.05 6. พิมพคา ID, NAME, SALE, COMMISSION 7. จบการทางาน ตัวอยางที่ 6 จงวิเคราะหปญหา เพื่อคํานวณคะแนนเฉลี่ยจากการสอบวิชาหลักการเขียนโปรแกรมของ นักศึกษา 30 คน วิธีทํา สิ่งที่ตองการ 1. คะแนนเฉลี่ยวิชาหลักการเขียนโปรแกรม นักศึกษา 30 คน ผลลัพธที่ตองการ 1. ชื่อนักศึกษา 2. คะแนนสอบวิชาหลักการเขียนโปรแกรม 3. คะแนนรวมของนักศึกษาจานวน 30 คน 4. คะแนนเฉลี่ย ขอมูลนําเขา 1. ชื่อนักศึกษา 2. คะแนนสอบวิชาหลักการเขียนโปรแกรม ตัวแปรที่ใช 1. ชื่อนักศึกษา = NAME 2. คะแนนสอบวิชาหลักการเขียนโปรแกรม = SCORE 3. คะแนนรวมของนักศึกษาจานวน 30 คน = SUM 4. คะแนนเฉลี่ย = AVERAGE 5. จํานวนนักศึกษา = I วิธีประมวลผล 1. เริ่มตนการทางาน
  11. 11. 2. กําหนดคา SUM = 0, AVERAGE = 0 , I=1 3. ในขณะที่ I <= 30 ใหทา 3.1 อานคา NAME , SCORE 3.2 คํานวณคะแนนรวม SUM = SUM + SCORE 3.3 พิมพ NAME , SCORE 3.4 เพิ่มคา I = I + 1 4. คํานวณคะแนนเฉลี่ย AVERAGE = SUM/30 5. พิมพ SUM , AVERAGE 6. จบการทํางาน ตัวอยางที่ 7 จงวิเคราะหปญหาเพื่อคํานวณเงินสวนลดและราคาสุทธิ คาซื้อผาพื้นเมืองของกลุมแมบานแหง หนึ่ง โดยทางกลุมตั้งราคาขาย และกําหนดเงื่อนไขการใหสวนลดดังนี้ 1. ถาซื้อผา >= 1000 หลา ราคาหลาละ 80 บาท ถาซื้อผา >= 500 หลา ราคาหลาละ 100 บาท ถาซื้อผา < 500 หลา ราคาหลาละ 120 บาท 2. ถาราคาผา >= 100000 บาท ใหสวนลด 30% ถาราคาผา >= 50000 บาท ใหสวนลด 20% ถาราคาผา >= 10000 บาท ใหสวนลด 10% ถาราคาผา < 100000 บาท ไมใหสวนลด วิธีทํา สิ่งที่ตองการ เงินสวนลดและราคาสุทธิ คาซื้อผาพื้นเมือง รูปแบบผลลัพธ 1. ชื่อลูกคา 2. จํานวนหลาที่ซื้อผา 3. ราคาผา 4. เงินสวนลด 5. ราคาผาสุทธิ ขอมูลนาเขา 1. ชื่อลูกคา 2. จํานวนหลาที่ซื้อผา ตัวแปรที่ใช 1. ชื่อลูกคา = NAME 2. จํานวนหลาที่ซื้อผา = YARD 3. ราคาผา = PRICE 4. เงินสวนลด = DISCOUNT
  12. 12. 5. ราคาผาสุทธิ = NET วิธีประมวลผล 1. เริ่มตนการทางาน 2. กําหนดให PRICE , DISCOUNT , NET = 0 3. อานขอมูล NAME, YARD 4. คํานวณราคาผา จากเงื่อนไข ถา YARD >= 1000 ให PRICE = YARD * 80 มิฉะนั้นแลว ถา YARD >= 500 ให PRICE = YARD * 100 มิฉะนั้นแลว ให PRICE = YARD * 120 5. คํานวณเงินสวนลด จากเงื่อนไข ถา PRICE >= 100000 ให DISCOUNT = PRICE * 0.3 มิฉะนั้นแลว ถา PRICE >= 50000 บาท ให DISCOUNT = PRICE * 0.2 มิฉะนั้นแลว ถา PRICE >= 10000 บาท ให DISCOUNT = PRICE * 0.1 มิฉะนั้นแลว DISCOUNT = 0 6. คํานวณราคาผาสุทธิ NET = PRICE - DISCOUNT 7. พิมพคา NAME, YARD , PRICE, DISCOUNT, NET 8. จบการทํางาน ตัวอยางที่ 8 จงวิเคราะหปญหาเพื่อคํานวณเงินโบนัสประจําปใหกับพนักงานของบริษัทจํานวน 30 คน และให คํานวณหาจํานวนเงินโบนัสทั้งหมดที่บริษัทจะตองเตรียมไวเพื่อจายใหกับพนักงาน โดยบริษัทจะคํานวณโบนัส จากอายุการทํางานตามเงื่อนไขดังนี้ ถาทํางาน >= 20 ป ใหโบนัส 5 เดือน ถาทํางาน >= 10 ป ใหโบนัส 4 เดือน ถาทํางาน >= 5 ป ใหโบนัส 3 เดือน ถาทํางาน < 5 ป ใหโบนัส 2 เดือน วิธีทํา สิ่งที่ตองการ เงินโบนัสของพนักงานแตละคน และเงินโบนัสรวมทั้งหมด รูปแบบผลลัพธ 1. ชื่อพนักงาน 2. อายุการทํางาน 3. เงินเดือน 4. เงินโบนัส 5. เงินโบนัสรวมทั้งหมด ขอมูลนําเขา 1. ชื่อพนักงาน 2. อายุการทํางาน
  13. 13. 3. เงินเดือน ตัวแปรที่ใช 1. ชื่อพนักงาน : NAME 2. อายุการทํางาน : YEAR 3. เงินเดือน : SALARY 4. เงินโบนัส : BONUS 5. เงินโบนัสรวมทั้งหมด : TOTAL 6. จํานวนพนักงาน : I วิธีประมวลผล 1. เริ่มตนการทํางาน 2. กําหนดให BONUS , TOTAL = 0 3. กําหนดให I = 1 4. ในขณะที่ I <= 30 ใหทํา 4.1 อานขอมูล NAME, YEAR , SALARY 4.2 คํานวณเงินโบนัส จากเงื่อนไข 4.2.1 ถา YEAR >= 20 ให BONUS = SARARY * 5 มิฉะนั้นแลว 4.2.2 ถา YEAR >= 10 ให BONUS = SARARY * 4 มิฉะนั้นแลว 4.2.3 ถา YEAR >= 5 ให BONUS = SARARY * 3 มิฉะนั้นแลว 4.2.4 BONUS = SARARY * 2 4.3 พิมพ NAME, YEAR , SALARY, BONUS 4.4 สะสมเงินโบนัส TOTAL = TOTAL + BONUS 4.5 นับจํานวนพนักงาน I = I + 1 5. พิมพเงินโบนัสรวมทั้งหมด TOTAL 6. จบการทํางาน
  14. 14. แบบฝกหัดที่ 1 1. จงวิเคราะหปญหาเพื่อคํานวณหาพื้นที่รูปสี่เหลี่ยมผืนผา 2. จงวิเคราะหปญหา เพื่อคํานวณความสูงเฉลี่ยของนักศึกษาจานวน 15 คน 3. จงวิเคราะหปญหา เพื่อคํานวณหาผลบวก , ผลคูณ และผลหาร ของเลขสองจานวนที่รับเขามาทาง แปนพิมพ 4. จงวิเคราะหปญหาเพื่อคํานวณหารายไดสุทธิของพนักงาน โดยที่พนักงานมีรายไดประจาจาก เงินเดือน,เงินลวงเวลาและเงินชวยเหลือบุตร ทุกเดือนจะถูกหักภาษี 2% จากเงินเดือนและเงินลวงเวลา 5. จงวิเคราะหปญหา เพื่อคํานวณรายไดสุทธิของพนักงานจํานวนทั้งหมด 20 คน โดยรายไดมาจาก เงินเดือนและคาคอมมิชชั่นรอยละ 20 จากการขายสินคา พนักงานจะถูกหักเงินประกันสังคมเดือนละ 3% จากรายได และใหคํานวณยอดรวมของคาคอมมิชชั่น, เงินประกันสังคม และรายไดสุทธิ

×