Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.
แนวทางการจัดการยาที่มีความเสี่ยงสูง
( HIGH ALERT DRUGS )
ในโรงพยาบาล
นพ.ปรัชญา ศรีสว่าง
15-Aug-14 1
High alert drug
 ยาที่มีความเสี่ยงสูง (high alert drug) หมายถึง
◦ ยาที่เสี่ยงสูงที่จะก่อให้เกิดอันตรายหรือผลเสียต่อผู้ป่ว...
เกณฑ์ในการพิจารณาเลือกยาที่มีความเสี่ยงสูง
 เป็นยาที่มีดัชนีการรักษาแคบ ( Narrow Therapeutic Index )
 เป็นยาที่มีอุบัติก...
การเก็บรักษา
 ยาความเสี่ยงสูงทุกชนิดต้องเก็บรักษาโดยแยกจากยาอื่นๆ
 ต้องมีสัญลักษณ์เตือนบุคลากรว่าเป็นยาที่มีความเสี่ยงสู...
แนวทางปฏิบัติเมื่อมีการสั่งใช้ยาที่มีความเสี่ยงสูง
 การสั่งใช้ยาโดยแพทย์
◦ เขียนคาสั่งใช้ยาอย่างครบถ้วนและชัดเจน เช่น ระบ...
แนวทางปฏิบัติเมื่อมีการสั่งใช้ยาที่มีความเสี่ยงสูง
 การสั่งใช้ยาโดยแพทย์ (ต่อ)
◦ ควรมีการวงเล็บ mg/kg ขนาดที่แพทย์ต้องการ...
แนวทางปฏิบัติเมื่อมีการสั่งใช้ยาที่มีความเสี่ยงสูง
 การคัดลอกคาสั่งใช้ยา
◦ ทบทวนการสั่งใช้ยาให้เข้าใจทั้งชื่อ ขนาดยา และว...
แนวทางปฏิบัติเมื่อมีการสั่งใช้ยาที่มีความเสี่ยงสูง
 การตรวจสอบยาและการจ่ายยา
◦ ตรวจสอบความถูกต้องทั้งชื่อผู้ป่วย ชนิดยา ข...
แนวทางปฏิบัติเมื่อมีการสั่งใช้ยาที่มีความเสี่ยงสูง
 การให้ยา
◦ จัดเตรียมยาสาหรับผู้ป่วยตามคาสั่งแพทย์
◦ ให้ยาอย่างถูกต้อง...
แนวทางปฏิบัติเมื่อมีการสั่งใช้ยาที่มีความเสี่ยงสูง
 การเก็บรักษา
◦ เก็บรักษายาให้เหมาะสมกับชนิดของยา เช่น ยาที่ต้องแช่เย็...
High alert drug จัดแบ่งเป็นประเภทต่าง ๆ
 วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทและยาเสพติดให้โทษ
◦ วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ได้แก่ do...
High alert drug จัดแบ่งเป็นประเภทต่าง ๆ
 ยาฉีดอินซูลิน
◦ Insulatard (NPH), actrapid (RI), lantus (insulin glagine)
 ยาต้...
High alert drug จัดแบ่งเป็นประเภทต่าง ๆ
 ยาคลายกล้ามเนื้อที่ใช้ในการดมสลบ
◦ Tracium, nimbex, esmoron, succinyl, siccum, t...
แนวทางแก้ปัญหาและการจัดการ
 แพทย์
◦ แพทย์ที่ต้องการสั่งใช้ยากลุ่มนี้ ต้องเขียนใบสั่งจ่ายวัตถุ
ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภทท...
แนวทางแก้ปัญหาและการจัดการ
 พยาบาล
◦ กรณีผู้ป่วยใน ให้แยกใบเก็บยาในที่มิดชิด และควบคุมการ
เบิกจ่ายอย่างเคร่งครัด
◦ หากมีย...
แบบบันทึกและติดตามการใช้ยาความเสี่ยงสูง
 รายการยาที่มีความเสี่ยงสูง
1. Adrenaline 1 mg/ml Inj
2. Calcium Gluconate inj.
3...
แบบบันทึกและติดตามการใช้ยาความเสี่ยงสูง
 รายการยาที่มีความเสี่ยงสูง (ต่อ)
7. Morphine Inj.
8. Pethidine Inj.
9. Amiodaron...
Adrenaline
 รูปแบบ: Adrenaline Injection (1mg/1ml) = (1:1000)
15-Aug-14 18
Adrenaline
การบริหารยา
เด็ก 0.05 – 1 mcg/kg/min , Maximum dose 1-2 mcg/kg/min
ผู้ใหญ่ 4 mcg/kg/min แล้วค่อยๆ เพิ่มจนสามารถ...
Adrenaline
 ข้อบ่งใช้ (Indication)
◦ Cardiopulmonary resuscitation (CPR)
◦ Anaphylaxis
◦ Hypotension
 ข้อห้ามใช้และข้อคว...
Adrenaline
 อาการไม่พึงประสงค์ที่สาคัญ
◦ หัวใจเต้นเร็ว หัวใจเต้นผิดจังหวะ
◦ ความดันโลหิตสูง
◦ ปลายมือ ปลายเท้าเขียว
◦ หาก...
Adrenaline
 การติดตามผลการใช้ยา (Monitoring)
◦ ในกรณี CPR ให้บันทึก Vital signs ทันที เมื่อผู้ป่วยเริ่มมีชีพจร
◦ ในกรณี A...
Adrenaline
 การแก้ไขเมื่อมีอาการไม่พึงประสงค์หรือ ความคลาดเคลื่อนทาง
ยา
◦ BP>160/90 mmHg, HR > 120 ครั้ง/นาทีในผู้ใหญ่
◦ ...
Calcium Gluconate
 รูปแบบยา: Calcium gluconate Injection 1 gm/10 mL (0.45
mEq/mL)
15-Aug-14 24
Calcium Gluconate
 การบริหารยา
Hypocalcemia:
Neonates I.V. 200 – 800 mg/kg/day
แบบ continuous infusion หรือ แบ่งให้ 4 ครั...
Calcium Gluconate
 การบริหารยา (ต่อ)
Hypocalcemic tetany:
Neonates,
Infants & children
I.V. 100 – 200 mg/kg/dose นานกว่า ...
Calcium Gluconate
 ข้อบ่งใช้ (Indication)
1. ในผู้ป่วยที่มีอาการของภาวะ hypocalcemia
2. รักษาภาวะ K+ ในเลือดสูง ที่มีการเ...
Calcium Gluconate
 อาการไม่พึงประสงค์ที่สาคัญ
◦ หัวใจเต้นผิดจังหวะ
◦ หากมี Ca ++ สูง อาจทาให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง ปวดบริเวณ
...
Calcium Gluconate
 การบริหารยา
◦ Double check ชื่อผู้ป่วย ชนิดและขนาดยา
◦ ควรแยกเส้นการให้ IV กับยาอื่น ๆ เพราะอาจเกิดการ...
Calcium Gluconate
 การติดตามผลการใช้ยา (Monitoring)
◦ กรณีแก้ไข Hyper K+ อาจต้องให้ Ca++ อย่างเร็ว ควร monitor
EKG ขณะฉีด...
Calcium Gluconate
 การแก้ไขเมื่อมีอาการไม่พึงประสงค์หรือ ความคลาดเคลื่อนทางยา
◦ มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง ปวดกระดูก หัวใจเ...
Digoxin (Lanoxin®)
 รูปแบบ:Digoxin injection (0.5mg/2ml)
1. Lanoxin 0.25 mg tablet
2. Lanoxin PG 0.0625 mg tablet
3. Lano...
Digoxin (Lanoxin®)
15-Aug-14 33
Digoxin (Lanoxin®)
 ข้อบ่งใช้ (Indication)
1. Congestive Heart Failure
2. Reduce ventricular rate
 ข้อห้ามใช้และข้อควรระ...
Digoxin (Lanoxin®)
 อาการไม่พึงประสงค์ที่สาคัญ
◦ Digitalis Intoxication
◦ หัวใจเต้นช้า หัวใจเต้นผิดจังหวะ
◦ คลื่นไส้ อาเจ...
Digoxin (Lanoxin®)
 การบริหารยา
◦ Double check ชื่อผู้ป่วย ชนิดและขนาดยา
◦ ดูระดับ K+ ก่อนให้ยา Digoxin ถ้า K+ ต่ากว่า 3....
Digoxin (Lanoxin®)
 การบริหารยา (ต่อ)
◦ ชนิดฉีด IV ฉีดช้า ๆ เป็นเวลา 5 นาที หรือมากกว่า
◦ ยาน้ารับประทานต้องใช้หลอดหยดที่...
Digoxin (Lanoxin®)
 การติดตามผลการใช้ยา (Monitoring) (ต่อ)
◦ กรณี Digoxin ฉีด ควรมีการ monitor EKG ขณะฉีดยาและหลัง
ฉีดยา ...
Digoxin (Lanoxin®)
 การติดตามผลการใช้ยา (Monitoring)
◦ กรณีที่เป็นผู้ป่วยในให้ซักถามและสังเกตอาการของภาวะ
Digitalis Intox...
Digoxin (Lanoxin®)
 การแก้ไขเมื่อมีอาการไม่พึงประสงค์หรือ ความคลาดเคลื่อนทาง
ยา
◦ เมื่อเกิดภาวะ Digitalis Intoxication ให...
Dobutamine
 รูปแบบยา: Dobutamine injection 250 mg/20 mL (12.5
mg/mL)
15-Aug-14 41
Dobutamine
 ข้อบ่งใช้ (Indication)
◦ เพิ่มการบีบตัวของหัวใจ ในผู้ป่วยที่มีการบีบตัวของหัวใจไม่ดี
 ข้อห้ามใช้และข้อควรระว...
Dobutamine
 อาการไม่พึงประสงค์ที่สาคัญ
◦ หัวใจเต้นผิดจังหวะ
◦ เจ็บแน่นหน้าอก
◦ คลื่นไส้ อาเจียน
◦ อาการแพ้ยา เช่นผื่น หอบ...
Dobutamine
 การบริหารยา
◦ Double check ชื่อผู้ป่วย ชนิดและขนาดยา
◦ ระวังสับสนกับ Dopamine
◦ ควรใช้Infusion pump
 การติดต...
Dobutamine
 การแก้ไขเมื่อมีอาการไม่พึงประสงค์หรือ ความคลาดเคลื่อนทาง
ยา
◦ หากพบว่ามี HR หรือ BP มากกว่าเกณฑ์ที่กาหนดไว้ ใ...
Dopamine
 รูปแบบยา
1. Dopmin injection 200 mg/ 5mL (40 mg/mL)
2. Inopin (Dopamine) injection 250 mg/ 10mL (25 mg/mL)
15-A...
Dopamine
 ข้อบ่งใช้ (Indication)
1. Low cardiac output
2. Hypotension
3. Poor perfusion of vital organs
 ข้อห้ามใช้และข้...
Dopamine
 อาการไม่พึงประสงค์ที่สาคัญ
◦ หัวใจเต้นเร็ว หัวใจเต้นผิดจังหวะ
◦ ความดันโลหิตสูง
◦ ปลายมือ ปลายเท้าเขียว
◦ หากมี...
Dopamine
 การบริหารยา
◦ Double check ชื่อผู้ป่วย ชนิดและขนาดยา
◦ ระวังสับสนกับ Dobutamine
◦ ควรให้ทาง central vein ยกเว้น...
Dopamine
 การติดตามผลการใช้ยา (Monitoring)
◦ บันทึก BP, HR ทุก 1 ชั่วโมงขณะให้ยา
◦ หากพบว่ามี BP>160/90 mmHg , HR > 120 ค...
Dopamine
 การแก้ไขเมื่อมีอาการไม่พึงประสงค์หรือ ความคลาดเคลื่อนทาง
ยา
◦ หากพบว่าผู้ป่วยมี HR หรือ BP มากกว่าเกณฑ์ที่กาหนด...
15-Aug-14 52
15-Aug-14 53
Heparin
 รูปแบบยา: Heparin 5000 Unit/mL (5 mL)
15-Aug-14 54
Heparin
 ข้อบ่งใช้ (Indication)
◦ ต้านการแข็งตัวของเลือด
 ข้อห้ามใช้และข้อควรระวัง
◦ ห้ามใช้ในผู้ป่ วยที่มีภาวะเลือดออกง...
Heparin
 อาการไม่พึงประสงค์ที่สาคัญ
◦ ภาวะเลือดออกง่าย
◦ เกร็ดเลือดต่า
 การบริหารยา
◦ Double check ชื่อผู้ป่วย ชนิดและขน...
Heparin
 การติดตามผลการใช้ยา (Monitoring)
◦ ควรตรวจ infusion pump สม่าเสมอ อย่างน้อยทุก 2 ชม.
◦ ตรวจ aPTT ก่อนให้ยา หลังใ...
Heparin
 การแก้ไขเมื่อมีอาการไม่พึงประสงค์หรือ ความคลาดเคลื่อนทาง
ยา
◦ หากพบว่ามีเลือดออกผิดปกติ พิจารณาหยุดยา heparin แล...
Heparin
 การแก้ไขเมื่อมีอาการไม่พึงประสงค์หรือ ความคลาดเคลื่อนทาง
ยา (ต่อ)
◦ ในกรณีที่เลือดออกมาก หรือมีเลือดออกในอวัยวะท...
Insulin
 รูปแบบยา
1. Novorapid
2. Humalog
3. Actrapid HM
4. Humulin R
5. Gensulin R
6. Humulin N
7. Gensulin N
15-Aug-14 ...
Insulin
 รูปแบบยา
8. Insulatard HM
9. Lantus
10. Novomix 30
11. Humalog Mix 25
12. Humulin 70/30
13. Mixtard 30 HM
14. Ge...
Insulin
15-Aug-14 62
Insulin
15-Aug-14 63
Insulin
 ข้อบ่งใช้ (Indication)
◦ ลดน้าตาลในเลือดสาหรับผู้ป่วยเบาหวานทั้งชนิดที่ 1 และ
ชนิดที่ 2
 ข้อห้ามใช้และข้อควรระว...
Insulin
 อาการไม่พึงประสงค์ที่สาคัญ
◦ ระดับน้าตาลในเลือดต่า ซึ่งมีอาการแสดงที่สาคัญ ได้แก่ ใจสั่น
เหงื่อออกมาก ตัวเย็น ซึ...
Insulin
 การติดตามผลการใช้ยา (Monitoring)
◦ ติดตามระดับน้าตาลในเลือด ถ้าผิดปกติให้แจ้งแพทย์ยกเว้น
ผู้ป่วยที่มีโรคประจาตัว...
Insulin
 การแก้ไขเมื่อมีอาการไม่พึงประสงค์หรือ ความคลาดเคลื่อนทาง
ยา
◦ หากพบว่ามีอาการ Hypoglycemia เช่น ใจสั่น เหงื่อออก...
Insulin
 หากพบว่า capillary blood glucoseมีค่าน้อยกว่า 60 mg/dL ถ้ายัง
ได้รับ insulin อยู่ ให้หยุดยา insulin ทันที และให้...
Potassium (K+)
 รูปแบบยา: 1. KCl inj. 10 mL ( K+ 2 mEq/mL)
2. K2HPO4 Inj. 20 mL ( K+ 1 mEq/mL)
15-Aug-14 69
Potassium (K+)
 ข้อบ่งใช้ (Indication)
◦ ภาวะ Hypokalemia ที่ไม่สามารถให้ K+ ทดแทนโดยการกินได้
หรือ ในกรณีที่ K+ ในเลือดล...
Potassium (K+)
 อาการไม่พึงประสงค์ที่สาคัญ
◦ อาการผู้ป่วยที่มี K+ สูง คลื่นไส้ ใจสั่น หัวใจเต้นช้า กล้ามเนื้ออ่อน
แรง อึด...
Potassium (K+)
 การติดตามผลการใช้ยา (Monitoring)
◦ ถ้าให้ในอัตราเร็ว 10-20 mEq/hr ต้องวัด HR , BP ทุก 1 ชม.
พร้อมติดตาม E...
Potassium (K+)
 การติดตามผลการใช้ยา (Monitoring)
◦ ติดตามค่า K+ เป็นระยะ ตามความรุนแรงของผู้ป่วย
◦ ซักถามและติดตามอาการขอ...
Potassium (K+)
 การแก้ไขเมื่อมีอาการไม่พึงประสงค์หรือ ความคลาดเคลื่อนทาง
ยา
◦ หากพบว่ามีอาการของ K+ สูง ให้หยุดการให้K+ ไ...
Potassium (K+)
 พิจารณาให้การรักษาภาวะ hyperkalemia ตามอาการและความ
รุนแรง โดยพิจารณารักษาดังนี้
◦ การรักษาที่ออกฤทธิ์ทัน...
Potassium (K+)
 พิจารณาให้การรักษาภาวะ hyperkalemia ตามอาการและความรุนแรง
โดยพิจารณารักษาดังนี้ (ต่อ)
◦ การรักษาที่ออกฤทธ...
Magnesium sulfate Injection
 รูปแบบยา
1. 50% MgSO4 inj. 2 mL
2. 20% MgSO4 inj. 20 mL
3. 50% MgSO4 inj. 20 mL
4. 4% MgSO4 ...
Magnesium sulfate Injection
15-Aug-14 78
Magnesium sulfate Injection
 ข้อบ่งใช้ (Indication)
◦ pre-eclampsia , eclampsia
◦ hypomagnesemia
◦ หัวใจเต้นผิดจังหวะแบบ ...
Magnesium sulfate Injection
 อาการไม่พึงประสงค์ที่สาคัญ
◦ คลื่นไส้อาเจียน
◦ หน้าแดง เหงื่อออก กระหายน้า
◦ ท้องเสีย ความดั...
Magnesium sulfate Injection
 การบริหารยา
◦ Double check ชื่อผู้ป่วย ชนิดและขนาดยา
◦ ในกรณีที่ต้องให้ IV drip ควรใช้infusi...
Magnesium sulfate Injection
 การติดตามผลการใช้ยา (Monitoring) (ต่อ)
◦ กรณี Pre-eclampsia, eclampsia หรือการให้ยาขนาดสูงกว...
Magnesium sulfate Injection
 การติดตามผลการใช้ยา (Monitoring) (ต่อ)
◦ ตรวจ Deep tendon reflex โดยดู knee jerk reflex ทุก ...
Magnesium sulfate Injection
 การแก้ไขเมื่อมีอาการไม่พึงประสงค์หรือ ความคลาดเคลื่อนทาง
ยา
◦ เมื่อพบอาการแสดงที่บ่งว่าระดับ...
Morphine
 รูปแบบยา
◦ Morphine syrup 2 mg/mL
◦ Morphine inj. 1 mg/mL, 10 mg/mL
◦ MST tablet 10, 30, 60 mg
◦ Kapanol cap 20...
Morphine
15-Aug-14 86
Morphine
15-Aug-14 87
Morphine
 ข้อบ่งใช้ (Indication)
◦ ระงับปวด
 ข้อห้ามใช้และข้อควรระวัง
◦ ห้ามใช้ในผู้ป่ วยหอบหืดรุนแรงและเฉียบพลัน ความดั...
Morphine
 อาการไม่พึงประสงค์ที่สาคัญ
◦ ถ้า overdose ผู้ป่วยจะง่วงซึมมากและหายใจช้า และม่านตาหดเล็กขนาด
เท่ารูเข็ม
◦ คลื่น...
Morphine
 การติดตามผลการใช้ยา (Monitoring)
 ถ้าเป็น IV push ให้ monitor
◦ Heart rate
◦ respiratory rate
◦ pain score
◦ s...
Morphine
 การติดตามผลการใช้ยา (Monitoring) (ต่อ)
 ถ้าเป็น IV continuous drip ให้ monitor
◦ ทุก 1 ชั่วโมง รวม 4 ครั้ง
◦ จ...
Morphine
 การแก้ไขเมื่อมีอาการไม่พึงประสงค์หรือ ความคลาดเคลื่อนทาง
ยา
◦ ถ้าพบว่ามีอาการของการได้รับยามากเกินไป คือ มีอากา...
Morphine
 การแก้ไขเมื่อมีอาการไม่พึงประสงค์หรือ ความคลาดเคลื่อนทาง
ยา
◦ ยาแก้พิษ คือ Naloxone ขนาดยาในผู้ใหญ่ 0.2-0.4 mg ...
Warfarin (Orfarin®)
 รูปแบบยา
1. Orfarin 3 mg tablet
2. Orfarin 5 mg tablet
15-Aug-14 94
Warfarin (Orfarin®)
 ข้อบ่งใช้ (Indication)
◦ ต้านการแข็งตัวของเลือด
 ข้อห้ามใช้และข้อควรระวัง
◦ ห้ามใช้ในหญิงมีครรภ์
◦ ...
Warfarin (Orfarin®)
 อาการไม่พึงประสงค์ที่สาคัญ
◦ เลือดออกง่าย เลือดออกที่ต่างๆเช่น ในปาก ใต้ผิวหนัง เลือด-
กาเดา ปัสสาวะ...
Warfarin (Orfarin®)
 การบริหารยา (ต่อ)
◦ สอนผู้ป่วยเรื่องห้ามสูบบุหรี่ ห้ามดื่มสุรา ไม่ควรกินอาหาร
สมุนไพร เช่น โสม ขิง ใ...
Warfarin (Orfarin®)
 การติดตามผลการใช้ยา (Monitoring)
◦ ตรวจวัด INR เมื่อมีการเปลี่ยนขนาดยา หรือเมื่อจาเป็นต้องใช้
ยาอื่น...
Warfarin (Orfarin®)
 การแก้ไขเมื่อมีอาการไม่พึงประสงค์ หรือความคลาดเคลื่อนทาง
ยา
◦ หากพบว่าผู้ป่วยมีอาการของ bleeding หรื...
ในกรณีที่ไม่มีเลือดออกมากผิดปกติ ให้แก้ไขตามระดับ INR ดังนี้
15-Aug-14 100
Pethidine
 รูปแบบ: Pethidine Injection (50 mg/ml)
 ข้อบ่งใช้:
◦ บรรเทาอาการปวดชนิดปานกลาง-รุนแรง
◦ ใช้ร่วมกับยาระงับความ...
Pethidine
 การบริหารยา: ใช้บรรเทาอาการปวด
◦ ผู้ใหญ่: ฉีดเข้ากล้ามเนื้อหรือเข้าชั้นใต้ผิวหนัง 25-100 มก. ทุก
3-4 ชม.
◦ ถ้า...
Pethidine
 การติดตามผู้ป่ วย (Monitoring)
◦ ตรวจสอบ vital sign หลังจากให้ยา และให้ผู้ป่วยนอนขณะให้
ยาและให้นอนพัก 30 นาที...
Pethidine
 การแก้ไขเมื่อได้รับยาเกินขนาด
◦ ถ้า overdose จะมีอาการง่วงซึมมาก หายใจช้า และม่านตา
หดเล็กเท่ารูเข็ม ถ้าหายใจ ...
Amiodarone
 รูปแบบ : Amiodarone injection 150 mg/3 ml
15-Aug-14 105
Amiodarone
 ข้อบ่งใช้ :
◦ Atrial และ Ventricular tachyarrythymia
◦ Rapid atrial arrythymia (AF with RVR) ในผู้ป่วย impair...
Amiodarone
 ข้อห้ามใช้ :
◦ hypersensitivity ต่อ amiodarone หรือ iodine
◦ severe sinus-node dysfunction,bradycardia
◦ caus...
Amiodarone
15-Aug-14 108
Diazepam
 ชื่อการค้า Valium®
 ข้อบ่งใช้
◦ การจัดการสภาวะวิตกกังวลทั่วไป,panic disorder, การนาสลบ
ก่อนการผ่าตัด, การสลบชั...
Diazepam
 ขนาดใช้ยา: กรณีคลายกังวล คลายกล้ามเนื้อและสงบระงับ
Oral IM/IV
เด็ก • 0.12-0.8 mg/kg/day ทุก 6-8 ชม. • 0.04-0.3 ...
Diazepam
 การปรับขนาดยาในผู้ป่ วยโรคตับ
◦ ผู้ป่วยโรคตับแข็งลดขนาดยาลง 50% และควรหลีกเลี่ยงในโรค
ตับรุนแรงและเฉียบพลัน
 ข...
Diazepam
15-Aug-14 112
Diazepam
 ข้อห้ามใช้
1. ผู้ป่วยความดันโลหิตต่าขั้นรุนแรง ( systolic < 90 mmHg )
2. ผู้ป่วยที่มี AV block ระดับที่ 2 หรือ ...
Terbutaline
 รูปแบบ : Terbutaline injection 0.5 mg/ml
15-Aug-14 114
Terbutaline
 ข้อบ่งใช้ : ยับยั้งการบีบตัวของมดลูก ป้องกันการคลอดก่อน
กาหนด (preterm labour)
 การบริหารยา : IV infusion ใ...
Terbutaline
15-Aug-14 116
ตัวอย่าง
15-Aug-14 117
15-Aug-14 118
15-Aug-14 119
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

Ppt. HAD

Ppt. HAD

Ppt. HAD

  1. 1. แนวทางการจัดการยาที่มีความเสี่ยงสูง ( HIGH ALERT DRUGS ) ในโรงพยาบาล นพ.ปรัชญา ศรีสว่าง 15-Aug-14 1
  2. 2. High alert drug  ยาที่มีความเสี่ยงสูง (high alert drug) หมายถึง ◦ ยาที่เสี่ยงสูงที่จะก่อให้เกิดอันตรายหรือผลเสียต่อผู้ป่วย ที่รุนแรง ◦ ถ้าหากมีความผิดพลาดในการสั่งใช้ยา คัดลอกคาสั่งใช้ ยา จ่ายยา หรือการให้ยา 15-Aug-14 2
  3. 3. เกณฑ์ในการพิจารณาเลือกยาที่มีความเสี่ยงสูง  เป็นยาที่มีดัชนีการรักษาแคบ ( Narrow Therapeutic Index )  เป็นยาที่มีอุบัติการณ์การรายงานความคลาดเคลื่อนทางยาสูง การรับยาเข้าโรงพยาบาล  ยาความเสี่ยงสูงต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการ ควบคุมดูแลเรื่องยาของโรงพยาบาล โดยคานึงถึงความเสี่ยงใน การนามาใช้และการเตรียมการป้องกันอย่างเหมาะสม  ยาที่มีความเสี่ยงสูงที่ถูกส่งมายังโรงพยาบาลต้องตรวจรับโดย เภสัชกรที่ได้รับมอบหมาย 15-Aug-14 3
  4. 4. การเก็บรักษา  ยาความเสี่ยงสูงทุกชนิดต้องเก็บรักษาโดยแยกจากยาอื่นๆ  ต้องมีสัญลักษณ์เตือนบุคลากรว่าเป็นยาที่มีความเสี่ยงสูง ใช้ สติกเกอร์สีแสดสะท้อนแสง เขียนข้อความว่า“ยาความเสี่ยงสูง”  จากัดการเข้าถึงยาที่มีความเสี่ยงสูงกลุ่มยาเสพติดให้โทษ โดยต้อง ใส่ในตู้หรือลิ้นชักที่มีกุญแจ และมีการตรวจสอบสม่าเสมอ 15-Aug-14 4
  5. 5. แนวทางปฏิบัติเมื่อมีการสั่งใช้ยาที่มีความเสี่ยงสูง  การสั่งใช้ยาโดยแพทย์ ◦ เขียนคาสั่งใช้ยาอย่างครบถ้วนและชัดเจน เช่น ระบุความแรง วิถีทางให้ยา และความถี่ของการให้ยา ◦ หลีกเลี่ยงการใช้คาย่อที่ไม่เป็นสากล ◦ หลีกเลี่ยงการสั่งจ่ายยาโดยวาจา/ ทางโทรศัพท์หากจาเป็นควร มีการทวนซ้าทั้งชื่อยา ขนาด วิธีการให้ และระยะเวลาการให้ จากผู้รับคาสั่ง ◦ แพทย์ควรมีข้อมูลผู้ป่วยอย่างครบถ้วนก่อนสั่งใช้ยาเพื่อให้การ สั่งใช้ยามีความเหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละคนมากที่สุด 15-Aug-14 5
  6. 6. แนวทางปฏิบัติเมื่อมีการสั่งใช้ยาที่มีความเสี่ยงสูง  การสั่งใช้ยาโดยแพทย์ (ต่อ) ◦ ควรมีการวงเล็บ mg/kg ขนาดที่แพทย์ต้องการไว้ข้างหลังชื่อยา เพื่อการตรวจทานการคานวณความเข้มข้นซ้าได้และหากเป็น ยาเม็ดควรมีการระบุ mg ที่แพทย์ต้องการใช้ทุกครั้ง เพื่อให้ สามารถตรวจทานขนาดยาซ้าได้ ◦ กาหนดขนาด อัตราเร็วของการบริหาร และน้ายาที่ใช้ผสมทุก ครั้งที่มีการบริหาร ◦ ควรมีการปรับขนาดยาที่เหมาะสมในผู้ป่วยที่มีการทางานของ ตับและไตผิดปกติ 15-Aug-14 6
  7. 7. แนวทางปฏิบัติเมื่อมีการสั่งใช้ยาที่มีความเสี่ยงสูง  การคัดลอกคาสั่งใช้ยา ◦ ทบทวนการสั่งใช้ยาให้เข้าใจทั้งชื่อ ขนาดยา และวิธีการให้ยา หากไม่ชัดเจนควรติดต่อแพทย์ผู้เขียนคาสั่งโดยตรง เพื่อให้ได้ ข้อมูลที่ถูกต้องก่อนลอกคาสั่งลงในการ์ดยา ◦ คัดลอกคาสั่งแพทย์ลงในใบสั่งยาให้ครบถ้วนทั้งชื่อยา ขนาดยา และวิธีการให้ยา โดยหลีกเลี่ยงการใช้คาย่อที่ไม่เป็นสากล 15-Aug-14 7
  8. 8. แนวทางปฏิบัติเมื่อมีการสั่งใช้ยาที่มีความเสี่ยงสูง  การตรวจสอบยาและการจ่ายยา ◦ ตรวจสอบความถูกต้องทั้งชื่อผู้ป่วย ชนิดยา ขนาดยา และ วิธีการให้ยา อย่างน้อย 2 ครั้งก่อนจ่ายยา หากไม่ชัดเจนให้ ติดต่อกลับไปที่หอผู้ป่วย หรือแพทย์ผู้สั่งใช้ยาโดยตรง ◦ ตรวจสอบวันหมดอายุของยา ◦ ตรวจสอบความถูกต้องของการเตรียมยา เช่น การใช้ตัว ทาละลายที่เหมาะสมในกรณีที่ต้องละลายหรือเจือจางยา ◦ หลีกเลี่ยงการรับคาสั่งใช้ยาทางโทรศัพท์ โดยคาสั่งใช้ยาต้อง เป็นลายลักษณ์อักษร 15-Aug-14 8
  9. 9. แนวทางปฏิบัติเมื่อมีการสั่งใช้ยาที่มีความเสี่ยงสูง  การให้ยา ◦ จัดเตรียมยาสาหรับผู้ป่วยตามคาสั่งแพทย์ ◦ ให้ยาอย่างถูกต้องตามหลัก 6 R คือ ถูกต้องตามชนิดของยา ถูกต้องตามขนาดยา ถูกต้องตามวิถีทาง ถูกต้องตามเวลา ถูกต้องตามผู้ป่ วย และการบันทึกยาถูกต้อง ◦ ประเมินผลการตอบสนองของยานั้น และสังเกตอาการ ไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา หากเกิดขึ้นให้รายงานแพทย์และ แจ้งให้เภสัชกรทราบ 15-Aug-14 9
  10. 10. แนวทางปฏิบัติเมื่อมีการสั่งใช้ยาที่มีความเสี่ยงสูง  การเก็บรักษา ◦ เก็บรักษายาให้เหมาะสมกับชนิดของยา เช่น ยาที่ต้องแช่เย็น ต้องเก็บในตู้เย็น ยากันแสงต้องเก็บในซองสีชา หรืออยู่ใน ภาชนะบรรจุที่ป้องกันแสง ◦ ควรแยกยากลุ่มนี้ให้ห่างกับยาที่มีรูปลักษณ์ภายนอกของ ภาชนะบรรจุคล้ายคลึงกัน เพื่อลดความคลาดเคลื่อนในการจ่าย หรือเตรียมยา ◦ ติด sticker สีแดงที่ภาชนะที่เก็บยา เพื่อให้ชัดเจนและเพิ่มความ ระวังในการใช้ยามากขึ้น 15-Aug-14 10
  11. 11. High alert drug จัดแบ่งเป็นประเภทต่าง ๆ  วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทและยาเสพติดให้โทษ ◦ วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ได้แก่ dormicum, diazepam, ketalar ephedrine ◦ ยาเสพติดให้โทษ ได้แก่ morphine, kapanol, pethidine, fentanyl  ยาเคมีบาบัด ◦ Taxotere, campto, 5-FU, xeloda, oxalip, lipodox, MTX 15-Aug-14 11
  12. 12. High alert drug จัดแบ่งเป็นประเภทต่าง ๆ  ยาฉีดอินซูลิน ◦ Insulatard (NPH), actrapid (RI), lantus (insulin glagine)  ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ◦ Heparin, clexane, warfarin  ยาที่เป็นสารละลายเกลือแร่ความเข้มข้นสูง ◦ KCl, MgSO4, 3%NaCl, calcium gluconate 15-Aug-14 12
  13. 13. High alert drug จัดแบ่งเป็นประเภทต่าง ๆ  ยาคลายกล้ามเนื้อที่ใช้ในการดมสลบ ◦ Tracium, nimbex, esmoron, succinyl, siccum, thiopental, etomidate  ยาที่มี therapeutic index แคบ ◦ Theophylline, phenytoin, digoxin  ยา cardiovascular drug ◦ Adenocor, adrenaline, atropine, cardipine, cordarone, dopamine, dobutex, levophed, nitrocine, sodium nitroprusside, streptokinase 15-Aug-14 13
  14. 14. แนวทางแก้ปัญหาและการจัดการ  แพทย์ ◦ แพทย์ที่ต้องการสั่งใช้ยากลุ่มนี้ ต้องเขียนใบสั่งจ่ายวัตถุ ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภทที่ 2 ตามแบบฟอร์มที่ โรงพยาบาลจัดเตรียมไว้ให้ 1 ใบ เพื่อประกอบกับการสั่งยา  เภสัชกร ◦ ควบคุมการเบิกจ่ายตามกฎเกณฑ์ที่โรงพยาบาลกาหนด ◦ แยกพื้นที่เก็บยาในกลุ่มนี้ไว้ในที่มิดชิดและมีกุญแจล็อค ◦ กาหนดให้เภสัชกรเท่านั้นเป็นผู้นายาจากสถานที่เก็บยามาจ่าย แก่ผู้ป่วย 15-Aug-14 14
  15. 15. แนวทางแก้ปัญหาและการจัดการ  พยาบาล ◦ กรณีผู้ป่วยใน ให้แยกใบเก็บยาในที่มิดชิด และควบคุมการ เบิกจ่ายอย่างเคร่งครัด ◦ หากมียาเหลือจากการที่แพทย์หยุดคาสั่งใช้ยา ให้ส่งคืนงาน เภสัชกรรม ไม่ควรเก็บคงไว้ที่หอผู้ป่วย 15-Aug-14 15
  16. 16. แบบบันทึกและติดตามการใช้ยาความเสี่ยงสูง  รายการยาที่มีความเสี่ยงสูง 1. Adrenaline 1 mg/ml Inj 2. Calcium Gluconate inj. 3. Digoxin Inj 4. Dopamine Inj 5. Potassium Chloride Inj 6. Magnesium 10% Inj,50% Inj 15-Aug-14 16
  17. 17. แบบบันทึกและติดตามการใช้ยาความเสี่ยงสูง  รายการยาที่มีความเสี่ยงสูง (ต่อ) 7. Morphine Inj. 8. Pethidine Inj. 9. Amiodarone Inj 10. Diltiazem Inj 11. Terbutaline Inj 15-Aug-14 17
  18. 18. Adrenaline  รูปแบบ: Adrenaline Injection (1mg/1ml) = (1:1000) 15-Aug-14 18
  19. 19. Adrenaline การบริหารยา เด็ก 0.05 – 1 mcg/kg/min , Maximum dose 1-2 mcg/kg/min ผู้ใหญ่ 4 mcg/kg/min แล้วค่อยๆ เพิ่มจนสามารถควบคุมอาการได้ Cardiac arrest 1 mg IV และให้ซ้าทุก 3-5 นาที Anaphylaxi 0.3 – 0.5 mg IM/SC ทุก 15 -20 นาที Bronchospasm 0.1 – 0.5 mg IM/SC ทุก 10 -15 นาที จนถึง 4 ชม. 0.1-1 % solution พ่นผ่าน nebulizer ทุก 15 นาที จนถึง 4 ชม. 15-Aug-14 19
  20. 20. Adrenaline  ข้อบ่งใช้ (Indication) ◦ Cardiopulmonary resuscitation (CPR) ◦ Anaphylaxis ◦ Hypotension  ข้อห้ามใช้และข้อควรระวัง ◦ ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูง ◦ ระมัดระวังการใช้ในผู้ป่วยที่มีโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคของหลอดเลือดส่วนปลาย (peripheral vascular disease) 15-Aug-14 20
  21. 21. Adrenaline  อาการไม่พึงประสงค์ที่สาคัญ ◦ หัวใจเต้นเร็ว หัวใจเต้นผิดจังหวะ ◦ ความดันโลหิตสูง ◦ ปลายมือ ปลายเท้าเขียว ◦ หากมีการรั่วออกนอกหลอดเลือด อาจทาให้เกิดเนื้อเยื่อตายได้  การบริหารยา ◦ Double check ชื่อผู้ป่วย ชนิดและขนาดยา ◦ ถ้าให้ IV drip ควรใช้Infusion pump ◦ ควรให้ทางเส้นเลือดใหญ่ 15-Aug-14 21
  22. 22. Adrenaline  การติดตามผลการใช้ยา (Monitoring) ◦ ในกรณี CPR ให้บันทึก Vital signs ทันที เมื่อผู้ป่วยเริ่มมีชีพจร ◦ ในกรณี Anaphylaxis ให้บันทึก Vital signs ทุก 10 นาที จนครบ 30 นาที ◦ ในกรณี Hypotension ที่มีการให้ยาแบบ IV drip ให้บันทึก Vital ทุก 1 ชม. ตลอดระยะเวลาที่มีการให้ยา ◦ หากพบว่ามี BP>160/90 mmHg, HR > 120 ครั้ง/นาทีในผู้ใหญ่ BP > 120/80 mmHg, HR > 180 ครั้ง/นาที ในเด็ก ให้แจ้งแพทย์ทันที ◦ ตรวจดูตาแหน่ง IV site ทุก 1 ชั่วโมง ตลอดระยะเวลาที่มีการให้ยา 15-Aug-14 22
  23. 23. Adrenaline  การแก้ไขเมื่อมีอาการไม่พึงประสงค์หรือ ความคลาดเคลื่อนทาง ยา ◦ BP>160/90 mmHg, HR > 120 ครั้ง/นาทีในผู้ใหญ่ ◦ BP > 120/80 mmHg, HR > 180 ครั้ง/นาทีในเด็ก ให้พิจารณาหยุดยาหรือปรับลดขนาดยาลง ◦ หากพบรอยแดง บวม รอยคล้าตามเส้นเลือด บริเวณ IV site ให้ เปลี่ยนตาแหน่งในการให้ยาใหม่ 15-Aug-14 23
  24. 24. Calcium Gluconate  รูปแบบยา: Calcium gluconate Injection 1 gm/10 mL (0.45 mEq/mL) 15-Aug-14 24
  25. 25. Calcium Gluconate  การบริหารยา Hypocalcemia: Neonates I.V. 200 – 800 mg/kg/day แบบ continuous infusion หรือ แบ่งให้ 4 ครั้ง (maximum : 1 gm /dose) Infants & children I.V. 200 – 500 mg/kg/day แบบ continuous infusion หรือ แบ่งให้ 4 ครั้ง (maximum : 2-3 gm/dose) Adults I.V. 2 – 15 gm/24 hour แบบ continuous infusion หรือ แบ่งให้เป็นครั้งๆ 15-Aug-14 25
  26. 26. Calcium Gluconate  การบริหารยา (ต่อ) Hypocalcemic tetany: Neonates, Infants & children I.V. 100 – 200 mg/kg/dose นานกว่า 5-10 นาที สามารถให้ซ้าได้ทุก 6-8 ชม. หรือ ให้แบบ I.V. infusion ที่ขนาด 500 mg/kg/day Adults 1 – 3 gm (4.5 – 16 mEq) Hyperkalemia (Serum K > 7 mEq/L ) Ca glucanate 0.5 – 1 g (5-10 ml) IV push ช้าๆ (2-5 นาที) monitor EKG 15-Aug-14 26
  27. 27. Calcium Gluconate  ข้อบ่งใช้ (Indication) 1. ในผู้ป่วยที่มีอาการของภาวะ hypocalcemia 2. รักษาภาวะ K+ ในเลือดสูง ที่มีการเปลี่ยนแปลงของคลื่นไฟฟ้า หัวใจ  ข้อห้ามใช้และข้อควรระวัง ◦ ถ้าผู้ป่วยได้รับ digoxin อยู่ อาจเพิ่มฤทธิ์ของ digoxin จนเกิด พิษได้ 15-Aug-14 27
  28. 28. Calcium Gluconate  อาการไม่พึงประสงค์ที่สาคัญ ◦ หัวใจเต้นผิดจังหวะ ◦ หากมี Ca ++ สูง อาจทาให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง ปวดบริเวณ กระดูก ◦ ถ้ามียารั่วซึมออกมานอกหลอดเลือด จะทาให้เกิดเนื้อเยื่อตาย 15-Aug-14 28
  29. 29. Calcium Gluconate  การบริหารยา ◦ Double check ชื่อผู้ป่วย ชนิดและขนาดยา ◦ ควรแยกเส้นการให้ IV กับยาอื่น ๆ เพราะอาจเกิดการ ตกตะกอนเมื่อผสมกับยาอื่น ๆได้โดยเฉพาะ phosphate ◦ ควรให้ยาทางเส้นเลือดใหญ่ ฉีดช้าๆ ประมาณ 15 นาที หรือ เจือจาง 1 mg/mL หยดเข้าเส้นเลือดดา 15-Aug-14 29
  30. 30. Calcium Gluconate  การติดตามผลการใช้ยา (Monitoring) ◦ กรณีแก้ไข Hyper K+ อาจต้องให้ Ca++ อย่างเร็ว ควร monitor EKG ขณะฉีด IV push ช้าๆ ◦ กรณีแก้ไขภาวะ Hypocalcemia ควรมีการตรวจติดตามระดับ Ca++ หลังได้รับยา ตามความรุนแรงของผู้ป่วย ◦ ซักถามอาการที่สัมพันธ์กับการมี Ca++ สูง เช่น อาการ กล้ามเนื้ออ่อนแรง ปวดกระดูก หากพบว่าผู้ป่วยมีอาการ ดังกล่าว ให้รีบแจ้งแพทย์ทันที ◦ ตรวจดู IV site บ่อย ๆ ทุก 1 ชม. ตลอดระยะเวลาการให้ยา 15-Aug-14 30
  31. 31. Calcium Gluconate  การแก้ไขเมื่อมีอาการไม่พึงประสงค์หรือ ความคลาดเคลื่อนทางยา ◦ มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง ปวดกระดูก หัวใจเต้นผิดจังหวะ หยุด ยาทันที ร่วมกับตรวจระดับCalcium ในเลือดทันที ◦ มีระดับ Calcium ในเลือดสูงให้หยุดยาทันที ร่วมกับเร่งการขับถ่าย Calcium ออกจากร่างกายโดยให้สารน้าชนิด Normal saline ทาง IV ในอัตราเร็วเริ่มต้น 200-300 ml/hr หากไม่ได้ผลให้ปรึกษาแพทย์ ทางระบบต่อมไร้ท่อ หรือแพทย์เฉพาะทางโรคไต ◦ หากพบรอยแดง บวม รอยคล้าตามเส้นเลือด บริเวณ IV site ให้ เปลี่ยนตาแหน่งในการให้ยาใหม่ 15-Aug-14 31
  32. 32. Digoxin (Lanoxin®)  รูปแบบ:Digoxin injection (0.5mg/2ml) 1. Lanoxin 0.25 mg tablet 2. Lanoxin PG 0.0625 mg tablet 3. Lanoxin elixir 0.05mg/mL (60 mL) 4. Lanoxin injection 0.25 mg/mL (2 mL) 15-Aug-14 32
  33. 33. Digoxin (Lanoxin®) 15-Aug-14 33
  34. 34. Digoxin (Lanoxin®)  ข้อบ่งใช้ (Indication) 1. Congestive Heart Failure 2. Reduce ventricular rate  ข้อห้ามใช้และข้อควรระวัง ◦ ระวังการใช้ในผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตาย ◦ ระวังการใช้ในผู้ป่วยโรคไตรุนแรง ◦ ระวังการใช้ในผู้ป่วยที่มี K+ ต่า (ต่ากว่า 3.5 mEq/L) 15-Aug-14 34
  35. 35. Digoxin (Lanoxin®)  อาการไม่พึงประสงค์ที่สาคัญ ◦ Digitalis Intoxication ◦ หัวใจเต้นช้า หัวใจเต้นผิดจังหวะ ◦ คลื่นไส้ อาเจียน ◦ มองเห็นภาพเป็นสีเหลืองหรือเขียว 15-Aug-14 35
  36. 36. Digoxin (Lanoxin®)  การบริหารยา ◦ Double check ชื่อผู้ป่วย ชนิดและขนาดยา ◦ ดูระดับ K+ ก่อนให้ยา Digoxin ถ้า K+ ต่ากว่า 3.5 mEq/L ต้องแจ้ง แพทย์เพื่อยืนยัน ◦ ตรวจชีพจรและลงบันทึกก่อนให้ยา ในผู้ใหญ่ถ้าชีพจรต่ากว่า 60 ครั้ง/ นาที ในเด็กชีพจรเต้นช้าผิดปกติเมื่อเทียบตามอายุ ให้แจ้งแพทย์เพื่อ ยืนยันก่อนให้ยา  เด็ก < 1ปี HR ต่ากว่า 100 ครั้ง/นาที  เด็ก 1-6 ปี HR ต่ากว่า 80 ครั้ง/นาที  เด็ก > 6 ปี HR ต่ากว่า 60 ครั้ง/นาที 15-Aug-14 36
  37. 37. Digoxin (Lanoxin®)  การบริหารยา (ต่อ) ◦ ชนิดฉีด IV ฉีดช้า ๆ เป็นเวลา 5 นาที หรือมากกว่า ◦ ยาน้ารับประทานต้องใช้หลอดหยดที่มีขีดบอกปริมาตร แน่นอน ◦ ถ้าให้เกินวันละ 1 ครั้ง ยืนยันกับแพทย์ก่อน ยกเว้นผู้ป่วยเด็ก อาจให้วันละ 2 เวลา ห่างกันทุก 12 ชม. 15-Aug-14 37
  38. 38. Digoxin (Lanoxin®)  การติดตามผลการใช้ยา (Monitoring) (ต่อ) ◦ กรณี Digoxin ฉีด ควรมีการ monitor EKG ขณะฉีดยาและหลัง ฉีดยา 1 ชม. ◦ กรณี Digoxin ฉีด ให้บันทึก HR ทุก 15 นาที ติดต่อกัน 2 ครั้ง ต่อไปทุก 30 นาที ติดต่อกัน 3 ครั้ง ต่อไปทุก 1 ชม. จนครบ 5 ชม. ถ้าผิดปกติให้แจ้งแพทย์ 15-Aug-14 38
  39. 39. Digoxin (Lanoxin®)  การติดตามผลการใช้ยา (Monitoring) ◦ กรณีที่เป็นผู้ป่วยในให้ซักถามและสังเกตอาการของภาวะ Digitalis Intoxication ทุกวัน เช่น อาการคลื่นไส้ อาเจียน มองเห็นแสงสีเขียวเหลือง ◦ ควรตรวจระดับ K+ สัปดาห์ละครั้ง กรณีเป็นผู้ป่วยใน ◦ ถ้าสงสัยว่าเกิด Digitalis Intoxication ให้ส่งตรวจวัดระดับยา ในเลือดทันที (therapeutic level อยู่ที่ 0.8-2 ng/mL) ถ้าเกิน 2 ng/mL ต้องไม่ให้ยาต่อและแจ้งแพทย์ทันที 15-Aug-14 39
  40. 40. Digoxin (Lanoxin®)  การแก้ไขเมื่อมีอาการไม่พึงประสงค์หรือ ความคลาดเคลื่อนทาง ยา ◦ เมื่อเกิดภาวะ Digitalis Intoxication ให้ติด monitor EKG ทันที ◦ หากได้รับยาโดยการรับประทาน ภายใน 6-8 ชั่วโมง พิจารณา ให้ Activated charcoal ขนาด 1 mg/kg เพื่อช่วยดูดซับยาที่ หลงเหลือในทางเดินอาหาร 15-Aug-14 40
  41. 41. Dobutamine  รูปแบบยา: Dobutamine injection 250 mg/20 mL (12.5 mg/mL) 15-Aug-14 41
  42. 42. Dobutamine  ข้อบ่งใช้ (Indication) ◦ เพิ่มการบีบตัวของหัวใจ ในผู้ป่วยที่มีการบีบตัวของหัวใจไม่ดี  ข้อห้ามใช้และข้อควรระวัง ◦ ถ้าผู้ป่วยเกิดภาวะ hypovolemia ต้องแก้ไขให้เป็นปกติก่อนเริ่ม ให้ยา ◦ ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่เป็น idiopathic hypertrophic subaortic stenosis ◦ ระมัดระวังการใช้ในผู้ป่วยที่มีภาวะ myocardial infarction, severe coronary artery disease, cardiac arrhythmia 15-Aug-14 42
  43. 43. Dobutamine  อาการไม่พึงประสงค์ที่สาคัญ ◦ หัวใจเต้นผิดจังหวะ ◦ เจ็บแน่นหน้าอก ◦ คลื่นไส้ อาเจียน ◦ อาการแพ้ยา เช่นผื่น หอบเหนื่อย หายใจลาบาก ◦ หากมีการรั่วออกนอกหลอดเลือด อาจทาให้เกิดเนื้อเยื่อตายได้ 15-Aug-14 43
  44. 44. Dobutamine  การบริหารยา ◦ Double check ชื่อผู้ป่วย ชนิดและขนาดยา ◦ ระวังสับสนกับ Dopamine ◦ ควรใช้Infusion pump  การติดตามผลการใช้ยา (Monitoring) ◦ บันทึก BP, HR ทุก 1 ชั่วโมงขณะให้ยา ◦ หากพบว่ามี BP>160/90 mmHg หรือ HR > 120 ครั้ง/นาทีในผู้ใหญ่ BP > 120/80 mmHg หรือ HR > 180 ครั้ง/นาที ในเด็ก ให้แจ้งแพทย์ทันที หรือตามแพทย์สั่ง ◦ ตรวจสอบ infusion pump เสมอ อย่างน้อยทุก 1 ชม. ◦ ตรวจดูตาแหน่ง IV site ทุก 1 ชั่วโมง ตลอดระยะเวลาที่มีการให้ยา 15-Aug-14 44
  45. 45. Dobutamine  การแก้ไขเมื่อมีอาการไม่พึงประสงค์หรือ ความคลาดเคลื่อนทาง ยา ◦ หากพบว่ามี HR หรือ BP มากกว่าเกณฑ์ที่กาหนดไว้ ให้ พิจารณาหยุดยาหรือปรับลดขนาดยาลง ◦ หากพบว่ามีผื่น หอบเหนื่อย แน่นหน้าอก ให้หยุดยาทันที ◦ หากพบรอยแดง บวม รอยคล้าตามเส้นเลือด บริเวณ IV site ให้เปลี่ยนตาแหน่งในการให้ยาใหม่ 15-Aug-14 45
  46. 46. Dopamine  รูปแบบยา 1. Dopmin injection 200 mg/ 5mL (40 mg/mL) 2. Inopin (Dopamine) injection 250 mg/ 10mL (25 mg/mL) 15-Aug-14 46
  47. 47. Dopamine  ข้อบ่งใช้ (Indication) 1. Low cardiac output 2. Hypotension 3. Poor perfusion of vital organs  ข้อห้ามใช้และข้อควรระวัง ◦ ระวังสับสนกับ Dobutamine ◦ ก่อนเริ่มยา ควรแก้ไขภาวะ acidosis, hypercapnia, hypovolemia, hypoxia ของผู้ป่วยก่อน (ถ้ามี) ◦ ต้องเฝ้าระวังหากใช้ร่วมกับ Dilantin (Phenytoin) เพราะจะ เกิดความดันต่า และหัวใจเต้นช้าลง ผู้ป่วยอาจช็อคได้ 15-Aug-14 47
  48. 48. Dopamine  อาการไม่พึงประสงค์ที่สาคัญ ◦ หัวใจเต้นเร็ว หัวใจเต้นผิดจังหวะ ◦ ความดันโลหิตสูง ◦ ปลายมือ ปลายเท้าเขียว ◦ หากมีการรั่วออกนอกหลอดเลือด อาจทาให้เกิดเนื้อเยื่อตายได้ 15-Aug-14 48
  49. 49. Dopamine  การบริหารยา ◦ Double check ชื่อผู้ป่วย ชนิดและขนาดยา ◦ ระวังสับสนกับ Dobutamine ◦ ควรให้ทาง central vein ยกเว้นในผู้ป่วยที่ไม่สามารถให้ทาง central line ได้จึงต้องให้ทาง peripheral line ◦ ควรใช้Infusion pump ◦ อัตราเร็วสูงสุดในการให้ยา (Max rate) 20 mcg/Kg/min IV ◦ ห้ามหยุดยากะทันหันเพราะความดันจะตกทันที ควรค่อย ๆลดขนาดยา ลง หรือลด rate of infusion ก่อนหยุดยา 15-Aug-14 49
  50. 50. Dopamine  การติดตามผลการใช้ยา (Monitoring) ◦ บันทึก BP, HR ทุก 1 ชั่วโมงขณะให้ยา ◦ หากพบว่ามี BP>160/90 mmHg , HR > 120 ครั้ง/นาทีในผู้ใหญ่ BP > 120/80 mmHg, HR > 180 ครั้ง/นาทีในเด็ก ให้แจ้งแพทย์ทันที หรือตามแพทย์สั่ง ◦ ตรวจสอบ infusion pump เสมอ อย่างน้อยทุก 1 ชม. ◦ ตรวจดูตาแหน่ง IV site ทุก 1ชม. ตลอดระยะเวลาที่มีการให้ยา 15-Aug-14 50
  51. 51. Dopamine  การแก้ไขเมื่อมีอาการไม่พึงประสงค์หรือ ความคลาดเคลื่อนทาง ยา ◦ หากพบว่าผู้ป่วยมี HR หรือ BP มากกว่าเกณฑ์ที่กาหนดไว้ ข้างต้น ให้พิจารณาหยุดยาหรือปรับลดขนาดยาลง ◦ หากพบว่าผู้ป่ วยมีปลายมือ ปลายเท้าเขียว ให้พิจารณาปรับลด ขนาดยาลง ◦ หากพบรอยแดง บวม รอยคล้าตามเส้นเลือด บริเวณ IV site ให้ เปลี่ยนตาแหน่งในการให้ยาใหม่ 15-Aug-14 51
  52. 52. 15-Aug-14 52
  53. 53. 15-Aug-14 53
  54. 54. Heparin  รูปแบบยา: Heparin 5000 Unit/mL (5 mL) 15-Aug-14 54
  55. 55. Heparin  ข้อบ่งใช้ (Indication) ◦ ต้านการแข็งตัวของเลือด  ข้อห้ามใช้และข้อควรระวัง ◦ ห้ามใช้ในผู้ป่ วยที่มีภาวะเลือดออกง่าย ◦ ไม่ควรให้ยาถ้าเกร็ดเลือด (platelet)ต่ากว่า 100,000/mm3 ยกเว้นกรณี keep arterial line หรือ central line ◦ ใช้ในหญิงมีครรภ์ได้เพราะยานี้ไม่ผ่านรก ◦ ระวังการหยิบสลับกับ insulin 15-Aug-14 55
  56. 56. Heparin  อาการไม่พึงประสงค์ที่สาคัญ ◦ ภาวะเลือดออกง่าย ◦ เกร็ดเลือดต่า  การบริหารยา ◦ Double check ชื่อผู้ป่วย ชนิดและขนาดยา ◦ ควรให้ยาผ่าน infusion pump ◦ ห้ามให้ยา heparin พร้อมกับยาต่อไปนี้ ampicillin, ciprofloxacin, vancomycin, cephalosporins, aminoglycosides, steroids, antiemetics เพราะอาจตกตะกอน ควรคั่นด้วยการให้ NSS ก่อน และหลังให้ยาแต่ละชนิดเสมอ 15-Aug-14 56
  57. 57. Heparin  การติดตามผลการใช้ยา (Monitoring) ◦ ควรตรวจ infusion pump สม่าเสมอ อย่างน้อยทุก 2 ชม. ◦ ตรวจ aPTT ก่อนให้ยา หลังให้ยา 6 ชม. และทุก 24 ชม. ระหว่างที่ ให้ยา ◦ หากมีการปรับเปลี่ยนขนาดยา ควรตรวจ aPTT ซ้าหลังปรับยา 6 ชม. ◦ ตรวจ CBC ก่อนให้ยา หากให้ยาเกิน 7 วัน ควรตรวจซ้า ◦ ระหว่างที่ใช้ยานี้อยู่ควรระมัดระวังเรื่องเลือดออกง่ายและการเกิด บาดแผลของผู้ป่วย เช่น การใส่ NG tube, การดูดเสมหะ การเจาะ เลือดบ่อย ๆ 15-Aug-14 57
  58. 58. Heparin  การแก้ไขเมื่อมีอาการไม่พึงประสงค์หรือ ความคลาดเคลื่อนทาง ยา ◦ หากพบว่ามีเลือดออกผิดปกติ พิจารณาหยุดยา heparin และ ตรวจ CBC และ aPTT ทันที ◦ ในกรณีที่มีเลือดออกปริมาณไม่มาก และเป็นอวัยวะที่ไม่สาคัญ ให้หยุดยา heparin ไว้จนกว่าเลือดหยุด และระดับ aPTT ลดลง หากจาเป็นต้องให้ heparin ต่อ พิจารณาปรับลดขนาดยาลงจาก เดิมและติดตามค่า aPTT อย่างใกล้ชิด 15-Aug-14 58
  59. 59. Heparin  การแก้ไขเมื่อมีอาการไม่พึงประสงค์หรือ ความคลาดเคลื่อนทาง ยา (ต่อ) ◦ ในกรณีที่เลือดออกมาก หรือมีเลือดออกในอวัยวะที่สาคัญ ให้ หยุด heparin ทันที พิจารณาให้ยาแก้พิษ คือ protamine sulphate ◦ ในกรณีที่ได้รับ heparin แบบ continuous infusion จะให้ protamine sulphate ในขนาด 1 mg ต่อทุก 100 unit ของ heparin ที่ได้รับใน 2 ชม. 15-Aug-14 59
  60. 60. Insulin  รูปแบบยา 1. Novorapid 2. Humalog 3. Actrapid HM 4. Humulin R 5. Gensulin R 6. Humulin N 7. Gensulin N 15-Aug-14 60
  61. 61. Insulin  รูปแบบยา 8. Insulatard HM 9. Lantus 10. Novomix 30 11. Humalog Mix 25 12. Humulin 70/30 13. Mixtard 30 HM 14. Gensulin M 15-Aug-14 61
  62. 62. Insulin 15-Aug-14 62
  63. 63. Insulin 15-Aug-14 63
  64. 64. Insulin  ข้อบ่งใช้ (Indication) ◦ ลดน้าตาลในเลือดสาหรับผู้ป่วยเบาหวานทั้งชนิดที่ 1 และ ชนิดที่ 2  ข้อห้ามใช้และข้อควรระวัง ◦ ก่อนเพิ่มหรือลดขนาดยา และก่อนให้ยา ควรตรวจสอบการ รับประทานอาหารหรืออาการที่มีผลต่อระดับน้าตาลในเลือด ก่อน เช่น อาเจียน 15-Aug-14 64
  65. 65. Insulin  อาการไม่พึงประสงค์ที่สาคัญ ◦ ระดับน้าตาลในเลือดต่า ซึ่งมีอาการแสดงที่สาคัญ ได้แก่ ใจสั่น เหงื่อออกมาก ตัวเย็น ซึมลง หมดสติ  การบริหารยา ◦ Double check ชนิดและขนาดยาเพราะ Insulin มีหลายชนิด ◦ ระวังการหยิบสลับกับ Heparin ◦ หากบริหารยาแบบ IV drip ควรใช้infusion pump ◦ สอนวิธีดูดยาและวิธีฉีดยาที่ถูกต้องแก่ผู้ป่วยหรือผู้ดูแล หาก ผู้ป่วยต้องนากลับไปใช้เองที่บ้าน 15-Aug-14 65
  66. 66. Insulin  การติดตามผลการใช้ยา (Monitoring) ◦ ติดตามระดับน้าตาลในเลือด ถ้าผิดปกติให้แจ้งแพทย์ยกเว้น ผู้ป่วยที่มีโรคประจาตัวอื่น ๆให้เทียบจาก baseline ของผู้ป่วย เอง ◦ ภายใน 60 นาทีหลังฉีดยา ให้สังเกตอาการ Hypoglycemia เช่น ใจสั่น เหงื่อออกมาก หน้ามืด เป็นลมหมดสติ ◦ ตรวจสอบ infusion pump เสมอ อย่างน้อยทุก 2 ชม. 15-Aug-14 66
  67. 67. Insulin  การแก้ไขเมื่อมีอาการไม่พึงประสงค์หรือ ความคลาดเคลื่อนทาง ยา ◦ หากพบว่ามีอาการ Hypoglycemia เช่น ใจสั่น เหงื่อออกมาก หน้ามืด เป็นลม หมดสติ ให้เจาะ capillary blood glucose ทันที ◦ หากพบว่า capillary blood glucose มีค่าน้อยกว่า 60 mg/dL ถ้าได้รับ insulin อยู่ ให้หยุดยา insulin ทันที และให้ปฏิบัติดังนี้  ถ้ารู้สึกตัวดี ให้ดื่มน้าหวานอย่างน้อยครึ่งแก้ว ตรวจระดับ capillary blood glucose ซ้า หลังจากรับประทานน้าหวาน 30 นาที หากระดับ น้าตาลกลับมาสู่ภาวะปกติ ให้ตรวจ capillary blood glucose เป็น ระยะๆ 15-Aug-14 67
  68. 68. Insulin  หากพบว่า capillary blood glucoseมีค่าน้อยกว่า 60 mg/dL ถ้ายัง ได้รับ insulin อยู่ ให้หยุดยา insulin ทันที และให้ปฏิบัติดังนี้ (ต่อ) ◦ ในกรณีที่ไม่รู้สึกตัวหรือไม่สามารถรับประทานอาหารทางปากได้ พิจารณาให้ 50% glucose 40-50 ml IV push จากนั้นให้ติดตาม อาการของผู้ป่วยว่าดีขึ้นหรือไม่ ◦ พิจารณาให้ 10% dextrose ในอัตราเร็ว 80-100 ml/hr ตรวจระดับ capillary blood glucose ซ้า หลังได้รับการรักษาไปแล้วประมาณ 30 นาที ปรับอัตราเร็วของสารน้าตามระดับน้าตาลและสภาพของ ผู้ป่วยตรวจติดตาม capillary blood glucose เป็นระยะๆ 15-Aug-14 68
  69. 69. Potassium (K+)  รูปแบบยา: 1. KCl inj. 10 mL ( K+ 2 mEq/mL) 2. K2HPO4 Inj. 20 mL ( K+ 1 mEq/mL) 15-Aug-14 69
  70. 70. Potassium (K+)  ข้อบ่งใช้ (Indication) ◦ ภาวะ Hypokalemia ที่ไม่สามารถให้ K+ ทดแทนโดยการกินได้ หรือ ในกรณีที่ K+ ในเลือดลดลงอย่างรวดเร็ว ต่ากว่า 2.5 mEq/L และมีความเสี่ยงสูงจากการเต้นของหัวใจอย่างผิดปกติ  ข้อห้ามใช้และข้อควรระวัง ◦ ห้ามให้ IV push หรือ bolus ◦ ระมัดระวังในการใช้กับผู้ที่มีภาวะไตวายหรือมีปัสสาวะออกน้อย ◦ กรณีที่ให้ K2HPO4 เพื่อแก้ไขภาวะ Hypophosphatemia ต้อง ระมัดระวังปริมาณ K+ ที่จะเพิ่มขึ้นด้วย 15-Aug-14 70
  71. 71. Potassium (K+)  อาการไม่พึงประสงค์ที่สาคัญ ◦ อาการผู้ป่วยที่มี K+ สูง คลื่นไส้ ใจสั่น หัวใจเต้นช้า กล้ามเนื้ออ่อน แรง อึดอัด แน่นหน้าอก ชาตามปลายมือปลายเท้า ◦ หากมีการรั่วออกนอกหลอดเลือด อาจทาให้เกิดเนื้อเยื่อตายได้  การบริหารยา ◦ Double check ชื่อผู้ป่วย ชนิดและขนาดยา ◦ ห้ามให้ IV push หรือ bolus ◦ ห้ามให้ IV ที่ผสม K+ ในการ loading ◦ ควรให้ยาผ่าน Infusion pump 15-Aug-14 71
  72. 72. Potassium (K+)  การติดตามผลการใช้ยา (Monitoring) ◦ ถ้าให้ในอัตราเร็ว 10-20 mEq/hr ต้องวัด HR , BP ทุก 1 ชม. พร้อมติดตาม EKG ◦ ถ้าให้ 40-60 mEq/L ในอัตราเร็ว 8-12 ชม. ให้วัด HR และ BP ทุก 4-6 ชม. ◦ หากพบว่าผู้ป่วย BP ไม่อยู่ระหว่าง 160/110 และ 90/60 mmHg หรือ HR ไม่อยู่ระหว่าง 60-100 ครั้ง/นาที ให้รีบรายงานแพทย์ 15-Aug-14 72
  73. 73. Potassium (K+)  การติดตามผลการใช้ยา (Monitoring) ◦ ติดตามค่า K+ เป็นระยะ ตามความรุนแรงของผู้ป่วย ◦ ซักถามและติดตามอาการของ K+ สูง ได้แก่ คลื่นไส้ ใจสั่น หัวใจเต้นช้า กล้ามเนื้ออ่อนแรง อึดอัด แน่นหน้าอก ชาตาม ปลายมือปลายเท้าทุกวัน ในช่วงที่ผู้ป่วยได้รับ K+ อยู่ ◦ ตรวจสอบ infusion pump เสมอ อย่างน้อย ทุก4 ชม. 15-Aug-14 73
  74. 74. Potassium (K+)  การแก้ไขเมื่อมีอาการไม่พึงประสงค์หรือ ความคลาดเคลื่อนทาง ยา ◦ หากพบว่ามีอาการของ K+ สูง ให้หยุดการให้K+ ไว้ก่อน และ ให้ตรวจวัดระดับ K+ในเลือดทันที ◦ หากพบว่าผู้ป่วยมีค่า K+ สูง 15-Aug-14 74
  75. 75. Potassium (K+)  พิจารณาให้การรักษาภาวะ hyperkalemia ตามอาการและความ รุนแรง โดยพิจารณารักษาดังนี้ ◦ การรักษาที่ออกฤทธิ์ทันที ภายใน 1-3 นาที คือการให้ 10% calcium gluconate 10 ml IV push ช้าๆ เพื่อไปต้านฤทธิ์ของ K+ ที่เยื่อหุ้มเซลล์และ monitor EKG ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการรุนแรง พิจารณาให้ 10% calcium gluconate ซ้าได้ ◦ การรักษาที่ออกฤทธิ์เร็วปานกลาง ภายในเวลา 10-30 นาที โดยให้ potassium ในเลือดถูกดึงเข้าเซลล์คือการให้ 50% glucose 40-50 ml+ regular insulin (RI) 5-10 unit IV push และให้ติดตามระดับ Capillary blood glucose 15-Aug-14 75
  76. 76. Potassium (K+)  พิจารณาให้การรักษาภาวะ hyperkalemia ตามอาการและความรุนแรง โดยพิจารณารักษาดังนี้ (ต่อ) ◦ การรักษาที่ออกฤทธิ์ช้า โดยให้ Cation exchange resin ได้แก่ kayexalate หรือ kalimate 30-60 g จะออกฤทธิ์ภายในเวลา 30 นาที หรือหากให้รับประทาน จะออกฤทธิ์ภายใน 2 ชม.โดย kayexalate นั้นจะต้องละลายใน sorbitol ทุกครั้ง ◦ ในกรณีที่ผู้ป่วยมีการทางานของไตบกพร่องหรือไม่สามารถแก้ไข ภาวะ hyperkalemia ได้ให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคไต พิจารณา ทา HD  ตรวจติดตามค่า K+ เป็นระยะทุก 4-6 ชม.  หากพบรอยแดง บวม รอยคล้าตามเส้นเลือด บริเวณ IV site ให้เปลี่ยน ตาแหน่งในการให้ยาใหม่ 15-Aug-14 76
  77. 77. Magnesium sulfate Injection  รูปแบบยา 1. 50% MgSO4 inj. 2 mL 2. 20% MgSO4 inj. 20 mL 3. 50% MgSO4 inj. 20 mL 4. 4% MgSO4 in D5W 1000 mL 15-Aug-14 77
  78. 78. Magnesium sulfate Injection 15-Aug-14 78
  79. 79. Magnesium sulfate Injection  ข้อบ่งใช้ (Indication) ◦ pre-eclampsia , eclampsia ◦ hypomagnesemia ◦ หัวใจเต้นผิดจังหวะแบบ Torsades de Pointes  ข้อห้ามใช้และข้อควรระวัง ◦ Magnesium sulfate มีหลายความแรง และหลายขนาดบรรจุ จึง ต้องระมัดระวังการจ่ายผิด 15-Aug-14 79
  80. 80. Magnesium sulfate Injection  อาการไม่พึงประสงค์ที่สาคัญ ◦ คลื่นไส้อาเจียน ◦ หน้าแดง เหงื่อออก กระหายน้า ◦ ท้องเสีย ความดันโลหิตต่า กดการทางานของระบบกล้ามเนื้อ ◦ กล้ามเนื้ออ่อนแรง อัมพาต ◦ กดระบบประสาทส่วนกลาง มึนงง สับสน ง่วงหลับ ◦ กดการหายใจ กดการทางานของหัวใจ เกิด heart block ได้ 15-Aug-14 80
  81. 81. Magnesium sulfate Injection  การบริหารยา ◦ Double check ชื่อผู้ป่วย ชนิดและขนาดยา ◦ ในกรณีที่ต้องให้ IV drip ควรใช้infusion pump หรือ syringe pump  การติดตามผลการใช้ยา (Monitoring) ◦ ต้องมีการตรวจวัดระดับ magnesium ในเลือดสมอง หลัง loading dose และระหว่างให้ยา ค่าปกติ 1.9-2.9 mg/dL แต่ กรณี preeclampsia therapeutic level อยู่ที่ 4-8 mg/dL 15-Aug-14 81
  82. 82. Magnesium sulfate Injection  การติดตามผลการใช้ยา (Monitoring) (ต่อ) ◦ กรณี Pre-eclampsia, eclampsia หรือการให้ยาขนาดสูงกว่า 1 gm/hr ให้วัด HR และ RR ทุก 15 นาที 2 ครั้ง ต่อไปทุก 1 ชม. กรณีอื่นๆให้วัดทุก 4 ชม. ถ้าพบความผิดปกติให้แจ้งแพทย์  RR ควรมากกว่า 14 ครั้ง/นาที  ในผู้ใหญ่ถ้าชีพจรต่ากว่า 60 ครั้ง/นาที ให้แจ้งแพทย์ ◦ Urine output > 100 mL/ 4 hr (หรือไม่ต่ากว่าวันละ 600 mL) 15-Aug-14 82
  83. 83. Magnesium sulfate Injection  การติดตามผลการใช้ยา (Monitoring) (ต่อ) ◦ ตรวจ Deep tendon reflex โดยดู knee jerk reflex ทุก 4 ชม. ถ้า negative ให้ทา bicep jerk reflex ถ้า negative ให้แพทย์ พิจารณาหยุดยา ◦ หากพบว่ามีอาการแสดงที่บ่งว่าระดับ Magnesium สูงเกินไป ให้รีบแจ้งแพทย์ทันที ◦ ตรวจสอบ infusion pump เสมอ อย่างน้อยทุก 1 ชม. 15-Aug-14 83
  84. 84. Magnesium sulfate Injection  การแก้ไขเมื่อมีอาการไม่พึงประสงค์หรือ ความคลาดเคลื่อนทาง ยา ◦ เมื่อพบอาการแสดงที่บ่งว่าระดับ Magnesium สูงเกินไป ให้พิจารณา หยุดยาทันที และตรวจระดับ Magnesium ในเลือด ◦ กรณีที่พบว่าระดับ Magnesium ในเลือดสูงกว่าค่าปกติ การแก้ไขให้ หยุดยาทันที ซึ่งในคนที่การทางานของไตเป็นปกติ จะสามารถปรับตัว ให้ระดับ Magnesium กลับมาเป็นปกติ ยกเว้นในกรณีของผู้ป่วยที่มี การทางานของไตบกพร่อง ให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางโรคไตเพื่อ พิจารณาฟอกไต (dialysis) 15-Aug-14 84
  85. 85. Morphine  รูปแบบยา ◦ Morphine syrup 2 mg/mL ◦ Morphine inj. 1 mg/mL, 10 mg/mL ◦ MST tablet 10, 30, 60 mg ◦ Kapanol cap 20, 50, 100 mg 15-Aug-14 85
  86. 86. Morphine 15-Aug-14 86
  87. 87. Morphine 15-Aug-14 87
  88. 88. Morphine  ข้อบ่งใช้ (Indication) ◦ ระงับปวด  ข้อห้ามใช้และข้อควรระวัง ◦ ห้ามใช้ในผู้ป่ วยหอบหืดรุนแรงและเฉียบพลัน ความดันในสมองสูง ช็อค และไตวาย ◦ ระมัดระวังการใช้ในหญิงให้นมบุตร หากจาเป็นต้องใช้ในหญิงให้นม บุตร ควรเฝ้าระวังการกดการหายใจในทารกด้วย ◦ ระมัดระวังการใช้กับผู้ใหญ่ที่ปัสสาวะน้อยกว่าวันละ 600 ซีซี หรือผู้ที่ ไตบกพร่องหรือเสีย ◦ ระมัดระวังพิเศษในผู้ป่วยสูงอายุ เด็ก ผู้ป่วยโรคหัวใจ ไต ตับ 15-Aug-14 88
  89. 89. Morphine  อาการไม่พึงประสงค์ที่สาคัญ ◦ ถ้า overdose ผู้ป่วยจะง่วงซึมมากและหายใจช้า และม่านตาหดเล็กขนาด เท่ารูเข็ม ◦ คลื่นไส้อาเจียน ท้องผูก ง่วงซึม เบื่ออาหาร วิงเวียน ตาพร่า หัวใจเต้นช้า เหงื่อออก คัน  การบริหารยา ◦ Double check ชื่อผู้ป่วย ชนิดและขนาดยาก่อนให้ยาทุกครั้ง ◦ หากเป็นการให้แบบ IV push ควรฉีดช้าๆ ไม่ต่ากว่า 5-10 นาที ◦ หากเป็น IV drip ควรใช้infusion pump หรือ syringe pump ◦ ควรให้ยาก่อนที่จะปวดที่สุดจึงจะได้ผลดี 15-Aug-14 89
  90. 90. Morphine  การติดตามผลการใช้ยา (Monitoring)  ถ้าเป็น IV push ให้ monitor ◦ Heart rate ◦ respiratory rate ◦ pain score ◦ sedation score  ทุก 5 นาที รวม 4 ครั้ง  จากนั้น ทุก 30 นาที รวม 2 ครั้ง  การ monitor หลังจากนี้ขึ้นกับภาวะของผู้ป่วยและคาสั่งแพทย์ 15-Aug-14 90
  91. 91. Morphine  การติดตามผลการใช้ยา (Monitoring) (ต่อ)  ถ้าเป็น IV continuous drip ให้ monitor ◦ ทุก 1 ชั่วโมง รวม 4 ครั้ง ◦ จากนั้น monitor ทุก 4 ชั่วโมง  ถ้าเป็น SC or IM ◦ monitor ทุก 15 นาที รวม 4 ครั้ง ◦ จากนั้น ทุก 30 นาที รวม 2 ครั้ง  หาก RR < 10/min , HR< 60/min ให้แจ้งแพทย์ทันที 15-Aug-14 91
  92. 92. Morphine  การแก้ไขเมื่อมีอาการไม่พึงประสงค์หรือ ความคลาดเคลื่อนทาง ยา ◦ ถ้าพบว่ามีอาการของการได้รับยามากเกินไป คือ มีอาการง่วงซึมมาก และหายใจช้า และม่านตาหดเล็กขนาดเท่ารูเข็ม ถ้าหายใจ > 10 ครั้ง/ นาที (เด็กอายุต่ากว่า 1 ปี 30 ครั้ง/ นาทีหรือ เด็กอายุเกิน 1 ปี 20 ครั้ง/ นาที) อาจกดการหายใจได้ ให้แจ้งแพทย์ทันที ถ้าให้ยาเป็น continuous drip อยู่ ให้หยุดยาทันที ◦ ถ้าจะให้ยา Morphine กินเป็นระยะเวลานาน ควรให้ยาระบายร่วมด้วย เพื่อป้องกันอาการท้องผูก 15-Aug-14 92
  93. 93. Morphine  การแก้ไขเมื่อมีอาการไม่พึงประสงค์หรือ ความคลาดเคลื่อนทาง ยา ◦ ยาแก้พิษ คือ Naloxone ขนาดยาในผู้ใหญ่ 0.2-0.4 mg IV , IM, SC ในเด็ก 0.01 mg/Kg ให้ซ้าได้ทุก 2-3 นาที หยุดแก้เมื่อ หายใจได้เร็วขึ้นกว่า 10 ครั้งต่อนาที ◦ ควรติดตามต่ออย่างใกล้ชิดเพราะฤทธิ์ของ Naloxone มักหมด ไปก่อน (ประมาณครึ่ง-1 ชั่วโมง) ฤทธิ์ของ Morphine ทาให้ เกิดการง่วงซึมและกลับมากดการหายใจได้อีก 15-Aug-14 93
  94. 94. Warfarin (Orfarin®)  รูปแบบยา 1. Orfarin 3 mg tablet 2. Orfarin 5 mg tablet 15-Aug-14 94
  95. 95. Warfarin (Orfarin®)  ข้อบ่งใช้ (Indication) ◦ ต้านการแข็งตัวของเลือด  ข้อห้ามใช้และข้อควรระวัง ◦ ห้ามใช้ในหญิงมีครรภ์ ◦ ไม่ควรใช้ในผู้ป่วยที่มีปัญหาเลือดออกง่าย ◦ ระวังการใช้ในผู้สูงอายุ เพราะเส้นเลือดเปราะ ผิวหนังบาง ◦ ยานี้มีปฏิกิริยากับยาหลายขนาน 15-Aug-14 95
  96. 96. Warfarin (Orfarin®)  อาการไม่พึงประสงค์ที่สาคัญ ◦ เลือดออกง่าย เลือดออกที่ต่างๆเช่น ในปาก ใต้ผิวหนัง เลือด- กาเดา ปัสสาวะเป็นเลือด ถ่ายอุจจาระเป็นสีดา  การบริหารยา ◦ Double check ชื่อผู้ป่วย ชนิดและขนาดยา ◦ ให้รับประทานวันละครั้งก่อนนอน หรือตอนเย็น ◦ กรณี OPD ตรวจสอบผู้ป่วยว่าเข้าใจในขนาดยาและวิธี รับประทาน 15-Aug-14 96
  97. 97. Warfarin (Orfarin®)  การบริหารยา (ต่อ) ◦ สอนผู้ป่วยเรื่องห้ามสูบบุหรี่ ห้ามดื่มสุรา ไม่ควรกินอาหาร สมุนไพร เช่น โสม ขิง ใบแปะก๊วย น้ามันปลา เพราะจะเสริม ฤทธิ์ Warfarin ◦ สอนผู้ป่วยให้แจ้งแพทย์/ ทันตแพทย์ทุกครั้งว่าใช้ยา Warfarin ◦ สอนให้ผู้ป่วยระวังการเกิดบาดแผล และสอนวิธีห้ามเลือด ◦ สอนผู้ป่วยเรื่องการสังเกตอาการ bleeding, clotting และหากมี ความผิดปกติควรมาพบแพทย์ 15-Aug-14 97
  98. 98. Warfarin (Orfarin®)  การติดตามผลการใช้ยา (Monitoring) ◦ ตรวจวัด INR เมื่อมีการเปลี่ยนขนาดยา หรือเมื่อจาเป็นต้องใช้ ยาอื่นที่มีปฏิกิริยากับ Warfarin และตรวจทุกครั้งที่นัด ◦ สังเกตอาการ bleeding ได้แก่ จ้าเลือด เลือดออกที่ต่างๆเช่น ใน ปาก ใต้ผิวหนัง เลือดกาเดา ปัสสาวะเป็นเลือด ถ่ายอุจจาระเป็น สีดา ◦ สังเกตอาการ clotting ได้แก่ ขาบวม ชา ปวดเมื่อย ไม่มีแรง ตา พร่า 15-Aug-14 98
  99. 99. Warfarin (Orfarin®)  การแก้ไขเมื่อมีอาการไม่พึงประสงค์ หรือความคลาดเคลื่อนทาง ยา ◦ หากพบว่าผู้ป่วยมีอาการของ bleeding หรือ clotting ให้ส่ง ตรวจระดับ INR ในเลือดทันที ◦ หากพบว่าค่า INR สูงกว่าค่าปกติที่ควรจะเป็นของผู้ป่วยให้ ปฏิบัติดังนี้  ในกรณีที่มีเลือดออกมากผิดปกติ พิจารณาให้ Vitamin K1 10 mg IV push ช้า ๆ ร่วมกับพิจารณาให้ Fresh Frozen Plasma (FFP) หรือ Prothrombin complex concentration ขึ้นกับความ เร่งด่วนและความรุนแรงของผู้ป่ วย 15-Aug-14 99
  100. 100. ในกรณีที่ไม่มีเลือดออกมากผิดปกติ ให้แก้ไขตามระดับ INR ดังนี้ 15-Aug-14 100
  101. 101. Pethidine  รูปแบบ: Pethidine Injection (50 mg/ml)  ข้อบ่งใช้: ◦ บรรเทาอาการปวดชนิดปานกลาง-รุนแรง ◦ ใช้ร่วมกับยาระงับความรู้สึกเพื่อการผ่าตัดหรือการทาหัตถการ ที่ก่อให้เกิดความปวด (Preanesthetic medication) 15-Aug-14 101
  102. 102. Pethidine  การบริหารยา: ใช้บรรเทาอาการปวด ◦ ผู้ใหญ่: ฉีดเข้ากล้ามเนื้อหรือเข้าชั้นใต้ผิวหนัง 25-100 มก. ทุก 3-4 ชม. ◦ ถ้าจาเป็นต้องฉีดเข้าหลอดเลือดดา ขนาด 10-30 มก. ให้เจือจาง ยาในความเข้มข้น 10 มก. /มล. และแบ่งให้หลายครั้ง โดย ฉีดเข้าหลอดเลือดดาอย่างช้า ๆ นาน 4-5 นาที ◦ เด็ก : ฉีดเข้ากล้ามเนื้อหรือเข้าชั้นใต้ผิวหนัง 0.5-2 มก./นน. 1 กก. ให้ยาทุก 3-4 ชม. โดยไม่เกิน 100 มก./ครั้ง 15-Aug-14 102
  103. 103. Pethidine  การติดตามผู้ป่ วย (Monitoring) ◦ ตรวจสอบ vital sign หลังจากให้ยา และให้ผู้ป่วยนอนขณะให้ ยาและให้นอนพัก 30 นาทีหลังให้ยา ◦ RR < 14 ครั้ง/นาที ◦ BP < 90/60 mmHg (orthostatic hypotension) ◦ อาการปวดลดลง ◦ หมดสติ หลับปลุกไม่ตื่น 15-Aug-14 103
  104. 104. Pethidine  การแก้ไขเมื่อได้รับยาเกินขนาด ◦ ถ้า overdose จะมีอาการง่วงซึมมาก หายใจช้า และม่านตา หดเล็กเท่ารูเข็ม ถ้าหายใจ < 10 ครั้ง/นาที (เด็กอายุต่ากว่า 1 ปี 30 ครั้ง/นาที เด็กอายุเกิน1 ปี 20 ครั้ง/นาที) อาจกดการหายใจ ◦ ยาแก้พิษคือ naloxone ผู้ใหญ่ 0.2-0.4 mg ให้ทาง IV, IM หรือ SC ส่วนเด็ก 0.01 mg/kg ให้ซ้าได้ทุก 2-3 นาที หยุดให้ยาแก้ เมื่ออัตราการหายใจ > 10 ครั้ง/นาที 15-Aug-14 104
  105. 105. Amiodarone  รูปแบบ : Amiodarone injection 150 mg/3 ml 15-Aug-14 105
  106. 106. Amiodarone  ข้อบ่งใช้ : ◦ Atrial และ Ventricular tachyarrythymia ◦ Rapid atrial arrythymia (AF with RVR) ในผู้ป่วย impair LV function ที่ใช้Digoxin แล้วไม่ได้ผล  การบริหารยา : ◦ Cardiac arrest IV push ฉีดยาให้เร็วร่วมกับให้สารน้าไล่ตามไปอีก 20 ml. หลังจากนั้นก็ยกแขนข้างนั้นขึ้นสูงนาน 10-20 วินาที เพื่อให้ยา เข้าสู่หัวใจได้เร็วขึ้น ◦ : wide complex tachycardia (stable) IV infusion 15-Aug-14 106
  107. 107. Amiodarone  ข้อห้ามใช้ : ◦ hypersensitivity ต่อ amiodarone หรือ iodine ◦ severe sinus-node dysfunction,bradycardia ◦ cause syncope ◦ cardiogenic shock 15-Aug-14 107
  108. 108. Amiodarone 15-Aug-14 108
  109. 109. Diazepam  ชื่อการค้า Valium®  ข้อบ่งใช้ ◦ การจัดการสภาวะวิตกกังวลทั่วไป,panic disorder, การนาสลบ ก่อนการผ่าตัด, การสลบชั่วคราว, การทาให้ความจาเสื่อม ชั่วคราว, การรักษา status epilepticus, อาการถอนยาจาก alcohol, คลายกล้ามเนื้อ  รูปแบบยาที่มีในโรงพยาบาล ◦ Injection: 10 mg/ 2 ml 15-Aug-14 109
  110. 110. Diazepam  ขนาดใช้ยา: กรณีคลายกังวล คลายกล้ามเนื้อและสงบระงับ Oral IM/IV เด็ก • 0.12-0.8 mg/kg/day ทุก 6-8 ชม. • 0.04-0.3 mg/kg/day ทุก 2-4 ชม. โดยภายใน 8 ชม.ไม่เกิน 0.6 mg/kg ผู้ใหญ่ • 2-10 mg วันละ 2-4 ครั้ง • 2-10 mg ซ้าได้ทุก 3-4 ชม. ผู้สูงอายุ • กรณีคลายกังวลเริ่ม 1-2 mg วันละ 1-2 ครั้งแล้วค่อยๆ เพิ่มขนาดขึ้น แต่ไม่เกิน 10 mg/day • กรณีใช้ในการคลายกล้ามเนื้อ 2-5 mg วันละ 2-4 ครั้ง 15-Aug-14 110
  111. 111. Diazepam  การปรับขนาดยาในผู้ป่ วยโรคตับ ◦ ผู้ป่วยโรคตับแข็งลดขนาดยาลง 50% และควรหลีกเลี่ยงในโรค ตับรุนแรงและเฉียบพลัน  ข้อควรระวัง ◦ ในผู้ป่วยที่ได้รับยาที่กดระบบประสาทส่วนกลาง ผู้ป่วยที่มี ระดับ albumin ต่า การทางานของไตบกพร่อง ผู้ป่วยสูงอายุ และเด็กอ่อน 15-Aug-14 111
  112. 112. Diazepam 15-Aug-14 112
  113. 113. Diazepam  ข้อห้ามใช้ 1. ผู้ป่วยความดันโลหิตต่าขั้นรุนแรง ( systolic < 90 mmHg ) 2. ผู้ป่วยที่มี AV block ระดับที่ 2 หรือ 3 หรือมี sick sinus syndrome มี (sinus bradycardia ต่อเนื่องต่ากว่า 50 ครั้ง/นาที), มี sinus arrest หรือ SA block 3. ผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวขั้นรุนแรง 4. ผู้ป่วยที่มี cardiomyopathy ขั้นรุนแรง 5. หญิงมีครรภ์ หรือให้นมบุตร 6. ผู้ป่วยที่แพ้ยานี้ 15-Aug-14 113
  114. 114. Terbutaline  รูปแบบ : Terbutaline injection 0.5 mg/ml 15-Aug-14 114
  115. 115. Terbutaline  ข้อบ่งใช้ : ยับยั้งการบีบตัวของมดลูก ป้องกันการคลอดก่อน กาหนด (preterm labour)  การบริหารยา : IV infusion ให้นานอย่างน้อย 12 ชม. และติดตาม การหยุดบีบตัวของมดลูก การปรับขนาดยาต้องทาอย่าง ระมัดระวัง ปรับตามการตอบสนองต่อการบีบตัวของมดลูก ความดันโลหิตของแม่ อัตราการเต้นของหัวใจของแม่และเด็ก  ข้อห้ามใช้ : ◦ Cardiac arrhythmia associate with tachycardia ◦ Tachycardia from digitalis intoxication 15-Aug-14 115
  116. 116. Terbutaline 15-Aug-14 116
  117. 117. ตัวอย่าง 15-Aug-14 117
  118. 118. 15-Aug-14 118
  119. 119. 15-Aug-14 119

×