Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

บทที่ 1 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

1,357 views

Published on

ส่วนหนึ่งของรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อชีวิต มหวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่

Published in: Technology
  • Be the first to comment

บทที่ 1 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

  1. 1. ปัจจุบันมนุษย์ฝากวิถีการดาเนินชีวิตไว้กับระบบ คอมพิวเตอร์มากขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการ ให้บริการกับประชาชนจานวนมากได้อย่างเพียงพอ คอมพิวเตอร์ จึงถือเป็นเครื่องมือในการเข้าถึงข้อมูล และใช้งานเพื่อคัดกรอง เฉพาะข้อมูลที่ต้องการมาใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ 2 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
  2. 2. 3 คุณสมบัติของคอมพิวเตอร์ ความเป็นอัตโนมัติ (Self-Acting) การทางานของคอมพิวเตอร์จะทางาน แบบอัตโนมัติภายใต้คาสั่งที่ได้ถูกกาหนดไว้ ความเร็ว (Speed) หมายถึง ความสามารถในการประมวลผลข้อมูล (Processing Speed) ความเร็วของการประมวลผลอาจแปรผันตาม ลักษณะเฉพาะของข้อมูล ความเชื่อถือ (Reliable) หมายถึง ความสามารถในการประมวลผล ให้มีความถูกต้อง ซึ่งความเชื่อถือนับเป็นสิ่งที่สาคัญที่สุดในการ ทางานของเครื่องคอมพิวเตอร์ ความถูกต้องแม่นยา (Accurate) วงจรคอมพิวเตอร์นั้นจะให้ผลของการ คานวณที่ถูกต้องเสมอ 1. 2. 3. 4.
  3. 3. 4 คุณสมบัติของคอมพิวเตอร์ เก็บข้อมูลจานวนมาก (Store Massive Amounts of Information) ในปัจจุบันจะมีที่เก็บข้อมูลสารองที่มีความจุมากกว่าหนึ่งพันล้าน ตัวอักษร ย้ายข้อมูล (Move Information) โดยใช้การติดต่อสื่อสารผ่าน ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ทาให้มีการเรียกเครือข่าย คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมกัน ทั่วโลกในปัจจุบันว่า ทางด่วน สารสนเทศ (Information Superhighway) ทางานซ้า (Repeatability) ช่วยลดปัญหาเรื่องความอ่อนล้าจากการ ทางานของแรงงานคน นอกจากนี้ยังลดความผิดพลาดต่าง ๆ ได้ดีกว่า 5. 6. 7.
  4. 4. คอมพิวเตอร์ ประกอบด้วยองค์ประกอบหลักที่สาคัญ 3 ส่วน คือ 5 องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ บุคลากร (People ware) ซอฟต์แวร์ (Software) ฮาร์ดแวร์ (Hardware)
  5. 5. การเปรียบเทียบระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์กับคนงานได้ดังนี้ 6 องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ องค์ประกอบ ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ บุคลากร เครื่องคอมพิวเตอร์ ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ รับข้อมูล และแสดงผล ต่างๆ (จอภาพแสดงผล แป้ นคีย์บอร์ด ฯลฯ) ระบบปฏิบัติการ โปรแกรม สาเร็จรูปโปรแกรมเฉพาะงาน ผู้ที่ทาหน้าที่ประมวลผลข้อมูล ด้วยคอมพิวเตอร์ มนุษย์ ร่างกาย อวัยวะต่าง ๆ ของมนุษย์ที่ ใช้ในการเคลื่อนไหวและสื่อสาร (ตา หู จมูก ลิ้น ผิวกาย) จิตใจ จิตใต้สานึก เป็นตัวสร้าง กิจกรรม เรี ยกว่าโปรแกรม ธรรมชาติ ผู้ที่ควบคุมการทางาน
  6. 6. 7 องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดแวร์ คือ อุปกรณ์ หรือชิ้นส่วนของเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่มีวงจรไฟฟ้าอยู่ภายในเป็นส่วนใหญ่ สามารถจับต้องได้ ประกอบด้วยส่วนที่สาคัญ คือ หน่วยประมวลผลกลาง หน่วยความจาหลัก หน่วยรับข้อมูลหน่วยแสดงผลหน่วยเก็บข้อมูล สารอง ฮาร์ดแวร์ (Hardware)
  7. 7. 8 องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ Input Process Output 1. การรับข้อมูลเข้า (Input) หมายถึง ขั้นตอนการรับข้อมูลเข้า สู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยจะอาศัยหน่วยรับข้อมูลเข้า (Input Unit) ทาหน้าที่ในการรับข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ การทางานของเครื่องคอมพิวเตอร์จะประกอบด้วยขั้นตอนการ ทางานพื้นฐาน ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นตอน คือ ฮาร์ดแวร์ (Hardware)
  8. 8. 9 องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ Input Process Output 2. การประมวลผลข้อมูล (Process) หมายถึง ขั้นตอนการนาข้อมูลมาประมวลผล ให้ได้ผลลัพธ์ตามต้องการ โดยมีหน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit: CPU) ทาหน้าที่ ประมวลผลข้อมูล ฮาร์ดแวร์ (Hardware)
  9. 9. 10 องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ Input Process Output 3. การแสดงผล (Output) หมายถึง ขั้นตอนการนาข้อมูลที่ผ่านการประมวลผล แล้วออกมาแสดงผลลัพธ์ให้ผู้ใช้ทราบ โดยผ่านอุปกรณ์สาหรับการแสดงผล (Output Device) ฮาร์ดแวร์ (Hardware)
  10. 10. 11 องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ เครื่องคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่อง จะประกอบด้วยส่วนประกอบต่าง ๆ แบ่งออกได้เป็น 5 ส่วน หน่วยรับข้อมูล หน่วยประมวลผลกลาง หน่วยอื่นๆหน่วยความจา หน่วยแสดงผล ส่วนประกอบของฮาร์ดแวร์
  11. 11. 12 องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ หน่วยรับข้อมูล (Input Unit) หมายถึง หน่วยที่ทาหน้าที่รับข้อมูล คาสั่งหรือโปรแกรมเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ ตลอดจนการโต้ตอบของผู้ใช้ โปรแกรมกับเครื่องคอมพิวเตอร์ รวมถึงอุปกรณ์ซึ่งสามารถป้ อนข้อมูล คาสั่งหรือโปรแกรมเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ได้ อุปกรณ์รับข้อมูล มีดังนี้ 1) อุปกรณ์แบบกด (Keyed Device) ได้แก่ แป้ นพิมพ์หรือ keyboard ส่วนประกอบของฮาร์ดแวร์ หน่วยรับข้อมูล (Input Unit)
  12. 12. 13 องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ 2) อุปกรณ์ชี้ตาแหน่งและวาดรูป (Pointing and Drawing Devices) เป็น อุปกรณ์ที่ใช้ควบคุมการทางานของตัวชี้ตาแหน่ง(Pointer) เม้าส์ (Mouse) แผ่นสัมผัส (Touchpad) จอยสติก (Joystick) ส่วนประกอบของฮาร์ดแวร์ หน่วยรับข้อมูล (Input Unit)
  13. 13. 14 องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ ส่วนประกอบของฮาร์ดแวร์ 3) ปากกาแสง (light pen) ใช้สัมผัสกับจอภาพชนิดพิเศษ เพื่อใช้ชี้ตาแหน่ง และวาดข้อมูล นิยมใช้กับงานออกแบบ 4) ดิจิไตเซอร์ (Digitizer) ทาหน้าที่แปลงข้อมูล (อ่านพิกัด) ที่เป็นเส้นตรง เส้นโค้ง ภาพวาด ให้เป็ นสัญญาณดิจิตอล แล้วถ่ายทอดสัญญาณไปยังเครื่อง คอมพิวเตอร์ หน่วยรับข้อมูล (Input Unit)
  14. 14. 15 องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ ส่วนประกอบของฮาร์ดแวร์ 5) กราฟิกแทปเลท (Graphics Tablet) เป็นเครื่องอ่านพิกัดกราฟิก ทางาน ลักษณะเดียวกับ ดิจิไตเซอร์ ต่างกันที่จะมีอักขระและคาสั่งพิเศษสาเร็จรูปอยู่บนแผ่น อ่านพิกัด นิยมใช้สาหรับงานออกแบบสถาปัตยกรรม 6) จอภาพสัมผัส (Touch Screen) เป็นจอภาพชนิดพิเศษที่ให้ผู้ใช้งานใช้นิ้ว สัมผัสบนจอภาพเพื่อป้ อนข้อมูลเข้าสู่ระบบ หน่วยรับข้อมูล (Input Unit)
  15. 15. 16 องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ ส่วนประกอบของฮาร์ดแวร์ 7) สมุดบันทึกคอมพิวเตอร์ (Digital Notebook) - เป็นอุปกรณ์ที่ประกอบด้วยแผ่นกระดาษโน้ตหรือกระดาษที่ใช้เขียนงาน ทั่วไป - ซึ่งจะต้องวางอยู่บนแผ่นอิเล็กทรอนิกส์ แล้วใช้งานร่วมกับปากกาชนิด พิเศษที่สามารถส่งสัญญาณที่เขียนบนสมุดลงไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ - ผู้ใช้สามารถเรียกดูแก้ไข หรือตกแต่งได้ตามต้องการ หน่วยรับข้อมูล (Input Unit)
  16. 16. 17 องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ 8) อุปกรณ์กราดภาพ (Scanning Devices) เป็นอุปกรณ์เพื่อใช้บันทึก ข้อความ ภาพวาด หรือสัญลักษณ์พิเศษอื่น ๆ เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยมีหลักการ ทางาน คือ อุปกรณ์จะทาการแปลงข้อมูลให้อยู่ในรูปของสัญญาณดิจิตอลที่สามารถ นาไปประมวลผลและแสดงผลบนจอภาพได้ได้แก่ สแกนเนอร์ (Scanner) - สแกนเนอร์แบบเลื่อนกระดาษ (Sheet-Fed Scanner) - สแกนเนอร์แบบแท่นนอน (Flatbed Scanner) - สแกนเนอร์แบบมือถือ (Handheld Scanner) ส่วนประกอบของฮาร์ดแวร์ หน่วยรับข้อมูล (Input Unit)
  17. 17. 18 องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ ส่วนประกอบของฮาร์ดแวร์ หน่วยรับข้อมูล (Input Unit) เครื่องอ่านรหัสบาร์โค้ด (Barcode Reader) เครื่องอ่านอักขระด้วยแสง(Optical Character Recognition:OCR) เครื่องอ่านเครื่องหมายด้วยแสง (Optical Mark Recognition: OMR) ปัจจุบันมีการพัฒนารหัสคิวอาร์ (QRCode) มีลักษณะเป็นสัญลักษณ์บาร์โค้ด 2 มิติ
  18. 18. 19 องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ ส่วนประกอบของฮาร์ดแวร์ หน่วยรับข้อมูล (Input Unit) เอ็มไอซีอาร์ (Magnetic Ink Character Recognition Device: MICR) กล้องดิจิตอล (Digital camera) กล้องวีดีโอ
  19. 19. 20 องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ ส่วนประกอบของฮาร์ดแวร์ หน่วยประมวลผลกลาง (CPU) หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit: CPU) มีหน้าที่นา คาสั่งและข้อมูลที่เก็บไว้ในหน่วยความจามาแปลความหมายและกระทาตาม คาสั่งพื้นฐานของไมโครโพรเซสเซอร์ ซึ่งแทนด้วยรหัสเลขฐานสอง การทางานของคอมพิวเตอร์ ใช้หลักการเก็บคาสั่งไว้ที่หน่วยความจา ซีพียูอ่านคาสั่งจากหน่วยความจามาแปล ความหมายและกระทาตามเรียงกันไปที ละคาสั่ง หน้าที่หลักของซีพียู คือควบคุมการทางานของคอมพิวเตอร์ทั้งระบบ ตลอดจนทาการประมวลผล
  20. 20. 21 องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ ส่วนประกอบของฮาร์ดแวร์ หน่วยประมวลผลกลาง (CPU) หัวใจของเครื่องคอมพิวเตอร์พีซี คือ ชิปไมโครโปรเซสเซอร์หรือซีพียู มี ทั้งแบบประมวลผลแบบ 32 บิต และ 64 บิต ความเร็วของซีพียูมีหน่วยที่ใช้วัด ความเร็วคือ เมกะเฮิรตซ์หรือจิกะเฮิรตซ์ แบ่งกลุ่มตามการใช้งานได้แก่ กลุ่มที่ 1 ใช้ในสานักงาน เล่นอินเทอร์เน็ต ดูหนังฟังเพลง กลุ่มที่ 2 เพื่อความบันเทิง แต่งภาพ เขียนแบบ 2D ทากราฟฟิค แต่ไม่ ถึงกับงาน 3D หรือใช้เล่นเกมส์แบบปกติกราฟิกไม่มาก กลุ่มที่ 3 ทากราฟิกงานด้าน 3D งานตัดต่อวีดีโอ ภาพยนตร์ สตูดิโอ ห้องอัดเพลง แต่งเสียง เขียนแบบ 3D เล่นเกมส์แบบละเอียดมาก
  21. 21. 22 องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ ส่วนประกอบของฮาร์ดแวร์ หน่วยประมวลผลกลาง (CPU) หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit: CPU) มีส่วนประกอบ ดังนี้ 2.หน่วยคานวณและตรรกะ ALU 1.หน่วยควบคุม CU 3. หน่วยความจาภายใน MU ทาหน้าที่ควบคุมการทางาน ควบคุมการเขียนอ่านข้อมูลระหว่าง หน่วยความจา CPU ควบคุมกลไกการทางานทั้งหมดของระบบ มีหน้าที่นาเอาข้อมูลที่เป็นตัวเลขฐานสองมาประมวลผล ทางคณิตศาสตร์ และตรรกะ หรือรีจิสเตอร์ (Register) เป็นหน่วยความจาทาหน้าที่พักข้อมูล ชั่วคราวเพื่อเตรียมนาประมวลผลในลาดับถัดใน CPU ซึ่งมีลักษณะ คล้ายกับความทรงจาในสมองของมนุษย์นั่นเอง
  22. 22. 23 องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ ส่วนประกอบของฮาร์ดแวร์ หน่วยประมวลผลกลาง (CPU) ส่วนประกอบของซีพียู
  23. 23. 24 องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ ส่วนประกอบของฮาร์ดแวร์ หน่วยแสดงผล (Output Unit) หน่วยแสดงผล หมายถึง หน่วยที่นาผลที่ได้ จากการประมวลผลข้อมูลของคอมพิวเตอร์ ออกแสดง ในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้บุคคลหรืออุปกรณ์อื่น ๆ ที่ ทางานเกี่ยวข้องได้เข้าใจ โดยผ่านทางอุปกรณ์แสดงผล (Output Devices) หน่วยแสดงผล แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ หน่วยแสดงผลชั่วคราว (Soft Copy) และ หน่วยแสดงผลถาวร (Hard Copy)
  24. 24. 25 องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ ส่วนประกอบของฮาร์ดแวร์ หน่วยแสดงผล (Output Unit) 1) หน่วยแสดงผลชั่วคราว (Soft Copy) จอภาพ (Monitor) - จอซีอาร์ที (Cathode Ray Tube: CRT) - จอแอลซีดี (Liquid Crystal Display: LCD) - จอแอลอีดี (Light Emitting Diode: LED)
  25. 25. 26 องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ ส่วนประกอบของฮาร์ดแวร์ หน่วยแสดงผล (Output Unit) อุปกรณ์ฉายภาพ (Projector) อุปกรณ์เสียง (Audio Device) ประกอบด้วยลาโพง (Speaker) และการ์ด เสียง (Sound Card)
  26. 26. 27 องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ 2) หน่วยแสดงผลถาวร (Hard Copy) เครื่องพิมพ์ (Printer) - เครื่องพิมพ์แบบกระทบ (Impact Printer) ใช้การตอกให้คาร์บอนบน ผ้าหมึกติดบนกระดาษตามรูปแบบที่ต้องการ  เครื่องพิมพ์อักษร (Character Printer)  เครื่องพิมพ์บรรทัด (Line Printer) ส่วนประกอบของฮาร์ดแวร์ หน่วยแสดงผล (Output Unit)
  27. 27. 28 องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ ส่วนประกอบของฮาร์ดแวร์ หน่วยแสดงผล (Output Unit) เครื่องพิมพ์ (Printer) - เครื่องพิมพ์แบบไม่กระทบ(NonimpactPrinter)  เครื่องพิมพ์เลเซอร์ (Laser Printer)  เครื่องพิมพ์ฉีดหมึก (InkjetPrinter)  เครื่องพิมพ์ความร้อน (Thermal Printer)
  28. 28. 29 องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ เครื่องพลอตเตอร์ (Plotter) - พลอตเตอร์แบบระนาบ(Flatbed Plotter) - พลอตเตอร์แบบทรงกระบอก(Drum Plotter) - อิเล็กโตรสแตติกพลอตเตอร์ (ElectrostaticPlotter) ส่วนประกอบของฮาร์ดแวร์ หน่วยแสดงผล (Output Unit)
  29. 29. 30 องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ ส่วนประกอบของฮาร์ดแวร์ หน่วยความจา (Memory) หน่วยความจาแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ หน่วยความจาหลัก และหน่วยความจาสารอง ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้ 1) หน่วยความจาหลัก (Main Memory) ทา หน้าที่เก็บข้อมูล ชุดคาสั่งหรือโปรแกรม ไว้สาหรับให้หน่วย ควบคุมใช้งานเพื่ออ่านคาสั่งหรือนาข้อมูลออกมา หรือใช้เก็บผลที่ ได้จากการคานวณ เพื่อใช้ดาเนินงานในลาดับต่อไป โดยทั่วไปหน่วยความจาหลักที่เป็นที่รู้จักกันมี 2 ประเภท คือ แรม (RAM) รอม (ROM)
  30. 30. 31 องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ แรม (Random Access Memory: RAM) - เป็นอุปกรณ์หรือแผงวงจรที่ทาหน้าที่เก็บข้อมูลและโปรแกรม คอมพิวเตอร์ - หน่วยความจาแรม บางครั้งเรียกว่าหน่วยความจาชั่วคราว (Volatile) ส่วนประกอบของฮาร์ดแวร์ หน่วยความจา (Memory)
  31. 31. 32 องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ ส่วนประกอบของฮาร์ดแวร์ หน่วยความจา (Memory) รอม (Read-Only Memory: ROM) - เป็นหน่วยความจาที่บันทึกคาสั่งโปรแกรมเริ่มต้น (Start-up) ของระบบ - คุณสมบัติเด่นของรอมคือ ข้อมูลและคาสั่งจะไม่ถูกลบหายไป ถึงแม้ว่า จะปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ - ข้อมูลส่วนใหญ่จะถูกบันทึกมาจากโรงงานผู้ผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์
  32. 32. 33 องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ 2) หน่ วยความจาสารอง (Secondary Memory) หน่วยความจาสารองใช้เป็นส่วนเพิ่มความจาให้มี ขนาดใหญ่มากขึ้น ทางานติดต่อยู่กับส่วนความจาหลัก หน่วยความจาสารองมีความจุมากและมีราคาถูก แต่ เรียกหาข้อมูลได้ช้ากว่าส่วนความจาหลัก ส่วนประกอบของฮาร์ดแวร์ หน่วยความจา (Memory)
  33. 33. 34 องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ ส่วนประกอบของฮาร์ดแวร์ หน่วยความจา (Memory) ฮาร์ดดิสก์ (Hard Disk) - เป็นอุปกรณ์ที่สาคัญของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีหน้าที่ในการเก็บข้อมูล - ฮาร์ดดิสก์มีความจุมากก็ยิ่งสามารถบันทึกข้อมูลลงได้มาก ๆ - อีกทั้งยังเป็นพื้นที่สาหรับติดตั้งระบบปฏิบัติการ
  34. 34. 35 องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ ออฟติคอลดิสก์ (Optical Disk) - เป็นสื่อในการเก็บข้อมูล - โดยใช้ลาแสงเลเซอร์ในการอ่านข้อมูลซึ่งทามากจากแผ่นพลาสติกที่ เคลือบด้วยอะลูมิเนียม และอะคลีลิค ตัวอย่างของออฟติคอลดิสก์ ได้แก่  ซีดีรอม (CD-ROM )  ซีดีอาร์(CD-R)  ซีดีอาร์ดับบลิว (CD-RW)  ดีวีดีรอม (DVD-ROM)  ดีวีดีอาร์ดับบลิว (DVD-RW)  ดีวีดีแรม (DVD-RAM) ส่วนประกอบของฮาร์ดแวร์ หน่วยความจา (Memory)
  35. 35. 36 องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ ส่วนประกอบของฮาร์ดแวร์ หน่วยความจา (Memory) หน่วยความจาแฟลช (Flash Memory) - เป็นหน่วยความจาขนาดเล็ก ที่สามารถบันทึกข้อมูลลงไปได้โดยที่ไม่ ต้องใช้แบตเตอรี่ - ข้อมูลไม่มีการสูญหายเมื่อปิดสวิตซ์ - ใช้กระบวนการทางไฟฟ้าในการบันทึกข้อมูลและมีตัวควบคุมการอ่าน และเขียน
  36. 36. 37 องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ ส่วนประกอบของฮาร์ดแวร์ ส่วนประกอบอื่น ๆ แผงวงจรหลัก (Mainboard) เป็นหัวใจสาคัญที่สุดที่อยู่ ภายในเครื่อง ทาหน้าที่เป็นศูนย์กลางทาให้อุปกรณ์ต่างๆ ทางานร่วมกันได้ ตัวเครื่อง (Case) เพื่อประโยชน์ในการยึดอุปกรณ์ ต่าง ๆ ให้มีความมั่นคง กะทัดรัด เคลื่อนย้ายได้ ขณะเดียวกันก็เพื่อ ความปลอดภัย
  37. 37. 38 องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ ส่วนประกอบของฮาร์ดแวร์ ส่วนประกอบอื่น ๆ แหล่งจ่ายไฟ (Power Supply) ทาหน้าที่แปลงไฟฟ้ า กระแสสลับให้เป็นกระแสตรงเพื่อจ่ายให้กับอุปกรณ์อื่น เครื่องสารองไฟ (Uninterrupted Power Supply : UPS) เป็นอุปกรณ์ ทาหน้าที่สารองไฟไว้ใช้ในกรณีไฟฟ้าดับ หรือ หากกระแสไฟฟ้าเกินหรือขาดไป
  38. 38. 39 องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ ส่วนประกอบของฮาร์ดแวร์ ส่วนประกอบอื่น ๆ การ์ดแสดงผล (VGA Card) เป็นอุปกรณ์ที่มีหน้าที่หลักๆ คือ จะรับสัญญาณข้อมูลดิจิตอลมาจากหน่วยประมวลผลกลาง แล้ว จึงทาการแปลงสัญญาณผ่านทางตัวแปลงสัญญาณภาพ การ์ดเสียง ( Sound Card) เป็นแผงวงจรอิเลคทรอนิกส์ ที่ถูก สร้างขึ้นมาเพื่อใช้ร่วมกับคอมให้แสดงผลออกมาเป็นเสียง การ์ดแลน (LAN Card) เป็นการ์ดที่ทาหน้าที่รับส่งข้อมูล ผ่านสายนาสัญญาณเช่นสายเคเบิลหรือผ่านคลื่นวิทยุจาก คอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปยังคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่ง
  39. 39. 40 ซอฟต์แวร์ (Software) ซอฟต์แวร์ (Software) ซอฟต์แวร์ (Software) หมายถึง โปรแกรมหรือชุดคาสั่งที่ถูกเขียน ขึ้นเพื่อสั่งให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทางาน ซอฟต์แวร์จึงเป็นเหมือนตัวเชื่อม ระหว่างผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์และเครื่องคอมพิวเตอร์ ประเภทของซอฟต์แวร์ สามารถแบ่งออกได้ดังนี้ ซอฟต์แวร์ระบบ (System Software) ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software) 1. 2.
  40. 40. 41 ซอฟต์แวร์ (Software) 1. ซอฟต์แวร์ระบบ (System Software) ซอฟต์แวร์ระบบ คือ ชุดของคาสั่งที่เขียนไว้เป็นคาสั่งสาเร็จรูป ใกล้ชิดกับคอมพิวเตอร์มากที่สุด เพื่อควบคุมการทางานของฮาร์ดแวร์ทุกอย่าง และอานวยความ สะดวกให้กับผู้ใช้งาน ซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมระบบที่รู้จักกันดีก็คือ DOS, Windows, Unix, Linux เป็นต้น รวมทั้งโปรแกรมแปลคาสั่งที่เขียนใน ภาษาระดับสูง นอกจากนี้โปรแกรมที่ใช้ในการตรวจสอบระบบ เช่น Norton’s Utilities
  41. 41. 42 ซอฟต์แวร์ (Software) 2. ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software) ซอฟต์แวร์ประยุกต์ คือ ซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมที่ทาให้ คอมพิวเตอร์ทางานต่างๆ ตามที่ผู้ใช้ต้องการ ไม่ว่าจะด้านเอกสาร บัญชี การ จัดเก็บข้อมูล เป็นต้น สามารถจาแนกได้เป็น 2 ประเภท คือ ซอฟต์แวร์สาหรับงานเฉพาะด้าน ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปหรือซอฟต์แวร์สำหรับงำนทั่วปป 1. 2.
  42. 42. 43 ซอฟต์แวร์ (Software) ซอฟต์แวร์ประยุกต์ 1. ซอฟต์แวร์สำหรับงำนเฉพำะด้ำน คือ โปรแกรมซึ่งเขียนขึ้นเพื่อการทางานเฉพาะอย่าง เช่น โปรแกรมการ ทาบัญชีจ่ายเงินเดือน โปรแกรมการทาสินค้าคงคลัง แต่ละโปรแกรมก็มักจะมีเงื่อนไข หรือแบบฟอร์มแตกต่างกันออกไป ตามความต้องการ หรือกฎเกณฑ์ของแต่ละหน่วยงานที่ใช้ สามารถดัดแปลงแก้ไขเพิ่มเติม (Modifications) ในบางส่วนของ โปรแกรมได้เพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้
  43. 43. 44 ซอฟต์แวร์ (Software) ซอฟต์แวร์ประยุกต์ 2. ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปหรือซอฟต์แวร์สำหรับงำนทั่วปป เป็นซอฟต์แวร์ที่มีความนิยมใช้กันสูงมาก ซอฟต์แวร์สาเร็จรูปเป็นซอฟต์แวร์ที่บริษัทพัฒนาขึ้น แล้วนาออกมา จาหน่าย เพื่อให้ผู้ใช้งานซื้อไปใช้ได้โดยตรง ซอฟต์แวร์สาเร็จรูปที่มีจาหน่ายในท้องตลาดทั่วไป และเป็นที่นิยมของ ผู้ใช้ได้แก่ 1. ซอฟต์แวร์ประมวลผลคา (Word Processing Software) 2. ซอฟต์แวร์ตารางทางาน (Spread Sheet Software) 3. ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูล(DatabaseManagement Software) 4. ซอฟต์แวร์นาเสนอ (Presentation Software) 5. ซอฟต์แวร์สื่อสารข้อมูล (Data Communication Software)
  44. 44. 45 ซอฟต์แวร์ (Software) ภาษาคอมพิวเตอร์ คือ ภาษาที่ใช้ในการติดต่อกับคอมพิวเตอร์โดยถูกนามาเขียนเป็น ชุดคาสั่ง (Program) ให้เครื่องทางานตามคาสั่งของภาษานั้น ในปัจจุบัน ภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้สาหรับเขียนโปรแกรมมีมากมายหลายภาษา ซึ่งแต่ละภาษาจะ มีกฎเกณฑ์และวิธีการเขียนโปรแกรมแตกต่างกัน ภาษาคอมพิวเตอร์แบ่งออกเป็น ภาษาระดับต่า (Low Level Language) ภาษาระดับสูง (High Level Language) ตัวแปลภาษา (Translator) 1. 2. 3.
  45. 45. 46 ซอฟต์แวร์ (Software) ภาษาคอมพิวเตอร์ 1. ภาษาระดับต่า (Low Level Language) - เป็นภาษาหรือคาสั่งที่ใช้ในการสั่งงานหรือติดต่อกับเครื่องโดยตรง - ภาษาเครื่องจะประกอบด้วยรหัสของเลขฐานสอง - เทียบกับลักษณะของสัญญาณทางไฟฟ้าเข้ากับการทางานของเครื่อง - ภาษาเครื่องจะมีกฎเกณฑ์ทางไวยากรณ์ค่อนข้างจากัด - โปรแกรมมีลักษณะค่อนข้างยุ่งยากซับซ้อน - เป็นภาษาสัญลักษณ์ - ใช้สัญลักษณ์ข้อความแทนกลุ่มของเลขฐานสอง - ผู้เขียนโปรแกรมต้องจาความหมายสัญลักษณ์ที่ใช้แทนคาสั่งต่าง ๆ - ข้อดี คือ การเขียนโปรแกรมเขียนง่ายกว่าภาษาเครื่อง - ข้อเสีย คือ การเขียนโปรแกรมมีลักษณะคล้ายภาษาเครื่อง ภาษาเครื่อง (Machine Language) ภาษาแอสแซมบลี (Assembly Language)
  46. 46. 47 ซอฟต์แวร์ (Software) ภาษาคอมพิวเตอร์ 2. ภาษาระดับสูง (High Level Language) เป็นภาษาที่ได้รับการพัฒนา ให้สามารถใช้ได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น การเขียนภาษาไม่ขึ้นกับฮาร์ดแวร์หรือลักษณะการทางานภายในของ เครื่องคอมพิวเตอร์ ผู้เขียนโปรแกรมไม่จาเป็นต้องเข้าใจระบบการทางานภายในเครื่อง มากนัก เพียงแต่เข้าใจกฎเกณฑ์ในกาเขียนแต่ละภาษาให้ดี ซึ่งลักษณะคาสั่งจะคล้ายกับภาษาอังกฤษ ภาษาระดับสูงจึงเป็นที่นิยมใช้กันแพร่หลายในปัจจุบันได้แก่ C, Basic , Java , Php , Pyton
  47. 47. 48 ซอฟต์แวร์ (Software) ภาษาคอมพิวเตอร์ 3. ตัวแปลภาษา (Translator) ตัวแปลภาษา มีหน้าที่ แปลภาษาระดับสูงที่มีลักษณะใกล้เคียงกับภาษามนุษย์ให้ เป็นภาษาเครื่องนั่นคือแปลโปรแกรมภาษาต้นฉบับให้อยู่ในรูปของโปรแกรมเรียกใช้ งานที่คอมพิวเตอร์เข้าใจ สามารถทางานได้ แบ่งได้ 3 ประเภท ดังนี้ แอสแซมเบลอร์ (Assembler) เป็นตัวแปลภาษาแอสแซมบลี ซึ่งเป็น ภาษาระดับต่าให้เป็นภาษาเครื่อง คอมไพเลอร์ (Compiler) ใช้หลักการแปลโปรแกรมต้นฉบับทั้ง โปรแกรมให้เป็นโปรแกรมเรียกใช้งาน อินเตอร์พรีเตอร์ (Interpreter) แปลพร้อมกับทางานตามคาสั่งทีละ คาสั่งตลอดทั้งโปรแกรม ทาให้แก้ไขโปรแกรมได้ง่าย และรวดเร็ว 1. 2. 3.
  48. 48. 49 ซอฟต์แวร์ (Software) ภาษาคอมพิวเตอร์ 3. ตัวแปลภาษา (Translator) ข้อแตกต่างระหว่างคอมไพเลอร์และอินเตอร์พรีเตอร์ คอมไพเลอร์ (Compiler) อินเตอร์พรีเตอร์ (Interpreter) 1. แปลทั้งโปรแกรมแล้วจึงทางานตามคาสั่งใน โปรแกรมนั้น 1. แปลโปรแกรมทีละคาสั่งและทางานตามคาสั่ง นั้นทันที 2. ใช้เนื้อที่ในหน่วยความจามาก 2. ใช้เนื้อที่หน่วยความจาน้อย 3. มีการสร้างโปรแกรมเรียกใช้งาน (Execute Program) 3. ไม่มีการสร้างโปรแกรมเรียกใช้งาน (Execute Program) 4. ถ้าโปรแกรมมีการทางานแบบวนซ้า เครื่องจะ นาโปรแกรมเรียกใช้งาน ไปใช้งานได้เลยโดยไม่ ต้องแปลซ้า ทาให้ทางานได้เร็วกว่า 4. ถ้าโปรแกรมมีการทางานแบบวนซ้า จะต้อง แปลคาสั่งซ้าแล้วซ้าอีก ทาให้การทางานช้า
  49. 49. 50 บุคลากร (People ware) • ผู้วางนโยบายการใช้คอมพิวเตอร์ให้เป็ นไปตาม เป้าหมายของหน่วยงาน ผู้จัดกำรระบบ (SystemManager) • ผู้ที่ศึกษาระบบงานเดิมหรืองานใหม่และทาการ วิเคราะห์ความเหมาะสมความเป็นไปได้ในการใช้ คอมพิวเตอร์กับระบบงาน นักวิเครำะห์ระบบ (SystemAnalyst) • ผู้เขียนโปรแกรมสั่งงานเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อให้ ทางานตามความต้องการของผู้ใช้ โปรแกรมเมอร์ (Programmer) ผู้ใช้ (User) บุคลากร หมายถึง บุคลากรในงานด้านคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีความรู้เกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ สามารถใช้งาน สั่งงานเพื่อ ให้คอมพิวเตอร์ทางานตามที่ต้องการ แบ่ง ออกได้ 4 ระดับ ดังนี้ • ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ทั่วไป ซึ่งต้องเรียนรู้วิธีการใช้เครื่อง และวิธีการใช้งานโปรแกรม
  50. 50. 51 เทคนิคในกำรเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ แทปเล็ต VAIO Duo 11 บริษัทโซนี่ กาแลคซี่โน้ต 10.1 บริษัทซัมซุง ไอแพด บริษัทแอปเปิล การเลือกซื้อคอมพิวเตอร์เป็นสองประเภทคือ เดสก์ทอป และ โน้ตบุ๊ค ซึ่งในกลุ่มของโน้ตบุ๊ค แบ่งย่อยได้อีกคือ Laptop , Notebook, Tablet และ Ultarbook
  51. 51. 52 เทคนิคในกำรเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ การเลือกซื้อคอมพิวเตอร์อย่างมีคุณภาพที่เพียงพอต่อการใช้งาน มีรายละเอียดดังนี้ 1. ซีพียู หรือหน่วยประมวลผลกลาง เปรียบได้กับสมองของคน เพราะเป็น ตัวบ่งชี้คุณสมบัติของคอมพิวเตอร์ว่าจะทางานได้เร็วหรือช้า ขึ้นอยู่กับปัจจัย ดังนี้ แกนประมวลผล (CPU Core) หมายถึง จานวนส่วนประมวลผล ที่ติดตั้งในซีพียู ซึ่งอาจมากกว่า 1 แกนประมวลผลก็ได้ ซึ่งหากซีพียูมีหลายแกน ประมวลผลมันก็จะช่วยกันประมวลผลให้เสร็จเร็วขึ้น ตัวอย่างเช่น Intel Core 2 Duo หรือ Quad-Father ของบริษัท AMD หน่วยความจาแบบ แอลแคช คือขนาดของแคชระดับที่ 2 (L2 Cache) ติดตั้งไว้ภายในตัวซีพียูเป็นหน่วยความจาที่มีความเร็วสูงมากซึ่งจะทาหน้าที่ บัฟเฟอร์ข้อมูลที่ถูกถ่ายโอนระหว่างโปรเซสเซอร์และหน่วยความจา RAM ขนาด ของแคชอาจมีได้ถึงระดับที่ 3 ซึ่งจะเป็นการเพิ่มความเร็วในการทางานให้เร็วขึ้น
  52. 52. 53 เทคนิคในกำรเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ ความเร็วสัญญาณนาฬิกา (Clock Speed) คือ ความเร็วซึ่ง โปรเซสเซอร์ประมวลผลชุดคาสั่ง โปรเซสเซอร์ทุกตัวประกอบด้วยสัญญาณนาฬิกา ภายในซึ่งจะเป็นตัวควบคุมอัตราการประมวลผลชุดคาสั่งให้เป็นไปตามจังหวะ สัญญาณนาฬิกา มีหน่วยเป็นครั้งต่อวินาทีบางทีเรียกว่าความถี่มีหน่วยเป็น เฮิรตซ์ (Hertz หรือ Hz) ความเร็วของสัญญาณนาฬิกามีหน่วยความเร็วเป็นเมกกะเฮิรตซ์ (MHz) เช่น ซีพียูมีความเร็ว 1.26GHz หมายถึงซีพียูมีความเร็ว สัญญาณนาฬิกา 1.26 พันล้านครั้งต่อวินาที ความเร็วบัส (Front Side Bus) คือความเร็วบัสซึ่งใช้ในการ เชื่อมต่อโปรเซสเซอร์เข้ากันหน่วยความจาหลัก (RAM) เนื่องจากโปรเซสเซอร์มี ความเร็วสูงขึ้นเรื่อยๆ ความเร็วบัสของระบบจึงกลายเป็นปัญหาคอขวดสาหรับพีซี ยุคใหม่ ความเร็วบัสของระบบคือ 400 MHz 533 MHz 667 MHz และ 800 MHz
  53. 53. 54 เทคนิคในกำรเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ 2. หน่วยความจา หมายถึงหน่วยความจาหลัก ทาหน้าที่เก็บทั้งข้อมูล และชุดคาสั่ง อยู่ภายนอกซีพียู มีความเร็วต่ากว่าหน่วยความจาแบบแคช เรียกกัน ว่า แรม (Random Access Memory เขียนอย่างย่อว่า RAM) ใช้เพื่อเก็บข้อมูลเป็น การชั่วคราว ชิปเซ็ต (ตัวควบคุมการสื่อสารข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ ของ ระบบคอมพิวเตอร์) แต่ละรุ่นจะสนับสนุนหน่วยความจาเพียงหนึ่งประเภท - DRAM และ RDRAM (Rambus) เทคโนโลยีหน่วยความจา แบบเก่า ซึ่งชิปเซ็ตรุ่นปัจจุบันของ Intel ไม่ได้ให้การสนับสนุนอีกต่อไป - DDR (Double Data Rate) SDRAM มีอัตราการถ่ายโอน ข้อมูลเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับการถ่ายโอนข้อมูลของ SDR SDRAM - Dual Channel DDR SDRAM มีอัตราการถ่ายโอนข้อมูล เป็นสี่เท่าของ SDR SDRAM
  54. 54. 55 เทคนิคในกำรเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ 3. ฮาร์ดดิสก์ (Harddisk) เป็นหน่วยบันทึกข้อมูล ที่สามารถเก็บทั้งข้อมูล และชุดคาสั่งที่เรียกว่าโปรแกรม เป็นหน่วยความจาแบบถาวร ที่สามารถเก็บข้อมูลไว้ ได้แม้ปิดเครื่อง มีขนาดความจุมากมายหลายขนาด เช่น 120Gbytes, 256Gbytes, 512Gbytes, 1Tbytes ฯลฯ รายละเอียดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับฮาร์ดดิสก์ มีดังนี้ 1) ชนิดของระบบบัส ที่ใช้เชื่อมโยงข้อมูลเข้าออก มี 3 มาตรฐาน คือ SCSI (Small Computer System Interface) IDE (Integrated Drive Electronics) และ SATA (Serial Advanced Technology Attachment บางทีเรียกว่า Serial ATA) ปัจจุบันนิยมใช้ฮาร์ดดิสก์ที่ใช้เชื่อมโยงข้อมูลเข้าออกแบบ SATA1 หรือ SATA2 เนื่องจากมีความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงกว่าแบบ IDE 2) ความเร็วของการหมุนจานบันทึกข้อมูล ก็มีผลต่อความเร็วใน การบันทึกข้อมูลมูล เช่น ความเร็วมีให้เลือก 5,400 - 7,200 และ 10,000 รอบต่อนาที 3) ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของจานบันทึกข้อมูลมีหลายขนาดเช่น 8/5.25/3/2.5/1.8/1/ และ0.85 นิ้ว
  55. 55. 56 เทคนิคในกำรเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ 4. แลน และ ไวร์เลสแลน (LAN and Wireless LAN) ย่อมาจาก Local Area Network ตัวย่อ LAN ใช้เป็นตัวเชื่อมต่อเพื่อสื่อสารข้อมูลกับระบบเครือข่ายแบบ ท้องถิ่นแบบใช้สายผ่านทางขั้วต่อแบบ RJ-45 ส่วนใหญ่ใช้เพื่อเข้าถึงอินเตอร์เน็ต โน๊ตบุ๊ค ส่วนใหญ่จะติดตั้งระบบไวร์เลสแลน หรือที่เรียกว่า ระบบการ เชื่อมโยงเพื่อสื่อสารข้อมูลกับระบบเครือข่ายแบบไร้สาย เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน โดย ระบบไวร์เลสแลน จะเชื่อมโยงกับตัวรับส่งข้อมูลที่ติดตั้งไว้ตามจุดบริการของ สถานที่ต่าง ๆ ด้วยคลื่นความถี่วิทยุ ที่เราคุ้นกันในชื่อ WI FI (ย่อมาจาก wireless fidelity) ซึ่งมีรหัส IEEE 802.11 โดยการพัฒนา จากสถาบันวิศวกรไฟฟ้า และ อิเลค โทรนิค หรือ Institute of Electrical and Electronics Engineering (IEEE)
  56. 56. 57 เทคนิคในกำรเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ 5. บลูทูธ (Bluetooth) โน๊ตบุ๊คก็มีการนามาใช้ทั้งเชื่อมต่อเพื่อโอนถ่ายข้อมูล ระหว่างเครื่อง ไปจนถึงเชื่อมต่อกับโทรศัพท์เพื่อเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย ข้อเสียก็ คือ ส่งข้อมูลได้ช้าเพราะมีความเร็วแค่ 100kb/sec และไม่สามารถเชื่อมต่อได้ไกลมาก นัก ประมาณ 10 เมตร 6. โมเด็ม (Modem) มาจากคาว่า modulate and demodulate หมายถึง การ ผสมสัญญาณดิจิตอลไปกับสัญญาณอนาลอก ผ่านสายโทรศัพท์ออกไปยังปลายทาง เรียกว่า modulate และเมื่อสัญญาณถึงปลายทางก็มีการถอดรหัสสัญญาณดิจิตอลออก จากสัญญาณอนาล็อก แล้วนาไปใช้งานในระบบคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อที่ปลายทาง มี ขั้วต่อแบบ RJ-11 ตามชนิดของหัวต่อ ปัจจุบันไม่มีการติดตั้งโน้ตบุ๊ก รุ่นใหม่ๆ แล้ว เพราะมีระบบ Hi Speed อินเตอร์เน็ตเข้ามาแทนที่ ซึ่งนิยมใช้เป็นพอร์ต LAN หรือ WiFi มากกว่า เพราะเร็วกว่ากันมาก
  57. 57. 58 เทคนิคในกำรเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ 7. พอร์ตยูเอสบี (USB Port) ย่อมาจาก Universal Serial Bus เป็นพอร์ตที่ ส่งถ่ายข้อมูลแบบอนุกรม ที่ได้รับความนิยมสูงสุดมีใช้ในอุปกรณ์ต่อเชื่อมแทบทุก ชนิด ตั้งแต่แฟลตไดร์ฟ (Flash drive) ไปจนถึงจอภาพ LCD เลยทีเดียว ด้วย ความสามารถเด็ดเสียบและใช้งาน (Plug & Play) คือสามารถใช้งานได้ทันทีไม่ต้องรี สตาร์ทเครื่องใหม่ ในปัจจุบันใช้ USB 2.0 เป็นหลัก ซึ่งจะมีความเร็วอยู่ในการ ถ่ายทอดข้อมูล 480 MB/s และอีกไม่นาน USB 3.0 ซึ่งมีความเร็วในการถ่ายทอด ข้อมูล 5 GB/s ก็จะเข้ามาแทนที่ ซึ่งจะมีความเร็วมากว่า 2 ถึง 10 เท่า 8. แบตเตอรี่ (Battery) เป็นสิ่งสาคัญ เพราะผู้ใช้โน้ตบุ๊ค จะใช้งานนอก สถานที่ได้ดีแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับแบตเตอรี่ โดยปัจจุบัน Li-Ion ได้รับความนิยมมากสุด นอกจากจะชาร์จเมื่อไรได้ตามต้องการแล้ว มันยังใช้งานได้นานพอสมควร (วงรอบ การชาร์จประมาณ 1,000 ครั้ง) ยิ่งจานวน Cell มากเท่าไร ยิ่งสามารถใช้งานนาน ได้มากขึ้น
  58. 58. 59 การใช้งานระบบปฏิบัติการที่น่าสนใจ • พัฒนาโดยบริษัทไมโครซอฟท์ • เปิดตัวเมื่อปี พ.ศ. 2528 (ค.ศ. 1985) • ครองความนิยมในตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล มากกว่า 90% ของการใช้งานระบบปฏิบัติการทั่วโลก ไมโครซอฟท์วินโดวส์ (Microsoft Windows) • เป็นระบบปฏิบัติการสาหรับเครื่องคอมพิวเตอร์แมค อินทอช • เป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัทแอปเปิลคอมพิวเตอร์ • เป็นระบบปฏิบัติการที่มีส่วนต่อประสานกับผู้ใช้แบบ กราฟิก (GUI) รายแรกที่ประสบความสาเร็จในเชิง พาณิชย์ • เป็นระบบปฏิบัติการที่นิยมเป็นอันดับสองรองจาก วินโดวส์ แมคโอเอส (Mac OS)
  59. 59. 60 การใช้งานระบบปฏิบัติการที่น่าสนใจ • เป็นเทคโนโลยีแบบเปิด (open system) • เป็นแนวคิดที่ผู้ใช้ไม่ต้องผูกติดกับ ระบบใดระบบหนึ่งหรือ อุปกรณ์ยี่ห้อเดียวกัน • ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองการใช้งานในลักษณะให้มีผู้ใช้ได้ หลายคน ในเวลาเดียวกัน เรียกว่า มัลติยูสเซอร์ • สามารถทางานได้หลายๆงานใน เวลาเดียวกันในลักษณะที่เรียกว่า มัลติทาสกิ้ง ยูนิกซ์ (UNIX) • เป็นตัวอย่างหนึ่งในฐานะซอฟต์แวร์เสรี และซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส • สามารถดูหรือนาโค้ดของลินุกซ์ไปใช้งาน แก้ไข และแจกจ่ายได้ อย่างเสรี • ลินุกซ์นิยมจาหน่ายหรือแจกฟรีในลักษณะเป็นแพคเกจ • โดยผู้จัดทาจะรวมซอฟต์แวร์สาหรับใช้งานในด้านอื่นเป็นชุดเข้า ด้วยกัน ลินุกซ์ (Linux)
  60. 60. 61 แบบฝึกหัดบทที่ 1 1. จงอธิบายขั้นตอนการทางานพื้นฐานของระบบคอมพิวเตอร์ 2. หน่วยรับข้อมูลมีหนน้าที่อะไร จงยกตัวอย่างอุปกรณ์ที่อยู่ในส่วนของหน่วยรับ ข้อมูล 5 ชนิด 3. จงอธิบายการทางานของหน่วยประมวลผลกลาง พร้อมทั้งบอกส่วนประกอบของ หน่วยประมวลผลกลาง 4. จงอธิบายการทางานของหน่วยแสดงผล พร้อมทั้งบอกประเภทของหน่วยแสดงผล 5. หน่วยความจาหลัก มีหน้าที่อะไร จงบอกประเภทของหน่วยความจาหลัก ทั้งหมด 6. จงอธิบายการทางานของหน่วยความจาสารอง พร้อมบอกประเภทของ หน่วยความจาสารอง 7. จงอธิบายความหมายของซอฟต์แวร์ พร้อมทั้งบอกประเภทของซอฟต์แวร์ 8. จงอธิบายความหมายของภาษาคอมพิวเตอร์ พร้อมทั้งบอกระดับของ ภาษาคอมพิวเตอร์
  61. 61. 62 แบบฝึกหัดบทที่ 1 9. ตัวแปลภาษาโปรแกรมของคอมพิวเตอร์ ทาหน้าที่อะไร และตัวแปลภาษาแบ่งเป็น สองชนิดใหญ่ ๆ อะไรบ้าง และ อธิบายความแตกต่างระหว่างตัวแปลภาษาทั้งสอง 10. จงอธิบายความหมายของบุคลากรคอมพิวเตอร์ พร้อมทั้งบอกระดับของบุคลากร คอมพิวเตอร์ 11. จงอธิบายหลักการเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ของท่าน ตามที่เข้าใจ 12. จงอธิบายความหมายของศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติของคอมพิวเตอร์ ดังนี้ CACHE, MEMORY, CPU SPEED, CLOCK, CPU CORE, SD RAM,DDR SDRRAM, RDRAM 13. หน่วยของความจุในฮาร์ดดิสก์ มีขนาดใดบ้าง 14. ชนิดของระบบบัสที่มีใช้ของ Hard disk มีกี่ชนิด อะไรบ้าง 15. จงอธิบายความแตกต่างของ CPU รุ่นต่าง ๆ มาให้เข้าใจ

×