Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

XM603 G2 - Vietnam Fish2 16012010

1,473 views

Published on

XM603 G2 - Vietnam Fish2 16012010

Published in: Travel, News & Politics
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

XM603 G2 - Vietnam Fish2 16012010

  1. 1. การวิเคราะห์อุตสาหกรรมการลงทุน ธุรกิจแปรรูปสัตว์น้ำในประเทศเวียดนาม
  2. 2. สมาชิกกลุ่มที่ 2 <ul><li>นางสาวขวัญจิตร เย็นวัฒนา 5202010285 </li></ul><ul><li>นายนัฐพล ไพบูลย์ 5202010178 </li></ul><ul><li>นายอดิศักดิ์ ประติพัทธิ์พงษ์ 5202010301 </li></ul><ul><li>นายเอกรินทร์ เลิศอำพล 5202010137 </li></ul><ul><li>นายธนสรณ์ สุดเสนาะ 5202010186 </li></ul>
  3. 3. ความเป็นมาและภาพรวมธุรกิจการแปรรูปสัตว์น้ำในเวียดนาม <ul><li>ความ ต้องการอาหารของตลาดโลกเพิ่มตามปริมาณรายได้และประชากร การเปิดเสรีทางการค้าทำให้ประเทศคู่ค้าหลายประเทศแสวงหาสินค้าที่มีราคาถูกลง อีกทั้งการเปิด ประเทศของเวียดนามที่มีปัจจัยด้านทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ทำให้หลายประเทศหันมาสนใจการลงทุนในประเทศเวียดนามรวมทั้งนักธุรกิจจากประเทศไทย เนื่องจาก ” ประเทศไทยมีความชำนาญในการผลิตอาหารเป็นอันดับต้นๆของโลก มีเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยและมีทรัพยากรบุคคลที่มีประสบการณ์ ” อย่างไรก็ตามการขยายตลาดการส่งออกจากประเทศไทยทำได้ยากอีกทั้ง ต้นทุนการผลิตอาหารในประเทศมีแนวโน้มสูง เวียดนามมีโรงงานแปรรูปอาหารทะเล 470 แห่ง ซึ่งในจำนวนนี้เป็นโรงงานผลิตอาหารทะเล แช่แข็ง 296 แห่ง โรงงานถนอมอาหาร ( preserved ) และผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแห้ง 32 แห่ง </li></ul>
  4. 4. วัตถุประสงค์ <ul><li>ใช้ประเทศเวียดนามเป็นฐานในการผลิตสินค้าทางด้านแปรรูปสัตว์น้ำเพื่อการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ </li></ul><ul><li>ใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบจากสัตว์น้ำในประเทศเวียดนามเป็นปัจจัยการผลิตเพื่อเพิ่มผลผลิตด้านผลิตภัณฑ์อาหารของประเทศไทย </li></ul><ul><li>ลดต้นทุนการผลิตด้านต่างๆของผู้ประกอบการไทย </li></ul><ul><li>ขยายตลาดทั้งตลาดภายในประเทศเวียดนามและส่งออกไปยังต่างประเทศ </li></ul>
  5. 5. Diamond model <ul><li>เงื่อนไขด้านปัจจัยการผลิต </li></ul><ul><li>เงื่อนไขด้านอุปสงค์ </li></ul><ul><li>อุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องและสนับสนุน </li></ul><ul><li>บริบทของการแข่งขันและกลยุทธ์ทางธุรกิจ </li></ul>
  6. 6. เงื่อนไขด้านปัจจัยการผลิต <ul><li>เวียดนามมีพื้นที่ชายฝั่งทะเลและแหล่งน้ำที่ยังอุดมสมบูรณ์และสามารถพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้อีกมาก ผลผลิตสัตว์น้ำมีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็ว 11.52 % จากปี 2549 – 2550 ซึ่งทำให้มีปัจจัยการผลิตจำนวนมาก </li></ul><ul><li>มีค่าแรงต่ำ ( เช่น ต้นทุนต่อการ pack กุ้งพร้อมขายของเวียดนามเป็น 0.8 เหรียญสหรัฐ / กิโลกรัม ส่วนไทยมีต้นทุน 2.0 เหรียญสหรัฐ / กิโลกรัม ) </li></ul><ul><li>เวียดนามมีทรัพยากรเป็นจำนวนมากแต่ยังขาดเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย </li></ul>
  7. 7. ตารางที่ 1 : ผลผลิตสัตว์น้ำของเวียดนาม ที่มา : General Statistics Office (GSO) , Ministry of Fisheries (MoFi) หน่วย : พันเมตริกตัน 2547 2548 2549 2550 2551         ( ม . ค . - พ . ค .) ผลผลิตทั้งหมด 3,142.5 3,465.9 3,720.5 4,149.0 1,639.0 - ปลา 2,229.5 2,469.0 2,689.8 3,053.6 1,259.0 - กุ้ง 388.9 435.1 463.2 498.2 143.0 - อื่น ๆ 524.1 561.8 567.5 597.5 237.0 ปริมาณสัตว์น้ำจากการประมง 1,940.0 1,987.9 2,026.6 2,063.8 912.0 - ปลา 1,467.9 1,497.0 1,532.7 1,558.8 - กุ้ง 107.1 107.9 108.7 111.6 - อื่น ๆ 365.0 382.1 385.2 393.4 การเพาะเลี้ยง 1,202.5 1,478.0 1,693.9 2,085.2 727.0 - ปลา 761.6 971.2 1,157.1 1,494.8 - กุ้ง 281.8 327.2 354.5 386.6 - อื่น ๆ 159.1 179.6 182.3 203.8  
  8. 8. เงื่อนไขด้านอุปสงค์ <ul><li>การเติบโตของตลาดในประเทศอันเนื่องจากรายได้ของประชาชนสูงขึ้น </li></ul><ul><li>กระทรวงเกษตรและพัฒนาชนบทของเวียดนาม (MARD) ได้ กำหนดเป้าหมายที่จะได้รับรายได้จากการส่งออกอาหารทะเลในช่วงปี 2553 – 2563 เป็น 7 พันล้าน เหรียญสหรัฐ และจะทำให้สาขาอาหารทะเลมีการพัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างมาก </li></ul><ul><li>เวียดนาม ส่งอาหารทะเลออกไปจำหน่ายยัง 130 ประเทศทั่วโลก โดยในปี 2551 ( ม . ค .- เม . ย .) สหภาพยุโรปเป็นผู้ นำเข้าอาหารทะเลรายใหญ่ที่สุด มูลค่า 280 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วน 26 </li></ul><ul><li>ส่วนญี่ปุ่นยังคงนำเข้าเป็นอันดับสองมูลค่า 179 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วน 17.4 % สหรัฐอเมริกาลดการนำเข้าลง 13 % และ 15.2 % ของปริมาณและมูลค่า ตามลำดับ </li></ul><ul><li>เนื่องจากตลาดโลกย่อมต้องการซื้อสินค้าในราคาที่ต่ำที่สุดสำหรับสินค้าคุณภาพเท่ากันดังนั้นการลงทุนในตลาดเวียดนามทำให้ผู้ประกอบการไทยสามารถลดต้นทุนการผลิตได้โดยคงคุณภาพตามมาตรฐานการผลิตอาหารของไทย </li></ul><ul><li>ชาวเวียดนามโพ้นทะเล ( Viet Kieu )   มีอยู่ประมาณ 3.2 ล้านคน ( ในจำนวนนี้อยู่ในสหรัฐฯ เกือบครึ่งหนึ่ง )   ปี 2550 มีเงินโอนจากชาวเวียดนามโพ้นทะเลผ่านระบบธนาคารประมาณ 6 พันล้านดอลลาร์ สหรัฐฯ </li></ul>
  9. 9. อุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องและสนับสนุน <ul><li>มีอุตสาหกรรมสนับสนุนประกอบด้วย </li></ul><ul><li>วัตถุดิบจากอุตสาหกรรมการประมงโดย เวียดนามเป็นประเทศที่ผลิตสินค้าประมงได้มากเป็นอันดับ 5 ของโลก รองจากจีน อินเดีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ โดยในปี 2550 ผลิตได้ถึง 4,149 พันตัน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นการจับสัตว์น้ำตามธรรมชาติ 2,063.8 พันตัน หรือคิดเป็นสัดส่วน 49.7 % และเป็นการเพาะเลี้ยงจำนวน 2,085.2 พันตัน หรือคิดเป็นสัดส่วน 50.3 % </li></ul><ul><li>มีตลาดแรงงาน ( Unskilled worker) ที่มีราคาถูกกว่าการผลิตในประเทศไทย </li></ul>
  10. 10. บริบทของการแข่งขันและกลยุทธ์ทางธุรกิจ <ul><li>รัฐบาลเวียดนามให้การส่งเสริมอย่างจริงจังโดยกำหนดแผนแม่บทในการพัฒนาจนถึง ปี 2553 ( ธุรกิจที่ได้รับการส่งเสริมโดย BOI ของเวียดนาม ) ดังนั้นจึงมีโอกาสดีในด้านการจัดหาแหล่งเงินในการลงทุน และสิทธิพิเศษอื่น </li></ul><ul><li>การเปิดเสรีทางการค้าและบริการ ( AFTA ) ทำให้เป็นประโยชน์ต่อการแข่งขันทางการค้า ทำให้ช่วยลดต้นทุน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน </li></ul><ul><li>เป็นการผสมผสานความได้เปรียบจากการแข่งขันในด้านการใช้ประสบการณ์ ความชำนาญ และเทคโนโลยีการผลิตอาหารของประเทศไทย ใน การขยายกำลังการผลิตไปยังประเทศที่มีต้นทุนการผลิตต่ำกว่า </li></ul><ul><li>สามารถใช้ประโยชน์จากความประหยัดจากขนาดเนื่องจากผู้ประกอบการไทยมีทุนในการที่จะเข้าไปทำธุรกิจขนาดใหญ่เช่น CP, Premier Frozen Food, พรานทะเล </li></ul>
  11. 11. บริบทของการแข่งขันและกลยุทธ์ทางธุรกิจ <ul><li>รัฐบาลเวียดนามให้การส่งเสริมอุตสาหกรรมประมงและการแปรรูปโดยเปิดโอกาส ให้ภาคเอกชนจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมการแปรรูปสัตว์น้ำในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ( Exclusive Economic Zone : EEZ ) ซึ่งตั้งเรียงรายบริเวณเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ครอบคลุมพื้นที่กว่าล้านตารางกิโลเมตร และ ตั้งเป้าการเติบโตของผลผลิตโดยเฉลี่ย 3.8 % ต่อปี </li></ul><ul><li>เศรษฐกิจขยายตัวอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปีทำให้ธุรกิจมีการขยายตัวมาโดยตลอด </li></ul>
  12. 12. Challenges <ul><li>โครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการลงทุนเช่นระบบขนส่ง โทรคมนาคม การสื่อสารยังไม่เอื้อต่อการลงทุน ท่าเรือน้ำลึกอยู่ระหว่างการพัฒนา </li></ul><ul><li>แม้ภาวะทางการเมืองจะมั่นคงแต่ การสนับสนุนจากรัฐบาลสำหรับนักลงทุนต่างประเทศยังไม่ชัดเจน </li></ul><ul><li>โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินไม่มั่นคง อัตราเงินเฟ้อสูง ไม่มีตลาดทุนรองรับ </li></ul><ul><li>แรงงานส่วนใหญ่ขาดความรู้ ความสามารถความตั้งใจและวินัยในการทำงานทำให้เกิดข้อจำกัดในด้านคุณภาพสินค้าที่อาจไม่ได้มาตรฐานตามความต้องการของประเทศผู้นำเข้าซึ่งต้องการมาตรฐานต่างๆ เช่น GMP,ISO, HACCP </li></ul><ul><li>ปัจจัยการผลิตมาจากผู้ผลิตรายย่อยทำให้มีต้นทุนในการรวบรวมวัตถุดิบและการจัดการคุณภาพให้เป็นมาตรฐานเดียวกันยาก </li></ul><ul><li>ความไม่แน่นอนด้านกฎหมาย ในประเทศเวียดนาม </li></ul>
  13. 13. Q&A

×