หนังสือ KM หนองพอก ปี 2555 (งาน KM ปีที่ 4) Page 51 100

5,615 views

Published on

หนังสือ KM หนองพอก ปี 2555 (งาน KM ปีที่ 4)

2 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
5,615
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2
Actions
Shares
0
Downloads
72
Comments
2
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

หนังสือ KM หนองพอก ปี 2555 (งาน KM ปีที่ 4) Page 51 100

  1. 1. CQI การพัฒนาระบบส่งรายงานการเงินเกณฑ์คงค้าง นายไผ่ล้อม ศรีหาตา ผู้เรียบเรียง นางสาวณัธฐยาน์ เศษบุบผา ผู้น�ำเสนอ งานการเงิน กลุ่มงานการจัดการ (บริหารงานทั่วไป)ปัญหา 1. ตัวชี้วัดการส่งรายงานการเงินเกณฑ์คงค้าง ของ สปสช.ปี พ.ศ. 2553 -2554 ไม่ถึงเป้าหมาย และจัดอยู่ ล�ำดับ รองสุดท้ายของโรงพยาบาลชุมชนในระดับเขต 12 (จ�ำนวน 64 รพช.) 2. เจ้าหน้าที่การเงินผู้รับผิดชอบลาออกในปี 2553 จ�ำนวน 2 คน 3. การส่งรายงานไม่ทันเวลา ไม่ถูกต้อง ทั้งของ รพช. และ สสอ.สาเหตุ 1. ผู้ปฏิบัติงานยังไม่เข้าใจระบบการส่งรายงาน และการแปลงข้อมูล ก่อนขึ้น Website ของ สปสช. 2. ขาดแคลนบุคลากร(เจ้าหน้าที่การเงิน จ�ำนวน 2 อัตรา) 3. ขาดการประชาสัมพันธ์ บุคลากรทั้ง CUP ไม่เห็นความส�ำคัญของการรายงานเกณฑ์คงค้าง 4. ไม่มีระบบการตรวจสอบการปฏิบัติงาน และเข้าดูผลการรายงานของหน่วยงาน ในแต่ละเดือนตัวชี้วัดในการแก้ปัญหา 1. การส่งรายงานเกณฑ์คงค้างของ สสอ. , รพช. ถูกต้องทันเวลา ถูกต้อง ทุกเดือน 2. รายงานการส่งรายงานจาก สปสช. ประจ�ำปี 2555 ไม่เกินล�ำดับที่ 32 3. มีระบบตรวจสอบความถูกต้อง และรายงานผู้บริหารฯทุกเดือนในที่ประชุม CUP วิธีแก้ไขปัญหา 1. ประชุมคณะกรรมการ CFO และ คณะกรรมการ CUP เพื่อรับทราบปัญหา ปี 2555 ประชุมแล้ว 10 ครั้ง 2. รับสมัครเจ้าพนักงานการเงิน เพื่อทดแทน จ�ำนวน 2 อัตรา 3. จัดการเรื่ององค์ความรู้แก่บุคลากร คือ เชิญเจ้าหน้าที่การเงินโรงพยาบาลข้างเคียงมาเป็นพี่เลี้ยง จ�ำนวน 3 วัน และอบรมการส่งรายงานให้กับผู้ส่งรายงาน รพ.สต.ทุกแห่ง จ�ำนวน 3 วัน 4. สนับสนุนการปฏิบัติงานโดย จัดหาโปรแกรม และเครื่องคอมพิวเตอร์ พร้อมอุปกรณ์ทางด้านสื่อสาร 5. นิเทศติดตาม ประเมินผล โดยการควบคุมภายใน ทุก รพ.สต. จ�ำนวนแห่งละ 1 ครั้ง/ปีผลลัพธ์ 1. การรายงานผลการส่งรายงานจาก สปสช. ไม่เกินล�ำดับที่ 32 2. มีเจ้าหน้าที่การเงินเพิ่ม จ�ำนวน 2 คน 3. มีระบบการตรวจสอบความถูกต้องของรายงาน ,การควบคุมภายใน จ�ำนวน 1 ครั้ง และรายงานผู้บริหาร อย่างต่อเนื่อง จ�ำนวน 10 ครั้งโอกาสพัฒนา 1. พัฒนางานการลงบัญชีโดยใช้โปรแกรมการเงิน MPI โดยใช้ระบบ LAN 2. การส่งรายงานการของ รพ.สต.ทาง Website ของโรงพยาบาลหนองพอก 51
  2. 2. การพัฒนาระบบน�ำส่งเงินคงเหลือประจ�ำวัน นางสาวภรทิพย์ บุดดาเพ็ง เจ้าพนักงานการเงินและบัญชีค�ำส�ำคัญ: ซื่อสัตย์ ถูกต้อง ทันเวลา ครบถ้วน น�ำไปใช้ได้สรุปผลโดยย่อ: พัฒนาระบบน�ำส่งเงินคงเหลือประจ�ำวันให้เป็นไปตามระเบียบการเก็บรักษาเงินและการน�ำเงิน ส่งคลังของส่วนราชการ อย่างเคร่งครัดชื่อและที่อยู่ขององค์กร : งานการเงินและบัญชี โรงพยาบาลหนองพอกปัญหาและบริบทงาน: การน�ำส่งเงินจากฝ่ายต่างๆ มีจ�ำนวนเงินไม่ถูกต้อง และจ�ำนวนใบเสร็จรับเงินไม่ครบ ไม่เรียงตามเล่มที่ /เลขที่ เมื่อน�ำเงินไปฝากธนาคาร ท�ำให้ยอดเงินไม่ตรงกับจ�ำนวนเงิน กับใบน�ำส่งเงินเป้าหมาย (Purpose): จ�ำนวนเงิน /จ�ำนวนใบเสร็จ/จ�ำนวนเงินในใบเสร็จเท่ากัน และการน�ำเงินฝากธนาคารถูกต้องตามระเบียบการเก็บรักษาเงินและการน�ำเงินส่งคลังของส่วนราชการ 100%การด�ำเนินงาน (Process) 1. เมื่อเจ้าหน้าที่ ผู้มีหน้าที่รับเงินคงเหลือประจ�ำวัน ได้รับเงินสด (รายได้ช�ำระเอง) ตรวจสอบจ�ำนวนเงินและบันทึกใบเสร็จให้ตรงกับจ�ำนวนที่ได้รับอย่างถูกต้อง โดยเรียงใบเสร็จตามเล่มที่/เลขที่ เอาตัวจริงให้ผู้ป่วย และเก็บส�ำเนาเพื่อเป็นหลักฐาน 2. กรณีที่เจ้าหน้าที่ เขียนใบเสร็จรับเงินผิด ให้ยกเลิกใบเสร็จและแนบติดกับเล่มนั้นๆ 3. เมื่อเจ้าหน้าที่น�ำเงินมาส่งที่งานการเงิน ให้เจ้าหน้าที่งานการเงินปฏิบัติ ดังนี้ - ตรวจนับใบเสร็จและจ�ำนวนเงิน เช่น เล่มที่/เลขที่ มีจ�ำนวนเงินตรงตามที่ระบุในใบเสร็จหรือไม่ - ตรวจนับจ�ำนวนเงินตามใบเสร็จ และใบสั่งยา ให้ถูกต้องตรงกันทุกครั้ง - บวกจ�ำนวนเงินตามใบเสร็จ โดยใช้เครื่องค�ำนวณ หรือ Microsoft Excel อย่างถูกต้อง - ตรวจนับจ�ำนวนเงิน เมือถูกต้องแล้วน�ำฝากธนาคาร โดยเขียนใบน�ำฝากให้ตรงกับธนาคาร เลขทีบญชี ่ ่ ัจ�ำนวนเงิน และลงลายมือชื่อผู้น�ำฝาก ให้ถูกต้องอย่างครบถ้วนผลลัพท์ (Performance) เจ้าหน้าที่ ผู้มีหน้าที่รับเงินคงเหลือประจ�ำวัน มีความเข้าใจในระเบียบ ขั้นตอนและปฏิบัติตามได้อย่าง ถูกต้องอย่างเคร่งครัด ท�ำให้การน�ำส่งเงินคงเหลือประจ�ำวันเป็นไปอย่างรัดกุม รวดเร็ว ทันเวลา ครบถ้วน ถูกต้องตามระเบียบของทางราชการ มีการประสานงานระหว่างฝ่ายต่างๆ และงานมีประสิทธิภาพท�ำให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่การเงิน และผู้รับผิดชอบการน�ำส่งเงิน เจ้าหน้าที่การเงิน มีการตรวจสอบ ติดตามและทวงถามอย่างสม�่ำเสมอ รอบคอบเมื่อพบปัญหารีบรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามขั้นตอน52
  3. 3. CQI การลดค่าใช้จ่ายวัสดุสิ้นเปลือง นายไผ่ล้อม ศรีหาตา นักจัดการงานทั่วไปช�ำนาญการ นางสุธีรา ภิรมย์นาค นักวิชาการพัสดุ นายสุขสันต์ พันธมา เจ้าพนักงานพัสดุเป้าหมาย เพื่อให้ค่าใช้จ่ายวัสดุสิ้นเปลืองลดลงปัญหาและสาเหตุโดยย่อ วัสดุสิ้นเปลืองมีความจ�ำเป็นจะต้องใช้ในตึกผู้ป่วย และหน่วยงานต่าง ๆ ในโรงพยาบาล ซึ่งในแต่ละปีค่าใช้จ่ายวัสดุสิ้นเปลืองจะมีจ�ำนวนที่สูงขึ้นทุกปี เกิดจากการส�ำรองวัสดุมากเกินความจ�ำเป็น และหน่วยงานยังไม่ทราบเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการใช้วัสดุสิ้นเปลืองจึงท�ำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นกิจกรรมในการพัฒนา 1. จั ดท�ำแนวทางปฏิบัติการเบิกจ่ายวัสดุ พร้อมรายละเอียดค่าใช้จ่ายวัสดุสิ้นเปลืองที่เกิดขึ้นในแต่ ล ะปี ให้หน่วยงานต่างๆ รับทราบ 2. ก�ำหนดให้มีการน�ำซากวัสดุมาแลกกับวัสดุที่ต้องการเบิกใหม่ทุกครั้ง 3. ก� ำ หนดแผนการปฏิ บั ติ ง านเยี่ ย มหน่ ว ยเบิ ก ปี ล ะ 1 ครั้ ง เพื่ อ ให้ ค�ำ แนะน� ำ ในการลงทะเบี ย นคุ ม การ รับ – จ่ายวัสดุ และจัด Stock ได้เหมาะสมกับการใช้วัสดุ และขอความร่วมมือในการลดค่าใช้จ่ายวัสดุสิ้นเปลือง 4. ให้บริษัทเสนอราคาวัสดุหลายๆบริษัทเพื่อเลือกวัสดุที่มีคุณภาพและราคาเหมาะสมให้มากที่สุดการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น การด�ำเนินการดังที่กล่าวมา ท�ำให้ได้รับความร่วมมือจากหน่วยเบิกในโรงพยาบาลและสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายวัสดุสิ้นเปลือง ดังนี้ รายละเอียดค่าใช้จ่ายวัสดุระหว่างปี 2551 – 2555 ของโรงพยาบาลหนองพอก ปีงบประมาณ ยอดการใช้วัสดุสิ้นเปลือง (บาท) หมายเหตุ 2551 1,268,399.77 - 2552 1,452,604.00 เพิ่มขึ้น 184,204.23 2553 2,054,554.85 เพิ่มขึ้น 601,950.85 2554 2,674,684.52 เพิ่มขึ้น 620,129.67 2555 2,059,649.84 ลดลง 615,034.68บทเรียนที่ได้รับ การท�ำความเข้าใจในปัญหาที่เกิดขึ้น และขอความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆท�ำให้งานนั้น ประสบความส�ำเร็จได้ ส�ำหรับปี 2551 จะเห็นว่าค่าใช้จ่ายวัสดุสิ้นเปลืองสูงขึ้นจากเดิม เนื่องจากทางโรงพยาบาลฯ ก�ำหนดแผนที่จะเปิดการให้บริการผู้ป่วยพิเศษ คือ ตึกพิเศษมหาวีโร ซึ่งท�ำให้การจัดซื้อวัสดุสิ้นเปลือง เพิ่มมากขึ้นจากเดิม ๔๔๑,๘๓๖.๕๔ บาทแต่ถ้าจะเปรียบเทียบจากการลดค่าใช้จ่ายวัสดุสิ้นเปลือง ตั้งแต่ ปี ๒๕๔๘ – ๒๕๕๒ เป็นจ�ำนวน ๑,๐๕๘,๘๘๑.๖๔ บาท ซึ่งทางฝ่ายพัสดุฯ มีความภาคภูมิใจในการได้รับความร่วมมือจากหน่วยเบิก และสามารถท�ำให้ทางโรงพยาบาลประหยัด งบประมาณในการจัดซื้อวัสดุสิ้นเปลือง 53
  4. 4. ฝุ่นรึจะกล้า ถ้าเจอผ้าปูเตียง นายอดิศักดิ์ พลเยี่ยม งานจ่ายกลาง - ซักฟอกบทน�ำ : หน่วยงานซักฟอกของโรงพยาบาลมีหน้าทีจดเตรียม จัดหา ท�ำความสะอาดผ้าทุกชนิดให้พอเพียงและสะอาด ่ัส�ำหรับให้บริการผู้ป่วยโรงพยาบาลหนองพอก โดยค�ำนึงถึงความปลอดภัยด้านอาชีวอนามัย ของบุคลากรที่ปฏิบัติงานเป็นส�ำคัญ การป้องกันบุคลากรจากฝุนผ้าในหน่วยงานซักฟอก ไม่ให้มผลกระทบต่อสุขภาพของบุคลากรในหน่วย ่ ีงานก็ส�ำคัญมากเช่นกันเป้าหมาย : เพื่อป้องกันไม่ให้มีฝุ่นผ้าฟุ้ง กระจาย อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ไม่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ บุคลากรที่ปฏิบัติงานมีความปลอดภัยด้านอาชีวอนามัยขั้นตอนการด�ำเนินงาน : 1. จัดท�ำถุงผ้าที่ผลิตจาก ผ้าปูเตียงที่ช�ำรุดแล้ว ได้ตัดเย็บเป็นถุงมีหูรูดหัว – ท้าย ปลายด้านหนึ่งผูกติดกับ ท่อเป่าฝุ่นทิ้งของเครื่องอบผ้า อีกด้านผูกติดกับถังน�้ำ ที่ใส่น�้ำไว้เต็มถังเพื่อหวังผลให้ฝุ่นผ้าตกลงไปในน�้ำ ผลการประเมิน ถุงผ้าโปร่ง ตึงมาก มีรูรั่วระหว่างถังเก็บน�้ำและถุง ที่เกิดจากแรงดันจากท่อส่งฝุ่น แรงดันลมย้อน กลับไปที่เครื่องอบผ้า ท�ำให้เครื่องมีความร้อนเพิ่ม และมีฝุ่นบริเวณรอบถังน�้ำ 2. ได้ท�ำถุงผ้าขนาดเดียวกันเพิ่ม อีก 1 ถุง ต่อจากถุงที่1 เพื่อหวังผลลดแรงดันจากเครื่องอบผ้า และช่วยดักฝุ่น เพิ่ม ผลการประเมิน พบว่าถุงโปร่งตึงลดลง แต่ยังมีแรงดันมากอยู่ ความร้อนที่เครื่องอบผ้าลดลง ฝุ่นที่ที่ติดนอก ถังผ้าลดลง 3. ได้จัดท�ำถุงผ้าเพิ่มอีก 1 ถุงเป็นทั้งหมด 3 ถุง โดยใช้ท่อลมต่อเชื่อมในแต่ละถุง ถุงที่ 1 ต่อลงน�้ำ ถุงที่ 2 ต่อ จากถุงที่ 1 และถุงที่ 3 ต่อจากถุงที่ 2 และปล่อยน�้ำหยดให้ถุงผ้าเปียกตลอดเวลาที่มีการอบผ้า เพื่อให้จับกับ ฝุ่นได้ดียิ่งขึ้น ผลการประเมิน ถุงผ้าทั้ง 3 ถุงไม่โปร่งตึงมาก เครื่องอบผ้าไม่ร้อน ไม่พบเศษฝุ่นรอบบริเวณเครื่องดักฝุ่นผ้า ครบ 1 สัปดาห์ได้ท�ำความสะอาดถุงผ้า พบเศษฝุ่นจ�ำนวนมาก และเปลี่ยนชุดถุงดักฝุ่นผ้าทุก 1 เดือนผลการด�ำเนินงาน 1. ผลการตรวจฝุ่นจากศูนย์วิศวกรรมการแพทย์ ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน เดือนมกราคม ปี 2555 2. บุคลากรที่ปฏิบัติงานมีความปลอกภัยด้านอาชีวอนามัย 3. ประหยัดงบประมาณ l เครื่องดักฝุ่นผ้าเดิม 35,000 บาท l ถุงดักฝุ่นผ้าที่ผลิตเอง ชุดละประมาณไม่เกิน 600 บาท (ผ้าเก่า+การตัดเย็บ+ถังน�้ำ)โอกาสในการพัฒนา ได้เรียนรูเ้ รือง การวางแผน การพัฒนางาน การท�ำงานเป็นทีม การคิดพัฒนางานจากงานประจ�ำ ่54
  5. 5. CQI ระบบบริการวัคซีนแนวใหม่กับงานอนามัยเด็กดี คุณบุษบา สมบัติศรี พยาบาลวิชาชีพชำ�นาญการ กลุ่มงานเวชศาสตร์ครอบครัวและบริการด้านปฐมภูมิ โรงพยาบาลหนองพอกปัญหา/บริบทของงาน 1. PCU เปิดให้บริการวัคซีนทุกวันพุธ ของสัปดาห์ - เด็กขาดนัดบ่อย ( ให้ อสม.ตาม ประกาศทางหอกระจายข่าว โทรศัพท์ตามผู้ปกครอง) - งานไม่มีระบบ เพราะให้บริการทุกช่วงอายุตั้งแต่ อายุ 1 เดือน - 5 ปี (ทำ�ให้ต้องรอนาน และโอกาสในการให้วัคซีนผิดพลาดสูง) - อัตราการสูญเสียวัคซีนสูง 2. การให้ความรู้มารดาและผู้ปกครองตามหลักสูตรโรงเรียนพ่อแม่ ทำ�ได้ยากแนวคิด / หลักการ จากการดำ�เนินงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคในเด็ก ตั้งแต่อายุ 1 เดือน -5 ปี ของ PCU พบว่า ตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2554 – กรกฎาคม 2555 มีเด็กมารับบริการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค เฉลี่ย 134 คน/เดือน ทั้งนี้เนื่องจาก PCU ในได้มีการปรับเปลี่ยนระบบการให้วัคซีน ในแต่ละสัปดาห์ ดังนี้แบ่งการรับวัคซีนออกเป็น พุธที่ 1 ของเดือน ให้บริการวัคซีน DTP+HBV และ OPV กลุ่มเป้าหมายคืออายุ 2, 4 และ 6 เดือน พุธที่ 2 ของเดือน ให้บริการวัคซีน MMR กลุ่มเป้าหมายคือ อายุ 9 - 12 เดือน พุธที่ 3 ของเดือน ให้บริการวัคซีน JE กลุ่มเป้าหมายคือ อายุ 1 ปี , 1 ปี 1 เดือน และ 2 ปี ถึง 2 ปี 6 เดือน พุธที่ 4 ของเดือน ให้บริการวัคซีน DTP และ OPV กลุ่มเป้าหมายคือ 1 ปี 6 เดือน และ 4 - 5 ปีระบบการทำ�งาน 1.1 กำ�หนดตัวชี้วัด เกณฑ์การสูญเสีย การได้รับ Vaccine 1.2 กำ�หนดผู้รับผิดชอบหลัก ผู้รับผิดชอบรอง และผู้รับผิดชอบในแต่ละจุดบริการในคลินิก 1.3 ยื่นบัตร และรับบัตรคิว ( One stop service ) 1.4 เฝ้าระวังทางโภชนาการ (ชั่งน�้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดรอบศีรษะ รอบอก และกระหม่อม)ประเมินพัฒนาการเด็ก ร่วมกับผู้ปกครอง 1.5 บันทึกข้อมูลในสมุดทะเบียน ขอเบอร์โทรศัพท์ผู้ปกครอง นัดรับบริการครั้งต่อไป 1.6 ให้ความรู้มารดาและผู้ปกครองตามหลักสูตรโรงเรียนพ่อแม่ 1.7 ตรวจสุขภาพช่องปากโดยเจ้าพนักงานทันตสาธารณสุข 1.8 รับวัคซีน (ตามบริบทของแต่ละสัปดาห์) 1.9 ลงข้อมูลในโปรแกรม HosXp (เช็คข้อมูลการมารับวัคซีนตามใบนัด ว่าในสัปดาห์นั้น ขาดนัดกี่ราย เพื่อจะได้ติดตามมารับวัคซีนต่อไป)ผลลัพธ์ - ไม่มีความผิดพลาดในการให้วัคซีน (อัตราผิดพลาดในการให้วัคซีนร้อยละ 0) - ร้อยละ 99 ของเด็กได้รับวัคซีนตามเกณฑ์ - มารดาและผู้ปกครอง มีความพึงพอใจในระบบบริการร้อยละ 89 - อัตราการสูญเสียวัคซีนลดลง เหลือร้อยละ 13.2 55
  6. 6. การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูงที่มีคุณภาพของศูนย์สุขภาพชุมชน โรงพยาบาลหนองพอก กรรณิกา นาควัน พยาบาลวิชาชีพช�ำนาญการ และทีมสหวิชาชีพปัญหา / บริบทของงาน : โรงพยาบาลหนองพอกเป็นโรงพยาบาลชุมชน ขนาด 30 เตียง มีผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่รับบริการเป็นจ� ำนวนมาก และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยสังเกตจากจ�ำนวน ผู้มารับบริการที่ตึกผู้ป่วยนอกตั้งแต่ ปี 2546, 2547, 2548, 2549, 2550 จ�ำนวน 825, 895, 956, 1212, 1518 ราย ตามล�ำดับ เมือผูปวยเพิมมากขึนแต่บคลากรสาธารณสุขมีจ�ำนวนเท่าเดิม ท�ำให้ไม่เพียงพอต่อการให้บริการทีรวดเร็ว ่ ้ ่ ่ ้ ุ ่ทันใจแก่ผู้มารับบริการ ผู้ป่วยบางรายใช้เวลาในการมารับยาโรคเรื้อรังที่โรงพยาบาลเกือบ 6 ชั่วโมง ท�ำให้เสียเวลาและท�ำให้ผู้ป่วยไม่พึงพอใจในการรับบริการ และในที่สุดก็จะไม่มารับยาอีกเลย เนื่องจากเบื่อหน่ายในการนั่งรอ รับบริการตามขั้นตอนที่ยุ่งยาก ท�ำให้ผู้ป่วยขาดยาจนอาจมีผลท�ำให้ผู้ป่วยเกิดปัญหามีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้นและจากผลการตรวจ HbA1C ในผู้ป่วยโรคเบาหวานปี 2554 พบว่าผลเฉลี่ยของ HbA1C อยู่ที่ระดับ 8.66 % ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่สูงท�ำให้มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้เพิ่มขึ้นขั้นตอนการด�ำเนินของงาน : 1. ด�ำเนินการกิจกรรมตามโครงการ โดยออกไปให้บริการที่ศาลาประชาคมประจ�ำหมู่บ้าน และมีขั้นตอน บริการ ดังนี้ จุดที่ 1 การยื่นบัตรประจ�ำตัวผู้ป่วยโรงพยาบาลหนองพอก จุดที่ 2 การชั่งน�้ำหนัก / วัดส่วนสูง / วัดความดันโลหิต / วัดรอบเอวตรวจหาระดับน�้ำตาลในเลือด ( เฉพาะในรายที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ) จุดที่ 3 แยกผู้ป่วยออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 มีผลเลือดที่ปกติจะเข้ากลุ่มรับยาตามปกติและ กลุ่มที่ 2 จะมีผลเลือด > 250 mg/dl หรือ BP > 160/90mm/hgจะ Refer ไปพบแพทย์ ที่โรงพยาบาลหนองพอกเพื่อให้ได้รับการดูแลที่ถูกต้องเหมาะสม จุดที่ 4 รับประทานยาก่อนอาหารและรับประทานอาหารเช้าร่วมกันหลังจากนั้นก็รับประทานยา หลังอาหาร จุดที่ 5 รับความรู้เรื่องโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง / การป้องกันภาวะแทรกซ้อน / การรับ ประทานอาหารที่เหมาะสมเฉพาะโรค / การออกก�ำลังกายที่เหมาะสมกับสภาพร่างกาย / การดูแลเท้า มีการประเมินความรู้ก่อนและหลังการเรียนรู้ทุกเรื่อง / ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ ผล FBS ปกติและผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ผล FBS ผิดปกติแลกเปลี่ยนเรียนรู้การปฏิบัติตนใน การควบคุมโรคที่ถูกต้อง จุดที่ 6 รับยาประจ�ำเดือน จุดที่ 7 ท�ำแบบสอบถามความพึงพอใจของผู้รับบริการรับยาโรคเรื้อรัง56
  7. 7. CQI 2. ตรวจเลือดผู้ป่วยเพื่อประเมินผลความก้าวหน้าในการรักษาทุก 6 เดือน และพบแพทย์เพื่อปรับแผน การรักษาพยาบาล 3. ถ้าผลเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติ แพทย์ส่งกลับรับยาที่ชุมชนต่อ แต่ถ้าผลเลือดผิดปกติแพทย์จะเป็น ผู้พิจารณาให้รับยาต่อที่โรงพยาบาล 4. สรุปและรายงานผลการด�ำเนินงานผลการด�ำเนินงาน : เมื่อโครงการได้ด�ำเนินมาครบ 6 เดือน ประเมินผลการรักษาพยาบาล โดยการตรวจ Lipid profile , HbA1C และในโครงการนี้ทางศูนย์สุขภาพชุมชนโรงพยาบาลหนองพอกใช้ระดับ HbA1C เป็น ตัวชี้วัด ซึ่งผลออกมาพบว่าผล HgA1C มีระดับลดลงร้อยละ 59.32 นอกจากตรวจพบว่า HbA1C ลดลงแล้ว ยังพบว่า BUN ลดลงร้อยละ 92.307 ,Triglyceride ลดลงร้อยละ 84.615 ,LDL ลดลงร้อยละ 84.615 , Cholesterolลดลง ร้อยละ 92.307 ซึ่งในขณะเดียวกันระดับ HDL ยังเพิ่มขึ้นร้อยละ 92.307 ส่งผลให้ผู้ป่วยมีภาวะแทรกซ้อนลดลง และผู้ป่วยมีความพึงพอใจในการรับบริการสูงถึง ร้อยละ 99โอกาสพัฒนา : สามารถน�ำระบบการด�ำเนินงานนี้ไปใช้ได้กับกลุ่ม CANDO ทุกหมู่บ้านอย่างเหมาะสม 57
  8. 8. แฟ้มสุขภาพ 4 G 7 สิ่งมหัศจรรย์ นายกฤษฎา เสนาหาร ต�ำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการปัญหาและบริบทของงาน         การด�ำเนินงานของอาสาสมัครสาธารณสุขในการปฏิบัติงานเชิงรุกในชุมชนมีการด�ำเนินงานอย่างต่อเนื่อง การบันทึกกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค และฟืนฟูสภาพต่างๆทีปฏิบตงานในพืนทีมกจะบันทึกในสมุดหรือ ้ ่ ัิ ้ ่ัเศษกระดาษอาจเกิดการสูญหาย ท�ำให้ยากแก่การสรุปข้อมูล และปัญหาที่พบในการปฏิบัติงานของอาสาสมัครสาธารณสุขคือขาดความมั่นใจ ดูแลไม่ครอบคลุม บันทึกขาดความต่อเนื่อง ลงบันทึกไม่ถูกต้อง ขาดความรู้เรื่องการดูแลกลุ่มเป้าหมาย และแนวทางปฏิบัติ ที่ชัดเจน กิจกรรมด้านสาธารณสุขไม่ครอบคลุม ขาดการวิเคราะห์ ขาด การนิเทศติดตามผลอย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขซึงมีกลุมทีตองดูแลเป็นพิเศษ ่ ่ ่้คือ กลุ่ม CANDO คือ เน้นการดูแล 5 กลุ่มเป้าหมายหลัก ประกอบด้วยกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ กลุ่มเด็กและเยาวชน กลุ่มผู้พิการ กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ซึ่งกิจกรรมของอาสาสมัครสาธารณสุขมีส่วนร่วมในการปฏิบัติงาน รวมทั้งมีภาคีเครือข่ายทั้งในและนอกชุมชน จึงได้จัดท�ำแฟ้มสุขภาพ 4 G 7 สิ่งมหัศจรรย์ ขึ้นมาเป้าหมาย 1. เพื่อให้มีการบันทึกข้อมูลการปฏิบัติงาน และข้อมูลสุขภาพของประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นระบบ 2. เพื่อรวบรวม สรุป วิเคราะห์ข้อมูล และแก้ไขปัญหาสุขภาพในพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม 3. เพื่อตอบสนองนโยบาย หมอครอบครัว และการดูแลกลุ่ม CANDOการด�ำเนินงาน 1. สร้างแบบรายงานบันทึกกิจกรรมของ 5 กลุมเป้าหมายหลัก ครอบคลุมทังด้านกาย จิตและสังคม ได้ดงนี้ ่ ้ ั แฟ้มงานที่ 1 แผนที่เดินดินในความดูแลของทีมส่งเสริมสุขภาพ แฟ้มงานที่ 2 การดูแลหญิงตั้งครรภ์ของทีมส่งเสริมสุขภาพ แฟ้มงานที่ 3 การดูแลเด็กแรกเกิด-5 ปี ของทีมส่งเสริมสุขภาพ แฟ้มงานที่ 4 การดูแลผู้สูงอายุ ของทีมส่งเสริมสุขภาพ แฟ้มงานที่ 5 การดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังของทีมส่งเสริมสุขภาพ แฟ้มงานที่ 6 การดูแลผู้พิการของทีมส่งเสริมสุขภาพ แฟ้มงานที่ 7 ทะเบียนรับแจ้งเหตุการณ์ผิดปกติในชุมชน SRRT เครือข่ายระดับหมู่บ้าน 2. ทีมส่งเสริมสุขภาพ ได้รับการอบรมฟื้นฟูความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพทั้งทางด้านกาย จิตและสังคมรวมถึงการประสานงานเพื่อสนับสนุนการบริการสุขภาพจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3. ทีมส่งเสริมสุขภาพ ปฏิบัติงานทุกวันโดยความสมัครใจ เช่น การส�ำรวจลูกน�้ำยุงลายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง การออกเยี่ยมบ้านใน 5 กลุ่มเป้าหมาย การตรวจและรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชนตามโครงการใกล้บ้านใกล้ใจ ทีม SRRT หมู่บ้าน เป็นต้น 4. ทีมส่งเสริมสุขภาพ มีการบันทึกข้อมูล สรุปผล การด�ำเนินงาน ส่งทุกวันจันทร์แรกของเดือนและมีระบบติดตาม ประเมินผล คือ ระบบ 4 G58
  9. 9. CQIระบบติดตามผล 4 G เป็นระบบติดตามผลและประเมินผล ใน 4 ด้าน ได้แก่ กาย (Healthy) คือ มีสุขภาพกายที่ดี จิตใจ (mental) คือ มีสุขภาพจิตที่ดี สังคม (Social) คือ มีสังคมที่ดี สังคมมีส่วนร่วม ความคิดสร้างสรรค์ (Innovation) คือ มีนวัตกรรมใหม่ๆในชุมชน โดยใช้แบบติดตามประเมินผล ทุกวันจันทร์แรกของเดือนผลลัพธ์ 1. ร้อยละ 92.64 ของครัวเรือนได้รับการดูแลจากทีมส่งเสริมสุขภาพ ตามคุ้มที่รับผิดชอบ 2. ร้อยละ 100 ของทีมส่งเสริมสุขภาพได้รับการพัฒนาทักษะในเรื่องการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค ฟื้นฟูสุขภาพ และการควบคุมป้องกันโรคระบาดในชุมชน 3. ทั้ง 20 หมู่บ้านปลอดไข้เลือดออก 4. มีแบบบันทึกกิจกรรม และรูปแบบการท�ำงานของทีมส่งเสริมสุขภาพ ใน 5 กลุ่มเป้าหมายหลัก ทั้งเชิงรับและเชิงรุกแบบผสมผสานและสามารถสรุปผลการด�ำเนินงานของทีมสุขภาพได้ดังนี้สรุปจ�ำนวนกลุ่มเป้าหมาย CANDO (คน) ที่ได้รับการดูแลที่บ้าน กลุ่ม เด็ก 0-5 ปี ผู้ป่วยเรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้พิการ รวม จำ�นวน ผลงาน จำ�นวน ผลงาน จำ�นวน ผลงาน จำ�นวน ผลงาน จำ�นวน ผลงาน 470 454 432 403 30 30 1,059 952 197 188 ร้อยละ 96.59 93.29 100 89.89 95.43 92.64 - กลุ่ม CANDO มีทั้งหมด 2,188 คน ได้รับการดูแล 2,027 คนคิดเป็นร้อยละ 92.64โอกาสในการพัฒนา 1. เพิ่มกลุ่มที่จะต้องดูแลเป็นพิเศษ เช่น กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง เพื่อให้ครอบคลุม มากขึ้น 2. เพิ่มแฟ้มงานจาก 1 หมู่บ้าน/ 1 แฟ้มงาน เป็น 1 คน ต่อ 1 แฟ้มงาน 59
  10. 10. ใหม่หอมกว่าเก่า งานแพทย์แผนไทย โรงพยาบาลหนองพอก จ.ร้อยเอ็ดปัญหาและบริบทงาน : เดิมบริบทงานแพทย์แผนไทยมีกระบวนการในการอบไอน�้ำสมุนไพรโดยใช้หม้อต้ม โดยการส่งท่อจากข้างนอกเข้าไปในตู้อบไอน�้ำสมุนไพร ใช้ตัวสมุนไพรทั้งสดหรือแห้งเทลงในหม้อต้มท�ำให้ท่ออุดตัน ตัวยาออกไม่หมด ไอน�ำไหลไม่สะดวกท�ำให้หม้อล้างออกยาก ต้องใช้เวลานาน จนกระทังมีอบตการณ์หลายครังทีทำให้ ้ ้ ุ ัิ ้ ่ �หม้อต้มความร้อนไม่เต็มที่ จึงท�ำให้ผู้ป่วยต้องใช้เวลานานในการอบไอน�้ำสมุนไพร ขึ้นตอนด�ำเนินงาน หลังจากที่เกิดอุบัติการณ์ดังกล่าวขึ้นจึงมีการปรับกระบวนการอบไอน�้ำสมุนไพรใหม่โดยใช้หม้อต้มเหมือนเดิม ส่วนตัวยาสมุนไพรจะใช้ผ้าด้ายดิบท�ำเป็นถุงมัดด้วยเชือก น�ำตัวยาที่ใช้ในการอบไอน�้ำสมุนไพร จะใช้สมุนไพรทั้งสดหรือแห้งใส่ในถุงมัดด้วยเชือกก่อนแล้วเอาถุงที่มีสมุนไพรวางลงในหม้อต้มอีกครั้งหนึ่ง ท�ำให้หม้อต้มอบไอน�้ำสมุนไพรมีความร้อนมากขึนกว่าเดิม ตัวยาสมุนไพรมีกลินหอมมากขึนกว่าเดิม ไอน�ำไหลได้สะดวกท�ำให้หม้อล้างออก ้ ่ ้ ้ได้ง่าย ไม่ต้องใช้เวลานานผลการด�ำเนิงาน หม้ออบไอน�้ำสมุนไพรมีความร้อนมากขึ้นกว่าเดิม ลดปัญหาในการซ่อมบ�ำรุงหม้ออบไอน�้ำสมุนไพรโอกาสพัฒนา มีตู้อบไอน�้ำสมุนไพรแยกชาย – หญิง อัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนของผู้มารับบริการอบไอน�้ำสมุนไพร 60
  11. 11. CQI ต่อยอดการแก้ไขปัญหาการเก็บแฟ้มผิดช่อง นายมนูญ นิลพัสด์ ผู้ช่วยเหลือคนไข้ หน่วยงานเวชระเบียนบทน�ำ เมือผูปวยได้รบการตรวจจากแพทย์เสร็จสิน แฟ้มเวชระเบียนจะถูกน�ำกลับมาเก็บยังตูเ้ ก็บทีหองเวชระเบียน ่ ้ ่ ั ้ ่ ้ซึ่งเจ้าหน้าที่เวชระเบียนจะจัดเก็บตามช่อง HN ซึ่งแต่เดิมนั้นการจัดเก็บแฟ้มเวชระเบียนจะแยกชัดในเรื่อง พ.ศ. เพราะจัดท�ำเวชระเบียนสีต่างกันในแต่ละปี และ ได้ท�ำการพัฒนารอบที่ 1 คือการติดสติกเกอร์สีเพื่อระบุเลข หลักร้อย แต่ปัญหายังคงเกิดขึ้น กระบวนการแก้ไข จากการประชุมบุคลากรในหน่วยงาน และเก็บข้อมูลตั้งแต่ตุลาคม 2554 – มีนาคม 2555 พบว่า แฟ้ม เวชระเบียนยังมีการเก็บผิดช่องอยู่ 35 แฟ้ม เฉลี่ยเดือนละ 5 แฟ้ม และพบผิดมากคือ หลักพัน เช่น HN 5402251จะพบอยู่ที่ HN 5403251 เพราะระบบสติกเกอร์สีที่ใช้อยู่จะคุมแค่หลักร้อย ดังนั้นการเขียนตัวเลขใส่สันแฟ้ม จากหลักพันถึงหลักหน่วย เพื่อเพิ่มความมั่นใจดังรูปภาพ และเพื่อความสะดวกในการตรวจสอบเลขแต่ละหลัก ละเรียงกันไปเรื่อยๆ เมื่อมีการผิดพลาดจะสะดุดตาทันที และลดความคลาดเคลื่อนจากบุคลากรได้ผลลัพธ์ ตั้งแต่เดือนเมษายน 2555 เป็นต้นมา พบความผิดพลาดจากการเก็บเวชระเบียน 1 เวชระเบียน ซึ่งผลลัพธ์ดังกล่าว ท�ำให้ทีมงานเวชระเบียนมีความภูมิใจที่ช่วยกันแก้ปัญหาได้ 61
  12. 12. “สะอาดไร้กลิ่น หมดสิ้นการติดเชื้อ” นายประวิทย์ ชมผา งานยานพาหนะและขนส่ง กลุ่มงานการจัดการ โรงพยาบาลหนองพอกบทน�ำ เมื่อมีการขอใช้รถเพื่อภารกิจต่างๆ ในแต่ละวัน จากฝ่ายต่างๆ เช่น ออกหน่วย ประชุมต่างจังหวัด และ ในจังหวัดรวมทั้งส่งผู้ป่วยรักษาต่อ จะต้องมีการเตรียมความพร้อมในเรื่องของรถและความสะอาดให้ถูกต้อง ตามมาตรฐาน และปลอดภัยต่อผู้ใช้บริการเป้าหมาย เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้รับความสะดวก ปลอดภัย ประทับใจ ไร้การติดเชื้อกระบวนการท�ำงาน ในวั น ปกติ วัน จันทร์ – วัน ศุ กร์ ให้ พ นั ก งานขั บ รถยนต์ ท� ำ ความสะอาดก่ อ นออกปฏิ บั ติ ง าน และ หลังปฏิบัติงาน เพื่อเตรียมออกงานในวันถัดไป โดยก�ำหนดเวลา 06.00 น. – 08.00 น. (เช้า) และ 16.00 น. –18.00 น. (เย็น) สถานที่ล้างรถยนต์คือพื้นที่ที่ IC ก�ำหนดคือบริเวณด้านข้างอาคาร PCU ซึ่งลาดพื้นปูนซิเมนต์และระบายน�้ำลงบ่อบ�ำบัดน�้ำเสีย เมื่อมีเหตุจ�ำเป็นไม่สามารถท�ำความสะอาดได้ให้ฝากเวรไว้ โดยน�ำรถยนต์ที่ตนเอง รับผิดชอบไปล้างทังภายนอก และภายใน น�ำรถไปจอดผึงแดดพอประมาณ แล้วน�ำรถมาดูดฝุน หลังจากนันให้ลงแว๊ก ้ ่ ่ ้ขั้นตอนสุดท้ายให้พ่นสเปรย์ ดับกลิ่น ในกรณีรถส่งผู้ป่วยถ้าวันไหนรับ-ส่งผู้ป่วยติดเชื้อต้องใส่รองเท้าบู๊ท พร้อมกับสวมถุงมือ และแมสปิดปากขณะท�ำความสะอาดภายใน โดยใช้ผ้าท�ำความสะอาด แช่กับน�้ำยาล้างท�ำความสะอาดที่เตรียมไว้ แล้วบิดผ้าให้หมาดพอประมาณ เช็ดภายในรถและพื้นรถ (ห้ามฉีดน�้ำล้างเด็ดขาด) เพราะจะท�ำให้พื้นรถเสียหาย และเชือโรคกระจาย จากนันก็ปฏิบตเหมือนกับทีได้กล่าวมาแล้วทุกขันตอน แล้วจึงน�ำรถเข้ามาจอดทีโรงรถ ้ ้ ัิ ่ ้ ่พร้อมออกปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมายทันทีผลลัพธ์ จากทีพนักงานขับรถได้ท�ำความสะอาด ทังภายนอกและภายในตามวัน เวลา ทีกำหนดถูกต้องตามมาตรฐาน ่ ้ ่�ท�ำให้สามารถออกปฏิบัติงานด้วยความมั่นใจ และมีประสิทธิภาพ ผู้ใช้บริการมีความพึงพอใจในการใช้บริการ62
  13. 13. CQI ถุงเก่าเราไม่ทิ้ง นายบุญแว่น ปุนนะรา งานเภสัชกรรมที่มา เนื่องจากมีผู้ป่วยโรคเรื้อรังมากขึ้น ท�ำให้ปริมาณการใช้ถุงยาและซองยามีมากขึ้นโดยถุงบรรจุยาที่ไม่ใช้แล้วก็ทงไปท�ำให้เกิดปัญหาปริมาณขยะเพิมขึน ซึงความจริงแล้วสามารถน�ำมาใช้บรรจุใหม่ได้ถง 2 – 3 ครังเป็นอย่างน้อย ิ้ ่ ้ ่ ึ ้อีกทั้งช่วยท�ำให้ประหยัดเงินงบประมาณอีกด้วยวัตถุประสงค์ เพื่อช่วยลดปริมาณขยะ และประหยัดเงินงบประมาณภาครัฐและทรัพยากรขั้นตอน / วิธีดาเนินงาน เมื่อผู้รับบริการน�ำถุงมาคืน ในกรณีถุงมีสภาพดีให้แยกไว้ เพื่อน�ำกลับมาใช้อีกโดยการท�ำความสะอาด และตรวจสอบสภาพก่อนใช้ผลลัพท์ - ช่วยลดปริมาณขยะ และประหยัดเงินงบประมาณภาครัฐและทรัพยากร - ท�ำให้เกิดความตระหนักในการดูแลรักษาทรัพยากร - ฝึกแนวคิดเรื่องความประหยัด 63
  14. 14. ส�ำรองไฟฟ้านั้น...ส�ำคัญไฉน นายคุณากร โพธิ์สุขบทน�ำ เครื่องก�ำเนิดไฟฟ้าส�ำรองขนาด 100 KVA สามารถรองรับโหลดได้ไม่เกิน 100,000 วัตต์ ความจุน�้ำมันเชื้อเพลิง 350 ลิตร ใช้งานได้ประมาณ 18 ชั่วโมง หล่อเย็นระบายความร้อนด้วยน�้ำเป้าหมาย เพื่อให้โรงพยาบาลมีไฟฟ้าใช้ตลอด 24 ชม.การดูแลบ�ำรุงรักษาเครื่องก�ำเนิดไฟฟ้าส�ำรอง 1. ท�ำความสะอาดห้อง ทุกวันราชการ เช่น กวาดพื้นห้อง ฝุ่นละอองต่างๆ เพื่อให้เครื่องถ่ายเทอากาศได้สะดวก 2. การระบายอากาศ ห้องต้องโล่งปราศจากสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆที่จะท�ำให้ห้องทึบและอับอากาศ 3. ป้องกันสัตว์เลื้อยคลาน สัตว์ปีก สัตว์สี่เท้า สองเท้า และกิ่งไม้ ต้นไม้ที่เป็นพาหะซึ่งอาจเป็นอันตราย กับสัตว์เหล่านั้นรวมถึงข้อบกพร่องของเครื่องก�ำเนิดไฟฟ้าได้ 4. การป้องกันอัคคีภัย ซึ่งอันตรายหากเกิดขึ้นในห้องรวมถึงเครื่องยนต์ซึ่งใช้น�้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงและยังมีถังน�้ำมันส�ำรอง ขนาด ความจุ 350 ลิตร เพราะฉะนั้นสิ่งของพวกไม้ กระดาษ ถุงพลาสติกต่างๆเหล่านี้จะต้องไม่มีในห้อง 5. ตรวจสอบเครื่องต้นก�ำลัง 5.1 น�้ำมันเครื่อง ดึงที่ก้านวัดระดับน�้ำมันเครื่องจะมีขีดบอกระดับน�้ำมันเครื่องที่ทางบริษัทผู้ผลิต ก�ำหนดเอาไว้ว่าระดับน�้ำมันเครื่องต้องไม่ต�่ำหรือสูงกว่าขีดที่ก�ำหนดมิเช่นนั้นอาจเกิดความเสียหายกับ เครื่องยนต์ได้ 5.2 น�ำหล่อเย็น ตรวจเช็คอย่างละเอียดว่าน�้ำพร่องต�่ำกว่ามาตาฐานหรือน�้ำสกปรกเร็วเกินไปหรือ ้ ไม่ถ้าสกปรกต้องเปลี่ยนทิ้งโดยด่วนเพื่อให้การระบายความร้อนเป็นไปอย่างเหมาะสมกับระดับความร้อน ของเครื่อง 5.3 น�ำมันเชือเพลิง ถังน�ำมันส�ำรองสามารถส�ำรองน�ำมันเชือเพลิงได้ 350 ลิตร ใช้งานได้ 18 ชม.แต่ ้ ้ ้ ้ ้ แนวทางปฏิบัติเราไม่สามารถบรรจุน�้ำมัน 350 ลิตรไว้ได้ตลอดเวลา เพราะเครื่องยนต์พร้อมท�ำงานได้ตลอด เวลาถ้าไฟฟ้าของการไฟฟ้าดับเพราะฉะนั้นปริมาณน�ำมันในถังส�ำรองเฉลี่ยประมาณ 2/3 หรือ เกินครึ่งถัง ้ ส�ำรอง 5.4 น�้ำกลั่นแบตเตอรี่ สิ่งที่ขาดไม่ได้หรือจะบอกว่าส�ำคัญที่สุดก็คือแบตเตอรี่เพราะถ้าแบตเตอรี่ ไม่มประจุไฟฟ้าก็ไม่สามารถสตาร์ทเครืองยนต์ให้ตดได้เพราะฉะนันจ�ำเป็นต้องตรวจเช็คทุกวันและระดับน�้ำ ี ่ ิ ้ กลั่นต้องอยู่ในระดับที่ก�ำหนดซึ่งอายุการใช้งานของแผ่นธาตุประมาณ 9 เดือน ถึง 1 ปี ก็เสื่อมสภาพแล้ว 6. การทดสอบเครื่อง มีอยู่ 2 ระบบ คือ 6.1 ระบบสตาร์ทเครื่องแบบอัตโนมัติ 6.1.1 ระบบสตาร์ทเครื่องแบบอัตโนมัติ ปกติ จะท�ำการตั้งระบบไว้ที่ระบบอัตโนมัติเพื่อ ให้เครื่องสตาร์ทเองจ่ายเองและดับเอง โดยกดที่ปุ่ม อัตโนมัติ64
  15. 15. CQI 6.2 ระบบสตาร์ทเครื่องด้วยคน 6.2.2 ระบบสตาร์ทด้วยคน โดยท�ำการกดทีปม OFF-RESET เพือออกจากระบบอัตโนมัติ ่ ุ่ ่ แล้วกดที่ปุ่ม ENGINE-START เมื่อเครื่องติดทิ้งระยะห่าง 10 วินาที จึงกดที่ปุ่ม TOGEN เพื่อ จ่ายไฟส�ำรอง 7. เมื่อเครื่องยนต์ติดจะเกิดเสียงดังมากๆจนไม่สามารถอยู่ในห้องเครื่องได้แต่เรามีวิธีปัองกันคือใส่ที่ครอบหูเพื่อป้องกันเสียงโอกาสพัฒนา 1. เพิ่มขนาดสายเมนจากเบอร์ 95 เป็นเบอร์ 120 ตร.มม. 2. เพิ่มขนาดเครื่องก�ำเนิดไฟฟ้าเป็นขนาด 550 KVA 3. ฝึกบุคลากร (ช่างคนใหม่, รปภ.) ให้มีความรู้สามารถแก้ปัญหาและวิธีบ�ำรุงรักษาเครื่องอย่างถูกวิธี 65
  16. 16. ลดจ�ำนวนครั้งของการจัดยาผิดพลาด ภญ.ลัดดาวัลย์ ปราบนอก นส.บุชรา ไชยแสง เจ้าหน้าที่กลุ่มงานเภสัชกรรมที่มา ความคลาดเคลือนจากการจัดยามีแนวโน้มเพิมมากขึนในปี 2555 โดยเฉพาะในเดือนกุมภาพันธ์ 2555 มีรอย ่ ่ ้ ้ละความคลาดเคลือน > 17 % ซึงสาเหตุอาจเกิดจากมีการรายงานเพิมมากขึน และมีเภสัชกรรับผิดชอบในการตรวจ ่ ่ ่ ้สอบการจัดยา ท�ำให้ดักจับความคลาดเคลื่อนได้เพิ่มขึ้น จากอุบัติการณ์ที่เกิด พบว่า ความคลาดเคลื่อนจากการจัดผิดจ�ำนวนมากที่สุด จึงเป็นที่มาของการพัฒนาคุณภาพเพื่อลดความผิดพลาดในการจัดยาขึ้นหลักการ / เหตุผล / แนวคิด ความคลาดเคลื่อนทางยา (Medication error) คือ เหตุการณ์ใด ๆ ที่สามารถป้องกันได้ ที่อาจเป็นสาเหตุหรือนาไปสู่การใช้ยาที่ไม่เหมาะสม หรือเป็นอันตรายแก่ผู้ป่วย ความคลาดเคลื่อนในกระบวนการจัดยา ได้แก่ จัดยา ผิดชนิดยา รูปแบบยา ความแรงของยา ขนาดยา วิธีใช้ยา จ�ำนวนยา ฉลากยาผิด ชื่อผู้ป่วยผิด ชื่อยาผิด ฯลฯวัตถุประสงค์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการจัดยา เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับยาที่ถูกต้อง เหมาะสม ตรงตามที่แพทย์สั่งเป้าหมาย ความคลาดเคลื่อนจากการจัดยาไม่เกิน 10%ขั้นตอน / วิธีดาเนินงาน 1. ได้พัฒนาระบบการจัดยา ในส่วน LASA drugs ได้พัฒนาระบบการเตือน โดยการลงค�ำว่า “ LASA” ก�ำกับหลังชี่อยาบนสติกเกอร์ยาที่เป็น LASA drugs ทุกตัว และมีการติดสติกเกอร์ “ LASA” ที่ชั้นจัดยา 2. ให้เซ็นชือผู้จดยาในใบสังยาทุกใบ เพื่อให้เกิดความตระหนักในการจัดยามากขึน แต่ไม่มการจับผิด และ ่ ั ่ ้ ีมีรางวัลให้บุคลากรที่จัดผิดน้อยที่สุด โดยคิดตามจ�ำนวนใบสั่งยาที่จัด 3. การจัดยาผู้ป่วยใน จากเดิมจัดยาใส่ไว้ในตะกร้าใหญ่ใบเดียวรวมกัน ก็เปลี่ยนเป็นจัดยาแยกตะกร้าทั้งยากินและยาฉีดในผู้ป่วยแต่ละราย 4. มีการลงบันทึกเหตุการณ์ความคลาดเคลื่อนทุกครั้ง66
  17. 17. CQIผลลัพท์ - จากการเก็บบันทึกข้อมูลพบว่าความคลาดเคลื่อนจากการจัดยามีแนวโน้มลดลงโดยเฉลี่ยประมาณ 11% - เจ้าหน้าที่เกิดความตระหนักและมีความระมัดระวังในการจัดยามากขึ้น 67
  18. 18. หลากสี แบบมีความหมาย งานเครื่องมือ โรงพยาบาลหนองพอกบทนำ� : หน่วยงานเครื่องมือ มีหน้าที่หลักในการจัดชื้อ จัดหาเครื่องมือแพทย์ที่มีคุณภาพ รองรับการให้บริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพของโรงพยาบาลหนองพอก อีกหน้าที่ ที่มีความสำ�คัญมากคือการบำ�รุงรักษาเครื่องมือแพทย์ให้ได้มาตรฐาน และมีความพร้อมใช้ตลอดเวลา เพื่อให้บริการที่มีคุณภาพเป้าหมาย : เพื่อให้บริการผู้ป่วยที่มีคุณภาพสูงสุด แยกประเภทเครื่องตามลำ�ดับความสำ�คัญ การบำ�รุงรักษา เครื่องมือตามความสำ�คัญของเครื่องมือแพทย์แต่ละประเภทขั้นตอนการดำ�เนินงาน 1. แยกประเภทเครื่องมือแพทย์ตามลำ�ดับความสำ�คัญ ดังนี้ l ประเภท A เครื่องมือช่วยชีวิต เช่น เครื่อง Defib/suction l ประเภท B เครื่องมือช่วยในการรักษา เช่น Infusion pump/syring pump l ประเภท C เครื่องมือช่วยในการวินิจฉัย เช่น เครื่อง U/S l ประเภท D เครื่องมือสนับสนุน อื่นๆ 2. กำ�หนดสี เครื่องมือแต่ละชนิด จัดทำ�สติกเกอร์สีต่างๆ ติดที่เครื่องมือแพทย์ พร้อมจัดทำ�แนวทาง การบำ�รุงรักษา ตามความสำ�คัญของเครื่องมือแพทย์ผลการดำ�เนินงาน 1. พบอุบัติการณ์ความเสี่ยงเกี่ยวกับเครื่องมือความไม่พร้อมใช้ลดลง l ปี 2554 พบ ครั้ง l ปี 2555 พบ ครั้ง (ต.ค.54 - ก.ค.55) 2. การส่งซ่อมเครื่องมือแพทย์ประเภท A ลดลง l ปี 2554 พบ ครั้ง l ปี 2555 พบ ครั้ง (ต.ค.54 - ก.ค.55)โอกาสในการพัฒนา เพิ่มการการบำ�รุงรักษา เครื่องมือทุกชนิดทีมีใช้ในหน่วยงาน การบำ�รุงรักษา การพัฒนาแนวทางในการบริหารจัดการเครื่องมือ68
  19. 19. CQI “น้อยๆ แต่บ่อยครั้ง” งานประกันสุขภาพ โรงพยาบาลหนองพอกปัญหา จากหนังสือการจัดสรรเงินส�ำหรับผูปวยสิทธิประกันสังคมในเขต จากโรงพยาบาลร้อยเอ็ด ททางโรงพยาบาล ้ ่ ์ ี่หนองพอกได้ส่งเบิกไปนั้น ได้รับการจัดสรรเงินค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกสิทธิ์ประกันสังคมในเขต เฉลี่ย รายละ 262 บาทต่อครั้ง แต่ความเป็นจริงแล้วคนไข้ที่มารับการรักษามีค่าใช้จ่ายมากกว่า 262 บาทต่อรายต่อครั้ง จึงก่อให้เกิดปัญหารายจ่ายมากกว่ารายรับ งานประกันจึงได้น�ำปัญหาดังกล่าวมาพิจารณาเพื่อการแก้ไขเป้าหมาย 1. ลดค่าใช้จ่าย 2. เพิ่มรายได้กระบวนการ 1. รายงานผู ้ อ� ำ นวยการโรงพยาบาลหนองพอก และ คณะกรรมการบริหารเพื่อรับทราบข้อมูล 2. หาวิธีด�ำเนินการแก้ไขโดยจัดท�ำ Note เป็น Pop up ในโปรแกรม HOSxP ให้แพทย์หรือพยาบาลทราบเกี่ยวกับการจัดยาส�ำหรับผู้ป่วยสิทธิ์ประกันสังคมในเขต ขอความร่วมมือจ่ายยาในปริมาณที่น้อยตามความจ�ำเป็น เน้นให้ผู้ป่วยมาบ่อยครั้ง 3. เก็บรวบรวมข้อมูลว่าหลังจากบันทึกโน้ตในระบบ HOSxPแล้ว เป็นระยะผลที่คาดว่าจะได้รับ สามารถเพิ่มรายได้ให้แก่โรงพยาบาลในส่วนของผู้ป่วยนอกประเภทสิทธิ์ประกันสังคมในเขต โดยจะประเมินผลประมาณปลายเดือนกันยายน 2555 69
  20. 20. เรื่องง่าย ๆ สร้างรายได้หลายล้านบาท นายส�ำราญ ธรรมสาร กลุ่มงานประกันสุขภาพฯ โรงพยาบาลหนองพอกปัญหา ประชาชนที่ไม่มีสิทธิการรักษาพยาบาลใด ๆ หรือที่เรียกว่า “สิทธิว่าง” หากเจ็บป่วยอาจต้องจ่ายเงิน ค่ารักษาพยาบาลเอง ในอ�ำเภอหนองพอกเมือเดือนตุลาคม 2554 มีจำนวนถึง 400 ราย ซึงท�ำให้ความครอบคลุมสิทธิ ่ � ่การรักษาพยาบาลของประชาชนในอ�ำเภอหนองพอกมีเพียงร้อยละ 99.42 (เป้าหมายของจังหวัดร้อยเอ็ดคือ ไม่ต�่ำกว่าร้อยละ 99.50) และเป็นล�ำดับที่ 22 ของจังหวัดร้อยเอ็ดจากทั้งหมด 24 ล�ำดับ เพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ดังกล่าวจึงหาวิธีการแก้ไขหลายวิธีการเป็นล�ำดับเรื่อยมาเป้าหมาย เพื่อให้ประชาชนทุกคนมีสิทธิการรักษาพยาบาลหากเจ็บป่วยจะได้ไม่ต้องจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลเองเพื่อให้ความครอบคลุมสิทธิการรักษาพยาบาลมีอัตราที่สูงขึ้น เพื่อให้ผลงานอ�ำเภอหนองพอกอยู่ล�ำดับที่ดีขึ้นเมื่อ เทียบกับอ�ำเภออื่นขั้นตอนด�ำเนินการ เพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ดังกล่าวและเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้จึงได้หาวิธีการแก้ไข �หลายวิธีการเป็นล�ำดับเรื่อยมา ดังนี้ 1. โทรศัพท์ถึง อสม. (อาสาสมัครสาธารณสุขประจ�ำหมู่บ้าน) ทุกหมู่บ้าน แจ้งรายชื่อประชาชนสิทธิการรักษาพยาบาลว่าง เพือให้ อสม. ติดตามมาขึนสิทธิ และโทรศัพท์ตดตามเป็นระยะหากพบว่าประชาชนตามรายชือยัง ่ ้ ิ ่ไม่มาขึ้นสิทธิและเพื่อทราบที่อยู่จริงของประชาชน 2. โทรศัพท์ถึงประชาชนสิทธิการรักษาพยาบาลว่าง หรือญาติใกล้ชิด (หากทราบหมายเลขโทรศัพท์) เพื่ออธิบายเหตุผลและติดตามให้มาขึ้นสิทธิ และโทรศัพท์ติดตามเป็นระยะหากยังไม่ขึ้นสิทธิการรักษาพยาบาล 3. โทรศัพท์ถงบุคลากร รพ.สต. (โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต�ำบล) เพือให้ตดตามประชาชนสิทธิการรักษา ึ ่ ิพยาบาลว่างในเขตรับผิดชอบให้มาขึนสิทธิ พร้อมทังส่งรายชือให้ทาง E-mail ให้กบบุคลากร รพ.สต. ทุกคน บุคลากร ้ ้ ่ ัสสอ. ทุกคน บุคลากร PCU ทุกคน เพื่อช่วยด�ำเนินงานติดตามประชาชนมาขึ้นสิทธิ 4. น�ำรายชื่อประชาชนสิทธิการรักษาพยาบาลว่างขึ้น Internet และ Intranet ของ รพ.หนองพอก เพื่อให้ประชาชน หรือญาติ หรือคนรู้จัก ช่วยบอกต่อ ๆ กันไปถึงผู้มีสิทธิว่างให้มาขึ้นสิทธิ 5. น�ำเสนอข้อมูลประชาชนสิทธิการรักษาพยาบาลว่างในที่ประชุม คณะกรรมการบริหารเครือข่ายบริการสุ ข ภาพอ� ำ เภอหนองพอก (CUP หนองพอก) คณะกรรมการบริ ห าร รพ.หนองพอก ที่ ป ระชุ ม อสม. และ ทีประชุมอืนๆ เพือให้ทราบความครอบคลุมสิทธิและจะได้ชวยแก้ปญหาและด�ำเนินการติดตามประชาชนสิทธิวางมา ่ ่ ่ ่ ั ่ขึ้นสิทธิให้ครบ 6. CUP หนองพอกก�ำหนดให้ผลงานความครอบคลุมสิทธิการรักษาพยาบาลเป็นตัวชี้วัดตัวหนึ่งในการประเมินความดีความชอบของบุคลากร รพ.สต. และ PCU 7. ใช้มติคณะกรรมการบริหาร CUP หนองพอก ขึ้นสิทธิให้กับประชาชนสิทธิว่างตามแนวทางของจังหวัดร้อยเอ็ด หนังสือส�ำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด ที่ รอ 0027.005.1/ว561 ลงวันที่ 18 เมษายน 255570
  21. 21. CQIตัวชี้วัดหรือผลลัพธ์ หลังจากด�ำเนินงานในหลายวิธีการดังกล่าวข้างต้นท�ำให้ได้ผลการด�ำเนินงานตามตารางดังนี้ตาราง ผลการด�ำเนินงานขึ้นทะเบียนสิทธิการรักษาพยาบาล อ�ำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด เดือน ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. 54 54 54 55 55 55 55 55 55 ได้ลำ�ดับที่ (ของจังหวัด) 22 20 22 15 8 6 5 4 3 ความครอบคลุมสิทธิ (%) 99.42 99.44 99.54 99.67 99.80 99.82 99.89 99.91 99.98 จ�ำนวนประชาชนสิทธิบัตรทองเพิ่มมากขึ้นจาก 51,322 คนในเดือนตุลาคม 2554 เป็น 51,994 คนใน เดือนมิถุนายน 2555 หรือเพิ่มมากขึ้น 672 คนซึ่งจะท�ำให้ได้รับงบประมาณจากรัฐบาลเพิ่มมากขึ้นรายละ 2,895.60 บาท (ปีงบประมาณ 2555) X 672 คน เป็นจ�ำนวนเงิน 1,945,843.20 บาทต่อปี เป็นประจ�ำทุกปีไปจนกว่าประชาชนรายนั้น ๆ จะเสียชีวิตหรือย้ายไปขึ้นสิทธิที่ CUP อื่น สิ่งที่จะด�ำเนินการต่อไปในอนาคต ติ ด ตามประชาชนที่ มี ที่ อ ยู ่ ต ามส� ำ เนาทะเบี ย นบ้ า นไม่ ใช่ อ� ำ เภอหนองพอกแต่ ตั ว คนมาอาศั ย อยู ่ ใ น อ�ำเภอหนองพอกให้มาขึนสิทธิการรักษาพยาบาลทีอำเภอหนองพอก โดยอาจติดตามทางโทรศัพท์ หรือ ทางจดหมาย ้ ่�หรือ ด้วยตัวบุคคล 71

×