Successfully reported this slideshow.
ระบบอินเตอร์เน็ต
อินเตอร์เน็ต  ( Internet)  คืออะไร <ul><li>อินเตอร์เน็ต คือ  ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเกิดจากระบบคอม...
ประวัติของอินเตอร์เน็ต <ul><li>อินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นโครงการของ  ARPAnet(Advanced Research Projects Agency Network)  ซึ่งเป...
อินเตอร์เน็ตในประเทศไทย <ul><li>ประเทศไทยได้เริ่มติดต่อกับอินเตอร์เน็ตในปี พ . ศ .  2530  ในลักษณะการใช้บริการ จดหมายเล็กท...
อินเตอร์เน็ตในประเทศไทย  ( ต่อ ) <ul><li>ในปีเดียวกัน ได้มีหน่วยงานที่เชื่อมต่อแบบออนไลน์กับเครือข่ายอินเตอร์เน็ตผ่านจุฬาล...
<ul><li>ปี พ . ศ .  2535  เช่นกัน เป็นปีเริ่มต้นของการจัดตั้งกลุ่มจดหมาย </li></ul><ul><li>อิเล็กทรอนิกส์เพื่อการศึกษาและว...
เหตุผลสำคัญที่ทำให้อินเตอร์เน็ตได้รับความนิยมแพร่หลาย <ul><li>1.  การสื่อสารบนอินเตอร์เน็ต  ไม่จำกัดระบบปฏิบัติการของเครื่...
คำศัพท์ที่เกี่ยวกับ  WWW   ( ต่อ )   <ul><li>Browser  หรือ  WEB Browser   เป็นโปรแกรมที่ติดต่อระหว่างผู้ใช้กับผู้อื่นบนระบ...
คำศัพท์ที่เกี่ยวกับ  WWW   ( ต่อ ) <ul><li>Homepage  นั้นก็คือ เอกสาร  HTML  หน้าแรกที่เราสามารถจะเข้าถึงได้ในแต่ละ  Websi...
ชื่อโดเมน  ( ชื่อบนอินเตอร์เน็ต )   <ul><li>ชื่อโดเมน  ( ชื่อบนอินเตอร์เน็ต )  ในทางปฏิบัติ คือ ชื่อที่เป็นตัวแทนแสดงถึงตั...
ชื่อโดเมน  ( ชื่อบนอินเตอร์เน็ต ) <ul><li>.com   ใช้เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางธุรกิจเป็นชื่อโดเมนชั้นสูงที่นิยมใช้กันทุกคนสาม...
ชื่อโดเมน  ( ชื่อบนอินเตอร์เน็ต ) <ul><li>การจดทะเบียนชื่อโดเมนชั้นสูงของประเทศไทย  ( Country Code Domain Names)  ได้ที่  ...
ชื่อโดเมน  ( ชื่อบนอินเตอร์เน็ต ) <ul><li>go.th   สำหรับการใช้ของภาครัฐบาล เช่น กระทรวงหรือหน่วยงานของรัฐบาล  ผู้สมัครขอจด...
เครือข่าย  ( Network) <ul><li>เครือข่าย  ( Network)   หมายถึง </li></ul><ul><li>1.  การที่มีคอมพิวเตอร์ตั้งแต่  2   เครื่อ...
วัตถุประสงค์ของการใช้ระบบเครือข่าย <ul><li>วัตถุประสงค์ของการใช้ระบบเครือข่าย </li></ul><ul><li>1.  สามารถใช้โปรแกรมและข้อ...
รูปแบบการเชื่อมต่อ  ( Topology) <ul><li>1.  Star Topology   </li></ul><ul><li>แบบดาว เป็นแบบการต่อสายเชื่อมโยง โดยการนำสถา...
รูปแบบการเชื่อมต่อ  ( Topology) <ul><li>2.  Ring Topology </li></ul><ul><li>แบบวงแหวน เป็นแบบที่สถานีของเครือข่ายทุกสถานีจ...
รูปแบบการเชื่อมต่อ  ( Topology) <ul><li>3. Bus Topology </li></ul><ul><li>แบบบัสและต้นไม้ เป็นรูปแบบที่มีผู้นิยมใช้มากแบบห...
ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ <ul><li>1.  ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ระยะใกล้  ( Local Area Network  หรือ  LAN )   </li></ul><ul><...
ข้อดีของอินเตอร์เน็ต <ul><li>อินเตอร์เน็ตเป็นเทคโนโลยีใหม่ในการสื่อสารสารสนเทศ เปรียบเสมือนชุมชนแห่งใหม่ของโลก ซึ่งรวมคนทั...
ข้อดีของอินเตอร์เน็ต   ( ต่อ ) <ul><li>3.  รับส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องเสียเงินค่า  </li><...
ข้อดีของอินเตอร์เน็ต   ( ต่อ ) <ul><li>6.  ถ่ายโอนแฟ้มข้อความ ภาพ และเสียงจากที่อื่นๆ รวมทั้งโปรแกรมต่างๆ ได้จากแหล่งที่มี...
ข้อเสียของระบบอินเตอร์เน็ต <ul><li>1.  นักเรียน นักศึกษา และเยาวชนอาจเข้าไปในเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมสำหรับเด็ก และไม่เป็น ปร...
ข้อจำกัดของอินเตอร์เน็ต <ul><li>1.  อินเตอร์เน็ตเป็นข่ายงานขนาดใหญ่ที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ ทุกคนจึงสามารถสร้างเว็บไซด์หรือต...
ประโยชน์ของอินเตอร์เน็ตในด้านต่าง ๆ   <ul><li>ด้านการศึกษา </li></ul><ul><li>ด้านธุรกิจและการพาณิชย์ </li></ul><ul><li>ด้า...
ด้านการศึกษา <ul><li>สามารถใช้เป็นแหล่งค้นคว้าหาข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลทางวิชาการ ข้อมูลด้านการบันเทิง ด้านการแพทย์ และอ...
ด้านธุรกิจและการพาณิชย์ <ul><li>ค้นหาข้อมูลต่าง ๆ เพื่อช่วยในการตัดสินใจทางธุรกิจ  </li></ul><ul><li>สามารถซื้อขายสินค้า ผ...
ด้านการบันเทิง <ul><li>    การพักผ่อนหย่อนใจ สันทนาการ เช่น การค้นหาวารสารต่าง ๆ ผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ที่เรียกว่า...
เว็บไซต์อ้างอิง <ul><li>http://asem.inter.net.th/asem-net.html   </li></ul><ul><li>http://blog.eduzones.com/banny/ 3734 </...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

ประวัติความเป็นมาของ Internet

66,383 views

Published on

  • Be the first to comment

ประวัติความเป็นมาของ Internet

  1. 1. ระบบอินเตอร์เน็ต
  2. 2. อินเตอร์เน็ต ( Internet) คืออะไร <ul><li>อินเตอร์เน็ต คือ ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเกิดจากระบบคอมพิวเตอร์เครือข่ายย่อย ๆ หลาย ๆ เครือข่ายรวมตัวกันเป็นระบบเครือข่ายขนาดใหญ่ ซึ่งขยายความได้ดังนี้ คือ การที่คอมพิวเตอร์ตั้งแต่ 2 เครื่องขึ้นไป สามารถติดต่อสื่อสารซึ่งกันและกันได้โดยผ่านสาย Cable หรือ สายโทรศัพท์ ดาวเทียม ฯลฯ การติดต่อนั้นจะเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน หรือใช้อุปกรณ์ร่วมกัน เช่น ใช้ Printer หรือ CD-Rom ร่วมกัน เราเรียกพฤติกรรมของคอมพิวเตอร์ลักษณะนี้ว่า เครือข่าย ( Network) ซึ่งเมื่อมีจำนวนคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายมากขึ้น และมีการเชื่อมโยงกันไปทั่วโลก จนกลายเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ เราเรียกสิ่งนี้ว่า อินเตอร์เน็ต นั่นเอง </li></ul>
  3. 3. ประวัติของอินเตอร์เน็ต <ul><li>อินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นโครงการของ ARPAnet(Advanced Research Projects Agency Network) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่สังกัด </li></ul><ul><li>กระทรวงกลาโหม ของสหรัฐ (U.S.Department of Defense - DoD) ถูกก่อตั้ง เมื่อประมาณ ปีค . ศ . 1960( พ . ศ . 2503) และ </li></ul><ul><li>ได้ถูกพัฒนาเรื่อยมา </li></ul><ul><li>ค . ศ . 1969( พ . ศ . 2512) ARPA ได้รับทุนสนันสนุน จากหลายฝ่าย ซึ่งหนึ่งในผู้สนับสนุนก็คือ Edward Kenedy และเปลี่ยนชื่อ </li></ul><ul><li>จาก ARPA เป็น DARPA(Defense Advanced Research Projects Agency) พร้อมเปลี่ยนแปลงนโยบายบางอย่าง และในปีค . ศ . 1969( พ . ศ . 2512) นี้เองที่ได้ทดลองการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์คนละชนิด จาก 4 แห่ง เข้าหากันเป็นครั้งแรก คือ </li></ul><ul><li>มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย สถาบันวิจัยสแตนฟอร์ด มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย และมหาวิทยาลัยยูทาห์ เครือข่ายทดลอง </li></ul><ul><li>ประสบความสำเร็จอย่างมาก ดังนั้นในปีค . ศ . 1975( พ . ศ . 2518) จึงได้เปลี่ยนจากเครือข่ายทดลอง เป็นเครือข่ายที่ใช้งานจริง </li></ul><ul><li>ซึ่ง DARPA ได้โอนหน้าที่รับผิดชอบ โดยตรง ให้แก่ หน่วยการสื่อสารของกองทัพสหรัฐ ( Defense Communications </li></ul><ul><li>Agency – ปัจจุบันคือ Defense Informations Systems Agency) แต่ในปัจจุบัน Internet มีคณะทำงานที่รับผิดชอบบริหาร </li></ul><ul><li>เครือข่ายโดยรวม เช่น ISOC (Internet Society) ดูแลวัตถุประสงค์หลัก , IAB (Internet Architecture Board) พิจารณาอนุมัติ </li></ul><ul><li>มาตรฐานใหม่ใน Internet, IETF (Internet Engineering Task Force) พัฒนามาตรฐานที่ใช้กับ Internet ซึ่งเป็นการทำงานโดย </li></ul><ul><li>อาสาสมัคร ทั้งสิ้น </li></ul><ul><li>ค . ศ . 1983( พ . ศ . 2526) DARPA ตัดสินใจนำ TCP/IP (Transmission Control Protocal/Internet Protocal) มาใช้กับคอมพิวเตอร์ </li></ul><ul><li>ทุกเครื่องในระบบ ทำให้เป็นมาตรฐานของวิธีการติดต่อ ในระบบเครือข่าย Internet จนกระทั่งปัจจุบัน จึงสังเกตได้ว่า ใน </li></ul><ul><li>เครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องที่จะต่อ internet ได้จะต้องเพิ่ม TCP/IP ลงไปเสมอ เพราะ TCP/IP คือข้อกำหนดที่ทำให้คอมพิวเตอร์ </li></ul><ul><li>ทั่วโลก ทุก platform คุยกันรู้เรื่อง และสื่อสารกันได้อย่างถูกต้อง </li></ul>
  4. 4. อินเตอร์เน็ตในประเทศไทย <ul><li>ประเทศไทยได้เริ่มติดต่อกับอินเตอร์เน็ตในปี พ . ศ . 2530 ในลักษณะการใช้บริการ จดหมายเล็กทรอนิกส์แบบแลกเปลี่ยนถุงเมล์เป็นครั้งแรก โดยเริ่มที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่   (Prince of Songkla University) และสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชียหรือสถาบันเอไอที ( AIT) ภายใต้โครงการความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและออสเตรเลีย ( โครงการ IDP) ซึ่งเป็นการติดต่อเชื่อมโยงโดยสายโทรศัพท์ จนกระทั่งปี พ . ศ . 2531 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ได้ยื่นขอที่อยู่อินเตอร์เน็ตในประเทศไทย โดยได้รับที่อยู่อินเตอร์เน็ต Sritrang.psu.th ซึ่งนับเป็นที่อยู่อินเตอร์เน็ตแห่งแรกของประเทศไทย ต่อมาปี พ . ศ . 2534 บริษัท DEC (Thailand) จำกัดได้ขอที่อยู่อินเตอร์เน็ตเพื่อใช้ประโยชน์ภายในของบริษัท โดยได้รับที่อยู่อินเตอร์เน็ตเป็น dect.co.th โดยที่คำ “ th” เป็นส่วนที่เรียกว่า โดเมน ( Domain) ซึ่งเป็นส่วนที่แสดงโซนของเครือข่ายอินเตอร์เน็ตในประเทศไทย โดยย่อมาจากคำว่า Thailand กล่าวได้ว่าการใช้งานอินเตอร์เน็ตชนิดเต็มรูปแบบตลอด 24 ชั่วโมง </li></ul>
  5. 5. อินเตอร์เน็ตในประเทศไทย ( ต่อ ) <ul><li>ในปีเดียวกัน ได้มีหน่วยงานที่เชื่อมต่อแบบออนไลน์กับเครือข่ายอินเตอร์เน็ตผ่านจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลายแห่งด้วยกัน ได้แก่ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย ( AIT) มหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า วิทยาเขตเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญบริหารธุรกิจ โดยเรียกเครือข่ายนี้ว่าเครือข่าย “ ไทยเน็ต ” (THAInet) ซึ่งนับเป็นเครือข่ายที่มี “ เกตเวย์ “ (Gateway) หรือประตูสู่เครือข่ายอินเตอร์เน็ตเป็นแห่งแรกของประเทศไทย ( ปัจจุบันเครือข่ายไทยเน็ตประกอบด้วยสถาบันการศึกษา 4 แห่งเท่านั้น ส่วนใหญ่ย้ายการเชื่อมโยงอินเตอร์เน็ตโดยผ่านเนคเทค ( NECTEC) หรือศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ) </li></ul>
  6. 6. <ul><li>ปี พ . ศ .  2535 เช่นกัน เป็นปีเริ่มต้นของการจัดตั้งกลุ่มจดหมาย </li></ul><ul><li>อิเล็กทรอนิกส์เพื่อการศึกษาและวิจัยโดยมีชื่อว่า &quot; เอ็นดับเบิลยูจี &quot; </li></ul><ul><li>( NWG : NECTEC E-mail Working Group) โดยการดูแลของเนคเทค </li></ul><ul><li>และได้จัดตั้งเครือข่ายชื่อว่า &quot; ไทยสาร“ </li></ul><ul><li>( ThaiSarn : Thai Social/Scientific </li></ul><ul><li>Academic and Research Network) </li></ul><ul><li>เพื่อการติดต่อสื่อสารและแลกเปลี่ยน </li></ul><ul><li>ข้อมูลข่าวสารระหว่างกัน โดยเริ่มแรก </li></ul><ul><li>ประกอบด้วยสถาบันการศึกษา 8 แห่ง </li></ul>อินเตอร์เน็ตในประเทศไทย ( ต่อ )
  7. 7. เหตุผลสำคัญที่ทำให้อินเตอร์เน็ตได้รับความนิยมแพร่หลาย <ul><li>1. การสื่อสารบนอินเตอร์เน็ต ไม่จำกัดระบบปฏิบัติการของเครื่องคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ที่ต่างระบบปฏิบัติการกันก็สามารถติดต่อ สื่อสารกันได้ เช่น คอมพิวเตอร์ที่มีระบบปฏิบัติการแบบ Windows สามารถสื่อสารกับคอมพิวเตอร์ </li></ul><ul><li>ที่มีระบบปฏิบัติการแบบ Macintosh ได้ </li></ul><ul><li>2. อินเตอร์เน็ตไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของระยะทาง ไม่ว่าจะอยู่ภายในอาคารเดียวกัน หรือห่างกันคนละทวีป ข้อมูลก็สามารถส่งผ่านถึง กันได้ </li></ul><ul><li>3 . อินเตอร์เน็ตไม่จำกัดรูปแบบของข้อมูล ซึ่งมีได้ทั้งข้อมูลที่เป็นข้อความอย่างเดียว หรืออาจมีภาพประกอบ รวมไปถึงข้อมูลชนิด มัลติมีเดีย คือมีทั้งภาพเคลื่อนไหวและมีเสียงประกอบด้วยได้ </li></ul>
  8. 8. คำศัพท์ที่เกี่ยวกับ WWW ( ต่อ ) <ul><li>Browser หรือ WEB Browser เป็นโปรแกรมที่ติดต่อระหว่างผู้ใช้กับผู้อื่นบนระบบ Internet ซึ่งสามารถเรียกดู WebSite ต่างๆได้ทั่วโลก และยังสามารถใช้บริการต่างๆ ได้อีกมากมายเช่นบริการ E-mail รับส่งข้อมูลภายทาง Browser เช่นที่ Geocities และในปัจจุบันยังสามารถ ที่จะฟังเพลง หรือชมภาพยนตร์ตัวอย่าง ฟังวิทยุหรือแม้แต่การชมการถ่ายทอดสด ผ่านทางระบบ Internet โดยอาศัย Browser และโปรแกรมเสริมหรือ Plug-in ต่างๆ ซึ่ง Browser นั้นมีทั้งแบบที่เป็น Text โหมดเช่นในระบบ UNIX หรือ Lenux หรือแบบที่เป็นกราฟฟิก โหมดเช่นในปัจจุบัน Browser ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันก็เช่น โปรแกรม Microsoft Internet Explorer เป็นต้น </li></ul><ul><li>URL นั้นก็ย่อมาจาก Uniform Resource Location คือที่อยู่หน้าเว็บเพจ สามารถดูได้จากแถบที่อยู่ทุกครั้งที่เปิดหน้าเว็บปกติแล้ว URL จะเป็นกลุ่ม ของตัวอักษร เช่น http://wbac.wimol.ac.th/ แต่เราสามารถใส่ตัวเลขลงไปได้ และใน URL นั้นจะใช้ &quot; / &quot; จะไม่ใช่ &quot; &quot; เหมือน พาร์ทในเครื่องของ เช่น C:windows ทำให้อาจจะพิมพ์ผิดได้ และ URL นั้นจะแยกตัวอักษรใหญ่ และเล็กของชื่อไฟล์ เช่น INDEX.htm กลับ index.htm นั้น ก็จะเป็นคนละไฟล์กัน </li></ul>
  9. 9. คำศัพท์ที่เกี่ยวกับ WWW ( ต่อ ) <ul><li>Homepage นั้นก็คือ เอกสาร HTML หน้าแรกที่เราสามารถจะเข้าถึงได้ในแต่ละ Website ดังนั้น </li></ul><ul><li>Homepage นั้นก็เสมือนเป็นประตูที่จะเข้า ไปสู่ Website ต่างๆ </li></ul><ul><li>Website นั้นเป็นคำที่ถูกเรียกเป็นตำแหน่งที่อยู่ของผู้ที่มีเว็บเป็นของตัวเองบน </li></ul><ul><li>Internet หรือก็คือ webpage ทั้งหมดที่มีอยู่ใน site ของเรานั้นเอง ซึ่งจะได้จากการที่ </li></ul><ul><li>เราลงทะเบียนกับผู้ให้เช่าบริการพื้นที่ บนอินเตอร์เน็ตหรือ Free Homepage ต่างๆ </li></ul><ul><li>จากนั้นก็ทำการ Upload ไฟล์ของเว็บเพจ </li></ul>
  10. 10. ชื่อโดเมน ( ชื่อบนอินเตอร์เน็ต ) <ul><li>ชื่อโดเมน ( ชื่อบนอินเตอร์เน็ต ) ในทางปฏิบัติ คือ ชื่อที่เป็นตัวแทนแสดงถึงตัวของเราบนอินเตอร์เน็ต ควรจะเป็นชื่อบริษัท , เครื่องหมายการค้า , บริการที่ทำให้กับลูกค้า ลูกค้าจะจำชื่อนี้และใช้มันที่จะหาสินค้าหรือบริการของเราบนระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ชื่อโดเมนจะไม่สามารถซ้ำกันได้ นั่นย่อมแสดงว่าชื่อโดเมนของเรา มีเราคนเดียวในโลกนี้ </li></ul>
  11. 11. ชื่อโดเมน ( ชื่อบนอินเตอร์เน็ต ) <ul><li>.com ใช้เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางธุรกิจเป็นชื่อโดเมนชั้นสูงที่นิยมใช้กันทุกคนสามารถยื่นขอจดทะเบียนได้ </li></ul><ul><li>.net ในเบื้องต้นต้องการให้ใช้สำหรับ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเครือข่าย ( Network) เช่น ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต ผู้ดูแลเรื่องการติดต่อสื่อสารแต่ในปัจจุบัน บริษัท ที่ทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายอินเตอร์เน็ตก็เริ่มใช้ชื่อโดเมนชั้นสูงนี้มากขึ้น </li></ul><ul><li>.org ใช้สำหรับ องค์กรต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรของรัฐบาล เอกชน , หรือ องค์กรการกุศลต่าง ๆ </li></ul>
  12. 12. ชื่อโดเมน ( ชื่อบนอินเตอร์เน็ต ) <ul><li>การจดทะเบียนชื่อโดเมนชั้นสูงของประเทศไทย ( Country Code Domain Names) ได้ที่ THNIC.net ให้บริการจดทะเบียนชื่อโดเมน ภายใต้ชื่อโดเมนชั้นสูงของประเทศ ได้แก่ </li></ul><ul><li>.co.th สำหรับการพาณิชย์และธุรกิจผู้สมัครขอจดทะเบียน ชื่อโดเมนภายใต้หมวดหมู่นี้จะต้องเป็นองค์กรพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศไทย หรือ บริษัทต่างประเทศที่มีตัวแทนอยู่ในประเทศไทย และตัวแทนนั้น จะต้องจดทะเบียนในประเทศไทย และได้รับการโอนสิทธิ ในการจดทะเบียนชื่อโดเมนจากบริษัทแม่ในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว </li></ul><ul><li>.ac.th สำหรับสถาบันการศึกษา ผู้สมัครขอจดทะเบียนชื่อโดเมนภายใต้หมวดหมู่นี้จะต้องเป็นสถาบันการศึกษา ที่จดทะเบียนในประเทศไทย </li></ul>
  13. 13. ชื่อโดเมน ( ชื่อบนอินเตอร์เน็ต ) <ul><li>go.th สำหรับการใช้ของภาครัฐบาล เช่น กระทรวงหรือหน่วยงานของรัฐบาล ผู้สมัครขอจดทะเบียนโดเมนภายใต้หมวดหมู่นี้จะต้องเป็นหน่วยงานของรัฐบาลไทย </li></ul><ul><li>.net.th สำหรับผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตหรือเครือข่ายโดยจะต้องมีการยืนยันจากการสื่อสารแห่งประเทศไทย </li></ul><ul><li>.or.th สำหรับองค์กรที่ไม่ได้แสวงหาผลกำไร </li></ul><ul><li>.mi.th สำหรับหน่วยงานทางทหาร </li></ul>
  14. 14. เครือข่าย ( Network) <ul><li>เครือข่าย ( Network) หมายถึง </li></ul><ul><li>1. การที่มีคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ 2 เครื่องขึ้นไป เชื่อมต่อเข้าด้วยกันสายเคเบิล ( ทางตรง ) และหรือสายโทรศัพท์ ( ทางอ้อม ) </li></ul><ul><li>2. มีผู้ใช้คอมพิวเตอร์ </li></ul><ul><li>3. มีการถ่ายเทข้อมูลระหว่างกัน สามารถใช้ทรัพยากรร่วมกันได้ </li></ul>
  15. 15. วัตถุประสงค์ของการใช้ระบบเครือข่าย <ul><li>วัตถุประสงค์ของการใช้ระบบเครือข่าย </li></ul><ul><li>1. สามารถใช้โปรแกรมและข้อมูลร่วมกันได้ </li></ul><ul><li>2. เพื่อความประหยัด </li></ul><ul><li>3. เพื่อความเชื่อถือได้ของระบบงาน </li></ul><ul><li>4. ประหยัดเวลา ค่าเดินทาง </li></ul>
  16. 16. รูปแบบการเชื่อมต่อ ( Topology) <ul><li>1. Star Topology </li></ul><ul><li>แบบดาว เป็นแบบการต่อสายเชื่อมโยง โดยการนำสถานีต่างๆ มาต่อร่วมกันกับหน่วยสลับสายกลาง การติดต่อสื่อสารระหว่างสถานีจะกระทำได้ด้วยการติดต่อผ่านทางวงจรของหน่วยสลับสายกลาง การทำงานของหน่วยสลับสายกลางจึงคล้ายกับศูนย์กลางของการติดต่อวงจรเชื่อมโยงระหว่างสถานีต่างๆ ที่ต้องการติดต่อกัน </li></ul>
  17. 17. รูปแบบการเชื่อมต่อ ( Topology) <ul><li>2. Ring Topology </li></ul><ul><li>แบบวงแหวน เป็นแบบที่สถานีของเครือข่ายทุกสถานีจะต้องเชื่อมต่อกับเครื่องขยายสัญญาณของตัวเอง โดยจะมีการเชื่อมโยงเครื่องขยายสัญญาณของทุกสถานีเข้าด้วยกันเป็นวงแหวน เครื่องขยายสัญญาณเหล่านี้จะมีหน้าที่ในการรับข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของตัวเองหรือจากเครื่องขยายสัญญาณตัวก่อนหน้าและส่งข้อมูลต่อไปยังเครื่องขยายสัญญาณตัวถัดไปเรื่อย ๆ เป็นวง หากข้อมูลที่ส่งเป็นของสถานีใด เครื่องขยายสัญญาณของสถานีนั้นก็รับ </li></ul><ul><li>และส่งให้กับสถานีนั้น เครื่องขยายสัญญาณจะต้องมีการ </li></ul><ul><li>ตรวจสอบข้อมูลที่ได้รับว่าเป็นของตนเองหรือไม่ด้วย </li></ul><ul><li>ถ้าใช่ก็รับไว้ ถ้าไม่ใช่ก็ส่งต่อไป </li></ul>
  18. 18. รูปแบบการเชื่อมต่อ ( Topology) <ul><li>3. Bus Topology </li></ul><ul><li>แบบบัสและต้นไม้ เป็นรูปแบบที่มีผู้นิยมใช้มากแบบหนึ่ง เพราะมีโครงสร้างไม่ยุ่งยากและไม่ต้องใช้เครื่องขยายสัญญาณหรืออุปกรณ์สลับสาย เหมือนแบบวงแหวนหรือแบบดาว สถานีต่างๆ จะเชื่อมต่อเข้าหาบัสโดยผ่านทางอุปกรณ์เชื่อมต่อที่เป็นฮาร์ดแวร์ การจัดส่งข้อมูลบนบัสจึงสามารถทำให้การส่งข้อมูลไปถึงทุกสถานีได้ การจัดส่งวิธีนี้จึงต้องกำหนดวิธีการที่จะไม่ให้ทุกสถานีส่งข้อมูลพร้อมกันเพราะจะทำให้ข้อมูลชนกัน โดยวิธีการที่ใช้อาจเป็นการ </li></ul><ul><li>แบ่งช่วงเวลา หรือให้แต่ละสถานีใช้ความ </li></ul><ul><li>ถี่สัญญาณที่แตกต่างกัน </li></ul>
  19. 19. ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ <ul><li>1. ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ระยะใกล้ ( Local Area Network หรือ LAN ) </li></ul><ul><li>2. ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ระยะกลาง ( Metropolitan Area Network </li></ul><ul><li>หรือ MAN) </li></ul><ul><li>3. ระบบเครือข่ายระยะไกล ( Wide Area Network หรือ WAN) </li></ul>
  20. 20. ข้อดีของอินเตอร์เน็ต <ul><li>อินเตอร์เน็ตเป็นเทคโนโลยีใหม่ในการสื่อสารสารสนเทศ เปรียบเสมือนชุมชนแห่งใหม่ของโลก ซึ่งรวมคนทั่วทุกมุมโลกเข้าด้วยกัน จึงทำให้มีบริการต่างๆ เกิดขึ้นใหม่ตลอดเวลา ซึ่งมีทั้งข้อดีที่เป็นประโยชน์   ดังนี้ </li></ul><ul><li>1. ค้นคว้าข้อมูลในลักษณะต่างๆ เช่น งานวิจัย บทความในหนังสือพิมพ์ </li></ul><ul><li>ความก้าวหน้าทางการแพทย์ ฯลฯ ได้จากแหล่งข้อมูลทั่วโลก เช่น ห้องสมุด </li></ul><ul><li>สถาบันการศึกษา และสถาบันวิจัย โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายและเสียเวลาในการ </li></ul><ul><li>เดินทางและสามารถสืบค้นได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง </li></ul><ul><li>2. ติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆ ทั่วโลกได้อย่างรวดเร็วจากการรายงานข่าวของ </li></ul><ul><li>สำนักข่าวต่างๆ อยู่ รวมทั้งอ่านบทความเรื่องราวที่ลงในนิตยสารหรือวารสาร </li></ul><ul><li>ต่างๆ ได้ฟรีโดยมีทั้งข้อความและภาพประกอบด้วย </li></ul>
  21. 21. ข้อดีของอินเตอร์เน็ต ( ต่อ ) <ul><li>3. รับส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องเสียเงินค่า </li></ul><ul><li>ตราไปรษณียากร ถึงแม้จะเป็นการส่งข้อความไปต่างประเทศก็ไม่ต้องเสียเงิน </li></ul><ul><li>เพิ่มขึ้นเหมือนการส่งจดหมาย การส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์นี้นอกจากจะ </li></ul><ul><li>ส่งข้อความตัวอักษรแบบจดหมายธรรมดาแล้ว ยังสามารถส่งแฟ้มภาพนิ่ง </li></ul><ul><li>ภาพเคลื่อนไหว และเสียงพร้อมกันไปได้ด้วย </li></ul><ul><li>4. สนทนากับผู้อื่นที่อยู่ห่างไกลได้ทั้งในลักษณะการพิมพ์ข้อความและเสียง </li></ul><ul><li>5. ร่วมกลุ่มอภิปรายหรือกลุ่มข่าวเพื่อแสดงความคิดเห็น หรือพูดคุยถกปัญหากับ </li></ul><ul><li>ผู้ที่สนใจใน </li></ul>
  22. 22. ข้อดีของอินเตอร์เน็ต ( ต่อ ) <ul><li>6. ถ่ายโอนแฟ้มข้อความ ภาพ และเสียงจากที่อื่นๆ รวมทั้งโปรแกรมต่างๆ ได้จากแหล่งที่มีผู้ให้บริการ </li></ul><ul><li>7. ตรวจดูราคาสินค้าและสั่งซื้อสินค้ารวมทั้งบริการต่างๆ ได้โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปห้างสรรพสินค้า </li></ul><ul><li>8. ให้ความบันเทิงหลายรูปแบบ   เช่น   การฟังเพลง รายการวิทยุ การชมรายการโทรทัศน์ ภาพยนตร์ รวมไปถึงการแข่งขันเกมกับผู้อื่นได้ทั่วโลก   </li></ul><ul><li>9. ติดประกาศข้อความที่ต้องการให้ผู้อื่นทราบได้อย่างทั่วถึง </li></ul><ul><li>10. ให้เสรีภาพในการสื่อสารทุกรูปแบบแก่บุคคลทุกคน </li></ul>
  23. 23. ข้อเสียของระบบอินเตอร์เน็ต <ul><li>1. นักเรียน นักศึกษา และเยาวชนอาจเข้าไปในเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมสำหรับเด็ก และไม่เป็น ประโยชน์หรือยั่วยุทางอารมณ์ทำให้เป็นอันตรายต่อตนเองและทางสังคมได้ เช่น ดูเว็บลามก สร้างโปรแกรมโจมตีผู้อื่นเช่นไวรัส </li></ul><ul><li>2. เว็บไซต์บางอย่างชักจูงผู้อ่านไปในทางไม่ดี หรือมีการล่อลวงทำให้เสื่อมเสียหรือ </li></ul><ul><li>อาจจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เว็บไซต์การแทงพนันบอล ซื้อขายบริการทาง </li></ul><ul><li>เพศ ภาพลามกอนาจาร เกมส์ ฯลฯ </li></ul><ul><li>3. เมื่อเราใช้อินเตอร์เน็ตติดต่อกันเป็นเวลานานๆ จะมีผลกระทบ ต่อร่างกาย และจิตใจ </li></ul><ul><li>ได้ </li></ul><ul><li>4. สิ้นเปลืองงบประมาณในการซื้อคอมพิวเตอร์ </li></ul><ul><li>5. ทำให้พฤติกรรมของวัยรุ่นก้าวร้าวและหมกมุ่นในกิจกรรมบางอย่างมากเกินไป จะ </li></ul><ul><li>เสียการเรียน </li></ul>
  24. 24. ข้อจำกัดของอินเตอร์เน็ต <ul><li>1. อินเตอร์เน็ตเป็นข่ายงานขนาดใหญ่ที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ ทุกคนจึงสามารถสร้างเว็บไซด์หรือติดประกาศข้อความได้ทุกเรื่อง บางครั้งข้อความนั้นอาจจะเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ได้รับการรับรอง เช่น ข้อมูลด้านการแพทย์หรือผลการทดลองต่างๆ จึงเป็นวิจารณญาณของผู้อ่านที่จะต้องไตร่ตรองข้อความที่อ่านนั้นด้วยว่าควรจะเชื่อถือได้หรือไม่ </li></ul><ul><li>2. นักเรียนและเยาวชนอาจติดต่อเข้าไปในเว็บไซด์ที่ไม่เป็นประโยชน์หรืออาจยั่วยุอารมณ์ ทำให้เป็นอันตรายตัวตัวเองและสังคม </li></ul>
  25. 25. ประโยชน์ของอินเตอร์เน็ตในด้านต่าง ๆ <ul><li>ด้านการศึกษา </li></ul><ul><li>ด้านธุรกิจและการพาณิชย์ </li></ul><ul><li>ด้านการบันเทิง </li></ul>
  26. 26. ด้านการศึกษา <ul><li>สามารถใช้เป็นแหล่งค้นคว้าหาข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลทางวิชาการ ข้อมูลด้านการบันเทิง ด้านการแพทย์ และอื่นๆ ที่น่าสนใจ </li></ul><ul><li>ระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต จะทำหน้าที่เสมือนเป็นห้องสมุดขนาดใหญ่ </li></ul><ul><li>นักศึกษาในมหาวิทยาลัย สามารถใช้อินเตอร์เน็ต ติดต่อกับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ เพื่อค้นหาข้อมูลที่กำลังศึกษาอยู่ได้ ทั้งที่ข้อมูลที่เป็น ข้อความ เสียง ภาพเคลื่อนไหวต่างๆ เป็นต้น </li></ul>
  27. 27. ด้านธุรกิจและการพาณิชย์ <ul><li>ค้นหาข้อมูลต่าง ๆ เพื่อช่วยในการตัดสินใจทางธุรกิจ </li></ul><ul><li>สามารถซื้อขายสินค้า ผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต </li></ul><ul><li>ผู้ใช้ที่เป็นบริษัท หรือองค์กรต่าง ๆ ก็สามารถเปิดให้บริการ และสนับสนุนลูกค้าของตน ผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตได้ เช่น การให้คำแนะนำ สอบถามปัญหาต่าง ๆ ให้แก่ลูกค้า แจกจ่ายตัวโปรแกรม ทดลองใช้ ( Shareware) หรือโปรแกรมแจกฟรี ( Freeware) เป็นต้น </li></ul>
  28. 28. ด้านการบันเทิง <ul><li>  การพักผ่อนหย่อนใจ สันทนาการ เช่น การค้นหาวารสารต่าง ๆ ผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ที่เรียกว่า Magazine online รวมทั้งหนังสือพิมพ์และข่าวสารอื่นๆ โดยมีภาพประกอบ ที่จอคอมพิวเตอร์เหมือนกับวารสาร ตามร้านหนังสือทั่ว ๆ ไป </li></ul><ul><li>สามารถฟังวิทยุผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตได้ </li></ul><ul><li>สามารถดึงข้อมูล ( Download) ภาพยนตร์ตัวอย่างทั้งภาพยนตร์ใหม่ </li></ul><ul><li>และ เก่า มาดูได้ </li></ul>
  29. 29. เว็บไซต์อ้างอิง <ul><li>http://asem.inter.net.th/asem-net.html </li></ul><ul><li>http://blog.eduzones.com/banny/ 3734 </li></ul><ul><li>http://pear07.multiply.com/journal/item/1 </li></ul><ul><li>http://school.obec.go.th/borkruwitt/inter/internet_h.htm </li></ul><ul><li>http://tc.mengrai.ac.th/paisan/e-learning/internet/page 23. htm </li></ul><ul><li>http://tc.mengrai.ac.th/paisan/e-learning/internet/page 24. htm </li></ul><ul><li>http://uraipornleelar-moonoi.blogspot.com/ 2007/11/15. html </li></ul><ul><li>http://www.computers.co.th/blog/?p=6 </li></ul><ul><li>http://www.geocities.com/cinic_elec/internet3.htm </li></ul><ul><li>http://www.internetsolutions.purethailand.com/knowledge/glossary_w.htm </li></ul><ul><li>http://www.mobnation.th.gs/web-m/ycoms/b3page.htm </li></ul><ul><li>http://www.nectec.or.th/courseware/internet/internet-tech/0001.html </li></ul><ul><li>http://www.oie.go.th/LearnInternet/lesson_ 5. asp </li></ul><ul><li>http://www.satitm.chula.ac.th/computer/info/ 8/ index.htm </li></ul><ul><li>http://www.sci.nu.ac.th/information-it/index.php?topic= 4026.0 </li></ul><ul><li>http://www.thaiall.com/article/mail.htm </li></ul><ul><li>http://www.thaigoodview.com/node/ 3443 </li></ul>

×