E commerce1

1,349 views

Published on

Published in: Education
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
1,349
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2
Actions
Shares
0
Downloads
27
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

E commerce1

  1. 1. การพาณิชย์อิเลกทรอนิกส์ e-Commerce
  2. 2. กิจกรรมต่างๆบนอินเทอร์เน็ต <ul><li>การซื้อขายออนไลน์ </li></ul>
  3. 3. กิจกรรมต่างๆบนอินเทอร์เน็ต <ul><li>การลงทุน </li></ul>
  4. 4. กิจกรรมต่างๆบนอินเทอร์เน็ต <ul><li>การสมัครงานผ่านเว็บไซต์ </li></ul>
  5. 5. กิจกรรมต่างๆบนอินเทอร์เน็ต <ul><li>หาคู่ออนไลน์ </li></ul>
  6. 6. กิจกรรมต่างๆบนอินเทอร์เน็ต <ul><li>เรียนหนังสือออนไลน์ </li></ul>
  7. 7. กิจกรรมต่างๆบนอินเทอร์เน็ต <ul><li>สังคมออนไลน์ </li></ul>
  8. 8. ประโยชน์ของการใช้อินเทอร์เน็ต <ul><ul><li>สามารถทำการซื้อขายได้ทุกๆที่และตลอดเวลา </li></ul></ul><ul><ul><li>สามารถเข้าถึงได้ทั่วโลก </li></ul></ul><ul><ul><li>มีความเป็นมาตรฐานในระดับสากล </li></ul></ul><ul><ul><li>สามารถให้ข้อมูลที่ซับซ้อนและมีรายละเอียด </li></ul></ul>
  9. 9. ประโยชน์ของการใช้อินเทอร์เน็ต <ul><ul><li>ความสามารถในการสื่อสารโต้ตอบสองทาง </li></ul></ul><ul><ul><li>ข้อมูลมีจำนวนมากขึ้นและคุณภาพสูงขึ้น </li></ul></ul><ul><ul><li>สามารถสื่อสารหรือเสนอสินค้าและบริการแบบรายบุคคล </li></ul></ul>
  10. 10. เศรษฐศาสตร์ในโลกอินเทอร์เน็ต <ul><ul><li>ข้อมูลคือสิ่งสำคัญที่สุด </li></ul></ul><ul><ul><li>ระยะทางไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป </li></ul></ul><ul><ul><li>ความเร็วเป็นเรื่องสำคัญในการดำเนินธุรกิจ </li></ul></ul><ul><ul><li>ปรากฏการณ์เครือข่าย </li></ul></ul>
  11. 11. เศรษฐศาสตร์ในโลกอินเทอร์เน็ต <ul><ul><li>ต้นทุนในการค้นหาเท่ากับศูนย์ </li></ul></ul><ul><ul><li>ลูกค้ายิ่งกว่าพระเจ้า </li></ul></ul><ul><ul><li>ราคาเคลื่อนไหวอย่างคล่องตัวมากยิ่งขึ้น </li></ul></ul>
  12. 12. ประเภทของการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ <ul><li>B2C </li></ul>
  13. 13. ประเภทของการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ <ul><li>B2B </li></ul>
  14. 14. ประเภทของการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ <ul><li>C2C </li></ul>
  15. 15. รูปแบบการแสวงหารายได้ <ul><li>การโฆษณา </li></ul>
  16. 16. รูปแบบการแสวงหารายได้ <ul><li>ค่าสมาชิก </li></ul>
  17. 17. รูปแบบการแสวงหารายได้ <ul><li>ค่าธรรมเนียมจากการทำธุรกรรม </li></ul>
  18. 18. รูปแบบการแสวงหารายได้ <ul><li>จากการขาย </li></ul>
  19. 19. รูปแบบการแสวงหารายได้ <ul><li>จาก Affiliate Program เป็นรายได้ที่เกิดจากการเป็นเหมือนนายหน้าที่นำลูกค้าจากเว็บไซต์ของเราไปยังอีกเว็บไซต์หนึ่ง โดยจะได้รับค่าธรรมเนียมที่เรียกว่า ค่าธรรมเนียมการแนะนำ (Referral Fee) เช่น ผมมีเว็บเกี่ยวกับการวิจารณ์หนังสือ แล้วติด Affiliate Program ของ Amazon.com หากมีคนเข้ามาเว็บผมแล้ว ทำการคลิ๊กต่อไปที่ Amazon.com แล้วทำการซื้อหนังสือ ผมได้ค่าธรรมเนียม </li></ul>
  20. 20. รูปแบบการแสวงหารายได้ <ul><li>จาก Affiliate Program </li></ul>
  21. 21. ตัวอย่างร้านค้าออนไลน์
  22. 22. ตัวอย่างร้านค้าออนไลน์
  23. 23. ตัวอย่างร้านค้าออนไลน์
  24. 24. e-Branding <ul><li>Product Kotler and Armstrong (1999) – เป็นสิ่งที่เสนอแก่ตลาดเพื่อการรู้จัก การเป็นเจ้าของ การใช้หรือบริโภคและสามารถตอบสนองความจำเป็นและความต้องการของตลาดได้ </li></ul>
  25. 25. e-Branding <ul><li>Product </li></ul>
  26. 26. e-Branding <ul><li>Product ผลิตภัณฑ์สามารถแบ่งองค์ประกอบออกเป็น 3 ส่วนคือ </li></ul><ul><ul><li>ผลิตภัณฑ์หลัก (Core Product) - ผลประโยชน์หลักจากการบริโภคสินค้าและบริการนั้น เช่น การซื้อรถยนต์สักคัน ประโยชน์หลักคือการพาเราจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง หรือ www.chulabook.com ประโยชน์หลักคือสามารถซื้อหนังสือได้โดยไม่จำเป็นต้องไปที่ร้าน </li></ul></ul>
  27. 27. E-Branding <ul><li>Product ผลิตภัณฑ์สามารถแบ่งองค์ประกอบออกเป็น 3 ส่วนคือ </li></ul><ul><ul><li>ผลิตภัณฑ์ที่แท้จริง (Actual Product) – ลักษณะที่ทำให้สินค้าและบริการเราแตกต่างจากสินค้าและบริการอื่นๆ อาจจะเป็นเรื่องของคุณภาพ การออกแบบ บรรจุภัณฑ์ หรือแม้แต่ตัว Brand เอง เช่น Volvo เน้นในเรื่องความปลอดภัย ส่วน www.chulabook.com ให้บริการจัดส่งที่รวดเร็ว </li></ul></ul>
  28. 28. E-Branding <ul><li>Brand และการสร้าง Brand ความหมายของ Brand ไม่ใช่เพียงแค่ชื่อ ตราสินค้าและบริการเท่านั้น แต่หมายรวมไปถึงความคาดหวังที่ลูกค้ามีเมื่อได้บริโภคหรือคิดว่าจะบริโภคสินค้าและบริการ โดยความคาดหวังนั้นเกิดจากประสบการณ์ที่มีต่อบริษัท หรือสินค้าและบริการนั้น </li></ul>
  29. 29. e-Branding <ul><li>กระบวนการสร้าง Brand </li></ul>
  30. 30. e-Branding <ul><li>กระบวนการสร้าง Brand </li></ul>
  31. 31. e-Branding <ul><li>องค์ประกอบของการสร้าง Brand มีองค์ประกอบ 2 ประการ คือ </li></ul><ul><ul><li>ความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ – บอกให้ได้ว่าสินค้าและบริการของเรานั้นมีความแตกต่างจากคนอื่นอย่างไร </li></ul></ul><ul><ul><li>- การบินไทยเน้นเรื่องความเอาใจใส่ต่อการให้บริการ </li></ul></ul><ul><ul><ul><li>- ลูกอมฮอลล์คูลเมนโทลิปตัสกับความเย็นชุ่มคอ </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>- เดนทิสเต้ ยาสีฟันระงับกลิ่นปาก </li></ul></ul></ul>
  32. 32. e-Branding <ul><li>องค์ประกอบของการสร้าง Brand มีองค์ประกอบ 2 ประการ คือ </li></ul><ul><ul><li>ต้องมีคุณค่าพอ จุดเด่นนั้นต้องมีระดับประโยชน์ที่มีคุณค่าพอต่อผู้บริโภค ซึ่งอาจจะแบ่งเป็น คุณค่าเชิงประโยชน์ (Functional Value) เช่น www.sanook.com ประโยชน์คือการเข้าไปเล่นเกมส์ ฟังเพลง เขียนบล็อก ฯลฯ และมีคุณค่าเชิงอารมณ์ (Emotional Value) คือ อินเทรนด์ เท่ ดูเป็นคนที่ทันสมัย เป็นต้น </li></ul></ul>
  33. 33. e-Branding <ul><li>กระบวนการสร้าง Brand – Brand Identity Brand Identity หมายถึง สิ่งที่เรากำหนดว่าเป็นความแตกต่างของผลิตภัณฑ์และคุณค่าที่เรามอบให้นั่นเอง ถือเป็นพันธสัญญากับลูกค้าว่าหากคุณบริโภคสินค้าและบริการของเราจะสิ่งเหล่านี้ </li></ul>
  34. 34. e-Branding <ul><li>กระบวนการสร้าง Brand – Brand Identity </li></ul><ul><li>“ บอกได้ไหมว่า ซุปไก่สกัดตรา “ แบรนด์ ” มี Brand Identity ต่างจากตรา “ สก็อต ” อย่างไร </li></ul>
  35. 35. e-Branding <ul><li>กระบวนการสร้าง Brand – Brand Identity </li></ul><ul><li>Amazon.com – ความง่ายในการซื้อสินค้าด้วย One-Click Ordering </li></ul>
  36. 36. e-Branding <ul><li>กระบวนการสร้าง Brand – Brand Identity </li></ul><ul><li>Dell.com – คอมพิวเตอร์ตามสั่งและการจัดส่งที่รวดเร็ว </li></ul>
  37. 37. e-Branding <ul><li>กระบวนการในการสร้าง Brand Identity </li></ul><ul><ul><li>Name – Domain name ชื่อของเว็บไซต์ หลักในการกำหนด </li></ul></ul><ul><ul><ul><li>ต้องสั้น อย่างกรณี web site www.barnesandnoble.com ค่อนข้างยาวและมีโอกาสสะกดผิดได้ง่าย จึงหันมาใช้อีก Domain name หนึ่ง คือ www.bn.com </li></ul></ul></ul>
  38. 38. e-Branding <ul><li>กระบวนการในการสร้าง Brand Identity </li></ul><ul><ul><li>Name – Domain name ชื่อของเว็บไซต์ หลักในการกำหนด </li></ul></ul><ul><ul><ul><li>ต้องจดจำได้ง่าย หลายๆเว็บชอบใช้ Generic name เป็น Domain name เช่น www.garden.com , www.art.com , www.golf.com ปัญหาคือชื่อแบบนี้สร้าง Indentity ได้ยาก เพราะไม่เฉพาะเจาะจง </li></ul></ul></ul>
  39. 39. e-Branding <ul><li>กระบวนการในการสร้าง Brand Identity </li></ul><ul><ul><li>Name – Domain name ชื่อของเว็บไซต์ หลักในการกำหนด </li></ul></ul><ul><ul><ul><li>การแสดงชื่อที่แสดงคุณค่าที่เว็บไซต์นั้นมอบให้ เช่น www.sanook.com , www.hunsa.com , www.siamha.com </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>ควรใช้ชื่อที่สะกดผิดยาก เช่น เว็บไซต์สบายดอทคอม อาจจะเขียนว่า www.sabuy.com , www.sabai.com , www.sabye.com </li></ul></ul></ul>
  40. 40. e-Branding <ul><li>กระบวนการในการสร้าง Brand Identity </li></ul><ul><ul><li>Name – Domain name ชื่อของเว็บไซต์ หลักในการกำหนด </li></ul></ul><ul><ul><ul><li>หากเป็นไปได้ควรใช้ .com หรือประเทศไทยก็ .co.th </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>หากเป็นบริษัทก็ใช้ชื่อบริษัทเลย เช่น www.coca-cola.com , www.nike.com </li></ul></ul></ul>
  41. 41. e-Branding <ul><li>กระบวนการในการสร้าง Brand Identity </li></ul><ul><ul><li>คำขวัญ หรือ Slogan เช่น </li></ul></ul><ul><ul><li>-www.kapook.com เว็บแรกที่คุณเลือก </li></ul></ul><ul><ul><li>-www.mthai.com อัพเดททุกลมหายใจ </li></ul></ul><ul><ul><li>-www.manager.co.th ขอเป็นยามเฝ้าแผ่นดิน </li></ul></ul><ul><ul><li>-www.playpark.com โลกสารพัดเล่น </li></ul></ul>
  42. 42. e-Branding <ul><li>กระบวนการในการสร้าง Brand Identity </li></ul><ul><ul><li>โลโก้ </li></ul></ul>
  43. 43. e-Branding <ul><li>กระบวนการในการสร้าง Brand Identity </li></ul><ul><ul><li>โลโก้เว็บไซต์ไทย </li></ul></ul>
  44. 44. e-Branding <ul><li>กระบวนการในการสร้าง Brand Identity </li></ul><ul><ul><li>สี สีต่างๆต้องถูกใช้ให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย เช่น www.sanook.com เน้นความสนุกสนานใช้สีแดง www.manager.co.th เน้นสีพื้นๆเพื่อความน่าเชื่อถือของข้อมูล www.wanjai.com ใช้สีชมพูสื่อถือวัยรุ่น www.uamulet.com เว็บไซต์พระเครื่อง ใช้สีดำ </li></ul></ul>
  45. 45. e-Branding <ul><li>กระบวนการในการสร้าง Brand Identity </li></ul><ul><ul><li>โทน </li></ul></ul>
  46. 46. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ <ul><li>การโฆษณาแบบออนไลน์ – ทำไมต้องโฆษณาแบบออนไลน์ </li></ul><ul><ul><li>กลุ่มเป้าหมายชัดเจนคือ กลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานที่มีการศึกษาสูงและรายได้สูง โฆษณาที่เกี่ยวข้อง เช่น โฆษณาเกี่ยวกับสถาบันการศึกษา โทรศัพท์มือถือ บริการทางการเงิน อุปกรณ์เครื่องกีฬา และอื่นๆ </li></ul></ul><ul><ul><li>ผู้รับสื่อ ไม่ใช่ลักษณะ Passive อย่างเดียว แต่มีลักษณะ Active ด้วย </li></ul></ul>
  47. 47. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ <ul><li>การโฆษณาแบบออนไลน์ – ทำไมต้องโฆษณาแบบออนไลน์ </li></ul><ul><ul><li>ต้นทุนที่ต่ำ </li></ul></ul><ul><ul><li>มีรูปแบบหลากหลาย ทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว วิดีโอ เสียง เกมส์ </li></ul></ul><ul><ul><li>เจาะจงเป็นรายบุคคล เช่น Google Adword ที่โฆษณาตามคำค้นของแต่ละคน </li></ul></ul><ul><ul><li>สามารถวัดผลได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นอัตราการคลิก หรือจำนวนหน้าที่เข้าชม </li></ul></ul>
  48. 48. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ <ul><li>ป้ายโฆษณา (Banner) – เป็นป้ายที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าหรือสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มีขนาดแตกต่างกัน แสดงอยู่บนหน้าเว็บไซต์ มีทั้งส่วนข้อความและรูปภาพ ซึ่งเมื่อถูกคลิก จะทำการเชิ่อมโยงไปเว็บไซต์ของผู้ลงโฆษณา </li></ul><ul><li>การจะกำหนดว่าจะใช้ป้ายโฆษณาในเว็บไซต์ใดนั้น ควรดูสินค้าหรือบริการของตนว่าสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายใด และลงโฆษณาในเว็บไซต์ที่กลุ่มเป้าหมายของเราเข้าไป </li></ul>
  49. 49. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ <ul><li>ป้ายโฆษณา (Banner) – หลักเกณฑ์ในการพิจารณาจัดทำป้ายโฆษณา </li></ul><ul><ul><li>งบประมาณในการโฆษณามีมากน้อยแค่ไหน </li></ul></ul><ul><ul><li>จะบริหารดูแลโฆษณาด้วยตนเองหรือใช้บริการของเอเยนซีที่จะมีการคิดค่าบริการ 10-15% ของต้นทุนในการโฆษณา </li></ul></ul><ul><ul><li>เลือกเว็บไซต์ที่ผู้เข้าเยี่ยมชมมีความสนใจในสิ่งที่ธุรกิจนำเสนอ เช่น ธุรกิจขายอาหารสุนัข ก็ลงในเว็บไซต์ชุมชนคนรักสุนัข </li></ul></ul>
  50. 50. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ <ul><li>ป้ายโฆษณา (Banner) – การพิจารณาเว็บไซต์ที่เราจะลงโฆษณา </li></ul><ul><ul><li>ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับเว็บไซต์ ได้แก่ เจ้าของ ประวัติ ข้อมูลบริษัท เลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ผลตอบรับจากผู้เคยลงโฆษณา </li></ul></ul><ul><ul><li>ข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มผู้ชมเว็บไซต์ กลุ่มผู้เยี่ยมชมเป็นใคร อายุ เพศ ระดับรายด้ เป็นต้น </li></ul></ul><ul><ul><li>ข้อมูลที่เกี่ยวกับค่าสถิติความนิยมของเว็บไซต์ ที่นิยมมากในไทย คือ Truehits </li></ul></ul><ul><ul><li>ข้อมูลเกี่ยวกับรูปแบบและราคาค่าโฆษณา </li></ul></ul>
  51. 51. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ <ul><li>ป้ายโฆษณา (Banner) – วิธีการออกแบบโฆษณา </li></ul><ul><ul><li>ข้อความ เนื้อหา หรือคำพูดใดๆบนป้ายโฆษณาจะต้องเป็นข้อความที่มีลักษณะจูงใจหรือดึงดูดใจ เช่น คำว่า “ คลิกด่วน ” “ กดที่นี่ ” “ โอกาสสุดท้าย ” “ ฟรี ” “ คุณคือผู้โชคดี ” เป็นต้น และมีข้อความสั้นๆ </li></ul></ul><ul><ul><li>ภาพประกอบดูน่าสนใจ เกิดอารมณ์ร่วม เช่น ตลก สงสาร เห็นใจ </li></ul></ul><ul><ul><li>ขนาดป้ายที่มีขนาดใหญ่ จะทำให้ผู้เข้าเยี่ยมชมสามารถสังเกตเห็นได้ง่าย </li></ul></ul>
  52. 52. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ <ul><li>ป้ายโฆษณา (Banner) – เทคนิคในการลงโฆษณาออนไลน์ </li></ul><ul><ul><li>เลือกโฆษณาในเว็บไซต์หรือหมวดหมู่ที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย เช่น หากเราทำรองเท้าวิ่ง ก็ควรไปลงโฆษณาใน www.healthcorners.com ซึ่งเป็นชุมชนของนักวิ่ง หรือขายรถมอเตอร์ไซด์ ก็ลงโฆษณาที่ www.mocycs.com เป็นต้น </li></ul></ul><ul><ul><li>หากเลือกได้แบนเนอร์ควรวางไว้ที่หน้าแรกของเว็บไซต์และควรจะอยู่ด้านบนๆ แต่ราคาค่าโฆษณาก็แพงตามไปด้วย </li></ul></ul><ul><ul><li>เลี่ยงการโฆษณาแบบ Pop-Up หรือ Floating Ad เพราะเป็นการรบกวนคนเข้าเว็บไซต์ </li></ul></ul>
  53. 53. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ <ul><li>ป้ายโฆษณา (Banner) – การพิจารณาค่าใช้จ่ายจากการลงโฆษณา </li></ul><ul><ul><li>CPM (Cost Per Mile) การคิดราคาค่าโฆษณาต่อการแสดงผลโดยนิยมคิดค่าใช้จ่ายต่อเมื่อมีการชมอย่างน้อย 1,000 ครั้งขึ้นไป </li></ul></ul><ul><ul><li>CPC (Cost Per Click) เป็นการคิดราคาค่าโฆษณาต่อจำนวนครั้งของการคลิปป้ายโฆษณา </li></ul></ul><ul><ul><li>Fixed Free - เป็นการคิดค่าโฆษณาโดยการเหมาเป็นรายเดือน </li></ul></ul>
  54. 54. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ <ul><li>ป้ายโฆษณา (Banner) – การวัดความสำเร็จ </li></ul><ul><ul><li>Reach – สมมติว่าเราจ่ายค่าโฆษณาแบบ Fixed Fee และตั้งเป้าหมายว่าจะมีผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่จำนวน 10,000 คน แต่ปรากฏว่ามีผู้ชมเข้ามา 15,000 คน </li></ul></ul><ul><ul><li>Impression – การนับจำนวนครั้งของโฆษณาที่ได้ถูกแสดงจะคิดราคาเป็น CPM </li></ul></ul><ul><ul><li>Click Ratio หรือ Click Through Rate เป็นอัตราส่วนความสำเร็จที่ผู้เข้าเว็บไซต์ทำการคลิ๊กป้ายโฆษณา เช่น มีผู้เข้าเยีมเว็บไซต์เรา 100 ครั้ง มีการคลิ๊กที่ป้ายโฆษณา 10 ครั้ง ก็คือ 10% </li></ul></ul>
  55. 55. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ <ul><li>Rich Media – เป็นการสร้างความน่าสนใจให้กับป้ายโฆษณา โดยการเอาสื่อ Multimedia มาผสมผสาน โดยเอา Video Presentation หรือ Flash Animation มาประกอบ โดยหวังว่าจะมีอัตราการคลิ๊กที่เพิ่มขึ้น สร้างการนำเสนอที่หลากหลายมากกว่าเดิม </li></ul>
  56. 56. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ <ul><li>การแลกเปลี่ยน Link เป็นการแลกเปลี่ยนการเชื่อมโยงที่มีลักษณะต่างตอบแทนกัน จะได้ผลมาก หากสามารถแลกเปลี่ยนได้กับเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียง และมีผู้เข้าเยี่ยมชมจำนวนมาก ซึ่งมี 2 รูปแบบ คือ </li></ul><ul><ul><li>การแลก Link แบบต่างตอบแทน </li></ul></ul><ul><ul><li>การแลก Link กันในกลุ่ม เป็นการแลกลิงค์ระหว่างกันในกลุ่มพันธมิตร </li></ul></ul>
  57. 57. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ <ul><li>Search Engine Marketing (SEM) โดยปกติแล้ว Seach Engine สามารถแบ่งออกได้ 2 ประเภท คือ </li></ul><ul><ul><li>การค้นหาจาก Keyword – เป็นการค้นหาข้อมูลจากข้อความหรือเนื้อหาในเว็บไซต์ที่ได้ผ่านการสำรวจ เช่น Google, Bing, Ask, AltaVista </li></ul></ul><ul><ul><li>การค้นหาจากสารบัญเว็บไซต์ – เหมือนสมุดหน้าเหลือง มีการแบ่งเนื้อหาเป็นหมวดหมู่ และเจ้าของเว็บไซต์เข้ามาลงทะเบียน เช่น www.dmoz.org , www.sanook.com </li></ul></ul>
  58. 58. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ <ul><li>Search Engine Marketing (SEM) </li></ul>
  59. 59. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ <ul><li>Search Engine Marketing (SEM) – ประเภท </li></ul><ul><ul><li>การทำให้เว็บไซต์ของเราอยู่ในลำดับต้นๆของผลลัพธ์จากเครื่องมือค้นหา (Search Engine Optimization: SEO) </li></ul></ul><ul><ul><li>การลงโฆษณากับเครื่องมือค้นหา (Paid search engine) - การทำ SEO ไม่มีหลักประกันว่าจะได้อยู่ในระดับต้นๆ ดังนั้นเราสามารถใช้บริการ Key word advertising หรือ Contextual advertising ได้ โดย www.google.com เรียกบริการนี้ว่า Google Adwords </li></ul></ul>
  60. 60. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ <ul><li>SEO - หมายถึง ทำให้ผลการค้นหาจาก Keyword ที่เราต้องการผ่าน Search Engine ให้แสดงหน้าเว็บเพจของเราอยู่ในอันดับที่สูงที่สุด ซี่งการแสดงผลในหน้าแรกหรือหน้าที่สองจะมีอัตราการคลิ๊กสูง คือ 60-70% โดยพบว่า 90% ของผู้ใช้งาน Search Engine จะสนใจผลการค้นหาใน 30 อันดับแรกเท่านั้น </li></ul>
  61. 61. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ <ul><li>SEO – ประเภท </li></ul><ul><ul><li>White Hat SEO – เป็นการจัดทำเว็บไซต์ที่ใช้เทคนิคโดยยึดตามแนวทางในการปรับปรุงการจัดทำเว็บไซต์ให้สอดคล้องตามคำแนะนำหรือแนวทางที่ผู้ให้บริการ Search Engine อยากให้เป็น </li></ul></ul><ul><ul><li>Black Hat SEO – เป็นการสร้างอันดับโดยไม่สนใจความเหมาะสม เช่น การสร้าง Keyword จำนวนมาก , ทำการคัดลอกหน้าเพจที่เหมือนกันนำไปแสดงผล เพื่อเพิ่มจำนวนหน้าของ Robot ที่เข้ามาเก็บ , การซ่อน Keyword ไม่ให้เห็น แต่ Robot เห็น และอื่นๆ </li></ul></ul>
  62. 62. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ <ul><li>SEO – หลักคราวๆในการทำ SEO </li></ul><ul><ul><li>ตรวจสอบจำนวนหน้าเว็บเพจทั้งหมดของเว็บไซต์ที่ Search Engine ทำการเก็บเป็นดัชนี ว่ามีอยู่มากมายเพียงไร โดยการพิมพ์ site:Domain Name </li></ul></ul><ul><ul><li>หาก Domain Name มีการจดทะเบียนมานาน Search Engine จะมองว่าเป็นเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือ </li></ul></ul>
  63. 63. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ <ul><li>SEO – หลักคราวๆในการทำ SEO </li></ul><ul><ul><li>การจัดทำ Sitemap ซึ่งก็คือแผนผังของเว็บไซต์ เพื่อให้ Search Engine สามารถเข้าถึงได้ง่าย เช่น Google Sitemap Generator จากนั้นเราก็ Summit กับ Search Engine ต่างๆ </li></ul></ul><ul><ul><li>ทำการ Add URL เพื่อให้ Search Engine ต่างๆทำการส่ง Spiders เข้ามาทำการเก็บข้อมูลใหม่แบบตรงๆ www.google.com/addurl.html </li></ul></ul>
  64. 64. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ <ul><li>SEO – หลักคราวๆในการทำ SEO </li></ul><ul><ul><li>การใช้ Keyword เป็นการใช้ข้อความ ได้แก่ คำ หรือวลี ที่มุ่งไปยังผู้เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่จะพิมพ์ค้นหาบน Search Engine สิ่งที่สามารถทำได้คือ </li></ul></ul><ul><ul><ul><li>Keyword Density – อัตราการซ้ำคำของ Keyword ในส่วนของเนื้อหาให้หนาแน่น และมีความเหมาะสม แต่ก็ไม่ควรมากจนเกินไปจนเป็น Spam Keyword </li></ul></ul></ul>
  65. 65. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ <ul><li>SEO – หลักคราวๆในการทำ SEO </li></ul><ul><ul><li>การใช้ Keyword </li></ul></ul><ul><ul><ul><li>Keyword Placement ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><ul><li>Page title </li></ul></ul></ul></ul><ul><ul><ul><ul><li>Heading Tag </li></ul></ul></ul></ul><ul><ul><ul><ul><li>Domain Name </li></ul></ul></ul></ul><ul><ul><ul><ul><li>Title Element </li></ul></ul></ul></ul><ul><ul><ul><ul><li>Image ALT Text </li></ul></ul></ul></ul>
  66. 66. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ <ul><li>SEO – หลักคราวๆในการทำ SEO </li></ul><ul><ul><li>การใช้ Keyword </li></ul></ul><ul><ul><ul><li>Keyword Proximity – เป็นการกำหนดให้ Keyword ที่มีอยู่ให้อยู่ในบริเวณที่ใกล้ชิดกัน และมีอัตราการซ้ำคำที่สูง การพูดถึงบ่อยบ่อยและสม่ำเสมอ </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>Keyword in Metadata – จะไม่แสดงในหน้าเว็บเพจ </li></ul></ul></ul>
  67. 67. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ <ul><li>SEO – หลักคราวๆในการทำ SEO </li></ul><ul><ul><li>องค์ประกอบของการออกแบบที่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการจัดทำ SEO คือ </li></ul></ul><ul><ul><ul><li>ไม่ควรเขียนเว็บไซต์ด้วยภาษาโปรแกรมที่สลับซับซ้อน เช่น asp, cfm, php, jsp </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>หลีกเลี่ยงภาพเคลื่อนไหวที่ออกแบบด้วย Flash ลดการใช้ JavaScript หรือ CSS </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>ไม่ควรใช้ Frame </li></ul></ul></ul>
  68. 68. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ <ul><li>SEO – หลักคราวๆในการทำ SEO </li></ul><ul><ul><li>Inbound Link – เป็นการพิจารณาพัฒนาการเชื่อมโยงจากเว็บไซต์อื่นเข้ามาหาเรา เพื่อให้ได้ค่า Link Popularlity แสดงว่าเว็บไซต์เราเป็นที่รู้จัก ซึ่งจะส่งผลต่อค่าคะแนน Google PageRank ให้สูงขึ้น ซึ่งจะมีผลอย่างมากต่อการค้นหา ทั้งนี้ค่า PageRank มีค่าตั้งแต่ 1-10 </li></ul></ul>
  69. 69. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ <ul><li>Paid Search Engine โดยส่วนใหญ่จะติดหาบริการจากจำนวนคลิ๊ก โดยปกติแล้ว SEO จะมีคนคลิ๊กเข้ามามากกว่า Paid Search Engine แต่ว่าก็ยากที่จะสามารถทำให้ติดอันดับต้นๆ Paid Search Engine ที่นิยมมากที่สุด คือ Google Adword </li></ul>
  70. 70. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ <ul><li>Google Adword – จะมีการจ่ายค่าโฆษณาแบบ Pay Per Click (PPC) คือ เป็นการจ่ายค่าโฆษณาเมื่อมีผู้ค้นคำสำคัญที่ผู้โฆษณาได้เลือกไว้แล้วทำการคลิ๊กเพื่อเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ที่ผู้โฆษณาได้กำหนดไว้ </li></ul><ul><li>วิธีการจัดอันดับโฆษณาของ Google Adwords นั้นจะพิจารณาจาก 2 ส่วน คือ Cost Per Click ( ราคาที่ได้จากการประมูลใน Keyword ที่ต้องการ ) และ Click Through Rate ( อัตราการคลิ๊กโฆษณา ยิ่งโฆษณาใดมีคลิ๊กสูงจะถูกจัดอันดับสูง ) </li></ul>
  71. 71. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ <ul><li>หลักการโฆษณา Google Adwords </li></ul><ul><ul><li>ทำการเลือกสรร Keyword ที่ยังมีคนใช้ไม่มากนัก ราคาประมูลไม่สูง แต่ได้ความหมาย และเจาะกลุ่มเป้าหมาย </li></ul></ul><ul><ul><li>การเขียนโฆษณาจะกำหนดความยาวของ Headline ยาวไม่เกิน 25 ตัวอักษร และกำหนดให้ความยาวของ Description ไม่เกิน 35 ตัวอักษร </li></ul></ul><ul><ul><li>จะมีลักษณะโฆษณาก่อนแล้วค่อยจ่ายเงินทีหลัง ควรมีการกำหนดงบประมาณในการโฆษณาไว้ล่วงหน้า ซึ่งเรากำหนดค่าใช้จ่ายสูงสุดได้ </li></ul></ul>
  72. 72. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ <ul><li>e-Mail Marketing อีเมล์เป็นเครื่องมือในการทำตลาดได้ดี แต่ปัญหาคือทำอย่างไรผู้รับเมล์จะอ่านเมล์นั้นโดยไม่คิดว่ามันเป็น Spam ทางออกก็คือ ใช้การตลาดแบบได้รับอนุญาต หรือ Permission Marketing โดย Godin (1999) หลักคือ เป็นสื่อที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถอนุญาตก่อนที่จะส่งออกไป ซึ่งต่างจากสื่อเดิมๆอย่าง ทีวี โทรทัศน์ วิทยุ </li></ul>
  73. 73. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ <ul><li>e-Mail Marketing - Mailing List หรือรายชื่อ E-mail จากสมาชิก โดยผู้ที่ต้องการรับ ข่าวสารจากเว็บต้องกรอกอีเมล์ลงไป เมื่อผู้รับข่าวสารสมัครย่อมทำให้โอกาสที่จะเปิดอีเมล์ที่ส่งไปเพิ่มสูงขึ้น </li></ul>
  74. 74. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ <ul><li>e-Mail Marketing – การออกแบบวิธีการรวบรวมรายชื่อเพื่อการจัดส่ง e-mail </li></ul><ul><ul><li>ทำการแจ้งหรือบอกล่วงหน้าในการขออนุญาตทำการส่ง e-mail </li></ul></ul><ul><ul><li>การออกแบบเพื่อทำการจัดส่ง e-mail จะต้องทำเป็นเรื่องง่ายและใช้เวลาไม่นาน รวมถึงบอกว่าการร่วมลงทะเบียนนั้นมีประโยชน์อะไร </li></ul></ul><ul><ul><li>มีวิธีการในการบอกเลิกสมาชิก </li></ul></ul>
  75. 75. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ <ul><li>e-Mail Marketing เหตุผลในการจัดส่ง e-Mail </li></ul><ul><ul><li>นำเสนอข้อมูลในการอัพเดทสินค้าที่ลูกค้าสนใจ </li></ul></ul><ul><ul><li>การได้รับเนื้อหาหรือข้อมูลที่มากกว่า ดีกว่า หรือได้รับประโยชน์อื่นๆ </li></ul></ul><ul><ul><li>การสร้างสิ่งดึงดุดความสนใจ เช่น สิทธิพิเศษ รางวัลที่มอบให้ รายงานข่าวสาร ร่วมเล่นเกม เป็นต้น </li></ul></ul>
  76. 76. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ <ul><li>e-Mail Marketing – ลักษณะหรือรูปแบบ </li></ul><ul><ul><li>E-mail ที่มีแต่ข้อความ </li></ul></ul><ul><ul><li>E-mail ที่มีเนื้อหา โดยใช้ HTML เหมือนส่งหน้าเพจทั้งหน้าไปให้ จะสวยงามกกว่าแบบแรก </li></ul></ul>
  77. 77. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ <ul><li>e-Mail Marketing – การวัดและประเมินผล </li></ul><ul><ul><li>อัตราการที่ e-mail ถูกตีกลับ ถ้ามีการตีกลับสูง แสดงรายชื่อไม่มีคุณภาพ </li></ul></ul><ul><ul><li>อัตราการเปิด e-mail – ตัววัดว่า e-mail ที่ถูกเราส่งออกไปนั้น มีผู้คลิ๊กเข้าไปอ่านกี่เปอร์เซ็นต์ มีการฝัง Script แนบมากับจดหมาย ใช้กับ HTML e-mail เท่านั้น </li></ul></ul><ul><ul><li>อัตราการคลิกผ่าน – มีการคลิกเข้ามายังหน้าที่เราต้องการ โดยการระบุลิงค์ไว้ที่ใน e-mail </li></ul></ul>
  78. 78. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ <ul><li>e-Mail Marketing – การวัดและประเมินผล </li></ul><ul><ul><li>อัตราการส่งต่อไปยังบุคคลอื่น เป็นการวัด Word of Mouth นั่นเอง </li></ul></ul><ul><ul><li>ประสิทธิภาพในการขายสินค้า – ดูจำนวนผู้ซื้อสินค้าจากการเปิด e-mail </li></ul></ul>
  79. 79. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ <ul><li>การโฆษณาผ่าน Landing Page คือหน้าที่ปรากฏภายหลังจากการที่กลุ่มเป้าหมายทำการคลิ๊กลงบนสื่อโฆษณาของเรา ซึ่งมักจะแสดงเนื้อหาเป็นการขยายต่อจากเนื้อหาเดิมของการโฆษณาประชาสัมพันธิ์ โดยผ่านป้าย ผ่านทาง e-mail จากผลที่ได้จากการค้นหาทาง Search Engine </li></ul>
  80. 80. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ <ul><li>หลักในการจัดทำ Landing Page </li></ul><ul><ul><li>กำหนดวัตถุประสงค์ในการจัดทำ Landing Pages เพื่อทำการวิเคราะห์ว่าอยากให้ผู้เยี่ยมชมมาทำอะไร เช่น ให้มาซื้อสินค้าหรือบริการ เข้ามากรอกแบบฟอร์มการสมัครสมาชิก เข้ามารับข่าวสาร เข้ามาร่วมเล่นกิจกรรม </li></ul></ul><ul><ul><li>มีเนื้อหาที่ใช้คำพูดในกระกระตุ้นให้ผู้ชมกระทำสิ่งใดๆที่เราต้องการ เช่น ลดพิเศษ ด่วน </li></ul></ul>
  81. 81. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ <ul><li>หลักในการจัดทำ Landing Page </li></ul><ul><ul><li>การให้กรอกแบบฟอร์มเฉพาะส่วนที่สำคัญ </li></ul></ul><ul><ul><li>สร้างช่องทางในการซื้อได้ในทันที เมื่อมีการกระตุ้นให้ลูกค้าสนใจซื้อสินค้าแล้ว ต้องปิดการขายโดยมีปุ่มให้ลูกค้าสามารถชำระเงินได้ทันที </li></ul></ul>
  82. 82. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ
  83. 83. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ
  84. 84. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ <ul><li>Viral Marketing – เป็นการจัดทำกิจกรรมทางการตลาดไปยังบุคคลใดก็ตาม โดยผลที่ได้มาคือ จะเกิดการบอกต่อไปเรื่อยๆ จนบางครั้งมีคนรับรู้ระดับหลายล้านคน </li></ul><ul><li>http://www.youtube.com/watch?v=EDuO3gkUw9Y&feature=related </li></ul><ul><li>http://www.youtube.com/watch?v=F3G3opxQGt0 </li></ul><ul><li>ปล . ให้อ่าน Viral Marketing พลังแห่งการบอกต่อ </li></ul>
  85. 85. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ <ul><li>Viral Marketing – เทคนิคในการจัดทำ </li></ul><ul><ul><li>เรื่องที่ทำให้เกิดการพูดปากต่อปาก อาจจะเป็นเรื่องความขัดแย้ง การให้รางวัลหรือผลตอบแทน เนื้อหาความบันเทิง เนื้อหาที่มีคุณค่า หรือเนื้อหาที่เป็นเรื่องลับ </li></ul></ul><ul><ul><li>ต้องทำให้คนได้รับสารรู้สึกอย่างใดอย่างหนึ่ง </li></ul></ul><ul><ul><li>ทำในสิ่งที่ไม่คาดคิด </li></ul></ul><ul><ul><li>ทำการกระจายเนื้อหาออกไป โดยเฉพาะ Social Media </li></ul></ul><ul><ul><li>อนุญาตให้แบ่งปันได้ </li></ul></ul>
  86. 86. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ <ul><li>การตลาดด้วยวิดีโอเกม </li></ul><ul><ul><li>การโฆษณาแบบ AdverGame – เป็นการที่เจ้าของสินค้าผลิตเกมขึ้นมาเอง ทำให้แทรกสินค้า โลโก้ จำลองสถานการณ์ต่างๆได้อย่างเต็มที่ </li></ul></ul><ul><ul><li>In-Game – เป็นการเข้าโฆษณาในเกม </li></ul></ul>
  87. 87. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ
  88. 88. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ
  89. 89. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ <ul><li>การตลาดด้วย Affiliate </li></ul>
  90. 90. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ <ul><li>การตลาดด้วย Affiliate – ประโยชน์ </li></ul><ul><ul><li>ผู้จัดทำได้รับประโยชน์ คือ การเข้าถึงลุกค้าได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น จากการกระจายตัวแทนขายออกไปอย่างไม่จำกัด </li></ul></ul><ul><ul><li>ประโยชน์สำหรับผู้ที่เข้าร่วมเป็นพันธมิตร คือ ทำให้พันธมิตรสามารถทำธุรกิจได้โดยไม่ต้องมีสินค้าเป็นของตนเอง </li></ul></ul>
  91. 91. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ <ul><li>รูปแบบของผลตอบแทนของ Affiliate Program </li></ul><ul><ul><li>Cost per Sale – ให้ผลตอบแทนเป็นส่วนแบ่งจากการขายสินค้า </li></ul></ul><ul><ul><li>Cost per Action – ให้ผลตอบแทนเมื่อได้กระทำอย่างหนึ่งอย่างใดตามเงื่อนไขที่ได้กำหนดไว้จนสำเร็จ เช่น การซื้อสินค้า การกรอกแบบฟอร์ม </li></ul></ul><ul><ul><li>Cost per Lead – ผลตอบแทนจากการชักชวนเข้าที่เว็บไซต์ </li></ul></ul><ul><ul><li>Cost per Click </li></ul></ul><ul><ul><li>Cost per Mile </li></ul></ul>
  92. 92. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ <ul><li>ตัวอย่าง Affiliate Program ของ Agoda </li></ul>
  93. 93. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ <ul><li>ตัวอย่าง Affiliate Program ของ Agoda </li></ul>
  94. 94. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ <ul><li>ตัวอย่าง ตัวกลางในการจัดทำ Affiliate สำหรับทั้งผู้เป็นเจ้าของสินค้าและผู้ที่ต้องการหารายได้มาเจอกัน คือ www.cj.com </li></ul>
  95. 95. รู้จักสื่อโฆษณาในรูปแบบต่างๆ <ul><li>การใช้ Social Media </li></ul><ul><ul><li>Blog </li></ul></ul><ul><ul><li>Social Network – Facebook, Hi5, Bebo, Friendster </li></ul></ul><ul><ul><li>Twitter </li></ul></ul><ul><ul><li>YouTube </li></ul></ul><ul><ul><li>Forum </li></ul></ul><ul><ul><li>Social Bookmarking, Social News </li></ul></ul><ul><ul><li>ปล . เนื้อหาจาก “ การตลาดแนวใหม่ผ่าน Social Media” และ “ แบรนด์รวยด้วย Facebook” </li></ul></ul>
  96. 96. Social Media Marketing <ul><li>ดูโฆษณานี้ แล้วถามตัวท่านสิว่า ท่านเชื่อไหม </li></ul>
  97. 97. Social Media Marketing <ul><li>แล้วโฆษณานี้ละ ท่านเชื่อไหม </li></ul>
  98. 98. Social Media Marketing <ul><li>บทวิจัยของ Nielsen Global Online Consumer Survey สำรวจทัศนคติของผู้บริโภคที่มีต่อรูปแบบโฆษณาต่างๆทั้งหมด 16 รูปแบบ พบว่า </li></ul><ul><ul><li>พวกเขาเชื่อถือคำแนะนำจากคนรู้จัก 90% </li></ul></ul><ul><ul><li>เชื่อความคิดเห็นบนออนไลน์ 70% </li></ul></ul><ul><ul><li>เชื่อโทรทัศน์ 62% </li></ul></ul><ul><ul><li>เชื่อหนังสือพิมพ์ 61% </li></ul></ul><ul><ul><li>เชื่อวิทยุ 55% </li></ul></ul>
  99. 99. Social Media Marketing <ul><li>บรรดาเพื่อนๆของเราอยู่ที่ไหนบ้างในโลก Social Media </li></ul>
  100. 100. Social Media Marketing <ul><li>บรรดาเพื่อนๆของเราอยู่ที่ไหนบ้างในโลก Social Media </li></ul>
  101. 101. Social Media Marketing <ul><li>บรรดาเพื่อนๆของเราอยู่ที่ไหนบ้างในโลก Social Media </li></ul>
  102. 102. Social Media Marketing <ul><li>บรรดาเพื่อนๆของเราอยู่ที่ไหนบ้างในโลก Social Media </li></ul>
  103. 103. Social Media Marketing <ul><li>ทำไมสื่อเดิมถึงลดความสำคัญลง ??? </li></ul><ul><ul><li>ลักษณะของการสื่อสารทางเดียวที่ควบคุมโดยกิจการ </li></ul></ul><ul><ul><li>สารการตลาดที่สื่อออกมาเป็นลักษณะของ การเข้าขัดจังหวะ (Interruption) ซึ่งมีอยู่ตลอดเวลาในแต่ละวัน จนกระทั่งผู้รับสารอย่างเราจดจำไม่ไหว </li></ul></ul><ul><ul><li>ผู้รับสารเกิดการระแวดระวัง เพราะเคยถูกสื่อเดิมๆเหล่านี้หลอกมาแล้ว </li></ul></ul><ul><ul><li>สำคัญที่สุดคือ ในยุค Internet ทำให้เกิดช่องทางในการค้นหาข้อมูลของสินค้าและบริการต่างๆอย่างมากมาย ซึ่งเกิดจากปัจเจกชนทั่วไปเข้าไปสร้างเนื้อหา ไม่ได้มาจากกิจการ ทำให้การตัดสินใจง่ายขึ้น </li></ul></ul>
  104. 104. Social Media Marketing <ul><li>ตัวอย่าง – การบอกเล่าเกี่ยวกับสินค้าและบริการจากปัจเจกชน </li></ul>
  105. 105. Social Media Marketing <ul><li>ตัวอย่าง – การบอกเล่าเกี่ยวกับสินค้าและบริการจากปัจเจกชน </li></ul>
  106. 106. Social Media Marketing <ul><li>ตัวอย่าง – การบอกเล่าเกี่ยวกับสินค้าและบริการจากปัจเจกชน </li></ul>
  107. 107. Social Media Marketing <ul><li>ความสำคัญของปัจเจกชน – ทำให้เกิดการตลาดแบบปากต่อปาก หรือที่เรียกว่า Viral Marketing เกิดการบอกต่อๆกันไปว่าสินค้าหรือบริการใดดี หรือไม่ดี จากคนไม่กี่คน สามารถกลายเป็น Mass ได้ ทำให้เสียงของปัจเจกชน จากเดิมที่เป็นเสียงเล็กๆ กลายเป็นเสียงใหญ่ ที่คุณต้องฟัง </li></ul>
  108. 108. Social Media Marketing <ul><li>กรณีตัวชี้วัดถึงความสำคัญของปัจเจกชน - ซูซาน บอยด์ </li></ul>
  109. 109. Social Media Marketing <ul><li>กรณีตัวชี้วัดถึงความสำคัญของปัจเจกชน – นาธาน </li></ul>
  110. 110. Social Media Marketing <ul><li>กรณีตัวชี้วัดถึงความสำคัญของปัจเจกชน – ในทางธุรกิจ เช่น Blendtec </li></ul>
  111. 111. Social Media Marketing <ul><li>ดังนั้น หัวใจสำคัญของการใช้ Social Media ในทางการตลาด คือ ทำอย่างไรข่าวสารที่ทางกิจการแจ้งออกไปนั้น จะเกิดการบอกต่อ หรือพูดง่ายๆว่าเกิด Viral ขึ้น </li></ul>
  112. 112. Social Media Marketing <ul><li>หากกิจการยังใช้สื่อเดิมๆที่พูดอยู่ข้างเดียว ย่อมยากที่จะทำให้เกิดการบอกต่อได้ เมื่อกระโจนเข้ามาใช้ Social Media จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้ามาร่วมวงพูดคุยกับลูกค้าเป็นรายปัจเจก บทสนทนาที่เกิดขึ้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ จะต้องทำให้เกิดคุณค่าพอในการที่จะบอกต่อๆให้เพื่อนๆได้รับรู้ </li></ul>
  113. 113. Social Media Marketing <ul><li>ตัวอย่างบทสนทนาของ GTH หลักสำคัญคือ </li></ul><ul><ul><li>สร้างกิจกรรมผ่านทาง Facebook เปิดโอกาสให้บรรดา Fan ได้เข้ามามีส่วนร่วมกับกิจกรรม (Engagement) เช่น ถามคำถามชิงรางวัล ให้ถูกได้ตั๋วหนัง กิจกรรมดังกล่าวสร้างคุณค่า ทำให้ Fan เกิดความต้องการที่อยากร่วมแล้วบอกต่อเพื่อนๆ </li></ul></ul><ul><ul><li>หรือ GTH ใช้ Twitter สนทนาแบบ Real-Time กับบรรดา Follower เพื่อสร้างสายสัมพันธ์ เป็น CRM </li></ul></ul><ul><ul><li>ปัญหาคือ คนในสื่อเก่า ไม่คุ้นเคย เคยคุยระดับ Mass แต่ Social Media คุยระดับ Individual </li></ul></ul>
  114. 114. Social Media Marketing <ul><li>นิยามของ Social Media </li></ul><ul><ul><li>เป็นสื่อที่แพร่กระจายด้วยปฏิสัมพันธ์เชิงสังคม – การแพร่กระจายเกิดจากการปันเนื้อหาจากใครก็ได้ </li></ul></ul><ul><ul><li>เป็นสื่อที่เปลี่ยนแปลงจากสื่อเดิมที่แพร่กระจายแบบทางเดียวเป็นแบบการสนทนาที่สามารถมีผู้เข้าร่วมได้หลายๆคน และไม่มีใครมีอำนาจในการควบคุมเนื้อหาในการสนทนา เพราะหากคุณคิดเช่นนั้น ถือเป็นการคิดผิดอย่างยิ่ง </li></ul></ul><ul><ul><li>เป็นสื่อที่เปลี่ยนผู้คนจากผู้บริโภคเนื้อหาเป็นผู้ผลิตเนื้อหา </li></ul></ul>
  115. 115. Social Media Marketing <ul><li>อะไรบ้างที่เราถือว่าเป็น Social Media </li></ul><ul><ul><li>Blog – เป็นเครื่องมือที่ทำให้เราสามารถเขียนบทความต่างๆได้โดยง่าย ไม่จำเป็นต้องรู้ภาษา HTML ในการทำ web site อย่างสมัยก่อน </li></ul></ul>
  116. 116. Social Media Marketing <ul><li>อะไรบ้างที่เราถือว่าเป็น Social Media </li></ul><ul><ul><li>Twitter – เป็นรูปแบบหนึ่งของ Blog ที่จำกัดการโพสต์แต่ละครั้งที่ 140 ตัวอักษร เป็นเครื่องในการสนทนาแบบ Real Time </li></ul></ul>
  117. 117. Social Media Marketing <ul><li>อะไรบ้างที่เราถือว่าเป็น Social Media </li></ul><ul><ul><li>Social Networking – เช่น Hi5, Facebook เป็นเครือข่ายเพื่อนที่เชื่อมโยงกันเป็นสังคม ที่บันทึกตัวตนของเราลงไปผ่านทาง Info Photo Note หรือ Video แล้วเปิดให้เพื่อนๆเข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน </li></ul></ul>
  118. 118. Social Media Marketing <ul><li>อะไรบ้างที่เราถือว่าเป็น Social Media </li></ul><ul><ul><li>Media Sharing – เป็น web site ที่เปิดโอกาสให้เรา upload รูป วิดีโอ แล้วแบ่งปันให้คนอื่นได้ชม </li></ul></ul>
  119. 119. Social Media Marketing <ul><li>อะไรบ้างที่เราถือว่าเป็น Social Media </li></ul><ul><ul><li>Social News and Bookmarking – เป็นเว็บไซต์ที่เชื่อมโยงไปยังบทความหรือเนื้อหาใดในอินเทอร์เน็ต โดยผู้ใช้เป็นผู้ส่งและทำการโหวต แชร์กันได้ เป็นเครื่องมือที่ช่วยการบอกต่อและสร้างคนเข้ามายังเว็บไซต์หรือ Campaign การตลาดที่ต้องการ </li></ul></ul>
  120. 120. Social Media Marketing <ul><li>อะไรบ้างที่เราถือว่าเป็น Social Media </li></ul><ul><ul><li>Social News and Bookmarking – </li></ul></ul>
  121. 121. Social Media Marketing <ul><li>อะไรบ้างที่เราถือว่าเป็น Social Media </li></ul><ul><ul><li>Social News and Bookmarking – จากหัวข้อใน Digg มาจากการเชื่อมโยงจากบทความใน Blog ตามรูปภาพ </li></ul></ul>
  122. 122. Social Media Marketing <ul><li>อะไรบ้างที่เราถือว่าเป็น Social Media </li></ul><ul><ul><li>Online Forum – ถือเป็นรูปแบบของ Social Media ที่เก่าแก่ที่สุด เป็นเสมือนสถานที่ที่ให้ผู้คนเข้ามาพูดคุยในหัวข้อที่พวกเขาสนใจ </li></ul></ul>
  123. 123. Social Media Marketing
  124. 124. Social Media Marketing <ul><li>เป้าหมายของการใช้ Social Media </li></ul><ul><ul><li>เพื่อเพิ่มยอดขาย – </li></ul></ul><ul><ul><ul><li>Twitter – Dell แจ้งข้อความผ่านทาง Twitter ให้บรรดา Follower ทราบถึงการเปิดขายสินค้าลดราคาพิเศษ คนอื่นเห็นว่ามีประโยชน์ก็พากัน RT บอกกันไป </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>Nokia เปิดตัว Nokia 5800 Express Music ให้ Blogger ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านมือถือใช้แล้วบอกต่อ เกิดกระแสปากต่อปาก </li></ul></ul></ul>
  125. 125. Social Media Marketing <ul><li>เป้าหมายของการใช้ Social Media </li></ul><ul><ul><li>เพื่อเพิ่มยอดขาย – </li></ul></ul><ul><ul><ul><li>Amazon เปิดโอกาสให้ลูกค้าเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับหนังสือที่ได้ซื้อไปและให้คะแนนจาก 1-5 ซึ่งถือเป็นข้อมูลช่วยในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภครายอื่นๆ </li></ul></ul></ul>
  126. 126. Social Media Marketing <ul><li>เป้าหมายของการใช้ Social Media </li></ul><ul><ul><li>เพื่อสร้างการรับรู้ Brand (Brand Awareness) – คือการเน้นให้ลูกค้าได้เข้ามามีส่วนร่วม (Engagement) กับกิจกรรมทางการตลาด เช่น </li></ul></ul><ul><ul><ul><li>HP – ใช้ YouTube ในการจัดการแข่งขันให้ผู้เข้าร่วมทำคลิปวิดีโอสั้นๆ แต่เน้นความคิดสร้างสรรค์ โดยไม่ให้เปิดเผยใบหน้าของตน แล้วให้ผู้ชมได้ทำการโหวต ปรากฏว่ามีผู้ส่งเข้าประกวด 6,433 ราย โดยมีผู้ชมทั้งสิ้น 2 ล้านคน </li></ul></ul></ul>
  127. 127. Social Media Marketing <ul><li>เป้าหมายของการใช้ Social Media </li></ul>
  128. 128. Social Media Marketing <ul><li>เป้าหมายของการใช้ Social Media </li></ul><ul><ul><li>เพื่อสร้างการรับรู้ Brand (Brand Awareness) </li></ul></ul><ul><ul><ul><li>GTH ใช้ Fan Page ใน Facebook ที่นอกจากจะใช้ในลักษณะของการประชาสัมพันธ์แล้ว แต่เน้นการพูดจาในลักษณะคุยกัน ทำให้บรรดา Fan เข้ามาเรื่อยๆ ทำให้รับรู้ Brand GTH ตลอดเวลา </li></ul></ul></ul>
  129. 129. Social Media Marketing
  130. 130. Social Media Marketing <ul><li>เป้าหมายของการใช้ Social Media </li></ul><ul><ul><li>เพื่อสร้างการรับรู้ Brand (Brand Awareness) </li></ul></ul><ul><ul><ul><li>Nokair – เป็น Sponsor ให้กับทาง Twitter สุทธิชัย หยุ่น มีรูปสัญลักษณ์ และพนักงานของนกแอร์เป็นพื้นหลัง </li></ul></ul></ul>
  131. 131. Social Media Marketing <ul><li>เป้าหมายของการใช้ Social Media </li></ul><ul><ul><li>เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ </li></ul></ul><ul><ul><ul><li>Sun Microsystems มีการจัดทำ CEO Blog โดยนาย Jonathan Schwartz ที่บอกเล่าถึงนโยบานและความเคลื่อนไหวภายในองค์กร </li></ul></ul></ul>
  132. 132. Social Media Marketing <ul><li>เป้าหมายของการใช้ Social Media </li></ul><ul><ul><li>เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ </li></ul></ul><ul><ul><ul><li>Whole Foods Market – ใช้ Facebook ในการแจ้งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการทำอาหาร การแจ้งข่าวการแข่งขันทางการตลาด แจ้งการให้ส่วนลดของสินค้าต่างๆ และข้อมูลอื่นๆที่น่าสนใจ </li></ul></ul></ul>
  133. 133. Social Media Marketing <ul><li>เป้าหมายของการใช้ Social Media </li></ul><ul><ul><li>เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ – ปัญหาของการใช้ Social Media ในการประชาสัมพันธ์ คือ เน้นบอกตรงๆ ไม่มีลูกเล่น ไม่สร้าง Viral ให้เกิดขึ้นได้ เช่น สมมติว่าเราเอาโฆษณา TV ไปไว้ที่ YouTube โอกาสน้อยที่จะเกิดการบอกต่อ เพราะเราเบื่อโฆษณาบนทีวีเต็มทน เพราะดูจะเป็นการยัดเยียด </li></ul></ul>
  134. 134. Social Media Marketing <ul><li>เป้าหมายของการใช้ Social Media </li></ul><ul><ul><li>เพื่อทราบ Feedback ของลูกค้า – เมื่อเกิดชุมชน ย่อมมีการพูดจาเกี่ยวกับสินค้าของเราทั้งแง่ดีและแง่ร้าย กิจการจะต้องเข้าไปรับรู้และจัดการให้ถูกต้อง </li></ul></ul><ul><ul><ul><li>Starbucks – จัดทำ www.Mystarbucksidea.com Blog แห่งนี้เปิดโอกาสให้ลูกค้าเข้ามาแนะนำและแสดงความคิดเห็นตลอดจนโหวตความคิดเห็นของคนอื่นๆได้ และทางร้านจะคัดเลือก Idea ที่ได้รับคะแนนสูงสุดไปปฏิบัติให้เห็นจริง </li></ul></ul></ul>
  135. 135. Social Media Marketing <ul><li>เป้าหมายของการใช้ Social Media </li></ul><ul><ul><li>เพื่อทราบ Feedback ของลูกค้า – </li></ul></ul>
  136. 136. Social Media Marketing <ul><li>เป้าหมายของการใช้ Social Media </li></ul><ul><ul><li>เพื่อทราบ Feedback ของลูกค้า – </li></ul></ul><ul><ul><ul><li>กรณีของ Forum อย่าง Pantip มี Feedback ในหมวดหมู่ต่างๆ อย่างกระทู้นี้ </li></ul></ul></ul>
  137. 137. Social Media Marketing <ul><li>เป้าหมายของการใช้ Social Media </li></ul><ul><ul><li>เพื่อเพิ่มจำนวนคนเข้าเว็บไซต์ – อย่างการใช้ Social News หรือ Social Bookmark อย่าง Digg, Delicious, G-bookmarks หรือแม้กระทั่งการใช้ Facebook หรือ Twitter นอกจากนี้เมื่อมีจำนวนลิงค์ที่เพิ่มมากขึ้นจาก Social Bookmark จะส่งผลต่ออันดับการค้นหาของ Google ด้วย ถือเป็นการเพิ่มในส่วนของ Popularity </li></ul></ul>
  138. 138. Social Media Marketing <ul><li>เป้าหมายของการใช้ Social Media </li></ul><ul><ul><li>เพื่อสร้างการเป็นผู้นำทางความคิด – เป็นกรณีที่ผู้ใช้ประเภทปัจเจกชน ที่ใช้สื่อ Social Media ในการแสดงความรู้ที่ตนเองมี และเมื่อมีผู้คนเข้ามาอ่านมากๆ ก็ทำให้เกิดอิทธิพลทางการตลาดได้ เช่น Jeban เขียนเรื่องความสวยความงามใน Blog มีคนนิยมมากจนเกิดกระแส จากนั้นจึงได้ขยับขยายมาทำ www.jeban.com มีคนเข้ามากว่า 1 ล้านครั้งต่อเดือน คำแนะนำของ Jeban เกี่ยวกับเครื่องสำอาง มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของสาวๆ </li></ul></ul>
  139. 139. Social Media Marketing <ul><li>เป้าหมายของการใช้ Social Media </li></ul>
  140. 140. Social Media Marketing
  141. 141. Social Media Marketing <ul><li>เริ่มต้นด้วยการฟัง – เป็นการสำรวจ Social ที่มีอยู่แล้วว่ามีการพูดคุยเกี่ยวกับ บริษัท สินค้าหรือบริการ Brand ของเราอย่างไร </li></ul><ul><ul><li>Share of Voice – เป็นการพิจารณาว่ามีคนพูดถึงเรามากน้อยแค่ไหน หากไม่มีเลยก็ต้องสร้างมันขึ้นมา </li></ul></ul><ul><ul><li>Tone of Voice – เป็นการตรวจสอบว่าการสนทนานั้นว่าเป็นในทางบวกหรือทางลบ </li></ul></ul><ul><ul><li>Trend over time – เป็นการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องว่าคนพูดถึงเราอย่างไร </li></ul></ul>
  142. 142. Social Media Marketing <ul><li>เราควรฟังในสังคมใดบ้าง </li></ul><ul><ul><li>Pantip – สังคมใหญ่ของคนออนไลน์ชาวไทย อีกทั้ง Forum ในเว็บไซต์เฉพาะต่างๆ เช่น www.siamphone.com พูดเรื่องมือถือ www.jeban.com พูดเรื่องเครื่องสำอาง www.healthcorners.com พูดเรื่องรองเท้าวิ่ง www.mocyc.com พูดเรื่องมอเตอร์ไซต์ เป็นต้น </li></ul></ul><ul><ul><li>Blog – ใช้ www.technorati.com ซึ่งเป็น Blog Search Engine โดยเฉพาะ หรือ www.blogsearch.google.com และเราสามารถใช้บริการ Google Alerts เป็นเครื่องเตือนว่ามีคนพูดถึงคุณ ใน Blog ได้ โดยเตือนผ่าน e-mail </li></ul></ul>
  143. 143. Social Media Marketing <ul><li>เราควรฟังในสังคมใดบ้าง </li></ul><ul><ul><li>Facebook – สามารถค้นจาก search ที่มีให้ใน Facebook ซึ่งอาจจะมีการพูดถึงเราทั้งส่วนของ People, Pages, Group, Post </li></ul></ul><ul><ul><ul><li>People - การพูดกันกับเพื่อนๆ </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>Group – คนสนใจเรื่องเดียวกันมาคุยกัน </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>Pages – เหมาะกับบริษัท ห้างร้านต่างๆ เป็นหน้าเฉพาะของ Brand ตนเอง ช่วยในการสร้าง Customer Relationship Management </li></ul></ul></ul>
  144. 144. Social Media Marketing
  145. 145. Social Media Marketing <ul><li>เราควรฟังในสังคมใดบ้าง </li></ul><ul><ul><li>Twitter – ค้นหาการพูดคุยได้จาก search.twitter.com </li></ul></ul>
  146. 146. Social Media Marketing <ul><li>ฟังไปทำไม – หลายๆคนไม่อยากรู้ว่ามีใครมาบ่นเรื่องสินค้าหรือบริการของเรา จึงพยายามปิดกั้นการพูดคุยออนไลน์นั้น แต่ในโลกความจริง ไม่สามารถทำได้ เพราะกิจการไม่ได้เป็นผู้ควบคุมสื่อ แต่เป็นบรรดาตัวเล็กตัวน้อย คนธรรมดา ที่สร้างเนื้อหาต่างๆขึ้นมาเองได้ ดังนั้น การจะทำเป็นทองไม่รู้ร้อนนั้น เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ </li></ul>
  147. 147. Social Media Marketing <ul><li>จัดการเสียงวิจารณ์ – กรณีศึกษา PJUK ของ SCB </li></ul>http :// www . pantip . com / cafe / sinthorn / topic / I6966966 / I6966966 . html
  148. 148. Social Media Marketing <ul><li>จัดการเสียงวิจารณ์ – กรณีศึกษา PJUK ของ SCB </li></ul><ul><ul><li>PJUK ยินดีเข้ามาตอบคำถามเกี่ยวข้องกับการบริการของธนาคารอย่างเต็มใจและไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย </li></ul></ul><ul><ul><li>PJUK เน้นประโยชน์ลูกค้า ไม่ได้มองแต่ประโยชน์ของธนาคาร </li></ul></ul><ul><ul><li>เช่น เรื่องของ My_FireWall ที่เพื่อนของเขาเปิดบัญชีเงินฝากประจำเพราะพนักงานคะยั้นคะยอให้ทำ แต่พอไปธนาคารขอปิด ธนาคารไม่พอใจ และจะเก็บค่าปิด 50 บาท ซึ่ง PJUK ขอข้อมูลไปแล้วแจ้งว่าเฉพาะบัญชีเงินฝากอมทรัพย์ที่เสีย 50 บาท แต่บัญชีเงินฝากประจำไม่ต้องเสีย จะเห็นว่าเงิน 50 บาท PJUK ก็ไม่นิ่งนอนใจ </li></ul></ul>
  149. 149. Social Media Marketing <ul><li>จัดการเสียงวิจารณ์ – กรณีศึกษา PJUK ของ SCB </li></ul><ul><ul><li>นอกจากนี้ปัญหาเกี่ยวกับการเงินอื่นๆ PJUK ช่วยได้ ก็ช่วย เช่น คุณ อุ๊ดจิม โพสต์ถาม PJUK เรื่องการเสียภาษี PJUK ก็ยินดีตอบ </li></ul></ul><ul><ul><li>นอกจากนี้ PJUK ก็พูดคุยเรื่องอื่นๆ เหมือนสมาชิกคนอื่นๆ </li></ul></ul><ul><ul><li>หากใครถามว่าจะใช้ Social Media ในการตอบสนองเสียงวิจารณ์ของลูกค้าอย่างไร คำตอบ คือ </li></ul></ul><ul><ul><li>ให้ทำอย่าง PJUK </li></ul></ul>
  150. 150. Social Media Marketing <ul><li>การกำหนดตัวตนใน Social Media – เข้าไปในนามบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริหารสูงสุด </li></ul><ul><ul><li>Tony Fernandes – CEO Airasia สร้าง CEO Blog </li></ul></ul><ul><ul><li>พาที สารสิน – CEO นกแอร์ มี Twitter Account ในนามตนเอง </li></ul></ul><ul><ul><li>ทำให้คุยได้พูดคุยกับ CEO อย่างใกล้ชิดอย่างที่คุณไม่เคยทำได้มาก่อน การใช้ตัวตนของ CEO ควรเพื่อสร้าง CRM มากกว่าตั้งหน้าตั้งตาขาย เพราะจะทำให้ความน่าเชื่อถือน้อยลง </li></ul></ul>
  151. 151. Social Media Marketing
  152. 152. Social Media Marketing
  153. 153. Social Media Marketing <ul><li>การกำหนดตัวตนใน Social Media – การเข้าในนามของกิจการหรือ Brand เช่น </li></ul><ul><ul><li>GTH แทนที่จะสร้าง Web Site หรือ Social Media ในนามของหนังเรื่องต่างๆที่ตนเองสร้าง กลับใช้ Brand GTH ซึ่งเป็นชื่อบริษัท </li></ul></ul><ul><ul><li>เบียร์ช้างใช้ Social Media ในการสร้างกิจกรรมรวมถึงแจ้งความเคลื่อนไหวต่างๆของ Brand </li></ul></ul>
  154. 154. Social Media Marketing
  155. 155. Social Media Marketing <ul><li>การกำหนดตัวตนใน Social Media – การเข้าโดยใช้บุคลาธิษฐาน คือ การสร้างความเป็นมนุษย์ในสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ เช่น กรณีของ DTAC ที่สร้างนกสีฟ้า ตาโต มีชื่อเรียกว่าน้องตาแป๋ว ข้อดีคือ มีความเป็นมนษย์ และหากเกิดอะไรที่ผิดพลาด ก็ไม่กระทบต่อ Brand มากนัก สามารถสร้างบุคลิกให้เข้ากับ Brand ของตนเองได้ </li></ul>
  156. 156. Social Media Marketing
  157. 157. Social Media Marketing <ul><li>การใช้ Blog ในทางการตลาด – มาดูตัวอย่างการใช้ Blog ของ Samsung ซึ่งเปิดให้หลายๆคนในองค์กรมีส่วนในการช่วยกันเขียน Samsung ใช้ Blog เพื่อ </li></ul><ul><ul><li>รายงานความเคลื่อนไหวและแนะนำผลิตภัณฑ์ </li></ul></ul><ul><ul><li>Review สินค้า </li></ul></ul><ul><ul><li>รับ Comment จากลูกค้า </li></ul></ul><ul><ul><li>สร้างกิจกรรมต่างๆ </li></ul></ul><ul><ul><li>แสดงคลิปโฆษณา </li></ul></ul><ul><ul><li>รายละเอียดการใช้สินค้า </li></ul></ul>
  158. 158. Social Media Marketing
  159. 159. Social Media Marketing <ul><li>การใช้ Blog ในทางการตลาด – เราสามารถใช้ Blog ในการรับฟังเสียงหรือความเห็นของลูกค้าซึ่งเป็นคนธรรมดาทั่วๆไป ตามแนวคิดที่ James Surowiecki เสนอในเรื่องของ The Wisdom of Crowds ที่เชื่อว่า </li></ul><ul><li> “ การตัดสินใจและการคาดการณ์จากการรวบรวมข้อมูลของกลุ่มที่ประกอบด้วยปัจเจกชนที่มีความหลากหลายและอิสระนั้นจะทำได้ดีกว่าคนคนเดียวหรือแม้กระทั่งผู้เชี่ยวชาญ ” </li></ul>
  160. 160. Social Media Marketing <ul><li>การใช้ Blog ในทางการตลาด – Starbucks ได้ใช้แนวคิด The Wisdom of Crowds ในการทำ Blog ในการฟังความเห็นต่างๆของลูกค้า และไอเดียบางส่วนได้มีการนำไปสู่การปฏิบัติจริง โดยมีขั้นตอนดังนี้ </li></ul><ul><ul><li>Share – เปิดโอกาสให้โพสต์ไอเดียอย่างไม่ปิดกั้น </li></ul></ul><ul><ul><li>Vote – เมื่อมีคนเข้ามาอ่านแล้วชอบก็สามารถโหวตได้ ตรงส่วนนี้ไงครับ Wisdom of Crowds </li></ul></ul><ul><ul><li>Discuss – การเปิดให้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น </li></ul></ul><ul><ul><li>See – พิจารณาผลลัพธ์ที่ได้จากการนำไปปฏิบัติ </li></ul></ul>
  161. 161. Social Media Marketing <ul><li>การใช้ Blog กู้วิกฤติ : กรณีศึกษาของ Dell </li></ul><ul><ul><li>Jeff Davis ซื้อคอมพิวเตอร์ Dell แล้วได้จ่ายส่วนเพิ่มสำหรับเงื่อนไขการบริการที่บ้าน แต่พอเอาเข้าจริงๆ กลับถูกปฏิเสธบริการในส่วนนี้ </li></ul></ul><ul><ul><li>แต่ก่อน เราคงบ่นกระปอดกระแปด ทำอะไรไม่ได้ แต่พ่อ Jeff Davis เอาไปบ่นใน Blog </li></ul></ul><ul><ul><li>Dell เพิกเฉยไม่สนใจ </li></ul></ul><ul><ul><li>คนเห็นใจ Jeff มากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งหนังสือพิมพ์เอาเรื่องนี้ไปเล่นต่อ </li></ul></ul><ul><ul><li>สุดท้าย Dell สร้าง Blog – Direct2Dell เพื่อแก้ไขวิกฤติการณ์ รู้ว่าจะต้องสนใจต่อคำบ่นออนไลน์เหล่านี้ </li></ul></ul>
  162. 162. Social Media Marketing <ul><li>การใช้ Blog กู้วิกฤติ : กรณีศึกษาของ Dell – Lionel Menchaca Dell Digital Commerce Manager สรุปบทเรียนนี้ว่า </li></ul><ul><ul><li>Brand สามารถเรียนรู้ถึงข้อบกพร่องของสินค้าหรือบริการ </li></ul></ul><ul><ul><li>Brand สามารถเปิดช่องทางการติดต่อกับลูกค้าได้อีกช่องทางหนึ่ง </li></ul></ul><ul><ul><li>Brand ต้องรับฟังลูกค้าตนเอง </li></ul></ul><ul><ul><li>Brand ต้องซื่อสัตย์และยอมรับข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นจริง </li></ul></ul>
  163. 163. Social Media Marketing <ul><li>รูปแบบของ Blog </li></ul><ul><ul><li>Executive Blog – การใช้ Blog ที่เขียนด้วยผู้บริหารระดับสูง เรียกว่า CEO Blog สร้างความใกล้ชิดระหว่างผู้บริหารกับลูกค้า </li></ul></ul><ul><ul><li>Company Blog – เป็นตัวแทนของบริษัท บอกสิ่งที่เป็นไปที่เกิดขึ้น สามารถเป็นเครื่องมือสร้าง Brand บอกเล่าความเป็นตัวตนของบริษัท </li></ul></ul><ul><ul><li>Product Blog – เจาะจงในการให้รายละเอียดสำหรับสินค้าแต่ละตัว พร้อมเปิดให้แสดงความคิดเห็น </li></ul></ul><ul><ul><li>Customer Service Blog – กรณี Direct2Dell เน้นการบริการลูกค้า </li></ul></ul><ul><ul><li>Internal Blog – การติดต่อสื่อสาร ภายในบริษัท </li></ul></ul>
  164. 164. Social Media Marketing <ul><li>คุณรู้จักโลโก้ 2 อันนี้ไหม – ร้านอาหารไหนมีโลโก้นี้ ขายดี </li></ul>
  165. 165. Social Media Marketing <ul><li>คุณเคยเห็นไหมว่าเวลา สรยุทธ์แนะนำ หนังสือเล่มไหน ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า หรือกาลาแมร์ใช้ BB ก็แห่กันใช้กันทั้งเมือง </li></ul><ul><li>คนเหล่านี้เรียกว่า Marketing Influencer ในระดับ Mass เราๆท่านๆเป็นไม่ได้เพราะไม่มีโอกาสออกสื่อหลักๆ </li></ul>
  166. 166. Social Media Marketing <ul><li>แต่เมื่อเกิด Blogger ที่เขียนเรื่องราวที่ตนเองถนัด เช่น เขียนเรื่องมือถือ เรื่องเครื่องสำอาง เรื่องการท่องเที่ยว เรื่องการกิน และอื่นๆ หากมีคนติดตามอ่านกันมากๆ ด้วยคุณภาพของเนื้อหาที่มีอยู่ เมื่อ Blogger เหล่านี้แนะนำสินค้าที่ตนเองเชี่ยวชาญ บรรดาผู้อ่านก็ซื้อตาม ทำให้ Blogger เป็น Marketing Influencer ด้วย </li></ul>
  167. 167. Social Media Marketing <ul><li>ตัวอย่างการใช้ – การเปิดตัว Nokia 5800 ExpressMusic Agency แจกโทรศัพท์มือถือให้บรรดา Blogger ที่เป็น Influencer ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ จากนั้นบรรดา Blogger ก็เขียนวิจารณ์บอกเล่าผ่าน Blog ของตน ทำให้เกิดกระแส เมื่อมีการเปิดจองวันแรก มีจำนวนคนแห่แหนเข้ามาจองกันเป็นจำนวนมาก </li></ul><ul><li>ความเห็นส่วนตัว เมื่อเปรียบเทียบ Social Media อื่นๆ การใช้ Marketing Influencer มีประสิทธิภาพในการเพิ่มยอดขายมากที่สุด </li></ul>
  168. 168. Social Media Marketing
  169. 169. Social Media Marketing <ul><li>Twitter คือ Micro-Blog ที่ผู้ใช้สามารถโพสต์ข้อความได้ไม่เกิน 140 ตัวอักษร ข้อความที่คุณโพสต์จะปรากฏให้บรรดา Follower ของคุณได้อ่าน </li></ul><ul><li>เปรียบ Follower ง่ายๆ ก็คือคนที่ยอมรับข้อความของคุณโดยสมัครใจ </li></ul><ul><li>การเปิด Account Twitter ก็เหมือนคุณมี Channel ที่พร้อมจะพูดจากกับคนอีกเป็นจำนวนมาก แบบ Real-Time </li></ul>
  170. 170. Social Media Marketing <ul><li>ทำไมกิจการควรมีพูดคุยกับลูกค้าแบบ Real Time เพราะเราสามารถเปลี่ยนคนแปลกหน้า เป็นลูกค้าของเรา </li></ul><ul><li>คนแปลกหน้า --- การเชื่อมโยง --- การปรับเปลี่ยน --- เพื่อน --- ลูกค้า </li></ul><ul><li>ในช่วงการเชื่อมโยง และการปรับเปลี่ยน คือช่วงที่กิจการมีปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมาย นั่นเอง ซึ่งถ้าผ่าน Twitter จะมีลักษณะแบบ One-to-One </li></ul>
  171. 171. Social Media Marketing <ul><li>ปัญหาของกิจการในการใช้ Twitter ก็คือ เมื่อเริ่มใช้ กิจการไม่รู้จะคุยกับใคร </li></ul><ul><li>กิจการจะสื่อสารได้อย่างทรงพลัง ควรจะมีจำนวน Follower จำนวนมาก ยิ่งมากเท่าไร ก็หมายถึงจำนวนผู้รับสารการตลาดผ่าน Twitter นั้นมากขึ้น </li></ul><ul><li>ขั้นแรกสุดที่ควรทำคือ คุยกับเพื่อนๆที่รู้จักกันก่อน อาจจะทำผ่านคำสั่ง Find People จากนั้นเลือก Find on other network </li></ul>
  172. 172. Social Media Marketing
  173. 173. Social Media Marketing <ul><li>เราอาจจะใช้กลยุทธ์อื่นๆ ดังนี้ </li></ul><ul><ul><li>(1) Follow คนอื่นๆ ให้มาเข้าไว้ ถ้าสินค้าของคุณ มีกลุ่มลูกค้ากว้างๆ เมื่อเรา Follow ไป โอกาสที่จะถูก Follow กลับก็มีมาก แม้ไม่ใช่วิธีการที่ดี แต่ง่าย และสารของเราที่สื่ออกไปจะได้รับการสนใจใยดีหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับเนื้อหาหรือสารที่คุณสื่อออกไปมากกว่า สิ่งสำคัญคือ มันจะต้องมีคุณค่า น่าอ่าน สนุกสนาน หรือเป็นประโยชน์ อย่าเอาแต่พร่ำถึงสินค้าและบริการรของคุณเพียงอย่างเดียว สุดท้าย คนที่ไม่สนใจคุณจะ Unfollow เอง คนที่อยู่คือ คนที่ใช่ </li></ul></ul>
  174. 174. Social Media Marketing <ul><li>เราอาจจะใช้กลยุทธ์ต่อไปนี้ </li></ul><ul><ul><li>(2) หากสินค้าของคุณค่อนข้าง Focus เราอาจจะอาศัยดูว่า Bio ว่าพวกเขาสนใจเรื่องอะไร อยู่กลุ่มเป้าหมายของเราหรือไม่ เช่น สมมติว่าลองไปเปรียบเทียบรายละเอียดของคุณ qool_aung และ DrJoop ซึ่งเขียน BIO ตามความสนใจที่แตกต่างกัน ดังต่อไปนี้ </li></ul></ul><ul><ul><li>หมายเหตุ : ข้อเสียคือ ไม่ใช่ทุกคนที่เขียน BIO ได้ละเอียด และใช้เวลามากในการไล่ดู BIO ของแต่ละคน </li></ul></ul>
  175. 175. Social Media Marketing
  176. 176. Social Media Marketing
  177. 177. Social Media Marketing <ul><li>เครื่องมือที่ช่วยเราค้นหาข้อมูลจาก BIO </li></ul>
  178. 178. Social Media Marketing <ul><li>เราอาจจะใช้กลยุทธ์ต่อไปนี้ </li></ul><ul><ul><li>(3) หรืออีกวิธีคือเข้าไปที่ search.twitter.com จากนั้นใส่ Keyword m เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการของคุณ เพื่อดูว่ามีใครพูดถึงบ้าง เขาเหล่านั้

×