Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

อจท.เศรษฐศาสตร์ ม.4-6-หน่วยที่-1

9,866 views

Published on

บทเรียน หดหดหดหดหดหกด

Published in: Education
  • Be the first to comment

อจท.เศรษฐศาสตร์ ม.4-6-หน่วยที่-1

  1. 1. รายวิชาพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษาฯ วิชา เศรษฐศาสตร์ ม.4-6
  2. 2. หน่วยการเรียนรู้ที่ 1
  3. 3. กิจกรรมทางด้านเศรษฐศาสตร์ ขอบข่าย เป้าหมาย ของการศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์ ความหมาย ความสาคัญ ของวิชาเศรษฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ในชีวิตประจาวัน
  4. 4. วิชาเศรษฐศาสตร์เป็นวิชาที่ศึกษา เกี่ยวกับมนุษย์และสังคม ในการเลือกใช้ วิธีการในการนาเอาทรัพยากรที่มีอยู่อย่าง จากัดมาผลิตสินค้าและบริการเพื่อสนอง ความต้องการ และหาทางที่จะจาแนก แจกจ่ายไปยังประชาชนในสังคม เพื่อให้มี การกินดีอยู่ดีและมีความเป็นธรรมทั้งใน ปัจจุบันและอนาคต ความหมายของวิชาเศรษฐศาสตร์
  5. 5. ความสาคัญของวิชาเศรษฐศาสตร์ ช่วยในการตัดสินใจของประชาชน • ช่วยให้สมาชิกในครอบครัวสามารถตัดสินใจบริหาร รายรับ–รายจ่าย และการออมได้ • ช่วยให้สมาชิกในครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น • ช่วยให้ผู้ประกอบการลดต้นทุนการผลิต เพิ่มกาไร และใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
  6. 6. ช่วยสร้างความเข้าใจของประชาชนเกี่ยวกับนโยบายของรัฐ • ประชานชนทั่วไปสามารถเข้าใจการดาเนินโยบายทางเศรษฐกิจด้านต่างๆ ของรัฐบาล • ประชาชนให้ความร่วมมือเพื่อผลักดันให้นโยบายของรัฐประสบความสาเร็จ • รัฐสามารถดาเนินโยบายทางเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ • ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีอันเนื่องมาจากการดาเนินนโยบาย ของรัฐประสบผลสาเร็จ
  7. 7. ช่วยสร้างองค์ความรู้ในการบริหารงาน • ผู้บริหารระดับต่างๆ ทั้งระดับหน่วยธุรกิจ หรือระดับประเทศ สามารถใช้หลัก เศรษฐศาสตร์ช่วยวิเคราะห์ข้อเท็จจริงของ เหตุการณ์และปัญหาทางเศรษฐกิจ • ช่วยให้ผู้บริหารทั้งในภาครัฐและเอกชน สามารถตัดสินใจทางเศรษฐกิจได้อย่างมี เหตุผล • ช่วยให้ภาคเอกชนบริหารรายรับและต้นทุน ได้อย่างเหมาะสม
  8. 8. ช่วยสร้างผลประโยชน์ให้เกิดกับประเทศชาติ • ช่วยรักษาผลประโยชน์ของชาติทางด้านเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศ • ประเทศชาติมีรายได้เข้าประเทศอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย • ประเทศสามารถนางบประมาณและรายได้ไปใช้พัฒนาประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด • ประชาชนมีงานทา มีรายได้สูง และมีมาตรฐานค่าครองชีพสูงขึ้น
  9. 9. เศรษฐศาสตร์จุลภาค (microeconomics) • มุ่งศึกษาพฤติกรรมทางเศรษฐกิจในส่วนย่อย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจทั้งระบบ • ศึกษาเกี่ยวกับการบริโภคการเป็นเจ้าของ ทรัพย์สิน และพฤติกรรมขององค์กรหรือผู้ผลิต • ศึกษาการจัดสรรทรัพยากรในการผลิตสินค้า และบริการ • ศึกษาการกาหนดราคาสินค้าและบริการ • ศึกษาการกระจายสินค้าจากผู้ผลิตไปยัง ผู้บริโภค ขอบข่ายของวิชาเศรษฐศาสตร์
  10. 10. เศรษฐศาสตร์มหภาค (macroeconomics) • ศึกษาพฤติกรรมทางเศรษฐกิจส่วนรวม • ศึกษาเกี่ยวกับรายได้– รายจ่ายประชาชาติ • ศึกษาภาวการณ์จ้างงาน การออม การลงทุนการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ • ศึกษาปัญหาทางเศรษฐกิจในภาพกว้างกว่า เศรษฐกิจจุลภาคที่มีผลกระทบต่อหน่วย การผลิตและอุตสาหกรรมทั้งหมด • ศึกษาถึงอิทธิพลของปัจจัยที่มีผลต่อรายได้ ประชาชน • ค้นหาเครื่องมือหรือแนวทางต่างๆทีช่วยรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจอย่าง มีประสิทธิภาพ
  11. 11. เศรษฐศาสตร์ตามความเป็นจริงหรือเศรษฐศาสตร์พรรณนา (positive or descriptive economics) • มุ่งอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นทางเศรษฐกิจ เรื่องที่เป็นอยู่ และเรื่องที่จะเกิดขึ้นว่า เป็นอย่างไร รวมถึงอธิบายปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจต่างๆ ซึ่งเป็นผลมาจาก การเลือก การตัดสินใจ ของบุคคลหรือสังคม ตัวอย่าง การเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ามีสาเหตุมาจากปัญหาภาวะเศรษฐกิจภายนอกประเทศทาให้ ไม่สามารถส่งสินค้าไปยังต่างประเทศได้ตามเป้าหมายจึงต้องลดการผลิตลง ลดการจ้างงาน ส่งผลให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
  12. 12. เศรษฐศาสตร์ที่ควรจะเป็นหรือเศรษฐศาสตร์นโยบาย (normative or policy economics) ตัวอย่าง ประเทศไทยควรจะนากฎหมายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างและภาษีมรดก มาใช้เพื่อทาให้รัฐมีรายได้เพิ่มขึ้น • อธิบายถึงสิ่งที่ควรจะมีหรือควรจะเป็นในระบบเศรษฐกิจ โดยอาจจะ เกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นตามที่คาดหมายไว้ก็ได้
  13. 13. วิชาเศรษฐศาสตร์มีเป้าหมายสาคัญที่มุ่งเน้นให้ความรู้แก่ประชากรในเรื่องการจัดสรร ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจากัดเพื่อนามาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยกลุ่มบุคคลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ผู้บริโภค ผู้ประกอบการและผู้บริหารองค์กรของรัฐ ล้วนเกี่ยวข้องกับวิชาเศรษฐศาสตร์ทั้งสิ้น เป้าหมายของการศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์ ผู้บริโภค ช่วยทาให้ผู้บริโภครู้จักการตัดสินใจเลือกใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่าง จากัดในการบริโภคและใช้ในทางที่ดีที่สุด เพื่อก่อใหเกิดประโยชน์ในอนาคต รวมทั้งมีความรู้ความเข้าใจในสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ และสามารถปรับตัวได้ ภายใต้ความผันผวนทางเศรษฐกิจ ผู้บริหารในองค์กรของรัฐ ช่วยให้ผู้บริหารในองค์กรของรัฐมีความรู้ความ เข้าใจในเรื่องการจัดสรรทรัพยากรอย่างเหมาะสม มีความสามารถในการวาง นโยบายเพื่อสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ รู้จักใช้นโยบายและมาตรการ ต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ รวมทั้งการสร้างโครงการต่างๆ เพื่อพัฒนา เศรษฐกิจให้สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ เป้าหมาย ของ วิชาเศรษฐศาสตร์ ผู้ประกอบการผลิต ช่วยทาให้ผู้ประกอบการมีความรู้ความสามารถในการวางแผน การผลิต การพยากรณ์การผลิตเพื่อเสนอความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างถูกต้อง ในขณะเดียวกันก็มีความสามารถในการประยุกต์ใช้ปัจจัยการผลิต เพื่อจะทาให้ต้นทุน การผลิตต่าที่สุด และสามารถแข่งขันได้กับธุรกิจอื่นๆ
  14. 14. ในปัจจุบันประเทศต่างๆทั่วโลกมักประสบปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจคล้ายๆกัน เนื่องจาก ความไม่พอดีกันระหว่างความต้องการของมนุษย์และสิ่งที่จะมาตอบสนองความต้องการซึ่ง ความต้องการของมนุษย์นั้นไม่มีที่สิ้นสุด แต่ในขณะเดียวกันทรัพยากรในโลกก็มีอยู่อย่างจากัด จึงทาให้เกิดปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐศาสตร์ขึ้น คือ จะผลิตสินค้าอะไรจะผลิตอย่างไร และจะ ผลิตเพื่อใคร ปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐศาสตร์ What จะผลิตสินค้าอะไร เนื่องจากทรัพยากรมีจากัดทาให้ไม่สามารถผลิตสินค้าและ บริการได้ทุกชนิดเพื่อสนองความต้องการของสังคมได้หมดจึงต้องเลือกว่าจะผลิตสินค้า และบริการประเภทใดบ้างจานวนเท่าใด เช่น ถ้าเลือกผลิตข้าวมากก็จะสามารถผลิต ข้าวโพดได้น้อย เนื่องจากที่ดินที่ใช้เพาะปลูกมีจากัด For whom จะผลิตเพื่อใครเมื่อมีการผลิตสินค้าและบริการได้มาแล้วใครจะเป็นผู้ใช้และจะ จาแนกแจกจ่ายสินค้าไปให้กับผู้ใช้อย่างไร ปัญหาพื้นฐาน ทาง เศรษฐศาสตร์ How จะผลิตอย่างไรจะใช้วิธีการผลิตแบบใดต้องใช้ปัจจัยการผลิตอะไรบ้างจึงจะทาให้เสียต้นทุน การผลิตต่า และมีประสิทธิภาพมากที่สุดเช่น ในการผลิตกระแสไฟฟ้า ต้องพิจารณาว่าจะผลิต กระแสไฟฟ้าจากพลังงานน้า น้ามัน หรือแก๊สธรรมชาติ หรือจากพลังงานนิวเคลียร์ และมีวิธีการผลิต อย่างไร
  15. 15. การผลิต การผลิตหมายถึง การสร้างอรรถประโยชน์ของปัจจัยการผลิตต่างๆ ขึ้นมาใหม่ เพื่อ ก่อให้เกิดสินค้าและบริการต่างๆ รวมไปถึงการผลิตสินค้าขึ้นมาใหม่ การเก็บรักษาสินค้าเพื่อทา ให้มีคุณภาพดีขึ้น การเคลื่อนย้ายสินค้าต่างๆไปสู่ผู้บริโภค รวมถึงการบริการต่างๆโดยการ ดาเนินการผลิตนี้จะต้องอาศัยทรัพยากรหรือปัจจัยการผลิตซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ แรงงาน ทุน และผู้ประกอบการ ที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ เป็นทรัพยากรที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เช่น ที่ดิน แร่ธาตุ ป่าไม้แม่น้าประเทศที่มีที่ดินและทรัพยากรอุดมสมบูรณ์จะได้ เปรียบเพราะสามารถนามาใช้ในการผลิตผลตอบแทนจากการใช้ที่ดินคือ ค่าเช่า ผู้ประกอบการ เป็นผู้รวบรวมปัจจัยการผลิตเพื่อทาการผลิตให้ได้ผลผลิตตามวัตถุประสงค์ เป็นผู้ยอมรับความเสี่ยงจากการผลิตและบริหารจัดการในองค์กรให้เจริญเติบโต ผลตอบแทนที่ได้รับคือ กาไร ทรัพยากร การผลิต แรงงาน เป็นประชากรในวัยทางานเป็นผู้ใช้แรงงานและกาลังความคิด ในการผลิตสินค้าและบริการได้รับค่าตอบแทนเป็นค่าจ้าง ทุน เป็นสินค้าทุน เช่น เครื่องจักรอุปกรณ์โรงงานรถยนต์ผลตอบแทน จากการใช้ทุนคือ ดอกเบี้ย
  16. 16. การบริโภค คือ การใช้ประโยชน์จากสิ่งของและบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์ เช่น เมื่อหิวก็รับประทานอาหารเมื่อปวดฟันก็ไปหาทันตแพทย์เพื่อรับการรักษาเป็นต้น ซึ่ง โดยทั่วไปการบริโภคสินค้าของแต่ละบุคคลย่อมมีความแตกต่างกันอันเนื่องมาจากปัจจัยต่างๆ ได้แก่ • รายได้ของผู้บริโภค • ราคาของสินค้าและบริการ • ปริมาณเงินหมุนเวียนที่อยู่ในมือของผู้บริโภค • ปริมาณสินค้าในตลาด • การคาดคะเนราคาสินค้าและบริการในอนาคต • ระบบการค้าและการชาระเงิน การบริโภค
  17. 17. การกระจายรายได้คือ การกระจายรายได้ระหว่างเจ้าของปัจจัยการผลิตทุกประเภทอันได้แก่ ที่ดิน แรงงาน ทุน ผู้ประกอบการซึ่งทางานร่วมกันในการผลิตสินค้าและบริการ โดยเจ้าของปัจจัย การผลิตจะได้รับรายได้เป็นค่าเช่า ค่าจ้าง ดอกเบี้ย และกาไร การกระจายรายได้
  18. 18. การแลกเปลี่ยนหมายถึง กระบวนการที่เกิดจากบุคคลทั้งสองฝ่ายมีความสมัครใจร่วมกันใน การดาเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจระหว่างกันโดยมีบุคคลหนึ่งเป็นผู้ครอบครองทรัพย์สินและ บริการ มีความเต็มใจมอบสิ่งของที่ตนครอบครองอยู่ให้บุคคลอื่นโดยมีสื่อกลางในการ แลกเปลี่ยน เช่น เงิน สิ่งของ เป็นต้น การแลกเปลี่ยน ตัวอย่าง หน่อยต้องการซื้อเนื้อหมู 2 กิโลกรัม เมื่อไปถึงร้านขายหมู พ่อค้าขายหมูติดป้าย ราคาขายเนื้อหมูกิโลกรัมละ100 บาท ดังนั้น หน่อยต้องจ่ายเงิน 200 บาทให้พ่อค้าขายหมู เพื่อ แลกกับเนื้อหมูจานวน 2 กิโลกรัมตามที่หน่อยต้องการ ในกรณีนี้ จะเห็นได้ว่าเป็นการแลกเปลี่ยนกันโดยมีเงินเป็นสื่อกลาง
  19. 19. เศรษฐศาสตร์เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการดาเนินชีวิตของทุกคน ซึ่งเราสามารถนาวิชา เศรษฐศาสตร์มาปรับใช้เพื่อให้การดาเนินชีวิตได้หลายวิธี • ใช้เศรษฐศาสตร์ในครัวเรือน เช่น การใช้น้า ใช้ไฟฟ้า อย่างประหยัด การประดิษฐ์ของใช้ จากเศษวัสดุ การซ่อมแซมเครื่องใช้ภายในบ้านแทนการซื้อใหม่ เป็นต้น • ใช้หลักเศรษฐศาสตร์ในการศึกษา เช่น จัดสรรเวลาในการทบทวนตาราเรียน การวางแผนทา การบ้าน การวิเคราะห์ผลที่ได้รับจากการเลือกเรียนสาขาวิชาต่างๆ เป็นต้น • ใช้หลักเศรษฐศาสตร์เพื่อวางแผนค่าใช้จ่าย เช่น การจัดทาบัญชีครัวเรือน การเก็บออมเงิน การหารายได้เสริมเพื่อเพิ่มรายรับแก่ครอบครัว เป็นต้น • ใช้หลักเศรษฐศาสตร์ในการเลือกประกอบอาชีพ เช่น การพิจารณาว่าอาชีพใดที่สามารถ สร้างรายได้มีความมั่นคง และเหมาะสมกับความรู้ความสามารถของตนเอง เป็นต้น • ใช้หลักเศรษฐศาสตร์ในการวางแผนชีวิตในอนาคต เช่น การออมเงินเพื่อสร้างครอบครัว สร้างที่อยู่อาศัย รวมไปถึงเงินเก็บเพื่อไว้ใช้จ่ายในยามเกษียณ เป็นต้น เศรษฐศาสตร์กับการดาเนินชีวิต

×