Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.
Kohler             hlทฤษฎการเรยนรู ดยการหยงรูทฤษฎีการเรียนรโดยการหยั่งร                    นางสาวพัชรินทร วัฒโน        ...
ประวต ประวัติ    การทดลอง      สรุปผล                          สรปผล       สาระสาคญ                                      ส...
ประวต  ประวัติ      การทดลอง         สรุปผล                                สรปผล         สาระสาคญ                         ...
ประวัติ     การทดลอง         สรุปผล       สาระสําคัญ        กาประยุกตใช   1. แนวทางการเรียนรูในการแกปญหาของผูเรียนมั...
ประวัติ   การทดลอง      สรุปผล      สาระสําคัญ    กาประยุกตใช       นักจิตวิทยากลุมเกสตัลทที่เนนการเรียนรููแบบการหยั...
ประวัติ     การทดลอง       สรุปผล       สาระสําคัญ      กาประยุกตใช• ครควรจัดกิจกรรมหลายรปแบบ ใหประสบการณทหลากหลาย ทาให ...
การปร ยุกตใชทฤษฎ (ตอ)                  การประยกตใชทฤษฎี (ตอ)• แบบการเรีียนรูของผูเรีียน ควรเปดโอกาสใหผูเรียนไดใช...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

รายงาน ทฤษฎีการเรียนรู้โดยการหยั่งรู้ (นางสาวพัชรินทร์ วัฒโน กศ.ปช. คอมพิวเตอร์ศึกษา 547144126)

4,687 views

Published on

  • Be the first to comment

รายงาน ทฤษฎีการเรียนรู้โดยการหยั่งรู้ (นางสาวพัชรินทร์ วัฒโน กศ.ปช. คอมพิวเตอร์ศึกษา 547144126)

  1. 1. Kohler hlทฤษฎการเรยนรู ดยการหยงรูทฤษฎีการเรียนรโดยการหยั่งร นางสาวพัชรินทร วัฒโน เอก คอมพิวเตอรศึกษา
  2. 2. ประวต ประวัติ การทดลอง สรุปผล สรปผล สาระสาคญ สาระสําคัญ กาประยุกตใช กาประยกตใช ทฤษฎีีการเรีียนรูกลุมเกสตัลท ( ั (Gestalt ‘s Theory) )ทฤษฎีการเรียนรูของกลุมเกสตัลท เกิดจากนักจิตวิทยาชาวเยอรมันตั้งแตป ค.ศ. 1912 โดยมีผูนํากลุมคือ เวอรไธเมอร (Wertheimer) โคหเลอร(Kohler) คอฟฟกา (Koffka) และเลวน(Kohler) คอฟฟกา (Koffka) และเลวิน (Lewin)ทั้งกลมมีแนวความคิดวา ทงกลุ มแนวความคดวาการเรียนรูเกิดจากการจัดประสบการณทั้งหลายที่อยูกระจัดกระจายใหมารวมกนเสยกอน แลวจงพจารณาสวนยอยตอไปมารวมกันเสียกอน แลวจึงพิจารณาสวนยอยตอไป
  3. 3. ประวต ประวัติ การทดลอง สรุปผล สรปผล สาระสาคญ สาระสําคัญ กาประยุกตใช กาประยกตใช โคทเลอร ไดทดลองกบลงชอ สุลตาน โดยขัง โคทเลอร ไดทดลองกับลิงชื่อ "สลตาน" โดยขงสุลตานไวในกรง และเมื่อสุลตานเกิดความหิว เพราะถึงเวลาอาหาร โคทเลอร ไดวางผลไมไวนอกกรงในระยะที่สุลตานไมสามารถเอืื้อมถึึงไดดวยมือเปลาพรอม กับวาง ไ ไ ื ทอนไมซึ่งมีขนาด ตางกัน สั้นบางยาวบาง ทอนสั้นอยูใกล กรงแตทอนยาวอยู างออกไป สุลตานควาไมทอนสนไดกรงแตทอนยาวอยหางออกไป สลตานควาไมทอนสั้นไดแตไมสามารถเขี่ยผลไมได สุลตานวางไมทอนสั้นลงและวิ่งไปมาอยสกครู ทันใดนัน"สลตาน" กจบไมทอนสนเขยไมไปมาอยู ักคร ทนใดนน สุลตาน ก็จับไมทอนสั้นเขี่ยไม ้ทอนยาวมาใกลตัว และหยิบไมทอนยาวเขี่ยผลไมมากินไดพฤติกรรมของสุลตานไมมีการลองผิดลองถูกเลย โคทเลอรจึึงไ  สรุปวา สุลตานมีการหยังรู (Insight) ใ ได ี ่ ในการแกปญหาคือมองเห็นความสัมพันธของไมทอนสั้นและ ทอนยาวและ ผลไมไดทอนยาวและ ผลไมได
  4. 4. ประวัติ การทดลอง สรุปผล สาระสําคัญ กาประยุกตใช 1. แนวทางการเรียนรูในการแกปญหาของผูเรียนมักจะเกิดขึ้น ทันทีทันใดจึงเรียกวา Insight 2. การที่จะมีความสามารถเรียนรููแกปญหาอยางทันทีทันใดไดนั้น ผูเรียนจะตองมีประสบการณใน การแกปญหาทํานองเดียวกันมากอน เพราะจะชวยทาใหมองเหนชองทางในการแกปญหาแบบใหมได เพราะจะชวยทําใหมองเห็นชองทางในการแกปญหาแบบใหมได 3. นอกเหนือจากประสบการณเดิมแลวผูเรียนจะตองมีความสามารถ ในการมองเหนความสมพนธตางๆ เพราะการทมความสามารถมองเหน ในการมองเห็นความสัมพันธตางๆ เพราะการที่มีความสามารถมองเห็น ความสัมพันธของสิ่งตาง ๆ นี้เองจะมีสวนชวยใหผูเรียนมีการเรียนรูใน การแกปญหาไดอยางถูกตอง ไ   
  5. 5. ประวัติ การทดลอง สรุปผล สาระสําคัญ กาประยุกตใช นักจิตวิทยากลุมเกสตัลทที่เนนการเรียนรููแบบการหยั่ง ุ รู สรุปวาปกติแลวคนเราจะมีวิธีการเรียนรูและการแกปญหา โดยอาศยความคดและประสบการณเดมมากกวาการลองผดลอง โ ั ิ ป  ิ  ิ ถูกเมือสามารถแกปญหาในลักษณะนันไดแลว หากตองเผชิญ ่ ้ กับปญหาที่คลายคลึงกันก็จะสามารถแกปญหาไดทันที ลักษณะ ดงกลาวนเกดขนได ดังกลาวนีเ้ กิดขึ้นได
  6. 6. ประวัติ การทดลอง สรุปผล สาระสําคัญ กาประยุกตใช• ครควรจัดกิจกรรมหลายรปแบบ ใหประสบการณทหลากหลาย ทาให ครูควรจดกจกรรมหลายรูปแบบ ใหประสบการณที่หลากหลาย ทําให ผูเรียนมีความรูสะสมเมื่อผูเรียนพบปญหาใหมก็จะเกิดการใครครวญ และจดประสบการณเหลานน หาคําตอบหรือวิธีการแกปญหา และจัดประสบการณเหลานั้น หาคาตอบหรอวธการแกปญหา • ความแตกตางทางสติปญญาของผูเรียน การเรียนรูโดยการหยั่งเห็นเปน การใชประสบการณและความสามารถทางสติปญญาประกอบกัน ฉะนั้นผูมีสติปญญ งยอมมีโอกาสที่จะเกิดการหยั่งเห็นไดดีกวาผููมี ู ญญาสูู สติปญญาต่ํา ถัดไ ไป
  7. 7. การปร ยุกตใชทฤษฎ (ตอ) การประยกตใชทฤษฎี (ตอ)• แบบการเรีียนรูของผูเรีียน ควรเปดโอกาสใหผูเรียนไดใชแบบการเรียนรูไดหลายแบบ ป โ ใ  ี ไ   ี  เพราะบางแบบเหมาะกับบางคน เมื่อผูเรียนไดพบแบบการเรียนรูที่เหมาะกับตน อาจ เลอกไวเปนแบบเฉพาะเพอการนาไปใช ผู รียนบางคนอาจเหมาะสมกับการเรียนร เลือกไวเปนแบบเฉพาะเพื่อการนําไปใช ผเรยนบางคนอาจเหมาะสมกบการเรยนรู โดยการหยั่งเห็น บางคนอาจเหมาะสมกับการเรียนรูโดยการกระทํา หรือบางคนอาจ เหมาะกับการเรียนรูทางปญญา (จากการสังเกต) ู ญญ• การรูจักผูเรียนอยางแทจริง ถาผูสอนรูจักผูเรียนอยางแทจริงยอมสามารถเลือก และ  จัดบทเรียน ไดเหมาะสมกับสภาพและความสามารถทางการเรียนของผูเรียน ยอมจะ รูดีวาผูเรียนคนใดมีความสามารถทางการเรียนสูง มีความสามารถทางการเรียนต่่ํา หรือผูเรียนคนใดเหมาะสมกับสถานการณการเรียนรูแบบใด เมื่อเปนเชนนี้ ผูสอน  ส สามารถทจะสงเสรมการเรยนรูแกผูเรยนแตละคนใหเกดขนได และยอมเขาใจในผล ี่ ส ส ิ ี    ี  ใ  ิ ึ้ ไ  ใใ การเรียนรูท่ีเกิดขึ้นไดเปนอยางดี ยอนกลัับ

×