หลักการและเหตุผล     แหง(ราง)พระราชบัญญัติคุมครองผูไดรับผลกระทบจากระบบบริการสาธารณสุข                                ...
สาระสําคัญ       ๑. พระราชบัญญัตินี้เรียกวา “พระราชบัญญัติคุมครองผูไดรับผลกระทบจากระบบบริการสาธารณสุข พ.ศ. ....” (ราง...
คณะกรรมการเห็นสมควร        “คณะกรรมการ” หมายความวา คณะกรรมการคุมครองผูไดรับผลกระทบจากระบบบริการสาธารณสุข       “สํานัก...
๗. การคุมครองผูไดรับผลกระทบจากระบบบริการสาธารณสุข         แมวาผูปฏิบัติงานจะไดทําตามหนาที่อยางเต็มที่แลว แตก็อา...
ภายหลังไดรับการตรวจสอบจากสํานักงานการตรวจเงินแผนดินแลว จะตองสงคืนคลังทั้งหมด(รางมาตรา ๒๖)          ๑๑. แนวทางการพิจา...
กําหนดใหกองทุนจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาความปลอดภัยและและปองกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต (รางมาตรา ๔๒ และ ๔๓)      ...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

8 ร่างพรบ.ฉบับหมอต้านพรบ.

552 views

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
552
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
6
Actions
Shares
0
Downloads
24
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

8 ร่างพรบ.ฉบับหมอต้านพรบ.

  1. 1. หลักการและเหตุผล แหง(ราง)พระราชบัญญัติคุมครองผูไดรับผลกระทบจากระบบบริการสาธารณสุข พ.ศ. ....หลักการ ใหมีกฎหมายวาดวยการคุมครองผูไดรับผลกระทบจากระบบบริการสาธารณสุขเหตุผล โดยที่ในปจจุบันระบบบริการสาธารณสุขของประเทศมีความไมพรอมอันเนื่องมาจากความขาดแคลนในจํานวนบุคลากรสาธารณสุข ความพรอมของสถานพยาบาล ความพรอมของเครื่องมือทางการแพทยที่ใชรักษาพยาบาล ความกาวหนาของเทคโนโลยีทางการแพทยที่จําเปนตองมีการพัฒนาบุคลากรใหมีความกาวหนาตามแตมิอาจกระทําไดตามมาตรฐานอันเนื่องมาจากภาระงานที่บุคลากรตองรองรับ ปญหางบประมาณในการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรและเครื่องมือทางการแพทย ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขไมสามารถจัดทํางบใหเพียงพอไดเนื่องจากงบประมาณบางสวนถูกจัดสรรออกไปนอกกระทรวงสาธารณสุขเพื่อรองรับการดําเนินงานตามพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพ พ.ศ. ๒๕๔๕ ทําใหขีดความสามารถของสถานพยาบาลโดยเฉพาะของภาครัฐบาลออนแอลงอยางมาก จนทําใหเกิดผลกระทบตอขีดความสามารถในการรักษาพยาบาลผูปวย ที่แมวาจะไดกระทําอยางเต็มที่แลวแตยังสงผลใหเกิดผลกระทบอันไมพึงประสงคตอประชาชนผูเจ็บปวยของประเทศ ประกอบกับความรูความเขาใจในเรื่องขั้นตอนการรักษาพยาบาล ความคาดหวังของประชาชนที่ไมเทากัน ความรูพื้นฐานและขีดความสามารถในการดูแลตนเองของประชาชนมีความแตกตางกันอยางมาก เหลานี้ทําใหเกิดความไมเขาใจถึงขอจํากัดดานการรักษาพยาบาลดังไดกลาวมาแลว สงผลใหเกิดการฟองรองตอบุคลากรในระบบสาธารณสุข ปญหาตาง ๆ นีทําใหบุคลากรสาธารณสุขตกอยูในภาวะเสี่ยงตอการ ้ทํางานที่แมจะกระทําโดยสุจริต มีเจตนาที่ดีตอผูปวย ดังนั้นเพื่อใหระบบสาธารณสุขของประเทศสามารถพัฒนาตอเนื่องไปโดยทั้งบุคลากรสาธารณสุขสามารถปฏิบัติงานไดอยางปราศจากความวิตกกังวล และประชาชนยังสามารถรับการรักษาไดอยางเต็มที่ อีกทั้งเพื่อใหเปนไปตามเจตนารมณของ มาตรา ๘๐(๒) แหงรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ที่มีบทบัญญัติใหมีการสนับสนุนและพัฒนาระบบสุขภาพที่เนนการสรางเสริมสุขภาพ อันนําไปสูสุขภาวะที่ยั่งยืนของประชาชน ทั้งจัดและสงเสริมใหประชาชนไดรับบริการสาธารณสุขที่มีมาตรฐานอยางทั่วถึงและมีประสิทธิภาพและสงเสริมใหเอกชน และ ชุมชนมีสวนรวมในการพัฒนาสุขภาพและการจัดบริการสาธารณสุขโดยผูมีหนาที่ใหบริการดังกลาวซึ่งไดปฏิบัติหนาที่ตามมาตรฐานวิชาชีพและจริยธรรมยอมไดรับความคุมครองตามกฎหมาย อีกทั้งเพื่อใหผูไดรับผลกระทบดังกลาวไดรับการเยียวยาโดยรวดเร็วและเปนธรรม ตลอดจนการสรางความสมดุลที่ถูกตองในระบบบริการสาธารณสุขเพื่อประโยชนแกสุขภาพอนามัยของประชาชนโดยรวม จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัตินี้ นพ. เมธี วงศศิริสุวรรณ (พ.บ., ประสาทศัลยศาสตร, น.บ.)
  2. 2. สาระสําคัญ ๑. พระราชบัญญัตินี้เรียกวา “พระราชบัญญัติคุมครองผูไดรับผลกระทบจากระบบบริการสาธารณสุข พ.ศ. ....” (รางมาตรา ๑) ๒. พระราชบัญญัตินี้ใหใชบังคับเมื่อพนกําหนดสามรอยหกสิบหาวันนับแตวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป (รางมาตรา ๒) ๓. นิยามศัพท (รางมาตรา ๓) “บริการสาธารณสุข” หมายความวา บริการดานการแพทยและสาธารณสุขซึ่งหมายรวมถึงวิชาชีพที่อยูภายใตกฎหมายวาดวยวิชาชีพดานการแพทยและสาธารณสุข รวมทั้งสาขาอื่นตามที่รัฐมนตรีประกาศกําหนด และใหรวมถึงการใหบริการอื่นที่เกี่ยวของตามที่กําหนดในกฎกระทรวง “ผลกระทบ” หมายความวา ภาวะความพิการ การสูญเสียสมรรถภาพทางรางกาย หรือการสูญเสียชีวิต ทั้งนี้มิใหหมายรวมถึง (๑) ผลที่เกิดจากการดําเนินของโรคหรือเกิดจากพยาธิสภาพของโรคแมวาจะไดรับการรักษาพยาบาลตามมาตรฐานวิชาชีพ (๒) ผลซึ่งคาดหมายไดและหลีกเลี่ยงมิไดจากการประกอบวิชาชีพดานสุขภาพซึ่งไดกระทําภายใตมาตรฐานวิชาชีพแลว (๓) ผลซึ่งเกิดจากการที่ผูที่ไดรับผลกระทบปฏิเสธหรือไมปฏิบัติตามคําแนะนําของผูประกอบวิชาชีพดานสุขภาพภายใตมาตรฐานวิชาชีพ “ผูไดรับผลกระทบ” หมายความวา บุคคลซึ่งไดรับผลกระทบอันเกี่ยวเนื่องการใหหรือรับบริการสาธารณสุขจากสถานพยาบาล “ผูประกอบวิชาชีพดานสุขภาพ” หมายความวา บุคคลที่ไดรับการขึ้นทะเบียนเปนผูมีหนาที่ใหบริการสาธารณสุข “สถานพยาบาล” หมายความวา สถานพยาบาลของรัฐ ทั้งนี้ ใหรวมถึงสถานบริการสาธารณสุขตามที่คณะกรรมการคุมครองผูไดรับผลกระทบจากระบบบริการสาธารณสุขประกาศกําหนด “มาตรฐานวิชาชีพ” หมายความวา แนวทางการปฏิบัติในการดูแลรักษาผูปวยตามแนวที่สภาวิชาชีพใหความเห็นชอบวาถูกตองตามหลักวิชาการ ทั้งนี้ใหคํานึงถึงสภาพแวดลอมในการปฏิบัติงาน และ จริยธรรมตามที่สภาวิชาชีพเห็นพอง “จริยธรรม” หมายความวา แนวทางการปฏิบัติตนเพื่อเปนหลักใหบุคคลยึดถือในการกระทําเพื่อประโยชนตอตนเองและสวนรวม “กองทุน” หมายความวา กองทุนคุมครองผูไดรับผลกระทบจากระบบบริการสาธารณสุข “แนวทางการเยียวยา” หมายความวา แนวทางการเยียวยาผูไดรับผลกระทบในระยะยาวเพื่อทําใหผูไดรับผลกระทบไดรับการชวยเหลือทางดานการเงิน การดํารงชีวิต หรือ วิธีอื่นใดตามที่
  3. 3. คณะกรรมการเห็นสมควร “คณะกรรมการ” หมายความวา คณะกรรมการคุมครองผูไดรับผลกระทบจากระบบบริการสาธารณสุข “สํานักงาน” หมายความวา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ๔. ผูรักษาการ เนื่องจากผูเกี่ยวของในระบบสาธารณสุขมีจากหลายกระทรวง ทั้งกระทรวงสาธารณสุขกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร สภากาชาดไทย กระทรวงกลาโหมอีกทั้งปญหาพื้นฐานของระบบสาธารณสุขนั้นเปนเรื่องงบประมาณ ความขาดแคลนบุคลากร ความพรอมของสถานพยาบาลในเรื่องของจํานวนเตียงและอุปกรณการแพทย และยังเกี่ยวเนื่องไปยังระบบหลักประกันสุขภาพแหงชาติ ดังนั้นจึงจําเปนตองใหนายกรัฐมนตรีเปนผูรักษาการตามกฎหมายนี้ ๕. การคุมครองผูใหบริการสาธารณสุข ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๘๐(๒) ไดบัญญัติใหคุมครองบุคลากรที่ทําตามหนาที่ภายใตมาตรฐานและจริยธรรม ทั้งนี้เพื่อเปนหลักประกันวาประชาชนของประเทศจะไดรับการรักษาอยางทันทวงทีเมื่ออยูในภาวะเจ็บปวยที่ถือเปนเรื่องเรงดวนตอชีวิตหรือความพิการ โดยที่บุคลากรไมตองกังวลวาการปฏิบัติหนาที่ภายใตขอจํากัดทางการแพทยมากมายดังกลาวจะนําไปซึ่งการฟองรองอันเนื่องมาจากผลการรักษาที่ไมเปนที่นาพอใจ หรือ เกิดความผิดพลาดโดยไมเจตนา อีกทั้งเมื่อบุคลากรไดรับความคุมครองตามสมควรแลว เหตุการณการปฏิเสธการรักษาทั้ง ๆ ที่อาจสามารถกระทําได(แมจะไมไดมีความชํานาญเฉพาะดาน) หรือ การสงตอผูปวย (ดวยเหตุผลเรื่องความกังวลในประเด็นการฟองรองจะตามมา)จะลดลง ซึ่งในที่สุดจะสงผลดีตอระบบสาธารณสุขและประชาชนที่เจ็บปวยเอง (รางมาตรา ๕) ๖. การคุมครองผูรับบริการสาธารณสุข ปญหาความผิดพลาดสวนหนึ่งในการรักษาพยาบาลปจจุบันเกิดขึ้นเนื่องจากบุคลากรทํางานเกินกําลังความสามารถของมนุษยปกติ โดยที่ประชาชนทั่วไปไมทราบขอจํากัดนี้ ประกอบกับนโยบายหลักประกันสุขภาพที่ผานมามิไดสงเสริมใหประชาชนมีความรับผิดชอบในการดูแลตนเองอยางที่ควรจะเปน อีกทั้งยังสรางความเขาใจผิดวา “ทุกความเจ็บปวยสามารถรักษาใหหายไดดวยระบบประกันสุขภาพ โดยมิไดสงเสริมใหมีการดูแลตนเอง” ทําใหบุคลากรตองทํางานเกินเวลาปกติ ขาดการพักผอน ทําหัตถการหลายอยางทั้ง ๆ ที่รูวาตนไมมีความชํานาญเพียงพอ ทั้งนี้ก็เพื่อจะชวยชีวิตผูปวยใหอยูรอดปลอดภัย สาเหตุดังกลาวทําใหเกิดความผิดพลาดในการรักษาพยาบาลและกอใหเกิดความสูญเสียตอชีวิตหรือรางกายของผูปวย ทั้ง ๆ ที่ผูปฏิบัติงานมิได ตองการใหเกิดเหตุการณเชนนี้ ดังนั้นเพื่อลดอัตราการสูญเสียดังกลาว เพื่อปกปองสุขภาพชีวิตและรางกายของประชาชน จึงจําเปนตองบัญญัติมาตราดังกลาวนี้ (รางมาตรา ๖, ๗ และ ๘)
  4. 4. ๗. การคุมครองผูไดรับผลกระทบจากระบบบริการสาธารณสุข แมวาผูปฏิบัติงานจะไดทําตามหนาที่อยางเต็มที่แลว แตก็อาจมีความผิดพลาดโดยไมสมควรเกิดขึ้นได เพื่อเปนการคุมครองผูไดรับผลกระทบจากความไมพรอมของระบบบริการสาธารณสุข มิใหตองเดือดรอนจากความสูญเสียดังกลาว จึงบัญญัติใหมีการเยียวยาผูไดรับผลกระทบซึ่งอาจเปนไดทั้ง บุคลากรสาธารณสุข หรือ ประชาชนที่มารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาล จึงกําหนดใหมีการเยียวยาภายใตเงื่อนไขที่เหมาะสม และกําหนดใหการเยียวยาดังกลาวมุงเนนไปที่ผลของการเยียวยาโดยไมกลาวโทษบุคคลใดบุคคลหนึ่ง (no blame) แตจําเปนตองพิสูจนผิดถูกเบื้องตน เพื่อกลั่นกรองผูที่มารองความชวยเหลือจากกองทุนนี้ (รางมาตรา ๙ และ ๑๐) ๘. คณะกรรมการคุมครองผูไดรับผลกระทบ (รางมาตรา ๑๑, ๑๒ และ ๑๓) กําหนดใหนายกรัฐมนตรีเปนประธาน และมีตัวแทนจากภาคสวนที่เกี่ยวของโดยตรง(stakeholder) ซึ่งก็คือจากกระทรวงที่มีบุคลากรปฏิบัติงานอยู นอกจากนี้ยังใหมีคนกลางที่มาจากหนวยงานที่ไดรับการยอมรับเขามารวมพิจารณา เชน สภาทนายความ อัยการ คณะกรรมการคุมครองผูบริโภค รวมทั้งใหตัวแทนกรมบัญชีกลางซึ่งเกี่ยวของโดยตรงในฐานะเปนหนวยงานที่ตองจัดสรรงบประมาณเพื่อการนี้ สวนคณะกรรมการที่เหลือมาจากสภาวิชาชีพที่จําเปนตองเกี่ยวของกับกฎหมายฉบับนี้โดยตรง รวมทั้งกําหนดใหมีตัวแทนจากองคกรพัฒนาเอกชนเขามามีสวนรวมในการนี้ ๙. อํานาจหนาที่ของคณะกรรมการ ๙.๑ กําหนดอํานาจหนาที่ในสวนที่เกี่ยวของกับการเงิน การบริหารกองทุนกําหนดหลักเกณฑในการจายเงิน การทําสัญญาประนีประนอมเมื่อรับความชวยเหลือจากกองทุนไปแลว ทั้งนี้เพื่อลดปญหาการฟองรองอันเนื่องมาจากความไมเขาใจ (รางมาตรา ๑๔) ๙.๒ อํานาจในการแตงตั้งอนุกรรมการเพื่อดําเนินการสอบสวนขอเท็จจริง การจายเงินเยียวยา รวมทั้งหาแนวทางการเยียวยาในระยะยาว (รางมาตรา ๑๖) ๙.๓ ใหจัดตั้งหนวยงานในการดําเนินงานทางธุรการของกองทุน (รางมาตรา๒๓) ๑๐. การจัดตั้งกองทุนคุมครองผูไดรับผลกระทบจากระบบบริการสาธารณสุข เพื่อชวยเหลือผูไดรับผลกระทบที่ไมขัดตอหลักเกณฑมาตรา ๙ และ ๑๐ รวมทั้งการจายเงินตามคําพิพากษาของศาล การสนับสนุนสภาวิชาชีพใหดําเนินงานที่เกี่ยวของกับการพัฒนาระบบความปลอดภัยของระบบสาธารณสุข (รางมาตรา ๒๔) ทั้งนี้ที่มาของเงินจะมาจาก ม. ๔๑ แหงพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพ รวมกับภาษีของประชาชนทั้งประเทศผานกรมบัญชีกลาง (รางมาตรา ๒๕) เงินที่เหลือจากกองทุนในแตละป
  5. 5. ภายหลังไดรับการตรวจสอบจากสํานักงานการตรวจเงินแผนดินแลว จะตองสงคืนคลังทั้งหมด(รางมาตรา ๒๖) ๑๑. แนวทางการพิจารณา คําขอ การจายเงิน และการเยียวยา การชวยเหลือผูไดรับผลกระทบอาจมีทั้งการจายเงินชวยเหลือ ซึ่งอาจออกกฎหมายลูกใหเปนการจายแบบมีเพดานสูงสุด การจายมากหรือนอย พิจารณาที่ความรุนแรงของผลกระทบสาเหตุ รวมทั้งอาจอิงกับฐานภาษีที่ผูยื่นคําขอมีประวัติอยู เพื่อใหเหมาะสมกับฐานานุรูปและไมเปนการเบียดบังภาษีอากรของรัฐมากเกินไป การจายเงินคาดวานาจะเปนงวด ๆ ทั้งนีเ้ พื่อเปนหลักประกันวาผูไดรับผลกระทบจะมีเงินเลี้ยงชีพไปตลอดเทาทีจําเปน โดยไมตองกังวลวาจะมี ่ปญหาเรื่องการใชเงินที่ไดรับไปโดยไมสมเหตุสมผลและกอใหเกิดความเสียหายแกตนเองในภายหลัง อีกทั้งจุดประสงคของการมีกองทุนก็เพื่อชวยเหลือผูไดรับผลกระทบในระยะยาว (คลายกับหลักการของสํานักงานประกันสังคม) ซึ่งอาจเปนการใหสิทธิการรักษาพิเศษในระยะยาว ใหสิทธิเลือกสถานพยาบาล ใหสิทธิในการใชอุปกรณการแพทยที่มีราคาแพงเพื่อแกไขความพิการตอเนื่องในระยะยาวซึ่งการใหเปนตัวเงินเพียงกอนแรกกอนเดียวอาจไมเพียงพอและไมสามารถประเมินไดในระยะแรก ทั้งนี้ใหผูยื่นคํารองสามารถยื่นคํารองไดภายในสามปนับแตวันทีใหหรือเขารับบริการ ่สาธารณสุข ซึ่งเปนระยะเวลาที่เปนไปไดในทางปฏิบัติในการพิสูจนทราบวาการกระทําดังกลาเขาและไมขัดกับหลักเกณฑตามมาตรา ๙ และ ๑๐ หรือไม (รางมาตรา ๒๙) โดยระหวางเวลาพิจารณาคําขอจนถึงสิ้นสุดกระบวนการของกองทุน อายุความทางแพงจะสะดุดหยุดอยูกอนเพื่อปกปองสิทธิของผูยื่นคําขอ (รางมาตรา ๓๐) โดยกําหนดใหกระบวนการพิจารณาคําขอเบื้องตนตองเสร็จสิ้นภายใน ๖๐ + ๑๕ + ๑๕ วัน (รางมาตรา ๓๑) และหากผูรองไมพอใจ สามารถอุทธรณไดตอ คําตัดสินของคณะกรรมการอุทธรณพิจารณาคํารองใหถือเปนที่สุด (รางมาตรา๓๕) เมื่อคณะกรรมการมีมติชวยเหลือและเยียวยาแลว ใหผูยื่นคํารองทําสัญญาประนีประนอมเพื่อยุติเรื่องทั้งหมด โดยตองไมมีการใชมูลเหตุเดิมไปฟองรองในศาลตอ (ปองกันกรณี doublerecovery) ซึ่งเปนไปตามหลักกฎหมายพื้นฐานเรื่องการ “ฟองซ้ํา” (รางมาตรา ๓๗) หากผิดสัญญาประนีประนอม และมีการฟองรองจะตองคืนเงินทั้งหมดพรอมดอกเบี้ย (รางมาตรา ๓๙)แตกรณีที่ผูรองไมตกลงรับเงินชวยเหลือและเยียวยา ผูรองสามารถไปใชสิทธิทางศาลไดแตจะไมสามารถกลับมายื่นคํารองตอกองทุนไดอีก ไมวาคําพิพากษาจะเปนเชนไร (รางมาตรา ๓๘) ๑๒. การไกลเกลี่ยและการสรางเสริมความสัมพันธที่ดีในระบบบริการสาธารณสุข กําหนดใหมีการไกลเกลี่ย เพื่อทําความเขาใจในกระบวนการรักษาโรคและผลกระทบที่เกิดขึ้น และกําหนดหามมิใหใชขอมูลดังกลาวไปเพื่อการอื่น (รางมาตรา ๔๐ และ ๔๑) ๑๓. การพัฒนาระบบความปลอดภัยและปองกันผลกระทบ
  6. 6. กําหนดใหกองทุนจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาความปลอดภัยและและปองกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต (รางมาตรา ๔๒ และ ๔๓) ๑๔. การฟองคดีอาญาและบทกําหนดโทษ เพื่อใหบรรลุวัตถุประสงคของกฎหมายนี้ที่ตองการหลีกเลี่ยงการฟองรอง จึงบัญญัติใหมีคดีความผิดฐานประมาทตามปอ. ม. ๒๙๑ และ ๓๐๐ ในสวนที่เกี่ยวของกับการรักษาพยาบาล ซึ่งบุคลากรสาธารณสุขกระทําไปดวยเจตนาสุจริต ไดมาตรฐานและมีจริยธรรม ใหเปนคดีที่ยอมความได (รางมาตรา ๔๔) สวนกรณีเจตนา จะไมไดรับการยกเวนตามกฎหมายนี้ เนื่องจากวัตถุประสงคของกองทุนตองการชวยเหลือและเยียวยาผูไดรับผลกระทบใหสามารถดํารงชีวิตไดตามสมควร เงินที่จะใชจัดสรรในแตละรายจึงคาดวาจะมีจํานวนมาก จึงจําเปนตองมีการควบคุมใหมีมาตรฐานการจายเงิน ปองกันมิใหเกิดการทุจริต ดังนั้นคณะอนุกรรมการที่พิจารณาจายเงินตองทําตามที่บัญญัติไวในรางมาตรา ๙ และ ๑๐ (รางมาตรา๔๖) โดยเครงครัด ๑๕. บทเฉพาะกาล กําหนดใหโอนเงินคงเหลือตามม.๔๑ ของ พรบ.หลักประกันสุขภาพที่ยังเหลืออยู และที่จะมีขึ้นในแตละปเขาสูกองทุนใหมนี้ (รางมาตรา ๔๗) และ กําหนดใหนายกรัฐมนตรีตั้ง คณะกรรมการชั่วคราวมาดําเนินงานจนกวาจะไดคณะกรรมการตามรางมาตรา ๑๑ โดยใหมีตัวแทนจากภาคสวนที่เกี่ยวของ (รางมาตรา ๔๙) นพ. เมธี วงศศิริสุวรรณ (พ.บ., ประสาทศัลยศาสตร, น.บ.)

×