๑                                       คู่มือครู                  ประกอบแบบฝึกเสริมทักษะการสร้างคาในภาษาไทย              ...
๒           จากการพิจารณาผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O–NET) ช่วงชั้นที่ ๓ (มัธยมศึกษาปีที่ ๓) ปีการศึกษา ๒๕๕๑ และปีการ...
๓ประกอบการสอน นักเรียนขาดความสนใจทําให้การเรียนวิชาภาษาไทยเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ ดัง นั้นวิธีการสอนของครูจึงเป็นเรื่องสําคั...
๔ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓/๕ โรงเรียนห้วยสักวิทยาคม อําเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงรายสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาม...
๕               ๑๒. เกมเสริมทักษะการสร้างคําในภาษาไทย               ๑๓. แบบทดสอบหลังเรียนประจําแบบฝึกเสริมทักษะ จํานวน ๑๐ ...
๖               ๒.๔ การดําเนินกิจกรรมการเรียนรู้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ แบ่งเป็น ๓ ขั้น                    ๒.๔.๑ ขั้นนําเข...
๗           ๒. ก่อ นเรีย นทุก ครั้ง นัก เรีย นศึก ษาคําชี้แจงเกี่ยวกับแบบฝึกเสริมทักษะและคําแนะนําการใช้แบบฝึก เสริมทักษะส...
๘แผนการจัดการเรียนรู้ประกอบแบบฝึกเสริมทักษะการสร้างคําในภาษาไทย                    กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย      วิชาภา...
๙                                       แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รหัสวิชา ท๓๓๑๐๑ ช่วงชั้นที่ ๓     ...
๑๐        ๔.๒ ด้านทักษะกระบวนการ               ๔.๒.๑ จําแนกคํามูลพยางค์เดียวและคํามูลหลายพยางค์ได้               ๔.๒.๒ นํา...
๑๑          ๓. ก่อนเรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการสร้างคําในภาษาไทยแต่ละเล่มนักเรียนทุกคนจะต้องทําแบบทดสอบก่อนเรียนประจําแบบฝ...
๑๒          ชั่วโมงที่ ๒          ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน             ๑. ครูฉายตัวอย่างคํามูลพยางค์เดียวและคํามูลหลายพยางค์ บ...
๑๓           ๕. นักเรียนทุกคนทําแบบฝึกเสริมทักษะ เรื่อง คํามูล กิจกรรมที่ ๑ ถึงกิจกรรมที่ ๔ ในหน้าที่ ๑๓ - ๑๖โดยนักเรียนศึ...
๑๔วัสดุอุปกรณ์ / สื่อ / แหล่งเรียนรู้           ๑. แบบฝึกเสริมทักษะการสร้างคําในภาษาไทย เล่มที่ ๑ เรื่อง คํามูล           ...
๑๕การวัดผลและประเมินผล     สิ่งที่ต้องการวัด             วิธีการวัดผลและ         เครื่องมือวัดผลและ     เกณฑ์การวัดผล     ...
๑๖บันทึกผลหลังจากจัดการเรียนรู้         ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง…………………….…………………..…………โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะการสร...
๑๗………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...
๑๘ความคิดเห็น / ข้อเสนอแนะของผู้บริหารแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ………… เรื่อง ………………………..            ได้ตรวจแผนการจัดการเรียนร...
๑๙ภาคผนวก
๒๐   แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน เรื่อง การสร้างคาในภาษาไทยวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๓๓๑๐๑ ช่วงชั้นที่ ๓ ชั้นมั...
๒๑๓. ข้อใดเป็นคํามูลที่มาจากภาษาเขมรทุกคํา    ก. เถลิง เฌอ    ข. จําเรียง ห้าง    ค. เผอิญ ตะหลิว    ง. ฉงาย ราชการ๔. ข้อใ...
๒๒๙. ประโยคต่อไปนี้ข้อใดมีคํามูลสองพยางค์    ก. ฉันเสียใจ    ข. ฉันกินข้าว    ค. นกบินกลับรัง    ง. พ่อปลูกมะม่วง๑๐. ข้อคว...
๒๓๑๓. คําประสมในข้อใดเป็นคําวิเศษณ์ที่เกิดจากคําไทยแท้กับคําที่มาจากภาษาอื่น   ก. ใจดี   ข. ใจร้าย   ค. ใจกุศล   ง. ใจปลาซ...
๒๔๑๙. ข้อความใดมีคําประสมมากที่สุด   ก. แม่บ้านทํากับข้าวอยู่ในครัว   ข. นักเรียนต้องไม่เป็นคนใจแคบ   ค. ช่างภาพของหนังสือ...
๒๕๒๓. ข้อใดเป็นคําซ้อนเพื่อเสียง   ก. ดูแล   ข. กักขัง   ค. คิดเห็น   ง. สุ้มเสียง๒๔. คําซ้อนในข้อใดมีทั้งคําซ้อนเพื่อเสีย...
๒๖๒๙. ประโยคในข้อใดมีคําซ้อนมากที่สุด   ก. น้องทําเสียงอ้อแอ้คลานเตาะแตะมาหาฉัน   ข. เพราะความขัดแย้งเธอจึงถูกกักขังอย่างล...
๒๗๓๓. คําซ้ําในข้อใดที่มีความหมายแยกจํานวน   ก. เขามีเสื้อผ้าเป็นตูๆ้   ข. ฟัง ๆ ดูเรื่องนี้ท่าจะยุ่ง   ค. เธอเล่าเป็นเรื่...
๒๘๓๙. คําซ้ําในประโยคใดที่ไม่สามารถใช้ไม้ยมก (ๆ) ได้   ก. วัวแก่ชอบกินหญ้าอ่อนอ่อน   ข. น้ําในถาดน้ําแข็งแข็งใช้ได้แล้ว   ...
๒๙๔๓. “หัตถศึกษา ” เป็นคําสมาสที่ไม่มีสนธิ สร้างมาจากภาษาใด   ก. บาลี + บาลี   ข. บาลี + สันสกฤต   ค. สันสกฤต + บาลี   ง. ...
คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล
คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล
คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล
คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล
คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล
คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล
คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล
คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล
คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล
คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล
คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล
คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล
คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล
คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล
คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล
คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล
คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล
คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล
คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล
คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล
คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล
คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล
คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล
คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล
คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล
คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล
คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล
คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล
คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล
คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล
คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล
คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล
คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล
คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล
คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล
คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล
คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล
คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล
คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล
คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล
คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล
คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล
คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล
คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล
คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล
คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล
คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล
คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล
คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล

8,372 views

Published on

0 Comments
2 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
8,372
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
3
Actions
Shares
0
Downloads
189
Comments
0
Likes
2
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

คู่มือครู เล่มที่ ๑ เรื่อง คำมูล

  1. 1. ๑ คู่มือครู ประกอบแบบฝึกเสริมทักษะการสร้างคาในภาษาไทย วิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๓๓๑๐๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ เล่มที่ ๑ เรื่อง คามูลความเป็นมาและความสาคัญของปัญหา หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ ได้กําหนดให้ภาษาไทยซึ่งเป็นภาษาประจํา ชาติ เป็ นกลุ่ม สาระการเรียนรู้หลัก เพราะมีจุดมุ่งหมายในการพั ฒนาศัก ยภาพให้ผู้เรีย นสามารถใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้องตามหลักภาษา และเกิดการเรียนรู้อย่างเหมาะสมต่อวัฒนธรรมไทย การเรียนรู้ภาษาไทยจะต้องเน้นการพัฒนาเพื่อการสื่อสารที่ถูกต้อง มีหลักเกณฑ์ เกิดประโยชน์อย่ า งสูง สุดต่อผู้เรีย นในอนาคต หลัก ภาษาไทย ในเนื้อหาระดับชั้นมัธ ยมศึกษาตอนต้น เป็นการศึกษาหลักภาษาเกี่ยวกับคําและกลุ่มคํา แบบสร้างของคํา การสังเกตลักษณะของคําที่เป็นคําไทยเดิมกับคําที่มาจากภาษาอื่น (กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. ๒๕๔๑: ๑๔)
  2. 2. ๒ จากการพิจารณาผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O–NET) ช่วงชั้นที่ ๓ (มัธยมศึกษาปีที่ ๓) ปีการศึกษา ๒๕๕๑ และปีการศึกษา ๒๕๕๒ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนห้วยสักวิทยาคม สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงราย เขต ๑ เป็นดังนี้ตารางที่ ๑ ผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O–NET) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนห้วยสักวิทยาคม ผลการทดสอบ ปีการศึกษา ๒๕๕๑ ปีการศึกษา ๒๕๕๒มาตรฐาน คะแนนเต็ม คะแนนเฉลี่ย คะแนนเฉลี่ย คะแนนเฉลี่ย คะแนนเฉลี่ย ระดับโรงเรียน ระดับจังหวัด ระดับโรงเรียน ระดับจังหวัด ท ๑.๑ ๑๐๐.๐๐ ๔.๕๙ ๔.๘๒ ๖.๑๘ ๖.๒๔ ท ๒.๑ ๑๐๐.๐๐ ๑๐.๑๘ ๑๐.๓๔ ๓.๗๒ ๔.๐๗ ท ๓.๑ ๑๐๐.๐๐ ๔.๐๘ ๔.๐๘ ๓.๐๕ ๓.๒๔ ท ๔.๑ ๑๐๐.๐๐ ๑๕.๖๑ ๑๖.๘๓ ๑๔.๖๕ ๑๔.๙๖ ท ๕.๑ ๑๐๐.๐๐ ๔.๒๙ ๕.๒๓ ๖.๔๘ ๖.๙๙ที่มา: (รายงานสารสนเทศโรงเรียนห้วยสักวิทยาคม ปี พ.ศ. ๒๕๕๑ – ๒๕๕๒) จากตารางที่ ๑ พบว่ า ผลการทดสอบระดั บ ชาติ ขั้ น พื้ น ฐาน (O–NET) ของนั ก เรี ย นระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนห้วยสักวิทยาคม ปีการศึกษา ๒๕๕๒ มาตรฐาน ท ๑.๑และท ๕.๑ มีคะแนนเฉลี่ยระดับโรงเรียน เพิ่มขึ้นจากปีการศึกษา ๒๕๕๑ ส่วนมาตรฐานที่ ท ๒.๑ท ๓.๑และ ท ๔.๑ มีคะแนนเฉลี่ยระดับโรงเรียนลดลงจากปีการศึกษา ๒๕๕๑ ซึ่งสอดคล้องกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓วิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท๓๓๑๐๑ ปีการศึกษา๒๕๕๑ มีค่าเฉลี่ยร้อยละ ๒.๔๘ ปีการศึกษา ๒๕๕๒ มีค่าเฉลี่ยร้อยละ ๒.๓๔ จะเห็นได้ว่ามีผลการเรียนเฉลี่ยลดลง ทั้งนี้การสร้างคําในภาษาไทย นับว่ามีผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนอย่างยิ่ง ในการจัดการเรียนการสอน ครูผู้สอนมีความคาดหวังให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจและมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ สูงขึ้น แต่เนื่องจากการเรียนการสอนในปัจจุบันนัก เรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษามีความชอบและให้ความสําคัญกับวิชาในกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นมากกว่า การเรียนการสอนกลุ่ ม สาระการเรี ย นรู้ ภ าษาไทย โดยเฉพาะการเรี ย นเนื้ อ หาหลั ก ภาษาไทย ซึ่ ง นั กเรี ย นมีความเห็นว่า เป็นเรื่องที่เข้าใจยาก ครูผู้สอนจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่ทําให้ยากแก่การเข้าใจยึ ด หลั ก การสอนโดยเน้ น การบรรยาย การท่ อ งจํ า ไม่ มี สื่ อ เทคโนโลยี แ ละนวั ต กรรมมาใช้
  3. 3. ๓ประกอบการสอน นักเรียนขาดความสนใจทําให้การเรียนวิชาภาษาไทยเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ ดัง นั้นวิธีการสอนของครูจึงเป็นเรื่องสําคัญมากและเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเรียนในระดับสูงขึ้นไปและมีความเชื่อมโยงกันอย่างต่อเนื่อง นักเรียนไม่มีความเข้าใจเรื่องการสร้างคําในภาษาไทยเท่าที่ควรทําให้เกิดปัญหาต่อการเรียนในระดับที่สูงขึ้น ดัง นั้ น การเรี ย นเรื่ องการสร้า งคํ า ในภาษาไทย จึ ง มี ค วามจํ า เป็ นหากนั ก เรีย นไม่ เ ห็ นความสําคัญและไม่ให้ความสําคัญในเรื่องหลักภาษาไทย เท่ากับว่านักเรียนขาดบรรทัดฐานของการเรียนภาษา จนเป็นเหตุให้ใช้ภาษาไทยบกพร่องและผิดพลาดอยู่เสมอ ในการเรียนการสอนเรื่องการสร้างคํ าในภาษาไทย จะให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามหลักสูตร ครูผู้ส อนจะต้องทําให้ผู้เรีย นเกิดความเข้าใจในเนื้อหาและสามารถนําไปใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดังนั้นวิธีสอนของครู จึงเป็นเรื่องสําคัญมาก ครูควรหาวิธีสอนและกิจกรรมในการสอนเรื่องการสร้างคําที่หลากหลาย เพื่อช่วยให้นักเรียนเกิดทั้งความรู้และความสนุกสนานในการเรียนรู้อี ก ทั้ ง เป็ น การจู ง ใจให้ นั ก เรี ย นเกิ ด ทั ศ นคติ ที่ ดี ต่ อ วิ ช าภาษาไทยดั ง ที่ ก ล่ า วมา โดยการใช้ สื่ อเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพผู้เรียนหลายรูปแบบ เช่น การจัดบทเรียนโมดูล การจัดศูนย์การเรียน ชุดการเรียนด้วยตนเอง บทเรียนมัลติมิเดีย บทเรียนสําเร็จรูป และแบบฝึกทักษะล้วนเป็นสื่อที่น่าสนใจและนํามาพัฒนาการเรียนการสอนภาษาไทยอย่างดี จากการวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาดังกล่าว ผู้ศึกษาจึงได้สร้างแบบฝึกเสริมทักษะการสร้างคําในภาษาไทย วิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท๓๓๑๐๑ ชั้นมัธ ยมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนห้วยสักวิทยาคมปีการศึกษา ๒๕๕๓ เพื่อเป็นสื่อในการจัดการเรียนรู้สําหรับแก้ไขปัญหาของผู้เรียน เพราะผู้ศึกษาเห็นว่าแบบฝึ กเสริมทั กษะเป็ นเครื่องมือที่ ดี นักเรียนสามารถนําไปฝึ กที่บ้ านหรือในเวลาว่างได้ เมื่ อนักเรียนได้ฝึกฝนเป็นประจําก็จะทําให้นักเรียนเกิดทักษะในการสร้างคํามากยิ่งขึ้นตลอดจนนําไปเป็นแนวทางในการพัฒนา การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทักษะการสร้างคําในภาษาไทย วิช าภาษาไทยรหัสวิชา ท๓๓๑๐๑ ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนห้วยสักวิทยาคม ให้มีประสิทธิภาพส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้นวัตถุประสงค์ในการสร้างแบบฝึกเสริมทักษะการสร้างคาในภาษาไทย ๑. เพื่ อ สร้ า งและหาประสิ ท ธิ ภ าพของแบบฝึ ก เสริ ม ทั ก ษะการสร้ างคํ า ในภาษาไทยวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๓๓๑๐๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ ๘๐/๘๐ ๒. เพือศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้ แบบฝึก ่เสริมทักษะการสร้างคําในภาษาไทย วิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๓๓๑๐๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓
  4. 4. ๔ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓/๕ โรงเรียนห้วยสักวิทยาคม อําเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงรายสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๓๖ ปีการศึกษา ๒๕๕๓ จํานวน ๓๘ คน ๓. เพื่ อ ศึ ก ษาความพึ ง พอใจของนั ก เรี ย นที่ มี ต่อ การเรี ย นโดยใช้ แ บบฝึ ก เสริ ม ทั ก ษะการสร้างคําในภาษาไทย วิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๓๓๑๐๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ของนักเรียนชั้ นมั ธ ยมศึ ก ษาปี ที่ ๓/๕ โรงเรี ย นห้ว ยสัก วิท ยาคม อําเภอเมื องเชีย งราย จังหวัดเชี ย งรายสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๓๖ ปีการศึกษา ๒๕๕๓ จํานวน ๓๘ คนลักษณะของแบบฝึกเสริมทักษะการสร้างคาในภาษาไทย แบบฝึ กเสริ มทั กษะการสร้ างคํ าในภาษาไทย วิ ช าภาษาไทย รหั ส วิ ช า ท๓๓๑๐๑ชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ ๓ จัดทําเป็นเล่มทั้งหมด ๖ เล่ม คือ เล่มที่ ๑ เรื่อง คํามูล เล่มที่ ๒ เรื่อง คําประสม เล่มที่ ๓ เรื่อง คําซ้อน เล่มที่ ๔ เรื่อง คําซ้ํา เล่มที่ ๕ เรื่อง คําสมาสที่ไม่มีสนธิ เล่มที่ ๖ เรื่อง คําสมาสที่มีสนธิ แบบฝึ ก เสริ มทั กษะการสร้ างคํ าในภาษาไทย วิ ชาภาษาไทย รหั ส วิ ช า ท ๓๓๑๐๑ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ แต่ละเล่มประกอบด้วย ๑. ปก ได้แสดงประเภทของนวัตกรรม ชั้น ชื่อผู้จัดทําและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๒. คํานํา ได้แสดงภาพรวมของการดําเนินการพอเข้าใจ ๓. สารบัญ แจ้งรายละเอียดในแบบฝึกเสริมทักษะการสร้างคําในภาษาไทย ๔. คําชี้แจงเกี่ยวกับแบบฝึกเสริมทักษะ ๕. คําแนะนําการใช้แบบฝึกเสริมทักษะสําหรับนักเรียน ๖. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง ๗. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๘. แผนภูมิแสดงลําดับขั้นตอนการเรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะ ๙. แบบทดสอบก่อนเรียนประจําแบบฝึกเสริมทักษะ จํานวน ๑๐ ข้อ ๑๐. สาระการเรียนรู้ ๑๑. กิจกรรมแบบฝึกเสริมทักษะการสร้างคําในภาษาไทย
  5. 5. ๕ ๑๒. เกมเสริมทักษะการสร้างคําในภาษาไทย ๑๓. แบบทดสอบหลังเรียนประจําแบบฝึกเสริมทักษะ จํานวน ๑๐ ข้อ ๑๔. แบบบันทึกคะแนนแบบฝึกเสริมทักษะการสร้างคําในภาษาไทย ๑๕. ภาคผนวก ๑๕.๑ เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน ๑๕.๒ เฉลยแบบฝึกเสริมทักษะการสร้างคําในภาษาไทย ๑๕.๓ เฉลยเกมเสริมทักษะการสร้างคําในภาษาไทย ๑๕.๔ เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน ๑๖. บรรณานุกรมคาแนะนาสาหรับครู การใช้แบบฝึกเสริมทักษะการสร้างคําในภาษาไทย วิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๓๓๑๐๑ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ทั้ง ๖ เล่ม ครูผู้สอนควรปฏิบัติดังนี้ ๑. ก่อนใช้แบบฝึกเสริมทักษะการสร้างคาในภาษาไทย ๑.๑ ศึกษาเนื้อหาที่สอนในแต่ละเล่มอย่างละเอียด และศึกษาแบบฝึกเสริมทักษะการ-สร้างคําในภาษาไทยให้รอบคอบ ๑.๒ ศึกษาแผนการจัดการเรียนรู้ในแต่ละเล่มให้เข้าใจอย่างชัดเจน ๑.๓ ศึกษาแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และการใช้สื่อการเรียนรู้แต่ละชนิด ๑.๔ ตรวจสอบและจัดเตรียมเอกสารประกอบการเรียน สื่อการเรียนรู้ เอกสารอื่นๆและจัดชั้นเรียนที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ๒. ขณะใช้แบบเสริมทักษะการสร้างคาในภาษาไทย ๒.๑ ก่ อ นเรี ย นแบบฝึ ก เสริ ม ทั ก ษะเล่ ม ที่ ๑ ให้ นั ก เรี ย นทํ า แบบทดสอบวั ด ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนด้วยแบบฝึก เสริมทักษะการสร้างคําในภาษาไทย วิชาภาษาไทยรหัสวิชา ท ๓๓๑๐๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ จํานวน ๖๐ ข้อ เป็นข้อสอบแบบเลือกตอบ ๔ ตัวเลือกประเมินความรู้พื้นฐานของผู้เรียน ๒.๒ ก่อนเรียนทุกครั้งครูควรแนะนําให้นักเรียนศึกษาคําชี้แจงเกี่ยวกับแบบฝึกเสริม-ทักษะและคําแนะนําการใช้แบบฝึกเสริมทักษะสําหรับนักเรียนอย่างละเอียด ๒.๓ ให้นักเรียนทําแบบทดสอบก่อนเรียนประจําแบบฝึกเสริมทักษะการสร้างคําใน-ภาษาไทยในแต่ละเล่ม จํานวน ๑๐ ข้อ ซึ่งเป็นข้อสอบแบบเลือกตอบ ๔ ตัวเลือก
  6. 6. ๖ ๒.๔ การดําเนินกิจกรรมการเรียนรู้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ แบ่งเป็น ๓ ขั้น ๒.๔.๑ ขั้นนําเข้าสู่บทเรียน ๒.๔.๒ ขั้นสอน ๒.๔.๓ ขั้นสรุป ๒.๕ ขณะนักเรียนทํากิจกรรมอยู่ ครูต้องเดินดูการทํางานอย่างใกล้ชิด และทั่วถึงหากนักเรียนคนใดมีปัญหาครูต้องเข้าไปช่วยเหลือทันที ๒.๖ เมื่อเรียนจบแบบฝึกเสริมทักษะในแต่ละเล่ม ให้นักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียนประจําแบบฝึกเสริมทักษะการสร้างคําในภาษาไทย จํานวน ๑๐ ข้อ ซึ่งเป็นข้อสอบแบบเลือกตอบ๔ ตัวเลือก เพื่อทราบผลการพัฒนา ๒.๗ เมื่อเรียนครบทั้ง ๖ เล่ม ให้นักเรียนทําแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการสร้างคําในภาษาไทย วิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๓๓๑๐๑ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ จํานวน ๖๐ ข้อ เป็นข้อสอบแบบเลือกตอบ ๔ ตัวเลือก เพื่อวัดความรู้ความเข้าใจแล้วนําผลการทดสอบก่อนและหลังเรียนมาเปรียบเทียบเพื่อทราบผลการพัฒนาในภาพรวมด้วย ๒.๘ ประเมินความพึงพอใจต่อการเรียนรู้วิชาภาษาไทยด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการ-สร้างคําในภาษาไทย วิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๓๓๑๐๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ทั้ง ๖ เล่ม ๓. หลังใช้แบบเสริมทักษะการสร้างคาในภาษาไทย รวบรวมคะแนนสอบก่อนเรียนและหลังเรียน และคะแนนการทําแบบฝึกเสริมทักษะการสร้างคําในภาษาไทยแต่ละเล่มเพื่อประเมินความก้าวหน้าของผู้เรียนคาแนะนาสาหรับนักเรียน ในการจัดการเรียนการสอนวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๓๓๑๐๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการสร้างคําในภาษาไทย จํานวน ๖ เล่มเป็นสื่อประกอบ นักเรียนควรปฏิบัติดังนี้ ๑. ก่อนเรีย นด้วยแบบฝึกเสริมทัก ษะเล่มที่ ๑นักเรียนทําแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการสร้างคําในภาษาไทย วิชาภาษาไทย รหัสวิชาท ๓๓๑๐๑ ชั้ น มั ธ ยมศึ ก ษาปี ที่ ๓ จํ านวน ๖๐ ข้ อ เป็ นข้ อสอบแบบเลื อกตอบ ๔ ตั วเลื อกเพื่อประเมินความรู้พื้นฐานของผู้เรียน
  7. 7. ๗ ๒. ก่อ นเรีย นทุก ครั้ง นัก เรีย นศึก ษาคําชี้แจงเกี่ยวกับแบบฝึกเสริมทักษะและคําแนะนําการใช้แบบฝึก เสริมทักษะสําหรับนักเรียนอย่างละเอียด ๓. ทําแบบทดสอบก่อนเรียนประจําแบบฝึกเสริมทักษะการสร้างคําในภาษาไทยแต่ละเล่ม เพื่อประเมินความรู้พื้นฐานของนักเรียน ๔. ศึกษาเนื้อหาตามลําดับขั้นตอน จะเว้นหรือข้ามไม่ได้ ๕. ศึ กษาคํ า ชี้แจง ทํา ความเข้าใจตัวอย่ างที่กํ าหนดให้ แล้วลงมือปฏิบัติกิ จกรรมในแบบฝึ ก เสริ ม ทั ก ษะที ล ะแบบฝึ ก ด้ ว ยความตั้ ง ใจและซื่ อ สั ต ย์ ห ากมี ปั ญ หาใด ๆ ควรสอบถามครูผู้สอนให้เข้าใจ ๖. ตรวจแนวคําตอบจากเฉลยท้ายเล่ม แล้วบันทึกคะแนนลงในแบบบันทึกคะแนน เพื่อทราบผลความก้าวหน้า ๗. เมื่อทําแบบฝึกเสริมทักษะครบทุก กิจกรรมแล้ว จึงทําแบบทดสอบหลังเรียนประจําแบบฝึกเสริมทักษะการสร้างคําในภาษาไทยแต่ละเล่มด้วยความรอบคอบและมั่นใจ ๘. ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนจากเฉลยท้ายเล่มบันทึกคะแนนลงในแบบบันทึกคะแนน เพื่อทราบผลการเรียนและการพัฒนา ๙. เมื่อเรียนครบทั้ง ๖ เล่ม นักเรียนทําแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการสร้างคําในภาษาไทย วิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๓๓๑๐๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓จํานวน ๖๐ ข้ อ เป็ นข้ อสอบแบบเลือกตอบ ๔ ตัวเลื อก เพื่ อวัดความรู้ความเข้าใจแล้วนําผลการทดสอบก่อนและหลังเรียนมาเปรียบเทียบเพื่อทราบผลการพัฒนาในภาพรวมด้วย ๑๐. ประเมินความพึงพอใจต่อการเรียนรู้วิชาภาษาไทยด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการสร้างคําในภาษาไทย วิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๓๓๑๐๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ทั้ง ๖ เล่ม
  8. 8. ๘แผนการจัดการเรียนรู้ประกอบแบบฝึกเสริมทักษะการสร้างคําในภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย วิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๓๓๑๐๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ เล่มที่ ๑ เรื่อง คํามูล
  9. 9. ๙ แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รหัสวิชา ท๓๓๑๐๑ ช่วงชั้นที่ ๓ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ พระบรมราโชวาท จานวน ๓๖ ชั่วโมงแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑ เรื่อง คามูล (๑) เวลา ๒ ชั่วโมงสอนวันที่….....เดือน………………พ.ศ……………. ภาคเรียนที่ ……. ปีการศึกษา ………….มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ มาตรฐาน ท ๔.๑.๑ เข้าใจการสร้างคําไทยตามหลักเกณฑ์ของภาษาสาระสาคัญ คําที่ใช้ในภาษาไทย มีลักษณะและวิธีการสร้างคําหลายแบบ ได้แก่ คําที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะคือ คํามูล และคําที่สร้างขึ้นใหม่จากคํามูล เช่น คําประสม คําซ้อน คําซ้ํา คําสมาส เป็นต้นการสร้างคําขึ้นใช้ในภาษาไทยเป็นความเจริญงอกงามทางภาษา อันเนื่องมาจากความเจริญก้าวหน้าทางวิชาการ การพัฒนาทางเทคโนโลยี ตลอดจนการติดต่อสัมพันธ์กับต่างประเทศการศึกษาหลักการสร้างคําช่วยให้การพัฒนาทางภาษาไทยมีความถูกต้องเป็นระบบมากยิ่งขึ้นผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง มีความรู้ความเข้าใจในลักษณะของคํามูล และสามารถนําไปใช้ในการสื่อสารได้อย่างถูกต้อง ตรงตามความหมายจุดประสงค์การเรียนรู้ ๔.๑ ด้านความรู้ ๔.๑ บอกที่มาของคํามูลและจําแนกชนิดของคํามูลได้ถูกต้อง ๔.๒ บอกลักษณะของคํามูลพยางค์เดียวและคํามูลหลายพยางค์ได้
  10. 10. ๑๐ ๔.๒ ด้านทักษะกระบวนการ ๔.๒.๑ จําแนกคํามูลพยางค์เดียวและคํามูลหลายพยางค์ได้ ๔.๒.๒ นําคํามูลแต่งประโยคในการสื่อสารได้อย่างถูกต้องตรงตามความหมาย ๔.๒.๓ เลือกคํามูลเขียนข้อความได้โดยใช้ภาษาอย่างประณีต และถูกต้องตามระดับ ภาษา ๔.๓ ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๔.๓.๑ ทํางานกลุ่มร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ๔.๓.๒ ปฏิบัติตนเป็นคนมีความรับผิดชอบ และความใฝ่รใฝ่เรียนในการทํากิจกรรม ู้สาระการเรียนรู้ ๑. ที่มาของคํามูล ๒. ชนิดของคํามูล ๓. ลักษณะของคํามูลพยางค์เดียวและคํามูลหลายพยางค์กระบวนการจัดการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๑. ชี้แจงให้นักเรียนทราบว่าในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้จะใช้แบบฝึกเสริมทักษะการสร้าง-คําในภาษาไทย วิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๓๓๑๐๑ จัดทําขึ้น จํานวน ๖ เล่ม เป็นสื่อประกอบ ดังนี้ เล่มที่ ๑ เรื่อง คํามูล เล่มที่ ๒ เรื่อง คําประสม เล่มที่ ๓ เรื่อง คําซ้อน เล่มที่ ๔ เรื่อง คําซ้ํา เล่มที่ ๕ เรื่อง คําสมาสที่ไม่มีสนธิ เล่มที่ ๖ เรื่อง คําสมาสที่มีสนธิสนธิ ๒. ก่อนเรียนแบบฝึกเสริมทักษะการสร้างคําในภาษาไทย เล่มที่ ๑ ให้นักเรียนทุกคนทําแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนก่อนเรียน ลักษณะข้อสอบเป็นแบบเลือกตอบ ๔ ตัวเลือกจํานวน ๖๐ ข้อ ใช้เวลา ๔๐ นาที เพื่อประเมินความรู้พื้นฐานของผู้เรียน
  11. 11. ๑๑ ๓. ก่อนเรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการสร้างคําในภาษาไทยแต่ละเล่มนักเรียนทุกคนจะต้องทําแบบทดสอบก่อนเรียนประจําแบบฝึกเสริมทักษะการสร้างคําในภาษาไทย และเมื่อเรียนจบให้นักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียนประจําแบบฝึกเสริมทักษะการสร้างคําในภาษาไทยเพื่อทราบผลการพัฒนา ๔. เมื่อเรียนครบทั้ง ๖ เล่ม นักเรียนทุกคนทําแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนซึ่งเป็นแบบทดสอบชุดเดียวกับแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน เพื่อวัดความรู้ความเข้าใจ แล้วนําผลการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนมาเปรียบเทีย บเพื่อทราบผลการพัฒนาในภาพรวม ๕. นักเรียนทุกคนประเมินความพึงพอใจต่อการเรียนรู้วิชาภาษาไทยด้วยแบบฝึกเสริมทักษะ-การสร้างคําในภาษาไทย ขั้นสอน ๑. นักเรียนทุกคนลงมือทําแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนด้วยแบบฝึก-เสริมทักษะการสร้างคําในภาษาไทย ๒. ขณะที่นักเรียนทําแบบทดสอบครูดูแลอย่างใกล้ชิด นักเรียนที่มีปัญหาครูเข้าช่วยเหลือทันที ขั้นสรุป ๑. เมื่อหมดเวลาให้นักเรียนส่งแบบทดสอบและกระดาษคําตอบส่งคืน ครูตรวจและบันทึกผลคะแนนเพื่อจะได้นําไปเปรียบเทียบความก้าวหน้าหลังจากเรียนจบ ๒. ครูชี้แจงให้นักเรียนทราบว่าในการเรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการสร้างคําในภาษาไทยวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๓๓๑๐๑ แต่ละเล่มจะมีการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ต้องการพัฒนาดังนี้ เล่มที่ ๑ พัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านความรับผิดชอบ ความใฝ่รู้ใฝ่เรียน เล่มที่ ๒ พัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านความมีวินัย ความมีจิตสาธารณะ เล่มที่ ๓ พัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านความตรงเวลา ความรับผิดชอบ เล่มที่ ๔ พัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านความใฝ่รู้ใฝ่เรียน ความมีวินัย เล่มที่ ๕ พัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านความมีจิตสาธารณะ ความตรงเวลา เล่มที่ ๖ พัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านความมีวินัย ความรับผิดชอบ ๓. นัดหมายการเรีย นครั้ งต่อ ไปด้ วยแบบฝึก เสริ มทั ก ษะการสร้ างคําในภาษาไทยวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๓๓๑๐๑ เล่มที่ ๑ เรื่อง คํามูล
  12. 12. ๑๒ ชั่วโมงที่ ๒ ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูฉายตัวอย่างคํามูลพยางค์เดียวและคํามูลหลายพยางค์ บนจอโปรเจคเตอร์ แล้วให้นักเรียนทุกคนอ่านพร้อม ๆ กัน “ นก พ่อ เกษม สนุก ประเสริฐ ผลิต ถนัด ก๋วยเตี๋ยว เกาเหลา มะยม ”แล้วถามนักเรียนว่า “ คําเหล่านี้เป็นคําชนิดใดและมีที่มาอย่างไร ” ๒. ขออาสาสมัครนักเรียน ๔ คน ออกมาเขียนตัวอย่างคํามูลที่นักเรียนรู้จัก เพิ่มอีกคนละ ๕ คํา บนกระดานดํา นักเรียนช่วยกันตรวจคําตอบ โดยครูคอยชี้แนะและแก้ไขคําที่นักเรียนเขียนผิดและชมเชยนักเรียนที่เขียนได้ถูกต้อง แล้วบอกกับนักเรียนว่า “วันนี้เราจะเรียนเรื่อง คํามูล” ๓. ตัวแทนนักเรียนออกมารับแบบฝึกเสริมทักษะการสร้างคําในภาษาไทย เล่มที่ ๑ เรื่องคํามูล แจกให้เพื่อน ๆ ทุกคน ๔. แจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการเรียนการสอน การวัดและประเมินผลในการเรียนการสอนเรื่องนี้ให้นักเรียนทราบ ๕. นักเรียนศึกษาคําชี้แจง คําแนะนําในการใช้ ขันตอนการเรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะ ้การสร้างคําในภาษาไทย วิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท๓๓๑๐๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ เล่มที่ ๑ เรื่องคํามูล ในหน้าที่ ๑ - ๔ ถ้ามีข้อสงสัยให้สอบถามครูผู้สอน ๖. นักเรียนทําแบบทดสอบก่อนเรียนประจําแบบฝึกเสริมทักษะการสร้างคําในภาษาไทยเล่มที่ ๑ เรื่อง คํามูล ซึ่งเป็นแบบทดสอบแบบปรนัยจํานวน ๑๐ ข้อ เสร็จแล้วนักเรียนจับคู่เปลี่ยนกันตรวจ แล้วบันทึกคะแนนไว้ในแบบบันทึกคะแนน ขั้นสอน ๑. ครูอธิบายภาพรวมของการสร้างคําใช้ในภาษาไทยเป็นความเจริญงอกงามทางภาษาและช่วยให้การพัฒนาทางภาษาไทยมีความถูกต้องเป็นระบบมากยิ่งขึ้น ๒. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๖ คน โดยคละความสามารถ เลือกประธาน รองประธานและเลขานุการ ระดมพลังสมองเพื่อศึกษาความรู้ เรื่อง คํามูล ในหน้าที่ ๙ - ๑๒ สรุปองค์ความรู้ที่มาของคํามูลและชนิดของคํามูลลงในกระดาษเอ ๔ ที่ครูแจกให้ ๓. ขณะที่นักเรียนทํากิจกรรมครูดูแลอย่างใกล้ชิด กลุ่มใดที่มีปัญหาครูเข้าช่วยเหลือทันทีและสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ต้องการพัฒนานักเรียนด้านความรับผิดชอบ ความใฝ่รู้ใฝ่เรียนส่วนพฤติกรรมการทํางานกลุ่มมอบหมายให้ประธานกลุ่มเป็นผู้สังเกตตามแบบสังเกตพฤติกรรม ๔. ตัว แทนทุก กลุ่ม นํา เสนอผลงาน นัก เรีย นและครูร่ว มกัน อภิป รายเพิ่ม เติม โดยครูเปิ ดโอกาสให้นักเรียนซักถาม
  13. 13. ๑๓ ๕. นักเรียนทุกคนทําแบบฝึกเสริมทักษะ เรื่อง คํามูล กิจกรรมที่ ๑ ถึงกิจกรรมที่ ๔ ในหน้าที่ ๑๓ - ๑๖โดยนักเรียนศึกษาคําชี้แจง ทําความเข้าใจตัวอย่างที่กําหนดให้ แล้วลงมือปฏิบัติกิจกรรมในแบบฝึกเสริมทักษะทีละแบบฝึกด้วยความตั้งใจและซื่อสัตย์ ครูคอยดูแลแนะนําอย่างใกล้ชิด ๖. เมื่อนักเรียนทําแบบฝึกทักษะกิจกรรม ที่ ๑ - ๔ เสร็จแล้วให้จับคู่เปลี่ยนกันตรวจคําตอบที่เฉลยไว้ในหน้าที่ ๓๓ - ๓๖ แล้วบันทึกคะแนนไว้ในแบบบันทึกคะแนน ขั้นสรุป ๑. ครูสนทนาซักถามนักเรียน เกี่ยวกับลักษณะของคํามูล หลังจากที่นักเรียนได้ศึกษาจากแบบฝึกเสริมทักษะไปแล้ว ให้นักเรียนแต่ละคนเขียนคํามูล คนละ ๕ คําลงในสมุด ๒. อาสาสมัครนักเรียนออกไปเขียนคํามูล ของตนบนกระดานดํา และให้นักเรียนทุกคนออกไปเขียนให้ครบ โดยเขียนเฉพาะคําที่ไม่ซ้ํากับของเพื่อน ๆ ๓. นักเรียนทุกคน เขียนคํามูลบนกระดานดําลงในสมุดของตนเอง ๔. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปที่มาและชนิดของคํามูล อีกครั้งหนึ่งและชมเชยนักเรียนที่ทําแบบฝึกทักษะกิจกรรมที่ ๑ - ๔ ได้ถูกต้องมากที่สุด ๕. มอบหมายให้นักเรียนทุกคนศึกษาคํามูลพยางค์เดียวและคํามูลหลายพยางค์ หน้า ๑๗และทําแบบฝึกเสริมทักษะ กิจกรรมที่ ๕ และกิจกรรมที่ ๖ ในหน้าที่ ๑๘ - ๑๙ เป็นการบ้าน
  14. 14. ๑๔วัสดุอุปกรณ์ / สื่อ / แหล่งเรียนรู้ ๑. แบบฝึกเสริมทักษะการสร้างคําในภาษาไทย เล่มที่ ๑ เรื่อง คํามูล ๑.๑ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการ- สร้างคําในภาษาไทย ๑.๒ กิจกรรมที่ ๑ บอกที่มาของคํามูล ๑.๓ กิจกรรมที่ ๒ จําแนกชนิดของคํามูล ๑.๔ กิจกรรมที่ ๓ บอกที่มาของคํามูล ๑.๕ กิจกรรมที่ ๔ บอกที่มาของคํามูล ๑.๖ กิจกรรมที่ ๕ บอกลักษณะของคํามูล ๑.๗ กิจกรรมที่ ๖ เติมคํามูล ๒. จอภาพโปรเจคเตอร์พร้อมอุปกรณ์และคอมพิวเตอร์ ๓. ตัวอย่างคํามูล ๔. กระดาษเอ ๔
  15. 15. ๑๕การวัดผลและประเมินผล สิ่งที่ต้องการวัด วิธีการวัดผลและ เครื่องมือวัดผลและ เกณฑ์การวัดผล ประเมินผล ประเมินผล และประเมินผลด้านความรู้๑. บอกที่มาของคํามูลและ ๑. การทดสอบวัดผล- ๑. แบบทดสอบวัดผล- ๑. นักเรียนได้จําแนกชนิดของคํามูลได้ สัมฤทธิ์ทางการเรียน สัมฤทธิ์ทางการเรียน คะแนนจากการทําถูกต้อง ก่อนเรียนด้วยแบบฝึก- ก่อนเรียนด้วยแบบฝึก- แบบทดสอบวัดผลฯ๒. บอกลักษณะของคํามูล เสริมทักษะการสร้างคํา- เสริมทักษะการสร้างคํา- และจากการทําพยางค์เดียวและคํามูล- ในภาษาไทยวิชาภาษาไทย ในภาษาไทยวิชา แบบทดสอบหลายพยางค์ได้ รหัสวิชา ท ๓๓๑๐๑ ภาษาไทย ประจําแบบฝึกฯด้านทักษะกระบวนการ ๒. การทดสอบก่อนเรียน รหัสวิชา ท ๓๓๑๐๑ ร้อยละ ๗๐ ขึ้นไป๓. จําแนกคํามูลพยางค์- ประจําแบบฝึกเสริมทักษะ- ๒. แบบทดสอบ ถือว่าผ่านเดียวและคํามูลหลาย- การสร้างคําในภาษาไทย ก่อนเรียนประจําแบบฝึก- ๒. นักเรียนได้พยางค์ได้ เล่มที่ ๑ เรื่อง คํามูล เสริมทักษะการสร้างคํา- คะแนนจาก๔. นําคํามูลแต่งประโยค ๓. ตรวจผลงานกิจกรรม ในภาษาไทย เล่มที่ ๑ การตรวจผลงานในการสื่อสารได้อย่าง- ที่ ๑ ถึง ๖ ในแบบฝึก- เรื่อง คํามูล ร้อยละ ๗๐ ขึ้นไปถูกต้องตรงตามความหมาย เสริมทักษะการสร้างคํา- ๓. แบบตรวจผลงาน ถือว่าผ่าน๕. เลือกคํามูลเขียนข้อความ ในภาษาไทย เล่มที่ ๑ ๔. แบบสังเกต ๓. นักเรียนได้โดยใช้ภาษาอย่าประณีต เรื่อง คํามูล พฤติกรรม- ได้คะแนนจากและถูกต้องตามระดับภาษา ๔. สังเกตพฤติกรรม- การทํางานกลุ่ม การสังเกตด้านคุณลักษณะอันพึง- การทํางานกลุ่ม ๕. แบบสังเกต พฤติกรรม-ประสงค์ ๕. สังเกตคุณลักษณะอัน- คุณลักษณะอันพึง- การทํางานกลุ่ม๖. ทํางานกลุ่มร่วมกับผู้อื่น พึงประสงค์ ประสงค์ และคุณลักษณะ-ได้อย่างมีความสุข อันพึงประสงค์๗. ปฏิบัตตนเป็นคนมี ิ ระดับคุณภาพความรับผิดชอบ และ ๓ ขึ้นไปถือว่าความใฝ่รู้ใฝ่เรียนใน ผ่านเกณฑ์การทํากิจกรรม
  16. 16. ๑๖บันทึกผลหลังจากจัดการเรียนรู้ ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง…………………….…………………..…………โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะการสร้างคําในภาษาไทย เล่มที่ …….. เรื่อง …………………….ผลปรากฏว่านักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ………… จํานวน ……………. คน ๑. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการสร้างคําในภาษาไทย วิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๓๓๑๐๑ ได้คะแนนเฉลี่ย……………..…คิดเป็นร้อยละ………………….. ๒. ทดสอบก่อนเรียนประจําแบบฝึกเสริมทักษะการสร้างคําในภาษาไทย เล่มที่ ๑ เรื่องคํามูล ได้คะแนนเฉลี่ย…………………………………………………… ๒. ผลการทําแบบฝึกเสริมทักษะการสร้างคําในภาษาไทย เล่มที่ ๑ เรื่อง คํามูล กิจกรรมที่ ๑ ได้คะแนนเฉลี่ย ………………………………………………….…… กิจกรรมที่ ๒ ได้คะแนนเฉลี่ย ………………………………...……………….…… กิจกรรมที่ ๓ ได้คะแนนเฉลี่ย ………………………………...……………….…… กิจกรรมที่ ๔ ได้คะแนนเฉลี่ย ………………………………...……………….…… กิจกรรมที่ ๕ ได้คะแนนเฉลี่ย ………………………………...……………….…… กิจกรรมที่ ๖ ได้คะแนนเฉลี่ย ………………………………...……………….…… ๓. ผลการประเมินทํางานกลุ่มร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ได้คะแนนเฉลี่ย………..…คิดเป็นร้อยละ………………เฉลี่ยระดับคุณภาพ………. ๔. ผลการประเมินนักเรียนเป็นรายบุคคลด้าน ความรับผิดชอบ และความใฝ่รู้ใฝ่เรียนในการทํากิจกรรม ได้คะแนนเฉลี่ย………..…คิดเป็นร้อยละ………………เฉลี่ยระดับคุณภาพ………. ผลที่เกิดขึ้นกับนักเรียน………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
  17. 17. ๑๗…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ (………………………………….) ครูผู้สอน
  18. 18. ๑๘ความคิดเห็น / ข้อเสนอแนะของผู้บริหารแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ………… เรื่อง ……………………….. ได้ตรวจแผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้…………………………………ชั้น……………………………… ของ ……………………………….. แล้วมีความคิดเห็นดังนี้ ๑. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง ๒. การจัดกิจกรรมได้นําเอากระบวนการเรียนรู้  ที่เน้นผู้เรียนเป็นสําคัญมาใช้ในกิจกรรมการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสมนําไปใช้ได้จริง  ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสําคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาก่อนนําไปใช้ ๓. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ..................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ (………………………………) ผู้อํานวยการโรงเรียน
  19. 19. ๑๙ภาคผนวก
  20. 20. ๒๐ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน เรื่อง การสร้างคาในภาษาไทยวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๓๓๑๐๑ ช่วงชั้นที่ ๓ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ เวลา ๔๐ นาทีคาชี้แจง ๑. ข้อสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นข้อสอบแบบเลือกตอบ ๔ ตัวเลือก จํานวน ๖๐ ข้อ ให้นักเรียน  ทับอักษร ก ข ค หรือ ง ที่เห็นว่าถูกต้องที่สุด เพียงข้อเดียวลงในกระดาษคําตอบที่ครูแจกให้ ๒. ห้ามขีดเขียนหรือทําเครื่องหมายใดๆ ลงในแบบทดสอบผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง มีความรู้ความเข้าใจในลักษณะของ คํามูล คําประสม คําซ้อน คําซ้ํา คําสมาส และสามารถนําไปใช้ในการสื่อสารได้อย่างถูกต้อง ตรงตามความหมายเล่มที่ ๑ เรื่อง คามูลจุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. บอกที่มาของคํามูลและจําแนกชนิดของคํามูลได้ถูกต้อง ๒. บอกลักษณะของคํามูลพยางค์เดียวและคํามูลหลายพยางค์ได้ ๓. จําแนกคํามูลพยางค์เดียวและคํามูลหลายพยางค์ได้ ๔. นําคํามูลแต่งประโยคในการสื่อสารได้อย่างถูกต้องตรงตามความหมาย ๕. เลือกคํามูลเขียนข้อความได้โดยใช้ภาษาอย่างประณีต และถูกต้องตามระดับภาษา๑. “คําไทยแท้ หรือคําที่มาจากภาษาอื่น อาจเป็นคําพยางค์เดียวหรือหลายพยางค์ก็ได้” คํากล่าวนี้เป็นลักษณะของคําใด ก. คํามูล ข. คําซ้ํา ค. คําซ้อน ง. คําประสม๒. ข้อใดเป็นคํามูลพยางค์เดียวที่เป็นคําไทยแท้ทุกคํา ก. เมรุ เปล ใหญ่ ข. แปรก ตู้ ปราณ ค. แขวน เดิน บ้าน ง. เพ็ญ เทป เหมือน
  21. 21. ๒๑๓. ข้อใดเป็นคํามูลที่มาจากภาษาเขมรทุกคํา ก. เถลิง เฌอ ข. จําเรียง ห้าง ค. เผอิญ ตะหลิว ง. ฉงาย ราชการ๔. ข้อใดเป็นคํามูลที่มาจากภาษาอังกฤษทุกคํา ก. โค้ก การ์ด เซ้ง ข. แซยิด สุขี ปรีดา ค. กุยเฮง เมตา ปราณี ง. โปรแกรม ออฟฟิศ เทนนิส๕. ข้อใดเป็นคํามูลที่ยืมมาจากภาษาจีนทุกคํา ก. เตี่ย อั๊ว ลื้อ ข. เจ๊ เซ้ง เจี้ยม ค. เขียม เล้ง เลี่ยม ง. เหนียม เสียม เจ๊ง๖. ข้อใดมีคํามูลที่มีภาษาต่างประเทศหลากหลายที่สุด ก. โต๊ะ ห้าง จมูก เขนย ข. ลิฟต์ บุ้งกี๋ อัคคี ปัญญา ค. ไมล์ โตนด พัสดุ วาสนา ง. เจริญ อัลบั้ม พฤกษา บุหลัน๗. ข้อใดเป็นคํามูลพยางค์เดียวทุกคํา ก. คุณ สวย แล้ว ข. น้ํา ข้าม ทะเล ค. โยเย ปลา หอย ง. โต๊ะ เตะ เกะกะ๘. ข้อใดเป็นคํามูลทุกคํา ก. ดินสอ เตารีด ระเบียง ข. ตะกร้า กระบุง หนังสือ ค. กระถาง วิทยุ ช้อนส้อม ง. สัญญา กระจก เสื้อคลุม
  22. 22. ๒๒๙. ประโยคต่อไปนี้ข้อใดมีคํามูลสองพยางค์ ก. ฉันเสียใจ ข. ฉันกินข้าว ค. นกบินกลับรัง ง. พ่อปลูกมะม่วง๑๐. ข้อความใดมีคํามูลสองพยางค์ ก. ยากยิ่งนักที่เธอฝากรัก ข. แก้วใบนี้แหละของเธอ ค. ฉันละเมอเพ้อถึงเธอทุกวัน ง. ไม้ผุดั่งคนทราม สอนยากเล่มที่ ๒ เรื่อง คาประสมจุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. บอกความหมายและลักษณะของคําประสมได้ ๒. จําแนกคํามูลกับคําประสมได้ ๓. สร้างคําประสมได้ ๔. นําคําประสมแต่งประโยคในการสื่อสารได้อย่างถูกต้องตรงตามความหมาย ๕. เลือกคําประสมเขียนข้อความได้โดยใช้ภาษาอย่างประณีต และถูกต้องตามระดับภาษา๑๑. “ คําที่ประกอบขึ้นจากคํามูล ทําให้เกิดความหมายใหม่ โดยมีเค้าความหมายเดิมอยู่” คํากล่าวนี้เป็นลักษณะของคําใด ก. คํามูล ข. คําซ้ํา ค. คําซ้อน ง. คําประสม๑๒. คําประสมในข้อใดเกิดจากคําไทยแท้ประสมกับคําภาษาอังกฤษ ก. ถนนหลวง ข. พวงหรีด ค. บังแทรก ง. สวนสัตว์
  23. 23. ๒๓๑๓. คําประสมในข้อใดเป็นคําวิเศษณ์ที่เกิดจากคําไทยแท้กับคําที่มาจากภาษาอื่น ก. ใจดี ข. ใจร้าย ค. ใจกุศล ง. ใจปลาซิว๑๔. คําประสมในข้อใดเกิดจากคํานาม + คํานาม ก. ใบไม้ ข. ลูกน้อง ค. เครื่องร่อน ง. เรียงพิมพ์๑๕. คําประสมในข้อใดที่เป็นคําไทยทุกคํา ก. น้ําปลา เลือกตั้ง รถจี๊ป ข. เลขท้าย ห่อหมก เด็กปั๊ม ค. หมอฟัน เตาถ่าน กันสาด ง. ผลไม้ ลายเซ็น ร้านกาแฟ๑๖. ข้อใดเป็นคําประสมทุกคํา ก. รถไฟ ปฏิทิน ดินสอ ข. ความรัก เงินเดือน เครื่องบิน ค. เก้าอี้ ชุดนักเรียน เปรี้ยวหวาน ง. กระเป๋า รถประจําทาง แกงส้ม๑๗. ข้อความใดที่มีคํา “นกกินปลา” เป็นคําประสม ก. นกกินปลาตัวนี้ ข. นกกินปลาตัวโต ค. นกกินปลาอยู่ที่ริมคลอง ง. นกกินปลาตัวนี้สีสวยประหลาด๑๘. ข้อใดมีคําประสมที่เป็นประโยคได้ ก. หมอยารักษาไข้ ข. ปลาเสือกินปลาเสือ ค. ของหวานรับประทานอร่อย ง. พิมพ์ดีดเครื่องนี้ราคาย่อมเยา
  24. 24. ๒๔๑๙. ข้อความใดมีคําประสมมากที่สุด ก. แม่บ้านทํากับข้าวอยู่ในครัว ข. นักเรียนต้องไม่เป็นคนใจแคบ ค. ช่างภาพของหนังสือพิมพ์ต้องเป็นคนอย่างไร ง. ชาวไร่ชาวนาพอใจที่ผู้นําประเทศเหลียวแลพวกตน๒๐. ข้อความใดมีคําประสมมากที่สุด ก. ฝูงนางนวลบินว่อนร่อนเวหา ข. คาดเข็มขัดนิรภัยปลอดภัยจริงหรือ ค. ดาวเทียมช่วยในการสื่อสารได้มาก ง. ภาพเขียนภาพนี้ทําให้ชื่อเสียงเขากระฉ่อนเล่มที่ ๓ เรื่อง คาซ้อนจุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. บอกความหมายและลักษณะของคําซ้อนได้ ๒. จําแนกคําซ้อนได้ ๓. สร้างคําซ้อนได้ ๔. นําคําซ้อนแต่งประโยคในการสื่อสารได้อย่างถูกต้องตรงตามความหมาย ๕. เลือกคําซ้อนเขียนข้อความได้โดยใช้ภาษาอย่างประณีต และถูกต้องตามระดับภาษา๒๑. “คําที่ประกอบขึ้นจากคํามูลตั้งแต่ ๒ คําขึ้นไปที่มีความหมายคล้ายกัน ความหมายเหมือนกันหรือความหมายตรงข้ามกัน” คํากล่าวนี้เป็นลักษณะของคําใด ก. คํามูล ข. คําซ้ํา ค. คําซ้อน ง. คําประสม๒๒. คําในข้อใดเป็นคําซ้อนเพื่อความหมายทุกคํา ก. เร็วไว สื่อสาร กาลเวลา ข. สูญเปล่า ขัดแย้ง เก็บตก ค. รอคอย หมู่คณะ บอกเล่า ง. เขตแดน เดินทาง บ้านเรือน
  25. 25. ๒๕๒๓. ข้อใดเป็นคําซ้อนเพื่อเสียง ก. ดูแล ข. กักขัง ค. คิดเห็น ง. สุ้มเสียง๒๔. คําซ้อนในข้อใดมีทั้งคําซ้อนเพื่อเสียงและเพื่อความหมาย ก. พอกพูน เชือนแช ยุยง ข. แคะไค้ คึกคัก โฉ่งฉ่าง ค. ทอดทิ้ง รีบร้อน เบาบาง ง. กีดกัน เหงาหงอย ปลอมแปลง๒๕. ข้อใดจัดเป็นคําซ้อนที่มีความหมายตรงข้ามกัน ก. ได้เสีย ชั่วดี ข. ขัดถู ห่างไกล ค. ถ้วยชาม เสื้อผ้า ง. หน้าตา เหล้ายา๒๖. ข้อใดเป็นคําซ้อนทั้งหมด ก. ดี๊ดี ช้อบชอบ ข. จืดจืด คัดเลือก ค. คัดเลือก ซักฟอก ง. เผ็ดร้อน รถไฟฟ้า๒๗. คําซ้อนในข้อใดเกิดจากการซ้อนคําไทยกับคําเขมร ก. ตัดสิน ข. แมกไม้ ค. ข้าวทิพย์ ง. ทรัพย์สมบัติ๒๘. ประโยคข้อใดไม่มีคําซ้อน ก. ความสุขของฉันอยู่ที่การทําดี ข. ฉันออกกําลังกายเพื่อให้แข็งแรง ค. พ่อค้ากักตุนสินค้าเพื่อต้องการกําไร ง. พ่อแม่เมื่อแก่ชราก็อยากให้ลูกๆ ดูแล
  26. 26. ๒๖๒๙. ประโยคในข้อใดมีคําซ้อนมากที่สุด ก. น้องทําเสียงอ้อแอ้คลานเตาะแตะมาหาฉัน ข. เพราะความขัดแย้งเธอจึงถูกกักขังอย่างลึกลับ ค. เธอเดินเคว้งคว้างมองหาใครสักคนให้ช่วยเหลือ ง. ขอทานแต่งตัวมอมแมมกินอาหารอย่างมูมมามเลอะเทอะเปรอะเปื้อน๓๐. ข้อความใดนําคําซ้อนมาเขียนข้อความมากที่สุด ก. เขาเป็นคนโง่เขลาเบาปัญญา ข. บุญคุณของแม่มีค่าอย่างใหญ่หลวง ค. คนชั่วช้าเลวทรามต้องใช้กรรมที่ตนริเริ่มไว้ ง. ผู้บังคับบัญชาต้องเด็ดขาดต่อผู้ใต้บังคับบัญชาเล่มที่ ๔ เรื่องคาซ้าจุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. บอกความหมายและลักษณะของคําซ้ําได้ ๒. จําแนกคําซ้ําได้ ๓. สร้างคําซ้ําได้ ๔. นําคําซ้ําแต่งประโยคในการสื่อสารได้อย่างถูกต้องตรงตามความหมาย ๕. เลือกคําซ้ําเขียนข้อความได้โดยใช้ภาษาอย่างประณีต และถูกต้องตามระดับภาษา๓๑. คําซ้ําในข้อใดมีความหมายเป็นพหูพจน์ ก. ข้อสอบปีนี้ออกตามเนื้อหาเป็นช่วงๆ ข. โดยหยิบมาทุกเล่มแล้วเทียบเนื้อหาแต่ละเรื่องๆ ค. หน้าตาแจ่มใสเด็ก ๆ กันอย่างนี้สมองคงแล่นปรู๊ดปร๊าด ง. จะมีก็แต่ครูๆ ที่คุมสอบนั่นเอง ที่จะรู้สึกว่าทําไมต้องคุมนาน๓๒. คําซ้ําในข้อใดมีความหมายเป็นอุปมา ก. นั่งๆ นอนๆ ไปวัน ๆ ดีกว่า ข. เรื่องผัวๆ เมียๆ ขี้เกียจจะยุ่ง ค. ยังไงๆ ก็เรื่องในครอบครัวเขา ง. ยุ่งกับเขามากนัก ไปๆ มาๆ จะเป็นหมาหัวเน่า
  27. 27. ๒๗๓๓. คําซ้ําในข้อใดที่มีความหมายแยกจํานวน ก. เขามีเสื้อผ้าเป็นตูๆ้ ข. ฟัง ๆ ดูเรื่องนี้ท่าจะยุ่ง ค. เธอเล่าเป็นเรื่องๆ ไปนะ ง. แม่ ๆ ยืนดูลูกๆ อยู่ริมสนาม๓๔. คําซ้ําในข้อใดเป็นการเน้นความและบอกคําสั่ง ก. พูดดังๆ หน่อยไม่ได้ยินเลย ข. นั่งๆ นอนๆ ทําให้เกียจคร้านได้ ค. เมื่อคืนนี้ฉันนอนหลับๆ ตื่นๆ ทั้งคืนเลย ง. ไม่มีอะไรทําหรือ เอาแต่นั่งๆ นอนๆ ทั้งวัน๓๕. ข้อใดมีคําซ้ํา ก. นักเขียนเขียนหนังสือช้ามาก ข. เมืองไทยไม่มีคนจนจนอดตาย ค. สมใจพูดแต่เรื่องเงินเงินทองทอง ง. นักยิมนาสติกทําพลาดท่าท่าบังคับ๓๖. คําซ้ําต่อไปนี้ทุกข้อแสดงความไม่เจาะจงยกเว้นข้อใด ก. เขาอยู่แถว ๆ อีสาน ข. เขามาหาฉันราว ๆ ต้นเดือน ค. ช่วยเลือกเอาแต่ลูกเล็ก ๆ นะ ง. นักเรียนรุนแรก ๆ ท่าทางขันแข็งดี ่๓๗. ข้อใดเป็นคําซ้ําที่เป็นคําวิเศษณ์ ก. เรารักเพื่อนเพื่อนทุกคน ข. ใครใครก็อยากเป็นคนดี ค. นายหนึ่งพูดง่ายง่ายว่าก้าวไปให้ทันโลก ง. โรงเรียนเราอยู่ใกล้ใกล้ศาลากลางจังหวัด๓๘. คําซ้ําข้อใดแสดงอาการต่อเนื่อง ก. ฉันรู้เรื่องนี้พอเลาๆ ข. เธอทํางานลวกๆ พอให้เสร็จ ค. นักเรียนจะรู้แค่งูๆ ปลาๆ ไม่ได้นะ ง. อาจารย์สอนๆ ไปก็ให้นักเรียนทําการบ้าน
  28. 28. ๒๘๓๙. คําซ้ําในประโยคใดที่ไม่สามารถใช้ไม้ยมก (ๆ) ได้ ก. วัวแก่ชอบกินหญ้าอ่อนอ่อน ข. น้ําในถาดน้ําแข็งแข็งใช้ได้แล้ว ค. คุณแม่ชอบนั่งยองยองเวลาซักผ้า ง. ดึกดึกดื่นดื่นทําไมยังไม่กลับบ้าน๔๐. ข้อความใดมีคําซ้ําที่ใช้ถูกต้อง ก. เนื้อเค็มๆ เกินไป ข. ยายดําๆ ไปกว่าเดิมมาก ค. เพชรมีค่าๆ มันมากเกินประมาณ ง. เกิดเหตุร้ายในจังหวัดภาคใต้บ่อยๆเล่มที่ ๕ เรื่อง คาสมาสที่ไม่มีสนธิจุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. บอกความหมายและลักษณะของคําสมาสที่ไม่มีสนธิได้ ๒. จําแนกคําสมาสที่ไม่มีสนธิได้ ๓. สร้างคําสมาสที่ไม่มีสนธิได้ ๔. นําคําสมาสที่ไม่มีสนธิแต่งประโยคในการสื่อสารได้อย่างถูกต้องตรงตามความหมาย ๕. เลือกคําสมาสที่ไม่มีสนธิเขียนข้อความได้โดยใช้ภาษาอย่างประณีต และ ถูกต้องตามระดับภาษา๔๑. “การนําคําบาลีและสันสกฤตมารวมกันเกิดความหมายใหม่ แต่คงเค้าความหมายเดิม” คํากล่าวนี้เป็นลักษณะของคําใด ก. คํามูล ข. คําซ้ํา ค. คําสมาส ง. คําประสม๔๒. “ศึกษาศาสตร์” เป็นคําสมาสที่ไม่มีสนธิ สร้างมาจากภาษาใด ก. บาลี + บาลี ข. บาลี + สันสกฤต ค. สันสกฤต + บาลี ง. สันสกฤต + สันสกฤต
  29. 29. ๒๙๔๓. “หัตถศึกษา ” เป็นคําสมาสที่ไม่มีสนธิ สร้างมาจากภาษาใด ก. บาลี + บาลี ข. บาลี + สันสกฤต ค. สันสกฤต + บาลี ง. สันสกฤต + สันสกฤต๔๔. คําในข้อใดเป็นคําสมาสที่ไม่มีสนธิทุกคํา ก. มหกรรม กรมท่า วรพงค์ ข. เอกภาพ สุนทรพจน์ วีรชน ค. ยุทธการ นวพล ประวัติศาสตร์ ง. กุลสตรี ราชานุเคราะห์ รัฐมนตรี๔๕. ข้อใดมีคําสมาสที่ไม่มีสนธิอยู่ในข้อความ ก. ศูนย์ศิลปาชีพน้ําท่วม ข. เขาเป็นคนรักความสันโดษ ค. ลูกชายฉันเรียนอยู่ที่เกษตรศาสตร์ ง. นักเรียนไปเที่ยวชมอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย๔๖. คําสมาสที่ไม่มีสนธิคู่ใดสร้างไม่ถูกต้อง ก. เสรี + ภาพ = เสรีภาพ ข. ทุกข + ลาภ = ทุกข์ลาภ ค. สังฆ + นายก = สังฆนายก ง. มนุษย์ + ชาติ = มนุษยชาติ๔๗. คําว่า “ทิพย + รส” สร้างเป็นคําสมาสที่ไม่มีสนธิได้ตามข้อใด ก. ทิพรส ข. ทิพย์รส ค. ทิพยรส ง. ทิพยารส๔๘. คําสมาสที่ไม่มีสนธิคู่ใดสร้างไม่ถูกต้อง ก. ราช + โอรส = ราชโอรส ข. บุตร + ภรรยา = บุตรภรรยา ค. พฤกษ + ชาติ = พฤกษชาติ ง. เทศ + บัญญัติ = เทศะบัญญัติ

×