Images Digitization with Digital Photography

1,683 views

Published on

This presentation provides a basis for converting the data into digital images using digital photography technique.

1 Comment
0 Likes
Statistics
Notes
  • My name is Miss matter Garba,i saw your profile today on (slideshare.net) and became intrested in you,i will also like to know you the more,and i want you to send an email to my email address (mattergarba56@yahoo.com) so i can give you my picture for you to know whom i am. However i believe we can move on from here! I am waiting for your mail to my email address above.(Remeber the distance, colour or language does not matter but love matters alot in life miss matter. (mattergarba56@yahoo.com)
       Reply 
    Are you sure you want to  Yes  No
    Your message goes here
  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
1,683
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
4
Actions
Shares
0
Downloads
33
Comments
1
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Images Digitization with Digital Photography

  1. 1. การนําเข้าข้อมูลภาพด้วยการถ่ายภาพดิจิทล ั ราชบดินทร์ สุวรรณคัณฑิ http://www.slideshare.net/rachabodin/
  2. 2. หัวข้อการบรรยาย• ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการถ่ายภาพ• รู้จักกับกล้องถ่ายภาพดิจิทัล• เทคนิคการถ่ายภาพและการจัดองค์ประกอบภาพ 2
  3. 3. การถ่ายภาพคืออะไรการถ่ายภาพ (Photography) คือ การบันทึกเหตุการณ์ ณเวลาใดเวลาหนึ่ง โดยการเก็บสภาพแสง ณ เวลานั้นไว้บนวัตถุไวแสง ผ่านอุปกรณ์รับแสงที่เรียกว่ากล้องถ่ายรูป หลังจากนั้นจะสามารถเปลี่ยนสภาพแสงเหล่านั้น กลับมาเป็นภาพได้อีกครั้งหนึ่ง ผ่านกระบวนการล้างอัดภาพ 3ข้อมูลจาก http://th.wikipedia.org/wiki/การถ่ายภาพ
  4. 4. การถ่ายภาพคืออะไร (ต่อ)ในภาษาอังกฤษคําว่า การถ่ายภาพ คือ Photography (อ่านว่าโฟโตกราฟฟี) มาจากการผสมคํากรีกสองคํา คือ • คําว่า φως - phos ซึ่งแปลว่า แสง • คําว่า γραφις - graphis หรือ γραφη - graphê ซึ่งแปลว่า การเขียนเมื่อรวมกันแล้ว จึงมีความหมายตรงตัวว่า การวาดภาพด้วยแสง 4ข้อมูลจาก http://th.wikipedia.org/wiki/การถ่ายภาพ
  5. 5. การถ่ายภาพดิจิทลคืออะไร? ัการถ่ายภาพดิจิทัล (Digital Photography) คือ กระบวนการถ่ายภาพที่ไม่ใช้ฟิล์ม เป็นการใช้กล้องถ่ายภาพดิจิทัล ในการรับและแปลงสัญญาณภาพ ให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล ที่จะถูกบันทึกในสื่อเก็บข้อมูลของกล้อง ที่สามารถถ่ายโอน ปรับแต่ง และบันทึกลงในสื่อบันทึกของเครื่องคอมพิวเตอร์ 5
  6. 6. กล้องถ่ายภาพระบบดิจิทัลคืออะไร?กล้องถ่ายภาพดิจิทัล (Digital Camera)คือ กล้องถ่ายภาพ ที่ใช้สื่อเก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ในการจัดเก็บภาพโดยข้อมูลภาพที่ถกจัดเก็บนั้นจะอยู่ ูในรูปแบบไฟล์ดจิทัล ิ 6
  7. 7. กล้องฟิล์ม vs กล้องดิจิทัล การเปรียบเทียบ กล้องฟิล์ม กล้องดิจิทัลจํานวนภาพ ประมาณ 36 - 38 ภาพต่อ ขึ้นอยู่กับขนาดของหน่วยความจํา ฟิล์ม 1 ม้วน ไม่สามารถย้อน และขนาดภาพทีบันทึก สามารถ ่ ไปใช้งานใหม่ได้ ลบภาพที่ไม่ตองการออกได้ ้การตรวจเช็คภาพ ต้องนําไปล้าง/อัดก่อน ตรวจเช็คภาพได้จากกล้องการใช้งานในรูปแบบ ต้องนําไปสแกนเป็นภาพ บันทึกภาพเป็นข้อมูลดิจทลจาก ิ ัดิจิทัล ดิจทัล ิ กล้องค่าใช้จาย ่ ต้องเสียค่าฟิลม ค่าล้างฟิล์ม ์ หน่วยความจํามีราคาลดลง มี อัดภาพหรือสแกนภาพ ขนาดใหญ่ขึ้น บันทึกภาพได้มาก ขึ้น อาจจะมีค่าอัดภาพ 7
  8. 8. ประเภทของกล้องถ่ายภาพดิจิทัลกล้องถ่ายภาพดิจิทัล แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ 2. กล้องถ่ายภาพแบบ Digital SLR Like 1. กล้องถ่ายภาพแบบ Point and Shoot 3. กล้องถ่ายภาพแบบ Digital SLR 8
  9. 9. Point and Shoot Digitial Camera (Consumer) เป็นกล้องที่ไม่สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ การออกแบบของกล้องเป็นแบบเรียบง่าย น้ําหนักเบา ราคาถูก บางรุ่นอาจมี คุณสมบัติพิเศษ เช่น ระบบป้องกันการสั่น ไหว ช่องมองภาพ และจอ LCD แยกออก จากตัวกล้อง 9
  10. 10. Point-and-shoot Anatomy Viewfinder (front) Viewfinder LCD Screen Light Path (Digital) Sensor or Film Lens Shutter Camera Body Focal Length Viewfinder separate from lens (better to use LCD on digital) Actual image (as exposed) is not quite the same as in the viewfinder Much simpler design than SLRs. 10Data from Peter Liu – Digital Photography http://www.slideshare.net/peterliu47/digital-photography-i
  11. 11. Digital SLR Like Camera (Prosumer)เป็นกล้องที่มีลักษณะผสมกันระหว่างกล้อง Compact และกล้อง SLR ไม่สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ แต่สามารถปรับแต่งค่าต่างๆ ได้มาก และละเอียดกว่ากล้อง Compact บางรุ่นมีโหมดการถ่ายภาพ และการปรับแต่งเหมือนกล้องSLR เพียงแค่ไม่สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้เท่านั้น 11
  12. 12. Digital SLR Camera (DSLR)เป็นกล้องที่สามารถถอดเปลี่ยนเลนส์ได้มีช่องมองภาพ ที่สามารถมองภาพผ่านเลนส์ได้เหมือนกับภาพที่ตกกระทบบนอุปกรณ์รับแสง (Camera Sensor) ของกล้องถ่ายภาพ ในปัจจุบัน กล้องบางรุ่นมีระบบ Live View ที่ช่วยให้สามารถมองภาพผ่านจอ LCD ที่ติดมากับกล้องได้ 12
  13. 13. SLR Anatomy Mirror (Pentaprism) Focusing Screen Viewfinder LCD Screen Light Path (Digital) Mirror Lens Sensor or Film (flips up) Shutter Camera Body Focal Length Through-the-lens (TTL) viewing (works like a periscope) Actual image (as exposed) is shown in the viewfinder Mirror flips up when the shutter release is pressed, exposing the sensor (and blacking out the viewfinder) “Reflex” comes from the use of the mirrors in the viewfinder system 13Data from Peter Liu – Digital Photography http://www.slideshare.net/peterliu47/digital-photography-i
  14. 14. อุปกรณ์รับแสงในกล้องถ่ายภาพดิจิทัล อุปกรณ์รับแสงในกล้องถ่ายภาพดิจิทัล (Image Sensor) คือ อุปกรณ์ที่ ทําหน้าที่ในการรับแสงที่ผ่านจากเลนส์ แล้วแปลงค่าของแสงให้เป็น ประจุไฟฟ้า จากนั้นประจุไฟฟ้าที่อยู่ในรูปแบบแอนะล็อก จะได้รับการ แปลงให้เป็นข้อมูลในรูปแบบดิจิทล เพื่อบันทึกเข้าสู่หน่วยความจํา ั 14Data from http://202.44.14.13/krugong/teachPhoto/DigitalPhoto/กล้องดิจิตอล.ppt
  15. 15. “Photosite” ผู้เปลี่ยนแสงเป็นไฟฟ้า ใน Image sensor จะประกอบด้วยชิพขนาดเล็กมายมาย ภายในชิพจะ บรรจุไดโอดไวแสง (Photosite) ที่ทําหน้าที่ในการรับรู้ถึงปริมาณแสง และสร้างสัญญาณกระแสไฟฟ้า เพื่อส่งให้หน่วยประมวลผล นําไปใช้ใน การแปลงข้อมูลสัญญาณไฟฟ้าให้เป็นข้อมูลภาพดิจิทัล 15Data from http://dtv.mcot.net/mcot_one.php?dateone=1244772701
  16. 16. “Photosite” กับคุณภาพของภาพ 16Data from http://dtv.mcot.net/mcot_one.php?dateone=1244772701
  17. 17. ขนาดของ Image Sensor และ Crop factor 17Data from http://www.fotografiadiaria.org/fd/articulos/46-articulos-originales/65-tipos-de-formatos-en-camaras-fotograficas
  18. 18. ชนิดของอุปกรณ์รับแสงในกล้องถ่ายภาพดิจิทัลอุปกรณ์รับแสงที่ใช้กันทั่วไปในกล้องดิจิทัลแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ 1. CCD (Charge Couple Device) 2. CMOS (Complementary Metal Oxide Semiconductor) 18
  19. 19. CCD (Charge Couple Device)CCD เป็น Sensor ที่ทํางานโดยส่วนที่เป็น Sensor แต่ละพิกเซล จะทําหน้าที่รับแสง จากนั้นจึงเปลี่ยนค่าแสงเป็นสัญญาณอนาล็อก เพื่อส่งเข้าสู่วงจรเปลี่ยนค่าอนาล็อกเป็นสัญญาณดิจิตอลอีกที 19
  20. 20. CMOS (Complementary Metal Oxide Semiconductor)CMOS เป็นเป็น Sensor ที่มีลักษณะการทํางานโดยแต่ละพิกเซลจะมีวงจรย่อยๆเปลี่ยนค่าแสงที่เข้ามาเป็น สัญญาณดิจิตอลในทันที ไม่ต้องส่งออกไปแปลงเหมือน CCD 20
  21. 21. หน่วยความจํา Compact Flash SD MiniSD xD SmartMedia MultiMediaCard RS-MMC Memory Stick (Reduced-Size MultiMediaCard) 21
  22. 22. ระบบชดเชยการสั่นไหว ระบบชดเชยการสั่นไหว เป็นคุณสมบัตของกล้องรุ่นใหม่ ที่มี ิ ความสามารถในการแก้ไขปัญหาการเบลอของภาพ อัน เนื่องมาจากการสั่นไหวเล็กน้อยในขณะถ่ายภาพ ซึ่งระบบนี้ จะมีประโยชน์มากต่อการถ่ายภาพในสถานการณ์ที่มีแสง น้อย หรือการถ่ายภาพโดยใช้เลนส์เทเล 22
  23. 23. ระบบชดเชยการสั่นไหว (ต่อ)ระบบชดเชยการสั่นไหวจะมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามแต่ละยี่หอ ้ของกล้อง ดังต่อไปนี้ • Nikon – VR – Vibration Reduction • Canon – IS – Image Stabilization • Pentax – SR – Shake Reduction • Sony – SSS – Super Steady-Shot 23
  24. 24. Exposure Exposure หมายถึง ปริมาณแสงที่ฟล์มหรือเซ็นเซอร์ได้รับ โดย ิ จะมีค่าเป็น EV (Exposure Value) ซึ่งปัจจัยในการกําหนด ปริมาณของแสงมี 3 ปัจจัย คือ 1. ขนาดของรูรับแสง (Aperture) 2. ความเร็วของการเปิด/ปิดชัตเตอร์ (Shutter Speed) 3. ความไวแสงของเซ็นเซอร์รับภาพ (ISO) 24
  25. 25. Exposure 25Source - ALEXANDRA COPLEY, DIGITAL PHOTOGRAPHY FUNDAMENTALS
  26. 26. ขนาดของรูรับแสง (Aperture) ความกว้างของม่านชัตเตอร์ ที่ทาหน้าที่ในการควบคุมปริมาณ ํ แสงที่สองผ่านเลนส์ เข้าไปสู่ Image Sensor โดยขนาดความ ่ กว้างจะแทนค่าด้วยตัวเลข ตัวเลขมาก/รูเล็ก ตัวเลขน้อย/รูกว้าง 26Source - Memorial University, Introduction to Digital Photography
  27. 27. ระยะเวลาในการเปิด/ปิดชัตเตอร์ (Shutter Speed) ระยะเวลาที่ม่านชัตเตอร์เปิดรับแสงเข้าสู่ Image Sensor เพื่อ ใช้ในการบันทึกภาพ ซึ่งระยะเวลาในการเปิด/ปิดชัตเตอร์ ถูกใช้ ในการสร้างภาพในลักษณะต่อไปนี้ • เปิดและปิดในระยะเวลาสั้นๆ จะเป็นการหยุดการ เคลื่อนไหวของวัตถุที่กําลังเคลื่อนที่ • เปิดและปิดในระยะเวลานาน เป็นการสร้างความนุ่มนวล ต่อเนื่อง และใช้ในการบันทึกภาพในสภาวะแสงน้อย 27
  28. 28. ความไวแสงของเซ็นเซอร์รับภาพ (ISO) • ตัวเลขที่แทนค่าความไวแสงของฟิล์มหรือเซ็นเซอร์รับภาพ ตัวเลข ISO น้อย จะไวแสงน้อย ตัวเลข ISO มาก จะไวแสงมาก ISO มีค่าเป็น 50, 100, 200, 400, 800, 1600, 3200, 6400 • ค่า ISO มากจะไวแสงมาก ใช้ถ่ายในสภาวะแสงน้อยได้ดี แต่ จะมีสัญญาณรบกวน (Noise) เกิดขึ้นในภาพ 28
  29. 29. ความสัมพันธ์ระหว่างความเร็วชัตเตอร์กับรูรับแสง 29
  30. 30. Depth of Field • Depth of Field (DOF) คือ ขอบเขตความชัดในภาพ อ้างอิง จากจุดโฟกัส ถ้าขอบเขตความชัดในภาพน้อย เรียกว่า “ชัดตื้น” ถ้าขอบเขตความชัดในภาพมาก เรียกว่า “ชัดลึก” • Depth of Field เป็นสิ่งที่ชางภาพใช้ในการควบคุม หรือ ่ กําหนดขอบเขตของจุดสนใจในภาพ 30
  31. 31. White Balance White Balance หรือที่หลายคนเรียกว่า “สมดุลแสงสีขาว” คือ คุณสมบัติของกล้องถ่ายภาพ ที่ใช้ในการปรับสมดุลของแสง หรือสภาพแสง ที่กล้องถ่ายภาพรับรู้ ให้มีสีที่ถูกต้อง ตรงกับ สภาพแสงจริง ณ ขณะนั้น 31
  32. 32. Type of camera shot 1. ระยะ (Distance) Extreme long shot, Very long shot, Long shot, Medium long shot, Medium shot, Medium close up, Close up shot, Big close up 2. มุมกล้อง (Angle) Eye level angle, High angle, Low angle 3. มุมมองภาพ (Point of view) Objective shot, Subjective shot 32
  33. 33. Distance: Extreme long shot Extreme Long Shot (ELS, XLS) เป็นช็อตระยะไกลที่จะแสดง ให้เห็นภาพรวมของทั้งภาพ บอกผู้ดูว่าบุคคลหลักของภาพนั้นอยู่ที่ ไหน มีขนาดและมีความสัมพันธ์กบสิ่งแวดล้อมในภาพอย่างไร ั 33
  34. 34. Distance: Very long shot Very Long Shot (VLS) เป็นช็อตที่บุคคลหลักในภาพ จะมีขนาด ประมาณ 3/4 - 1/3 ของความสูงของภาพ ซึ่งภาพในลักษณะนี้ จะ แสดงทั้งสภาพแวดล้อม และรายละเอียดของบุคคลคนนั้นมากขึ้น 34
  35. 35. Distance: Long shotLong Shot (LS) หรือ Full Shot เป็นช็อตที่จะแสดงให้เห็นรายละเอียดของบุคคลหลักของภาพมากขึ้นกว่า Very Long Shot โดยจะแสดงรูปร่างทั้งหมดของบุคคลคนนั้น และจะต้องมีพื้นที่ว่างเหนือและใต้บุคคลนั้นด้วย 35
  36. 36. Distance: Medium long shotMedium Long Shot (MLS) หรือ Knee Shot เป็นช็อตที่จะมีขนาดของบุคคลหลักเป็น 3/4 ส่วนของขนาดจริง ซึ่งจะเป็นการถ่ายภาพตัดจากใต้หัวเข่าของบุคคลไปจนถึงศรีษะโดยจะต้องมีช่องว่างเหนือศรีษะของคนๆ นั้นด้วย 36
  37. 37. Distance: Medium shotMedium Shot (MS) เป็นช็อตที่ถ่ายตั้งแต่ใต้เอวของบุคคลหลักของภาพนั้น ขึ้นไปจนถึงศรีษะ และยังคงต้องมีพื้นที่ว่างเหนือศรีษะของบุคคลนั้นเช่นเดิม 37
  38. 38. Distance: Medium close up shotMedium Close Up (MCU) หรือ Bust Shot เป็นช็อตที่ถ่ายตั้งแต่ใต้รักแร้ของบุคคลหลักของภาพนั้น ขึ้นไปจนถึงศรีษะ และยังคงต้องมีพื้นที่ว่างเหนือศรีษะเช่นเดิม 38
  39. 39. Distance: Close up shot Close Up (CU) เป็นช็อตที่ถ่ายตั้งแต่บริเวณใต้ลําคอ หรือถ้าเป็น ผู้ชายก็คือใต้ปมเนคไทของบุคคลหลักของภาพนั้น ขึ้นไปจนถึงศรีษะ 39
  40. 40. Distance: Big close up shot Big Close Up (BCU) เป็นช็อตที่ถ่ายบริเวณบางส่วนของใบหน้าของ บุคคลหลักในภาพ ส่วนใหญ่จะเริ่มตั้งแต่บริเวณกลางหน้าผากลงมา จนถึงเหนือคาง 40
  41. 41. Angle: Eye level angle ความสูงระดับสายตา (Eye level angle) เป็นการวางระดับความ สูงของกล้องในระดับสายตาของบุคคลที่เป็นจุดสนใจ ภาพที่ได้จะ เป็นธรรมชาติ เหมือนจริง 41
  42. 42. Angle: High angleความสูงระดับเหนือศรีษะ (High angle) เป็นการวางระดับความสูงของกล้องในระดับเหนือศรีษะของบุคคลที่เป็นจุดสนใจ ภาพที่ได้จะแตกต่างจากภาพจริง คือ จะมีศรีษะใหญ่กว่าเท้า ตัวสั้น ดูอ่อนแอ ไม่มีพลัง 42
  43. 43. Angle: Low angle ความสูงระดับต่ํากว่าศรีษะ (Low angle) เป็นการวางระดับความสูงของ กล้อง ในระดับต่ํากว่าศรีษะของบุคคลที่สนใจ หรือถ่ายย้อนขึ้นไปทางด้านบน ภาพที่ได้ จะไม่เป็นธรรมชาติ บุคคลในภาพจะดูมีพลังมากขึ้น 43
  44. 44. Point of view: Objective shotมุมมองของบุคคลที่สาม (Objective Shot) เป็นมุมกล้องของการมองจากบุคคลภายนอกไปยังบุคคลหลักในภาพ 44
  45. 45. Point of view: Subjective shot มุมมองของบุคคลเป้าหมาย (Subjective shot) เป็นมุมกล้องของการมอง จากบุคคลเป้าหมายในภาพ เป็นการบอกกับผู้ดูว่าคนๆ นั้นกําลังมองอะไรอยู่ 45
  46. 46. การจัดองค์ประกอบภาพการจัดองค์ประกอบภาพ (Photo Composition) คือ เทคนิคในการจัดวางจุดสนใจ (Subject) และส่วนประกอบอื่นๆ ในภาพเพื่อให้ภาพนั้นน่าสนใจ และสามารถสื่อความหมายตามที่ผู้ถ่ายภาพต้องการนอกจากนั้น การจัดองค์ประกอบภาพยังหมายรวมถึง การเลือกมุมมองภาพ (Point of View) ที่เหมาะสม 46
  47. 47. กฎข้อที่ 1 กําหนดจุดสนใจหลักในภาพ • ในภาพจะต้องมีจุดสนใจหลักอยู่ หนึ่งจุดเสมอ • อาจจะมีจุดสนใจอื่นประกอบ อยู่ แต่จะต้องไม่เด่นไปกว่า จุด สนใจหลัก 47
  48. 48. กฎข้อที่ 2 หลีกเลี่ยงการวางตําแหน่งของจุดสนใจหลักไว้กลางภาพ - ถ้าจุดสนใจอยู่กลางภาพจะทําให้ รู้สึกนิ่ง ไม่น่าสนใจ - ใช้กฎ Rule of Third ช่วยใน การกําหนดตําแหน่งในการวาง จุดสนใจ 48
  49. 49. กฎข้อที่ 3 เลือกมุมกล้องที่เหมาะสม หลังจากที่กําหนดจุดสนใจในภาพ แล้วให้เดินรอบๆ จุดสนใจนั้น เพื่อหา มุมมองที่นาสนใจสําหรับการ ่ ถ่ายภาพ 49
  50. 50. กฎข้อที่ 4: ถ่ายภาพ Close Up เพื่อเน้นจุดสนใจ การถ่ายภาพแบบ Close-up จะทํา ให้เกิดความรู้สึกใกล้ชิด เหมือนกับ ว่าผู้ดูอยู่ในเหตุการณ์ขณะนั้น เป็น การเน้นจุดสนใจ และขจัดส่วน อื่นๆ ที่ไม่ต้องการออกจากภาพ 50
  51. 51. กฎข้อที่ 5 ใช้เส้นนําสายตาเพื่อดึงความสนใจ ใช้องค์ประกอบที่มีลักษณะเป็นเส้น ทั้ง เส้นตรง และเส้นโค้ง เช่น ถนน ลําของ แสงแดด ช่วยนําสายตาผู้ชมไปที่จุดสนใจ ทํา ให้เราสามารถเน้นจุดสนใจของภาพได้ 51
  52. 52. กฎข้อที่ 6: หลีกเลี่ยงฉากหลังที่ยุ่งเหยิง พยายามหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพที่มีพื้นหลัง ที่มีลักษณะยุ่งเหยิงซับซ้อน มีลวดลาย เยอะจนเป็นการรบกวนจุดสนใจ ซึ่งการ หลีกเลี่ยงสามารถทําได้โดยการเปลี่ยนมุม กล้อง หรือการใช้เทคนิคการควบคุม ความชัดลึก (Depth of Field) ของภาพ 52
  53. 53. กฎข้อที่ 7: ใช้เฟรมกําหนดกรอบความสนใจและสร้างความลึกของภาพ ใช้องค์ประกอบแวดล้อม เช่น กรอบ ประตู, หน้าต่าง, ต้นไม้ หรือกิ่งไม้ ใน การสร้างกรอบภาพธรรมชาติ เพื่อ กําหนดกรอบการมองไปยังจุดสนใจใน ภาพ และสร้างมิติให้เกิดความลึกใน ภาพ 53
  54. 54. กฎข้อที่ 8: ถ่ายภาพเคลื่อนไหวในจังหวะที่เหมาะสม ในการถ่ายภาพที่มีการเคลื่อนไหว เช่น รถวิ่ง, ภาพกีฬา จะต้องจับ จังหวะที่เหมาะสมของภาพการ เคลื่อนที่นั้นๆ 54
  55. 55. ขอบคุณครับ 55

×