Blisby SEO 101 pt.2
เขียนอย่างไรให้ถูกใจ Google
SEO101 เขียนอย่างไรให้ถูกใจ
Google
เขียนอย่างไรให้ถูกใจ Gogle

การเปิดร้านค้าออนไลน์ ถือเป็นวิธีการที่ง่ายและสะดวกมากที่จะ...
ว่าด้วยเรื่องของชื่อร้าน: ชื่อเก๋ ชื่อ
แปลก ชื่อยาว ดีจริงหรือไม่
มีเจ้าของร้านไม่น้อยที่สรรหาชื่อร้านแปลกๆ จากหลายๆ ภาษาท...
คำขวัญและคำอธิบายร้าน: ใครว่าไม่
สำคัญ
คุณอาจจะคิดว่าร้านออนไลน์ของคุณเป็นแค่ร้านเล็กๆ มีสินค้าแค่
ไม่กี่ประเภทไม่ต้องมีคำ...
มาตั้งชื่อสินค้ากันเถอะ!
เว็บไซต์ Blisby และตลาดออนไลน์ทั่วโลกต่างก็ให้ความ
สำคัญกับชื่อสินค้าทั้งนั้น เพราะชื่อสินค้าที่ค...
อันดับแรก: ชื่อสินค้า
เราขอแนะนำว่า การตั้งชื่อของสินค้าโดยใส่รายละเอียดเพิ่มเติมที่สำคัญไม่ว่าจะเป็น วัสดุ สี ลาย ขนาด จะ...
อันดับที่ 2: รายละเอียดสินค้า
การเขียนรายละเอียดสินค้าก็สำคัญไม่แพ้กันค่ะ เพราะลูกค้าไม่มีโอกาสจับต้องหรือเห็นสินค้าของจริ...
อันดับที่ 3: แท็ก (Tag)
อยากให้ลูกค้าค้นหาสินค้าของคุณเจอ ต้องใส่ใจแท็กด้วยนะคะ ควรใช้
คำสำคัญที่อธิบายรายละเอียดของสินค้า...
จากภาพ จะเห็นได้ว่าชื่อสินค้าที่เราตั้งจะกลายเป็น Title tag ซึ่งคือบรรทัด
แรกของผลการค้นหาใน Google ส่วน 2 บรรทัดถัดมา Goo...
For more info, please visit www.blisby.com
Blisby SEO101 pt.2 เขียนอย่างไรให้ถูกใจ Google
Blisby SEO101 pt.2 เขียนอย่างไรให้ถูกใจ Google
Blisby SEO101 pt.2 เขียนอย่างไรให้ถูกใจ Google
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

Blisby SEO101 pt.2 เขียนอย่างไรให้ถูกใจ Google

462 views

Published on

เขียนอย่างไรให้ถูกใจ Gogle
การเปิดร้านค้าออนไลน์ ถือเป็นวิธีการที่ง่ายและสะดวกมากที่จะทำให้ฝันในการมีธุรกิจเป็นของตัวเองของหลายๆ คนเป็นจริงขึ้นมาได้ เพราะนอกจากจะลงทุนไม่มาก คุณก็ยังสามารถดูแลร้านได้เองแบบสบายๆ เพียงแค่ใช้เวลาสั้นๆ ช่วงพักเที่ยง หรือหลังเลิกงานก็ได้ค่ะ
เพราะง่ายแบบนี้หลายคนจึงเปิดร้านออนไลน์กันอย่างรวดเร็วเพียงแค่คลิกสองสามครั้ง พิมพ์ตรงนั้นตรงนี้อีกเล็กน้อย ฝันของคุณก็กลายเป็นจริงแล้ว! แต่ เอ…ทำไมไม่มีลูกค้าเข้าร้านสักทีนะ เพราะสินค้าของเราไม่สวยหรือเปล่า หรือว่าเราตั้งราคาแพงเกินไป อย่าเพิ่งกังวลใจไปเลยค่ะลองอ่านบทความนี้ดูก่อน ปัญหาของคุณอาจจะเป็นแค่เส้นผมบังภูเขาก็ได้นะคะ

ว่าด้วยเรื่องของชื่อร้าน: ชื่อเก๋ ชื่อแปลก ชื่อยาว ดีจริงหรือไม่

มีเจ้าของร้านไม่น้อยที่สรรหาชื่อร้านแปลกๆ จากหลายๆ ภาษาทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษไปจนถึงภาษาที่ไม่ค่อยคุ้นเคยอย่างภาษาเตตุมของประเทศติมอร์เลสต์ (ไม่ได้ล้อเล่นนะคะเคยเจอจริงๆ ค่ะ) หรืออาจมีการเล่นคำให้ดูเก๋ขึ้นเพราะต้องการให้ลูกค้าจดจำง่าย แต่กลับกลายเป็นว่าชื่อร้านนั้นยากเกินไปจนลูกค้าสะกดไม่ถูก เช่น ร้านเสื้อผ้าที่ตั้งชื่อเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า Ma Grande-Mère Fait ก็อาจจะทำให้ล�

Published in: Economy & Finance
0 Comments
2 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
462
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
14
Actions
Shares
0
Downloads
0
Comments
0
Likes
2
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Blisby SEO101 pt.2 เขียนอย่างไรให้ถูกใจ Google

  1. 1. Blisby SEO 101 pt.2 เขียนอย่างไรให้ถูกใจ Google
  2. 2. SEO101 เขียนอย่างไรให้ถูกใจ Google เขียนอย่างไรให้ถูกใจ Gogle การเปิดร้านค้าออนไลน์ ถือเป็นวิธีการที่ง่ายและสะดวกมากที่จะทำให้ฝัน ในการมีธุรกิจเป็นของตัวเองของหลายๆ คนเป็นจริงขึ้นมาได้ เพราะ นอกจากจะลงทุนไม่มาก คุณก็ยังสามารถดูแลร้านได้เองแบบสบายๆ เพียง แค่ใช้เวลาสั้นๆ ช่วงพักเที่ยง หรือหลังเลิกงานก็ได้ค่ะ เพราะง่ายแบบนี้หลายคนจึงเปิดร้านออนไลน์กันอย่างรวดเร็วเพียงแค่คลิก สองสามครั้ง พิมพ์ตรงนั้นตรงนี้อีกเล็กน้อย ฝันของคุณก็กลายเป็นจริงแล้ว! แต่ เอ…ทำไมไม่มีลูกค้าเข้าร้านสักทีนะ เพราะสินค้าของเราไม่สวยหรือ เปล่า หรือว่าเราตั้งราคาแพงเกินไป อย่าเพิ่งกังวลใจไปเลยค่ะลองอ่าน บทความนี้ดูก่อน ปัญหาของคุณอาจจะเป็นแค่เส้นผมบังภูเขาก็ได้นะคะ
  3. 3. ว่าด้วยเรื่องของชื่อร้าน: ชื่อเก๋ ชื่อ แปลก ชื่อยาว ดีจริงหรือไม่ มีเจ้าของร้านไม่น้อยที่สรรหาชื่อร้านแปลกๆ จากหลายๆ ภาษาทั้งภาษาไทย ภาษา อังกฤษไปจนถึงภาษาที่ไม่ค่อยคุ้นเคยอย่างภาษาเตตุมของประเทศติมอร์เลสต์ (ไม่ได้ ล้อเล่นนะคะเคยเจอจริงๆ ค่ะ) หรืออาจมีการเล่นคำให้ดูเก๋ขึ้นเพราะต้องการให้ลูกค้า จดจำง่าย แต่กลับกลายเป็นว่าชื่อร้านนั้นยากเกินไปจนลูกค้าสะกดไม่ถูก เช่น ร้าน เสื้อผ้าที่ตั้งชื่อเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า Ma Grande-Mère Fait ก็อาจจะทำให้ลูกค้าต้อง ส่ายหัวทุกครั้งที่จะพิมพ์ชื่อร้านเพื่อหาข้อมูลใน Google ทางที่ดี เลือกใช้ชื่อที่จำง่าย และพิมพ์สะดวกดีกว่านะคะ ไอเดียยอดฮิตที่ Blisby ขอแนะนำ คือตั้งชื่อร้านที่อ่านปุ๊ปแล้วพอเดาได้ทันทีว่าขาย สินค้าอะไร เช่น Wood Art Studio, Ann’s Bags, Simple Candle เป็นต้น หรือการตั้ง ชื่อร้านที่ใช้ชื่อหรือคำที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยอยู่แล้ว เช่น ชื่อของตัวละครในภาพยนตร์ก็ อีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจค่ะ สำหรับใครที่มีอารมณ์ขันในหัวใจ ลองตั้งชื่อร้านแบบ ติดตลกก็น่ารักไปอีกแบบนะคะ ชื่อร้านที่อ่านแล้วแอบอมยิ้มก็สามารถสร้างความ ประทับใจแรกได้ตั้งแต่ยังไม่เห็นสินค้าเลยค่ะ
  4. 4. คำขวัญและคำอธิบายร้าน: ใครว่าไม่ สำคัญ คุณอาจจะคิดว่าร้านออนไลน์ของคุณเป็นแค่ร้านเล็กๆ มีสินค้าแค่ ไม่กี่ประเภทไม่ต้องมีคำขวัญหรือสโลแกนก็ได้ยิ่งคำอธิบายราย ละเอียดของร้านยิ่งแล้วใหญ่ เขียนสั้นๆ ก็คงพอแล้ว คุณรู้หรือไม่คะว่าคำขวัญและคำอธิบายร้านนั้นช่วยให้ลูกค้ารู้จัก คุณมากขึ้นค่ะ และยังช่วยสื่อถึงเอกลักษณ์ของร้านด้วยนะคะ เช่น Grandma Made สวมความอบอุ่นที่คุณคุ้นเคย เป็นต้น ส่วนราย ละเอียดของร้านสามารถเขียนได้ตามใจคุณเลยค่ะ แต่ขอให้ชัดเจน เข้าใจง่ายใช้ภาษาที่เป็นกันเองแต่สุภาพ และที่สำคัญต้องบอก “ตัว ตน” ของร้านได้ด้วยถ้าคิดไม่ออกลองดูตัวอย่างด้านล่างนี้ได้เลยนะ คะ
  5. 5. มาตั้งชื่อสินค้ากันเถอะ! เว็บไซต์ Blisby และตลาดออนไลน์ทั่วโลกต่างก็ให้ความ สำคัญกับชื่อสินค้าทั้งนั้น เพราะชื่อสินค้าที่คุณตั้งจะไปปรากฏ อยู่บน 3 ตำแหน่งสำคัญคือ Page Title, URL และ Title Tag ค่ะ ฉะนั้น เราจึงเปิดโอกาสให้คุณตั้งชื่อสินค้าได้ยาวถึง 69 ตัวอักษร มาดูวิธีการตั้งชื่อสินค้าในแบบฉบับของเราได้เลย ค่ะ
  6. 6. อันดับแรก: ชื่อสินค้า เราขอแนะนำว่า การตั้งชื่อของสินค้าโดยใส่รายละเอียดเพิ่มเติมที่สำคัญไม่ว่าจะเป็น วัสดุ สี ลาย ขนาด จะ ช่วยทำให้คนค้นเจอสินค้าคุณได้ง่ายกว่าชื่อสินค้าสั้นๆ ห้วนๆ ค่ะ ยกตัวอย่างเช่น ชื่อสินค้า: สะดึงปักลายหมา ชื่อสินค้าแนะนำ: ผ้าปักลายน้องหมาดัชชุนใส่เสื้อบนสะดึงไม้ ขนาด 4 นิ้วครึ่ง ชื่อสินค้า: หมวกไหมพรม ชื่อสินค้าแนะนำ: หมวกไหมผมแฮนด์เมดสีฟ้าสำหรับเด็กแรกเกิด – 2 ขวบ ปักลายกาน้ำชา ชื่อสินค้า: กระโปรงใยกัญชง ชื่อสินค้าแนะนำ: กระโปรงบานพิมพ์ลายแมวทำด้วยผ้าใยกัญชงไม่ฟอกสี ยาว 55 เซนติเมตร ตั้งชื่อสินค้ายาวๆ เช่นนี้อาจจะดูแปลกตาไปสักนิดสำหรับหลายๆ คนนะคะ แต่ข้อดีของการเขียนแบบนี้จะ เป็นการบอกข้อมูลสินค้าแบบสรุปความให้ Google ยิ่งลงรายละเอียดที่ดีและมีคุณภาพมากเท่าไหร่ Google ก็จะมีข้อมูลดีๆ และคีย์เวิร์ด เกี่ยวกับสินค้าของเราเก็บอยู่ในระบบมากขึ้นเท่านั้นค่ะ
  7. 7. อันดับที่ 2: รายละเอียดสินค้า การเขียนรายละเอียดสินค้าก็สำคัญไม่แพ้กันค่ะ เพราะลูกค้าไม่มีโอกาสจับต้องหรือเห็นสินค้าของจริง เจ้าของร้านจึงควรอธิบายให้ชัดเจนที่สุด เราขอแนะนำให้บอกลักษณะต่างๆ ดังนี้ค่ะ จุดเด่นสินค้า โทนสี ลวดลาย ขนาด เช่น ไซส์ S, M, L หรือ บอกความกว้าง-ยาว-สูง นำ้หนัก วัสดุที่ใช้ทำสินค้า ข้อควรระวัง วิธีการดูแลหรือทำความสะอาด วิธีหรือโอกาสในการใช้สินค้า
  8. 8. อันดับที่ 3: แท็ก (Tag) อยากให้ลูกค้าค้นหาสินค้าของคุณเจอ ต้องใส่ใจแท็กด้วยนะคะ ควรใช้ คำสำคัญที่อธิบายรายละเอียดของสินค้า ดังตัวอย่างในรูป เราใช้แท็ก ต่างๆ เหล่านี้ค่ะ ผ้าแคนวาส, ไม่ฟอกสี, สะดึง, สะดึงไม้, ปักผ้า ไหม, สีชมพู, สีม่วง, สีส้ม, ดัชชุน, เอสเปรสโซ เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้หลายคนอาจเริ่มบ่นแล้วว่าแค่ตั้งชื่อร้านทำไมถึงยุ่ง ยากซับซ้อนขนาดนี้? นั่นเป็นเพราะว่า Search engine ต่างๆ โดยเฉพาะ ยักษ์ใหญ่อย่าง Google นั้นเป็นเสมือนห้องสมุดขนาดใหญ่บนโลก ออนไลน์ จึงจำเป็นที่จะต้องเก็บข้อมูลที่ชัดเจนและมีประโยชน์เอาไว้ให้ มากที่สุด ถ้าคุณตั้งชื่อสินค้าและเขียนรายละเอียดได้อย่างครบถ้วน เมื่อ ค้นหาจาก Google ลิงก์ของสินค้าจากร้านของคุณจะปรากฏออกมาแบบ นี้ค่ะ
  9. 9. จากภาพ จะเห็นได้ว่าชื่อสินค้าที่เราตั้งจะกลายเป็น Title tag ซึ่งคือบรรทัด แรกของผลการค้นหาใน Google ส่วน 2 บรรทัดถัดมา Google มักจะดึง มาจากส่วนอื่นๆ ในหน้านั้นๆ เช่น คำอธิบายร้าน ชื่อร้าน หรือแท็ก ดังนั้น การเขียนรายละเอียดสำคัญๆ เหล่านี้จะเป็นการเพิ่มคีย์เวิร์ดซึ่งช่วยให้คน ค้นเจอสินค้าของเราได้ง่ายขึ้น จากในภาพจะเห็นได้ว่า ไม่ว่าจะค้นหาคำว่า “ผ้าปัก” “ดัชชุน” หรือ “สะดึงไม้” ก็จะมีสินค้าชิ้นนี้แสดงในผลการค้นหา ในหน้าแรกๆ ของ Google ได้ค่ะ ฉะนั้น อย่ากลัวที่จะต้องเขียนอธิบาย เยอะๆ นะคะ มีประโยชน์ต่อการค้นหาแน่นอนค่ะ เรื่องของ SEO อาจจะดูเป็นเรื่องที่ยากและซับซ้อน แต่ว่า SEO พื้นฐานเช่น นี้ก็เป็นเรื่องน่าศึกษาไว้อย่างยิ่งโดยเฉพาะคนที่อยากเปิดร้านออนไลน์ นอกจากจะมีประโยชน์แล้วก็ยังสามารถนำไปปรับใช้ได้จริงค่ะ ทีมงานหวัง ว่าทุกๆ คนจะสนุกกับการเปิดร้านที่ Blisby นะคะ แล้วคุณจะพบว่าการได้ ใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยเกี่ยวกับร้านออนไลน์นอกจากจะได้ลูกค้า เพิ่มแล้ว ยังได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และเกิดความภาคภูมิใจในตัวเองด้วยค่ะ
  10. 10. For more info, please visit www.blisby.com

×