แผนการจัดการเรียนรู้การงาน วพ

5,967 views

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
5,967
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
12
Actions
Shares
0
Downloads
332
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

แผนการจัดการเรียนรู้การงาน วพ

  1. 1. คูมือครู แผนการ ัดการเรียน ู้ จ ร การอาชีพ ม. 4–6 ชั้นÁั¸ยÁÈÖกÉา»‚ที่ 4–6 กลุมสาระการเรียนรูการ านอาชีพ ละเทคโนโลยี  ้ ง แ ตามหลั¡สÙตรแ¡น¡ลา§¡ารÈÖ¡Éา¢ัéนพืéน°าน พØ·ธÈั¡ราช 2551• ออกแบบการเรียนรู โดยใชมาตรฐานการเรียนรู และตัวชี้วัดชวงชั้นเปนเปาหมาย• ออกแบบการจัดการเรียนรู โดยเนนผูเรียนเปนศูนยกลาง• ใชแนวคิด Backward Design ผสมผสานกับแนวคิดทฤษฎีการเรียนรูตาง ๆ อยางหลากหลาย• ออกแบบการเรียนรูเพ�อพัฒนาสมรรถนะสำคัญของนักเรียนในการส�อสาร การคิด การแกปญหา การใชทักษะชีวิต และการใชเทคโนโลยี• แบงแผนการจัดการเรียนรูเปนรายชั่วโมง สะดวกในการใช• มีองคประกอบครบถวนตามแนวทางการจัดทำแผนการจัดการเรียนรูของสถานศึกษา• นำไปพัฒนาเปนผลงานทางวิชาการเพ�อเล�อนวิทยฐานะได
  2. 2. คูมือ รู แผนการ ัดการเรียน ู้ ค จ รการอาชีพ ม. 4–6ชั้นÁั¸ยÁÈÖกÉา»‚ที่ 4–6กลมสาระการเรยนรการงาน าชพ ละเทคโนโลยี ุ ี ู้ อ ี แตามหลั¡สÙตรแ¡น¡ลา§¡ารÈÖ¡Éา¢ัéนพืéน°าน พØ·ธÈั¡ราช 2551 ʧǹÅÔ¢ÊÔ·¸ÔìµÒÁ¡®ËÁÒÂB ī ËŒÒÁÅÐàÁÔ´ ·Ó«éÓ ´Ñ´á»Å§ à¼Âá¾Ã‹ ʋǹ˹Öè§Ê‹Ç¹ã´ àÇŒ¹áµ‹¨Ðä´ŒÃѺ͹ØÞÒµคณะผู้เขียน อรุณี​ลิมศิริ​กศ.บ.,​กศ.ม.​​ทรงสิทธิ์​เจริญสุข​ค.อ.บ.​คณะบรรณาธิการ สุระ​ดามาพงษ์​กศ.บ.,​กศ.ม.​​​สุดารัตน์​อุนเมือง​วท.บ.,​วท.ม.​​สกุนา​หนูแก้ว​วท.บ.​พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง © ¾.È. 2552ISBN 978-974-18-5875-0พิมพ์ที่ บริษัท โรงพิมพ์วั²นาพานิช จำกัด ​นายเริงชัย​จงพิพัฒนสุข​กรรมการผู้จัดการสือการเรียนรู กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. ต้น–ม. ปลาย ตามหลักสูตรแกน ลางÏ 2551 ่ ้  ้ ก• หนังสือเรียน (Èธ. อนุญาต) • แบบ½ƒกทักษะ • ©บับสมบูรณ์แบบ • แผนÏ (CD) ระดับมัธยมÈึกษาตอนต้น หนังสือเรียน–แบบฝึกทักษะ–ฉบับสมบูรณ์แบบ–แผนฯ​(CD)​การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 1 เลม 1 ............................. อรุณี​ลิมศิริ​และคณะ หนังสือเรียน–แบบฝึกทักษะ–ฉบับสมบูรณ์แบบ–แผนฯ​(CD)​การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 1 เลม 2 ............................. อรุณี​ลิมศิริ​และคณะ หนังสือเรียน–แบบฝึกทักษะ–ฉบับสมบูรณ์แบบ–แผนฯ​(CD)​การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 2 เลม 1 ............................. อรุณี​ลิมศิริ​และคณะ หนังสือเรียน–แบบฝึกทักษะ–ฉบับสมบูรณ์แบบ–แผนฯ​(CD)​การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 2 เลม 2 ............................. อรุณี​ลิมศิริ​และคณะ หนังสือเรียน–แบบฝึกทักษะ–ฉบับสมบูรณ์แบบ–แผนฯ​(CD)​การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เลม 1 ............................. อรุณี​ลิมศิริ​และคณะ หนังสือเรียน–แบบฝึกทักษะ–ฉบับสมบูรณ์แบบ–แผนฯ​(CD)​การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เลม 2 ............................. อรุณี​ลิมศิริ​และคณะ หนังสือเรียน–แบบฝึกทักษะ–ฉบับสมบูรณ์แบบ–แผนฯ​(CD)​เทคโนโลยีสารสนเทÈ ม. 1–2–3 .....................ผศ.​ดร.อำนวย​เดช​ ัยศรี​และคณะ ช ระดับมัธยมÈึกษาตอนปลาย หนังสือเรียน–แบบฝึกทักษะ–ฉบับสมบูรณ์แบบ–แผนฯ​(CD)​การดำรงชีวิตและครอบครัว ม. 4–6 ........................ดร.อมรรัตน์​เจริญชัย​และคณะ หนังสือเรียน–แบบฝึกทักษะ–ฉบับสมบูรณ์แบบ–แผนฯ​(CD)​การออกแบบและเทคโนโลยี ม. 4–6 ............................. วิไล​ ักษณ์​ชูชวย​และคณะ ล หนังสือเรียน–แบบฝึกทักษะ–ฉบับสมบูรณ์แบบ–แผนฯ​(CD)​การÍาชี¾ Á. 4–6 ............................................... ดร.มณกาญจน์​ทองใย​และคณะ หนังสือเรียน–แบบฝึกทักษะ–ฉบับสมบูรณ์แบบ–แผนฯ​(CD)​เทคโนโลยีสารสนเทÈ ม. 4 ..............................ผศ.​ดร.อำนวย​เดช​ ัยศรี​และคณะ ช หนังสือเรียน–แบบฝึกทักษะ–ฉบับสมบูรณ์แบบ–แผนฯ​(CD)​เทคโนโลยีสารสนเทÈ ม. 5 ..............................ผศ.​ดร.อำนวย​เดช​ ัยศรี​และคณะ ช หนังสือเรียน–แบบฝึกทักษะ–ฉบับสมบูรณ์แบบ–แผนฯ​(CD)​เทคโนโลยีสารสนเทÈ ม. 6 ..............................ผศ.​ดร.อำนวย​เดช​ ัยศรี​และคณะ ช
  3. 3. คำนำ คูมือครู​ แผนการจัดการเรียนรู้​ การอาชีพ​ม.​4–6​เลมนี้เป็นสื่อการเรียนรู้ที่จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็น​แนวทางในการจัดการเรียนรู้โดยยึดหลักการออกแบบการจัดการเรียนรู้แบบ​Backward​Design​ที่เน้น​ผูเ้ รียนเป็นศูนย์กลาง​(Child-Centered)​ตามหลักการยึดผูเ้ รียนเป็นสำคัญ​สงเสริมให้นกเรียนมีสวนรวม ั ในกิจกรรมและกระบวนการเรียนรู​สามารถสร้างองค์ความรูได้ดวยตนเอง​ทังเป็นรายบุคคลและรายกลุม​ ้ ้ ้ ้ โดยครูมีบทบาทหน้าที่เอื้ออำนวยความสะดวกให้นักเรียนประสบผลสำเร็จ​สนับสนุนให้นักเรียนมีโอกาสฝึกปฏิบัติงานทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน​ สามารถเชื่อมโยงความรู้ในกลุมสาระการเรียน​ ู้อื่น​ๆ รได้ในเชิงบูรณาการด้วยวิธีการที่หลากหลาย​ เน้นกระบวนการคิดวิเคราะห์​ สังเคราะห์​ และสามารถสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง​ ทำให้นักเรียนได้รับการพัฒนาสมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่หลักสูตรกำหนด​นำไปสูการอยูรวมกันในสังคมอยางสันติสุข​ การจัดทำคูมอครู​แผนการจัดการเรียนรู​การอาชีพ​ม.​4–6​เลมนได้จดทำตามหลักสูตรแกนกลาง​  ื ้ ​ ี้ ัการศึกษาขั้นพื้นฐาน​พุทธศักราช​2551​ซึ่งครอบคลุมสาระมาตรฐานการเรียนรู้​ ​ าระ​ ี่​ 4​การอาชีพ ส ทภายในเลมได้นำเสนอแผนการจัดการเรียนรูเ้ ป็นรายชัวโมงตามหนวยการเรียนรู​ เพือให้ครูนำไปใช้ในการ​ ่ ้ ่จัดการเรียนรู้ได้สะดวกยิ่งขึ้น​ นอกจากนี้​ แตละหนวยการเรียนรู้ยังมีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ทั้ง​3​ด้าน​ได้แก​ด้านความรู้​ด้านคุณธรรม​จริยธรรม​และคานิยม​และ​ ้านทักษะ/กระบวนการ​ทำให้​ ดทราบผลการเรียนรู้แตละหนวยการเรียนรู้ของผู้เรียนได้ทันที​ คูมือครู​แผนการจัดการเรียนรู้​นำเสนอเนื้อหาแบงเป็น​3​ตอน​คือ​ ตอนที 1 คำชีแจงการจัดแผนการจัดการเรียนรู ประกอบด้วยแนวทางการใช้แผนการจัดการเรียนรู้​ ่ ้ ้สัญลักษณ์ลักษณะกิจกรรมการเรียนรู้​การออกแบบการจัดการเรียนรู้แบบ​Backward​Design​(BwD)​เทคนิคและวิธีการจัดการเรียนรู้–การวัดและประเมินผลการเรียนรู้​ ตารางวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชีวดชวงชัน​และโครงสร้างการแบงเวลารายชัวโมงในการจัดการเรียนรู้​ ้ั ้ ่ ตอนที่ 2 แผนการจัดการเรียนรู้ ได้เสนอแนะแนวทางการจัดการเรียนรู้แตละหนวยการเรียนรู้​ในสื่อการเรียนรู้​ สมบูรณ์แบบ​ และหนังสือเรียน​ โดยมีผังมโนทัศน์เป้าหมายการเรียนรู้และขอบขายภาระงาน​ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู้​ และแบงเป็นแผนยอยรายชั่วโมง​ซึ่งแผนการจัดการเรียนรู้แตละแผนมีองค์ประกอบครบถ้วนตามแนวทางการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ของสถานศึกษา
  4. 4. ตอนที่ 3 เอกสาร/ความรู้เสริมสำหรับครู ประกอบด้วยแบบทดสอบตาง​ๆ​ได้แก​แบบทดสอบ​กอนเรียนและหลังเรียน​แบบทดสอบปลายภาคเรียน​แบบประเมินผลงาน​แบบประเมินพฤติกรรม​และ​คุณลักษณะ​ ันพึงประสงค์ด้านตาง​ๆ​ของนักเรียน​และความรู้เสริมสำหรับครู​ซึ่งบันทึกลงในซีดี​(CD)​ อเพื่ออำนวยความสะดวกให้แกครูหรือผู้สอน​ คูมือครู​ แผนการจัดการเรียนรู้​ การอาชีพ​ม.​4–6​เลมนี้ได้ออกแบบการเรียนรู้ด้วยเทคนิคและวิธีการสอนอยางหลากหลาย​ หวังวาจะเป็นประโยชน์ตอการนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของนักเรียนตอไป คณะ ู้จัดทำ ผ
  5. 5. สารบัญ ตอนที่ 1 คำชี้แจงการจัดแผนการจัดการเรียนรู ............................................. 1 1.​แนวทางการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ ........................................................................... 2​ 2.​สัญลักษณ์ลักษณะกิจกรรมการเรียนรู้ ......................................................................... 5​ 3.​การออกแบบการจัดการเรียนรู้แบบ​Backward​Design​(BwD)..................................... 6​​ 4.​เทคนิคและวิธีการจัดการเรียนรู้–การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ................................17​ 5.​ตารางวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดชวงชั้น .................................................19​ 6.​โครงสร้างการแบงเวลารายชั่วโมงในการจัดการเรียนรู้ ..................................................20 ตอนที่ 2 แผนการจัดการเรียนรู .................................................................. 21หนวยการเรียนรู้ที่ 1 เปดโลกอาชีพ.............................................................................22 n​ผังมโนทัศน์เป้าหมายการเรียนรู้และขอบขายภาระงาน .................................................22 n​ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู้ ..............................................................................23 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1​​อาชีพรับจ้าง......................................................................25 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 อาชีพอิสระ .......................................................................28 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 ​แนวทางในการประกอบธุรกิจ .............................................31หนวยการเรียนรู้ที่ 2 เส้นทางสูงานอาชีพ ......................................................................35 n​ผังมโนทัศน์เป้าหมายการเรียนรู้และขอบขายภาระงาน .................................................35 n​ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู้ ..............................................................................36 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4​​การเตรียมตัวประกอบอาชีพ ...............................................39 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5​​การตัดสินใจเลือกอาชีพ .....................................................43 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6​​การสมัครงาน ...................................................................46 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 ​การสัมภาษณ์งาน ..............................................................49 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 ​การปฏิบัติตนในการประกอบอาชีพ......................................52หนวยการเรียนรู้ที่ 3 เทคโนโลยีเพื่อการทำงานอาชีพ.......................................................55 n​ผังมโนทัศน์เป้าหมายการเรียนรู้และขอบขายภาระงาน .................................................55 n​ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู้ ..............................................................................56 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9 ​ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีเพื่อการทำงาน ..................58 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10​​เทคโนโลยีที่ใช้ในการทำงานอาชีพ .......................................61 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 11​​ปฏิบัติการใช้เทคโนโลยีเพื่อการทำงาน .................................64​
  6. 6. หนวยการเรียนรู้ที่ 4 ประสบการณ์วิชาชีพ.....................................................................67 n​ผังมโนทัศน์เป้าหมายการเรียนรู้และขอบขายภาระงาน .........................................67 n​​ ังการออกแบบการจัดการเรียนรู้ .....................................................................68 ผ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 12 การทำงานในการดำรงชีวิตสูงานอาชีพ ..........................71 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 13​ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการจำลองอาชีพ ...........................75 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 14 วางแผนการจำลองอาชีพ.............................................79 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 15​ปฏิบัติการจำลองอาชีพ ...............................................83 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 16 ¡ิจ¡รรมอาชีพ ...........................................................87 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 17 โครงงานอาชีพ ...........................................................90หนวยการเรียนรู้ที่ 5 คุณธรรม จริยธรรม และคานิยมในการทำงาน ............................94 n ผังมโนทัศน์เป้าหมายการเรียนรู้และขอบขายภาระงาน .........................................94 n ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู้......................................................................95 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 18​คุณธรรมและจริยธรรมสำหรับผู้ประกอบอาชีพ..............98 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 19​จรรยาบรรณวิชาชีพ .................................................101 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 20​คานิยมในการทำงาน ................................................104
  7. 7. ตอนที่ 1 คำชี้แจงการจัดแผนการจัดการเรียนรู แผนการจั การเรยนกลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพและเทคโนโลยี การงานอาชี
  8. 8. 2 คูมือ​ รู​แผนการ​ ัดการ​รียน​ ู้​การอาชีพ​ม.​4–6 ค จ เ ร 1. แนวทางการใชแผนการจัดการเรียนรู​ คูมือครู​ แผนการจัดการเรียนรู้​ การอาชีพ​ เลมนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวทางให้ครูใช้ประกอบการจัดการเรียนรู้กลุมสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี​ ชั้นมัธยมศึกษาป‚ที่​ 4–6​ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน​ พุทธศักราช​ 2551​ ซึ่ง​ ารแบงหนวยการเรียนรู้สำหรับจัดทำแผนการ กจัดการเรียนรู้รายชั่วโมงใน​ ูมือครู​ แผนการ​ ัดการ​รียน​ ู้เลม​ ี้​ บงเนื้อหา​ป็น​ 5​ หนวย​ สามารถใช้ ค จ เ ร นแ เควบคูกบสือการเรียนรู​การอาชีพ​สมบูรณ์แบบ​ชันมัธยมศึกษาป‚ท​4–6​และหนังสือเรียน​รายวิชาพืนฐาน​  ั ่ ้ ้ ี่ ้การอาชีพ​ชั้นมัธยมศึกษาป‚ที่​4–6​ประกอบด้วยหนวยการเรียนรู้​ดังนี้ หนวยการเรียนรู้ที่ 1 เปิดโลกอาชีพ หนวยการเรียนรู้ที่ 2​เส้นทางสูงานอาชีพ หนวยการเรียนรู้ที่ 3 เทคโนโลยีเพื่อการทำงานอาชีพ หนวยการเรียนรู้ที่ 4​ประสบการณ์วิชาชีพ หนวยการเรียนรู้ที่ 5 คุณธรรม​จริยธรรม​และคานิยมในการทำงาน​ แผนการจัดการเรียนรู้นี้ได้นำเสนอรายละเอียดไว้ครบถ้วนตามแนวทางการจัดทำแผนการจัดการเรียนรูของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขันพืนฐาน​โดยออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนให้นกเรียน​ ้ ้ ้ ัได้พัฒนาองค์ความรู้​ สมรรถนะสำคัญ​ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไว้อยางครบถ้วนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน​ พุทธศักราช​ 2551​ ซึ่งครูควรศึกษาแผนการจัดการเรียนรู้นี้ให้ละเอียดเพื่อปรับใช้ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม​สถานการณ์​และสภาพของนักเรียน​ ในแตละหนวยการเรียนรู้จะแบงแผนการจัดการเรียนรู้ออกเป็นรายชั่วโมง​ซึ่งมีจำนวนชั่วโมงมากน้อยไมเทากันขึ้นอยูกับความยาวของเนื้อหาสาระ​และในแตละหนวยการเรียนรู้มีองค์ประกอบดังนี้ 1. ผังมโนทัÈน์เป‡าหมายการเรียนรู้และขอบขายภาระงาน​ แสดงขอบขายเนื้อหาการจัดการเรียนรู้ที่ครอบคลุมความรู้​คุณธรรม​จริยธรรม​คานิยม​ทักษะ/กระบวนการ​และภาระงาน/ชิ้นงาน 2. กรอบแนวคิดการออกแบบการจัดการเรียนรู้ BwD (Backward​Design​Template)​เป็นผังแสดงแนวคิดในการจัดการเรียนรู้ของแตละหนวยการเรียนรู้​แบงเป็น​3​ขั้น​ได้แก ขั้นที่ 1 ผลลัพธ์ปลายทางที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับนักเรียน ​ ขั้นที่ 2 ภาระงานและการประเมินผลการเรียนรู้ซึ่งเป็นหลักฐานที่แสดงวานักเรียนมีผลการ ​เรียนรู้ตามที่กำหนดไว้อยางแท้จริง ขั้นที่ 3 แผนการจัดการเรียนรู้จะระบุวาในหนวยการเรียนรู้นี้แบงเป็นแผนการจัดการเรียนรู้ ​กี่แผน​และแตละแผนใช้เวลาในการจัดกิจกรรมกี่ชั่วโมง 3. แผนการจัดการเรียนรู้ เป็นแผนการจัดการเรียนร้ตามกรอบแนวคิดการออกแบบการจัดการ​ ูเรียนรู้แบบ​BwD​ประกอบด้วย 3.1 ชื่อแผนการจัดการเรียนรู้​ ประกอบด้วยลำดับที่ของแผน​ ชื่อแผน​ และเวลาเรียน​ เชน​แผนการจัดการเรียนรู้ที่​1​เรื่อง​อาชีพ​ ับจ้าง​เวลา​2​ชั่วโมง ร 3.2 สาระสำคัญ​ เป็นความคิดรวบยอดของเนื้อหาที่นำมาจัดการเรียนรู้ในแตละแผนการจัดการเรียนรู้
  9. 9. คูมือ​ รู แผนการ​ ัดการ​รียน​ ู้ การอาชีพ ม. 4–6 ค จ เ ร 3 3.3 ตัวชี้วัดชวงชั้น เป็นตัวชี้วัดที่ใช้ตรวจสอบนักเรียนหลังจากเรียนจบเนื้อหาที่นำเสนอในแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้นั้น ๆ ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ของหลักสูตร 3.4 จุดประสงค์การเรียนรู้ เป็นส่วนทีบอกจุดมุงหมายทีตองการให้เกิดขึนกับนักเรียนภายหลัง ่ ่ ่ ้ ้จากการเรียนจบในแต่ละแผน ทั้งในด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม (A) ​ ละ แด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ซึ่งสอดคล้องสัมพันธ์กับตัวชี้วัดชวงชั้นและเนื้อหาในแผนการจัดการเรียนรู้นั้น ๆ 3.5 การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เป็นการตรวจสอบผลการจัดการเรียนรู้ว่า หลังจากจัดการเรียนรู้ในแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว นักเรียนมีพัฒนาการ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามเป้าหมายที่คาดหวังไว้หรือไม่ และมีสิ่งที่จะต้องได้รับการพัฒนา ปรับปรุง หรือส่งเสริมในด้านใดบ้างดังนั้น ในแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้จึงได้ออกแบบวิธีการและเครื่องมือในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ด้านต่าง ๆ ของนักเรียนไว้อย่างหลากหลาย เช่น การทำแบบทดสอบ การตอบคำถามสั้น ๆการตรวจผลงาน การสังเกตพฤติกรรมทั้งที่เป็นรายบุคคลและรายกลุม เป็นต้น โดยเน้นการปฏิบัติให้ ่สอดคล้องและเหมาะสมกับตัวชี้วัดและมาตรฐานการเรียนรู้ วิธีการและเครื่องมือในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้เหล่านี้ ครูสามารถนำไปใช้ประเมินนักเรียนได้ทั้งในระหว่างการจัดการเรียนรู้และการทำกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดจนการนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน 3.6 สาระการเรียนรู้ เป็นหัวข้อย่อยที่นำมาจัดการเรียนรู้ในแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้ ซึ่งสอดคล้องกับสาระการเรียนรู้แกนกลาง 3.7 แนวทางบูรณาการ เป็นการเสนอแนะแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในเรื่องที่เรียนของแต่ละแผนให้เชือมโยงสัมพันธ์กนกับสาระการเรียนรูอน ๆ ได้แก่ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ่ ั ้ ื่สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สุขศึกษาและพลศึกษา ศิลปะ และภาษาต่างประเทศ เพื่อให้การเรียนรู้สอดคล้องและครอบคลุมสถานการณ์จริง 3.8 กระบวนการจัดการเรียนรู้ เป็นการเสนอแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในเนื้อหาแต่ละเรือง โดยใช้แนวคิดและทฤษฎีการเรียนรูตาง ๆ ตามความเหมาะสม ทังนีเ้ พือให้ครูนำไปใช้ประโยชน์ ่ ้ ่ ้ ่ในการวางแผนการจัดการเรียนรูได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึงกระบวนการจัดการเรียนรูประกอบด้วย 5 ขัน ้ ่ ้ ้ได้แก่ ขั้นที่ 1 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ขั้นที่ 2 ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ขั้นสรุป ขั้นที่ 4 ขั้นฝึกฝนนักเรียน ขั้นที่ 5 ขั้นนำไปใช้ 3.9 กิจกรรมเสนอแนะ เป็นกิจกรรมสำหรับให้นักเรียนได้พัฒนาเพิ่มเติมในด้านต่ าง ๆนอกเหนือจากทีได้จดการเรียนรูมาแล้วในชัวโมงเรียน กิจกรรมเสนอแนะมี 2 ลักษณะ คือ กิจกรรมสำหรับ ่ ั ้ ่กลุม​ นใจ​ ิเศษ​ จัด​ห​ กผู้ที่มีความสามารถพิเศษและต้องการศึกษาค้นคว้าในเนื้อหานั้น ๆ ให้ลึกซึ้ง ส พ ใ แกว้างขวางยิ่งขึ้น และกิจกรรมสำหรับฝก​ ักษะ​พิ่มเติม จัด​ห​ ก​ ูที่​ องการเรียนรู้ให้ครบตามเป้าหมาย ท เ ใ แ ผ ตซึ่งมีลักษณะเป็นการซ่อมเสริมความรู้ให้แก่นักเรียน
  10. 10. 4 คูมือ​ รู แผนการ​ ัดการ​รียน​ ู้ การอาชีพ ม. 4–6 ค จ เ ร 3.10 สือ/แหล่งการเรียนรู้ เป็นรายชือสือการเรียนรูทกประเภททีใช้ในการจัดการเรียนรู้ ซึงมีทง ่ ่ ่ ้ ุ ่ ่ ั้สื่อธรรมชาติ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ และสื่อบุคคล เช่น หนังสือ เอกสารความรู้ รูปภาพเครือข่ายอินเทอร์เน็ต วีดิทัศน์ ปราชญ์ชาวบ้าน เป็นต้น 3.11 บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ เป็นส่วนที่ให้ครูบันทึกผลการจัดการเรียนรู้ว่าประสบความสำเร็จหรือไม่ มีปัญหาหรืออุปสรรคอะไรเกิดขึ้นบ้าง ได้แก้ไขปัญหาและอุปสรรคนั้นอย่างไร และข้อเสนอแนะสำหรับการจัดการเรียนรู้ครั้งต่อไป นอกจากนี้ยังอำนวยความสะดวกให้ครู โดยจัดทำแบบทดสอบ แบบประเมินผลพฤติกรรมด​ านต่าง ๆ และความรู้เสริมสำหรับครูบันทึกลงในซีดี (CD) ประกอบด้วย 1. แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน เป็นแบบทดสอบเพือใช้วดและประเมินผลนักเรียน ่ ัก่อนการจัดการเรียนรู้และหลังการจัดการเรียนรู้ 2. แบบทดสอบปลาย​ าคเรียน เป็นแบบทดสอบเพื่อใช้วัดและประเมินผลการเรียนรู้ปลาย​ ภภาคเรียน ซึ่งประเมินผล 3 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านความรู้ มีแบบทดสอบทั้งที่เป็นแบบปรนัยและอัตนัย 2) ด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม เป็นตารางการประเมิน 3) ด้านทักษะ/กระบวนการ เป็นตารางการประเมิน 3. แบบประเมินผลการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น แบบประเมินผลงาน แบบบันทึกความรู้ 4. ความรู้เสริมสำหรับครู เป็นการนำเสนอความรู้ในเรื่องต่าง ๆ แก่ครู เช่น 1) หลักการจัดทำแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) และวิธีการคัดเลือกผลงานเพื่อเก็บในแฟ้มสะสมผลงาน 2) ความรู้เรื่องโครงงาน 5. แบบฟอร์มโครงสร้างแผนการจัดการเรียนรู้ ทีออกแบบการจัดการเรียนรูแบบ Backward ่ ้Design ครูควรศึกษาแผนการจัดการเรียนร้เู พ่อเตรียมการสอนอย่างมีประสิทธิภาพและจัดกิจกรรมให้ ืนักเรียนได้พัฒนาครบทุกสมรรถนะสำคัญที่กำหนดไว้ในหลักสูตร กล่าวคือ สมรรถนะในการสื่อสารการคิด การแก้ปัญหา การใช้ทักษะชีวิต และการใช้เทคโนโลยี รวมถึงคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตรและกิจกรรมเสนอแนะเพื่อ​ ารเรียน​ ูเพิ่มเติมให้เต็มตามศักยภาพของนักเรียนแต่ละคน ซึ่งได้ ก รกำหนดไว้ในแผนการจัดการเรียนรู้นี้แล้ว นอกจากนี้ ครู​ ังสามารถปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับสภาพความพร้อมของ ยนักเรียน และสถานการณ์เฉพาะหน้า ซึ่งจะใช้เป็นผลงานเพื่อเลื่อนวิทยฐานะได้ แผนการจัดการเรียนรู้นี้ได้อำนวยความสะดวกให้ครู โดยจัดพิมพ์โครงสร้างแผนการจัดการเรียนรู้ที่ออกแบบการจัดการเรียนรู้แบบ Backward Design ให้ครูเพิ่มเติมเฉพาะส่วนที่ครูปรับปรุงเองไว้ด้วยแล้ว​
  11. 11. คูมือ​ รู​แผนการ​ ัดการ​รียน​ ู้​การอาชีพ​ม.​4–6 ค จ เ ร 5 2. สัญลักษณลักษณะกิจกรรมการเรียนรู​ สัญลักษณ์ลักษณะกิจกรรมการเรียนรู้เป็นเครื่องหมายที่ปรากฏอยูในสื่อการเรียน​ ู้​ การ​ าชีพ​ ร ​ อสมบูรณ์แบบ​และ​ บบฝึกทักษะ​รายวิชาพื้นฐาน​การ​ าชีพทุกเลม​โดยกำหนดสัญลักษณ์กำกับกิจกรรม แ อการเรียนรูไว้ทกกิจกรรม​ เพือชวยให้ครูและนักเรียนทราบลักษณะที่ต้องการเน้นของกิจกรรมนั้น​ๆ​ เพื่อ ้ ุ ่ที่จะจัดกิจกรรมให้บรรลุเป้าหมาย​สัญลักษณ์ลักษณะกิจกรรมการเรียนรู้มีดังนี้​ 1. ÊÑÞÅѡɳËÅÑ¡¢Í§¡ÅØ‹ÁÊÒÃСÒÃàÃÕ¹ÃÙŒ¡ÒçҹÍÒªÕ¾áÅÐà·¤â¹âÅÂÕ โครงงาน​ ​ป็น​ ิจกรรม​ ี่​ ุง​ ัฒนาการ​ ิด​​ าร​ าง​ ผน​​ ละ​ าร​ ก้ปัญหา เ ก ทม พ ค ก ว แ แ ก แ การ ั²นา ระบวนการ ิด​ เป็น​ ิจกรรม​ ี่​ ำหนด​ห้​ ักเรียน​ด้​ช้​ ระบวนการ​ ิด​พื่อ​ พ ก ค ก ทก ใ น ไ ใ ก ค เ​ ​ ​ เพิ่มพูน​ ักษะ​ าร​ ิด​ ้าน​ าง​​ ​​ อง​ น​อง ท ก ค ด ต ๆข ต เ การ ระยุกต์ ช้ น ีวิต ระจำวัน​ ​ป็น​ ิจกรรม​ ี่​ ำหนด​ห้​ ักเรียน​ ำ​ วามรู้​ ละ​ ักษะ​ ป ใ ใ ช ป เ ก ทก ใ น นค แ ท​ ​ ​ ไป​ช้​ ก้ปัญหา​น​ ถานการณ์​ ริง​น​ ีวิต​ ระจำวัน ใแ ใ ส จ ใ ช ป การ ฏิบัติ ริง/ ƒก ักษะ​ ​ป็น​ ิจกรรม​ ี่​ ำหนด​ห้​ ักเรียน​ด้​ ึก​ ฏิบัติ​พื่อ​ห้​กิด​ ป จ ½ ท เ ก ทก ใ น ไ ฝ ป เ ใ เ​ ​ ​ ทักษะ​ ึ่ง​ ะ​ วย​ห้การ​รียนรู้​ป็นไปตาม​ป้าหมาย​ ละ​กิด​ วาม​ข้า​จ​ ี่​ งทน ซจช ใ เ เ เ แ เ ค เ ใ ทค ความคิด ร้างสรรค์​ เป็น​ ิจกรรม​ ี่​ ำหนด​ห้​ ักเรียน​ด้​ ัฒนา​ วามคิด​ ร้างสรรค์​ ส ก ทก ใ น ไ พ ค ส​ ​ ​ ลักษณะ​ าง​ ​ ​ ​ด้​ ก​ ​ วามคิด​ ิเริ่ม​ ​ วาม​ ลอง​น​ าร​ ิด​ ความยืดหยุน​นการคิด ต ๆ ไ แ ค ร ค ค ใ ก ค ใ​​​ ​ ​ และ​ วามคิดละเอียดลออ ค 2. ÊÑÞÅѡɳàÊÃÔÁ¢Í§¡ÅØ‹ÁÊÒÃСÒÃàÃÕ¹ÃÙŒ¡ÒçҹÍÒªÕ¾áÅÐà·¤â¹âÅÂÕ การ ำประโยชน์ ห้ ังคม​ ​ป็น​ ิจกรรม​ ี่​ ำหนด​ห้​ ักเรียน​ ำ​ วามรู้​ป​ ฏิบัติ​น​ าร​ ท ใ ส เ ก ทก ใ น นค ไ ป ใ ก​ ​ ​ ทำประโยชน์​ ก​ วนรวม​​พื่อ​ห้​ ยูรวม​ ัน​น​ ังคม​ ยาง​ ี​ วาม​ ุข แ ส เ ใ อ ก ใ ส อ มค ส การ ึกษา ้นคว้า/ ืบค้น​ ​ป็น​ ิจกรรม​ ี่​ ำหนด​ห้​ ักเรียน​ ึกษา​ ้นคว้า​ รือ​ ืบค้น È ค ส เ ก ทก ใ น ศ ค ห ส​ ​ ​ ข้อมูล​ าก​ หลง​ ารเรียนรู้​ าง​​ ​​พื่อ​ ร้าง​ งค์ความรู้​ ้วย​ น​อง จ แ ก ต ๆเ ส อ ด ต เ การ ำรวจ​ เป็น​ ิจกรรม​ ี่​ ำหนด​ห้​ ักเรียน​ ำรวจ​ ละรวบรวม​ ้อมูล​พื่อ​ ำมา​ ึกษา ส ก ทก ใ น ส แ ข เ น ศ​ ​ ​ วิเคราะห์​ าเหตุ​​ า​ ล​​ ละ​ รุป​ ้อมูล​​พื่อ​ห้​กิด​ งค์ความรู้​ ้วย​ น​อง ห หผ แ ส ข เ ใ เ อ ด ต เ การ ังเกต​ เป็น​ ิจกรรม​ ี่​ ำหนด​ห้​ ักเรียน​ ู้จัก​ ังเกต​ ิ่ง​ ี่​ ้องการ​รียนรู้​ น​ ามารถ ส ก ทก ใ น ร ส ส ทต เ จ ส​ ​ ​ สร้าง​ งค์ความรู้​ด้​ ยาง​ป็นระบบ​ ละ​ ี​หตุผล​ ​ อ ไ อ เ แ มเ ​ ​
  12. 12. 6 คูมือ​ รู​แผนการ​ ัดการ​รียน​ ู้​การอาชีพ​ม.​4–6 ค จ เ ร ทักษะ าร ูด​​ป็น​ ิจกรรม​ ี่​ ำหนด​ห้นักเรียน​ด้​ ัฒนา​ ักษะ​ าร​ ูด​ ระเภท​ าง​​ ​​ ก พ เ ก ทก ใ ไ พ ท ก พ ป ต ๆ ิจกรรม ำหรับ ลุม ิเÈษ​ ​ป็น​ ิจกรรม​ ำหรับ​ห้​ ักเรียน​ช้​ ัฒนาการ​รียนรู้​พื่อ​ ก ส ก พ เ ก ส ใ น ใ พ เ เ​ ​ ​ เติมเต็ม​ ักยภาพ​ าร​รียนรู้​ อง​ น​อง ศ ก เ ข ต เ กิจกรรม ำหรับ อม สริม​ ​ป็น​ ิจกรรม​ ำหรับ​ห้​ ักเรียน​ช้​รียน​ อม​สริม​พื่อ​ห้​กิด​ ส ซ เ เ ก ส ใ น ใ เ ซ เ เ ใ เ​ ​ ​ การ​รียนรู้​ ามตัว​ ี้​ ัดชวงชั้น เ ต ชว 3. การออกแบบการจัดการเรียนรูแบบ Backward Design (BwD)​ การ​ ัดการ​รียนรู้​ รือ​ าร​ อน​ป็นงาน​ ี่​ รู​ ุกคน​ ้อง​ช้​ ลวิธี​ าง​ๆ​ มากมาย​พื่อให้​ ักเรียน จ เ ห ก ส เ ทค ท ต ใ ก ต เ นสนใจ​ ี่จะ​รียนรู้​ ละ​กิดผล​ ามที่​ รู​ าดหวัง​ การ​ ัดการ​รียนรู้​ ัด​ป็น​ าสตร์​ ี่​ ้อง​ช้​ วามรู้ ท เ แ เ ต ค ค จ เ จ เ ศ ทต ใ คความ​ ามารถ​ ลอดจน​ ระสบการณ์​ ยาง​ าก​ ครู​ างคน​ าจจะ​ ะเลย​รื่อง​ อง​ าร​ อกแบบ​ าร​ ัด ส ต ป อ ม บ อ ล เ ข ก อ ก จการ​รียนรู้​ รือ​ าร​ อกแบบ​ าร​ อน​ซึ่ง​ป็นงาน​ ี่​ รู​ ะ​ ้อง​ ำ​ อน​ าร​ขียน​ ผนการ​ ัดการ​รียนรู้ เ ห ก อ ก ส เ ทค จ ต ท ก ก เ แ จ เ การ อกแบบ าร ัดการ รียนรู้ ำ ยางไร ทำไม ึง ้อง อกแบบ าร ัดการ รียนรู้ อ ก จ เ ทอ จต อ ก จ เ​ ครู​ ุกคน​ าน​ าร​ ึกษา​ ละ​ด้​รียนรู้​กี่ยวกับ​ าร​ อกแบบ​ ารจัดการ​รียนรู้​ าแล้ว​ ในอดีต​ าร ท ผ ก ศ แ ไ เ เ ก อ ก เ ม กออกแบบการจัดการ​รียนรูจะ​ริมต้นจาก​ าร​ ำหนด​ ดประสงค์การ​รียนรู​การ​ างแผนการ​ ดการ​รียนรู้​ ​ เ ​ เ่ ​ ก ก ้ จุ ​ เ ้ ว จั เการ​ ำเนินการ​ ดการ​รียนรู​และ​ าร​ ดและ​ ระเมินผลการเรียน​​ปัจจุบนการ​รียนรูได้มการเปลียนแปลง​ ด จั เ ้ ก วั ​ ป ​ รู้ ั ​ เ ​ ​​ ้ ี ่ไปตาม​ ภาพแวดล้อม​เศรษฐกิจ​และ​ ังคม​รวมทั้ง​ าร​ปลี่ยนแปลง​ ้าน​ ิทยาศาสตร์​ ละ​ทคโนโลยี​ ี่​ ส ส ก เ ด ว แ เ ทเข้ามา​ ี​ ทบาท​ อ​ าร​ ึกษาของ​ ักเรียน​ซึ่ง​ ักเรียน​ ามารถ​รียนรู้​ด้​ าก​ ื่อ​ ละ​ หลงการ​รียนรู้​ าง​ๆ​ มบ ตก ​ ศ น น ส เ ไ จ สแ แ เ ตที่​ ี​ ยู​ อบตัว​ ดังนั้น​ าร​ อกแบบ​ าร​ ัดการ​รียนรู้​ ึง​ป็น​ ระบวนการ​ ำคัญ​ ี่​ รู​ ำเป็นต้อง​ ำเนินการ​ มอ ร ก อ ก จ เ จเ ก ส ทค จ ดให้​หมาะสมกับ​ ักยภาพ​ อง​ ักเรียน​ ตละคน เ ศ ข น แ​ วิก​ ินส์​ ละ​ มกไท​ นักการ​ ึกษา​ าวอเมริกัน​ด้​สนอ​ นวคิด​กี่ยวกับ​ าร​ อกแบบ​ าร​ ัดการ ก แ แ ศ ช ไ เ แ เ ก อ ก จเรียนรู้​ ที่​ขา​รียกวา​ Backward​ Design​ ซึ่ง​ป็นการ​ อกแบบ​ าร​ ัดการ​รียนรู้​ ี่​ รู​ ะ​ ้อง​ ำหนด เ เ เ อ ก จ เ ทค จ ต กผลลัพธ์​ ลายทาง​ ี่​ ้องการ​ห้​กิด​ ึ้นกับ​ ักเรียน​ อน​ โดย​ขา​ ั้งสอง​ห้​ ื่อวา​ ความ​ข้าใจ​ ี่​ งทน​ ป ทต ใ เ ข น ก เ ท ใ ช เ ทค(Enduring​ Understandings)​ เมื่อ​ ำหนด​ วาม​ข้าใจ​ ี่​ งทน​ด้​ ล้ว​ ครู​ ะ​ ้อง​ อก​ห้​ด้​ า ก ค เ ทค ไ แ จ ต บ ใ ไ วความ​ข้าใจ​ คงทนของ​ กเรียน​ เ​กิดจาก​ ะไร​นักเรียน​ ะ​ อง​ หรือแสดง​ ฤติกรรม​ ะไร​ าง​ครูมหรือ​ เ ท​ ี่ นั นี้ ​ อ จ ต้ ม​ ​ พ ี อ บ้ ​​ีใช้​ ิธีการ​ ัด​ ะไร​ ้าง​ ี่จะ​ อกวา​ ักเรียน​ ี​ รือ​ สดง​ ฤติกรรม​หลานั้น​ ล้ว​ จากนั้น​ รู​ ึง​ ึกถึง​ ิธีการ​ ว ว อ บ ท บ น มห แ พ เ แ คจน วจัดการ​รียนรู้​ ี่จะ​ ำให้​ ักเรียน​กิด​ วาม​ข้าใจ​ ี่​ งทน​ อไป เ ท ท น เ ค เ ทค ต แนวคิด Backward Design​ Backward​Design​เป็นการ​ อกแบบ​ าร​ ดการ​รียนรูทใช้ผลลัพธ์ปลายทาง​ป็นหลัก​​ซึงผลลัพธ์ อ ก จั เ ​​ ​ ้ ี่ ​ เ ่​ปลาย​ างนี้ ​ ะ​กิ ด ​ ึ้ น กั บ ​ ั ก เรี ย น​ ็ ต  อ เมื่ อ ​ บ​ น ว ย​ าร​รี ย นรู ้ ​ ทั้ ง นี้ ​ รู ​ ะ​ ้ อ ง​ อกแบบ​ าร​ ั ด ท จ เ ข น ก จ ห ก เ ค จ ต อ ก จการ​รียนรู้​ โดย​ช้​ รอบ​ วามคิด​ ี่​ป็น​หตุ​ป็นผล​ ละ​ ี​ วาม​ ัมพันธ์กัน​ จากนั้น​ ึง​ ะ​ งมือ​ขียน​ ผน เ ใก ค ทเ เ เ แ มค ส จจล เ แการ​ ัดการ​รียนรู้​ขยาย​ ายละเอียด​พิ่ม​ติมให้​ ี​ ุณภาพ​ ละ​ ระสิทธิภาพ​ อไป จ เ ร เ เ มค แ ป ต
  13. 13. คูมือ​ รู แผนการ​ ัดการ​รียน​ ู้ การอาชีพ ม. 4–6 ค จ เ ร 7 กรอบ​ วามคิด​ ลัก​ อง​ าร​ อกแบบ​ าร​ ัดการ​รียนรู ​ Backward Design มี​ ั้นตอน​ ลัก​ ค ห ข ก อ ก จ เ ข หที่​ ำคัญ 3 ขั้น คือ ส ขั้น​ ี่ 1 กำหนด​ ลลัพธ​ ลายทาง​ ี่​ องการ​ห​กิด​ ึ้นกับ​ ักเรียน ท ผ ป ทต ใ เ ข น ขั้น​ ี่ 2 กำหนด​ าระ​าน​ ละ​ าร​ ระเมิน​ ลการเรียน​ ู​ ึ่ง​ปน​ ลักฐาน​ ี่​ สดงวา​ ักเรียนมี​ ล ท ภ ง แ ก ป ผ รซ เ ห ทแ น ผการเรียน​ ู​ ามที่​ ำหนด​ว​ ยาง​ ทจริง รต ก ไอ แ ขั้น​ ี่ 3 วางแผนการ​ ัดการ​รียนรู ท จ เ ขั้น​ ี่ 1 กำหนด​ ลลัพธ​ ท ผ ปลายทาง​ ตองการ​ห​ ด​ ึ้นกับ​ ักเรียน ที่​ ใ เกิ ข น กอน​ ี่จะ​ ำหนด​ ลลัพธ​ ลายทาง​ ี่​ องการ​ห​กิด​ ึ้นกับ​ ักเรียน​ ั้น ครู​ วร​ อบ​ ำ​ ามสำคัญ​ ท ก ผ ป ทต ใ เ ข น น ค ต คถตอไปนี้ – นักเรียน​ วร​ ะ​ ีความรู ความ​ขาใจ และ​ ามารถ​ ำ​ ิ่ง​ด​ด​ าง ค จม เ ส ทสใ ไ บ – เนือหา​ าระ​ด​ าง​ ​ ​ วาม​ ำคัญตอ​ าร​ ราง​ วาม​ขาใจ​ อง​ กเรียน​ และ​ วาม​ขาใจที​ งทน ้ ส ใ บ ทมค ส ่ี ี ก ส ค เ ข นั ค เ ค ่(Enduring Understandings) ที่​ รู​ องการ​ ัดการ​รียนรู​ห​ ก​ ักเรียน​ ี​ ะไร​ าง คต จ เ ใ แ น มอ บ เมื่อ​ ะ​ อบ​ ำ​ าม​ ำคัญ​ ังกลาว​ างตน ให​ รู​ ึกถึง​ปาหมาย​ อง​ าร​ ึกษา มาตรฐานการเรียนรู​ จต คถ ส ด ข คน เ ข ก ศดาน​นื้อหา​ ะดับชาติ​ ี่​ รากฏ​ ยู​น​ ลักสูตรแกนกลาง​ าร​ ึกษา​ ั้น​ ื้นฐาน พุทธศักราช 2551 รวมทั้ง เ ร ทป อ ใ ห ก ศ ข พมาตรฐาน​ าร​รียนรู​ ะดับ​ขต​ ื้นที่​ าร​ ึกษาหรือ​ องถิ่น ก เ ร เ พ ก ศ ท การ​ บ​ วนความ​ าดหวัง​ อง​ ลักสูตร​ กนก​ างการ​ ึกษา​ ั้น​ ื้นฐาน เนื่องจาก​ าตรฐาน​ ตละ​ ท ท ค ข ห แ ล ศ ข พ ม แระดับ​ ะ​ ีความ​ ัมพันธกับ​นื้อหา​ าระ​ าง ๆ ซึ่ง​ ี​ วาม​ ตกตาง​ ดหลั่น​ ัน​ป ดวย​หตุนี้​ ั้น​ ี่ 1 ของ จม ส เ ส ต มค แ ล ก ไ เ ข ทBackward Design ครู​ ึง​ อง​ ัด​ ำดับ​ วาม​ ำคัญ​ ละ​ลือก​ ลลัพธ​ ลายทาง​ อง​ ักเรียน ซึ่ง​ปน​ จต จ ล ค ส แ เ ผ ป ข น เผลการเรียน​ ู​ ี่เกิด​ าก​ วาม​ขาใจ​ ี่​ งทน​ อไป รท จ ค เ ทค ต ความ​ขาใจ​ ี่​ งทน​ อง​ ักเรียน เ ทค ข น ความ​ขาใจ​ ี่​ งทน​ ือ​ ะไร ความ​ขาใจ​ ี่​ งทน​ปน​ วามรู​ ี่​ ึกซึ้ง ไดแก ความคิด​ วบยอด เ ทค ค อ เ ทค เ ค ทล รความ​ ัมพันธ และ​ ลักการ​ อง​นื้อหา​ ละ​ ิชา​ ี่​ ักเรียน​รียนรู หรือ​ ลาว​ ีกนัยหนึ่ง​ปน​ วามรู​ ี่​ ิง ส ห ข เ แ ว ทน เ ก อ เ ค ทอ​นื้อหา ความรู​ ี้​กิด​ าก​ าร​ ะสม​ อมูล​ าง ๆ ของ​ ักเรียน ​ ละ​ปน​ งคความรู​ ี่​ ักเรียน​ รางขึ้น​เ นเ จ ก ส ข ต น แ เ อ ทน สดวย​ น​อง ต เ การ​ขียน​ วาม​ขาใจ​ ี่​ งทน​น​ าร​ อกแบบ​ าร​ ัดการ​รียนรู เ ค เ ทค ใ ก อ ก จ เ ถา​ วาม​ขาใจ​ ี่​ งทน​ มายถึงสาระสำคัญ​ อง​ ิ่ง​ ี่จะ​รียนรู​ ลว ครู​ วร​ ะ​ ูวา​ าระสำคัญ ค เ ทค ห ข สท เ แ ค จร สหมายถึง​ ะไร คำ​ า สาระสำคัญ มาจาก​ ำ​ า Concept ซึ่ง​ ักการ​ ึกษา​ อง​ทย​ ปลเปน​ าษาไทย​ า อ ว คว น ศ ข ไ แ ภ วสาระสำคัญ ความคิด​ วบยอด มโนทัศน มโน​ ติ และ​ ังกัป ซึ่ง​ าร​ขียน​ ผนการ​ ัดการ​รียนรู​ ิยม​ช​ ร ม ส ก เ แ จ เ น ใคำ​ า สาระสำคัญ ว สาระสำคัญเ​ปนขอความ​ แสดง​ กนหรือเ​ปาหมาย​กียวกับเ​รือง​ด​รือง​ นึง เพือใหไดขอสรุปรวม​ ​ ท​ แ ​ ี่ เ ่ ่ ใ เ ่ ห ่ ่ ​ ​ ​และ​ อ​ ตกตาง​กี่ยวกับ​รื่อง​ด​รื่อง​ นึ่ง โดย​ าจ​ รอบคลุม​ อเท็จจริง กฎ ทฤษฎี ประเด็น และ ข แ เ เ ใ เ ห อ ค ขการ​ รุป​ าระสำคัญ​ ละ​ อความ​ ี่​ ี​ ักษณะ​ วบยอด​ ยาง​ ื่น ส ส แ ข ทมล ร อ อ ประเภท​ อง​ าระสำคัญ ข ส 1. ระดับ​ วาง (Broad Concept) ก 2. ระดับ​ าร​ ำไปใช (Operative Concept หรือ Functional Concept) ก น
  14. 14. 8 คูมือ​ รู แผนการ​ ัดการ​รียน​ ู้ การอาชีพ ม. 4–6 ค จ เ ร ตัวอยาง​ าระสำคัญ​ ะดับ​ วาง ส ร ก – ารสร้างสิ่งของเครื่องใช้ควรสร้างตามขั้นตอนของกระบวนการเทคโนโลยี ก ตัวอยาง​ าระสำคัญ​ ะดับการ​ ำไปใช ส ร น – การ​ ราง​ งของ​ครืองใชควร​ ราง​ าม​ นตอน​ อง​ ระบวนการ​ทคโนโลยี ไดแก กำหนดปญหา ส สิ่ เ ่ ​ ส ต ขั้ ข ก เหรือ​ วาม​ องการ รวบรวม​ อมูล เลือก​ ิธีการ​ กปญหา ออกแบบ​ ละ​ ฏิบัติ ประเมิน และ​ รับปรุง ค ต ข ว แ แ ป ปห พ​ รือ​ ัฒนา แนว​ างการ​ขียน​ าระสำคัญ ท เ ส 1. ให​ขียน​ าระสำคัญ​ อง​ ุก​รื่​ ง โดย​ ยก​ปน​ อ ​ (จำนวน​ อ​ อง​ าระสำคัญ​ ะ​ทากับ เ ส ข ท เอ แ เ ข ๆ ข ข ส จเจำนวน​รื่อง) เ 2. การ​ขียน​ าระสำคัญ​ ี่​ ี​ วร​ปน​ าระสำคัญ​ ะดับ​ าร​ ำไปใช เ ส ทดค เ ส ร ก น 3. สาระสำคัญ​ อง​ รอบคลุม​ ระเด็น​ ำคัญ​ รบถวน เพราะ​ าก​ าด​ วน​ด​ป​ ลวจะ​ ำให ต ค ป ส ค ห ข ส ใ ไ แ ทนักเรียน​ ับ​ าระสำคัญ​ ี่​ ิด​ป​ ันที ร ส ทผ ไ ท 4. การ​ขียน​ าระสำคัญ​ ี่จะ​ห​ รอบคลุม​ ระเด็น​ ำคัญ​ ิธีการ​ นึ่ง​ ือ การ​ขียน​ ผนผังสาระ เ ส ท ใ ค ป ส ว ห ค เ แสำคัญ ตัวอยาง​ าร​ขียน​ ผนผัง​ าระสำคัญ ก เ แ ส ความหมายของ​ าชีพ​ ับจาง อ ร อาชีพรับจาง ​ ขด ข ​ อ​ ีและ​ อเสียของ​ าชีพ​ ับจาง อ ร ต ​ ัวอยาง​ าชีพ​ ับจาง อ ร ประเภท​ อง​ าชีพ ข อ ค ​ วามหมายของ​ าชีพ​ ิสระ อ อ อาชีพอิสระ ​ ขด ข ​ อ​ ีและ​ อเสียของ​ าชีพ​ ิสระ อ อ ต ​ ัวอยาง​ าชีพ​ ิสระ อ อ สาระสำคัญ​ อง​ ระเภท​ อง​ าชีพ: ประเภท​ อง​ าชีพแบง​ปน 2 ประเภท ไดแก อาชีพรับจาง ข ป ข อ ข อ เและ​ าชีพ​​ สระ อ อิ 5. การ​ขียน​ าระสำคัญ​กี่ยวกับ​รื่อง​ด​ วร​ขียน​ ักษณะเดน​ ี่​ องเห็น​ด​ รือ​ ึกได​ อกมา​ปน​ เ ส เ เ ใ ค เ ล ทม ไ ห น อ เขอ ๆ แลว​ ำแนก​ ักษณะ​หลานั้น​ปน​ ักษณะ​ ำเพาะ​ ละ​ ักษณะ​ ระกอบ จ ล เ เ ล จ แ ล ป 6. การ​ขียน​ อความ​ เ​ปนสาระสำคัญ ควร​ชภาษา​ มการ​ ดเกลา​ ยาง​ เลียง​ ำ​ มความหมาย เ ข ที่ ​ ใ ​ ท​ ​ ขั ี่ ี อ ดี ่ ค ท​ ี ี่กำกวม​ รือ​ ุมเฟอย ห ฟ
  15. 15. คูมือ​ รู แผนการ​ ัดการ​รียน​ ู้ การอาชีพ ม. 4–6 ค จ เ ร 9 ตัวอยาง​ าร​ขียน​ าระสำคัญ เรื่อง สำนัก​าน​ ัตโนมัติ ก เ ส ง อ สำนักงานอัตโนมัติ ลักษณะจำเพาะ ลักษณะ​ ระกอบ ป ประหยัด​บประมา​ ​ า​ช​ าย ง ณค ใ จ – 3 เ ​พิ่มประสิทธิภาพ​นการ​ ำ​าน ใ ทง 3 – ช ใ ผบ ส ​ วย​ห​ ู​ ริหาร​ ามารถ​ ัดสินใจ​ด ต ไ ถูกตอง​ ละ​ วดเร็ว​ แ ร 3 ​ – หนวยงาน​ ละ​ ำนัก​าน​ ีภาพลักษณ​ ี แ ส ง ม ด 3 ​ – สาระสำคัญของสำนักงานอัตโนมัติ: สำนักงานอัตโนมัติมีประโยชน์หลายอย่าง ได้แก่ ประหยัดงบประมาณค่าใช้จ่าย เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ช่วยให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วทำให้หน่วยงานและสำนักงานมีภาพลักษณ์ดี ขั้นที่ 2 กำหนดภาระงานและการประเมินผลการเรียนรู้ซึ่งเป็นหลักฐานที่แสดงว่านักเรียนมีผลการเรียนรู้ตามที่กำหนดไว้อย่างแท้จริง เมือครูกำหนดผลลัพธ์ปลายทางทีตองการให้เกิดขึนกับนักเรียนแล้ว ก่อนทีจะดำเนินการขันต่อไป ่ ่ ้ ้ ่ ้ขอให้ครูตอบคำถามสำคัญต่อไปนี้​ – นักเรียนมีพฤติกรรมหรือแสดงออกในลักษณะใด จึงทำให้ครูทราบว่า นักเรียนบรรลุผลลัพธ์ปลายทางตามที่กำหนดไว้แล้ว – ครูมีหลักฐานหรือใช้วิธีการใดที่สามารถระบุได้ว่า นักเรียนมีพฤติกรรมหรือแสดงออกตามผลลัพธ์ปลายทางที่กำหนดไว้ การออกแบบการจัดการเรียนรู้ตามหลักการ Backward Design เน้นให้ครูรวบรวมหลักฐานการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ที่จำเป็นและมีหลักฐานเพียงพอที่จะกล่ าวได้ว่า การจัดการเรียนรู้ทำให้นักเรียนเกิดผลสัมฤทธิ์แล้ว ไม่ใช่เรียนแค่ให้จบตามหลักสูตรหรือเรียนตามชุดของกิจกรรมการเรียนรู้ที่ครูกำหนดไว้เท่านั้น วิธีการ Backward Design ต้องการกระตุ้นให้ครูคิดล่วงหน้าว่า ครูควรจะกำหนดและรวบรวมหลักฐานเชิงประจักษ์อะไรบ้างก่อนที่จะออกแบบหน่วยการเรียนรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลักฐานดังกล่าวควรจะเป็นหลักฐานที่สามารถใช้เป็นข้อมูลย้อนกลับที่มีประโยชน์สำหรับนักเรียนและครูได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ครูควรใช้วิธีการวัดและประเมินผลแบบต่อเนื่องอย่างไม่เป็นทางการและเป็นทางการ ตลอดระยะเวลาที่ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้แก่นักเรียน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดที่ต้องการให้ครูทำการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เรียกว่า สอนไปวัดผลไป จึงกล่าวได้วา ขันนีครูควรนึกถึงพฤติกรรมหรือการแสดงออกของนักเรียน โดยพิจารณาจากผลงาน ่ ้ ้หรือชิ้นงานที่เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์  ซึ่งแสดงให้เห็นว่านักเรียนเกิดผลลัพธ์ปลายทางตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้แล้ว และเกณฑ์ทใช้ประเมินควรเป็นเกณฑ์คณภาพในรูปของมิตคณภาพ (Rubrics) อย่างไรก็ตาม ี่ ุ ิ ุครูอาจจะมีหลักฐานหรือใช้วธการอืน ๆ เช่น การทดสอบก่อนและหลังเรียน การสัมภาษณ์ การศึกษาค้นคว้า ิี ่การฝึกปฏิบัติขณะเรียนรู้ประกอบด้วยก็ได้
  16. 16. 10 คูมือ​ รู แผนการ​ ัดการ​รียน​ ู้ การอาชีพ ม. 4–6 ค จ เ ร การกำหนดภาระงานและการประเมินผลการเรียนรู้ซึ่งเป็นหลักฐานที่แสดงว่านักเรียนมีผลการเรียนรู้ตามผลลัพธ์ปลายทางที่กำหนดไว้แล้ว หลังจากทีครูได้กำหนดผลลัพธ์ปลายทางทีตองการให้เกิดขึนกับนักเรียนแล้ว ครูควรกำหนดภาระ ่ ่ ้ ้งานและวิธีการประเมินผลการเรียนรู้  ซึ่งเป็นหลักฐานที่แสดงว่านักเรียนมีผลการเรียนรู้ตามผลลัพธ์ปลายทางที่กำหนดไว้แล้ว ภาระงาน หมายถึง งานหรือกิจกรรมที่กำหนดให้นักเรียนปฏิบัติ เพื่อให้บรรลุตามจุดประสงค์การเรียนรู้/ตัวชี้วัด​ วงชั้น/มาตรฐานการเรียนรู้ที่กำหนดไว้  ลักษณะสำคัญของงานจะต้องเป็นงานที่ ชสอดคล้องกับ​ าร​ ฏิบัติจริงในชีวิตประจำวัน เป็นเหตุการณ์จริงมากกว่ากิจกรรมที่จำลองขึ้นเพื่อใช้ใน ก ปการทดสอบ ซึ่งเรียกว่า งานที่ปฏิบัติเป็นงานที่มีความหมายต่อนักเรียน (Meaningful Task) นอกจากนี้งานและกิจกรรมจะต้องมีขอบเขตทีชดเจน  สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู/ตัวชีวดชวงชัน/มาตรฐาน ่ั ้ ้ั ้ ​การเรียนรู้ที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับนักเรียน ทั้งนี้เมื่อได้ภาระงานครบถ้วนตามที่ต้องการแล้ว ครูจะต้องนึกถึงวิธีการและเครื่องมือที่จะใช้วัดและประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียนซึ่งมีอยู่มากมายหลายประเภท ครูจะต้องเลือกให้เหมาะสมกับภาระงานที่นักเรียนปฏิบัติ ตัวอย่างภาระงานเรื่อง เทคโน​ลยีที่ใชเพื่อการ​ ำ​ าน​ าชีพ รวมทั้งการกำหนดวิธีการวัดและ โ ทง อประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียน (ดังตาราง)

×