Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

Socialnetwork

1,331 views

Published on

Published in: Technology, Business
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

Socialnetwork

  1. 1. การสร้างเครือข่ายสังคมออนไลน์ บนอินเทอร์เน็ต
  2. 2. <ul><li>เครือข่ายคอมพิวเตอร์คืออะไร </li></ul><ul><li>จุดประสงค์ของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ </li></ul><ul><li>ความเป็นมาของ Social Network </li></ul><ul><li>ประเภทของ Social Network </li></ul><ul><li>10 อันดับ Social Network สุดฮิต </li></ul><ul><li>ประโยชน์ของ Social Network </li></ul><ul><li>ข้อดีและข้อเสีย </li></ul><ul><li>บรรณานุกรม </li></ul>สารบัญ
  3. 3. <ul><li>เครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Computer Network) คือระบบที่มีคอมพิวเตอร์อย่างน้อยสองเครื่องเชื่อมต่อกันโดยใช้สื่อกลาง และสามารถสื่อสารข้อมูลกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทำให้ผู้ใช้คอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกันได้ นอกจากนี้ยังสามารถใช้ทรัพยากร (Resources) ที่มีอยู่ในเครือข่ายร่วมได้ </li></ul>เครือข่ายคอมพิวเตอร์ คืออะไร
  4. 4. <ul><li>Social Network หรือเรีย ก ว่า “ เครือข่ายสังคม ” “ เครือข่ายมิตรภาพ ” “ กลุ่มสังคมออนไลน์ ” คือ บริการผ่านเว็บไซต์ที่เป็นจุดโยงระหว่างบุคคลที่มีเครือข่ายสังคมของตัวเองผ่านเน็ตเวิร์ค Internet รวมทั ้ งเชื่อมโยงบริการต่างๆ เช่น เมสเซ็นเจอร์ เว็บบอร์ด บล็อก ฯลฯ เข้าด้วยกัน นอกจากนี้ยังมีก็กลุ่มย่อย เช่น กลุ่มคนขี่จักรยานเสือภูเขา โดยคนที่ลงทะเบียนสมัครจะกรอกข้อมูลส่วนตัว รูปภาพ อัลบั้มรูป โดยเชื่อมเครือข่ายสังคมและเครือข่ายมิตรภาพเข้าด้วยกัน ด้วยการแชร์รูป แชร์ไฟล์ ซึ่งเราจะเรียกเว็บไซต์เหล่านี้ว่า SNS (Social Network Sites) </li></ul>
  5. 5. <ul><li>การเชื่อมต่อกันเป็นเครือข่ายนั้นมีความจำเป็นต่อคอมพิวเตอร์ ถึงแม้ว่าคอมพิวเตอร์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันจะมีประสิทธิภาพสูง สามารถทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกันได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ แต่ถ้ามีการเชื่อมต่อกันเป็นเครือข่ายจะสามารถสร้างประโยชน์ให้คอมพิวเตอร์เพิ่มมากขึ้น ดังนี้ </li></ul>จุดประสงค์ของเครือข่ายคอมพิวเตอร์
  6. 6. <ul><li>● สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ </li></ul><ul><li> ● สามารถใช้ทรัพยากรร่วมกัน เช่น เครื่องพิมพ์ ฮาร์ดดิสก์ ซีดีไรเตอร์ ไว้ในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เป็นต้น </li></ul><ul><li> ● ประหยัดเนื่องจากสามารถใช้ทรัพยากรร่วมกันได้ </li></ul><ul><li> ● สามารถแลกเปลี่ยนหรือใช้แฟ้มเอกสารร่วมกันได้ เช่น บันทึกข้อความ ตารางข้อมูล รูปภาพ เพลง เป็นต้น </li></ul><ul><li>● สามารถใช้จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ในการติดต่อผู้ที่อยู่ห่างไกลได้อย่างรวดเร็ว </li></ul><ul><li> ● การสนทนาผ่านเครือข่าย (Chat) </li></ul>
  7. 7. <ul><li>จุดเริ่มต้นของสังคมออนไลน์เกิดขึ้นจากเว็บไซต์ classmates.com เมื่อปี 1995 และเว็บไซต์ SixDegrees.com ในปี 1997 ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่จำกัดการใช้งานเฉพาะนักเรียนที่เรียนในโรงเรียนเดียวกัน เพื่อสร้างประวัติ ข้อมูลการสื่อสาร ส่งข้อความ และแลกเปลี่ยนข้อมูลที่สนใจร่วมกันระหว่างเพื่อนนักเรียนในลิสต์เท่านั้น ต่อมาในปี 1999 เว็บไซต์ epinions.com ที่พัฒนาโดย Jonathan Bishop ก็ได้มีการเพิ่มฟังก์ชั่นในส่วนของการที่ผู้ใช้สามารถควบคุมเนื้อหาและติดต่อถึงกันได้ ไม่เพียงแต่เพื่อนในลิสต์เท่านั้น </li></ul>
  8. 8. องค์ประกอบ 1.Communicate ( การสื่อสาร ) 3.Networking ( เครือข่าย ) 2.Definition ( คำจำกัดความ ) 4.Sharing ( แบ่งปัน )
  9. 9. <ul><li>Identity Network </li></ul><ul><li>( เผยแพร่ตัวตน ) </li></ul>- เว็บไซต์เหล่านี้ใช้สำหรับนำเสนอตัวตนและเผยแพร่เรื่องราวของตนองทางอินเตอร์เน็ต - สามารถเขียน blog สร้างอัลบั้มรูปของตัวเอง สร้างกลุ่มเพื่อน และสร้างเครือข่ายขึ้นมาได้
  10. 10. 2. Creative Network เผยแพร่ผลงาน
  11. 11. 3. Interested Network ความสนใจตรงกัน • del.icio.us เป็น Online Bookmarking หรือ Social Bookmarking • Digg ก็คล้ายๆ กัน แต่จะมีให้ Vote แต่ละเว็บที่ถูกยกมานำเสนอ และมีการ Comment ในแต่ละเรื่อง • Zickr ถูกพัฒนาขึ้นมาโดยคนไทย เป็นเว็บลักษณะเดียวกับ Digg แต่เป็นภาษาไทย
  12. 12. 4. Collaboration Network ร่วมกันทำงาน • WikiPedia เป็นสารานุกรมต่อยอด ที่อนุญาตให้เข้ามาช่วยกันเขียน และแก้ไขบทความต่างๆได้ ทำให้เกิดเป็นสารานุกรมออนไลน์ขนาดใหญ่ที ่ รวบรวมความรู้ ข่าวสาร และเหตุการณ์ต่างๆ ไว้มากมาย • ปัจจุบันเราสามารถใช้ Google Maps สร้างแผนที่ของตัวเองหรือแชร์แผนที่ให้คนอื่นได้ จึงทำให้มีสถานที่สำคัญหรือสถานที่ต่างๆถูกปักหมุ ด เอาไว้พร้อมกับข้อมูลของสถานที่นั้นๆ ไว้แสดงผลจากการค้นหาได้อีกด้วย
  13. 13. 5. Gaming/Virtual Reality โลกเสมือน อันนี้คนไทยอาจไม่ค่อยคุ้นเคย สองตัวอย่างของโลกเสมือนนี้ มันก็คือเกมส์ออนไลน์นั่นเอง SecondLife เป็นโลกเสมือนจริง สามารถสร้างตัวละครโดยสมมุติให้เป็นตัวเราเองขึ้นมาได้ ใช้ชีวิตอยู่ในเกมส์ อยู่ในชุมชนเสมือน ( Virtual Community) สามารถซื้อขายที่ดิน และหารายได้จากการทำกิจกรรมต่างๆ ได้
  14. 14. 6. Peer to Peer (P2P) P2P เป็นการเชื่อมต่อกันระหว่าง Client ( เครื่องผู้ใช้ , เครื่องลูกข่าย ) กับ Client โดยตรง โปรแกรม Skype จึงได้นำหลักการนี้มาใช้เป็นโปรแกรมสนทนาผ่านอินเตอร์เน็ต และก็มี BitTorrent เกิดขึ้นมาเป็นเทคโนโลยีที่ทำให้เกิดการแบ่งปันไฟล์ต่างๆ ได้อย่างกว้างขวาง และรวดเร็ว แต่ทว่ามันก็ก่อให้เกิดปัญหาเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์
  15. 15. <ul><li>( อัพเดทล่าสุด 2 พฤษภาคม 2551) </li></ul><ul><li>1. MySpace.com 2. FaceBook.com 3. Orkut.com 4. Hi5.com </li></ul><ul><li>5. Vkontakte.ru 6. Friendster.com 7. SkyRock.com </li></ul><ul><li>8. PerfSpot.com 9. Bebo.com 10. Studivz.net </li></ul>การจัดอันดับการเข้าชมเว็บไซต์ในหลายประเทศโดยเว็บ alexa.com (19 กันยายน 2551) พบว่า อันดับ 1-10 ของแต่ละประเทศ ต้องมีเว็บที่ให้บริการรูปแบบ Social Network นั้นติดอยู่อย่างน้อยหนึ่งเว็บไซต์แตกต่างกันไป อย่างเช่นประเทศไทยนิยมที่สุดในตอนนี้คือ Hi5 ซึ่งสถิติการใช้งานเป็นอันดับ 2 รองจาก Google เลยทีเดียว
  16. 16. <ul><li> Web 2.0 เป็นคำที่ถูกคิดขึ้นมาอธิบายลักษณะของเทคโนโลยี www และการออกแบบเว็บไซต์ในปัจจุบัน ที่มีลักษณะเด่นต่างจาก Web 1.0 คือการพัฒนาให้ผู้พัฒนาและผู้ใช้งานสามารถเพิ่มข้อมูล โต้ตอบซึ่งกันและกันได้อย่างสะดวกรวดเร็ว มีการแบ่งปันข้อมูลที่ง่ายขึ้น และยังสามารถปรับปรุงข้อมูลต่างๆได้โดยผู้ใช้งานเองอีกด้วย เช่น </li></ul><ul><li>- Hi 5 เราสามารถหาเพื่อนได้ทั่วโลก หรือว่าจะหาเพื่อนเก่าสมัยเรียนมัธยม โดยการเข้ากลุ่มโรงเรียนเก่าและโพสต์ข้อความลงยังบอร์ดของกลุ่ม </li></ul><ul><li> - สามารถแลกเปลี่ยนไฟล์วิดีโอของตัวเอง ให้คนอื่นเข้ามาชมและแสดงความคิดเห็นได้ ดังเช่นใน เว็บ youtube.com </li></ul>บทบาทของ Social Network ในยุคอินเทอร์เน็ต 2.0
  17. 17. <ul><li>การนำ Social Network Service มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในตลาดธุรกิจและองค์กร จากการที่เทคโนโลยี Web 2.0 ได้เกิดขึ้น และ Social Network Service กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ทางด้านธุรกิจและองค์กรเองก็มีการปรับใช้สิ่งนี้ให้เกิดประโยชเช่นกัน ตัวอย่างเช่น บริษัทต่างๆเริ่มหันมาใช้ Blog ในการประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการมากขึ้น เนื่องจากจัดการใช้งาน และอัพเดทให้ทันสมัยได้ง่าย อีกทั้งยังเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ดี เพราะ Blog ส่วนใหญ่จะสำรวจและแยกประเภทความสนใจของสมาชิกอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายที่ถูก และสามารถติดต่อสื่อสารระหว่างบริษัทกับลูกค้าผ่านข้อความแสดงความคิดเห็นได้อีกด้วย ตัวอย่างเช่น Web Blog ชั้นนำของญี่ปุ่นอย่าง http://ameblo.jp/ ที่มีหลายบริษัททำการลงโฆษณา และใช้ Blog ของเว็บนี้ประชาสัมพันธ์ </li></ul>
  18. 18. <ul><li>ซึ่งประเทศไทยเริ่มจะมีการใช้สื่อนี้ในการโฆษณามากขึ้นและนอกจาก Social Network จะเป็นสื่อในการแลกเปลี่ยนข้อมูล รูปภาพ วีดิโอแล้ว ยังพัฒนามาเป็นที่แนะนำสินค้า สถานที่ และบริการต่างๆ หรือที่รู้จักกันใน Collaborative Shopping Communities อีกด้วย ซึ่งสมาชิกสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูล เกี่ยวกับกระแสที่มาแรง แฟชั่น ร้านค้าที่นิยม นี่ก็เป็นโอกาสสำหรับนักการตลาดที่สามารถรู้ถึงความสนใจ ความต้องการของผู้บริโภคได้ตรงกลุ่มเป้าหมายได้นั่นเอง </li></ul>
  19. 19. <ul><li>เมื่อ Social Network Service ได้รับความนิยมอย่างมากมากในโลกออนไลน์ แต่เมื่อมีด้านดี ก็ย่อมมีด้านเสียอยู่เหมือนกัน เนื่องจากปัจจุบันอินเทอร์เน็ตเริ่มมีอิทธิพลมาก การพิจารณาอย่างมีสติ และรอบคอบในการใช้งานจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง </li></ul><ul><li>ข้อดี </li></ul><ul><li>- มีโอกาสได้พบเพื่อนเก่า หรือเพื่อนใหม่ที่มีความสนใจในสิ่งที่คล้ายกัน แลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้ในสิ่งที่สนใจร่วมกันได้ </li></ul><ul><li>- เป็นตัวกลางในการเสนอและแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนความรู้ หรือตั้งคำถามในเรื่องต่างๆ เพื่อให้บุคคลอื่นที่สนใจหรือมีคำตอบได้ช่วยกันตอบ กลายเป็นคลังข้อมูลความรู้ขนาดย่อมได้เลยทีเดียว </li></ul><ul><li>- ประหยัดค่าใช้จ่ายในการติดต่อกับคนอื่น สะดวกและรวดเร็วไม่ว่าผู้ใช้งานจะอยู่ที่ใดบนโลกนี้ </li></ul>ข้อดีและข้อเสียของ Social Network
  20. 20. <ul><li>ข้อเสีย </li></ul><ul><li>- เว็บไซต์ให้บริการบางแห่งอาจจะเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวมากเกินไป หากผู้ใช้บริการไม่ระมัดระวังในการกรอกข้อมูล อาจถูกผู้ไม่หวังดีนำมาใช้ในทางเสียหาย หรือละเมิดสิทธิส่วนบุคคลได้ </li></ul><ul><li>- Social Network เป็นสังคมออนไลน์ที่กว้าง ย่อมมีบุคคลที่ไม่หวังดีแฝงตัวอยู่ ดังนั้นหากผู้ใช้รู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือขาดวิจารณญาณ อาจโดนหลอกลวงผ่านอินเทอร์เน็ต หรือการนัดเจอกันเพื่อจุดประสงค์ร้าย ดังที่เป็นข่าวผ่านๆมา </li></ul><ul><li>- แม้ว่า Social Network Service จะเป็นสื่อในการเผยแพร่ผลงาน รูปภาพต่างๆ ของเราให้บุคคลอื่นได้ดูและแสดงความคิดเห็น แต่ก็เป็นช่องทางในการถูกละเมิดลิขสิทธิ์ ขโมยผลงาน หรือถูกแอบอ้างด้วยเช่นกัน </li></ul>
  21. 21. <ul><li>ความนิยมในการใช้งาน SOCIAL NETWORK </li></ul><ul><li>http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=piyodamari&month=25-09-2008&group=5&gblog=1 </li></ul><ul><li>บทความประโยชน์ของ SOCIAL NETWORK </li></ul><ul><li>http://www.businessthai.co.th/content.php?data=412148_Advertising%20Age </li></ul><ul><li>ประเภทของ social network </li></ul><ul><li>http://www.blogaraidee.com/2008/05/social-network/ </li></ul><ul><li>social Network 10 อันดับ </li></ul>บรรณานุกรม
  22. 22. <ul><li>http://jack.in.th/blog/113 </li></ul><ul><li>Social Network คืออะไร http://keng.com/ 2008/08/09/ what-is-social-networking/ </li></ul><ul><li>10 อันดับ Social Network สุดฮิต </li></ul><ul><li>http://keng.com/2008/05/08/top-10-social-network-of-the-world/ </li></ul><ul><li>Social Network คืออะไร บอก 10 อันดับ Social Network </li></ul><ul><li>www.myfri3nd.com/blog.php?keyword=someone </li></ul><ul><li>Change สู่ Top10 โลก ” Social Network” http://www.wiseknow.com/blog/2008/05/17/181/ </li></ul>

×