ศิลปะกับการสร้างสรรค์ “พระพิฆเณศกับมหาวิทยาลัยศิลปากร”<br />
พระพิฆเนศวร <br />พระพิฆเนศวร (ภาษาสันสกฤต : คเณศ) หรือ พระพิฆเนศ หรือ พระพิฆเณศ หรือ พระวิฆเณศวร หรือ พระพิฆเณศ หรือ พระค...
พระพิฆเนศวร<br />พระพิฆเนศวรเป็นโอรสของพระอิศวรและพระอุมาเทวีมีรูปกายเป็นมนุษย์ มีเศียรเป็นช้าง ทุกคนเคารพนับถือท่านในฐานะ...
ตำนานของพระพิฆเนศวร<br />ในคราวที่พระศิวะเทพทรงไปบำเพ็ญสมาธิเป็นระยะเวลานานอยู่นั้น พระแม่ปารวตีเนื่องจากอยู่องค์เดียวเลยเ...
เช่นนั้นพระศิวะเลยโยนตรีศูลอาวุธของพระองค์ออกไปหาศีรษะสิ่งที่มีชีวิตแรก ที่พบมาและปรากฏว่าเหล่าเทพได้นำเอาศีรษะช้างมาซึ่งพ...
8. อีกมือทรงลูกประคำที่แสดงว่าการแสวงหาความรู้จะต้องเป็นไปอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา<br />9.ขนมโมณฑกะหรือขนมหวานลัดดูในงวงเป็น...
พระพิฆเนศวร32 ปาง <br />
ปางที่ 1 : พระบาล คณปติ (BalaGanapati) อวตารภาคเด็ก : ปางอันเป็นที่รักของทุกคนและเด็กๆ"โอม ศรี บาลา คณปติ ยะนะมะฮา"<br />เ...
ปางที่ 2 : พระตรุณ คณปติ (TarunaGanapati) อวตารภาควัยหนุ่ม : ปางที่ให้คุณประโยชน์ในกิจการงาน"โอม ศรี ตรุณะคณปติ ยะนะมะฮา"<...
ปางที่ 3 : พระภักติ คณปติ (BhaktiGanapati) ปางบูชาขอพระเวท เพื่อความสมบูรณ์เติมเต็มของชีวิต"โอม ศรี ภัคดี คณปติ ยะนะมะฮา"<...
ปางที่ 4 : พระวีระ คณปติ (VeeraGanapati) อวตารแห่งนักรบ ปางออกศึก และปราบมาร ให้อำนาจในการบริหารปกครอง และความเป็นผู้นำ"โอ...
ปางที่ 5 : พระศักติ คณปติ (ShaktiGanapati) ปางทรงอำนาจเหนือการงาน การเงิน และความรัก"โอม ศรี ศักติ คณปติ ยะนะมะฮา"<br />วร...
ปางที่ 6 : พระทวิชา คณปติ (DwijaGanapati) ปางของการบุกเบิก เริ่มต้นชีวิตใหม่ เปิดกิจการใหม่"โอม ศรี ทวิชา คณปติ ยะนะมะฮา"<...
ปางที่ 7 : พระสิทธิ คณปติ (SiddhiGanapati) ปางประทานความสมบูรณ์ และทรัพย์สมบัติ"โอม ศรี สิทธิ คณปติ ยะนะมะฮา"<br />วรรณะสี...
ปางที่ 8 : พระอุจฉิษฏะคณปติ (UchhishtaGanapati) ปางเสน่หา และความสำเร็จสมปรารถนา"โอม ศรี อุจฉิษฏะคณปติ ยะนะมะฮา"<br />วรรณ...
ปางที่ 9 : พระวิฆณาคณปติ (VighnaGanapati) ปางขจัดอุปสรรค และแก้ไขปัญหา"โอม ศรี วิฆนา คณปติ ยะนะมะฮา"<br />วรรณะสีทองคำ มี ...
ปางที่ 10 : พระกษิประ คณปติ (KshipraGanapati) ปางประทานพรให้สำเร็จรวดเร็ว"โอม ศรี กษิประ คณปติ ยะนะมะฮา"<br />วรรณะสีแดงเข...
ปางที่ 11 : พระเหรัมภะคณปติ (HerambaGanapati) ปางปกป้องคุ้มครอง"โอม ศรี เหรัมภะคณปติ ยะนะมะฮา<br />วรรณะสีขาว มี 5 เศียร 1...
ปางที่ 12 : พระมหา คณปติ (MahaGanapati) ปางประทานความสุขอันยิ่งใหญ่ให้ครอบครัว"โอม ศรี มหา คณปติ ยะนะมะฮา<br />วรรณะสีแดง ...
ปางที่ 13 : พระวิชัย คณปติ (VijayaGanapati) ปางกำจัดอุปสรรค และความมืดมิด"โอม ศรี วิชะยา คณปติ ยะนะมะฮา"วรรณะสีแดง มี 4 กร...
ปางที่ 14 : พระลักษมี คณปติ (LakshmiGanapati) ปางแห่งความมั่งมีศรีสุข และปรีชาญาณ"โอม ศรี ลักษมี คณปติ ยะนะมะฮา<br />วรรณะ...
ปางที่ 15 : พระนฤตยะ คณปติ (NrityaGannapati) ปางนาฏศิลป์ เจ้าแห่งลีลาการร่ายรำ และศิลปะการแสดง"โอม ศรี นฤตยะ คณปติ ยะนะมะฮ...
ปางที่ 16 : พระอุทวะ คณปติ (UrdhvaGanapati) ปางช่วยให้สมปรารถนาในทุกสิ่ง"โอม ศรี อุทวะ คณปติ ยะนะมะฮา"<br />วรรณะสีทอง มี ...
ปางที่ 17 : พระเอกอักษรา คณปติ (EkaaksharaGanapati) ปางทรงอำนาจด้านพระเวท"โอม ศรี เอกา อักษรา คณปติ ยะนะมะฮา"<br />วรรณะสี...
ปางที่ 18 : พระวระ คณปติ (VaraGanapati) ปางแห่งความรักที่สุขสมหวัง"โอม ศรี วะระ คณปติ ยะนะมะฮา"<br />วรรณะสีแดง มี 4 กร 3 ...
ปางที่ 19 : พระตรีอักษรา คณปติ (TryaksharaGanapati) ปางกำเนิดอักขระโอม"โอม ศรี ตรีอักษรา คณปติ ยะนะมะฮา"<br />วรรณะสีทอง ม...
ปางที่ 20 : พระกศิปะ ปรสัทคณปติ (Kshipra-PrasadaGanapati) ปางประทานทรัพย์ และความรอบรู้"โอม ศรี กศิปะ ปรสัทคณปติ ยะนะมะฮา"...
ปางที่ 21 : พระหริทราคณปติ (HaridraGanapati) ปางรวยเสน่ห์ และรวยทรัพย์"โอม ศรี หริทราคณปติ ยะนะมะฮา"<br />วรรณะสีเนื้อ หรื...
ปางที่ 22 : พระเอกทันตะ คณปติ (EkadantaGanapati) ปางสำเร็จทุกสิ่ง"โอม ศรี เอกทันตะ ปะระสัทคณปติ ยะนะมะฮา"วรรณะสีฟ้า มี 4ทร...
ปางที่ 23 : พระสะริสติ คณปติ (ShrishtiGanapati) ปางออกเดินทาง และสร้างสรรค์สิ่งใหม่"โอม ศรี สะริสติ ปะระสัทคณปติ ยะนะมะฮา"...
ปางที่ 24 : พระอุททันตะ คณปติ (UddandaGanapati) ปางกำจัดภูตผี และคุณไสย"โอม ศรี อุททันตะ คณปติ ยะนะมะฮา"<br />วรรณะสีแดง ม...
ปางที่ 25 : พระรีนาโมจัน คณปติ (RunamochanaGanapati) ปางแก้กรรม และขจัดหนี้สิน"โอม ศรีโอมจัน คณปติ ยะนะมะฮา"วรรณะสีขาว มี ...
ปางที่ 26 : พระตันติ คณปติ (DhundhiGanapati) ปางขุมทรัพย์ทางปัญญา"โอม ศรี ตันติ คณปติ ยะนะมะฮา"<br />วรรณะสีแดง มี ๔ทรงูกป...
ปางที่ 27 : พระทวิมุข คณปติ (DwimukhaGanapati) ปาง 2 เศียร"โอม ศรี ทวิมุข คณปติ ยะนะมะฮา"<br />วรรณะสีเนื้อ มี 2 เศียร 4ทร...
ปางที่ 28 : พระตรีมุข คณปติ (TrimukhaGanapati) ปาง 3 เศียร"โอม ศรี ตรีมุข คณปติ ยะนะมะฮา"วรรณะสีแดง หรือสีชมพูสด มี 3 เศีย...
ปางที่ 29 : พระสิงหะ คณปติ (SinhaGanapati) ปางประทับราชสีห์"โอม ศรี สิงหะ คณปติ ยะนะมะฮา"<br />วรรณะสีขาว มี 8 กร พระหัตถ์...
ปางที่ 30 : พระโยคะ คณปติ (Yoga Ganapati) ปางแห่งพระเวท หรือปางสมาธิกรรมฐาน"โอม ศรี โยคะ คณปติ ยะนะมะฮา"<br />วรรณะสีทองคำ...
ปางที่ 31 : พระทุรคา คณปติ (DurgaGanapati) ปางมหาอำนาจ"โอม ศรี ทุรคา คณปติ ยะนะมะฮา"<br />วรรณะสีทอง มี 8ทรงะบอง คันศร ลูก...
ปางที่ 32 : พระสังกตะหะรา คณปติ (SankataharaGanapati) ปางทำลายอุปสรรค และความเศร้าหมอง"โอม ศรี สังกตะ หะรา คณปติ ยะนะมะฮา"...
ประวัติมหาวิทยาลัยศิลปากร<br /> มหาวิทยาลัยศิลปากรเป็นสถาบันการศึกษา ระดับอุดมศึกษาของรัฐในสังกัดทบวงมหาวิทยาลัย เดิมคือโร...
ประวัติมหาวิทยาลัยศิลปากร<br />  ปี พ.ศ. ๒๕๐๙ มหาวิทยาลัยศิลปากร มีนโยบายที่จะเปิดคณะวิชาและสาขาวิชาที่ หลากหลายขึ้น  แต่เ...
ประวัติมหาวิทยาลัยศิลปากร<br />     พ.ศ. ๒๕๔๐ มหาวิทยาลัยศิลปากรได้ขยายเขตการศึกษาไปจัดตั้ง วิทยาเขตแห่งใหม่ ที่จังหวัดเพช...
ตราสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย<br />พระพิฆเนศรเทพเจ้าแห่งศิลปวิทยาการและการประพันธ์ประทับบนเมฆ พระหัตถ์ขวาบนถือตรีศูล พระหัต...
พระพิฆเนศวรกับมหาวิทยาลัยศิลปากร<br />คนไทยถือว่าองค์พระพิฆเนศวรเป็นที่เคารพสักการะในฐานะองค์บรมครูแห่งศิลปะวิทยาการ 18 ปร...
รวมภาพพระพิฆเนศวรกับมหาวิทยาลัยศิลปากร<br />
สรุปผลการดำเนินงาน<br />จากข้อมูลที่รวบรวมได้ทั้งหมดแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของพระพิฆเนศวรที่มีความสำคัญต่อประชาชนทั่วไป  โ...
เอกสารอ้างอิง<br />www.thepjamlang.com/articles/233904/พระพิฆเนศ_32ปาง.html<br />th.wikipedia.org/wiki/พระพิฆเนศวร<br />ww...
กลุ่ม 139WHITE<br />รายวิชา080101 มนุษย์กับการสร้างสรรค์<br />นาย ถิรวุฒิ  กลิ่นลออ  รหัส 07530418  คณะวิทยาศาสตร์<br />นา...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

มนุษย์กับการสร้างสรรค์

693 views

Published on

รายวิชา 080101 มนุษย์หับการสร้างสรรค์
กลุ่มที่ 139 :WHITE
แรงบันดาลใจ
เนื่องจากพระพิฆเนศวรเป็นตราสัญลักษณ์ประจำมาหาวิทยาลัยศิลปากรและเป็นที่เคารพนับถือของนักศึกษาทุกคน ด้วยเหตุนี้จึงได้จัดทำโครงงานเล่มนี้ขึ้นมาเพื่อให้นักศึกษาและประชาชนทั่วไปได้ทราบถึงประวัติและความสำคัญของพระพิฆเนศวรเพื่อที่จะได้รู้จักและเลื่อมใสพระพิฆเนศวรมากยิ่งขึ้น

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
693
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2
Actions
Shares
0
Downloads
2
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

มนุษย์กับการสร้างสรรค์

  1. 1.
  2. 2. ศิลปะกับการสร้างสรรค์ “พระพิฆเณศกับมหาวิทยาลัยศิลปากร”<br />
  3. 3. พระพิฆเนศวร <br />พระพิฆเนศวร (ภาษาสันสกฤต : คเณศ) หรือ พระพิฆเนศ หรือ พระพิฆเณศ หรือ พระวิฆเณศวร หรือ พระพิฆเณศ หรือ พระคเณศ หรือ คณปติ เป็นเทพในศาสนาพราหมณ์ นับถือว่าเป็นเทพเจ้าแห่งความรู้ เป็นผู้มีปัญญาเป็นเลิศ ปราดเปรื่องในศิลปวิทยาทุกแขนง เป็นหัวหน้านำคณะข้ามความขัดข้อง (ผู้เป็นใหญ่เหนือความขัดข้อง)<br />
  4. 4. พระพิฆเนศวร<br />พระพิฆเนศวรเป็นโอรสของพระอิศวรและพระอุมาเทวีมีรูปกายเป็นมนุษย์ มีเศียรเป็นช้าง ทุกคนเคารพนับถือท่านในฐานะที่ท่านเป็น "วิฆเนศ" นั่นคือ เจ้า (อิศ) แห่งอุปสรรค (วิฆณ) เพราะเจ้าแห่งอุปสรรค ที่สามารถปลดปล่อยอุปสรรคได้ และอีกความหมายถึง ท่านเป็นเทพเจ้าแห่งความสำเร็จในทุกศาสตร์สรรพสิ่งหรือเทพเจ้าแห่งการเริ่มต้นใหม่ทั้งปวง เมื่อพิจารณาความหมายในทางสัญญะ รูปกายที่อ้วนพีนั้นมีความหมายว่า ความอุดมสมบูรณ์ เศียรที่เป็นช้างมีความหมาย หมายถึงผู้มีปัญญามาก ตาที่เล็กคือ สามารถมอง แยกแยะสิ่งถูกผิด หูและจมูกที่ใหญ่หมายถึง มีสัมผัสพิจารณา ที่ดีเลิศ พระพิฆเนศวรมีพาหนะคือ หนู ซึ่งอาจเปรียบได้กับความคิด ที่พุ่งพล่าน รวดเร็ว ดังนั้น มนุษย์จึงต้องมีปัญญากำกับเป็นดั่งเจ้านายในใจตน<br />
  5. 5. ตำนานของพระพิฆเนศวร<br />ในคราวที่พระศิวะเทพทรงไปบำเพ็ญสมาธิเป็นระยะเวลานานอยู่นั้น พระแม่ปารวตีเนื่องจากอยู่องค์เดียวเลยเกิดความเหงา และ ประสงค์ที่จะมีผู้มาคอยดูแลพระองค์และป้องกันคนภายนอก ที่จะเข้ามาก่อความ วุ่นวายในพระตำหนัก<br />ในจึงทรงเสกเด็กขึ้นมาเพื่อเป็นพระโอรสที่จะเป็นเพื่อนในยามที่องค์ศิวเทพ เสด็จออกไปตามพระกิจต่างๆมีอยู่คราวหนึ่ง เมื่อพระนางทรงเข้าไปสรงในพระตำหนักด้านในนั้นองค์ศิวเทพได้ กลับมาและเมื่อ จะเข้าไปด้านในก็ถูกเด็กหนุ่มห้ามไม่ให้เข้า เนื่องจากไม่รู้ว่าเป็นใครและในลักษณะเดียวกันศิวเทพก็ไม่ทราบว่าเด็กหนุ่ม นั้นเป็นพระโอรสที่พระแม่ปารวตีได้เสกขึ้นมา<br />เมื่อพระองค์ถูกขัดใจก็ทรงพิโรธและตวาดให้เด็กหนุ่มนั้นหลีกทางให้พลาง ถามว่ารู้ไหมว่ากำลังห้ามใครอยู่ ฝ่ายเด็กนั้นก็ตอบกลับว่าไม่จำเป็นที่จะต้องรู้ว่าเป็นใครเพราะตนกำลังทำตาม บัญชาของพระแม่ปารวตี และทั้งสองก็ได้ทำการต่อสู้กันอย่างรุนแรง จนเทพทั่วทั้งสวรรค์เกิดความวิตกในความหายนะที่จะตามมา และในที่สุดเด็กหนุ่มนั้นก็ถูกตรีศูลของมหาเทพจนสิ้นใจ และศีรษะก็ถูกตัดหายไป<br />ในขณะนั้นเองพระแม่ปารวตีเมื่อได้ยินเสียงดังกึกก้องไปทั่วจักรวาลก็ เสด็จออกมาด้านนอกและถึงกับสิ้นสติเมื่อเห็นร่างพระโอรสที่ปราศจากศีรษะ และเมื่อได้สติก็ทรงมีความโศกาอาดูร และตัดพ้อพระสวามีที่มีใจโหดเหี้ยมทำ ร้ายเด็กได้ลงคอ โดยเฉพาะเมื่อเด็กนั้นเป็นพระโอรสของพระนางเอง<br />เมื่อได้ยินพระนางตัดพ้อต่อว่าเช่นนั้นองค์มหาเทพก็ทรงตรัสว่าจะทำให้ เด็กนั้นกลับพื้นขึ้นมาใหม่แต่ก็เกิดปัญหา เนื่องจากหาศีรษะที่หายไปไม่ได้ และยิ่งใกล้เวลาเช้าแล้วต่างก็ยิ่ง กระวนกระวายใจเนื่องจากหากดวงอาทิตย์ขึ้น แล้วก็จะไม่สามารถชุบชีวิตให้เด็กหนุ่มฟื้นขึ้นมาได้เมื่อเห็น<br />
  6. 6. เช่นนั้นพระศิวะเลยโยนตรีศูลอาวุธของพระองค์ออกไปหาศีรษะสิ่งที่มีชีวิตแรก ที่พบมาและปรากฏว่าเหล่าเทพได้นำเอาศีรษะช้างมาซึ่งพระศิวะทรงนำศีรษะมาต่อ ให้และชุบชีวิตให้ใหม่พร้อมยกย่อง ให้เป็นเทพที่สูงที่สุด และขนานนามว่า พระพิฆเนศวร ซึ่งแปลว่าเทพผู้ขจัดปัดเป่าอุปสรรคและยังทรงให้พรว่าในการประกอบ พิธีการต่างๆทั้งหมดนั้นจะต้องทำพิธีบูชาพระพิฆเนศวรก่อนเพื่อความสำเร็จของพิธีนั้น<br />เนื่องจากพระพิฆเนศวรมีพระวรกายที่ไม่เหมือนเทพอื่นๆนั้น ได้มีการอธิบายถึงพระวรกายของพระองค์ท่านดังนี้<br />1. พระเศียรของท่านหมายถึงวิญญาณซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการมีชีวิต<br />2. พระวรกายแสดงถึงการที่เป็นมนุษย์ที่อยู่บนพื้นปฐพี<br />3. ศีรษะช้างแสดงถึงความเฉลียวฉลาด<br />4. เสียงดังที่เปล่งออกมาจากงวงหมายถึงคำว่า โอม ซึ่งเป็นเสียงแสดงถึงความเป็นสัจจะของสุริยจักรวาล<br />5. หระหัตถ์บนด้านขวาทรงเชือกบ่วงบาศน์ที่ทรงใช้ในการนำพามนุษย์ไปสู่เส้นทางแห่งธรรมะและหลุดพ้นพร้อมทรงขจัดอุปสรรคในระหว่างทาง<br />6. พระหัตถ์บนซ้ายทรงเชือกขอสับที่ใช้ในการป้องกันและพันฝ่าความยากลำบาก<br />7. มือขวาล่างทรงงาที่หักครึ่งซึ่งพระองค์ทรงใช้เป็นปากกาในการเขียนมหากาพย์มหาภารตะให้มหาฤษีเวทวยาสมุนีและเป็นสัญลักษณ์แห่งความเสียสละ<br />
  7. 7. 8. อีกมือทรงลูกประคำที่แสดงว่าการแสวงหาความรู้จะต้องเป็นไปอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา<br />9.ขนมโมณฑกะหรือขนมหวานลัดดูในงวงเป็นการชี้นำว่ามนุษย์จะต้องแสวงหาความ หวานชื่นในจิตวิญญาณของตนเองเพื่อที่จะได้มีจิตเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้กับคน อื่นๆ<br />10. หูที่กว้างใหญ่เหมือนใบพัดหมายความว่าท่านพร้อมที่รับฟังสิ่งที่เราร้องเรียนและเรียกหา<br />11. งูที่พันอยู่รอบท้องท่านแสดงถึงพลังที่มีอยู่โดยรอบ<br />12. หนูที่ทรงใช้เป็นพาหนะแสดงถึงความไม่ถือองค์และพร้อมที่จะเกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตที่เล็กและเป็นที่รังเกียจของมนุษย์ส่วนมาก<br />
  8. 8. พระพิฆเนศวร32 ปาง <br />
  9. 9. ปางที่ 1 : พระบาล คณปติ (BalaGanapati) อวตารภาคเด็ก : ปางอันเป็นที่รักของทุกคนและเด็กๆ"โอม ศรี บาลา คณปติ ยะนะมะฮา"<br />เป็นพระพิฆเนศในวัยเด็ก คลานอยู่กับพื้น หรืออิริยาบทอื่นๆ เมื่อโตขึ้นจึงเปลี่ยนลักษณะ มีวรรณะสีแดงเข้มมี 4 กร บาลคณปติ หมายถึงสีทองของพระเจ้าทรง้นอ้อย มะม่วง กล้วย และขนุนทรงูกมะขวิด แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ และภาวะการเจริญเติบโต<br />นิยมบูชาในบ้านเรือน หรือโรงเรียนที่มีเด็กเล็ก เด็กนักเรียน เช่น โรงเรียนอนุบาลและชั้นประถม สถานรับเลี้ยงเด็ก สนามเด็กเล่น ฯลฯ <br />
  10. 10. ปางที่ 2 : พระตรุณ คณปติ (TarunaGanapati) อวตารภาควัยหนุ่ม : ปางที่ให้คุณประโยชน์ในกิจการงาน"โอม ศรี ตรุณะคณปติ ยะนะมะฮา"<br />วรรณะสีแดงอมส้มเหมือนอาทิตย์ยามแรกอรุณ มี 8ทรงข้าว ต้นอ้อย ตะบอง บ่วงบาศ งาหัก ผลฝรั่ง ขนมโมทกะ และขนมอื่นๆ ปางนี้เป็นตัวแทนการเจริญเติบโต ความเป็นหนุ่มสาว<br />นิยมตั้งบูชาไว้ตามสถานศึกษา มหาวิทยาลัย หรือสถานที่ทำงานที่เต็มไปด้วยคนหนุ่มสาววัยกระตือรือร้น <br />
  11. 11. ปางที่ 3 : พระภักติ คณปติ (BhaktiGanapati) ปางบูชาขอพระเวท เพื่อความสมบูรณ์เติมเต็มของชีวิต"โอม ศรี ภัคดี คณปติ ยะนะมะฮา"<br />วรรณะสีขาวบริสุทธิ์ดั่งพระจันทร์เต็มดวงในฤดูเก็บเกี่ยว มี 4ทรงมะม่วง กล้วย ลูกมะพร้าว และถ้วยข้าวปาส(ปรุงด้วยนมสด และข้าวสาร มีรสหวาน) พระภัคติ คณปติ หมายถึงผู้ภักดีอย่างแท้จริง<br />บูชาเพื่อความสุขสมหวังในชีวิต หรือเพื่อหลุดพ้น <br />
  12. 12. ปางที่ 4 : พระวีระ คณปติ (VeeraGanapati) อวตารแห่งนักรบ ปางออกศึก และปราบมาร ให้อำนาจในการบริหารปกครอง และความเป็นผู้นำ"โอม ศรี วีระ คณปติ ยะนะมะฮา<br />วรรณะสีแดงโลหิต มี 16 กร ทรงอาวุธ และสิ่งมงคลต่างๆคือ โล่ หอก ค้อน คทา ธงชัย จักรตรา พญางู ขวาน คันศร ลูกศร ตรีเพชร ขอสับช้าง อสูร กระบี่ ตะบอง และบ่วงบาศ พระกรเหล่านั้นกางออกประดุจรัศมีอำนาจแห่งดวงอาทิตย์  <br />อำนวยผลให้กับองค์กรบริหารราชการแผ่นดิน ทหาร ตำรวจ พลเรือน ฝ่ายปกครอง ผู้นำ ผู้บริหาร หัวหน้าหน่วยงานทุกประเภท <br />
  13. 13. ปางที่ 5 : พระศักติ คณปติ (ShaktiGanapati) ปางทรงอำนาจเหนือการงาน การเงิน และความรัก"โอม ศรี ศักติ คณปติ ยะนะมะฮา"<br />วรรณะสีแป้งจันทร์ มี 4 กร ประทานพรทรงมาลัย บ่าวบาศ และกรหนึ่งโอบพระชายาที่ประทับอยู่หน้าตักด้านซ้ายรัศมีสีแดงส้ม สื่อถึงพลังอำนาจที่อยู่เหนือสรรพสิ่ง<br />อำนวยผลให้ชีวิตครอบครัวมีความสุข และประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน <br />
  14. 14. ปางที่ 6 : พระทวิชา คณปติ (DwijaGanapati) ปางของการบุกเบิก เริ่มต้นชีวิตใหม่ เปิดกิจการใหม่"โอม ศรี ทวิชา คณปติ ยะนะมะฮา"<br />วรรณะสีขาวมี 4 เศียร 4ทรงลูกปะคำ ไม้ครู(หรือพลอง) กาน้ำ และคัมภีร์เป็นสัญลักษณ์แห่งการเกิดใหม่ ความพากเพียร และแสวงหาวิชาความรู้<br />อำนวยผลให้กับผู้ประกอบกิจการต่างๆ นักธุรกิจ นักลงทุน นักสำรวจ นักบุกเบิก คนทำงานต่างแดน เป็นต้น <br />
  15. 15. ปางที่ 7 : พระสิทธิ คณปติ (SiddhiGanapati) ปางประทานความสมบูรณ์ และทรัพย์สมบัติ"โอม ศรี สิทธิ คณปติ ยะนะมะฮา"<br />วรรณะสีทองคำ มี 4ทรงช่อดอกไม้ มะม่วง ต้นอ้อย และขวาน ส่วนงวงนั้นชูขนมคอยประทานความร่ำรวย และความอุดมสมบูรณ์ให้กับโลก  <br />อำนวยผลด้านทรัพย์สินเงินทอง และความอุดมสมบูรณ์ <br />
  16. 16. ปางที่ 8 : พระอุจฉิษฏะคณปติ (UchhishtaGanapati) ปางเสน่หา และความสำเร็จสมปรารถนา"โอม ศรี อุจฉิษฏะคณปติ ยะนะมะฮา"<br />วรรณะสีฟ้าเทาดุจเมฆา มี 6 กร ประทับนั่งโดยพระกรหนึ่งโอบอุ้มศักติชายาอยู่ที่ตักด้านซ้ายส่วนพระกรอื่นถือลูกประคำ ลูกทับทิม พิณ รวงข้าว และดอกบัว<br />อำนวยผลให้เกิดเสน่ห์ และความสำเร็จในด้านต่างๆตามแต่จะขอพร <br />
  17. 17. ปางที่ 9 : พระวิฆณาคณปติ (VighnaGanapati) ปางขจัดอุปสรรค และแก้ไขปัญหา"โอม ศรี วิฆนา คณปติ ยะนะมะฮา"<br />วรรณะสีทองคำ มี 8 กร ทรงมาลัย ขวาน <br />ดอกไม้ จักรตรา หอยสังข์ ต้นอ้อย(เป็นคันศร) บ่วงบาศ และตะบอง  <br />อำนวยผลให้ประสบความสำเร็จทั่วไป ตามแต่จะอธิษฐาน <br />
  18. 18. ปางที่ 10 : พระกษิประ คณปติ (KshipraGanapati) ปางประทานพรให้สำเร็จรวดเร็ว"โอม ศรี กษิประ คณปติ ยะนะมะฮา"<br />วรรณะสีแดงเข้มดุจกุหลาบ มี 4 กร เป็นผู้ให้ศีลให้พร ประทานพรให้เกิดผลสำเร็จอย่างรวดเร็วทรงตะบอง งาหัก บ่วงบาศ และช่อดอกไม้<br />อำนวยผลให้ประสบความสำเร็จทั่วไป ตามแต่จะอธิษฐาน <br />
  19. 19. ปางที่ 11 : พระเหรัมภะคณปติ (HerambaGanapati) ปางปกป้องคุ้มครอง"โอม ศรี เหรัมภะคณปติ ยะนะมะฮา<br />วรรณะสีขาว มี 5 เศียร 10 กร ประทับนั่งบนหลังสิงโต หมายถึง พลังอำนาจในการปกครองบริวาร กางพระกรประดุจรัศมีคุ้มกันสรรพภัย พระหัตถ์ซ้ายประทานพร พระหัตถ์ขวาอำนวยพรทรงมะม่วง ลูกประคำ ขนมโมทกะ งาหัก บ่วงบาศ ค้อน ขวานและพวงมาลัย บูชาเพื่อขจัดความอ่อนแอ ไร้พลัง<br />เป็นปางหนึ่งที่พระราชาในอินเดียนิยมบูชากันมาก อำนวยผลด้านการปกป้องคุ้มครองบริวาร การบริหาร ปกครองของผู้นำ <br />
  20. 20. ปางที่ 12 : พระมหา คณปติ (MahaGanapati) ปางประทานความสุขอันยิ่งใหญ่ให้ครอบครัว"โอม ศรี มหา คณปติ ยะนะมะฮา<br />วรรณะสีแดง มี 10 กร 3 เนตร ประดับจันทร์เสี้ยวบนมงกุฎปางนี้ทรงอุ้มชายา คือพระนางพุทธิ และพระนางสิทธิไว้บนตักทั้งสองข้าง(บางตำราว่าอุ้มองค์เดียว)ทรงโถใส่อัญมณี รวงข้าว จักรตรา บ่วงบาศ ดอกลิลลี่ ต้นอ้อย (เป็นคันศร) ดอกบัว และลูกทับทิมแดง  <br />อำนวยผลให้ครอบครัวเกิดความสมบูรณ์พูนสุข มีทรัพย์สิน และบริวารมาก <br />
  21. 21. ปางที่ 13 : พระวิชัย คณปติ (VijayaGanapati) ปางกำจัดอุปสรรค และความมืดมิด"โอม ศรี วิชะยา คณปติ ยะนะมะฮา"วรรณะสีแดง มี 4 กร ประทับบนตัวหนู หมายถึงการทำลาย ความมืดมิดและอุปสรรคทั้งหลายให้หมดไปทรงะบอง ผลมะม่วง และบ่วงบาศ<br />อำนวยผลทางปัญญาให้กับครูบาอาจารย์ ปัญญาชน ศิลปิน นักคิด นักเขียน และช่างฝีมือทุกแขนง <br />
  22. 22. ปางที่ 14 : พระลักษมี คณปติ (LakshmiGanapati) ปางแห่งความมั่งมีศรีสุข และปรีชาญาณ"โอม ศรี ลักษมี คณปติ ยะนะมะฮา<br />วรรณะสีขาว มี 8 กร เป็นเทพแห่งการให้ที่บริสุทธิ์ สีขาวหมายถึงการมีสติปัญญาสูงส่ง พระหัตถ์ทั้งสองข้างโอบอุ้มพระชายา 1 หรือ 2 พระองค์ คือพระนางพุทธิ และพระนางสิทธิ (บางตำราว่าหนึ่งในนั้นคือพระลักษมี จึงเรียกว่า ลักษมี คณปติ)ทรงผลทับทิมแดง ช่อกัลปพฤกษ์ นกแก้ว ตะบอง บ่วงบาศ โถใส่อัญมณี และกระบี่<br />อำนวยผลทางด้านสติปัญญา และความมั่งมีศรีสุข <br />
  23. 23. ปางที่ 15 : พระนฤตยะ คณปติ (NrityaGannapati) ปางนาฏศิลป์ เจ้าแห่งลีลาการร่ายรำ และศิลปะการแสดง"โอม ศรี นฤตยะ คณปติ ยะนะมะฮา" <br />วรรณะสีเหลืองทอง มี ๔ กร เป็นนักเต้นร่ายรำระบำฟ้อน และเป็นนักแสดงที่สร้างความบันเทิง และความสุขให้ชาวโลก ประทับยืนเข่าขวาเหยียบบนดอกบัวทรงะบอง บ่วงบาศ และขวาน <br />ควรตั้งบูชาในวิทยาลัยนาฏศิลป์ โรงเรียนสอนเต้นรำ บัลเล่ต์ โยคะดัดตน โรงเรียนสอนการแสดง โรงละคร โรงถ่ายทำภาพยนตร์ และสถานบันเทิงต่างๆตามความเหมาะสม <br />
  24. 24. ปางที่ 16 : พระอุทวะ คณปติ (UrdhvaGanapati) ปางช่วยให้สมปรารถนาในทุกสิ่ง"โอม ศรี อุทวะ คณปติ ยะนะมะฮา"<br />วรรณะสีทอง มี 6 กร พระกรข้างหนึ่งโอบพระชายาไว้บนตัก ด้านซ้ายทรงถือดอกบัวคบเพลิง ช่อดอกไม้ งาหัก ลูกศร คันศรทำจากต้นอ้อย และรวงข้าว<br />ในนิกายตันตระ นิยมบูชาปางนี้เพื่อประโยชน์ในการทำพิธีด้านเสน่ห์ อำนวยผลให้สมปรารถนาทุกประการ <br />
  25. 25. ปางที่ 17 : พระเอกอักษรา คณปติ (EkaaksharaGanapati) ปางทรงอำนาจด้านพระเวท"โอม ศรี เอกา อักษรา คณปติ ยะนะมะฮา"<br />วรรณะสีแดง มี 4 กร มีดวงตาที่สาม ประดับจันทร์เสี้ยวอยู่เหนือเศียรกรหนึ่งประทานพรทรงะบอง บ่วงบาศ และผลทับทิม ประทับเหนือพาหนะคือหนู<br />อำนวยผลด้านป้องกันอาถรรพณ์ และคุณไสยสำหรับบุคคลทั่วไป และผู้ร่ำเรียนด้านพระเวท หรือสรรพศาสตร์ด้านต่างๆ <br />
  26. 26. ปางที่ 18 : พระวระ คณปติ (VaraGanapati) ปางแห่งความรักที่สุขสมหวัง"โอม ศรี วะระ คณปติ ยะนะมะฮา"<br />วรรณะสีแดง มี 4 กร 3 เนตร มีดวงตาที่สาม อันเป็นดวงตาแห่งสติปัญญา และมีจันทร์เสี้ยวประดับเหนือเศียร กรหนึ่งโอบกอดชายาบนตักทรงชามขนม ตะบอง และบ่วงบาศ ที่งวงชูโถใส่น้ำผึ้ง<br />อำนวยผลให้สมหวังในความรัก ควรตั้งบูชาไว้ในร้านเสื้อผ้า ร้านค้าที่เกี่ยวกับการสมรส การแต่งงาน และความรัก ฯลฯ <br />
  27. 27. ปางที่ 19 : พระตรีอักษรา คณปติ (TryaksharaGanapati) ปางกำเนิดอักขระโอม"โอม ศรี ตรีอักษรา คณปติ ยะนะมะฮา"<br />วรรณะสีทอง มี 4ทรงะบอง บ่วงบาศ มะม่วง และมีขนมโมทกะอยู่ที่งวง<br />อำนวยผลด้านการเรียนพระเวท และอักษรศาสตร์ <br />
  28. 28. ปางที่ 20 : พระกศิปะ ปรสัทคณปติ (Kshipra-PrasadaGanapati) ปางประทานทรัพย์ และความรอบรู้"โอม ศรี กศิปะ ปรสัทคณปติ ยะนะมะฮา"<br />วรรณะสีแดง มี 6 กร ท้องที่ใหญ่นั้นเป็นสัญลักษณ์ของจักรวาล หมายถึงความอุดมสมบูรณ์แห่งโภคทรัพย์ และความรอบรู้อันกว้างไกลทรง้นทับทิม ตะบอง บ่วงบาศ ดอกบัว และผลทับทิม<br />เหมาะสำหรับตั้งบูชาในสถานศึกษา มหาวิทยาลัย สถานอบรมวิชาชีพต่างๆ หรือบริษัทห้างร้านทั่วไป <br />
  29. 29. ปางที่ 21 : พระหริทราคณปติ (HaridraGanapati) ปางรวยเสน่ห์ และรวยทรัพย์"โอม ศรี หริทราคณปติ ยะนะมะฮา"<br />วรรณะสีเนื้อ หรือสีเหลืองอ่อน มี 3 เนตร 4ทรงกระบอง บ่วงบาศ และขนมโมทกะ ใช้อำนาจของบ่วงเพื่อร้อยรัดศรัทธาของผู้เลื่อมใส และตะบองผลักดันให้ก้าวเดินไปข้างหน้า<br />อำนวยผลให้ทุกคนที่อยากมีเสน่ห์ และร่ำรวย เช่น ดารานักแสดง นักดนตรี นักร้อง ดีเจ พิธีกร หรือผู้ให้ความบันเทิงแก่ผู้ชม ซึ่งต้องใช้พรสวรรค์ และเสน่ห์ส่วนตัว <br />
  30. 30. ปางที่ 22 : พระเอกทันตะ คณปติ (EkadantaGanapati) ปางสำเร็จทุกสิ่ง"โอม ศรี เอกทันตะ ปะระสัทคณปติ ยะนะมะฮา"วรรณะสีฟ้า มี 4ทรงขวาน (เพื่อใช้กำจัดอวิชา)<br />ทรงลูกประคำ (เพื่ออธิษฐาน) ผลไม้ <br />และงาข้างที่หักเอกทันตะหมายถึงเทพเจ้าผู้มีงาข้างเดียว<br />อำนวยผลให้ประสบความสำเร็จทุกสิ่งตามแต่จะอธิษฐาน <br />
  31. 31. ปางที่ 23 : พระสะริสติ คณปติ (ShrishtiGanapati) ปางออกเดินทาง และสร้างสรรค์สิ่งใหม่"โอม ศรี สะริสติ ปะระสัทคณปติ ยะนะมะฮา"<br />วรรณะสีแดงส้ม มี 4 กร ขี่หนูเป็นพาหนะทรงะบอง มะม่วง และบ่วงบาศ<br />อำนวยผลให้กับผู้ประกอบอาชีพด้านการเดินทางที่ไม่หยุดนิ่ง เช่น นักบิน สจ๊วต แอร์โฮสเตส กัปตันเรือ มัคคุเทศก์ ผู้ทำงานด้านสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆไม่หยุดนิ่งเช่น นักคิด นักเขียน นักโฆษณา นักออกแบบ เป็นต้น <br />
  32. 32. ปางที่ 24 : พระอุททันตะ คณปติ (UddandaGanapati) ปางกำจัดภูตผี และคุณไสย"โอม ศรี อุททันตะ คณปติ ยะนะมะฮา"<br />วรรณะสีแดง มี 10ทรงโถใส่ขนม หรือน้ำผึ้ง ดอกบัว ดอกลิลลี่สีฟ้า คทา ต้นอ้อย กิ่งไม้ บ่วงบาศ พวงมาลัย และผลทับทิม โดยใช้กรซ้ายโอบพระชายาอยู่ที่ตักด้านซ้าย<br />อำนวยผลด้านขจัดทุกข์ภัย และอาถรรพณ์ต่างๆ บันดาลให้ครอบครัวมีความสุข<br />
  33. 33. ปางที่ 25 : พระรีนาโมจัน คณปติ (RunamochanaGanapati) ปางแก้กรรม และขจัดหนี้สิน"โอม ศรีโอมจัน คณปติ ยะนะมะฮา"วรรณะสีขาว มี 4 กร มีหน้าที่ปลดปล่อยมนุษย์ออกจากพันธนาการ คำสาปและความผิดพลาดทั้งหลายทรงะบอง บ่วงบาศ และขนมโมทกะ<br />เหมาะบูชาสำหรับผู้ต้องการเปลี่ยนแปลงชีวิตใหม่ให้ดีขึ้น (พลิกดวงชะตา) แก้ไขกรรมเก่า ปลดหนี้สิน ล้างมลทินทั้งปวง <br />
  34. 34. ปางที่ 26 : พระตันติ คณปติ (DhundhiGanapati) ปางขุมทรัพย์ทางปัญญา"โอม ศรี ตันติ คณปติ ยะนะมะฮา"<br />วรรณะสีแดง มี ๔ทรงูกประคำ ขวาน โถใส่อัญมณี ที่แสดงขุมทรัพย์ของผู้มีพุทธิปัญญา<br />อำนวยผลให้กับผู้ทำงานด้านใช้ความคิด ใช้ปัญญาสร้างสรรค์ทุกแขนง <br />
  35. 35. ปางที่ 27 : พระทวิมุข คณปติ (DwimukhaGanapati) ปาง 2 เศียร"โอม ศรี ทวิมุข คณปติ ยะนะมะฮา"<br />วรรณะสีเนื้อ มี 2 เศียร 4ทรงะบอง บ่วงบาศ และโถอัญมณี เป็นปางที่เป็นคนที่ปรับตัวได้กับทุกคนให้ทรัพย์มาก และขจัดอวิชา<br />อำนวยผลให้กับผู้ทำงานด้านประชาสัมพันธ์ ด้านติดต่อเจรจา ประสานงาน เป็นสื่อกลางต่างๆ นักการทูต นักจิตวิทยาที่ต้องใช้มนุษย์สัมพันธ์สูง <br />
  36. 36. ปางที่ 28 : พระตรีมุข คณปติ (TrimukhaGanapati) ปาง 3 เศียร"โอม ศรี ตรีมุข คณปติ ยะนะมะฮา"วรรณะสีแดง หรือสีชมพูสด มี 3 เศียร 6 กร สามเศียรหมายถึง ภพทั้งสาม (สวรรค์,โอมนุษย์, บาดาล)ปางหนึ่งประทับนั่งบนดอกบัว ทรงประทานพร พระหัตถ์ขวาประทานอภัยพระหัตถ์ซ้ายอำนวยพร กรอื่นๆทรงถือตะบอง ลูกปะคำ บ่วงบาศ และโถใส่น้ำผึ้ง<br />อำนวยผลทางด้านโภคทรัพย์ มีอำนาจ และแคล้วคลาดปลอดภัย <br />
  37. 37. ปางที่ 29 : พระสิงหะ คณปติ (SinhaGanapati) ปางประทับราชสีห์"โอม ศรี สิงหะ คณปติ ยะนะมะฮา"<br />วรรณะสีขาว มี 8 กร พระหัตถ์ขวาประทานอภัย พระหัตถ์ซ้ายอำนวยพรทรงช่อดอกไม้ ราชสีห์ พิณ ดอกบัว โถอัญมณี ประทับบนสิงโต (คล้ายพระเหรัมภะคณปติ) หมายถึงพลังอำนาจในการปกครองบริวาร ผิววรกายขาวเป็นสัญลักษณ์ของพลังบริสุทธิ์ หรือการหลุดพ้น<br />การอำนวยผลและสถานที่สำหรับตั้งบูชา เป็นดุจเดียวกับ พระเหรัมภะคณปติ และพระวีรคณปติ คืออำนวยผลให้กับองค์กรบริหารราชการแผ่นดิน ทหาร ตำรวจ พลเรือน ฝ่ายปกครอง ผู้นำ ผู้บริหาร หัวหน้าหน่วยงานทุกประเภท <br />
  38. 38. ปางที่ 30 : พระโยคะ คณปติ (Yoga Ganapati) ปางแห่งพระเวท หรือปางสมาธิกรรมฐาน"โอม ศรี โยคะ คณปติ ยะนะมะฮา"<br />วรรณะสีทองคำ มี 4ทรงูกประคำ ต้นอ้อย บ่วงบาศ และขอสับช้าง เป็นปางแห่งพระเวท และการรักษาโรคภัยต่างๆ<br />อำนวยผลให้กับผู้เป็นอาจารย์ และนักศึกษาโยคะสมาธิแบบต่างๆ เหมาะสำหรับตั้งบูชาไว้ในสถานศึกษาหรือบูชาไว้ใน เทวสถาน เทวาลัย โรงเรียนสอนศาสนาฮินดู ห้องพระ ห้องปฏิบัติธรรมภายในบ้าน เป็นต้น <br />
  39. 39. ปางที่ 31 : พระทุรคา คณปติ (DurgaGanapati) ปางมหาอำนาจ"โอม ศรี ทุรคา คณปติ ยะนะมะฮา"<br />วรรณะสีทอง มี 8ทรงะบอง คันศร ลูกศร บ่วงบาศ ธงชัย ลูกประคำ และขนมโมทกะ<br />เป็นปางที่พระราชาในชมพูทวีปนิยมสักการบูชามากปางหนึ่งอำนวยผลดีต่อผู้มีหน้าที่ราชการ ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ ฝ่ายปกครอง ผู้บริหาร หัวหน้าหน่วยงานทุกระดับ <br />
  40. 40. ปางที่ 32 : พระสังกตะหะรา คณปติ (SankataharaGanapati) ปางทำลายอุปสรรค และความเศร้าหมอง"โอม ศรี สังกตะ หะรา คณปติ ยะนะมะฮา"<br />วรรณะสีแดงส้ม มี 4 กร ประทับนั่งบนดอกบัวสีแดง พระหัตถ์ขวาอำนวยพรพระหัตถ์ซ้ายโอบชายาบนตักซ้าย ส่วนกรอื่นทรงถือชามขนม ตะบอง และบ่วงบาศ<br />อำนวยผลให้ครอบครัวมีความสุข หรือประสบความสำเร็จ ตามแต่จะอธิษฐาน<br />พระพิฆเณศ<br />
  41. 41. ประวัติมหาวิทยาลัยศิลปากร<br /> มหาวิทยาลัยศิลปากรเป็นสถาบันการศึกษา ระดับอุดมศึกษาของรัฐในสังกัดทบวงมหาวิทยาลัย เดิมคือโรงเรียนประณีตศิลปกรรมสังกัดกรมศิลปากร เปิดสอนวิชาจิตรกรรมและประติมากรรมให้แก่ข้าราชการและนักเรียนในสมัยนั้นโดยไม่เก็บค่าเล่าเรียน ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี (เดิมชื่อ CorradoFeroci) ชาวอิตาเลียนซึ่งเดินทางมารับราชการในประเทศ ไทยในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ เป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียน แห่งนี้ขึ้น และได้เจริญเติบโตเป็นลำดับเรื่อยมา จนกระทั่งได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น มหาวิทยาลัยศิลปากร เมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๖ คณะจิตรกรรมและประติมากรรม ได้รับการจัดตั้งขึ้นเป็นคณะวิชาแรก (ปัจจุบันคือคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์) ในปี พ.ศ. ๒๔๙๘ จัดตั้งคณะสถาปัตยกรรมไทย (ซึ่งต่อมาได้ปรับหลักสูตรและเปลี่ยน ชื่อเป็นคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์) และคณะโบราณคดี หลังจากนั้นได้จัดตั้งคณะมัณฑนศิลป์ ขึ้นในปีต่อมา<br />
  42. 42. ประวัติมหาวิทยาลัยศิลปากร<br />  ปี พ.ศ. ๒๕๐๙ มหาวิทยาลัยศิลปากร มีนโยบายที่จะเปิดคณะวิชาและสาขาวิชาที่ หลากหลายขึ้น  แต่เนื่องจากบริเวณพื้นที่ในวังท่าพระคับแคบมาก ไม่สามารถจะขยายพื้นที่ออกไปได้ จึงได้ขยายเขตการศึกษาไปยังพระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม      โดยจัดตั้งคณะ<br />อักษรศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๑๑  คณะศึกษาศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๑๓ และคณะวิทยาศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๑๕ ตามลำดับ หลังจากนั้น จัดตั้งคณะเภสัชศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๒๙  คณะเทคโนโลยี อุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๓๕   และจัดตั้งคณะดุริยางคศาสตร์ขึ้น เมื่อ พ.ศ.๒๕๔๒ เพื่อให้เป็น มหาวิทยาลัยที่มีความสมบูรณ์ ทางด้านศิลปะมากยิ่งขึ้น<br />
  43. 43. ประวัติมหาวิทยาลัยศิลปากร<br />     พ.ศ. ๒๕๔๐ มหาวิทยาลัยศิลปากรได้ขยายเขตการศึกษาไปจัดตั้ง วิทยาเขตแห่งใหม่ ที่จังหวัดเพชรบุรี เพื่อกระจายการศึกษาไปสู่ภูมิภาค ใช้ชื่อว่า "วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี" จัดตั้งคณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร ในปี พ.ศ. ๒๕๔๔ คณะวิทยาการจัดการ ในปี พ.ศ. ๒๕๔๕ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ในปี พ.ศ. ๒๕๔๖ และวิทยาลัยนานาชาติ ในปี พ.ศ. ๒๕๔๖          มหาวิทยาลัยศิลปากรได้ขยายงานในระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. ๒๕๑๕ โดยการจัดตั้ง บัณฑิตวิทยาลัยขึ้น เพื่อรับผิดชอบในการดำเนินการ<br />
  44. 44. ตราสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย<br />พระพิฆเนศรเทพเจ้าแห่งศิลปวิทยาการและการประพันธ์ประทับบนเมฆ พระหัตถ์ขวาบนถือตรีศูล พระหัตถ์ขวาล่างถืองาช้าง พระหัตถ์ซ้ายบนถือปาศะ (เชือก) พระหัตถ์ซ้ายล่างถือครอบน้ำ ประทับบนลวดลายกนก ภายใต้มีอักษรว่า "มหาวิทยาลัยศิลปากร" ประกาศใช้เมื่อ 21 สิงหาคม พ.ศ.2494ซึ่งคล้ายคลึงกับกรมศิลปากร <br />
  45. 45. พระพิฆเนศวรกับมหาวิทยาลัยศิลปากร<br />คนไทยถือว่าองค์พระพิฆเนศวรเป็นที่เคารพสักการะในฐานะองค์บรมครูแห่งศิลปะวิทยาการ 18 ประการ โดยคนไทยยอมรับในองค์พระพิฆเนศวรให้เป็นเทพแห่งศิลปะทั้งมวล และเป็นเทพองค์สำคัญในการประกอบพิธีกรรมต่างๆ ซึ่งทางศาสนาพราหมณ์ได้สถาปนาพระพิฆเนศวร เป็นเทพพระองค์แรกที่ต้องบูชาก่อนเริ่มพิธีใดๆ เป็นการคารวะในฐานะบรมครูผู้ประสาทปัญญาและความสำเร็จ สามารถขจัดอุปสรรคทั้งปวงให้หมดสิ้นไป กิจการทุกอย่างจึงสำเร็จลุล่วงได้ด้วยดี หน่วยงานราชการกรมศิลปากรและมหาวิทยาลัยศิลปากรจึงได้ถือเอาพระพิฆเนศวรเป็นสัญลักษณ์<br />
  46. 46. รวมภาพพระพิฆเนศวรกับมหาวิทยาลัยศิลปากร<br />
  47. 47.
  48. 48.
  49. 49.
  50. 50.
  51. 51. สรุปผลการดำเนินงาน<br />จากข้อมูลที่รวบรวมได้ทั้งหมดแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของพระพิฆเนศวรที่มีความสำคัญต่อประชาชนทั่วไป โดยมีความเชื่อที่เกี่ยวกับพระพิฆเนศวรว่า ท่านคือเทพเจ้าแห่งศิลปะวิทยาการ เทพเจ้าแห่งความสำเร็จ ขจัดความขัดข้องทั้งปวง และยังมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อมหาวิทยาลัยศิลปากรเนื่องจากเป็นตราสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยจึงเป็นที่เคารพนับถือของนักศึกษาในรั้วศิลปากรทุกคน<br />ข้อค้นพบที่ได้<br />พระพิฆเนศวรคือเทพเจ้าแห่งศิลปะวิทยาการ เทพเจ้าแห่งความสำเร็จ ขจัดความขัดข้องทั้งปวง<br />ข้อคิดที่ได้<br />คนส่วนใหญ่มักจะชอบขอพรจากพระพิฆเนศวรเพื่อที่จะประสบความสำเร็จในเรื่องต่างๆ แต่จริงๆ แล้วการขอพรจากพระพิฆเนศวรเป็นได้แค่ที่พึ่งทางใจเท่านั้น การที่เราจะประสบความสำเร็จได้ขึ้นอยู่กับการกระทำของเราเท่านั้น<br /> <br />
  52. 52. เอกสารอ้างอิง<br />www.thepjamlang.com/articles/233904/พระพิฆเนศ_32ปาง.html<br />th.wikipedia.org/wiki/พระพิฆเนศวร<br />www.su.ac.th<br />
  53. 53. กลุ่ม 139WHITE<br />รายวิชา080101 มนุษย์กับการสร้างสรรค์<br />นาย ถิรวุฒิ กลิ่นลออ รหัส 07530418 คณะวิทยาศาสตร์<br />นาย ธีรไนย ศรีธรรมรงค์ รหัส 07530423 คณะวิทยาศาสตร์<br />นางสาว ปรางค์วลัย เพ็งมาก รหัส 07530432 คณะวิทยาศาสตร์<br />นางสาว วิไลรัตน์ บุษบาบาล รหัส 07530447 คณะวิทยาศาสตร์<br />นางสาว ศศิมาพร ขันทองดี รหัส 07530452 คณะวิทยาศาสตร์<br />นางสาว อรทัย บุญฤทธิ์ รหัส 07530469 คณะวิทยาศาสตร์<br />นางสาว สุมินตรา พามา รหัส 07530603 คณะวิทยาศาสตร์<br />นางสาว นลินทิพย์ สุรโชติเวศย์ รหัส 09530669 คณะวิศวกรรมศาสตร์<br />นางสาว นันทพัช นันทอารี รหัส 09530671 คณะวิศวกรรมศาสตร์<br />นางสาว ปาลวจี บุณยบุตร รหัส 09530701 คณะวิศวกรรมศาสตร์ <br />

×