เอกสารประกอบการเรียนเล่ม2

8,393 views

Published on

Published in: Education

เอกสารประกอบการเรียนเล่ม2

  1. 1. เอกสารประกอบการเร ี ย น กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม รายวิชาประวัติศาสตร รหัสวิชา ส ๒๑๑๐๓ ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๑ หนวยที่ ๒ เรื่องนางภัทรานิษฐ อิ่มศิลตำแหนง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการ โรงเรียนวังบอวิทยา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๔๒ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
  2. 2. ก คำนำ ในปจจุบันสภาพการจัดการเรียนการสอน มุงเนนใหผูเรียนไดศึกษาหาความรูดวยตนเองใหมากที่สุด เพื่อใหผูเรียนมีนิสัย ใฝเรียน ใฝรู อยูเสมอ ดังนั้นการจัดทำเอกสารประกอบการเรียน เปนแนวทางหนึ่งที่สงเสริมใหผูเรียนคนควาหาคำตอบดวยตนเอง เอกสารประกอบการเรียน รายวิชาประวัติศาสตรส ๒๑๑๐๓ เรื่ อ ง วิ ธี ก ารทางประวั ติ ศ าสตร ประกอบด ว ยหัวขอเรื่อง ความนำ สาระสำคัญ จุดประสงคการเรียนรู แบบทดสอบกอนเรียน เนื้อหา กิจกรรม แบบฝก และแบบทดสอบหลังเรียนพรอมเฉลย ซึ่งจะทำใหผูเรียนเกิดการเรียนรูไดดวยตนเองและมีความเขาใจในเนื้อหาสาระไดเปนอยางดี อีกทั้งทำใหผูเรียนสะดวกต อ การศึ ก ษาหาความรู ไ ด ด ว ยตนเอง จึ ง นั บ ได ว า เป น เอกสารประกอบการเรียนที่มีประโยชนตอการเรียนการสอนเปนอยางยิ่ง ขอขอบคุณเจาของตำราที่นำมาอางอิงไวในเอกสารและนายเชาวฤทธิ์ จงเกษกรณ ศึกษานิเทศกเชี่ยวชาญ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๔๒ ที่ใหคำปรึกษาจนเอกสารฉบับนี้มีความชัดเจนและสมบูรณยิ่งขึ้น ภัทรานิษฐ อิ่มศิล
  3. 3. ข สารบัญเรื่อง หนาหนาคำนำ กสารบัญ ขคำชี้แจง คหนวยที่ ๒ วิธีการทางประวัติศาสตร ๑ แบบทดสอบกอนเรียน ๓ เฉลยคำตอบแบบทดสอบกอนเรียน ๖ ตอนที่ ๑ ความหมายและความสำคัญของประวัติศาสตร ๗ กิจกรรมที่ ๑ ๑๒ แนวตอบกิจกรรมที่ ๑ ๑๓ ตอนที่ ๒ วิธีการทางประวัติศาสตร ๑๔ กิจกรรมที่ ๒ ๑๘ แนวตอบกิจกรรมที่ ๒ ๑๙ กิจกรรมที่ ๓ ๒๐ แนวตอบกิจกรรมที่ ๓ ๒๑ ตอนที่ ๓ ลักษณะ ประเภท และแหลงที่มาของหลักฐาน ทางประวัติศาสตร ๒๒ กิจกรรมที่ ๔ ๒๗ แนวตอบกิจกรรมที่ ๔ ๒๘ ตอนที่ ๔ ตัวอยางการนำวิธีการทางประวัติศาสตรไปใชในการศึกษา ประวัติศาสตรทองถิ่น และประวัติศาสตรสุโขทัย ๒๙ กิจกรรมที่ ๕ ๓๔ แนวตอบกิจกรรมที่ ๕ ๓๕ ตอนที่ ๕ ตัวอยางการนำหลักฐานไปใชในการศึกษาประวัติศาสตรสุโขทัย ๓๖ กิจกรรมที่ ๖ ๔๐ แนวตอบกิจกรรมที่ ๖ ๔๑ แบบทดสอบหลังเรียน ๔๒ เฉลยคำตอบแบบทดสอบหลังเรียน ๔๕เอกสารอางอิง ๔๖
  4. 4. ค คำชี้แจงสำหรับนักเรียน เอกสารประกอบการเรียนเลมนี้ นักเรียนสามารถศึกษาและเรียนรูไดดวยตนเอง กอนที่จะศึกษาและเรียนรูใหนักเรียนอานคำชี้แจง ดังนี้๑. ศึกษา หัวขอเรื่อง ความนำ สาระสำคัญ จุดประสงคการเรียนรู เพื่อใหทราบวา เมื่อจบบทเรียน นักเรียนสามารถเรียนรูอะไร ไดบาง๒. ทำแบบทดสอบกอนเรียน จำนวน ๒๐ ขอแลวตรวจคำตอบ จากเฉลย๓. ศึกษาเนื้อหา สาระ รายละเอียดในตอนที่ ๑ ถึงตอนที่ ๕๔. ทำกิจกรรมตามที่กำหนดใหดวยตนเอง ถาทำไมได หรือสงสัย ใหอานทบทวนเนื้อเรื่องใหม แลวตรวจคำตอบจากเฉลย๕. ทำแบบทดสอบหลังเรียน แลวตรวจคำตอบจากเฉลย
  5. 5. ๒ วิธีการทางประวัติศาสตร 1 หนวยที่ เวลา ๗ คาบ วิธีการทางประวัติศาสตร หัวขอเรื่อง ๑. ความหมายและความสำคัญของประวัติศาสตร ๒. วิธีการทางประวัติศาสตร ๓. ลักษณะ ประเภท และแหลงที่มาของหลักฐานทางประวัติศาสตรไทย ๔. ตัวอยางการนำวิธีการทางประวัติศาสตรไปใชในการศึกษาประวัติศาสตรทองถิ่นและ ประวัติศาสตรสุโขทัย ๕. ตัวอยางการนำหลักฐานไปใชในการศึกษาประวัติศาสตรสุโขทัย ความนำ การศึกษาวิชาประวัติศาสตร หรือเรื่องราวในอดีตของมนุษยนั้น เปนกระบวนการไตสวนขอเท็จจริง เพื่ออธิบายและวิเคราะหเรื่องราวหรือเหตุการณที่เกิดขึ้นในอดีต โดยศึกษาสาเหตุและปจจัยที่ทำใหเกิดเหตุการณนั้นๆ ตลอดจนผลกระทบที่เกิดตอมา ดังนั้น เพื่อใหไดขอเท็จจริงเกี่ยวกับอดีตของมนุษยที่ถูกตองมากที่สุดและมีอคตินอยที่สุด นักประวัติศาสตรจึงใชวิธีการศึกษาที่เรียกวา“วิธีการทางประวัติศาสตร” วิธีการทางประวัติศาสตร ประกอบดวยขั้นตอนตางๆ ๕ ขั้นตอน ไดแก การกำหนดปญหาหรือเรื่องที่จะศึกษา การรวบรวมหลักฐาน การตรวจสอบและประเมินหลักฐาน การตีความหลักฐานและการเรียบเรียงและนำเสนอ
  6. 6. วิธีการทางประวัติศาสตร 2 สาระสำคัญ วิธีการศึกษาประวัติศาสตรที่ทำใหทราบเรื่องราวของมนุษยในอดีตไดอยางถูกตอง นาเชื่อถือตรงกับความจริงมากที่สุด เรียกวา วิธีการทางประวัติศาสตร โดยอาศัยจากหลักฐานที่เปนลายลักษณอักษรและหลักฐานที่ไมเปนลายลักษณอักษร เริ่มตั้งแตการกำหนดหัวเรื่อง การรวบรวมหลักฐานการประเมินคุณคาของหลักฐาน การตีความหลักฐานและการสังเคราะหขอมูล จุดประสงคการเรียนรู หลังจากศึกษาเนื้อหาและทำกิจกรรมในหนวยนี้แลว ผูเรียนจะสามารถทำสิ่งตอไปนี้ได ๑. บอกความหมายและความสำคัญของประวัติศาสตรได ๒. ระบุขั้นตอนของวิธีการทางประวัติศาสตรไดอยางถูกตอง ๓. อธิบายลักษณะ ประเภท และแหลงที่มาของหลักฐานทางประวัติศาสตรไทยได ๔. อธิบายและตัวอยางการนำวิธีการทางประวัติศาสตรไปใชในการศึกษาประวัติศาสตร ทองถิ่น และประวัติศาสตรสุโขทัยได ๕. อธิบายตัวอยางการนำหลักฐานไปใชในการศึกษาประวัติศาสตรสุโขทัยได
  7. 7. วิธีการทางประวัติศาสตร 3 ประจำหนวยที่ ๒คำชี้แจง ขอสอบเปนแบบปรนัย ชนิด ๔ ตัวเลือก จำนวน ๒๐ ขอคำสั่ง จงเลือกคำตอบที่ถูกตองที่สุดเพียงคำตอบเดียว แลวกากบาท ( ) ลงใน กระดาษคำตอบ๑. ขั้นตอนใดของวิธีการทางประวัติศาสตร ๔. การศึกษาเรื่องราวทางประวัติศาสตร ที่มีความสำคัญที่สุดตอการเขียนผลงาน จะมี ค วามถู ก ต อ งสมบู ร ณ ม าก เป น ทางประวัติศาสตรใหสมบูรณ เพราะเหตุใด ก. การรวบรวมหลักฐาน ก. รัฐบาลใหการสนับสนุน ข. การเรียบเรียงหรือการนำเสนอ ข. ประชาชนใหความสนใจ ค. การประเมินคุณคาของหลักฐาน ค. มีหลักฐานในการคนความาก ง. ทุกขั้นตอนมีความสำคัญเทาเทียมกัน ง. นักประวัติศาสตรมีความสามารถ๒. เพราะเหตุใดจึงตองใชวิธีการทางประวัติ- ๕. ขั้นตอนแรกของวิธีการทางประวัติศาสตร ศาสตรในการศึกษาประวัติศาสตร คือขอใด ก. เพื่อจะไดเปนนักประวัติศาสตรที่มี ก. การสันนิษฐาน ชื่อเสียง ข. การลงประชามติ ข. เพื่ อ เปรี ย บเที ย บผลการศึ ก ษาใน ค. การรวบรวมขอมูล สาขาวิชาตางๆ ง. การกำหนดหัวเรื่อง ค. เพื่อคนหาความจริงจากหลักฐานทาง ๖. การศึกษาประวัติศาสตรจากหลักฐาน ประวัติศาสตร ชั้นรองมีขอดีอยางไร ง. เพื่อหาจุดประสงคของผูสรางหลักฐาน ก. ใหขอมูลที่เชื่อถือไดแนนอน ทางประวัติศาสตร ข. ไมตองนำมาวิเคราะหตีความ๓. บุ ค คลใดมี คุ ณ ลั ก ษณะพื้ น ฐานของ ค. เปนแนวทางในการศึกษาเบื้องตน นักประวัติศาสตรที่ดี ง. ไมตองเหนื่อยในการคนหาหลักฐาน ก. กลามีความเชื่อมั่นในตนเองสูง ๗. เราควรใชวิธีการทางประวัติศาสตรใน ข. แกวมีนิสัยลำเอียง เขาขางแตคนที่ การศึกษาประวัติศาสตรตามขอใด ตนรัก ก. เรื่องที่เราใหความสนใจ ค. เกงเชื่อที่คนอื่นพูดโดยไมไตรตรอง ข. เรื่องที่ผูอื่นศึกษาไวแลว ใหดีกอน ค. เรื่องที่ลึกลับเหนือธรรมชาติ ง. กองมีความละเอียดรอบคอบและ ง. เรื่ อ งที่ ท ำให เ กิ ด ความเสี ย หายแก เปดใจกวางรับฟงความเห็นทีแตกตาง ่ บุคคลอื่น
  8. 8. วิธีการทางประวัติศาสตร 4 ๘. การตรวจสอบหลักฐานวาเปนของจริง ๑๓. ความรูใหมทางประวัติศาสตรที่ผานการ หรือไมเปนขั้นตอนใดของวิธีการทาง ศึกษาคนควาตีความแลวเปลี่ยนแปลง ประวัติศาสตร ไดหรือไม ก. การรวบรวมหลักฐาน ก. ได ขึ้นอยูกับนักประวัติศาสตร ข. การกำหนดหัวเรื่องที่จะศึกษา ข. ไมได เพราะจะทำใหคนสับสน ค. การประเมินคุณคาของหลักฐาน ค. ไมได เพราะผานการวเิ คราะหตความ   ี ง. การวิเคราะห สังเคราะห และจัด มาแลวอยางดี หมวดหมูขอมูล ง. ได ขึ้นอยูกับขอมูลหลักฐานที่อาจมี ๙. การพิจารณาความนาเชื่อถือของหลักฐาน การคนพบเพิ่มเติมในภายหลัง ควรดูจากสิ่งใด ๑๔. ในการศึกษาประวัติศาสตรสมัยสุโขทัย ก. ขอมูลจากหลักฐาน ควรศึกษาจากแหลงขอมูลใด ข. จำนวนหลักฐานที่พบ ก. ตำนานมูลศาสนา ค. ความสมบูรณของหลักฐาน ข. จดหมายเหตุลาลูแบร ง. ความนาเชื่อถือของผูสรางหลักฐาน๑๐. การศึกษาเรื่องราวของมนุษยสมัยกอน ค. ศิลาจารึกพอขุนรามคำแหงมหาราช ประวัติศาสตรควรศึกษาจากหลักฐานใด ง. จดหมายเหตุฟาน ฟลีต หรือวัน วลิต ก. ศิลาจารึก ๑๕. ขอความในศิลาจารึกวา “...เจาเมืองบ ข. หลักฐานทางโบราณคดี เอาจกอบในไพรลูทาง...” หมายความวา ค. พระราชพงศาวดาร เจาเมืองไม เก็บภาษีผานทาง ขอความนี้ ง. บันทึกของชาวตางชาติ จัดอยูในขั้นตอนใด๑๑. เพราะเหตุใดนักประวัติศาสตรจึงตีความ ก. การรวบรวมหลักฐาน ขอมูลจากหลักฐานชิ้นเดียวกันแตกตางกัน ข. การเรียบเรียงหรือการนำเสนอ ก. มีความเชื่อตางกัน ค. การประเมินคุณคาของหลักฐาน ข. มีความสนใจตางกัน ง. การวิเคราะห สังเคราะห และจัด ค. มีจุดประสงคที่ตางกัน หมวดหมูขอมูล ง. มีความรูความสามารถตางกัน ๑๖. ในการนำตำนานมาใชเปนหลักฐานทาง๑๒. หากนักเรียนพบความขัดแยงของขอมูล ประวัติศาสตร ผูศึกษาควรใชวิธีการใด จากหลั ก ฐานต า งประเภทกั น ควรทำ จึงจะไดขอมูลที่นาเชื่อถือมากที่สุด อยางไร ก. นำมาใชกลาวอางไดเลย ก. ถือวาเปนขอมูลที่ไมนาเชื่อถือทั้งคู ข. ควรนำหลั ก ฐานอื่ น มาใช ศึ ก ษา ข. ตรวจสอบเปรียบเทียบกับหลักฐาน ประกอบ อื่นตอไป ค. ถื อ ว า ข อ มู ล ถู ก ต อ งแต ต า งกั น ที่ ค. ตำนานเป น เรื่ อ งอิ ท ธิ ป าฎิ ห าริ ย ความเห็นของผูสราง นำมาใชเปนหลักฐานไมได ง. ตรวจสอบดูวาหลักฐานใดสรางกอน ง. ควรนำตำนานมาประชาพิ จ ารณ ยอมมีความนาเชื่อถือมากกวา เพื่อประเมินความนาเชื่อถือกอน
  9. 9. วิธีการทางประวัติศาสตร 5๑๗. หลักฐานประเภทใดที่บันทึกเรื่องราวใน ๑๙. หากผลการศึกษาประวัติศาสตรของเรา อดีตภายใตการอุปถัมภของราชสำนัก มีความแตกตางกันจากขอมูลประวัติ- ก. พงศาวดาร ศาสตรที่มีอยูเดิมจะตองทำอยางไร ข. ตำนาน ก. แสดงขอมูลหลักฐานมาสนับสนุน ค. จดหมายเหตุ ข. กลับไปศึกษาใหมอีกครั้งเพื่อความ ง. บันทึกของชาวตางชาติ แนใจ๑๘. ขอใดคือปจจัยสำคัญที่ทำใหมีการบิดเบือน ค. ปรับผลการศึกษาใหสอดคลองกับ ขอเท็จจริงทางประวัติศาสตร ขอมูลที่มีอยูเดิม ก. ขอมูลขัดแยงกัน ง. นำเสนอผลการศึกษาโดยไมสนใจ ข. อคติของผูศึกษา ขอมูลที่มีอยูเดิม ค. ขอมูลไมสมบูรณ ๒๐. หลั ก ฐานทางประวั ติ ศ าสตร ข อ ใดอยู ง. ความยาวนานของเวลา ตางสมัยจากขออื่น ก. วัดพระศรีสรรเพชญ ข. จดหมายเหตุลาลูแบร ค. พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ง. พระราชพงศาวดารกรุ ง เก า ฉบั บ หลวงประเสริฐฯ
  10. 10. วิธีการทางประวัติศาสตร 6 Ẻ·´Êͺ¡‹Í¹àÃÕ ประจำหนวยที่ ๒ ¹ขอ คำตอบ ขอ คำตอบ๑ ง ๑๑ ก๒ ค ๑๒ ข๓ ง ๑๓ ง๔ ค ๑๔ ค๕ ง ๑๕ ก๖ ข ๑๖ ข๗ ก ๑๗ ก๘ ค ๑๘ ข๙ ค ๑๙ ก๑๐ ข ๒๐ ค
  11. 11. วิธีการทางประวัติศาสตร 7 µÍ¹·Õè ñ ความหมายและความสำคัญของประวัติศาสตร ๑. ความหมายของประวัติศาสตร ประวัติศาสตร คือ การศึกษาเรื่องราวหรือประสบการณของมนุษยในอดีตจากหลักฐานที่มีการจดบันทึกไวหรือจากหลักฐานที่เปนลายลักษณอักษร และหลักฐานประเภทคำบอกเลา เชนตำนาน นิทานพื้นบาน รวมไปถึงวัตถุประจักษพยานตางๆ โดยอาศัยหลักฐานดังกลาววิเคราะหตีความ เพื่อสรางเรื่องราวประวัติศาสตร เรื่องราวประสบการณของมนุษยครอบคลุมทุกเรื่องทุกดานที่มนุษยไดทำ ไดคิด ไดสรางสรรค ทั้งที่เกี่ยวของกับการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ สังคม ศิลปะวัฒนธรรม และเกี่ยวของกับคนทุกชนชั้น ทุกเพศวัย ทั้งนี้เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจเกี่ยวกับเรื่องราวหรือประสบการณของมนุษยไดถูกตอง ชัดเจนที่สุด ประวัติศาสตรของมนุษยเมื่อมีการบันทึกเปนลายลักษณ อักษรแลวเรียกวา “สมัยประวัติศาสตร” เริ่มตนเมื่อมนุษยรูจัก คิดคนตัวอักษรหรือตัวหนังสือขึ้นมาจดบันทึกเหตุการณตางๆ หรือเรื่องราวในชีวิตประจำวัน มนุษยเริ่มมีตัวหนังสือและจด บันทึกเมื่อราว ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ ป ลวงมาแลว ที่เมโสโปเตเมีย (ปจจุบัน คือ ประเทศอิรัก) จากชวงเวลาดังกลาวจึงถือไดวา เปนการเริ่มสมัยประวัติศาสตรของมนุษยชาติ สำหรับชวงเวลา กอนหนานั้นเรียกวา “สมัยกอนประวัติศาสตร” อักษรยูนิฟอรมหรืออักษรลิ่ม ชาวสุเมเรียนประดิษฐขึ้นเมื่อราว ๓,๔๐๐ ปกอนคริสตศักราช ประวั ติ ศ าสตร มาจากคำว า History ในภาษาอังกฤษ รากศัพทเดิมเปนภาษากรีก คือ คื อ Historia แปลว า การค น คว า หรื อ วิ จั ย เดิมเปนชื่อหนังสือที่เฮโรโตตุส (Herodotus, ๔๘๔-๔๒๐ ปกอน ค.ศ.) แตงขึ้นคือ ประวัติศาสตรสงครามระหวางกรีกกับเปอรเชีย ดังนั้น ประวัติศาสตรจึงตองมีการคนควาและตรวจสอบหลักฐาน ขอมูลตางๆ อยางเปนระบบ โดยวิธีการทางประวัติศาสตร
  12. 12. วิธีการทางประวัติศาสตร 8 ในการศึกษาเรื่องราว หรือประสบการณของมนุษยซึ่งมีมากมายนั้น นักประวัติศาสตรไมไดใชหลักฐานที่เปนลายลักษณอักษรเพียงอยางเดียว และหลักฐานที่เปนลายลักษณอักษรก็มีไมเพียงพอกับการศึกษาเรื่องราวของมนุษยดวย เพราะมนุษยไมไดจดบันทึกเรื่องราวทั้งหมดไวอยางสมบูรณ หรือจดบันทึกไว เกิดการสูญหาย หรือถูกทำลายไปก็มี ดังนั้นนักประวัติศาสตรจึงตองใชหลักฐานดานอื่นๆมาประกอบการศึกษาประวัติศาสตรดวย เชน โบราณวัตถุ โบราณสถานศิลปวัตถุ ภาพวาด เครื่องประดับ เครื่องแตงกาย นอกจากนี้ มนุษยยังตองการรูเรื่องราวของผูคนในสมัยกอนประวัติศาสตรดวย นักประวัติศาสตรจึงตองอาศัยพึ่งพาความรูจากนักโบราณคดี ซึ่งเปนผูศึกษาเรื่องราวของมนุษยกอนการคิดคนตัวหนังสือและจดบันทึกไว การขุดคนแหลงโบราณคดีสมัยกอนประวัติศาสตร บริเวณบานหนองโน อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ปจจุบันนักประวัติศาสตรใชหลักฐานที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น มากยิ่งกวาหลักฐานที่เปนลายลักษณอักษรหรือหลักฐานอื่นที่เคยใชมา หลักฐานอื่นๆ เชน ภาพถาย ภาพยนตร แถบวีดีทัศนแผนวีดีทัศน แถบบันทึกเสียง เปนตน
  13. 13. วิธีการทางประวัติศาสตร 9 อยางไรก็ดีควรเขาใจวาความรูทางประวัติศาสตรที่นาเชื่อถือ ที่มีความถูกตอง ไมใชวาเพียงใชหลักฐานดังที่กลาวมา ในการเขียน การบันทึก ก็ถือวาเปนงานทางประวัติศาสตรดวย ที่สำคัญอีกประการหนึ่งของงานทางประวัติศาสตรที่ดี ก็คือ ตองใชวิธีการศึกษาที่เหมาะสม ที่เรียกวา “วิธีทางประวัติศาสตร” ในการศึกษาคนควา เรียบเรียง และนำเสนอ ๒. ความสำคัญของประวัติศาสตร วิ ช าประวั ติ ศ าสตร มี ค วามสำคั ญ มาก และมี ค วามสำคั ญ มาเป น เวลานานแล ว ผู ไ ด รั บการยกยองใหเปนบิดาวิชาประวัติศาสตรของตะวันตก คือ “เฮโรโดตุส” (Herodotus ประมาณ ๔๘๔ –๔๒๐ ป ก อ นคริ ส ต ศั ก ราช) เป น ชาวกรี ก ส ว นผู ไ ด รั บ ยกย อ งให เ ป น บิ ด าวิ ช าประวั ติ ศ าสตร ข องโลกตะวันออก คือ “ซือหมา เชียน” (Sima Qian ประมาณ ๑๔๕ – ๘๕ ปกอนคริสตศักราช)เปนชาวจีน บิดาวิชาประวัติศาสตร บิดาวิชาประวัติศาสตร บิดาวิชาประวัติศาสตร ของโลกตะวันตก ของโลกตะวันออก ของไทย เฮโรโดตุส (ประมาณ ๔๘๔ – ซื่อหมา (ประมาณ ๑๔๕ – สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชา- ๔๒๐ ปกอนคริสตศักราช) ๘๕ ปกอนคริสตศักราช) นุภาพ (พ.ศ. ๒๔๐๕-๒๔๘๖) นั ก ประวั ติ ศ าสตร ช าวกรี ก เป น นักประวัติศาสตรชาวจีน สมัย ทรงเป น พระราชโอรสองค ผู บั น ทึ ก สงครามระหว า งกรี ก ราชวงศ ฮั่ น ตะวั น ตก ตรงกั บ ที่ ๕๗ ในพระบาทสมเด็ จ กับเปอรเซีย ซึ่งไดรับการยกยอง รั ช สมั ย จั ก รพรรดิ ฮั่ น อู ตี้ เป น พระจอมเกลาเจาอยูหัว ประสูติแต วาเปนวรรณกรรมรูปแบบใหม ผู ป ระพั น ธ ห นั ง สื อ “สื่ อ จี้ ” ซึ่ ง เจาจอมมารดาชุม ทรงประกอบ เพราะมีการเรียงลำดับเรื่อง มี แปลวา “บันทึกของนักประวัติ พระราชกรณียกิจตางๆ มากมาย การตั้งประเด็นปญหา ซึ่งกอให ศาสตร ” โดยได บั น ทึ ก สภาพ ซึ่งลวนเปนประโยชนแกบานเมือง เกิดการเรียนรูเกี่ยวกับพฤติกรรม การเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และทรงเปนบุ คคลแรกๆ ที่ให มนุ ษ ย และคำว า “Historic” และประวัติศาสตรในระยะเวลา ความสนใจประวั ติ ศ าสตร ไ ทย ที่เขาใชในงานเขียนซึ่งกอนหนา ๓,๐๐๐ ป ตั้งแตบรรพกาลถึง โ ด ย ไ ด ท ร ง พ ย า ย า ม ค น ห า นี้มีความหมายวา “วิจัย” เพียง ราชวงศ ฮั่ น ตะวั น ตก นั บ เป น หลั ก ฐานทางประวั ติ ศ าสตร อย า งเดี ย วได ก ลายเป น คำใหม หนังสือประวัติศาสตรรวมหลาย ต า งๆ เพื่ อ แต ง ตำราเผยแพร คือคำวา “ประวัติศาสตร” ยุคสมัยเลมแรกของจีน ซึ่ ง เป น ประโยชน แ ก ก ารศึ ก ษา ประวัติศาสตรไทยมาก
  14. 14. วิธีการทางประวัติศาสตร 10 ประวัติศาสตรมีความสำคัญ ดังนี้ ๑. ประวัติศาสตรใหความรูเกี่ยวกับความเปนมาของมนุษยทุกเรื่องทั้งความสำเร็จ ลมเหลวความรวมมือ ความขัดแยง การสรางสรรค การทำลาย ฯลฯ ซึ่งจะเปนบทเรียน เปนตัวอยางที่ดีที่คนรุนปจจุบันจะไดนำมาปฏิบัติในเรื่องที่ดี หรือหลีกเลี่ยง ปองกัน ไมใหเรื่องที่ดีเกิดซ้ำขึ้นมาอีก ๒. ประวัติศาสตรเปนรากฐานความเจริญของมนุษยในปจจุบัน มนุษยใชเวลาหลายปนับแตมีการคิดคนตัวหนังสือ หรือหลายหมื่น หลายแสนป ในการสรางสมอารยธรรมจนทำใหเรามีชีวิตที่สบายในปจจุบัน ความเจริญทั้งหลายในปจจุบันและในอนาคตยอมเปนผลมาจากประวัติศาสตรดังนั้น วิชาประวัติศาสตรทำใหเราชื่นชมและเห็นความสำคัญในการรักษามรดกทางอารยธรรม ๓. ประวัติศาสตรทำใหมนุษยมีความเฉลียวฉลาด มีเหตุผล มีความคิดที่ดี เพราะประวัติ-ศาสตรใหตัวอยางในบทเรียนที่ดีที่จะปฏิบัติตามหรือหลีกเลี่ยง และวิธีการทางประวัติศาสตรทำใหมนุ ษ ยมีวิธีการคิดอยางฉลาด เลือกเชื่อในเรื่องที่มีหลักฐานที่ดี ไมเชื่อเรื่องที่ไมมีหลักฐาน หรือหลักฐานไมดี ๔. ประวัติศาสตรใหบทเรียนทางจริยธรรม เพราะประวัติศาสตรแสดงใหเห็นผลการทำความดี ทำความชั่ว ผูทำความดีจะไดรับการยกยอง สวนผูทำความชั่วจะถูกประณามสาปแชงไมวาเวลาจะลวงเลยไปนานเพียงใดก็ตาม ๕. ประวัติศาสตรทำใหมนุษยมีความละเอียดรอบคอบในการศึกษาคนควา และเขียนงานทางประวัติศาสตร โดยใชวิธีการทางประวัติศาสตร เมื่อคนควาและคัดลอกขอมูลจากหลักฐานใดๆตองทำดวยความละเอียดรอบคอบวาคนควาจากหลักฐานที่สำคัญๆ ครบถวน และคัดลอกขอมูลถูกตองทั้งทางภาษาและศักราช เมื่อเขียนรายงานทางประวัติศาสตร ตองนำขอมูลมาเปรียบเทียบเรื่องใดเกิดกอน เรื่องใดเกิดทีหลัง แตละเรื่องมีความสัมพันธกันมากนอยเพียงใด คำอธิบายหรือการวิเคราะหของผูเขียน มีความถูกตองและเปนกลางเพียงใด ในการอานและศึกษาหนังสือตางๆ ทางประวัติศาสตรก็เปนเชนเดียวกัน การทำความเขาใจในเหตุการณตางๆ ก็จะทำใหผูอาน อานดวยความละเอียดรอบคอบ พิจารณาการวิเคราะหของผูเขียนวามีเหตุผลและมีความถูกตองเพียงใด ดังนั้น วิชาประวัติศาสตรจึงทำใหผูศึกษา ผูเขียนงานทางประวัติศาสตรเปนคนละเอียดรอบคอบ หลักฐานทางประวัติศาสตร มีทั้งหลักฐานชั้นตน หลักฐานชั้นรอง การศึกษาประวัติศาสตร ตองใช วิธีการทางประวัติศาสตรมาศึกษาวิเคราะหอยาง ละเอียดรอบคอบ เพื่อใหไดขอมูลที่ถูกตองที่สุด
  15. 15. วิธีการทางประวัติศาสตร 11 ๖. ประวัติศาสตรสอนใหเขาใจความแตกตางของอารยธรรม เพราะในประวัติศาสตรมีตัวอยางมากมายที่แสดงถึงความแตกตางของผูคนตั้งแตอดีตจนถึงปจจุบัน เชน ความแตกตางทางวัฒนธรรม ศาสนา ความแตกตางทางความคิดและการกระทำ ดังนั้น ผูศึกษาประวัติศาสตรจึงเปนคนใจกวาง เขาใจและยอมรับความคิดที่ตางกัน ประวัติศาสตรจึงชวยใหผูคนในโลกอยูรวมกันอยางสันติสุข กลาวโดยสรุปวิธีการทางประวัติศาสตรมีความสำคัญ คือทำใหทราบเรื่องราว กิจกรรมเหตุการณที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตรมีความนาเชื่อถือ มีความถูกตองเปนความจริง หรือใกลเคียงความเปนจริงมากที่สุด เพราะไดมีการศึกษาอยางเปนระบบ อยางมีขั้นตอน มีความระมัดระวังรอบคอบ ไมลำเอียง และเพื่อใหเกิดความนาเชื่อถือ
  16. 16. วิธีการทางประวัติศาสตร 12 กิจกรรมที่ ๑คำสั่ง ใหนักเรียนตอบคำถามตอไปนี้ ๑. ประวัติศาสตร หมายถึงอะไร ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ๒. เพราะเหตุใดการศึกษาประวัติศาสตรจำเปนตองอาศัยความรูทางดานโบราณคดี ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ๓. การศึกษาประวัติศาสตรมีความสำคัญอยางไร ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................
  17. 17. วิธีการทางประวัติศาสตร 13 á¹ÇµÍº¡Ô¨¡ÃÃÁ·Õè ñ๑. ประวัติศาสตร หมายถึงอะไร ตอบ ประวัติศาสตร คือ การศึกษาเรื่องราวหรือประสบการณของมนุษยในอดีตจากหลักฐานที่มี ............................................................................................................................................................................................ การจดบันทึกไวหรือจากหลักฐานที่เปนลายลักษณอักษร และหลักฐานประเภทคำบอกเลา เชน ............................................................................................................................................................................................ ตำนาน นิทานพื้นบาน ............................................................................................................................................................................................๒. เพราะเหตุใดการศึกษาประวัติศาสตรจำเปนตองอาศัยความรูทางดานโบราณคดี ตอบ เพราะในการศึกษาเรื่องราว หรือประสบการณของมนุษยซึ่งมีมากมายนั้น นักประวัติศาสตร ............................................................................................................................................................................................ ไมไดใชหลักฐานที่เปนลายลักษณอักษรเพียงอยางเดียว และหลักฐานที่เปนลายลักษณอักษรก็มี ............................................................................................................................................................................................ ไมเพียงพอกับการศึกษาเรื่องราวของมนุษยดวย เพราะมนุษยไมไดจดบันทึกเรื่องราวทั้งหมดไว ............................................................................................................................................................................................ อยางสมบูรณ หรือจดบันทึกไว เกิดการสูญหาย หรือถูกทำลายไปก็มี ดังนั้นนักประวัติศาสตรจึง ............................................................................................................................................................................................ ตองใชหลักฐานดานอื่นๆมาประกอบการศึกษาประวัติศาสตรดวย เชน โบราณวัตถุ โบราณสถาน ............................................................................................................................................................................................ ศิลปวัตถุ ภาพวาด เครื่องประดับ เครื่องแตงกาย นอกจากนี้ มนุษยยังตองการรูเรื่องราวของผูคน ............................................................................................................................................................................................ ในสมัยกอนประวัติศาสตรดวย นักประวัติศาสตรจึงตองอาศัยพึ่งพาความรูจากนักโบราณคดี ซึ่งเปน ............................................................................................................................................................................................ ผูศึกษาเรื่องราวของมนุษยกอนการคิดคนตัวหนังสือและจดบันทึกไว ............................................................................................................................................................................................๓. การศึกษาประวัติศาสตรมีความสำคัญอยางไร ตอบ ๑. ประวัติศาสตรใหความรูเกี่ยวกับความเปนมาของมนุษยทุกเรื่องทั้งความสำเร็จ ............................................................................................................................................................................................ ลมเหลว ความรวมมือ ความขัดแยง การสรางสรรค การทำลาย ฯลฯ ............................................................................................................................................................................................ ๒. ประวัติศาสตรเปนรากฐานความเจริญของมนุษยในปจจุบัน ............................................................................................................................................................................................ ๓. ประวัติศาสตรทำใหมนุษยมีความเฉลียวฉลาด มีเหตุผล มีความคิดที่ดี เพราะ ............................................................................................................................................................................................ ประวัติศาสตรใหตัวอยางในบทเรียนที่ดีที่จะปฏิบัติตามหรือหลีกเลี่ยง ............................................................................................................................................................................................ ๔. ประวัติศาสตรใหบทเรียนทางจริยธรรม เพราะประวัติศาสตรแสดงใหเห็นผลการ ............................................................................................................................................................................................ ทำความดี ทำความชั่ว ............................................................................................................................................................................................ ๕. ประวัติศาสตรทำใหมนุษยมีความละเอียดรอบคอบในการศึกษาคนควา และ ............................................................................................................................................................................................ เขียนงานทางประวัติศาสตร โดยใชวิธีการทางประวัติศาสตร ............................................................................................................................................................................................ ๖. ประวัติศาสตรสอนใหเขาใจความแตกตางของอารยธรรม เพราะในประวัติศาสตร ............................................................................................................................................................................................ มีตัวอยางมากมายที่แสดงถึงความแตกตางของผูคนตั้งแตอดีตจนถึงปจจุบัน ............................................................................................................................................................................................
  18. 18. วิธีการทางประวัติศาสตร 14 µÍ¹·Õè ò ความหมายและความสำคัญของประวัติศาสตร ๑. ความหมายและความสำคัญของวิธีการทางประวัติศาสตร วิธีการทางประวัติศาสตร หมายถึง ขั้นตอน หรือวิธีการที่นักประวัติศาสตรหรือผูศึกษาทางดานประวัติศาสตรใชเพื่อศึกษา คนควา และเรียบเรียงเหตุการณทางประวัติศาสตรจากหลักฐานตางๆ เพื่อใหไดขอมูลที่มีความถูกตองและชัดเจนมากที่สุด เนื่องจากมีหลักฐานทางประวัติศาสตรไมสมบูรณและมีไมมาก หลักฐานบางเรื่อง บางคนมีความนาเชื่อถือ ถูกตอง ไมลำเอียง แตมีหลักฐานบางเรื่อง ไมนาเชื่อถือ ไมถูกตองลำเอียงหรือเป น ของปลอม ดั ง นั้ น การเลื อ กใช ห ลั ก ฐานทางประวั ติ ศ าสตร จึ ง ต อ งมี ก ารตรวจสอบ ประเมิ นความนาเชื่อถือ และวิเคราะหอยางละเอียดรอบคอบ เพื่อใหไดขอมูลที่นาเชื่อถือ ถูกตอง เมื่อมีการเรียบเรียงขอมูลเพื่ออธิบายเหตุการณทางประวัติศาสตร นักประวัติศาสตรหรือผูศึกษาทางดานประวัติศาสตร ก็จะตองเขียนดวยความเปนกลาง ไมลำเอียง ไมนำตนเองไปผูกพันกับเรื่องราวหรือเหตุการณทางประวัติศาสตร อี ก ทั้ ง จะต อ งเข า ใจสภาพการณ ต า งๆในอดี ต ว า มี ค วามแตกต า งกั บ ป จ จุ บั น คื อ ไม น ำสภาพการณปจจุบัน ความเจริญที่เปนอยูในปจจุบันไปประเมินตัดสินอดีต เพราะในอดีตยอมมีสภาพการณ ต ลอดจนความเจริ ญ ไม เ หมื อ นกั บ ป จ จุ บั น ดั ง นั้ น วิ ธี ก ารทางประวั ติ ศ าสตร จึ ง มีความสำคั ญ เพื่ อ ที่ จ ะทำให ไ ด เรื่ อ งราวทางประวั ติ ศ าสตร ที่ มี ค วามถู ก ต อ ง เที่ ย งตรง สมบู ร ณมีความนาเชื่อถือมากที่สุด ๒. ขั้นตอนของวิธีการทางประวัติศาสตร การศึกษาทางประวัติศาสตรของทุกชาติ จะมีขั้นตอนที่มีแบบแผนเดียวกัน คือ มีประเด็นที่จะศึกษาคนควา มีการรวบรวมหลักฐาน การประเมินคุณคาของหลักฐาน การเลือกสรรและจัดความสัมพันธของขอมูล หรือการวิเคราะห สังเคราะหขอมูล และการเรียบเรียงหรือการนำเสนอ ๑. การกำหนดหัวเรื่องที่จะศึกษา ๒. การรวบรวมหลักฐาน ๓. การประเมินคุณคาของหลักฐาน ๔. การวิเคราะห สังเคราะห และจัดหมวดหมูขอมูล ๕. การเรียบเรียงหรือการนำเสนอ
  19. 19. วิธีการทางประวัติศาสตร 15๑. การกำหนดหัวเรื่องที่จะศึกษา เป น ขั้ น ตอนแรกของวิ ธี ก ารทางประวั ติ ศ าสตร ซึ่ ง เป น เรื่ อ งที่ นักประวัติศาสตรหรือผูสนใจทางประวัติศาสตรมีความสนใจ อยากรู สงสัย จึงตั้งประเด็นหรือหัวขอที่ตองการศึกษาขึ้นมา๒. การรวบรวมหลักฐาน เปนขั้นตอนที่ ๒ ของวิธีการทางประวัติศาสตร โดยนักประวัติศาสตรหรือ ผูสนใจทางประวัติศาสตร ทำการรวบรวมหลักฐานตางๆ ทั้งหลักฐานชั้นตนและ หลักฐานชั้นรอง คือเอกสารหรือหนังสือเกี่ยวกับเรื่องที่อยากรูหรือสนใจ ในการรวบรวมหลักฐาน ควรเริ่มดวยการศึกษาหลักฐานชั้นรองที่เกี่ยวกับ เรื่องโดยตรงกอน เพื่อใหเขาใจและมีความรูเกี่ยวกับเรื่องที่ตองการศึกษา และ รวบรวมความคิดของผูที่ศึกษาเรื่องดังกลาวมากอน แลวจึงไปคนควาจากหลักฐาน ชั้นตน ซึ่งจะทำใหไดรายละเอียดมากขึ้น และอาจมีแนวคิดเพิ่มเติมขึ้นจากที่มีผู ศึกษาไวแตเดิม แตถาไปเริ่มตนรวบรวมจากหลักฐานชั้นตนกอนโดยยังไมได ศึกษาหลักฐานชั้นรอง จะทำใหการศึกษาหลักฐานชั้นตนเขาใจไดยาก อนึ่ ง ในการรวบรวมหลั ก ฐาน ผู ศึ ก ษาประวั ติ ศ าสตร ที่ ดี ค วรรวบรวม หลักฐานจากหลายทางตามลักษณะและความสำคัญของประเด็นศึกษา คืออาจ มีการใชหลักฐานที่ไมใชลายลักษณ เชน หลักฐานทางโบราณคดี มานุษยวิทยา มาประกอบเพื่อใหไดเรื่องราวทางประวัติศาสตรที่ชัดเจนและสมบูรณ
  20. 20. วิธีการทางประวัติศาสตร 16๓. การประเมินคุณคาของหลักฐาน เปนการประเมินความถูกตองและความสำคัญของหลักฐาน เพราะหลักฐาน บางอยางอาจเปนของปลอม หรือเลียนแบบของเกา หรือเขียนโดยบุคคลที่ไมเห็น เหตุการณโดยตรงแลวมาบันทึกไวเสมือนไดรูเห็นเหตุการณเอง หรือแมจะรูเห็น เหตุการณโดยตรง แตอาจมีความลำเอียงเขาขางฝายใดฝายหนึ่ง ไมวางตัวเปน กลาง การวิเคราะหหลักฐานแบงเปน ๒ วิธีดังนี้ ๑) การประเมินภายนอก เปนการประเมินหลักฐานที่ปรากฏภายนอกวา เปนของแท ถูกตองตามยุคสมัยหรือไม เชน กระดาษที่บันทึกเปนของจริงหรือไม สมัยนั้นมีกระดาษแบบนี้ใชหรือยัง วัสดุที่ใชเขียนเปนของรวมสมัยหรือไม ๒) การประเมินภายใน เปนการประเมินหลักฐานวาถูกตองทั้งหมดหรือไม เชน การกลาวถึงตัวบุคล สถานที่ เหตุการณวาถูกตอง มีจริงอยูในยุคสมัยของ หลักฐานนั้นหรือไม หรือแมแตสำนวนภาษาวาในสมัยนั้นใชกันหรือยัง๔. การวิเคราะห สังเคราะห และจัดหมวดหมูขอมูล เปนขั้นตอนตอจากที่ไดรวบรวมหลักฐาน และวิเคราะหความนาเชื่อถือ นั้นๆ แลว ขอมูล คือ เรื่องราวตางๆ ทางประวัติศาสตรที่ปรากฏในหลักฐาน ที่ ร วบรวมและวิ เ คราะห แ ล ว จากหลั ก ฐานที่ เชื่ อ ถื อ ได จ ากนั้ น จึ ง นำข อ มู ล มา วิเคราะห คือ แยกประเภท โดยเรียงเหตุการณตามลำดับเวลากอนหลัง และ ความสำคัญของขอมูล แลวทำการสังเคราะห คือจัดเหตุการณเรื่องราวเดียวกัน และเกี่ยวของสัมพันธกันไวดวยกันและศึกษาความตอเนื่อง การเปลี่ยนแปลง ของเหตุการณ ตลอดจนปจจัยตางๆที่มีความสำคัญตอเหตุการณ๕. การเรียบเรียงหรือการนำเสนอ เป น การเรี ย บเรี ย งข อ มู ล ที่ ไ ด ค น คว า วิ เ คราะห แ ละสั ง เคราะห ม าแล ว เพื่อนำเสนอขอมูลในลักษณะที่เปนคำตอบหรืออธิบายความอยากรู ขอสงสัย ตลอดจนความรูใหม ความคิดใหมที่ไดจากการศึกษาคนควานั้น ในรูปแบบ การเขียนรายงานอยางมีเหตุผล
  21. 21. วิธีการทางประวัติศาสตร 17 กลาวโดยสรุปการศึกษาประวัติศาสตรดวยขั้นตอนหรือวิธีการทางประวัติศาสตร ดังที่กลาวมานี้ ทำใหประวัติศาสตรเปนเรื่องราวของการสืบสวน คนควา วิเคราะหอยางมีหลักเกณฑ มีเหตุผลมีหลักฐานอางอิงประกอบ ซึ่งคลายกับวิธีการทางวิทยาศาสตร อยางไรก็ดี วิธีการทางประวัติศาสตรทำได เ พี ย งการคิ ด ทบทวนในขั้ น ตอนต า งๆของวิ ธี ก ารทางประวั ติ ศ าสตร เ ท า นั้ น แต ไ ม ส ามารถทำให เ หตุ ก ารณ เ กิ ด ขึ้ น ได จ ริ ง อี ก เพราะเหตุ ก ารณ ท างประวั ติ ศ าสตร เ กิ ด ขึ้ น เพี ย งครั้ ง เดี ย วเทานั้น การศึกษาประวัติศาสตรจะใหประโยชน แกผูศึกษาหลายประการ ที่สำคัญมีดังนี้ ๑. ช ว ยให มี ค วามรู ก ว า งขวาง เป น คนทั น สมั ย ทั น โลก จากการเรี ย นรู ประสบการณของมนุษยนอกเหนือจากประสบการณจริงของผูศึกษา ๒. ชวยพัฒนาบุคลิกภาพใหเปนคนมีนิสัย สติปญญา และความฉลาดอยาง รอบคอบ ๓. ชวยใหเปนคนมีเหตุผล สามารถเผชิญกับวิกฤตการณตางๆ ไดอยางสุขุม และสามารถแกไขไดอยางมีประสิทธิภาพ ๔. ชวยสรางความมีมนุษยสัมพันธ ความสามัคคี ตลอดจนยอมรับในคุณคา ของความเปนมนุษยและความสามารถของแตละบุคคล
  22. 22. วิธีการทางประวัติศาสตร 18 กิจกรรมที่ ๒คำสั่ง ใหนักเรียนนำหมายเลขขั้นตอนของวิธีการทางประวัติศาสตรในกรอบสี่เหลี่ยม ไปใสลงในชองวางใหสัมพันธกัน ๑. ๒. การกำหนดหัวเรื่องที่จะศึกษา การรวบรวมหลักฐาน ๓. ๔. การวิเคราะห สังเคราะห การประเมินคุณคาของหลักฐาน และการจัดหมวดหมูขอมูล ๕. การเรียบเรียงหรือการนำเสนอ ๑. การประเมินความถูกตองและความสำคัญของหลักฐาน กรอบที่ .......................................... ๒. การเลือกเรื่องหรือประเด็นที่ตนเองสนใจหรืออยากรู กรอบที่ ........................................... ๓. การนำเสนอความรูใหมที่ไดจากการศึกษาคนควาในรูปแบบการเขียนรายงานอยางมีเหตุผล กรอบที่ ........................................... ๔. การนำขอมูลมาวิเคราะหโดยเรียงเหตุการณตามลำดับเวลากอน – หลังและนำมาสังเคราะห โดยจัดเหตุการณที่เกี่ยวของกันไวดวยกัน กรอบที่ ........................................... ๕. การรวบรวมหลักฐานในหัวขอที่ตองการศึกษาทั้งหลักฐานชั้นตนและหลักฐานชั้นรอง กรอบที่ ...........................................
  23. 23. วิธีการทางประวัติศาสตร 19 á¹ÇµÍº¡Ô¨¡ÃÃÁ·Õè ò๑. การประเมินความถูกตองและความสำคัญของหลักฐาน กรอบที่ ๓ กรอบที่ ..........................................๒. การเลือกเรื่องหรือประเด็นที่ตนเองสนใจหรืออยากรู กรอบที่ ๑ กรอบที่ ...........................................๓. การนำเสนอความรูใหมที่ไดจากการศึกษาคนควาในรูปแบบการเขียนรายงานอยางมีเหตุผล กรอบที่ ๕ กรอบที่ ...........................................๔. การนำขอมูลมาวิเคราะหโดยเรียงเหตุการณตามลำดับเวลากอน – หลังและนำมาสังเคราะห โดยจัดเหตุการณที่เกี่ยวของกันไวดวยกัน กรอบที่ ๔ กรอบที่ ...........................................๕. การรวบรวมหลักฐานในหัวขอที่ตองการศึกษาทั้งหลักฐานชั้นตนและหลักฐานชั้นรอง กรอบที่ ๒ กรอบที่ ...........................................
  24. 24. วิธีการทางประวัติศาสตร 20 กิจกรรมที่ ๓คำสั่ง ใหนักเรียนพิจารณาขอความดานซายมือ วาเปนขั้นตอนใดของวิธีการทาง ประวัติศาสตรแลวเติมคำตอบลงในชองวางดานขวามือ ผูศึกษาจะตองถามตนเองเกี่ยวกับประเด็น .................................๑. ปญหาที่ตองการศึกษา เชน ใคร อะไร ที่ไหน เมื่อไร ทำไม ................................. ผู ศึ ก ษาต อ งพยายามค น หาและรวบรวม หลักฐานทางประวัติศาสตรที่เกี่ยวของกับ .................................๒. เรื่องที่ตนตองการศึกษาใหมากที่สุดเทาที่จะ ................................. หาได การพิจารณาลักษณะภายนอกของหลักฐาน แล ว ตั ด สิ น ว า เป น ของจริ ง หรื อ ของปลอม .................................๓. หรื อ การพิ จ ารณาข อ มู ล หรื อ เนื้ อ หาใน ................................. หลักฐาน แลวตัดสินวาเชื่อถือไดหรือไม การทำความเขาใจวา หลักฐานนั้นมี .................................๔. ความหมายวาอยางไร บอกขอเท็จจริง อะไรบาง ................................. การนำเอาขอเท็จจริงตางๆ หรือที่ตีความ๕. ไดมาเรียบเรียงเขาดวยกันใหเปนเรื่องราวที่ ................................. ใกลเคียงกับความเปนจริงที่เกิดขึ้นในอดีต ................................. ใหมากที่สุด การเผยแพร ค วามจริ ง ที่ ค น คว า ตี ค วามได .................................๖. ไปสู ที่ อื่ น ด ว ยวิ ธี ก ารต า งๆ เช น บรรยาย อภิปราย เขียนรายงาน เขียนบทความ เปนตน .................................
  25. 25. วิธีการทางประวัติศาสตร 21 á¹ÇµÍº¡Ô¨¡ÃÃÁ·Õè ó ผูศึกษาจะตองถามตนเองเกี่ยวกับประเด็น การกำหนดหัวเรื่อง .................................๑. ปญหาที่ตองการศึกษา เชน ใคร อะไร ที่ไหน เมื่อไร ทำไม ที่จะศึกษา ................................. ผู ศึ ก ษาต อ งพยายามค น หาและรวบรวม การรวบรวม หลักฐานทางประวัติศาสตรที่เกี่ยวของกับ .................................๒. เรื่องที่ตนตองการศึกษาใหมากที่สุดเทาที่จะ หลักฐาน ................................. หาได การพิจารณาลักษณะภายนอกของหลักฐาน การประเมินคุณคา แล ว ตั ด สิ น ว า เป น ของจริ ง หรื อ ของปลอม .................................๓. หรื อ การพิ จ ารณาข อ มู ล หรื อ เนื้ อ หาใน ของหลักฐาน ................................. หลักฐาน แลวตัดสินวาเชื่อถือไดหรือไม การทำความเขาใจวาหลักฐานนั้นมี การวิเคราะห สังเคราะห .............................................๔. ความหมายวาอยางไร บอกขอเท็จจริง อะไรบาง และการจัดหมวดหมูขอมูล ............................................ การนำเอาขอเท็จจริงตางๆ หรือที่ตีความ๕. ไดมาเรียบเรียงเขาดวยกันใหเปนเรื่องราวที่ การตีความ ................................. ใกลเคียงกับความเปนจริงที่เกิดขึ้นในอดีต ................................. ใหมากที่สุด การเผยแพร ค วามจริ ง ที่ ค น คว า ตี ค วามได การเรียบเรียง .................................๖. ไปสู ที่ อื่ น ด ว ยวิ ธี ก ารต า งๆ เช น บรรยาย อภิปราย เขียนรายงาน เขียนบทความ เปนตน หรือการนำเสนอ .................................

×