Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

Ppt. stroke1

7,470 views

Published on

Ppt. stroke1

Published in: Health & Medicine
  • Be the first to comment

Ppt. stroke1

  1. 1. โรคหลอดเลือดสมอง (STROKE) Dr. Prachaya Sriswang
  2. 2. สถานการณ์โรคหลอดเลือดสมองทั่วโลก  โรคหลอดเลือดสมองเป็นสาเหตุการตายเป็นอันดับ 2 ของประชากรอายุ > 60 ปีทั่วโลก  ในแต่ละปีมีคนทั่วโลกเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมอง ประมาณ 6 ล้านคน  องค์การโรคหลอดเลือดสมองโลกคาดการณ์ว่า ในปี ค.ศ.2015 หรือ พ.ศ. 2558 คนทั่วโลก จะเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมองถึง 6.5 ล้านคน
  3. 3.  โรคหลอดเลือดสมองเป็นสาเหตุการตายเป็นอันดับ 3 ของประชากรไทย  ประชากรไทยจะมีภาวะสมองขาดเลือด 1 คน ในทุก ๆ 3 นาที หรือในประชากร 100,000 คน จะมีผู้ป่ วยหลอดเลือดสมอง 206 คน  มีอัตราการตาย ร้อยละ 10 และพิการร้อยละ 50  เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ในเพศหญิง และอันดับ 3 ในเพศชาย
  4. 4. จานวนการตายและการป่ วยจากโรคหลอดเลือดสมอง
  5. 5. คานิยามของ WHO… “…เป็นภาวะที่มีความผิดปกติของระบบหลอดเลือด สมอง ซึ่งเป็นสาเหตุทาให้สมองบางส่วนหรือทั้งหมด ทางานผิดปกติ ผู้ป่ วยเกิดอาการและอาการแสดงเกิน 24 ชั่วโมงหรือทาให้เสียชีวิต…”
  6. 6. คานิยามของ NINDS… “…เป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นเมื่อเนื้อสมองขาด เลือดมาเลี้ยงหรือมีเลือดออก ไม่ว่าจะมีพยาธิสภาพที่ หลอดเลือดเส้นเดียวหรือมากกว่า โดยอาจเป็น เพียงชั่วคราวหรือเป็นอย่างถาวรก็ได้…”
  7. 7. “เป็นภาวะสมองได้รับเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพออย่าง เฉียบพลัน เนื่องจากหลอดเลือดอุดตันหรือแตก ทาให้ เซลล์สมองขาดเลือดไปเลี้ยง (Ischemia) หรือ เซลล์สมองตาย (Infarction)”
  8. 8. อาการของโรคหลอดเลือดสมอง
  9. 9. ปัจจัยเสี่ยง STROKE เสียชีวิต ความผิดปกติ muscle weakness, ataxia, loss of sensation ความพิการ Inability to walk, feed เกิดโรคซ้า (สมองเสื่อม vascular dementia)
  10. 10. • สมองขาดเลือด (Ischemic stroke) สาเหตุหลัก คือ เส้นเลือดอุดตัน หรือตีบ
  11. 11. • ร่างกายไม่สามารถลาเลียงเลือดไปเลี้ยงสมองได้ • เกิดการอุดตันของเส้นเลือด ส่งผลให้ออกซิเจนและสารอาหารอื่นไม่ สามารถขึ้นไปเลี้ยงสมองได้เพียงพอ • เซลล์สมองจะตายในเวลาเพียงสั้น ๆ • ความรุนแรงขึ้นอยู่กับตาแหน่งของเนื้อเยื่อสมองที่ถูกทาลาย –สมองด้านซ้ายจะควบคุมการทางานของอวัยวะ –สมองด้านขวาจะควบคุมการทางานของการพูด และร่างกายซีกซ้าย
  12. 12. 1. มีความผิดปกติของหลอดเลือด หรือหลอดเลือดแข็ง ที่เรียกว่า “Atherosclerosis” • มีไขมันและหินปูน มาสะสมที่ผนังด้านในของหลอดเลือด • พบได้ในหลอดเลือดสมองเอง และหลอดเลือดใหญ่ที่คอ
  13. 13. 2. มีลิ่มเลือดหลุดจากที่อื่นมาอุดตันหลอดเลือดสมอง โดยเฉพาะ ในผู้ที่มีโรคหัวใจบางชนิด ได้แก่ –โรคลิ้นหัวใจพิการ –โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด –หัวใจเต้นผิดจังหวะบางชนิด
  14. 14. สมองขาดเลือดชั่วคราวคืออะไร • สมองขาดเลือดชั่วคราว (TIA: Transient ischemic attack)  การที่ปริมาณเลือดไปเลี้ยงสมองน้อยลง และสามารถกลับคืนสภาพ เดิมได้ในเวลาอันรวดเร็ว  ไม่ทาให้เกิดภาวะสมองตายจากการขาดเลือด  หายได้ภายใน 24 ชั่วโมง เกิดในระยะเวลาสั้นๆ 5-10 นาที  1 ใน 3 ของผู้ป่ วยสมองขาดเลือดชั่วคราวมักจะกลายเป็น โรคหลอดเลือดสมองภายใน 7 วัน
  15. 15. • โรคหลอดเลือดสมองแตก (Hemorrhagic stroke) –สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากภาวะความดันโลหิตสูงที่เป็นมานาน –ส่วนน้อยอาจเกิดจากหลอดเลือดสมองผิดปกติ
  16. 16. • หลอดเลือดสมองแตกในเนื้อสมอง (Intracerebral hemorrhage) –ทาให้ผู้ป่ วยมีอาการผิดปกติทางระบบประสาทขึ้นมาทันที เนื่องจาก เลือดที่ออกจะไปกดเบียดเนื้อสมองทาให้สมองทางานผิดปกติ • หลอดเลือดแตกในชั้นเยื่อหุ้มสมอง (subarachnoid hemorrhage) –เกิดจากการโป่ งพองของหลอดเลือดสมอง(aneurysm) บริเวณฐานกะโหลกศีรษะ
  17. 17. Aneurysm AVM
  18. 18. สมองขาดเลือด เลือดออกในสมอง ปวดศีรษะ อาเจียน พบน้อย พบบ่อย ลักษณะการดาเนินของโรค อาการเกิดอย่างรวดเร็ว มี ลาดับความรุนแรงเริ่มจาก น้อยไปหามาก อาการรุนแรง เกิดทันที ความดันโลหิตสูง พบบ่อย พบบ่อยกว่า ระดับน้าตาลในเลือดสูง พบบ่อย พบน้อย พูดไม่ได้ ฟังไม่รู้เรื่อง (Aphasia) พบได้ พบน้อยมาก คอแข็ง พบน้อยมาก พบบ่อยกว่า
  19. 19. อาการที่น่าสงสัยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง • ปากเบี้ยวหรือชาบริเวณใบหน้า • ปวดศีรษะอย่างรุนแรง • แขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีก • วิงเวียนศีรษะประกอบเดินเซ • พูดไม่ชัด นึกคาพูดไม่ออก ฟังไม่รู้เรื่อง
  20. 20. ใคร ? ที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง ?
  21. 21. ปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดสมอง • ปัจจัยเสี่ยงที่ไม่สามารถแก้ไขได้  อายุ  เพศชาย  มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดสมอง  เคยมีประวัติเป็นโรคหลอดเลือดสมองตีบหรือแตกมาก่อน
  22. 22. ปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดสมอง • ปัจจัยเสี่ยงที่สามารแก้ไขได้  โรคความดันโลหิตสูง  โรคเบาหวาน  ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ  ไขมันในเลือดสมอง  การสูบบุหรี่  การดื่มเหล้า  การใช้สารเสพติด  ความเครียด
  23. 23. ปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดสมอง
  24. 24. • 15-20% เสียชีวิต • 20-30% มีความพิการขั้นรุนแรง • 50% มีความพิการเล็กน้อยหรือหายเป็นปกติ
  25. 25. • อ่อนแรง ชาของร่างกายครึ่งซีก • ตามัว หรือ มองเห็นภาพซ้อน • พูดไม่ชัด ลิ้นแข็ง • ปวดศีรษะอย่างรุนแรง • เวียนศีรษะ ร่วมกับเดินเซ
  26. 26. การวินิจฉัยโรคหลอดเลือดสมอง • ประวัติ • ตรวจร่างกาย • การตรวจทางห้องปฏิบัติการ  X-ray ปอด  EKG  CT-Scan  MRI scan  Cerebral angiography  Carotid duplex
  27. 27. • การรักษาด้วยยา – ยาต้านเกร็ดเลือด เช่น แอสไพริน, Clopidogrel – ยาละลายลิ่มเลือด เช่น heparin, low molecular weight heparin, warfarin – ยาลดไขมัน เช่น statin – ยาลดความดันโลหิต • การรักษาด้วยการผ่าตัด • การกายภาพบาบัด
  28. 28. การรักษาหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน • เป้ าหมายของการรักษาคือ  ทาให้เลือดไหลเวียนได้อย่างปกติ  ในบางกรณีแพทย์อาจให้ยาละลายลิ่มเลือด จะได้ผลดีกับผู้ที่มีอาการ และอาการแสดงของโรคหลอดเลือดสมอง และรีบมาโรงพยาบาล ภายในระยะเวลาไม่เกิน 3-4.5 ชั่วโมง
  29. 29. การรักษาหลอดเลือดสมองสมองแตกหรือฉีกขาด • เป้ าหมายของการรักษาคือ  การควบคุมปริมาณเลือดที่ออกด้วยการรักษาระดับความดันโลหิต  ในกรณีที่เลือดออกมาก แพทย์อาจพิจารณาทาการผ่าตัด เพื่อป้ องกันความเสียหายต่อสมองที่อาจเกิดขึ้น หากมีการเปลี่ยนแปลงความดันโลหิต
  30. 30. • โรคหลอดเลือดสมองสามารถรักษาให้หายเป็นปกติ โดยที่ผู้ป่ วยไม่มี ความพิการหลงเหลืออยู่ • ผู้ป่ วยจะต้องมาพบแพทย์หลังมีอาการภายใน 3-4.5 ชม. • แพทย์จะให้ยาละลายลิ่มเลือดเข้าทางหลอดเลือดดา • หลังจากการให้ยาผู้ป่ วยจะได้รับการรักษาอยู่ในห้องผู้ป่ วยหนัก
  31. 31. • หลักเกณฑ์การพิจารณาให้ยาละลายลิ่มเลือด –ผู้ป่ วยต้องได้รับยาฉีดเข้าทางหลอดเลือดดาภายใน 3 ชม. –ผู้ป่ วยมีอายุ > 18 ปี –ความดันโลหิต ≤ 185/110 มม.ปรอท –ไม่มีอาการชัก –การแข็งตัวของเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติ (PTT ≤ 15 วินาที, INR ≤ 1.7) –ค่าเกล็ดเลือด ≥ 100,000 ต่อลบ.มม.
  32. 32. • หลักเกณฑ์การพิจารณาให้ยาละลายลิ่มเลือด (ต่อ) –ไม่มีประวัติได้รับยาละลายลิ่มเลือดชนิดอื่น เช่น warfarin –ไม่มีประวัติเส้นเลือดสมองโป่ งพอง –ไม่ได้รับการผ่าตัดใหญ่ภายใน 14 วันก่อนรับยา –ไม่มีประวัติโรคหลอดเลือดสมอง/ การได้รับบาดเจ็บศีรษะ/ การ ผ่าตัดสมองภายใน 3 เดือนก่อนรับยา –ไม่มีประวัติเลือดออกในระบบทางเดินอาหาร/ ทางเดินปัสสาวะ ภายใน 21วันก่อนรับยา
  33. 33. ข้อห้ามใช้ยาละลายลิ่มเลือด  มีเลือดออกในภาพถ่ายสมอง (CT brain)  มีการเจาะเส้นเลือดแดง หรือเจาะกรวดน้าไขสันหลังภายใน 7 วัน  ความดันโลหิต > 185/ 110 มม.ปรอท  มีอาการชักหลังเกิดอาการทางสมอง  มีภาวะเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบจากการมีหลอดเลือดหัวใจอุดตัน  ได้รับยาป้ องกันการแข็งตัวของเลือด หรือ INR > 1.7  ค่าน้าตาลในเลือด > 50 มก./ดล. หรือ < 400 มก./ดล.  เป็นเพศหญิงและตั้งครรภ์อยู่
  34. 34. • งดหวานจัด มัน เค็มจัด เพิ่มผักผลไม้ • การออกกาลังกายสม่าเสมออย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน อย่างน้อย 5 วันต่อ สัปดาห์ • ควบคุมน้าหนักให้เหมาะสม • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่ • รับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างสม่าเสมอ • ลดความเครียด และพักผ่อนเพียงพอ • ตรวจร่างกายประจาปีอย่างสม่าเสมอ
  35. 35. ออกกาลังกายอย่างสม่าเสมอ
  36. 36. เมื่อสงสัยว่าเป็นโรคหลอดเลือดสมอง… • โทรศัพท์แจ้งรพ.ที่ใกล้ที่สุด แจ้งอาการที่ผู้ป่ วยเป็น…เวลาที่ผู้ป่ วยมีอาการ….. • นาผู้ป่ วยส่งโรงพยาบาลทันที ไม่ควรรอหรือให้ผู้ป่ วยนอนพัก • หากมีโรคประจาตัว ควรนายามาโรงพยาบาล และไม่ควรให้ผู้ป่ วย รับประทานยาก่อนมารพ. • หากมีอาการดีขึ้นเองก่อนมาถึงรพ. ยังจาเป็นที่จะต้องนาผู้ป่ วยมาพบ แพทย์ให้เร็วที่สุด
  37. 37. “อุดมการณ์นั้นกินได้ แต่ต้องกินด้วยใจ คือ ความอิ่มอก อิ่มใจ ความปิติยินดีต่อ การหายของผู้ป่ วย”

×