Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

ทฤษฎีการเรียนรู้และการสอน

ทฤษฎีการเรียนรู้และการสอน

  • Login to see the comments

ทฤษฎีการเรียนรู้และการสอน

  1. 1. นายเดชชาติ ทองดี 563050530-3 นางสาววัชรี ขันธะหัตถ์ 563050540-0
  2. 2. ทฤษฎีการเรียนรู้ พฤติกรรมนิยม พุทธิปัญญานิยม คอนสตรัคติวิสต์
  3. 3. ศึกษา/วิเคราะห์ทฤษฎีการสอน พร้อมอธิบาย Concept ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งเร้ากับการตอบสนอง หรือพฤติกรรมที่แสดง ออกมา ซึ่งจะให้ความสนใจกับพฤติกรรมที่สามารถวัดและสังเกตจาก ภายนอกได้และเน้นความสาคัญของสิ่งแวดล้อมเพราะเชื่อว่า สิ่งแวดล้อมจะเป็นตัวที่กาหนดพฤติกรรม และการเรียนรู้จะเกิดจากการ เชื่อมโยงระหว่างสิ่งเร้ากับการตอบสนองหรือการการแสดงพฤติกรรม นิยมและถ้าหากได้รับการเสริมแรงจะทาให้มีการแสดงพฤติกรรมนั้นถี่ มากขึ้น
  4. 4. การเรียนรู้ หมายถึง การ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ซึ่งเป็นผลเนื่องมาจาก ประสบการณ์ที่คนเรามี ปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม หรือเกิดจากการฝึกหัด
  5. 5. ผลงานของนักจิตวิทยาที่ถูกนามาประยุกต์ใช้ในปัจจุบันได้แก่ • Pavlov (ทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิค) การเรียนรู้เกิดจากการนาสิ่งเร้าที่เป็น CS และ UCS มาเสนอควบคู่กันและสิ่งเร้านันนมี ลักษณะที่เป็นแรงเสริมตามธรรมชาติ • Watson (ทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิก) การเรียนรู้เกิดจากความใกล้ชิดของสิ่งเร้ากับการตอบสนองโดยไม่จาเป็นต้องมีการ เสริมแรง • Thorndike (ทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบโอเปอร์แรนต์) การเรียนรู้เกิดจากการลองผิดลองถูกในระหว่างนันน S-R คู่ใดได้รับการเสริมแรงจะทา ให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่าง S-R คู่นันน • Skinner (ทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบโอเปอร์แรนต์) การเรียนรู้เกิดจากการลงมือกระทาและถ้าหากได้รับการเสริมแรงจะทาให้เกิด พฤติกรรมนันนซนาอีก
  6. 6. ทฤษฎีพุทธิปัญญานิยม ให้ความสนใจในกระบวนการภายในที่ เรียกว่า ความรู้ความเข้าใจหรือการรู้คิดของมนุษย์ โดยเชื่อว่าการเรียนรู้ จะอธิบายได้ดีที่สุด หากเราสามารถเข้าใจกระบวนการภายใน ซึ่งเป็น ตัวกลางระหว่างสิ่งเร้าและการตอบสนองและเป็นสิ่งที่จะช่วยทาให้การ ออกแบบการสอนนันนมีความลึกซึนงจนกระทั่งสามารถหยั่งลึกไปถึง กระบวนการภายในสมอง หรือเรียกว่า กระบวนการรู้คิดที่ใช้ในขณะ เรียนรู้
  7. 7. อันจะนาไปสู่การที่นาพื้นฐานทางทฤษฎีพุทธิปัญญามาเป็นพื้นฐานใน การออกแบบที่สามารถส่งเสริมการเรียนรู้ที่สามารถสนับสนุนหรือเอื้อ ต่อกระบวนรู้คิดที่เกิดขึ้นภายใน มิใช่เพียงแต่พฤติกรรมภายนอกของ ผู้เรียนเท่านั้น ตัวอย่างเช่น สามารถออกแบบการเรียนรู้ให้ผู้เรียนสามารถสร้าง เมนทอลโมเดล ในการทาความเข้าใจเรื่องที่เรียน แสดงถึงความเข้าใจที่ ลึกซึ้ง มิใช่เพียงแต่จดจาสารสนเทศที่ปรากฏได้เท่านั้น
  8. 8. ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์เชิงปัญญา 1. การเรียนรู้เป็นกระบวนการที่ลงมือปฏิบัติประสบการณ์เดิมและการ ค้นหาวิธีการแก้ปัญหาเป็นสิ่งที่จาเป็นต่อการดูดซึมและการปรับโครงสร้าง ทางปัญญา วิธีการนาเสนอสารสนเทศเป็นสิ่งสาคัญ เมื่อสารสนเทศถูก นาเข้ามาในฐานะเป็นสิ่งที่ช่วยแก้ปัญหา อาจทาหน้าที่เป็นเครื่องมือ มากกว่าจะเป็นข้อเท็จจริงอย่างแท้จริง 2. การเรียนรู้ควรเป็นองค์รวม เน้นสภาพจริงและสิ่งที่เป็นจริง
  9. 9. ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์เชิงสังคม 1. การเรียนรู้และการพัฒนาทางด้านสังคม ได้แก่ กิจกรรมการร่วมมือ 2. Zone of proximal development ควรจะสนองต่อแนวทางการจัด หลักสูตรและการวางแผนบทเรียน 3. การเรียนรู้ในโรงเรียนควรเกิดขึ้นในบริบทที่มีความหมายและไม่ควร แยกการเรียนรู้และความรู้ที่ผู้เรียนพัฒนามาจากสภาพความเป็นจริง 4. การเรียนรู้ควรเชื่อมโยงทั้งประสบการณ์นอกโรงเรียนและในโรงเรียน สาหรับผู้เรียน
  10. 10. ตารางเปรียบเทียบความแตกต่างของทฤษฎีการเรียนรู้และทฤษฎีการสอน ทฤษฎีการเรียนรู้ ทฤษฎีการสอน - เป็นผู้ส่งเสริม เอื้ออานวย ร่วมแก้ปัญหา โค้ช ชี้นาความรู้ และผู้ร่วมเรียนรู้ - เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ - เป็นผู้จัดเตรียมหรือให้สิ่งที่ตอบสนองต่อการ เรียนรู้ของผู้เรียนอย่างหลากหลาย - เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหา เป็นแหล่งสาหรับคาตอบ - เป็นผู้ควบคุมการเรียนการสอนและส่งเนื้อหา ความรู้ไปยังผู้เรียนโดยตรง บาทของครู
  11. 11. ตารางเปรียบเทียบความแตกต่างของทฤษฎีการเรียนรู้และทฤษฎีการสอน ทฤษฎีการเรียนรู้ ทฤษฎีการสอน - เป็นผู้ร่วมเรียนรู้อย่างตื่นตัวในกระบวนการ เรียนรู้ - เป็นผู้รอรับสารสนเทศจากครูอย่างเฉื่อยชา - เป็นผู้สร้างและแลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกับ เพื่อนชั้นแบบผู้เชี่ยวชาญ - เป็นผู้คัดลอกหรือจดจาความรู้ - เป็นการร่วมมือกันเรียนรู้กับผู้เรียนอื่นๆ - เป็นกิจกรรมการเรียนรู้รายบุคคล บาทของนักเรียน
  12. 12. จงนาเสนอแนวทางการนาทฤษฎีการเรียนรู้ทั้ง3 ทฤษฎี ไปใช้ในบริบทจริง ตัวอย่าง ทฤษฎีการเรียนรู้แบบลงมือกระทาของสกินเนอร์ นามาใช้ในการแก้ปัญหาเพื่อให้ผู้เรียน แสดงพฤติกรรมที่พึง ประสงค์เพิ่มขึ้นและลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ลง และเป็น พฤติกรรมที่คงทนซึ่งจาเป็นที่จะต้องได้รับการเสริมแรงตามทฤษฎี การเรียนรู้แบบลงมือกระทาของสกินเนอร์ ที่จะเกิดการเรียนรู้จาก การลงมือกระทาและถ้าหากได้รับการเสริมแรงจะทาให้เกิด พฤติกรรมการเรียนนั้นซ้าอีก พฤติกรรมนิยม
  13. 13. จงนาเสนอแนวทางการนาทฤษฎีการเรียนรู้ทั้ง3 ทฤษฎี ไปใช้ในบริบทจริง ตัวอย่าง แนวคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้โดยการค้นพบของ Bruner สนับสนุนให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริงมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม และรับรู้สิ่งที่นักเรียนเลือก หรือสิ่งที่ใส่ใจ การเรียนรู้แบบนี้จะช่วยให้ เกิดการค้นพบเนื่องจากผู้เรียนมีความอยากรู้อยากเห็น ซึ่งจะเป็น แรงผลักดันที่ทาให้สารวจสิ่งแวดล้อมและทาให้เกิดการเรียนรู้โดย การค้นพบ พุทธิปัญญานิยม
  14. 14. จงนาเสนอแนวทางการนาทฤษฎีการเรียนรู้ทั้ง3 ทฤษฎี ไปใช้ในบริบทจริง ตัวอย่าง เน้นผู้เรียน เป็นศูนย์กลาง ครูมีบทบาทในการจัด สิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้ที่เน้นการพัฒนากระบวนการคิดอย่างอิสระ สร้างความรู้ได้ด้วยตนเอง ตลอดจน เรียนรู้จากการปฏิบัติของตนเอง โดยใช้วิธีการเรียนรู้ที่ หลากหลาย สนับสนุนให้เด็กได้เรียนรู้ด้วย ตนเอง คอนสตัคติวิสต์

×