ภาษาเพื่อการสื่อสารG4

826 views

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
826
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
7
Actions
Shares
0
Downloads
9
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

ภาษาเพื่อการสื่อสารG4

  1. 1. นางสาวรุ้งนภาพร ภูชาดา มหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์
  2. 2.
  3. 3. ภาษา หมายถึง กริยาอาการที่แสดงออกมาแล้วสามารถทาความเข้าใจกันได้ ไม่ ว่าจะเป็นระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ มนุษย์กับสัตว์ หรือสัตว์กับสัตว์ ภาษามนุษย์หรือเรียกว่าภาษาธรรมชาติ และอยู่ในเนื้อหาของวิชาภาษาศาสตร์ ภาษามนุษย์โดยทั่วไปเชื่อว่ามีพัฒนาการเริ่มแรกสาหรับใช้ในการพูด หลังจากนั้นจึงถูก นามาใช้ในการเขียน และได้มีการทาการศึกษาเพื่อทาความเข้าใจหลักไวยากรณ์ ภาษาต่าง ๆ มีการดารงชีวิต เดินทางจากสถานที่หนึ่งไปอีกสถานที่หนึ่ง มีการ เปลี่ยนแปลงไปกับเวลา และตายไป ภาษาใด ๆ ที่หยุดการพัฒนาหรือการเปลี่ยนแปลงจะ ถูกจัดให้เป็นภาษาตาย ส่วนภาษาที่ยังคงมีสภาวะไม่หยุดนิ่งหรือมีการเปลี่ยนแปลงอย่าง ต่อเนื่องก็จัดเป็นภาษาที่ยังมีชีวิต
  4. 4. ลักษณะสำคัญของภำษำไทย: เป็นภำษำตระกูล คำโดด (Isolating Language) คือภำษำที่เอำคำเดิม มำเรียงเป็นวลี ประโยค จนได้ควำมหมำย รูปคำ เดิมไม่เปลี่ยน เช่น ความสาคัญของภาษา ภาษาไทยเป็นภาษาที่เก่าเเก่ที่สุดในประเทศ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีรากฐานมาจากออสโตรไทย ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับ ภาษาจีน มีหลายคาที่ขอยืมมาจากภาษาจีน
  5. 5. หน้าที่ของภาษา 1. ภาษาเป็นเครื่องมือในการสื่อสาร มนุษย์ต้องใช้ภาษาพูดจาสื่อสารกับคน ที่อยู่รอบข้างเพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจความคิด ความต้องการ เพื่อบอกเล่าไต่ถามความรู้และ อื่น ๆ 2. ภาษาเป็นพลังในการรวมตัวเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของคนในสังคม ภาษามีบทบาทสาคัญที่ทาให้คนในชาติ ซึ่งพูดภาษาเดียวกันมีความผูกพันต่อกัน มี ความสานึกในเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจและ สังคม 3. ภาษาเป็นภาพสะท้อนความเจริญทางสังคม ภาษาประจาชาติที่ใช้สืบต่อ ถ่ายทอดกันมานั้นจะผูกพันกับสังคมของผู้ใช้ภาษาอย่างใกล้ชิด คาศัพท์ที่มีในภาษา จะแสดงให้เห็นลักษณะความเป็นอยู่ อาหารการกิน ความเชื่อ ทรัพยากรธรรมชาติ ฯลฯ ของสังคมนั้น ความเจริญก้าวหน้าของสังคมย่อมมีผลต่อภาษาด้วย ดังนั้นภาษา จึงเป็นหลักฐานแสดง อารยธรรมต่าง ๆ ของสังคม เช่น ศิลปะ ศาสนา วิทยาศาสตร์ ฯลฯ
  6. 6. ประโยชน์ของภาษา 1. ภาษาเป็นเครื่องมือในการสื่อสาร มนุษย์ต้องใช้ภาษาพูดจาสื่อสารกับคนที่ อยู่รอบข้างเพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจความคิด ความต้องการ เพื่อบอกเล่าไต่ถามความรู้และอื่น ๆ 2. ภาษาเป็นพลังในการรวมตัวเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของคนในสังคม ภาษามี บทบาทสาคัญที่ทาให้คนในชาติ ซึ่งพูดภาษาเดียวกันมีความผูกพันต่อกัน มีความสานึก ในเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคม 3. ภาษาเป็นภาพสะท้อนความเจริญทางสังคม ภาษาประจาชาติที่ใช้สืบต่อ ถ่ายทอดกันมานั้นจะผูกพันกับสังคมของผู้ใช้ภาษาอย่างใกล้ชิด คาศัพท์ที่มีในภาษาจะ แสดงให้เห็นลักษณะความเป็นอยู่ อาหารการกิน ความเชื่อ ทรัพยากรธรรมชาติ ฯลฯ ของ สังคมนั้น ความเจริญก้าวหน้าของสังคมย่อมมีผลต่อภาษาด้วย ดังนั้นภาษาจึงเป็น หลักฐานแสดงอารยธรรมต่าง ๆ ของสังคม เช่น ศิลปะ ศาสนา วิทยาศาสตร์ ฯลฯ
  7. 7. องค์ประกอบของภาษา ภาษามีองค์ประกอบ ๔ เรื่อง คือ ๑. เสียง เกิดจากการเปล่งเสียงแทนพยางค์ และคา ๒. พยางค์และคา เกิดจากการประสมพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ ๓. ประโยค เกิดจากการนา คา มาเรียงกันตามลักษณะ โครงสร้างของภาษาที่ กาหนด เป็นกฎเกณฑ์หรือเป็นระบบไวยากรณ์ของแต่ละภาษา ๔. ความหมาย คือ ความหมายที่เกิดจากคาหรือประโยคเพื่อใช้ในการสื่อสารทา ความเข้าใจกัน
  8. 8. ประเภทของภาษา ภาษาที่ใช้ในการสื่อสารของมนุษย์ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ วัจนภาษา (ภาษาถ้อยคา) และอวัจนภาษา (ภาษาที่ไม่ใช้ถ้อยคา) 1. วัจนภาษา คือ ภาษาพูด ภาษาเขียน เป็นภาษาที่มีระบบระเบียบวิธีในการใช้ สานวนภาษาที่สื่อสารในชีวิตประจาวันของมนุษย์ 2. อวัจนภาษา คือ ภาษาที่ใช้สื่อความหมายโดยการใช้สีหน้า ท่าทาง การแต่ง กาย อาการเคลื่อนไหวมือ แขน นัยน์ตา น้าเสียง ให้รู้ความหมายและอารมณ์ของผู้สื่อ
  9. 9. อวัจนภาษา วัจนภาษา
  10. 10. วัจนภาษา
  11. 11. อวัจนภาษา
  12. 12. > ระดับภาษาในการสื่อสาร การใช้ภาษาสื่อสารต้องให้เหมาะสมกับโอกาส สถานการณ์ และสัมพันธภาพระหว่างบุคคล
  13. 13. ระดับภาษาแบ่งเป็น 5 ระดับ > ระดับภาษาในการสื่อสาร
  14. 14. คาในภาษาไทยมี 7ชนิด บุคคล สัตว์สิ่งของ สถานที่ เเทนคานาม แสดงอาการ ขยายคาอื่น ให้ชัดเจนขึ้น
  15. 15. มีลักษณะ เป็นการนาคาตั้งแต่สองคาขึ้นไปมาเรียงต่อ กันทาให้เกิดความหมายเพิ่มขึ้น มีความหมายมาจากคาเดิมที่ นามารวมกันแต่ไม่สมบูรณ์เหมือนประโยค วลีส่วนใหญ่มีคา กลางที่สาคัญหนึ่งคาที่เป็นตัวบ่งบอกถึงประเภทของวลี คา นั้นเรียกว่าเป็น "คาหลัก" ของวลี ลักษณะวลีในภาษาไทย
  16. 16. -นามวลี (NP) เป็นวลีที่มีคานาม เป็นคาหลักของวลี เช่น แมวบนเสื่อ, บ้านริมน้า -กริยาวลี (VP) เป็นวลีที่มีคากริยาเป็นคาหลักของวลี เช่น กินข้าว, กระโดดขึ้นลง -บุพบทวลี (PP) เป็นวลีที่มีคาบุพบทเป็นคาหลักของวลี เช่น ที่สุดถนน, หน้าร้านอาหาร ประเภทของวลีตามคาหลักของวลี ลักษณะวลีในภาษาไทย
  17. 17. นอกจากนี้ยังมี สรรพนามวลี วิเศษณวลี กริยาวิเศษณวลี สันธานวลี อุทานวลี ฯลฯ ขึ้นอยู่กับประเภทของคากลาง อย่างไรก็ตาม ในบางภาษาถึงแม้จะไม่มีคาหลักของวลี แต่ก็สามารถเป็นวลีประเภทอื่นได้ ลักษณะวลีในภาษาไทย ประเภทของวลีตามคาหลักของวลี
  18. 18. ลักษณะประโยคในภาษาไทย
  19. 19. ลักษณะประโยคในภาษาไทย
  20. 20. ลักษณะประโยคในภาษาไทย
  21. 21. ลักษณะประโยคในภาษาไทย บอกเล่า ปฏิเสธ ถามตอบ บอกให้ทา
  22. 22. ลักษณะประโยคในภาษาไทย ประโยคที่มีประธานขึ้นต้นประโยคก่อน ภาคเเสดง เช่น ฝน ตกตอนเย็น ประโยคที่มีกรรมขึ้นต้นประโยคก่อน เพื่อเน้น ความสาคัญของกรรม เช่น รถยนต์คันนี้ มีคนจองแล้ว
  23. 23. ลักษณะประโยคในภาษาไทย ขึ้นต้นประโยคด้วยว่า "เกิด มี ปรากฏ" เช่น เกิด ระเบิดในจังหวัดชายเเดนภาคใต้ ประโยคที่ละประธานไว้ จะขึ้นต้นประโยคด้วยคากริยา ที่ผู้สั่ง หรือขอร้องให้ทาเช่นอย่า เสียงดัง ใช้ในการสื่อสารโดยทั่วไป จาแนกตามเจตนาของผู้ส่งสารได้ ตามชนิดของประโยค คือ ประโยคเเจ้งให้ทราบ ถามให้ตอบ บอกให้ทา
  24. 24. ลักษณะประโยคในภาษาไทย • ใคร อะไร ไหน ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร ทาไม • ขอร้อง ว่า โปรด กรุณา อย่า อยู่ใน ประโยค • "ไม่" หรือ "มิได้" หรือ "ไม่ได้" • ใครทาอะไร หรือใครเกิด อะไร ที่ไหน กับใคร เมื่อไร บอก เล่า ปฏิ เสธ ถาม ตอบ บอก ให้ทา
  25. 25. 12/23/2011 31 การสื่อสาร
  26. 26. การสื่อสาร ความรู้พื้นฐานเรื่องการสื่อสาร การสื่อสารเป็นปัจจัยสาคัญในการดารงชีวิต การสื่อสารจึงเป็นปัจจัย สาคัญอย่างหนึ่งนอกเหนือจากปัจจัยพื้นฐานในการดารงชีวิตของ มนุษย์มาก การสื่อสารมีความสาคัญอย่างยิ่งยุคโลกาภิวัตน์ ซึ้งเป็นยุคของข้อมูลข่าวสาร การสื่อสารมีประโยชน์ทั้งในแง่บุคคลและ สังคม การสื่อสารทาให้คนมีความรู้และโลกทัศน์ที่กว้างขวางขึ้น 12/23/2011 copyright www.brainybetty.com 2006 All Rights Reserved 32
  27. 27. ความหมายของการสื่อสาร คาว่า การสื่อสาร (communications) มีที่มาจากราก ศัพท์ภาษาลาตินว่า communis หมายถึง ความเหมือนกันหรือ ร่วมกัน การสื่อสาร (communication) หมายถึงกระบวนการถ่ายทอดข่าวสาร ข้อมูล ความรู้ ประสบการณ์ ความรู้สึก ความคิดเห็น ความต้องการจากผู้ส่งสารโดย ผ่านสื่อต่าง ๆ ที่อาจเป็นการพูด การเขียน สัญลักษณ์อื่นใด การแสดง หรือการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ไปยังผู้รับสาร ซึ่งอาจจะใช้กระบวนการ สื่อสารที่แตกต่างกันไปตามความเหมาะสม 33
  28. 28. บริบททางการสื่อสาร 12/23/2011 copyright www.brainybetty.com 2006 All Rights Reserved 34
  29. 29. ความสาคัญของการสื่อสาร • การสื่อสารมีความสาคัญ ดังนี้ 1. การสื่อสารเป็นปัจจัยสาคัญในการดารงชีวิตของมนุษย์ทุกเพศ ทุก วัย ไม่มีใครที่จะดารงชีวิตได้ โดยปราศจากการสื่อสาร ทุกสาขาอาชีพ ก็ต้องใช้การสื่อสารในการปฏิบัติงาน การทาธุรกิจต่าง ๆ โดยเฉพาะ สังคมมนุษย์ที่มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตลอดเวลา พัฒนาการ ทางสังคม จึงดาเนินไปพร้อม ๆ กับพัฒนาการทางการสื่อสาร 12/23/2011 copyright www.brainybetty.com 2006 All Rights Reserved 35
  30. 30. ความสาคัญของการสื่อสาร (ต่อ) • 2. การสื่อสารก่อให้เกิดการประสานสัมพันธ์กันระหว่างบุคคลและสังคม ช่วยเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างคนในสังคม ช่วยสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีสะท้อนให้เห็นภาพความเจริญรุ่งเรืองวิถี ชีวิตของผู้คน ช่วยธารงสังคมให้อยู่ร่วมกันเป็นปกติสุขและอยู่ร่วมกัน อย่างสันติ 12/23/2011 copyright www.brainybetty.com 2006 All Rights Reserved 36
  31. 31. ความสาคัญของการสื่อสาร (ต่อ) • 3. การสื่อสารเป็นปัจจัยสาคัญในการพัฒนาความเจริญก้าวหน้าทั้งตัว บุคคลและสังคม การพัฒนาทางสังคมในด้านคุณธรรม จริยธรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ฯลฯ รวมทั้งศาสตร์ในการสื่อสาร จาเป็นต้องพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง การ สื่อสารเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์และพัฒนา ความเจริญก้าวหน้าในด้านต่าง ๆ 12/23/2011 copyright www.brainybetty.com 2006 All Rights Reserved 37
  32. 32. บทบาทหน้าที่ของการสื่อสาร • การให้ข่าวสาร • การอบรมบ่มเพาะ • การกระตุ้นเร้า • การถกเถียง อภิปราย 12/23/2011 copyright www.brainybetty.com 2006 All Rights Reserved 38
  33. 33. บทบาทหน้าที่ของการสื่อสาร (ต่อ) • การให้การศึกษา • การส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม • การให้ความบันเทิง • การประสานสามัคคี 12/23/2011 copyright www.brainybetty.com 2006 All Rights Reserved 39
  34. 34. ประเภทของการสื่อสาร • การสื่อสารภายในบุคคล • การสื่อสารระหว่างบุคคล • การสื่อสารกลุ่มเล็ก • การสื่อสารภายในองค์กร • การสื่อสารสาธารณะ • การสื่อสารมวลชน 12/23/2011 copyright www.brainybetty.com 2006 All Rights Reserved 40
  35. 35. •การให้ข่าวสาร • การให้การศึกษา • การให้ความบันเทิง • การโน้มน้าวชักจูงใจ 12/23/2011 copyright www.brainybetty.com 2006 All Rights Reserved 41
  36. 36. ประโยชน์ของการสื่อสาร • ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องรวดเร็ว • สร้างความน่าเชื่อถือกับบุคคลอื่นและเพื่อนร่วมงาน • งานบรรลุวัตถุประสงค์ได้อย่างราบรื่น ๐ เกิดความรู้สึกที่ดีต่อกัน มีความสามัคคี ๐ เสริมสร้างขวัญและกาลังใจในการทางาน • ลดข้อขัดแย้งที่เกิดจากความไม่เข้าใจกัน copyright www.brainybetty.com 2006 All Rights Reserved 42
  37. 37. ประโยชน์ของการสื่อสาร (ต่อ) • ประหยัดทรัพยากรในการทางาน • ประหยัดเวลา แรงงาน และค่าใช้จ่าย • ป้ องกันการทางานซ้าซ้อน 12/23/2011 copyright www.brainybetty.com 2006 All Rights Reserved 43
  38. 38. องค์ประกอบของการสื่อสาร แบ่งได้ 5 ส่วน • 1. ผู้ส่งสาร หมายถึงผู้ต้องการติดต่อหรือผู้ส่งเรื่องราว ในที่นี้คือชายหนุ่มที่ส่งจดหมายไปถึงหญิงสาว • 2. ผู้รับสาร หมายถึงผู้รับการติดต่อหรือผู้รับเรื่องราว ในที่นี้คือหญิงสาวที่ได้รับจดหมายจากชายหนุ่ม 12/23/2011 copyright www.brainybetty.com 2006 All Rights Reserved 44
  39. 39. องค์ประกอบของการสื่อสาร (ต่อ) • 3. สาร หมายถึงเนื้อหาสาระของเรื่องราวที่ติดต่อให้บุคคลอื่นรับรู้ ในที่นี้คือข้อความในจดหมาย • 4. สื่อ หมายถึงช่องทางในการส่งสารไปยังผู้รับ ในที่นี้คือ จดหมายที่ผู้ส่งสารส่งไปยังผู้รับ 12/23/2011 copyright www.brainybetty.com 2006 All Rights Reserved 45
  40. 40. องค์ประกอบของการสื่อสาร (ต่อ) • 5. ผลตอบสนอง หรือปฏิกิริยาตอบสนอง หมายถึง ปฏิกิริยาของผู้รับ สาร ซึ่งรับรู้ความหมายของสาร ที่ผู้ส่งสารส่งมาให้และเกิดปฏิกิริยา ตอบสนองต่อสาร ทาให้การสื่อสารสมบูรณ์ ในที่นี้คือ อาการดีใจของ หญิงสาว หลังจากได้รับจดหมายฉบับนั้น ในขณะที่บุคคล 2 คนติดต่อสื่อสารกัน แต่ละคนสามารถผลัดกันเป็นได้ ทั้งผู้รับสารหรือผู้ส่งสารในเวลาเดียวกัน 12/23/2011 copyright www.brainybetty.com 2006 All Rights Reserved 46
  41. 41. กระบวนการสื่อสาร กระบวนการส่งข่าวสารข้อมูลต่างๆ หรือการถ่ายทอดความรู้ เนื้อหา สาระ ความรู้สึก เจตคติ ทักษะจากผู้ส่งไปยังผู้รับด้วยการใช้ถ้อยคา กริยาท่าทางหรือ สัญลักษณ์ ซึ่งมีผลทาให้เกิดความเข้าใจและความรู้สึกร่วมกันหน้าที่ของ กระบวนการสื่อสาร 12/23/2011 copyright www.brainybetty.com 2006 All Rights Reserved 47
  42. 42. กระบวนการสื่อสาร (ต่อ) 1. การสื่อสารในฐานะเครื่องมือให้ได้สิ่งที่ต้องการ 2. การสื่อสารเพื่อควบคุมสั่งการ 3. การสื่อสารเพื่อสร้างความสัมพันธ์ 4. การสื่อสารส่วนบุคคล 5. การสื่อสารเพื่อเสาะแสวงหาคาตอบ 6. การสื่อสารเพื่อสร้างจินตนาการรูปแบบของการ สื่อสารแต่ละรูปแบบมีลักษณะสลับซับซ้อนแตกต่างกัน ขึ้นอยู่ปัจจัยหรือองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น ลักษณะของผู้ส่งและผู้รับ 12/23/2011 copyright www.brainybetty.com 2006 All Rights Reserved 48
  43. 43. ประเภทของการสื่อสาร 1) พิจารณาจากจานวนผู้ทาการสื่อสารแบ่งออกได้เป็น 1.1) การสื่อสารภายในบุคคล 1.2) การสื่อสารระหว่างบุคคล
  44. 44. 1.3) การสื่อสารกลุ่มใหญ่ 1.4) การสื่อสารในองค์การ
  45. 45. 1.5) การสื่อสารมวลชน
  46. 46. 2) พิจารณาจากการเห็นหน้ากัน แบ่งได้เป็น 2.1) การสื่อสารแบบเฉพาะหน้า 2.2) การสื่อสารแบบมีสิ่งสะกัดกั้น
  47. 47. 3) พิจารณาจากความแตกต่างระหว่างผู้ส่งสารกับผู้รับสาร แบ่งได้ เป็น 3.1) การสื่อสารระหว่างเชื้อชาติ 3.2) การสื่อสารระหว่างวัฒนธรรม 3.3) การสื่อสารระหว่างประเทศ
  48. 48. ลักษณะการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ 1. ความน่าเชื่อถือ 2. มีสาระ 3. ชัดเจน 4. เหมาะสมกับโอกาส 5. ช่องทางการส่งสาร 6. ความต่อเนื่องและแน่นอน 7. ความสามารถของผู้รับสาร
  49. 49. คุณลักษณะที่สาคัญ 10 ประการ ของการสื่อสารที่มีคุณภาพ 1. จงพุ่งความสนใจไปที่ผู้มุ่งหวังของคุณ 2. อย่าปล่อยให้เรื่องอื่นมาดึงความสนใจของคุณ 3. มีความจริงใจ และแสดงออกทางสีหน้าด้วยความเป็นมิตร 4. พูดแทรกในปริมาณที่พอดี 5. สื่อสารอย่างสบายๆ 6. นิ่งๆ 7. พูดความจริง 8. มีความรู้ในสิ่งที่คุณพูด 9. ดูด้วยว่าอีกฝ่ ายหนึ่งมีความรู้ในระดับใด 10. มีทัศนคติที่ดีต่อผู้มุ่งหวัง “เข้าใจ”
  50. 50. ลักษณะการสื่อสารที่ไม่มีประสิทธิภาพ 1. ไม่มีความน่าเชื่อถือ 2. ไม่มีสาระ 3. ไม่ชัดเจน เช่น มีคนชวนเรา “ไปดูช้าง” แต่ใช้คาว่า ไปดูกุญชรกัน 4. ไม่เหมาะสมกับโอกาส เช่น ในงานเลี้ยงวันเกิด แต่ขึ้นไปกล่าวอวยพร เรื่องการงาน อาชีพ พูดเรื่องหนี้สิน
  51. 51. 5. ไม่มีช่องทางการส่งสารที่ดี 6. ไม่มีความต่อเนื่องและแน่นอน เช่น ครูกาลังสอนอยู่ดีดี แล้วมี โทรศัพท์ หรือ เสียงพูดคุยกันดังขึ้นมา เสียงนั้นจะทาให้การเรียนสะ ดุจ คือไม่มีความต่อเนื่อง 7. ความสามารถของผู้รับสารเกิดความบกพร่อง เช่น ส่งอีเมล์ให้กับ คุณยายอายุ 90 ปี “ดีค่ะยาย บายดีมั้ยอ่ะ เตงทามรายยุหรอ กิงขาวยัง ” เป็นต้น
  52. 52. ลักษณะการสื่อสารในปัจจุบัน Internet Facebook MSN E-Mail Chat
  53. 53. 60Sukontip.R

×