SlideShare a Scribd company logo

Slideshare

P
P

Slideshare

1 of 14
Download to read offline
บทที่ 2
                                เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวของ

        การวิจัยครั้งนี้ผูวิจัยไดศึกษาปญหาจากการสังเกตการใชภาษาของครูและนักเรียน การใช
ประสบการณของผูวิจัย และการศึกษาคนควาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวของเพื่อนํามาประกอบการศึกษา
ดังนี้
             1. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานและกลุมสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี
             2. การเรยนรูแบบโครงงาน
                             ี
             3. การเรยนรโดยใชผังความคิด
                            ี ู
             4. งานวิจัยที่เกี่ยวของ


หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานและกลุมสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี
           กรมวิชาการ (2544: 1-2) ไดใหเ หตผลในการจดทาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไววา ความ
                                             ุ        ั ํ                                  
เจริญกาวหนาทางวิทยาการดานตางๆ ของโลกยุคโลกาภิวัฒน มีผลตอการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและ
เศรษฐกิจของทุกประเทศรวมทั้งประเทศไทยดวย จึงมีความจําเปนที่จะตองปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาของ
ชาติซึ่งถือเปนกลไกสําคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของประเทศ เพื่อสรางคนไทยใหเปนคนดี มี
ปญญา มีความสุข มีศักยภาพ พรอมที่จะแขงขันและรวมมืออยางสรางสรรคในเวทีโลก ประกอบกับ
พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 ไดกาหนดใหการศกษาเปนกระบวนการเรยนรเู พอความเจริ ญ
                                                 ํ         ึ                         ี    ่ื
งอกงามของบุคคลและสังคม โดยการถายทอดความรู การฝก การอบรม การสืบสานทางวัฒนธรรม การ
สรางสรรค ความกาวหนาทางวิชาการ การสรางองคความรูอันเกิดจากการจัดสภาพแวดลอมทางสังคมแหง
การเรียนรู และปจจัยเกื้อหนุนใหบุคคลเกิดการเรียนรูอยางตอเนื่องตลอดชีวิต เพื่ อพัฒนาคนไทยใหเปน
มนุษยที่สมบูรณทั้งรางกาย จิตใจ สติปญญา ความรูและคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการ
ดํารงชีวิต สามารถอยูรวมกับผูอื่นไดอยางมีความสุขและสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาแหงชาติ (2544:
คํานํา)
ไดกลาวถึง แนวทางการจัดการศึกษาวาในกระบวนการจัดการศึกษานับวาการปฏิรูปการเรียนรูนั้นถือวา
ผูเรียนสําคัญที่สุดสามารถเรียนรูและพัฒนาตนเองไดเปนหัวใจของการปฏิรูปการศึกษา
           กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพและเทคโนโลยีเปนกลุมสาระที่ชวยพัฒนาใหผูเรียน
มีความรู ความเขาใจ มีทักษะพื้นฐานที่จําเปนตอการดํารงชีวิต และรูเทาทันการเปลี่ยนแปลง สามารถ
นําความรูเกี่ยวกับการดํารงชีวิต การอาชีพ และเทคโนโลยี มาใชประโยชนในการทํางานอยางมีความคิด
สรางสรรค และแขงขันในสังคมไทยและสากล เห็นแนวทางในการประกอบอาชีพ รักการทํางาน และมี
เจตคติที่ดีตอการทํางาน สามารถดํารงชีวิตอยูในสังคมไดอยางพอเพียง                 และมีความสุข
กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพและเทคโนโลยี มุงพัฒนาผูเรียนแบบองครวม เพื่อใหมีความรู
ความสามารถ มีทักษะในการทํางาน เห็นแนวทางในการประกอบอาชีพและการศึกษาตอไดอยางมี
ประสิทธิภาพ โดยมีสาระสําคัญ ดังนี้
         • การดํารงชีวิตและครอบครัว เปนสาระเกี่ยวกับการทํางานในชีวิตประจําวัน ชวยเหลือตนเอง
ครอบครัว และสังคมไดในสภาพเศรษฐกิจที่พอเพียง ไมทําลายสิ่งแวดลอม เนนการปฏิบัตจนเกดความ
                                                                                     ิจริง ิ
มั่นใจและภูมิใจในผลสําเร็จของงาน เพื่อใหคนพบความสามารถ ความถนัด และความสนใจ     ของตนเอง
         • การออกแบบและเทคโนโลยี เปนสาระการเรียนรูที่เกี่ยวกับการพัฒนาความสามารถของมนุษย
อยางสรางสรรค โดยนําความรูมาใชกับกระบวนการเทคโนโลยี สรางสิ่งของ เครื่ องใช วิธีการ หรือเพิ่ม
ประสิทธิภาพในการดํารงชีวิต
         • เทคโนโลยสารสนเทศและการสอสาร เปนสาระเกี่ยวกับกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ
                     ี                   ่ื
การติดตอสื่อสาร การคนหาขอมูล การใชขอมูลและสารสนเทศ การแกปญหาหรือการสรางงาน คุณคา
และผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
         • การอาชีพ เปนสาระที่เกี่ยวของกับทักษะที่จําเปนตออาชีพ เห็นความสําคัญของคุณธรรม
จริยธรรม และเจตคติที่ดีตออาชีพ ใชเทคโนโลยีไดเหมาะสม เห็นคุณคาของอาชีพสุจริต และเห็น
แนวทางในการประกอบอาชีพ


       สาระและมาตรฐานการเรียนรู
           สาระท่ี 1 การดํารงชีวิตและครอบครัว
           มาตรฐาน ง1.1 เขาใจการทํางาน มีความคิดสรางสรรค มีทักษะกระบวนการทํางาน ทักษะ
การจัดการ ทักษะกระบวนการแกปญหา ทักษะการทํางานรวมกัน และทักษะการแสวงหาความรู
มีคุณธรรม และลักษณะนิสัยในการทํางาน มีจิตสํานึก ในการใชพลังงาน ทรัพยากร และ
สิ่งแวดลอมเพื่อการดํารงชีวิตและครอบครัว
            สาระท่ี 2 การออกแบบและเทคโนโลยี
            มาตรฐาน ง 2.1 เขาใจเทคโนโลยีและกระบวนการเทคโนโลยี ออกแบบและสราง
สิ่งของเครื่องใช หรือวิธีการ ตามกระบวนการเทคโนโลยีอยางมีความคิดสรางสรรค เลอกใช
                                                                              ื
เทคโนโลยีในทางสรางสรรคตอชีวิต สังคม สงแวดลอม และมสวนรวม ในการจดการเทคโนโลยี
                                             ่ิ            ี           ั
ที่ยั่งยืน
            สาระท่ี 3 เทคโนโลยสารสนเทศและการสอสาร
                                  ี               ่ื
            มาตรฐาน ง 3.1 เขาใจ เห็นคุณคา และใชกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศในการ
สืบคนขอมูล การเรียนรู การสื่อสาร การแกปญหา การทํางาน และอาชีพอยางมีประสิทธิภาพ
 ประสิทธิผล และมีคุณธรรม
สาระท่ี 4 การอาชีพ
        มาตรฐาน ง 4.1 เขาใจ มีทักษะที่จําเปน มีประสบการณ เห็นแนวทางในงานอาชีพ
ใชเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาอาชีพ มีคุณธรรม และมีเจตคติที่ดีตออาชีพ

การจดการเรยนรูแบบโครงงาน
    ั     ี

           การเรียนรูแบบโครงงานเปนกระบวนการแสวงหาความรู หรือการคนควาหาคําตอบในสิ่งที่
ผูเรียนอยากรูหรือสงสัยดวยวิธีการตางๆ เปนวิธีการเรียนรูที่ผูเรียนไดเลือกศึกษาตามความสนใจของตนเอง
หรือของกลุม เปนการตัดสินใจรวมกัน จนไดชิ้นงานที่สามารถนําผลการศึกษาไปใชไดในชีวิตจริง
           การเรยนรแบบโครงงาน เปนการเรียนรูที่ใชเทคนิคหลากหลายรูปแบบนํามาผสมผสานกัน ไดแก
                    ี ู
กระบวนการกลุม การฝกคิด การแกปญหา การเนนกระบวนการ การสอนแบบปริศนาความคิด และการ
สอนแบบรวมกนคด ทั้งนี้มุงหวังใหผูเรียนเรียนรูเรื่องใดเรื่องหนึ่งจากความสนใจอยากรูอยากเรียนของ
               ั ิ
ผูเรียนเอง โดยใชกระบวนการและวิธีการทางวิทยาศาสตร ผูเรียนจะเปนผูลงมือปฏิบัติกิจกรรมตางๆ เพื่อ
คนหาคาตอบดวยตนเอง เปนการเรียนรูที่มุงเนนใหผูเรียนไดเรียนรูจากประสบการณตรงกับแหลงความรู
        ํ        
เบื้องตน ผูเรียนสามารถสรุปความรูไดดวยตนเอง ซึ่งความรูที่ผูเรียนไดมาไมจําเปนตองตรงกับตํารา แต
ผูสอนจะสนับสนุนใหผูเรียนศึกษาคนควาเพิ่มเติมจากแหลงการเรียนรูและปรับปรุงความรูที่ไดใหสมบูรณ
           การเรียนรูแบบโครงงาน เปนการเรียนรูที่เชื่อมโยงหลักการพัฒนาการคิดของบลูม
(Bloom) ทั้ง 6 ขั้น และยังเปนกระบวนการเรียนรูที่เนนผูเรียนเปนสําคัญในทุกขั้นตอนของการเรียนรู ตงแต
                                                                                                       ้ั
การวางแผนการเรียนรู การออกแบบการเรียนรู การสรางสรรคประยุกตใชผลผลิต และการประเมินผลงาน
โดยผูสอนมีบทบาทเปนผูจัดการเรียนรู แนวคด 6 ขั้นของบลูม คือ
                                               ิ
             1. ความรูความจํา (Knowledge)
             2. ความเขาใจ (Comprehension)
             3. การนําไปใช (Application)
             4. การวิเคราะห (Analysis)
             5. การสังเคราะห (Synthesis)
             6. การประเมินคา (Evaluation)
กระบวนการของกจกรรมการเรยนรแบบโครงงาน
                      ิ           ี ู
             กระบวนการแบงเปน 3 ระยะใหญๆ ดวยกันคือ
             ระยะท่ี 1 การเรมตนโครงงาน
                             ่ิ 
             เปนระยะที่ผูสอนตองสังเกต/สรางความสนใจใหเกิดขึ้นในตัวผูเรียนจากนนตกลงรวมกน เลอก
                                                                                  ้ั       ั ื
เรื่องที่ตองการศึกษาอยางละเอียด ผูสอนสรางความสนใจใหเกิดกับผูเรียนซึ่งมีหลายวิธี โดยอาจศกษาเรอง
                                                                                             ึ    ่ื
จากการบอกเลาของผูใหญหรือผูรู จากประสบการณของผูเรียน/ผูสอน จากเอกสารสิ่งพิมพ หรือสื่อตางๆ
จากการเลนของผูเรียน จากความคิดที่เกิดขึ้น จากวัตถุสิ่งของที่ผูสอนนํามาในหองเรียน หรือจากตัวอยาง
โครงงานที่ผูอื่นทําไวแลว เปนตน เมื่อเกิดความสนใจแลวก็จะถึงการกําหนดหัวขอโครงงาน โดยนําเรื่องที่
ผูเรียนสนใจมาอภิปรายรวมกัน แลวกําหนดเรื่องนั้นเปนหัวขอโครงงาน ทั้งนี้จะตองคํานึงวาการกําหนด
หัวขอโครงงานนั้นจะกระทําหลังจากการตรวจสอบสมมติฐานเสร็จสิ้นแลว
             ระยะท่ี 2 ขนพฒนาโครงงาน
                             ้ั ั
               เปนขั้นที่ผูเรียนกําหนดหัวขอคําถาม หรือประเด็นปญหา ที่ผูเรียนสนใจอยากรู แลว
ตั้งสมมติฐานมาตอบคําถามเหลานั้น ทดสอบสมมติฐานดวยการลงมือปฏิบัติ จนคนพบคําตอบดวยตนเอง
ตามขนตอนดงน้ี
         ้ั        ั
             1. ผูเรียนกําหนดปญหาที่จะศึกษา
             2. ผูเรียนตั้งสมมติฐานเบื้องตน
             3. ผูเรียนตรวจสอบสมมติฐานเบื้องตน
             4. สรุปขอความรูจากผลการตรวจสอบสมมติฐาน
             ในกรณีที่ผลการตรวจสอบไมเปนไปตามสมมติฐาน ผูสอนควรใหกําลังใจผูเรียนเพื่อใหผูเรียนไป
แสวงหาความรูเพิ่มเติม สิ่งที่ไมควรกระทําคือการตําหนิหรือกลาวโทษ ผูสอนควรกระตุนใหผูเรียนมี
กําลังใจจนสามารถตั้งสมมติฐานใหมได ในกรณีที่ผลการตรวจสอบเปนไปตามสมมติฐาน ใหผูเรียนสรุป
องคความรูจากการคนพบดวยการลงมือปฏิบัติของผูเรียนเองเมื่อไดองคความรูใหมแลว ผูเรียนจะนําองค
ความรูนั้นไปใชในการทํากิจกรรมตามความสนใจตอไปได ผูเรียนอาจใชความรูที่คนพบเปนพื้นฐานของ
การกาหนดประเดน ปญหาขึ้นมาใหมเพื่อ
       ํ                  ็
กาหนดเปนโครงงานยอย ศึกษารายละเอียดในเรื่องนั้นตอไปอีก
    ํ        
                ระยะท่ี 3 ขั้นสรุป
                เปนระยะสุดทายของโครงงานที่ผูเรียนคนพบคําตอบของปญหาแลว และไดแสดงให 
ผสอนเหนวาไดสนสดความสนใจในหวขอโครงงานเดม และเรมหนเหความสนใจไปสเู รองใหม ระยะนี้
 ู         ็   ้ิ ุ                        ั           ิ       ่ิ ั                      ่ื
เปนระยะที่ผูสอนและผูเรียนจะไดแบงปนประสบการณการทํางานและแสดงใหเห็นถึงความสําเร็จของการ
ทํางานตลอดโครงงานแกคนอื่นๆ มีกิจกรรมที่ผูสอนใหผูเรียนดําเนินการในขั้นตอนนี้ ดังนี้
                1. ผูเรียนเขียนรายงานเปนรูปแบบงานวิจัยเล็กๆ
                2. ผูเรียนนําเสนอผลงาน (แสดงเปนแผงโครงงาน) ใหผูสนใจรับรู สรุปและนําไปใชใน
ชีวิตประจําวัน
ขั้นตอนการจัดการเรียนรู
             ขั้นตอนการจัดกระบวนการเรียนรูแบบโครงงานมีดังนี้
             1. ขั้นนําเสนอ หมายถึง ขั้นที่ผูสอนใหผูเรียนศึกษาใบความรู กําหนดสถานการณ ศึกษา
สถานการณ เกม รูปภาพ หรือการใชเทคนิคการตั้งคําถามเกี่ยวกับสาระการเรียนรูที่กําหนดในแผนการ
จัดการเรียนรูแตละแผน เชน สาระการเรียนรูตามหลักสูตรและสาระการเรียนรูที่ เปนขั้นตอนของโครงงาน
เพอใชเ ปนแนวทางในการวางแผนการเรยนรู
   ่ื                                        ี
            2. ขนวางแผน หมายถง ขั้นที่ผูเรียนรวมกันวางแผน โดยการระดมความคิด อภิปรายหารือ
                  ้ั               ึ
ขอสรุปของกลุมเพื่อใชเปนแนวทางในการปฏิบัติ
            3. ขั้นปฏิบัติ หมายถึง ขั้นที่ผูเรียนปฏิบัติกิจกรรมเขียนสรุปรายงานผลที่เกิดขึ้นจากการ
วางแผนรวมกน ั
            4. ขั้นประเมินผล หมายถึง ขั้นการวัดและประเมินผลตามสภาพจริง โดยใหบรรลุ       
จุดประสงคการเรียนรูที่กําหนดไวในแผนการจัดการเรียนรู โดยมีครู ผูเรียนและเพื่อนรวมกันประเมิน

         แนวทางการจดการเรยนรู
                      ั      ี
         การจัดการเรียนรูแบบโครงงาน มี 2 แนวทาง ดงน้ี
                                                  ั

         1. การจัดกิจกรรมตามความสนใจ

             เปนการจัดกิจกรรมที่ใหผูเรียนเลือกศึกษาโครงงานจากสิ่งที่สนใจอยากรูที่มีอยูใน
ชีวิตประจําวัน สิ่งแวดลอมในสังคม หรือจากประสบการณตางๆ ที่ยังตองการคําตอบ ขอสรุป ซึ่งอาจจะอยู
นอกเหนอจากสาระการเรยนรในบทเรยนของหลกสตร มีขั้นตอนดังตอไปนี้
        ื                 ี ู        ี          ั ู
            1) ตรวจสอบ วิเคราะห พิจารณา รวบรวมความสนใจแกผเู รยน
                                                                 ี
            2) กาหนดประเดนปญหา/หัวขอเรื่อง
                      ํ     ็ 
            3) กาหนดวตถประสงค
                  ํ     ั ุ
            4) ตั้งสมมติฐาน
            5) กาหนดวธการศกษาและแหลงความรู
                    ํ    ิี ึ                
            6) กําหนดเคาโครงของโครงงาน
            7) ตรวจสอบสมมตฐาน  ิ
           8) สรุปผลการศึกษาและการนําไปใช
           9) เขียนรายงานเชิงวิจัยงายๆ
          10) จดแสดงผลงาน
                ั
2. การจัดกิจกรรมตามสาระการเรียนรู
           เปนการจัดกิจกรรมการเรียนรูโดยยึดเนื้อหาสาระตามที่หลักสูตรกําหนด ผูเรียนเลือกทํา
โครงงานตามสาระการเรียนรู จากหนวยเนื้อหาที่เรียนในชั้นเรียน นํามาเปนหัวขอโครงงาน
มีขั้นตอนที่ผูสอนดําเนินการดังตอไปนี้
           1) เริ่มจากศึกษาเอกสารหลักสูตร คูมือครู
           2) วิเคราะหหลักสูตร
           3) วิเคราะหคําอธิบายรายวิชา เพื่อแยกเนื้อหา จุดประสงค และกิจกรรมใหเดนชัด
           4) จดทากาหนดการสอน
                 ั ํ ํ
           5) เขยนแผนการจดการเรยนรู
                  ี              ั      ี
           6) ผลิตสื่อ จัดหาแหลงการเรียนรู ภูมิปญญาทองถิ่น
           7) จัดกิจกรรมการเรยนรู ดงน้ี
                                   ี      ั
              7.1) แจงจุดประสงค เนื้อหาของหลักสูตรใหผูเรียนทราบ
              7.2) กระตุนความสนใจของผูเรียนในขอบเขตของเนื้อหาและจุดประสงคในหลักสูตร
              7.3) จัดกลุมผูเรียนตามความสนใจ
              7.4) ผูสอนใชคําถามเพื่อกระตุนใหผูเรียนมีสวนรวมในการจัดกิจกรรมการเรียนรู เชน 
                  ♦ ทําไมผูเรียนจึงสนใจอยากเรียนเรื่องนี้ (แนวคด/แรงดลใจ)
                                                                      ิ
                  ♦ ผูเรียนสนใจเกี่ยวกับอะไรบาง (กาหนดเนอหา)
                                                         ํ       ้ื
                  ♦ ผูเรียนอยากเรียนรูเรื่องนี้เพื่ออะไร (กาหนดจด ประสงค)
                                                             ํ      ุ
                  ♦ ผูเรียนจะทําอยางไรจึงจะเรียนรูไดในเรื่องนี้ (กาหนดวธศกษา/กจกรรม)
                                                                        ํ   ิีึ     ิ
                  ♦ ผูเรียนจะใชเครื่องมืออะไรบางในการศึกษาครั้งนี้ (กําหนดสื่ออุปกรณ)
                  ♦ ผูเรียนจะไปศึกษาที่ใดบาง (กาหนดแหลงความรู แหลงขอมล)
                                                       ํ                    ู
                  ♦ ผลที่ผูเรียนคาดวาจะไดรับคืออะไรบาง (สรุปความรู/สมมติฐาน)
                  ♦ ผูเรียนจะทําอยางไรจึงจะรูวาผลงานของผูเรียนดีหรือไมดีอยางไร จะใหใครเปนผูประเมิน
(กาหนดการวดและประเมนผล)
  ํ            ั               ิ
                  ♦ ผูเรียนจะเผยแพรผลงานใหผูอื่นรูไดอยางไร (นําเสนอผลงาน รายงาน)
             7.5) ผูเรียนแตละกลุมศึกษาตามที่ตกลงกันไว (จากคําถามที่ผูสอนซักถาม) ภายใตกรอบเวลา
                                                                                               
ในแตละครั้ง ถายังไมสําเร็จใหศึกษาตอในคาบตอไป
            7.6) ผูเรียนทุกคนตองสรุปองคความรูไดดวยการเรียนของผูเรียนและสามารถนําเสนอความรูที่
ไดแกเพื่อนๆ และผสอนไดู
            7.7) ผูเรียนเขียนรายงานเชิงวิจัยแบบงายๆ และแสดงแผงโครงงาน

Recommended

มาตรฐานตัวชี้วัดการงานฯ
มาตรฐานตัวชี้วัดการงานฯมาตรฐานตัวชี้วัดการงานฯ
มาตรฐานตัวชี้วัดการงานฯWittawas Kaewpradis
 
Is1 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ กลุ่ม2
Is1  การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ กลุ่ม2Is1  การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ กลุ่ม2
Is1 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ กลุ่ม2พัน พัน
 
แผนการจัดการเรียนรู้บูรณาการพอเพียง
แผนการจัดการเรียนรู้บูรณาการพอเพียงแผนการจัดการเรียนรู้บูรณาการพอเพียง
แผนการจัดการเรียนรู้บูรณาการพอเพียงSurachai Chobseang
 
ใบงานที่ 2 8 แนน
ใบงานที่ 2   8 แนนใบงานที่ 2   8 แนน
ใบงานที่ 2 8 แนนnoputa3366
 
แผนการสอนการงานอาชีพ ป.6
แผนการสอนการงานอาชีพ ป.6แผนการสอนการงานอาชีพ ป.6
แผนการสอนการงานอาชีพ ป.6Napadon Yingyongsakul
 

More Related Content

What's hot

ใบงานที่ 2 8 gookie
ใบงานที่ 2   8 gookieใบงานที่ 2   8 gookie
ใบงานที่ 2 8 gookienoputa3366
 
ใบงานที่ 2 8
ใบงานที่ 2   8ใบงานที่ 2   8
ใบงานที่ 2 8noputa3366
 
บทที่ 11 นวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัย 55
บทที่ 11 นวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัย 55บทที่ 11 นวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัย 55
บทที่ 11 นวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัย 55Decode Ac
 
IS1 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ กลุ่ม1
IS1  การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ กลุ่ม1IS1  การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ กลุ่ม1
IS1 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ กลุ่ม1พัน พัน
 
การออกแบบการจัดการเรียนการสอนและการเรียนรู้ ในศตวรรษที่ 21
การออกแบบการจัดการเรียนการสอนและการเรียนรู้ ในศตวรรษที่ 21การออกแบบการจัดการเรียนการสอนและการเรียนรู้ ในศตวรรษที่ 21
การออกแบบการจัดการเรียนการสอนและการเรียนรู้ ในศตวรรษที่ 21Anucha Somabut
 
ตัวอย่างแผนการสอนคอมพิวเตอร์
ตัวอย่างแผนการสอนคอมพิวเตอร์ตัวอย่างแผนการสอนคอมพิวเตอร์
ตัวอย่างแผนการสอนคอมพิวเตอร์srkschool
 
แผนการสอนคอมพิวเตอร์ ป.5
แผนการสอนคอมพิวเตอร์ ป.5แผนการสอนคอมพิวเตอร์ ป.5
แผนการสอนคอมพิวเตอร์ ป.5พิพัฒน์ ตะภา
 
การขับเคลื่อนโรงเรียนนนทรีวิทยา สู่ระบบโรงเรียนมาตรฐานสากล โดย ครูกอบวิทย์ พิ...
การขับเคลื่อนโรงเรียนนนทรีวิทยา สู่ระบบโรงเรียนมาตรฐานสากล โดย ครูกอบวิทย์ พิ...การขับเคลื่อนโรงเรียนนนทรีวิทยา สู่ระบบโรงเรียนมาตรฐานสากล โดย ครูกอบวิทย์ พิ...
การขับเคลื่อนโรงเรียนนนทรีวิทยา สู่ระบบโรงเรียนมาตรฐานสากล โดย ครูกอบวิทย์ พิ...Kobwit Piriyawat
 
แผนการพัฒนาตนเอง นายกอบวิทย์ พิริยะวัฒน์ ปีการศึกษา 2553
แผนการพัฒนาตนเอง นายกอบวิทย์  พิริยะวัฒน์ ปีการศึกษา 2553แผนการพัฒนาตนเอง นายกอบวิทย์  พิริยะวัฒน์ ปีการศึกษา 2553
แผนการพัฒนาตนเอง นายกอบวิทย์ พิริยะวัฒน์ ปีการศึกษา 2553Kobwit Piriyawat
 
ใบงานที่2-8
ใบงานที่2-8ใบงานที่2-8
ใบงานที่2-8Niraporn Pousiri
 
แนวการเขียนรายงายเชิงวิจัย
แนวการเขียนรายงายเชิงวิจัยแนวการเขียนรายงายเชิงวิจัย
แนวการเขียนรายงายเชิงวิจัยwitthaya601
 
โครงร่างโครงงาน กรุความรู้...สังคมศึกษา
โครงร่างโครงงาน กรุความรู้...สังคมศึกษาโครงร่างโครงงาน กรุความรู้...สังคมศึกษา
โครงร่างโครงงาน กรุความรู้...สังคมศึกษาPanupong Srimuang
 
เอกสารประกอบ เรื่อง การประเมินแฟ้มสะสมงาน
เอกสารประกอบ เรื่อง การประเมินแฟ้มสะสมงานเอกสารประกอบ เรื่อง การประเมินแฟ้มสะสมงาน
เอกสารประกอบ เรื่อง การประเมินแฟ้มสะสมงานDrWilaiporn Rittikoop
 
คำอธิบายรายวิชา ม.ต้น
คำอธิบายรายวิชา ม.ต้นคำอธิบายรายวิชา ม.ต้น
คำอธิบายรายวิชา ม.ต้นschool
 

What's hot (18)

ใบงานที่ 2 8 gookie
ใบงานที่ 2   8 gookieใบงานที่ 2   8 gookie
ใบงานที่ 2 8 gookie
 
ใบงานที่ 2 8
ใบงานที่ 2   8ใบงานที่ 2   8
ใบงานที่ 2 8
 
บทที่ 11 นวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัย 55
บทที่ 11 นวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัย 55บทที่ 11 นวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัย 55
บทที่ 11 นวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัย 55
 
IS1 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ กลุ่ม1
IS1  การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ กลุ่ม1IS1  การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ กลุ่ม1
IS1 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ กลุ่ม1
 
การออกแบบการจัดการเรียนการสอนและการเรียนรู้ ในศตวรรษที่ 21
การออกแบบการจัดการเรียนการสอนและการเรียนรู้ ในศตวรรษที่ 21การออกแบบการจัดการเรียนการสอนและการเรียนรู้ ในศตวรรษที่ 21
การออกแบบการจัดการเรียนการสอนและการเรียนรู้ ในศตวรรษที่ 21
 
ตัวอย่างแผนการสอนคอมพิวเตอร์
ตัวอย่างแผนการสอนคอมพิวเตอร์ตัวอย่างแผนการสอนคอมพิวเตอร์
ตัวอย่างแผนการสอนคอมพิวเตอร์
 
01 ตอนที่ 1 word
01 ตอนที่ 1 word01 ตอนที่ 1 word
01 ตอนที่ 1 word
 
Plan e book
Plan e bookPlan e book
Plan e book
 
แผนการสอนคอมพิวเตอร์ ป.5
แผนการสอนคอมพิวเตอร์ ป.5แผนการสอนคอมพิวเตอร์ ป.5
แผนการสอนคอมพิวเตอร์ ป.5
 
การขับเคลื่อนโรงเรียนนนทรีวิทยา สู่ระบบโรงเรียนมาตรฐานสากล โดย ครูกอบวิทย์ พิ...
การขับเคลื่อนโรงเรียนนนทรีวิทยา สู่ระบบโรงเรียนมาตรฐานสากล โดย ครูกอบวิทย์ พิ...การขับเคลื่อนโรงเรียนนนทรีวิทยา สู่ระบบโรงเรียนมาตรฐานสากล โดย ครูกอบวิทย์ พิ...
การขับเคลื่อนโรงเรียนนนทรีวิทยา สู่ระบบโรงเรียนมาตรฐานสากล โดย ครูกอบวิทย์ พิ...
 
โครงงาน
โครงงานโครงงาน
โครงงาน
 
แผนการพัฒนาตนเอง นายกอบวิทย์ พิริยะวัฒน์ ปีการศึกษา 2553
แผนการพัฒนาตนเอง นายกอบวิทย์  พิริยะวัฒน์ ปีการศึกษา 2553แผนการพัฒนาตนเอง นายกอบวิทย์  พิริยะวัฒน์ ปีการศึกษา 2553
แผนการพัฒนาตนเอง นายกอบวิทย์ พิริยะวัฒน์ ปีการศึกษา 2553
 
ใบงานที่2-8
ใบงานที่2-8ใบงานที่2-8
ใบงานที่2-8
 
แนวการเขียนรายงายเชิงวิจัย
แนวการเขียนรายงายเชิงวิจัยแนวการเขียนรายงายเชิงวิจัย
แนวการเขียนรายงายเชิงวิจัย
 
โครงร่างโครงงาน กรุความรู้...สังคมศึกษา
โครงร่างโครงงาน กรุความรู้...สังคมศึกษาโครงร่างโครงงาน กรุความรู้...สังคมศึกษา
โครงร่างโครงงาน กรุความรู้...สังคมศึกษา
 
ตัวอย่าง Addie ok
ตัวอย่าง Addie ok ตัวอย่าง Addie ok
ตัวอย่าง Addie ok
 
เอกสารประกอบ เรื่อง การประเมินแฟ้มสะสมงาน
เอกสารประกอบ เรื่อง การประเมินแฟ้มสะสมงานเอกสารประกอบ เรื่อง การประเมินแฟ้มสะสมงาน
เอกสารประกอบ เรื่อง การประเมินแฟ้มสะสมงาน
 
คำอธิบายรายวิชา ม.ต้น
คำอธิบายรายวิชา ม.ต้นคำอธิบายรายวิชา ม.ต้น
คำอธิบายรายวิชา ม.ต้น
 

Viewers also liked

Motors alternatius
Motors alternatiusMotors alternatius
Motors alternatiusarizaa
 
O mundo precisa de voce
O mundo precisa de voceO mundo precisa de voce
O mundo precisa de vocejmpcard
 
Seminario II(laura vazquez)
Seminario II(laura vazquez)Seminario II(laura vazquez)
Seminario II(laura vazquez)lauvazarz
 
Phần 2 : Các điều kiện cần có của sàn giao dịch bất động sản
Phần 2 : Các điều kiện cần có của sàn giao dịch bất động sản Phần 2 : Các điều kiện cần có của sàn giao dịch bất động sản
Phần 2 : Các điều kiện cần có của sàn giao dịch bất động sản Anh Dũng Huỳnh
 
การบริหารสหกรณ์ออมทรัพย์ในภาวะเศรษฐกิจโลกมีปัญหาและเศรษฐกิจไทยปรับโครงสร้าง
การบริหารสหกรณ์ออมทรัพย์ในภาวะเศรษฐกิจโลกมีปัญหาและเศรษฐกิจไทยปรับโครงสร้างการบริหารสหกรณ์ออมทรัพย์ในภาวะเศรษฐกิจโลกมีปัญหาและเศรษฐกิจไทยปรับโครงสร้าง
การบริหารสหกรณ์ออมทรัพย์ในภาวะเศรษฐกิจโลกมีปัญหาและเศรษฐกิจไทยปรับโครงสร้างnachol_fsct
 
Manual novato kinesiología pucv 2013
Manual novato kinesiología pucv 2013Manual novato kinesiología pucv 2013
Manual novato kinesiología pucv 2013nicole
 
Hepatitis2
Hepatitis2Hepatitis2
Hepatitis2zaira954
 
論文大会本番用パワポ1107
論文大会本番用パワポ1107論文大会本番用パワポ1107
論文大会本番用パワポ1107Yutaro Futada
 
Comparecencia Sindicato LAB
Comparecencia Sindicato LABComparecencia Sindicato LAB
Comparecencia Sindicato LABRafaela Romero
 

Viewers also liked (20)

Motors alternatius
Motors alternatiusMotors alternatius
Motors alternatius
 
Studio legale Bird & Bird - Decreto 2.0
Studio legale Bird & Bird - Decreto 2.0Studio legale Bird & Bird - Decreto 2.0
Studio legale Bird & Bird - Decreto 2.0
 
O mundo precisa de voce
O mundo precisa de voceO mundo precisa de voce
O mundo precisa de voce
 
Tugas kurikulum pembelajaran
Tugas kurikulum pembelajaranTugas kurikulum pembelajaran
Tugas kurikulum pembelajaran
 
Prncanaan pembljran 2
Prncanaan pembljran 2Prncanaan pembljran 2
Prncanaan pembljran 2
 
обзор возможностей Prophix
обзор возможностей Prophixобзор возможностей Prophix
обзор возможностей Prophix
 
Camera angles
Camera anglesCamera angles
Camera angles
 
Blog de papel
Blog de papelBlog de papel
Blog de papel
 
Seminario II(laura vazquez)
Seminario II(laura vazquez)Seminario II(laura vazquez)
Seminario II(laura vazquez)
 
Subnetmask
SubnetmaskSubnetmask
Subnetmask
 
Phần 2 : Các điều kiện cần có của sàn giao dịch bất động sản
Phần 2 : Các điều kiện cần có của sàn giao dịch bất động sản Phần 2 : Các điều kiện cần có của sàn giao dịch bất động sản
Phần 2 : Các điều kiện cần có của sàn giao dịch bất động sản
 
Белые начинают и выигрывают
Белые начинают и выигрываютБелые начинают и выигрывают
Белые начинают и выигрывают
 
การบริหารสหกรณ์ออมทรัพย์ในภาวะเศรษฐกิจโลกมีปัญหาและเศรษฐกิจไทยปรับโครงสร้าง
การบริหารสหกรณ์ออมทรัพย์ในภาวะเศรษฐกิจโลกมีปัญหาและเศรษฐกิจไทยปรับโครงสร้างการบริหารสหกรณ์ออมทรัพย์ในภาวะเศรษฐกิจโลกมีปัญหาและเศรษฐกิจไทยปรับโครงสร้าง
การบริหารสหกรณ์ออมทรัพย์ในภาวะเศรษฐกิจโลกมีปัญหาและเศรษฐกิจไทยปรับโครงสร้าง
 
Manual novato kinesiología pucv 2013
Manual novato kinesiología pucv 2013Manual novato kinesiología pucv 2013
Manual novato kinesiología pucv 2013
 
Putri
PutriPutri
Putri
 
Hepatitis2
Hepatitis2Hepatitis2
Hepatitis2
 
Convite
ConviteConvite
Convite
 
論文大会本番用パワポ1107
論文大会本番用パワポ1107論文大会本番用パワポ1107
論文大会本番用パワポ1107
 
Naši stari albumi
Naši stari albumiNaši stari albumi
Naši stari albumi
 
Comparecencia Sindicato LAB
Comparecencia Sindicato LABComparecencia Sindicato LAB
Comparecencia Sindicato LAB
 

Similar to Slideshare

Slideshare
SlideshareSlideshare
Slidesharepaewwaew
 
Slideshare
SlideshareSlideshare
Slidesharepaewwaew
 
Slideshare
SlideshareSlideshare
Slidesharepaewwaew
 
รายงานผลการพัฒนาการเรียนการสอนด้วยสื่อรคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
รายงานผลการพัฒนาการเรียนการสอนด้วยสื่อรคอมพิวเตอร์ช่วยสอนรายงานผลการพัฒนาการเรียนการสอนด้วยสื่อรคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
รายงานผลการพัฒนาการเรียนการสอนด้วยสื่อรคอมพิวเตอร์ช่วยสอนNatmol Thedsanabun
 
รายงานพัฒนาการเรียนการสอนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
รายงานพัฒนาการเรียนการสอนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนรายงานพัฒนาการเรียนการสอนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
รายงานพัฒนาการเรียนการสอนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนNatmol Thedsanabun
 
แบบรายงานการพัฒนานวัตกรรมการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนตามจุด
แบบรายงานการพัฒนานวัตกรรมการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนตามจุดแบบรายงานการพัฒนานวัตกรรมการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนตามจุด
แบบรายงานการพัฒนานวัตกรรมการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนตามจุดKrupol Phato
 
การออกแบบการสอนระดับครูมือใหม่ 1
การออกแบบการสอนระดับครูมือใหม่ 1การออกแบบการสอนระดับครูมือใหม่ 1
การออกแบบการสอนระดับครูมือใหม่ 1Ailada_oa
 
R บทที่ 1
R บทที่  1R บทที่  1
R บทที่ 1khuwawa
 
วิจัยบทที่
วิจัยบทที่วิจัยบทที่
วิจัยบทที่Natmol Thedsanabun
 
ใบงานที่1น้ะ
ใบงานที่1น้ะใบงานที่1น้ะ
ใบงานที่1น้ะPiyamas Songtronge
 
หลักสูตร Is คำอธิบายรายวิชา ม.ปลายdoc
หลักสูตร Is คำอธิบายรายวิชา ม.ปลายdocหลักสูตร Is คำอธิบายรายวิชา ม.ปลายdoc
หลักสูตร Is คำอธิบายรายวิชา ม.ปลายdockrupornpana55
 
มาตรฐานและตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
มาตรฐานและตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีมาตรฐานและตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
มาตรฐานและตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีBoonlert Aroonpiboon
 
ภารกิจระดับครูผู้ช่วย2
ภารกิจระดับครูผู้ช่วย2ภารกิจระดับครูผู้ช่วย2
ภารกิจระดับครูผู้ช่วย2Jiramet Ponyiam
 

Similar to Slideshare (20)

Slideshare
SlideshareSlideshare
Slideshare
 
Slideshare
SlideshareSlideshare
Slideshare
 
Slideshare
SlideshareSlideshare
Slideshare
 
รายงานผลการพัฒนาการเรียนการสอนด้วยสื่อรคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
รายงานผลการพัฒนาการเรียนการสอนด้วยสื่อรคอมพิวเตอร์ช่วยสอนรายงานผลการพัฒนาการเรียนการสอนด้วยสื่อรคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
รายงานผลการพัฒนาการเรียนการสอนด้วยสื่อรคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
 
รายงานพัฒนาการเรียนการสอนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
รายงานพัฒนาการเรียนการสอนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนรายงานพัฒนาการเรียนการสอนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
รายงานพัฒนาการเรียนการสอนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
 
แบบรายงานการพัฒนานวัตกรรมการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนตามจุด
แบบรายงานการพัฒนานวัตกรรมการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนตามจุดแบบรายงานการพัฒนานวัตกรรมการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนตามจุด
แบบรายงานการพัฒนานวัตกรรมการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนตามจุด
 
Pys3 pbl
Pys3 pblPys3 pbl
Pys3 pbl
 
Pys3 pbl
Pys3 pblPys3 pbl
Pys3 pbl
 
Pys3 pbl
Pys3 pblPys3 pbl
Pys3 pbl
 
การออกแบบการสอนระดับครูมือใหม่ 1
การออกแบบการสอนระดับครูมือใหม่ 1การออกแบบการสอนระดับครูมือใหม่ 1
การออกแบบการสอนระดับครูมือใหม่ 1
 
R บทที่ 1
R บทที่  1R บทที่  1
R บทที่ 1
 
วิจัยบทที่
วิจัยบทที่วิจัยบทที่
วิจัยบทที่
 
ใบงานที่1น้ะ
ใบงานที่1น้ะใบงานที่1น้ะ
ใบงานที่1น้ะ
 
ใบงานที่1
ใบงานที่1ใบงานที่1
ใบงานที่1
 
หลักสูตร Is คำอธิบายรายวิชา ม.ปลายdoc
หลักสูตร Is คำอธิบายรายวิชา ม.ปลายdocหลักสูตร Is คำอธิบายรายวิชา ม.ปลายdoc
หลักสูตร Is คำอธิบายรายวิชา ม.ปลายdoc
 
ใบงาน2
ใบงาน2ใบงาน2
ใบงาน2
 
มาตรฐานและตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
มาตรฐานและตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีมาตรฐานและตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
มาตรฐานและตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
 
ภารกิจระดับครูผู้ช่วย2
ภารกิจระดับครูผู้ช่วย2ภารกิจระดับครูผู้ช่วย2
ภารกิจระดับครูผู้ช่วย2
 
Ch 2
Ch 2Ch 2
Ch 2
 
คอม01.doc
คอม01.docคอม01.doc
คอม01.doc
 

More from paewwaew

ใบความรู้ที่4
ใบความรู้ที่4ใบความรู้ที่4
ใบความรู้ที่4paewwaew
 
ใบความรู้ที่ 3
ใบความรู้ที่ 3ใบความรู้ที่ 3
ใบความรู้ที่ 3paewwaew
 
ใบความรู้ที่ 2
ใบความรู้ที่ 2ใบความรู้ที่ 2
ใบความรู้ที่ 2paewwaew
 
ใบความรู้ที่ 1
ใบความรู้ที่ 1ใบความรู้ที่ 1
ใบความรู้ที่ 1paewwaew
 

More from paewwaew (7)

ใบความรู้ที่4
ใบความรู้ที่4ใบความรู้ที่4
ใบความรู้ที่4
 
ใบความรู้ที่ 3
ใบความรู้ที่ 3ใบความรู้ที่ 3
ใบความรู้ที่ 3
 
ใบความรู้ที่ 2
ใบความรู้ที่ 2ใบความรู้ที่ 2
ใบความรู้ที่ 2
 
ใบความรู้ที่ 1
ใบความรู้ที่ 1ใบความรู้ที่ 1
ใบความรู้ที่ 1
 
Plan
PlanPlan
Plan
 
Plan
PlanPlan
Plan
 
Plan
PlanPlan
Plan
 

Slideshare

  • 1. บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวของ การวิจัยครั้งนี้ผูวิจัยไดศึกษาปญหาจากการสังเกตการใชภาษาของครูและนักเรียน การใช ประสบการณของผูวิจัย และการศึกษาคนควาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวของเพื่อนํามาประกอบการศึกษา ดังนี้ 1. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานและกลุมสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี 2. การเรยนรูแบบโครงงาน ี 3. การเรยนรโดยใชผังความคิด ี ู 4. งานวิจัยที่เกี่ยวของ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานและกลุมสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี กรมวิชาการ (2544: 1-2) ไดใหเ หตผลในการจดทาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไววา ความ  ุ ั ํ  เจริญกาวหนาทางวิทยาการดานตางๆ ของโลกยุคโลกาภิวัฒน มีผลตอการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและ เศรษฐกิจของทุกประเทศรวมทั้งประเทศไทยดวย จึงมีความจําเปนที่จะตองปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาของ ชาติซึ่งถือเปนกลไกสําคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของประเทศ เพื่อสรางคนไทยใหเปนคนดี มี ปญญา มีความสุข มีศักยภาพ พรอมที่จะแขงขันและรวมมืออยางสรางสรรคในเวทีโลก ประกอบกับ พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 ไดกาหนดใหการศกษาเปนกระบวนการเรยนรเู พอความเจริ ญ ํ  ึ  ี ่ื งอกงามของบุคคลและสังคม โดยการถายทอดความรู การฝก การอบรม การสืบสานทางวัฒนธรรม การ สรางสรรค ความกาวหนาทางวิชาการ การสรางองคความรูอันเกิดจากการจัดสภาพแวดลอมทางสังคมแหง การเรียนรู และปจจัยเกื้อหนุนใหบุคคลเกิดการเรียนรูอยางตอเนื่องตลอดชีวิต เพื่ อพัฒนาคนไทยใหเปน มนุษยที่สมบูรณทั้งรางกาย จิตใจ สติปญญา ความรูและคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการ ดํารงชีวิต สามารถอยูรวมกับผูอื่นไดอยางมีความสุขและสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาแหงชาติ (2544: คํานํา) ไดกลาวถึง แนวทางการจัดการศึกษาวาในกระบวนการจัดการศึกษานับวาการปฏิรูปการเรียนรูนั้นถือวา ผูเรียนสําคัญที่สุดสามารถเรียนรูและพัฒนาตนเองไดเปนหัวใจของการปฏิรูปการศึกษา กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพและเทคโนโลยีเปนกลุมสาระที่ชวยพัฒนาใหผูเรียน มีความรู ความเขาใจ มีทักษะพื้นฐานที่จําเปนตอการดํารงชีวิต และรูเทาทันการเปลี่ยนแปลง สามารถ นําความรูเกี่ยวกับการดํารงชีวิต การอาชีพ และเทคโนโลยี มาใชประโยชนในการทํางานอยางมีความคิด สรางสรรค และแขงขันในสังคมไทยและสากล เห็นแนวทางในการประกอบอาชีพ รักการทํางาน และมี เจตคติที่ดีตอการทํางาน สามารถดํารงชีวิตอยูในสังคมไดอยางพอเพียง และมีความสุข
  • 2. กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพและเทคโนโลยี มุงพัฒนาผูเรียนแบบองครวม เพื่อใหมีความรู ความสามารถ มีทักษะในการทํางาน เห็นแนวทางในการประกอบอาชีพและการศึกษาตอไดอยางมี ประสิทธิภาพ โดยมีสาระสําคัญ ดังนี้ • การดํารงชีวิตและครอบครัว เปนสาระเกี่ยวกับการทํางานในชีวิตประจําวัน ชวยเหลือตนเอง ครอบครัว และสังคมไดในสภาพเศรษฐกิจที่พอเพียง ไมทําลายสิ่งแวดลอม เนนการปฏิบัตจนเกดความ ิจริง ิ มั่นใจและภูมิใจในผลสําเร็จของงาน เพื่อใหคนพบความสามารถ ความถนัด และความสนใจ ของตนเอง • การออกแบบและเทคโนโลยี เปนสาระการเรียนรูที่เกี่ยวกับการพัฒนาความสามารถของมนุษย อยางสรางสรรค โดยนําความรูมาใชกับกระบวนการเทคโนโลยี สรางสิ่งของ เครื่ องใช วิธีการ หรือเพิ่ม ประสิทธิภาพในการดํารงชีวิต • เทคโนโลยสารสนเทศและการสอสาร เปนสาระเกี่ยวกับกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ ี ่ื การติดตอสื่อสาร การคนหาขอมูล การใชขอมูลและสารสนเทศ การแกปญหาหรือการสรางงาน คุณคา และผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร • การอาชีพ เปนสาระที่เกี่ยวของกับทักษะที่จําเปนตออาชีพ เห็นความสําคัญของคุณธรรม จริยธรรม และเจตคติที่ดีตออาชีพ ใชเทคโนโลยีไดเหมาะสม เห็นคุณคาของอาชีพสุจริต และเห็น แนวทางในการประกอบอาชีพ สาระและมาตรฐานการเรียนรู สาระท่ี 1 การดํารงชีวิตและครอบครัว มาตรฐาน ง1.1 เขาใจการทํางาน มีความคิดสรางสรรค มีทักษะกระบวนการทํางาน ทักษะ การจัดการ ทักษะกระบวนการแกปญหา ทักษะการทํางานรวมกัน และทักษะการแสวงหาความรู มีคุณธรรม และลักษณะนิสัยในการทํางาน มีจิตสํานึก ในการใชพลังงาน ทรัพยากร และ สิ่งแวดลอมเพื่อการดํารงชีวิตและครอบครัว สาระท่ี 2 การออกแบบและเทคโนโลยี มาตรฐาน ง 2.1 เขาใจเทคโนโลยีและกระบวนการเทคโนโลยี ออกแบบและสราง สิ่งของเครื่องใช หรือวิธีการ ตามกระบวนการเทคโนโลยีอยางมีความคิดสรางสรรค เลอกใช ื เทคโนโลยีในทางสรางสรรคตอชีวิต สังคม สงแวดลอม และมสวนรวม ในการจดการเทคโนโลยี ่ิ  ี   ั ที่ยั่งยืน สาระท่ี 3 เทคโนโลยสารสนเทศและการสอสาร ี ่ื มาตรฐาน ง 3.1 เขาใจ เห็นคุณคา และใชกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศในการ สืบคนขอมูล การเรียนรู การสื่อสาร การแกปญหา การทํางาน และอาชีพอยางมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และมีคุณธรรม
  • 3. สาระท่ี 4 การอาชีพ มาตรฐาน ง 4.1 เขาใจ มีทักษะที่จําเปน มีประสบการณ เห็นแนวทางในงานอาชีพ ใชเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาอาชีพ มีคุณธรรม และมีเจตคติที่ดีตออาชีพ การจดการเรยนรูแบบโครงงาน ั ี การเรียนรูแบบโครงงานเปนกระบวนการแสวงหาความรู หรือการคนควาหาคําตอบในสิ่งที่ ผูเรียนอยากรูหรือสงสัยดวยวิธีการตางๆ เปนวิธีการเรียนรูที่ผูเรียนไดเลือกศึกษาตามความสนใจของตนเอง หรือของกลุม เปนการตัดสินใจรวมกัน จนไดชิ้นงานที่สามารถนําผลการศึกษาไปใชไดในชีวิตจริง การเรยนรแบบโครงงาน เปนการเรียนรูที่ใชเทคนิคหลากหลายรูปแบบนํามาผสมผสานกัน ไดแก ี ู กระบวนการกลุม การฝกคิด การแกปญหา การเนนกระบวนการ การสอนแบบปริศนาความคิด และการ สอนแบบรวมกนคด ทั้งนี้มุงหวังใหผูเรียนเรียนรูเรื่องใดเรื่องหนึ่งจากความสนใจอยากรูอยากเรียนของ  ั ิ ผูเรียนเอง โดยใชกระบวนการและวิธีการทางวิทยาศาสตร ผูเรียนจะเปนผูลงมือปฏิบัติกิจกรรมตางๆ เพื่อ คนหาคาตอบดวยตนเอง เปนการเรียนรูที่มุงเนนใหผูเรียนไดเรียนรูจากประสบการณตรงกับแหลงความรู  ํ  เบื้องตน ผูเรียนสามารถสรุปความรูไดดวยตนเอง ซึ่งความรูที่ผูเรียนไดมาไมจําเปนตองตรงกับตํารา แต ผูสอนจะสนับสนุนใหผูเรียนศึกษาคนควาเพิ่มเติมจากแหลงการเรียนรูและปรับปรุงความรูที่ไดใหสมบูรณ การเรียนรูแบบโครงงาน เปนการเรียนรูที่เชื่อมโยงหลักการพัฒนาการคิดของบลูม (Bloom) ทั้ง 6 ขั้น และยังเปนกระบวนการเรียนรูที่เนนผูเรียนเปนสําคัญในทุกขั้นตอนของการเรียนรู ตงแต ้ั การวางแผนการเรียนรู การออกแบบการเรียนรู การสรางสรรคประยุกตใชผลผลิต และการประเมินผลงาน โดยผูสอนมีบทบาทเปนผูจัดการเรียนรู แนวคด 6 ขั้นของบลูม คือ ิ 1. ความรูความจํา (Knowledge) 2. ความเขาใจ (Comprehension) 3. การนําไปใช (Application) 4. การวิเคราะห (Analysis) 5. การสังเคราะห (Synthesis) 6. การประเมินคา (Evaluation) กระบวนการของกจกรรมการเรยนรแบบโครงงาน ิ ี ู กระบวนการแบงเปน 3 ระยะใหญๆ ดวยกันคือ ระยะท่ี 1 การเรมตนโครงงาน ่ิ  เปนระยะที่ผูสอนตองสังเกต/สรางความสนใจใหเกิดขึ้นในตัวผูเรียนจากนนตกลงรวมกน เลอก ้ั  ั ื เรื่องที่ตองการศึกษาอยางละเอียด ผูสอนสรางความสนใจใหเกิดกับผูเรียนซึ่งมีหลายวิธี โดยอาจศกษาเรอง ึ ่ื
  • 4. จากการบอกเลาของผูใหญหรือผูรู จากประสบการณของผูเรียน/ผูสอน จากเอกสารสิ่งพิมพ หรือสื่อตางๆ จากการเลนของผูเรียน จากความคิดที่เกิดขึ้น จากวัตถุสิ่งของที่ผูสอนนํามาในหองเรียน หรือจากตัวอยาง โครงงานที่ผูอื่นทําไวแลว เปนตน เมื่อเกิดความสนใจแลวก็จะถึงการกําหนดหัวขอโครงงาน โดยนําเรื่องที่ ผูเรียนสนใจมาอภิปรายรวมกัน แลวกําหนดเรื่องนั้นเปนหัวขอโครงงาน ทั้งนี้จะตองคํานึงวาการกําหนด หัวขอโครงงานนั้นจะกระทําหลังจากการตรวจสอบสมมติฐานเสร็จสิ้นแลว ระยะท่ี 2 ขนพฒนาโครงงาน ้ั ั เปนขั้นที่ผูเรียนกําหนดหัวขอคําถาม หรือประเด็นปญหา ที่ผูเรียนสนใจอยากรู แลว ตั้งสมมติฐานมาตอบคําถามเหลานั้น ทดสอบสมมติฐานดวยการลงมือปฏิบัติ จนคนพบคําตอบดวยตนเอง ตามขนตอนดงน้ี ้ั ั 1. ผูเรียนกําหนดปญหาที่จะศึกษา 2. ผูเรียนตั้งสมมติฐานเบื้องตน 3. ผูเรียนตรวจสอบสมมติฐานเบื้องตน 4. สรุปขอความรูจากผลการตรวจสอบสมมติฐาน ในกรณีที่ผลการตรวจสอบไมเปนไปตามสมมติฐาน ผูสอนควรใหกําลังใจผูเรียนเพื่อใหผูเรียนไป แสวงหาความรูเพิ่มเติม สิ่งที่ไมควรกระทําคือการตําหนิหรือกลาวโทษ ผูสอนควรกระตุนใหผูเรียนมี กําลังใจจนสามารถตั้งสมมติฐานใหมได ในกรณีที่ผลการตรวจสอบเปนไปตามสมมติฐาน ใหผูเรียนสรุป องคความรูจากการคนพบดวยการลงมือปฏิบัติของผูเรียนเองเมื่อไดองคความรูใหมแลว ผูเรียนจะนําองค ความรูนั้นไปใชในการทํากิจกรรมตามความสนใจตอไปได ผูเรียนอาจใชความรูที่คนพบเปนพื้นฐานของ การกาหนดประเดน ปญหาขึ้นมาใหมเพื่อ ํ ็ กาหนดเปนโครงงานยอย ศึกษารายละเอียดในเรื่องนั้นตอไปอีก ํ  ระยะท่ี 3 ขั้นสรุป เปนระยะสุดทายของโครงงานที่ผูเรียนคนพบคําตอบของปญหาแลว และไดแสดงให  ผสอนเหนวาไดสนสดความสนใจในหวขอโครงงานเดม และเรมหนเหความสนใจไปสเู รองใหม ระยะนี้ ู ็   ้ิ ุ ั  ิ ่ิ ั ่ื เปนระยะที่ผูสอนและผูเรียนจะไดแบงปนประสบการณการทํางานและแสดงใหเห็นถึงความสําเร็จของการ ทํางานตลอดโครงงานแกคนอื่นๆ มีกิจกรรมที่ผูสอนใหผูเรียนดําเนินการในขั้นตอนนี้ ดังนี้ 1. ผูเรียนเขียนรายงานเปนรูปแบบงานวิจัยเล็กๆ 2. ผูเรียนนําเสนอผลงาน (แสดงเปนแผงโครงงาน) ใหผูสนใจรับรู สรุปและนําไปใชใน ชีวิตประจําวัน
  • 5. ขั้นตอนการจัดการเรียนรู ขั้นตอนการจัดกระบวนการเรียนรูแบบโครงงานมีดังนี้ 1. ขั้นนําเสนอ หมายถึง ขั้นที่ผูสอนใหผูเรียนศึกษาใบความรู กําหนดสถานการณ ศึกษา สถานการณ เกม รูปภาพ หรือการใชเทคนิคการตั้งคําถามเกี่ยวกับสาระการเรียนรูที่กําหนดในแผนการ จัดการเรียนรูแตละแผน เชน สาระการเรียนรูตามหลักสูตรและสาระการเรียนรูที่ เปนขั้นตอนของโครงงาน เพอใชเ ปนแนวทางในการวางแผนการเรยนรู ่ื  ี 2. ขนวางแผน หมายถง ขั้นที่ผูเรียนรวมกันวางแผน โดยการระดมความคิด อภิปรายหารือ ้ั ึ ขอสรุปของกลุมเพื่อใชเปนแนวทางในการปฏิบัติ 3. ขั้นปฏิบัติ หมายถึง ขั้นที่ผูเรียนปฏิบัติกิจกรรมเขียนสรุปรายงานผลที่เกิดขึ้นจากการ วางแผนรวมกน ั 4. ขั้นประเมินผล หมายถึง ขั้นการวัดและประเมินผลตามสภาพจริง โดยใหบรรลุ  จุดประสงคการเรียนรูที่กําหนดไวในแผนการจัดการเรียนรู โดยมีครู ผูเรียนและเพื่อนรวมกันประเมิน แนวทางการจดการเรยนรู ั ี การจัดการเรียนรูแบบโครงงาน มี 2 แนวทาง ดงน้ี ั 1. การจัดกิจกรรมตามความสนใจ เปนการจัดกิจกรรมที่ใหผูเรียนเลือกศึกษาโครงงานจากสิ่งที่สนใจอยากรูที่มีอยูใน ชีวิตประจําวัน สิ่งแวดลอมในสังคม หรือจากประสบการณตางๆ ที่ยังตองการคําตอบ ขอสรุป ซึ่งอาจจะอยู นอกเหนอจากสาระการเรยนรในบทเรยนของหลกสตร มีขั้นตอนดังตอไปนี้ ื ี ู ี ั ู 1) ตรวจสอบ วิเคราะห พิจารณา รวบรวมความสนใจแกผเู รยน  ี 2) กาหนดประเดนปญหา/หัวขอเรื่อง ํ ็  3) กาหนดวตถประสงค ํ ั ุ 4) ตั้งสมมติฐาน 5) กาหนดวธการศกษาและแหลงความรู ํ ิี ึ  6) กําหนดเคาโครงของโครงงาน 7) ตรวจสอบสมมตฐาน ิ 8) สรุปผลการศึกษาและการนําไปใช 9) เขียนรายงานเชิงวิจัยงายๆ 10) จดแสดงผลงาน ั
  • 6. 2. การจัดกิจกรรมตามสาระการเรียนรู เปนการจัดกิจกรรมการเรียนรูโดยยึดเนื้อหาสาระตามที่หลักสูตรกําหนด ผูเรียนเลือกทํา โครงงานตามสาระการเรียนรู จากหนวยเนื้อหาที่เรียนในชั้นเรียน นํามาเปนหัวขอโครงงาน มีขั้นตอนที่ผูสอนดําเนินการดังตอไปนี้ 1) เริ่มจากศึกษาเอกสารหลักสูตร คูมือครู 2) วิเคราะหหลักสูตร 3) วิเคราะหคําอธิบายรายวิชา เพื่อแยกเนื้อหา จุดประสงค และกิจกรรมใหเดนชัด 4) จดทากาหนดการสอน ั ํ ํ 5) เขยนแผนการจดการเรยนรู ี ั ี 6) ผลิตสื่อ จัดหาแหลงการเรียนรู ภูมิปญญาทองถิ่น 7) จัดกิจกรรมการเรยนรู ดงน้ี ี ั 7.1) แจงจุดประสงค เนื้อหาของหลักสูตรใหผูเรียนทราบ 7.2) กระตุนความสนใจของผูเรียนในขอบเขตของเนื้อหาและจุดประสงคในหลักสูตร 7.3) จัดกลุมผูเรียนตามความสนใจ 7.4) ผูสอนใชคําถามเพื่อกระตุนใหผูเรียนมีสวนรวมในการจัดกิจกรรมการเรียนรู เชน  ♦ ทําไมผูเรียนจึงสนใจอยากเรียนเรื่องนี้ (แนวคด/แรงดลใจ) ิ ♦ ผูเรียนสนใจเกี่ยวกับอะไรบาง (กาหนดเนอหา) ํ ้ื ♦ ผูเรียนอยากเรียนรูเรื่องนี้เพื่ออะไร (กาหนดจด ประสงค) ํ ุ ♦ ผูเรียนจะทําอยางไรจึงจะเรียนรูไดในเรื่องนี้ (กาหนดวธศกษา/กจกรรม) ํ ิีึ ิ ♦ ผูเรียนจะใชเครื่องมืออะไรบางในการศึกษาครั้งนี้ (กําหนดสื่ออุปกรณ) ♦ ผูเรียนจะไปศึกษาที่ใดบาง (กาหนดแหลงความรู แหลงขอมล) ํ    ู ♦ ผลที่ผูเรียนคาดวาจะไดรับคืออะไรบาง (สรุปความรู/สมมติฐาน) ♦ ผูเรียนจะทําอยางไรจึงจะรูวาผลงานของผูเรียนดีหรือไมดีอยางไร จะใหใครเปนผูประเมิน (กาหนดการวดและประเมนผล) ํ ั ิ ♦ ผูเรียนจะเผยแพรผลงานใหผูอื่นรูไดอยางไร (นําเสนอผลงาน รายงาน) 7.5) ผูเรียนแตละกลุมศึกษาตามที่ตกลงกันไว (จากคําถามที่ผูสอนซักถาม) ภายใตกรอบเวลา  ในแตละครั้ง ถายังไมสําเร็จใหศึกษาตอในคาบตอไป 7.6) ผูเรียนทุกคนตองสรุปองคความรูไดดวยการเรียนของผูเรียนและสามารถนําเสนอความรูที่ ไดแกเพื่อนๆ และผสอนไดู 7.7) ผูเรียนเขียนรายงานเชิงวิจัยแบบงายๆ และแสดงแผงโครงงาน
  • 7. 8) ผูสอนจัดแหลงความรูเพิ่มเติมใหสมบูรณยิ่งขึ้น 9) ผูสอนเขียนบันทึกผลการเรียนรู บทบาทของครูที่ปรึกษา 1. ใชวิธีการตางๆที่จะกระตุนใหนักเรียนคิดหัวขอเรื่องโครงงาน 2. จัดหาสิ่งอํานวยความสะดวก วัสดุอุปกรณในการทํางาน 3. ตดตามการทํางานอยางใกลชิด เด็กประถมควรคํานึงถึงความปลอดภัยเปนสิ่งสําคัญ ิ 4. ใหกําลังใจในกรณีที่ลมเหลว ควรแกปญหาตอไป 5. ชี้แนะแหลขอมูล แหลงความรู ผูรู เอกสารตางๆในการศึกษาคนควา 6. ประเมินผลงาน สงผลงานเขาประกวด จัดเวทีใหแสดงความรู ความสามารถ การเสนอผลงานโครงงาน ใหนักเรียนผูทําโครงงานไดเสนอผลงาน เปนการเผยแพรผลงาน กิจกรรมนี้จะสงเสริมใหนักเรียน มีความกลาแสดงออก เชื่อมั่นในผลงาน ตอบขอซักถาม การเสนอผลงานมีหลายลักษณะ คือ 1. บรรยายประกอบแผนใส/ สไลด 2. บรรยายประกอบแผงโครงงาน 3. จัดนิทรรศการ การเขียนรายงานโครงงาน การเรียนรายงานโครงงาน เปนการเสนอผลงานที่นักเรียนไดศึกษาคนความาโดยตลอดจนงาน เสร็จสมบูรณ หัวขอในการเขียนโครงงาน มีดังนี้ 1. ชื่อโครงงาน 2. ชื่อผูจัดทําโครงงาน / โรงเรยน / พ.ศ. ที่จัดทํา ี 3. ชื่อครูที่ปรึกษา 4. บทคัดยอ(บอกเคาโครงอยางยอๆ ประกอบดวย เรื่อง / วัตถุประสงค / วิธีการศึกษา / สรุปผล) 5. กิตติกรรมประกาศ (แสดงความขอบคุณบุคคล หนวยงานที่ใหความชวยเหลือ) 6. ที่มาและความสําคัญของโครงงาน 7. วัตถุประสงคของการศึกษาคนควา 8. สมมุติฐานของการศึกษาคนควา 9. วธีการดาเนนการ ิ ํ ิ 10. ผลการศึกษาคนควา 11. สรุปผล 12. ประโยชน ขอเสนอแนะ  13. เอกสารอางอง  ิ
  • 8. ประเภทของโครงงาน โครงงานโดยทั่วไปแบงเปนประเภทใหญ ๆ ๔ ประเภท ไดแก • โครงงานสารวจหรอรวบรวมขอมล ผูเรียนที่จัดทําโครงงานประเภทนี้ มีจุดประสงคเพื่อสํารวจ ํ ื  ู และเก็บรวบรวมขอมูลเกี่ยวกับเรื่องที่กําลังศึกษา หรืองานที่กําลังทํา โดยมีระบบในการจําแนกและนําเสนอ เพื่อความชัดเจน วิธีการใชอาจเปนการสัมภาษณ การใชแบบสอบถาม การสํารวจจากสภาพจรง เพื่อนํามา ิ พัฒนาปรับปรุงหรือสงเสริมเพื่อใหไดผลดียิ่งขึ้นเชน ศึกษาเรื่องเลาในทองถิ่น • โครงงานประเภทศึกษาคนควา ผูเรียนที่จัดทําโครงงานประเภทนี้ มีจุดประสงคเพื่อแสวงหา ความรู ตรวจสอบขอเทจจรง พิสูจนทฤษฎีหรือเรื่องเลาตางๆ จากการศึกษาคนควาทั้งจากแหลงวิทยาการ  ็ ิ ตางๆ เชน หองสุด สถาบันการศึกษา แหลงเรียนรูประเภทเอกสาร เชน ตํารา รายงานการคนควาทางวิชาการ หรือเอกสารทางวิชาการและตัวบุคคล ไดแกผูที่มีความรูในเรื่องนั้นโดยตรง ซึ่งเปนแหลงที่มีอางอิงขอมูล ชดเจนและเชอถอได ผลที่ไดจากการคนควาอาจไมสมบูรณครบถวน แตเมื่อปรับปรุงแกไขวิธีการที่ถูกตอง ั ่ื ื จากผูสอนแลว ก็สามารถเปนแมแบบแมบทในการเรียนหรือการศึกษาคนควาเพื่อแสวงหาความรูดวยตนเอง ในระดับชั้นที่สูงขึ้นหรือนําใชในชีวิตจริงได เชน ศึกษาประวัติบุคคลสําคัญ  • โครงงานทดลอง ผูเรียนที่จัดทําโครงงานประเภทนี้ มีจุดประสงคเพื่อศึกษาความเปนไปไดซึ่ง การทดลองอาจมีหลายขั้นตอนเพื่อใหไดขอมูลมาประกอบการตัดสินใจในเบองตนแลวจึงมีการศึกษา คนควาตอไป เชน แตงคําประพันธรอยกรอง โดยคดกาหนดฉนท  ิ ํ ั • โครงงานสงประดษฐ ผูเรียนที่จัดทําโครงงานประเภทนี้ จะไดรับการสงเสริมใหสรางสรรค ่ิ ิ สิ่งประดิษฐหรือพัฒนาชิ้นงานโดยสิ่งที่ผูจัดทําโครงงาจะไดรับคือสงเสริมความคิดสรางสรรคโดยการ สงเกต วิเคราะหกลวิธีในการจัดการตางๆ แลวพัฒนาหรือสรางชิ้นงานขึ้นใหมเพื่อสนองความตองการของ ั สังคมตามความรูความสามารถที่มีอยูหรือที่ไดรับจากบทเรียน เชน การเขียน หลักภาษา การเรียนรูโดยใชผังความคิด ความหมายของเทคนิคผังความคิด (Mind Mapping) เทคนิคผังความคิด (Mind Mapping Technique) เปนเทคนิคที่พัฒนาขึ้นโดย Buzan ในป ค.ศ. 1970 ซึ่งเขาไดอธิบายวาในสมองของมนุษยมีเซลลประสาทในสมองกวาสิบลานเซลล และแตละเซลลความเชื่อมโยงกันดวยสวนที่เรียกวา Dendrite ที่ยื่นออกไปรอบทิศทางเพื่อรับขอมูลจาก เซลลประสาทเซลลอื่น ๆ และ Axon ที่ใชในการสงขอมูลไปยังเซลลประสาทเซลลอื่น ๆ ทั้ง Dendrite และ Axon จะมีการโยงใยกันอยูในสมองอยางไมมีที่สิ้นสุดซึ่งการทํางานในสมองมนุษยดังกลาวนี้ Buzan เรียกวา การคิดรอบทิศทาง (Rediant Thinking) เปนโครงสรางและกระบวนการที่อยูภายในสมอง
  • 9. คุณลักษณะสําคัญของผังความคิด Buzan (อางในสุวิทย มูลคํา, 2547) ไดสรุปคุณลักษณะเฉพาะของผังความคิดไว 4 ลักษณะดังนี้ 1. ประเด็นที่สนใจถูกสรางขึ้นภายในภาพตรงกลาง 2. หัวขอหลักของประเด็นอยูรอบภาพกลางทุกทิศทาง เปรียบเสมือนกิ่งกานของตนไม 3. กิ่งกานประกอบดวยภาพ หรือคําสําคัญที่เขียนบนเสนที่โยงใยกัน สวนคําอื่น ๆ ที่มี ความสําคัญรองลงมาจะถูกเขียนในกิ่งกานที่แตกออกตามลําดับตอ ๆ ไป 4. กิ่งกานจะถูกเชื่อมโยงกันในลักษณะที่แตกตางกันตามตําแหนง และความสําคัญ สาระสําคัญของผังความคิด 1. การเริ่ม ในการเริ่มสรางผังความคิดตองอาศัยการเริ่มจากคําหรือมโนทัศนที่จะเปน ประเด็นหลักของการทําผังความคิด 2. การใช ผังความคิดจะใช 3 องคประกอบยอยดังนี้ 2.1 สําคัญเปนคําที่จะแสดงถึงสิ่งซึ่งตองการเชื่อมโยงหรือเกี่ยวของกับคําหรือ มโนทัศนที่เปนประเด็นหลักโดยคําสําคัญไมจํากัดจะเปนคําที่มีความเปนนามธรรมหรือรูปแบบมากเทาใด 2.2 การเชื่อมโยง ในการทําแผนผังความคิดตองแสดงถึงความเชื่อมโยงของคํา สําคัญที่ปรากฏอยูบนผัง เพื่อจะทําใหความคิดมีความตอเนื่องและคําสําคัญมีความหมายมากขึ้น โดยการเชื่อมโยงนั้นสามารถใชวิธีการไดหลายวิธี เชน การแสดงดวยลักษณะของเสน ลูกศร แบบตาง ๆ หรือใชรหัสก็ได 2.3 การเนนความสําคัญ เปนการทําใหผูทําผังความคิด สามารถลําดับความคิดให เปนระบบ รูถึงความสําคัญมากนอย หรือลําดับกอนหลังได โดยวิธีการนี้สามารถทําไดหลายวิธีเชน กัน เชน การใชขนาดของตัวอักษร สีตาง ๆ กัน หรืออาจใชตัวหนังสือที่มีมิติแตกตางกัน 3. การเขียน การทําผังความคิดตองมีการเขียนในลักษณะแตกตางกันไปตามจุดประสงค ของผูสราง ซึ่งไมมีเพียงตัวหนังสือหรือคําเทานั้น ควรตองมีภาพประกอบ หรือ สัญลักษณตาง ๆ เพื่อทําใหเกิดความหมายมากยิ่งขึ้น ขั้นตอนในการสรางผังความคิด ขั้นที่ 1 เริ่มดวยสัญลักษณ หรือรูปภาพลงบนกระดาษ ขั้นที่ 2 ระบุคําสําคัญหลัก ขั้นที่ 3 เชื่อมโยง คําอื่น ๆ ที่เกี่ยวของกับคําสําคัญหลักดวยเสนโยงจากคําสําคั ญหลกตรง ั กลางออกไปทุกทิศทุกทาง ขั้นที่ 4 เขียนคําที่ตองการ 1 คําตอ 1 เสน และแตละเสนควรเกี่ยวของกับเสนอื่น ๆ ดวย ขั้นที่ 5 ขยายคําสําคัญอื่น ๆ ที่เกี่ยวของใหมากที่สุดเทาที่เปนไปได ขั้นที่ 6 ใชสี รูปภาพ ลักษณะของเสน เปนการระบุถึงลักษณะความเชื่อมโยง
  • 10. การเนนหรอลาดบ  ื ํ ั การนําผังความคิดมาใชในงานตาง ๆ Buzan (อางใน ธัญญา ผลอนันต, 2541:55-56) ไดเสนอไววา ผังความคิดนั้น สามารถนํามาใชประโยชนในงานตาง ๆ ไดมากมาย ดงน้ี ั 1. การจดบันทึก การจดบันทึกโดยทั่วไป คนสวนใหญมักใชการจดบันทึกแบบตาม แนวนอน หรือแนวตั้งทางเดียวตามสวนของภาษานั้น ๆ ทําใหไมไดประโยชนจากการจดบันทึกอยางเต็มที่ เนื่องจากไมเห็นถึงจุดสําคัญ และความสัมพันธของเนื้อหาอยางชัดเจน แตหากเปลี่ยนรูป แบบการจดบันทึก เปนแบบแผนที่ความคิด จะทําใหผูจดบันทึกเห็นถึงจุดสําคัญและความเชื่อมโยงของเนื้อหา มีความเปน อิสระ จนเกิดความเขาใจเนื้อหานั้น ๆ มากขึ้น 2. การตัดสินใจ ในการตัดสินใจทําสิ่งใดสิ่งหนึ่ง โดยปกติมักจะไมสามารถเห็นถึง ผลดีหรือผลเสียไดชัดเจน ทําใหการตัดสินใจในบางครั้งเกิดความผิดพลาด เกิดผลเสียมากมายกับตนเอง และสวนรวมได แตถาใชผังความคิดประกอบการตัดสินใจผิดพลาดมีนอยลงดวย 3. การเสนอผลงาน การเสนอผลงานที่ทําโดยทั่วไป บางครั้งทําใหผูที่รับสาร ไมเขาใจไมเห็นภาพรวมหรือองคประกอบของสิ่งที่กําลังแสดง รวมไปถึงความเชื่อมโยงขององคประกอบ ยอยอีกดวย แตถาใชผังความคิดในการเสนอผลงาน จะทําใหเห็นภาพรวมของสิ่งที่ตองการแสดงรวมทั้ง การเชื่อมโยงขององคประกอบ และมีการเนนความสําคัญ ทําใหการเสนอผลงานเกิดประสิทธิภาพมาก ยิ่งขึ้น 4. การแกปญหา เมื่อบุคคลพบกับปญหาแลวไมสามารถแกไขปญหาได เปนเพราะไม ทราบถึงสาเหตุที่แทจริง และไมสามารถคิดกระบวนการที่จะแกปญหานั้น ๆ ได แตถาใชผังความคิดในการ แกปญหา ก็จะทําใหผูแกปญหาสามารถรูถึงสาเหตุที่แทจริงงายขึ้น และยังเชื่อมโยงสาเหตุกับปญหาไดงาย ขึ้น รวมทั้งสามารถสรางทางเลือกที่หลากหลายและยังสามารถลําดับวิธีการแกปญหาไดสะดวก 5. การวางแผน การวางแผนที่ตองอาศัยการวิเคราะหถึงปจจัยที่เกี่ยวของกับงานตาง ๆ ที่จะดําเนินการ เชน จุดประสงค บุคคลที่เกี่ยวของ สถานที่ เวลาที่เหมาะสม เปนตน เพราะฉะนั้นหากใช ผังความคิดในการวางแผนก็จะใหวิเคราะหปจจัยดังกลาวไดงายและครบถวนทําใหการวางแผนเกิด ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น McClain (1986) ไดศึกษาเกี่ยวกับการนําเทคนิคผังความคิดมาใชในการอธิบายโครงสรางของ เนื้อหาวิชากอนทําการสอน ซึ่งทําการศึกษากับนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัย พบวา เทคนิคผังความคิดชวยใหนักเรียนเขาใจในมโนทัศนไดดีขึ้น รวมทั้งยังพบวา มีสวนชวยในการจัดบรรยาย พัฒนาคุณภาพในการระดมสมองของนักศึกษา ทําใหการจดบันทึกชัดเจนและนักศึกษามี ความคิดที่เปนอิสระมากขึ้น รวมทั้งยังชวยเพิ่มความเขาใจไดดวย ถื อไดวาเปนการพัฒนาความคิด สรางสรรคของแตละบุคคลไดดีอีกดวย
  • 11. จากที่กลาวมาจึงอาจสรุปไดวาการนําผังความคิดสามารถนํามาใชเปนพื้นฐานในการศึกษาเรื่อง ใดเรื่องหนึ่งที่เราสนใจ หรือนําไปแกปญหาใหสําเร็จไดอยางมีระบบ สุวิทย มูลคํา (2547:21-39) ใชแสดงการเชื่อมโยงขอมูลเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งระหวาง ความคิดหลัก ความคิดรอง และความคิดยอยที่เกี่ยวของสัมพันธกัน ระหวางความคิดหลัก ความคิดรอง และความคิดยอยที่เกี่ยวของสัมพันธกันพัฒนาขึ้น โดย โทนี่ บูซาน (Tony Busan) แผนภาพที่ 1 ลักษณะการเขียนผังความคิด เทคนิคการคิดคือ นําประเด็นใหญ ๆ มาเปนหลัก การนําไปใช 1. ใชระดมพลังสมอง 2. ใชนําเสนอขอมูล 3. ใชจัดระบบความคิดและชวยความจํา 4. ใชวิเคราะหเนื้อหาหรืองานตาง ๆ 5. ใชสรุปหรือสรางองคความรู ขั้นตอนการสราง Mind Mapping 1. เริ่มเขียนหรือวาดมโนทัศนหลักหรือหัวขอเรื่องตางกึ่งกลางหนากระดาษซึ่งควรใช กระดาษชนิดไมมเี สนและวางแนวนอน (ภาพที่วาดควรเปนภาพสี)   2. เขียนหรือวาดมโนทัศนรองที่สัมพันธกับมโนทัศนหลักหรือหัวขอเรื่องกระจาย ออกไปรอบ ๆ มโนทัศนหลัก 3. เขียนหรือวาดมโนทัศนยอยที่สัมพันธกับมโนทัศนรองแตกออกไปเรื่อย ๆ โดยเขียน ขอความไวบนเสนแตละเสน เสนที่ใชอาจเปนเสนตรงหรือเสนโคงก็ได แตเสนที่ใชกั บมโนทัศนรองจะ เปนเสนที่ใหญกวามโนทัศนยอยซึ่งเปรียบเสมือนรากไมที่แตกออกจากตนไม 4. ควรใชภาพหรือสัญลักษณสื่อความหมายที่เปนตัวแทนความคิดใหมากที่สุด
  • 12. 5. เขียนหรือพิมพคําดวยตัวบรรจงขนาดใหญ คําที่นํามาเขียนควรเปนสําคัญ (Key Word) บนเสนและเสนตองเชอมโยงกัน    ่ื 6. เขียนคําเหนือเสนและแตละเสนตองเชื่อมตอกับเสนอื่น ๆ (กรณีที่เขียนเปนภาพ สเี สนของมโนทศนรองและยอยแตละมโนทศนควรเปนสเี ดยวกนตลอด)  ั    ั   ี ั 7. ระบายสีใหทั่ว Mind Map 8. ขณะที่เขียน Mind Map ควรปลอยการคิดอยางอิสระมากที่สุดขณะทํา งานวิจัยที่เกี่ยวของ จากงานวิจัยที่เกี่ยวของที่ผูวิจัยสามารถนํามาเปนแนวทางในการวิจัย คือ วัฒนาพร ระงับทุกข (2545 : 59) กลาววา โครงงานเปนวิธีการจัดการเรียนรูรูปแบบหนึ่งที่ สงเสริมใหผูเรียนเรียนรูดวยตนเองจากการลงมือปฏิบัติ ใชกระบวนการแสวงหาความรู หรอคนควาหา ื   คําตอบในสิ่งที่ผูเรียนอยากรูหรือสงสัยดวยวิธีการตาง ๆ อยางหลากหลาย สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาแหงชาติ (2545: 15) ไดกลาวถึง การจัดการเรียนการสอน แบบโครงงาน คือ การจัดประสบการณในการปฏิบัติงานใหแกนัก เรียน เหมือนกับการทํางานในชีวิตจริง ใหนักเรียนมีประสบการณตรงไดเรียนรูวิธีแกปญหา รูจักการทํางานอยางมีระบบ รูจักการวางแผนในการ ทํางาน ฝกการคิดวิเคราะห และเกิดการเรียนรูดวยตนเอง ดุษิต พรหมชนะ (2546) ไดทําการศึกษาเกี่ยวกับการใชกระบวนการสรางแผนผังความคิดเพื่อ สงเสริมความสามารถในการคิดและสรางองคความรูของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 โรงเรียนปรินสรอยแยลสวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม กลุมตัวอยางจํานวน 52 คน โดยเลือกกลุมตัวอยาง แบบเจาะจง วิเคราะหขอมูลโดยหาคาเฉลี่ย สวนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการทดสอบคาสถิติ T-test ผลของ การใชแผนการสอน พบวานักเรียนมีความรูในเนื้อหาหลังเรียนสูงกวากอนเรียนอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ ระดบ .01 ความสามารถในการคิดอยูในระดับดี และความคิดเห็นของนักเรียนพบวา นัก เรยนเหนดวยวา ั ี ็   การสรางผังความคิดทําใหนักเรียนมีความรูความเขาใจในเนื้อหามากขึ้น ศิริพร พูแสงทองชัย (2546) ไดทําวิจัยเรื่องผลการใชเทคนิคผังความคิดที่มีตอความคิด สรางสรรคของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม ผลการวิจัยพบวา 1. หลังจากการทดลองใชเทคนิคผังความคิดเพื่อสงเสริมความคิดสรางสรรคนักเรียน มีความคิดสรางสรรคโดยเฉลี่ยสูงขึ้นทุกดาน 2. หลังจากการทดลองใชเทคนิคผังความคิดเพื่อสงเสริมความคิดสรางสรรคทั้ง 12 แผน นักเรียนมีความคิดสรางสรรคหลังการทดลองสูงกวากอนการทดลองอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ ระดับ .001
  • 13. ชาตรี เกิดธรรม (2547: 5) กลาวถึงความหมายของโครงงานไววา โครงงาน (Project) เปนการจัดการเรียนรูแบบหนึ่งที่ทําใหผูเรียนไดเรียนรูดวยตนเอง ไดปฏิบัติจริงในลักษณะของการศึกษา สํารวจ คนควา ทดลอง ประดิษฐคิดคน ดวยตนเอง โดยมีครูเปนผูคอยกระตุนแนะนําและใหคําปรึกษา อยางใกลชิด ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู โครงงาน หมายถึง กระบวนการทํางานที่ผูเรียนทําดวยตนเอง ตามจุดประสงคที่กําหนดแลวเสนอผลงานตอผูสอน พิมพันธ เดชะคุปต (2551: 25) กลาวถึงการทําโครงงานวา หมายถึง การศึกษาเพื่อคนพบ ความรูใหม สิ่งประดิษฐใหม และวิธีการใหม ดวยตัวของนักเรียนเอง โดยใชวิธีการทางวิทยาศาสตร มีครู อาจารยและผูเชี่ยวชาญเปนผูใหคําปรึกษา ความรูใหม สิ่งประดิษฐใหม และวิธีการใหมนั้น ทั้งนักเรียน และครูไมเคยรูหรือมีประสบการณมากอน (Unknown by All) ชารด (Chard, 2001 อางถึงใน ปยาพร ถาวรเศรษฐ, 2546: 22) กลาววาโครงงานเปนวิธีการที่ ผูสอนจะแนะใหนักเรียนไดศึกษาอยางลึกในเรื่องที่เขาสนใจ การสอนแบบนี้จะไมมีรูปแบบ มันคอนขาง ซับซอน แตมันมีลักษณะพิเศษในเรื่องปฏิสัมพันธระหวางผูสอนกับผูเรียนเมื่อครูนําการสอนแบบนี้มาใช อยางประสบความสําเร็จ นักเรียนจะมีแรงจูงใจ มีความรูสึกวา ไดมีสวนรวมกับกิจกรรมดานการเรียนของเขาเอง และผลงานที่มีคุณภาพสูง ไฮนซ (Haines, 1989: 1;อางถึงใน สุเมธตา งามชัด, 2548: 6) ไดใหความหมายของโครงงาน สอดคลองกับดิวอี้ วาเปนวิธีการสอนที่ประกอบดวยกิจกรรมหลากหลายมุงเนนหัวขอ เรื่องที่นักเรียน สนใจมากกวาตัวภาษา โดยเปดโอกาสใหนักเรียนเลือกเนื้อหา วิธีการศึกษาคนควา การแบงงาน ตลอดจน รูปแบบชิ้นงานอันเปนผลผลิตสุดทายของกระบวนการที่นักเรียนไดทําขอตกลงกันไว นอกจากนี้การสอน แบบนี้ยังเปดโอกาสใหนักเรียนไดใชความรู ภาษาและทักษะที่เรียนมาแลวมาปรับใชในการดําเนินงาน เปนการนําภาษามาใชในชีวิตจริง  ลําดวน นิรัติศยวานิช (2546) ทําการศึกษาเรื่อง การจัดการเรียนรูโดยเนนทักษะการจัดการกลุม สาระการเรียนรูการงานอาชีพและเทคโนโลยี งานประดิษฐ ชวงชั้นที่ 2 ประถมศึกษาปที่ 4 โรงเรยน ี อนุบาลลําพูน มีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาผลการจัดการเรียนรูโดยเนนทักษะการจัดการ กลุมสาระการเรียนรู การงานอาชีพและเทคโนโลยี งานประดิษฐ ชวงชั้นที่ 2 ประถมศึกษาปที่ 4 โรงเรียนอนุบาลลําพูน ประชากรกลุมตัวอยางที่ใชในการศึกษาครั้งนี้ ไดแก นักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 4 จานวน 49 คน และ ํ ครูผูสอนจํานวน 5 คน เครื่องมือที่ใชในการรวบรวมขอมูล ไดแก แบบสัมภาษณเกี่ยวกับปญหาการ จัดการเรียนรูกลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพและเทคโนโลยี หลักสูตรและแผนการจัดการเรียนรู แบบ ประเมินผลการเรียนรู วิเคราะหขอมูลโดยการแจกแจงความถี่ หาคารอยละ คาเฉลี่ยและสวนเบี่ยงเบน มาตรฐาน ผลการศึกษาพบวา นักเรียนทุกกลุมมีผลการเรียนรูดานความรูความเขาใจเกี่ยวกับทักษะการ จัดการทํางานอยูในระดับดีมาก สวนพฤติกรรมการทํางานของกลุมทั้ง 4 ขั้นตอน ไดแก การวางแผนการ ปฏิบัติงาน การปรับปรุงและการประเมินผล นักเรียนเห็นวาอยูในระดับดีมาก และครูผูสอนเห็นวา นักเรียนมีพฤติกรรมการทํางานกลุมทั้ง 4 ขั้นตอน อยูในระดับมากสําหรับดานผลงานนั้นทั้งนักเรียนและ
  • 14. ครูผูสอนเห็นวา ผลงานอยูในเกณฑดีมาก สวนเจตคติของนักเรียนตอการเรียน โดยเนนทักษะการจัดการ นั้น กอใหเกิดลักษณะนิสัยดานตาง ๆ อยูในระดับมาก รวมทั้งเห็นวาควรสงเสริมใหนักเรียนมีพฤติกรรม การจัดการอยูในระดับมากที่สุดทุกขั้นตอน รุงนภา สรรคสวาสดิ์ (2550) ไดศึกษาการพัฒนาความสามารถในการทําโครงงาน เรื่องการดํารงชีวิตและครอบครัว สําหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 5 ดวยวิธีการจัดการเรียนรูแบบ โครงงาน มีจุดมุงหมายเพื่อศึกษาความสามารถในการทําโครงงานเรื่องการดํารงชีวิตและครอบครัวของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 5 เปรียบเทียบผลการเรียนรูเรื่องการดํารงชีวิตและครอบครัวก อนและหลงท่ี ั ไดรับการจัดการเรียนรูแบบโครงงาน และศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนที่มีตอการจัดการเรียนรูแบบ โครงงาน กลุมตัวอยางเปนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 5 จานวน 38 คน เครื่องมือที่ใชในการวิจัย ํ ไดแก แผนการจัดการเรียนรูเรื่อง การดํารงชีวิตและครอบครัว ดวยวิธีการจัดการเรียนรูแบบโครงงาน แบบทดสอบวัดผลการเรียนรู เรื่องการดํารงชีวิตและครอบครัว และแบบสอบถามความคิดเห็นนักเรียนที่มี ตอการจัดการเรียนรูแบบโครงงาน ผลการวิจัยพบวา นักเรียนมีความสามารถในการทําโครงงานอยูใน ระดับพอใช ความสามารถในการตั้งชื่อโครงงานอยูในระดับสูง และการสรุปผลการศึกษาอยูในระดับต่ํา ผลการเรียนรูกอนและหลังการจัดการเรียนรูแบบโครงงาน แตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ความคิดเห็นของนักเรียนที่มีตอการจัดการเรียนรูแบบโครงงานโดยภาพรวมอยูในระดับเห็นดวยมาก จากการศึกษาผลงานวิจัยที่เกี่ยวของดังกลาว สรุปไดวา การจัดการเรียนรูโดยเนนทักษะการ จัดการ กิจกรรมการสอนแบบโครงงาน การจัดการเรียนรูโดยใชผังความคิดและการจัดการเรียนรูที่ยึด ผูเรียนเปนสําคัญ เปนการสงเสริมใหนักเรียนมีทักษะการจัดการ ทั้งการวางแผน การปฏิบัติงาน การ ปรับปรุงและการประเมินผล อันจะสงผลตอการพัฒนาการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ 2542 ดังนั้น ผลงานการศึกษานี้จึงสามารถใชเปนแนวทางในการศึกษาเกี่ยวกับการจัดการเรียนรูโดยเนน ทักษะการจัดการแบบ P A O R วิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 5 กลุมสาระการ เรียนรูการงานอาชีพและเทคโนโลยี โรงเรียนสตรีราชินูทิศ อําเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ได