คนดีชอบทำงาน คนพาลชอบทำลาย

976 views

Published on

พระธรรมปีใหม่
จากวัดไทยกรุงวอชิงตัน, ดี.ซี.
ปี ๒๕๕๕
(ตอนที่ ๒)

Published in: Education
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
976
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
3
Actions
Shares
0
Downloads
5
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

คนดีชอบทำงาน คนพาลชอบทำลาย

  1. 1. พรธรรมปีใหม่...จากวัดไทยกรุงวอชิงตัน,ดี.ซี. ปี ๒๕๕๕ 15คนดีชอบท�างาน คนพาลชอบท�าลาย ยส� ลทฺธาน ทุมฺเมโธ อนตฺถ� จรติ อตฺตโน อตฺตโน จ ปเรสญฺจ หึสาย ปฏิปชฺชติ. คนทรามปัญญาได้ยศแล้ว ย่อมประพฤติสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์แก่ตน ย่อมปฏิบัติเพื่อเบียดเบียนตนและคนอื่น บรรดามนุษย์ทั้งหลายทุกชาติ ทุกภาษา ทุกเผ่าพันธุ์ ไม่ว่าจะนับถือลัทธิศาสนาอะไร เมื่อกล่าวโดยสรุปแล้ว ก็มีบุคคลอยู่๒ ประเภท คือ คนพาล(คนชั่ว) กับบัณฑิต (คนดี) ประเด็นแรกเราก็มาท�าความเข้าใจกันในบุคคล ๒ ประเภทนีเสียก่อน คนพาล ้กับบัณฑิตนั้น มีลักษณะแตกต่างกันอย่างไร คนพาลคือคนประเภทไหนมีอะไรเป็นเครื่องบอกว่าเป็นคนพาล ค�าว่า “พาล” แปลว่า อ่อน หมายความว่า คนพาลอ่อนความคิด คือไม่มความคิดในทางริเริมสร้างสรรค์ มีเหมือนกันแต่ ี ่เป็นความคิดทีออนปวกเปียก เรียกว่าใช้ไม่ได้ ไม่มความคิดในการ ่ ่ ีพัฒนาชีวตให้ดขนให้เจริญก้าวหน้าขึนกว่าทีเคยเป็นอยูกอน เคย ิ ี ึ้ ้ ่ ่ ่เป็นอยู่อย่างไรก็เป็นอยู่อย่างนั้น มิหน�าซ�้ายังปล่อยชีวิตให้เป็นไปตามอ�านาจกิเลสตัณหาอารมณ์ฝ่ายต�่า ไม่น�าพาคิดหาอุบายให้ชวตเป็นไปตามหลักเหตุผล คนเช่นนีเรียกว่าเป็นคนพาล (อ่อน ีิ ้
  2. 2. 16 พรธรรมปีใหม่...จากวัดไทยกรุงวอชิงตัน,ดี.ซี. ปี ๒๕๕๕ความคิด) เมื่ออ่อนความคิดแล้ว คนพาลก็ยังอ่อนสติอีกด้วย คือเป็นบุคคลประเภทประมาทขาดสติ มีความสะเพร่าเป็นนิสัยท�าอะไรพูดอะไร คิดอะไร ขาดความระมัดระวังพลั้งพลาดอยู่เสมอ นี่คือลักษณะของคนอ่อนสติ สติยังอ่อนส่งผลสะท้อนให้เกิดความบกพร่องในการท�าหน้าที่การงาน นอกจากอ่อนความคิด อ่อนสติแล้ว คนพาลก็ยงอ่อนปัญญา ัคือไม่มีปรีชาความรู้ซึ้งถึงเหตุผล เป็นคนมีชีวิตอยู่สักแต่ว่าลมหายใจเข้า หายใจออกเท่านั้น ไม่ผิดอะไรกับคนตายแถมยังท�าลายประโยชน์ทั้งในโลกนี้และประโยชน์ในโลกเบื้องหน้า อันตนควรจะได้เสียอีก นีแหละคือคนพาลสันดานอ่อนความคิด อ่อน ่สติ และอ่อนปัญญา เรื่องของ “พาล” ที่แปลว่าอ่อน ได้แก่อ่อนความคิด อ่อนสติ อ่อนปัญญา แม้ว่าร่างกายจะก�าย�าล�่าสันมีก�าลังแข็งแรงเทียมดังช้าง ไม่ต่างอะไรกับเวสสุวรรณ ทศกัณฐ์ยักษา แต่ถ้าอ่อนความคิด อ่อนสติ อ่อนปัญญา ก็ได้ชื่อว่าเป็นคนพาลอยู่นั้นเอง เมื่อคนพาลเป็นคนอ่อนความคิด อ่อนสติ อ่อนปัญญา ก็ไม่คิดหาทางสร้างสรรค์ชวตให้เจริญก้าวหน้าด้วยเหตุผล คิดวนอยู่ ีิแต่ในเรื่องไร้สาระ เช่น เรื่องเครื่องรางของขลังโชคชะตาราศีเคราะห์ดเคราะห์ราย วุนวายอยูแต่ในเรืองตืนผูวเศษ เป็นเหตุให้ ี ้ ่ ่ ่ ่ ้ิเสี ย ประโยชน์ ทั้ ง ปั จ จุ บั น และอนาคต นี่ คื อ ความหมายของ“พาล” ถ้าอ่อนทั้งสามคืออ่อนความคิด อ่อนสติ อ่อนปัญญา มีอยู่ในบุคคลใด ก็คนนั้นแหละคือ “คนพาล” ไม่ว่าจะเป็นคน
  3. 3. พรธรรมปีใหม่...จากวัดไทยกรุงวอชิงตัน,ดี.ซี. ปี ๒๕๕๕ 17ประเภทไหน อยู่ในเพศไหน วัยไหน มีต�าแหน่งหน้าที่การงานอะไรก็ตามก็ได้ชื่อว่า เป็นคนพาลด้วยกันทั้งนั้น นอกจากจุดอ่อนทั้งสามคืออ่อนความคิด อ่อนสติ และอ่อนปัญญา จะเป็นการบ่งบอกถึงลักษณะของคนพาลแล้ว ก็ยังมี“อาการของคนพาล” อีกคือคนพาลมีอาการแสดงออกบอกให้รู้อยู่ ๓ จุดด้วยกันคือ คนพาลคิดแต่เรื่องชั่วๆ ที่ตัวเคยคิดมาแล้วเป็นนิสัย คนพาลพูดแต่เรื่องชั่วๆ ที่ตัวเคยคิดมาแล้วเป็นนิสัย คนพาลท�าแต่เรื่องชั่วๆ ที่ตัวเคยท�ามาแล้วเป็นนิสัย ตามหลักทังสามนี้ เราก็ได้จดสังเกตรูอาการของคนพาลสาม ้ ุ ้จุด คือ จากความคิด จุดนี้อาจจะยากต่อการสังเกต เพราะเป็นเรื่องภายในจิตใจ แต่ก็พอจะสังเกตได้ จากการพูด และจากการท�า สรุปอาการของคนพาลคือชอบคิดชั่วเป็นนิสัย ชอบพูดชั่วเป็นนิสย และชอบท�าชัวเป็นนิสย คิดแต่เรืองชัวๆ ทีตวเคยคิดมา ั ่ ั ่ ่ ่ ัแล้วเป็นนิสัยนั้น ได้แต่คิดโลภอยากได้ของคนอื่นมาเป็นของตนคิดพยาบาทปองร้ายให้ผู้อื่นถึงความฉิบหาย คิดเห็นผิดจากท�านองคลองธรรม นี่แหละคนพาลคิดแต่เรื่องชั่วเช่นนี้ คนไหนคิดแต่เรืองชัวๆ เช่นนี้ คนนันแหละคือคนพาล สันดานชอบคิดชัว ่ ่ ่ ่พูดแต่เรื่องชั่วๆ ที่ตัวเคยคิดมาแล้วเป็นนิสัยนั้น ได้แก่พูดเท็จโกหกหลอกลวง พูดส่อเสียดยุยงให้คนแตกสามัคคีกัน พูดค�าหยาบคาย พูดเพ้อเจ้อเหลวไหลไร้สาระอันท�าให้คนอืนได้รบความ ่ ัเสียหายจากการพูดชั่วของตน ท�าแต่เรื่องชั่วๆ ที่ตัวเคยท�ามาแล้วเป็นนิสัย ได้แก่การฆ่าสัตว์ การลักทรัพย์ การประพฤติผิด
  4. 4. 18 พรธรรมปีใหม่...จากวัดไทยกรุงวอชิงตัน,ดี.ซี. ปี ๒๕๕๕ในกาม การกระท�าในลักษณะเช่นนี้ คนพาลชอบกันนักชอบกันหนา ถ้าใครคิดชั่ว พูดชั่ว ท�าชั่ว โดยไม่เลิกละ คนนั่นละเป็นคนพาล เพราะการท�าชั่ว การพูดชั่ว การคิดชั่ว เป็นตัวบ่งบอกว่าเป็นอาการของคนพาล ดังนั้น การดูคนพาลจึงให้ดูที่พฤติกรรมทางกาย ทางวาจา ทางใจ ของเขา ให้ดูที่ความคิด ให้ดูที่ค�าพูดให้ดูที่การกระท�าของเขา ลักษณะอาการของคนพาลนั้น ชอบคิดชัวเป็นนิสย (มโนทุจริต) ชอบพูดชัวเป็นนิสย (วจีทจริต) ชอบ ่ ั ่ ั ุท�าชั่วเป็นนิสัย (กายทุจริต) รวมความแล้ว คนที่ชอบประพฤติทุจริตทางกาย ทางวาจา และทางใจ นั่นเองคือคนพาล นี่คือหลั ก การสั ง เกตคนพาล ตามทั ศ นะของพุ ท ธศาสนาแต่ ยั งมีวิธีดูคนพาลอีกวิธีหนึ่ง ซึ่งท่านอกิตติดาบส นักปราชญ์ทางศาสนายุคก่อนพระพุทธเจ้าท่านได้ให้ทฤษฎีสังเกตคนพาลไว้๕ ประการคือ ๑. คนพาลชอบแนะน�าสิ่งที่ไม่ควรแนะน�า ๒. คนพาลชอบประกอบในสิ่งที่ไม่ใช่ธุระ ๓. คนพาลชอบเห็นชั่วเป็นดี ๔. คนพาลแม้คนอื่นพูดดีๆ ก็โกรธ ๕. คนพาลไม่รู้อุบายส�าหรับแนะน�า นีคอทฤษฎีทดสอบคนพาล ตามทัศนะของท่านอกิตติดาบส ่ ืใครทีมพฤติกรรมทัง ๕ นีแสดงออกมา ก็พงทราบเถิดว่า เขาคน ่ ี ้ ้ ึนั่นแหละคือคนพาล ตามหลักการที่ท่านอกิตติดาบสก�าหนดไว้ ได้พูดถึงเรื่องของ “คนพาล” มาพอสมควรแล้ว ต่อไปก็มาท�าความเข้าใจกันในเรื่องของ “บัณฑิต” ค�าว่า “บัณทิต” นั้น
  5. 5. พรธรรมปีใหม่...จากวัดไทยกรุงวอชิงตัน,ดี.ซี. ปี ๒๕๕๕ 19ได้แก่บคคลประเภทไหน ท�าไมจึงเรียกว่าบัณฑิต บัณฑิตนันมีอยู่ ุ ้สองความหมาย ความหมายหนึ่งหมายถึงบัณฑิตทางโลก อีกความหมายหนึ่งหมายถึงบัณฑิตทางธรรม บัณฑิตในทางโลกใช้เรียกบุคคลผู้ส�าเร็จการศึกษาในสาขาวิชาการต่างๆ เช่นส�าเร็จอักษรศาสตร์ก็เรียกว่า “อักษรศาสตรบัณฑิต” ส�าเร็จครุศาสตร์ก็เรียกว่า “ครุศาสตรบัณฑิต” เหล่านี้เป็นต้น ถือเอาความส� า เร็ จ ทางการศึ ก ษาในสาขาวิ ช าต่ า งๆ ซึ่ ง วั ด กั น ด้ ว ยปริญญาตามล�าดับชั้น ตรี โท เอก ส่วนบัณฑิตทางธรรม ท่านหมายถึงบุคคลผู้ด�าเนินชีวิตด้วยปัญญา คือคนที่ใช้ปัญญาความรู้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนและบุคคลอืน บัณฑิตทางธรรม เป็นผูดาเนินชีวตไปตามครรลอง ่ ้ � ิแห่งพระธรรม จะท�าอะไรก็ท�าแต่สิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม จะพูดอะไรก็พูดแต่สิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม จะคิดอะไรก็คิดแต่สิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม ด�าเนินชีวิตแต่ในทางที่เป็นประโยชน์เกื้อกูลและความสุขด้วยสติปญญา รูจกใช้ปญญารอบคอบชอบด้วยเหตุผล ั ้ ั ันี่คือคนที่เป็นบัณฑิตทางธรรม บัณฑิตชนประพฤติแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ตนและคนอื่น ถ้าไม่สามารถประพฤติประโยชน์แก่คนอื่นได้ ก็ควรประพฤติเฉพาะประโยชน์ตน แม้เมื่อไม่สามารถประพฤติประโยชน์ของตนได้ ก็ควรปลีกตัวออกห่างจากความชัว ่เสีย นี่ก็ลักษณะของบัณฑิตทางธรรม บัณฑิตตามทัศนะของพระพุทธศาสนา ถือเอาคุณธรรมเป็นเครื่องวัดภูมิของบัณฑิตผิ ด ตรงกั น ข้ า มกั บ บั ณ ฑิ ต ทางโลกซึ่ ง ถื อ เอาวิ ท ยฐานะ หรื อปริญญาดีกรีเป็นเครืองวัดภูมบณฑิตทางโลก ตามความเป็นจริง ่ ิ ั
  6. 6. 20 พรธรรมปีใหม่...จากวัดไทยกรุงวอชิงตัน,ดี.ซี. ปี ๒๕๕๕แล้ว ค่าของบัณฑิตทางธรรมอยูทการด�าเนินชีวตด้วยสติปญญา ่ ี่ ิ ัและการบ�าเพ็ญประโยชน์เป็นประการส�าคัญ ดังประพันธ์พุทธภาษิตว่า ทิฏฺเฐ ธมฺเม จ โย อตฺโถ โย จตฺโถ สมฺปรายิโก อตฺถาภิสมยา ธีโร ปณฺฑิโตติ ปวุจฺจติ. คนฉลาดรู้จักประโยชน์ชาตินี้ ประโยชน์ชาติหน้า และประโยชน์อย่างยิ่ง (นิพพาน) เรียกว่าบัณฑิต ค่าของบัณฑิตขึนอยูกบประโยชน์ คนไหนท�าประโยชน์ได้มาก ้ ่ ัคนนั้นก็มีค่ามาก บัณฑิตย่อมยึดไว้ได้ซึ่งประโยชน์ทั้งสอง คือประโยชน์ปจจุบน และประโยชน์ขางหน้า ยึดเอาประโยชน์ทงสอง ั ั ้ ั้มาเป็นภาระหน้าที่ของตนที่จะต้องปฏิบัติบ�าเพ็ญจริงๆ ไม่สลัดทิ้งภาระที่มาถึงตัว มุ่งถือประโยชน์ทั้งสองมาเป็นเครื่องมือในการสร้ างตนให้มีฐานะมั่นคงในปัจจุบัน และสร้ า งสรรค์ ทางด�าเนินชีวิตให้ราบรื่นในกาลข้างหน้า บัณฑิตตามทัศนะของพระพุทธศาสนา นอกจากสร้างฐานะของตนให้มนคงในปัจจุบนแล้ว ยังมีความรูสกส�านึกในบาปบุญ ั่ ั ้ ึคุณโทษ อันติดตามไปในกาลข้างหน้าจึงต้องหาอุบายป้องกันบาปแล้วสั่งสมบุญ ยึดหลักธรรมคือศรัทธา ศีล จาคะ และปัญญา มาสร้างมรรคา เพื่อด�าเนินชีวิตไปสู่ชาติหน้าด้วยความราบรื่น เมื่อได้ทราบเรื่องของบัณฑิต คือผู้ด�าเนินชีวิตด้วยสติปัญญาและเป็นผู้บ�าเพ็ญประโยชน์ทั้งสอง มาพอสมควรแล้วประเด็นต่อไป ก็ควรจะต้องรู้จักอาการของบัณฑิตด้วย อาการแสดงออกของบัณฑิตนั้น มีอยู่ ๓ ประการ คือ
  7. 7. พรธรรมปีใหม่...จากวัดไทยกรุงวอชิงตัน,ดี.ซี. ปี ๒๕๕๕ 21 ๑. บัณฑิตคิดดีเป็นปกตินิสัย ๒. บัณฑิตพูดดีเป็นปกตินิสัย ๓. บัณฑิตท�าดีเป็นปกตินิสัย ตามหลักการข้างบนนี้ เราได้จุดสังเกตอาการของบัณฑิต ๓จุดด้วยกันคือ ๑. สังเกตจากการคิด ๒. สังเกตจากการพูด ๓. สังเกตจากการท�า การคิดดี การพูดดี การท�าดีเป็นปกตินิสัย นี่คือลักษณะอาการของบัณฑิต บัณฑิตมีอัธยาศัยไม่คิดโลภอยากได้ของคนอืนมาเป็นของตน มีอธยาศัยไม่คดประทุษร้ายคนอืนและสัตว์อน ่ ั ิ ่ ื่ให้ได้รับความทุกข์ความเดือดร้อน มีอัธยาศัยไม่คิดเบียดเบียนคนอื่นและสัตว์อื่นในทางมโนกรรม บัณฑิตมีอัธยาศัยเช่นนี้ ในทางวจีกรรม บัณฑิตมีอธยาศัยพูดแต่คาสัตย์ความจริงพูด ั �ค�าอ่อนหวานค�าประสานสามัคคี พูดวจีไพเราะ พูดเฉพาะแต่ค�าที่มีประโยชน์ ในทางกายกรรม บัณฑิตมีอัธยาศัยในการเว้นจากการฆ่า เว้นจากเบียดเบียน เว้นจากการลักขโมย และเว้นจากประพฤติล่วงประเวณี ที่กล่าวมาโดยย่อนี้ คืออาการของบัณฑิตบัณฑิตมีอาการท�าดี มีอาการพูดดี มีอาการคิดดี เป็นปกตินิสัย ทีกล่าวมาทังหมดนี้ เป็นเรืองของ “คนพาล” และเรืองของ ่ ้ ่ ่“บัณฑิต” ต่อไปก็เข้าสู่ประเด็นในข้อที่ว่า “คนดีชอบท�างาน – คนพาลชอบท�าลาย” “คนดี” ในที่นี้ ได้แก่บัณฑิตนั้นเอง คนดีชอบท�างาน คนดีไม่
  8. 8. 22 พรธรรมปีใหม่...จากวัดไทยกรุงวอชิงตัน,ดี.ซี. ปี ๒๕๕๕ว่ายุคไหน สมัยไหน เกิดขึ้นมาแล้วก็ชอบท�างานทั้งที่เป็นงานส่วนตัว งานส่วนรวม ก็ร่วมด้วยช่วยท�า ไม่ว่าจะเป็นงานต�่างานสูง งานบ้าน งานเมือง เรืองอะไรทีเป็นประโยชน์แก่ตนแก่คนอืน ่ ่ ่แก่สังคมประเทศชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ก็ท�าได้ทั้งนั้น ไม่คิดผัดวันประกันเวลาในการท�างานที่ดี มีประโยชน์ คนดีได้รับมอบหมายหน้าที่การงานอะไรมาก็ตั้งใจ พอใจ ชอบใจ ในหน้าที่การงานนันๆ แล้วก็พยายามท�างานด้วยความเข้าใจเอาใจใส่ฝกใฝ่ ้ ัอยู่ในการท�างานนั้นจนกว่าจะส�าเร็จผล ไม่เป็นคนจับจดอ้างนั่นอ้างนี่ ไม่หนีงาน ถือหลักว่า การท�างานในหน้าที่เป็นการปฏิบัติธรรมในชีวิตประจ�าวัน ดังนั้น คนดีจึงท�างานได้ทั้งคดีโลก คดีธรรม คือทั้งงานทางโลก งานทางธรรม โลกก็ไม่ให้ช�้า ธรรมก็ไม่ให้เสีย ไม่ยอมปล่อยเวลาให้ลวงไปเปล่าๆ โดยทีไม่ยอมท�างาน ่ ่อะไร เป็นการหายใจทิ้งเปล่าๆ คนดีอยู่นิ่งไม่ได้ ต้องตั้งใจท�างานแข่งเวลา ช้าไม่ได้ในเรืองท�างาน คนดีถอหลักว่า “ค่าของคน อยู่ ่ ืที่ผลของการท�างาน” คนดีที่รับผิดชอบในการบริหารประเทศชาติบ้านเมืองเรื่องท�างานเพื่อประโยชน์เกื้อกูล และความสุข แก่ประชาชนชาวบ้านถือเป็นงานส�าคัญมาก และเป็นงานเร่งด่วน ควรจะท�าทันที ในวันนี้และเดี๋ยวนี้ คนดีจะไม่ผัดวันประกันเวลาในการท�างาน รีบท�าทันทีทันควัน ไม่หันรีหันขวาง อ้างนั่นอ้างนี่ลงพื้นที่สารวจ �ความเป็นอยู่ของประชาชนทุกหนทุกแห่งแบ่งงานกันท�าเป็นระบบ พบชาวบ้านมีปัญหาเรื่องอะไรเร่งแก้ไขให้ทันกาล อย่าปล่อยให้งานล่าช้า อย่าเห็นว่าปัญหาของประชาชนเป็นเรื่องไม่
  9. 9. พรธรรมปีใหม่...จากวัดไทยกรุงวอชิงตัน,ดี.ซี. ปี ๒๕๕๕ 23ส�าคัญ ส�าคัญยิงกว่าเรืองอืนใดทังหมด ก�าหนดไว้ในหัวใจประจ�า ่ ่ ่ ้วันว่า นั่นคือปัญหาของประชาชนรากหญ้า รีบหาอุบายคลายทุกข์พวกเขาทันทีทนใด ถือคติวา “คนดีชอบแก้ไข แต่คนจัญไร ั ่ชอบแก้ตว” คนดีชอบแก้ไข คือแก้ไขปัญหาความทุกข์ความเดือด ัร้อนของประชาชน ในทุกๆ ด้าน ถ้าประเทศชาติบ้านเมืองใด ได้คนดีมาเป็นรัฐบาลชาวบ้านทัวไปก็ได้รบแต่ความสุข ความเจริญ ่ ัความก้าวหน้า และความปลอดภัยในชีวต ชีวตไร้ปญหาเพราะว่า ิ ิ ัได้เลือกคนดีมาเป็นรัฐบาล มาบริหารประเทศชาติบ้านเมืองสาธุ! ขอให้สังคมไทยได้รัฐบาลที่ดี มีศีล มีธรรม มารับผิดชอบบริหารประเทศชาติบ้านเมืองกันเถิด จะได้เกิดสิริมงคลส่งผลให้ประชาชนมีความร่มเย็น เป็นสุข ปราศจากความทุกข์ ความเดือดร้อน โดยประการทั้งปวง ประเด็นของ “คนดีชอบท�างาน” กล่าวมาโดยย่อ ขอผ่านไปขอเข้าสู่ประเด็นของ “คนพาลชอบท�าลาย” ต่อไป ในประเด็นนี้ คนพาลคือคนประเภทไหน ท�าไมจึงได้ชื่อว่าเป็น “คนพาล” ประเด็นนี้ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นนั้น แต่ขอย�้าอีกครั้งเพื่อหวังให้ท่านทังหลายได้ทบทวนความจ�า แล้วจะท�าให้ทานทังหลายเข้าใจ ้ ่ ้ได้ง่ายขึ้น เมื่อพูดถึงคนพาลชอบท�าลาย คนพาลคือคนชั่วคนไม่ดี เพราะมีลักษณะอ่อนความคิด อ่อนสติ และอ่อนปัญญานอกจากลักษณะทัง ๓ นีแล้ว ก็ยงมีจดสังเกตดูคนพาลอีก ๓ จุด ้ ้ ั ุคือสังเกตอาการของคนพาล คนพาลมีอาการแสดงออกมา ๓จุดด้วยกันคือ คนพาลชอบคิดชั่ว เป็นปกตินิสัย
  10. 10. 24 พรธรรมปีใหม่...จากวัดไทยกรุงวอชิงตัน,ดี.ซี. ปี ๒๕๕๕ คนพาลชอบพูดชั่ว เป็นปกตินิสัย คนพาลชอบท�าชั่ว เป็นปกตินิสัย หากอาการทั้ง ๓ นี้ มีอยู่ในบุคคลใด ก็บุคคลนั้นแหละคือ“คนพาล” คนพาลมีสันดานชอบคิดชั่ว ชอบพูดชั่วและชอบท�าชั่ว เป็นนิสัยสันดาน เมื่อทราบลักษณะอาการของคนพาลแล้ว ท่านทั้งหลายก็คงจะเข้าใจได้โดยปราศจากความลังเลสงสัยว่า คนพาลนั้นชอบท�าลายอย่างไร สังเกตได้จากอาการทีหนึงว่า คนพาลชอบคิดชัว ่ ่ ่เป็นนิสัยสันดาน คิดชั่วคือคิดอย่างไร คิดชั่วก็คือคิดโลภอยากได้ของคนอื่นมาเป็นของตน คนที่คิดอยากได้ของคนอื่นนั้น มันเป็นการท�าลายกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของคนอื่น เมื่อคิดอยากได้ของเขาก็หาวิธจะเอาให้ได้ ไม่วาโดยวิธใดถ้าไม่ได้ดวยเล่หกตอง ี ่ ี ้ ์ ็ ้เอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ก็ต้องเอาด้วยคาถา หาทางคดโกงคอร์รปชัน ท�ามันทุกอย่างขอให้ได้ทรัพย์มาเป็นของตน คนทีท�า ั ่ ่เช่นนี้จะไม่เรียกว่าเป็นคนชอบท�าลาย แล้วจะเรียกว่าอย่างไร คนพาลนอกจากจะคิดโลภอยากได้ของเขาแล้ว ยังคิดที่จะประทุษร้าย ท�าลายล้างผลาญคนอื่นอีกด้วย ช่วยบอกหน่อยซิว่า การกระท�าเช่นนี้ของคนพาล เป็นการท�าลายไหม แน่นอนคนพาลชอบท�าลาย ท�าลายทุกอย่างที่ขวางหน้า ยุคไหน สมัยไหน ถ้ามีคนพาลอาศัยอยูในสังคมมาก ยุคนัน สมัยนัน หาความ ่ ้ ้ปลอดภัยในชีวิตไม่ค่อยจะได้ สุจริตชนคนดีๆ ในสังคมต่างก็มีความระทมทุกข์กันไปทุกหย่อมหญ้า เพราะว่าคนพาลชอบท�าลาย ร้ายไหมละท่าน! นี่แหละคนพาลชอบท�าลายเป็นนิสัย
  11. 11. พรธรรมปีใหม่...จากวัดไทยกรุงวอชิงตัน,ดี.ซี. ปี ๒๕๕๕ 25สันดาน ยิ่งถ้าคนพาลได้ยศ ได้อ�านาจเป็นใหญ่ในแผ่นดินด้วยแล้ว สังคมมนุษย์ก็จะร้อนเป็นไฟ เพราะคนพาลย่อมประพฤติแต่สงทีไม่เป็นประโยชน์แก่ตน ย่อมปฏิบตเพือเบียดเบียนตนและ ิ่ ่ ั ิ ่คนอื่นให้เดือดร้อน ดังค�าสอนที่พระพุทธองค์ตรัสว่า ยส� ลทฺธาน ทุมฺเมโธ อนตฺถ� จรติ อตฺตโน อตฺตโน จ ปเรสญฺจ หึสาย ปฏิปชฺชติ. คนทรามปัญญา (คนพาล) ได้ยศแล้วย่อมประพฤติสิ่ง ที่ ไ ม่ เ ป็ น ประโยชน์ แ ก่ ต น ย่ อ มปฏิ บั ติ เ พื่ อ เบี ย ดเบี ย นตน และคนอื่น คนพาลได้ยศได้อ�านาจแล้ว มักจะลืมทุกสิ่งทุกอย่าง ลืมตัวเอง ลืมหน้าทีการงาน ลืมบริวารเพือนฝูง ลืมบ้านเกิดเมืองนอน ่ ่ลืมประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของชาติ ลืมศาสนา ลืมความเป็นธรรม ความยุติธรรม ความเสมอภาค พฤติกรรมของคนพาลที่ได้ยศได้อ�านาจ ตามที่กล่าวมาโดยย่อนี้ ชี้ให้เห็นอย่างเด่นชัดโดยไม่ต้องสงสัยว่า “คนพาลชอบท�าลาย” หลักค�าสอนในทางพระพุทธศาสนา พระพุทธองค์ทรงเตือนว่า อย่าให้ยศ อย่าให้อ�านาจแก่คนพาล อย่ายกย่อง อย่าสรรเสริญคนพาล อย่ามอบอ�านาจให้คนพาลเป็นใหญ่ในการบริหารประเทศชาติบ้านเมือง เพราะจะก่อความเสียหายท�าลายประเทศชาติ บ ้ า นเมื อ งให้ ป ระสบกั บ ความหายนะล่ ม จมในบันปลาย เพราะเรืองเคยมีมาแล้ว ควรระวังกันให้ดอย่าผลีผลาม ้ ่ ีมอบความเป็นใหญ่ให้คนพาลเป็นอันขาด ถ้ามาตรแม้นว่าคนพาลที่เป็นคนธรรมดาสามัญชาวบ้านทั่วไป ภัยอันตรายที่เกิด
  12. 12. 26 พรธรรมปีใหม่...จากวัดไทยกรุงวอชิงตัน,ดี.ซี. ปี ๒๕๕๕จากคนพาลประเภทนี้ ก็อยูในวงแคบอยูขอบเขตจ�ากัด จัดว่าเป็น ่ ่ภัยอันตรายเป็นการท�าลายกันในสังคมของคนที่ไม่มีอ�านาจ แม้จะเป็นเรื่องที่ไม่ดี แต่ก็ยังพอท�าเนาไม่เท่ากับคนพาลที่มียศมีอ�านาจเป็นใหญ่ในแผ่นดิน คนพาลประเภทนี้มีพิษสงร้ายกาจมาก อยากจะพูดว่าท�าลายทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งด้านเศรษฐกิจทหาร การเมือง เรื่องการศึกษา การปกครอง เรื่องสังคมวัฒนธรรมประเพณี หนีไม่พ้นกระทั่งสิ่งแวดล้อม ก็พร้อมถูกท�าลาย ด้วยฝีมอของคนพาลได้ยศ ได้อานาจเป็นใหญ่ในแผ่นดิน ื �ทั้งนั้น โอ! ขอให้ยุคของคนพาลได้ยศได้อ�านาจ ปลาสนาการไปจากสังคมไทยในเร็ววันนี้เทอญ อันคนดี ชอบท�างาน การต่างต่างท�าทุกอย่าง ในทาง การสร้างสรรค์เพื่อประโยชน์ และความสุข ท�าทุกวันไม่ผัดวัน ประกันพรุ่ง มุ่งท�าดี พวกคนดี ชอบท�างาน การกุศลเพื่อให้คน ในสังคม นิยมดีท�าทุกอย่าง ในทาง สร้างความดีชอบท�าดี ที่ถูกต้อง ตามคลองธรรม เมื่อคนดี ชอบท�างาน ด้านต่างต่างตามตัวอย่าง ที่กล่าวอ้าง ทางชอบธรรมท�าอะไร อยู่ในกรอบ อันชอบธรรมท�าประจ�า เป็นนิสัย ใฝ่ความดี
  13. 13. พรธรรมปีใหม่...จากวัดไทยกรุงวอชิงตัน,ดี.ซี. ปี ๒๕๕๕ 27 ด้วยเหตุผล ที่คนดี ไม่หนีงานจึงเป็นการ ส่งเสริม เพิ่มศักดิ์ศรีให้ลาภยศ เพิ่มพูน คูณทวีด้วยเหตุที่ คนดี ชอบท�างาน ส่วนคนพาล ชอบท�าลาย ร้ายที่สุดเป็นมนุษย์ อันตราย ร้ายเอาการอยู่ที่ไหน ก็ท�าให้ คนร�าคาญชอบล้างผลาญ สังคม ให้ล่มจม สังคมใด ให้คนพาล อาศัยอยู่เหมือนศัตรู อยู่อาศัย ในสังคมก็ท�าลาย ทุกอย่าง ทางสังคมให้ล่มจม วายวอด ตลอดกาล ด้วยเหตุนี้ คนดี จึงเตือนตักให้ทุกคน รู้จัก สร้างหลักฐานอย่าปล่อยให้ คนพาล มารุกรานสร้างปราการ ด้วยหลักธรรม ค�้าประกัน ถ้าท�าได้ เช่นนี้ จะดีมากจึงขอฝาก ให้ทุกคน สนใจกันใช้หลักธรรม ในชีวิต ประจ�าวันเพื่อป้องกัน คนพาล สันดานทราม ฯ

×