บทที่ 12โครงสรางและหนาที่ของพืชดอก
โครงสรางของพืชพืชประกอบดวยโครงสรางตาง ๆ เพื่อทําหนาที่แตกตางกันออกไป เชน                        - ราก          - ใบ ...
แสดงลักษณะโครงสรางของพืช
เนื้อเยื่อของพืช (plant tissue)    พืชเปนสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งที่ประกอบดวยเซลล (cell)หลายๆเซลลรวมกลุมทํางานรวมกัน กลุ...
เนื้อเยื่อเจริญ (meristematic tissues)  คือ กลุมของเซลลที่มีการเจริญและแบงตัวแบบไมโทซีส(mitosis) อยูตลอดเวลาลักษณะของเ...
ตําแหนงที่พบในสวนตาง ๆ ของพืช1. เนือเยื่อเจริญสวนปลาย (apical meristem)         ้     คือเนือเยื่อที่อยูบริเวณปลายยอด...
เนื้อเยื่อเจริญสวนปลาย (apical meristem)ที่มา http://www.sripatum.ac.th/online/preeya/tissue.htm
2. เนื้อเยื่อเจริญเหนือขอ (intercalary meristem)    คือเนือเยื่อที่อยูบริเวณเหนือขอ หรือโคนของปลองในพืช            ้ใบ...
เนื้อเยื่อเจริญเหนือขอ (intercalary meristem)    ที่มา http://www.nana-bio.com/e-learning/Meristem.htm
3. เนื้อเยื่อเจริญดานขาง       (lateral meristem หรือ axillary meristem)      คือ เนือเยื่อเจริญที่แบงตัวออกดานขางของ...
Vascular cambium                                                                 Vascular cambiumพบในรากและลําตนพืชใบเลี้...
cork cambium หรือ Phellogen                                                                  Cork cambiumใหกําเนิดคอรก ห...
เนื้อเยื่อถาวร (permanent tissues)     หมายถึงกลุมของเซลลที่ในสภาพปกติไมมการแบงตัว                                    ...
เนื้อเยื่อถาวรเชิงเดี่ยว     ประกอบดวยกลุมเซลลชนิดเดียวกัน มารวมกันเพื่อทําหนาที่อยางเดียวกัน แบงออกได 2 ประเภทไดแ...
เนื้อเยื่อปองกัน    ทําหนาที่ปองกันอันตรายรวมทั้งการสูญเสียน้ํา มักอยูนอกสุดของราก ลําตน และใบ แบงออกเปน 2 ประเภทคื...
เอพิเดอรมิส (Epidermis)epidermis                                                      • ปกปองคุมครองเนื้อเยื่อตาง ๆ   ...
หนาที่ของเอพิเดอรมิส        1. ใหความแข็งแรงและชวยปองกันอันตรายใหกับเนื้อเยื่อที่อยูถัดไป        2. ชวยปองกันไมใ...
- ขนราก เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการดูดซึมน้ําและแรธาตุที่มา http://www.nana-bio.com/e-learning/permanent.htm
- เซลลคุม ทําหนาที่ควบคุมการปด-เปดของใบ                                                ชองปากใบ                      ...
ขนและตอมที่มา http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=31603
คอรก หรือเฟลเลม          เกิดจากการแบงตัวของคอรกแคมเบียม หรือเฟลเจนเมื่อคอรกเติบโตเต็มที่แลว โพรโทพลาสซึมและเยื่อหุม...
Cork
เนื้อเยื่อพื้น       เปนองคประกอบในราก ลําตน ใบ ดอก และเปนตัวกลางใหเนื้อเยื่ออื่น ๆ แทรกตัวอยู มีหลายประเภท ไดแก
พาเรงคิมา (parenchyma)                                                  พบไดแทบทุกสวนของอวัยวะพืช                       ...
พาเรงคิมา (parenchyma)ตัดตามยาว (long section)                          ตัดตามขวาง (cross section)ที่มา http://botit.botan...
พาเรงคิมา (parenchyma)                                                                                  ชองอากาศ         ...
หนาที่ของพาเรงคิมา   1. สะสมน้ําและอาหารพวกแปง โปรตีน และไขมัน   2. ในลําตนพืชออน ๆ ทําหนาที่สังเคราะหดวยแสง   3. ใ...
คอลเลงคิมา (collenchyma)ผนังเซลลหนามากตามมุมของเซลล ไมสม่ําเสมอเปนการเพิ่มความยึดหยุนสารที่มาฉาบที่ผนังเปนสารประกอบพ...
คอลเลงคิมา (collenchyma)                        ลักษณะของคอลเลงคิมาที่มา http://www.science.smith.edu/~mmarcotr/Hortwebpag...
สเกลอเรงคิมา (sclerenchyma)                ผนังเซลลหนามากสารที่มาฉาบ                เปนสารพวกลิกนิน (lignin)            ...
เซลลเสนใย (fiber)• รูปรางของเซลลยาวมาก• หัวแหลมทายแหลม• ผนังเซลลหนามากเปน  สารประกอบลิกนิน• ชองวางภายในเซลลแคบ  ...
สเกลอรีด (scleried)   รูปรางสั้นและปอม อาจกลมหรือ                      เปนเหลี่ยม ผนังเซลลหนา มักพบ                   ...
เอนโดเดอรมิส (Endodermis)                                                                           Endodermis           ...
หนาที่ของเอนโดเดอรมิส      1. ปองกันเนื้อเยื่อสวนที่อยูถัดเขาไปขางใน      2. เปนทางผานของน้ํา เกลือแร อาหาร และก...
เนื้อเยื่อถาวรเชิงซอน      ประกอบดวยกลุมเซลลหลายชนิดมาทํางานรวมกัน ซึ่งเนื้อเยื่อถาวรเชิงซอนแบงออกเปน 2 ประเภท ได...
ไซเลม (xylem)                                                     ลําเลียงน้ําและแรธาตุ                                  ...
เทรคีด (Tracheid)                                                      รูปรางยาว หัวทายคอนขาง                         ...
เวสเซล (Vessel)• คลายทอยาวๆ ทีประกอบดวยทอ                    ่  สั้นๆหลายๆทอมาตอกัน• ทอสั้นแตละทอเรียกวา vessel ...
ไซเลมไฟเบอร (xylem fiber)       ผนังหนา รูปรางยาวเรียว หัวทายแหลม มีลักษณะคลายเสนใยเปนเซลลที่ตายแลว แตยังคงทําหน...
ไซเลม พาเรงคิมา (xylem parenchyma)      เปนเซลลที่ยังมีชีวิตอยูเพียงเซลลเดียว ในเนื้อเยื่อไซเลมมีผนังบาง แตเมื่อแกแล...
โฟลเอม (phloem)ที่มา http://www.uic.edu/classes/bios/bios100/lectf03am/lect18.htm
โฟลเอม (phloem)ที่มา http://www.uic.edu/classes/bios/bios100/lectf03am/lect18.htm
ซีพทิวบ (sieve tube) มีรูปรางยาว ปลายทั้ง 2ดานคอนขางแหลม มีรูเล็กคลายตะแกรง เรียกวา ซีพเพลท (Sieve plate)บริเวณรูเล...
แสดงลักษณะของซีพทิวบที่มา http://facweb.furman.edu/~lthompson/bgy34/plantanatomy/plant_cells.htm
มัดทอลําเลียง (vascular bundle)
เซลลคอมพาเนียน (Companion cell)เซลลมีขนาดเล็ก รูปรางเรียวยาวปลายแหลม มีนิวเคลียสขนาดใหญเห็นไดชัดเจน มีกําเนิดจากเซลล...
โฟลเอมพาเรงคิมา (Phloem parenchyma)  เหมือนกับพาเรงคิมาทั่วไป เปนเซลลที่มีชีวิต ปกติลาเลียงอาหารในแนวดิ่ง        ํบางกลุ...
โฟลเอมไฟเบอร (Phloem fiber)     เปนเซลลไมมีชีวิตชนิดเดียวในเนื้อเยื่อโฟลเอม ใหความแข็งแรงแกพืชเทานั้น     ที่มา htt...
เนื้อเยื่อ
เนื้อเยื่อ
เนื้อเยื่อ
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

เนื้อเยื่อ

3,710 views

Published on

0 Comments
1 Like
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
3,710
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
936
Actions
Shares
0
Downloads
141
Comments
0
Likes
1
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

เนื้อเยื่อ

  1. 1. บทที่ 12โครงสรางและหนาที่ของพืชดอก
  2. 2. โครงสรางของพืชพืชประกอบดวยโครงสรางตาง ๆ เพื่อทําหนาที่แตกตางกันออกไป เชน - ราก - ใบ - ดอก - ผลรวมทั้งโครงสรางที่เจริญเปลี่ยนแปลงไปเพื่อทําหนาที่พิเศษตาง ๆ
  3. 3. แสดงลักษณะโครงสรางของพืช
  4. 4. เนื้อเยื่อของพืช (plant tissue) พืชเปนสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งที่ประกอบดวยเซลล (cell)หลายๆเซลลรวมกลุมทํางานรวมกัน กลุมของเซลลที่มาทํางานรวมกันนีเ้ ราเรียกเนือเยื่อ(tissue) ้เนือเยื่อพืชแบงเปน 2 ประเภท (ตามความสามารถในการแบงตัว)ไดแก ้ 1.เนือเยื่อเจริญ (meristematic tissues) ้ 2.เนือเยื่อถาวร (permanent tissues) ้
  5. 5. เนื้อเยื่อเจริญ (meristematic tissues) คือ กลุมของเซลลที่มีการเจริญและแบงตัวแบบไมโทซีส(mitosis) อยูตลอดเวลาลักษณะของเนือเยื่อเจริญ ้ ขนาดเล็ก ผนังบาง เซลลแตละชนิดอยูชิดติดกันมาก  ไมมีชองวางระหวางเซลล (intercellular space)
  6. 6. ตําแหนงที่พบในสวนตาง ๆ ของพืช1. เนือเยื่อเจริญสวนปลาย (apical meristem) ้ คือเนือเยื่อที่อยูบริเวณปลายยอด (shoot tip ) หรือปลายราก ้ (root tip) ของพืช เมื่อมีการแบงตัวเพิ่มจํานวนเซลลจะทําใหรากและลําตนยืดยาวออก เพิ่มความสูงใหกับตนพืช เปนการเจริญขั้นแรก (Primary growth)
  7. 7. เนื้อเยื่อเจริญสวนปลาย (apical meristem)ที่มา http://www.sripatum.ac.th/online/preeya/tissue.htm
  8. 8. 2. เนื้อเยื่อเจริญเหนือขอ (intercalary meristem) คือเนือเยื่อที่อยูบริเวณเหนือขอ หรือโคนของปลองในพืช ้ใบเลี้ยงเดี่ยว เชน ออย ไผ ขาวโพด หรือหญา เปนตน เมื่อมีการแบงตัวจะชวยใหปลองยาวขึ้น
  9. 9. เนื้อเยื่อเจริญเหนือขอ (intercalary meristem) ที่มา http://www.nana-bio.com/e-learning/Meristem.htm
  10. 10. 3. เนื้อเยื่อเจริญดานขาง (lateral meristem หรือ axillary meristem) คือ เนือเยื่อเจริญที่แบงตัวออกดานขางของลําตนหรือราก ้เมื่อแบงตัวแลวจะทําใหลําตน ราก ขยายขนาดออกทางดานขางหรือมีขนาดใหญขึ้น เปนการเจริญขั้นที่ 2 (Secondary growth)บางคนอาจเรียกเนือเยื่อเจริญดานขางนี้วา แคมเบียม (cambium) ้แบงเปน 2 ชนิดคือ
  11. 11. Vascular cambium Vascular cambiumพบในรากและลําตนพืชใบเลี้ยงคู และพืชใบเลี้ยงเดียวบางชนิด เชน หมากผู ่ หมากเมีย ศรนารายณ ที่มาhttp://www.cfr.washington.edu/Classes.ESC.200/lectures/concepts/specialbiology1.htm
  12. 12. cork cambium หรือ Phellogen Cork cambiumใหกําเนิดคอรก หรือเฟลเลมหุมรอบรากและลําตนพืชใบเลี้ยงคูที่มีอายุมาก ที่มา http://www.sbs.utexas.edu/mauseth/weblab/webchap17bark/17.1-5.htm
  13. 13. เนื้อเยื่อถาวร (permanent tissues) หมายถึงกลุมของเซลลที่ในสภาพปกติไมมการแบงตัว ีโดยเซลลเหลานีเ้ จริญเปลี่ยนแปลงมาจากเนือเยื่อเจริญอีก ้ทีหนึ่ง แบงออกเปน 2 ประเภท คือ1. เนือเยื่อถาวรเชิงเดี่ยว (Simple permanent tissue) ้2. เนือเยื่อถาวรเชิงซอน(Compount permanent tissue) ้
  14. 14. เนื้อเยื่อถาวรเชิงเดี่ยว ประกอบดวยกลุมเซลลชนิดเดียวกัน มารวมกันเพื่อทําหนาที่อยางเดียวกัน แบงออกได 2 ประเภทไดแก 1. เนือเยื่อปองกัน (Protective tissue) ้ 2. เนือเยื่อพื้น (Ground tissue) ้
  15. 15. เนื้อเยื่อปองกัน ทําหนาที่ปองกันอันตรายรวมทั้งการสูญเสียน้ํา มักอยูนอกสุดของราก ลําตน และใบ แบงออกเปน 2 ประเภทคือ - เอพิเดอรมิส (Epidermis) - คอรก (Cork) หรือ เฟลเลม (Phellem)
  16. 16. เอพิเดอรมิส (Epidermis)epidermis • ปกปองคุมครองเนื้อเยื่อตาง ๆ • รูปสี่เหลี่ยมผืนผา • ผิวดานนอก มีสารขี้ผึ้งพวก คิวติน (cutin) ฉาบอยูเพื่อชวย ปองกันการระเหยของน้ํา • ชั้นของคิวตินนีเ้ รียกวา คิวติเคิล (cuticle) ที่มา http://www.nana-bio.com/e-learning/plant%20organ/root.html
  17. 17. หนาที่ของเอพิเดอรมิส 1. ใหความแข็งแรงและชวยปองกันอันตรายใหกับเนื้อเยื่อที่อยูถัดไป 2. ชวยปองกันไมใหน้ําซึมผานเขาไปในรากมากเกินไปเพราะจะทําใหรากเนา 3. เจริญเปลี่ยนแปลงไปเปน ขนราก เซลลคุม ขนและตอม
  18. 18. - ขนราก เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการดูดซึมน้ําและแรธาตุที่มา http://www.nana-bio.com/e-learning/permanent.htm
  19. 19. - เซลลคุม ทําหนาที่ควบคุมการปด-เปดของใบ ชองปากใบ เซลลคุม ลักษณะปากใบที่มา http://deen2do.com/idda/2008/03/page/2/
  20. 20. ขนและตอมที่มา http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=31603
  21. 21. คอรก หรือเฟลเลม เกิดจากการแบงตัวของคอรกแคมเบียม หรือเฟลเจนเมื่อคอรกเติบโตเต็มที่แลว โพรโทพลาสซึมและเยื่อหุมเซลลจะสลายไป เหลือเฉพาะผนังเซลลที่มีซูเบอริน และคิวติเคิล สะสมซึ่งน้ําจะไมสามารถผานได เนื้อเยื่อชั้นคอรกรวมกับเฟลโลเจนและเฟลโลเดริ์ม เรียกรวมวา เพอริเดิรม (Peridrem)
  22. 22. Cork
  23. 23. เนื้อเยื่อพื้น เปนองคประกอบในราก ลําตน ใบ ดอก และเปนตัวกลางใหเนื้อเยื่ออื่น ๆ แทรกตัวอยู มีหลายประเภท ไดแก
  24. 24. พาเรงคิมา (parenchyma) พบไดแทบทุกสวนของอวัยวะพืช รูปรางหลายแบบ บางเซลล คอนขางกลม รี ทรงกระบอกหรือ เปนเหลี่ยม มีชองวางระหวางเซลล (intercellular space) ชองวางระหวางเซลลที่มา http://botit.botany.wisc.edu/images/130/Cells_&_Tissues/Celery_Petiole/Parenchyma.html
  25. 25. พาเรงคิมา (parenchyma)ตัดตามยาว (long section) ตัดตามขวาง (cross section)ที่มา http://botit.botany.wisc.edu/images/130/Cells_&_Tissues/Celery_Petiole/Parenchyma.html
  26. 26. พาเรงคิมา (parenchyma) ชองอากาศ (air space) สะสมแปงที่มา http://botit.botany.wisc.edu/images/130/Cells_&_Tissues/Celery_Petiole/Parenchyma.html
  27. 27. หนาที่ของพาเรงคิมา 1. สะสมน้ําและอาหารพวกแปง โปรตีน และไขมัน 2. ในลําตนพืชออน ๆ ทําหนาที่สังเคราะหดวยแสง 3. ในพืชตระกูลถั่วจะอยูรวมเปนกลุมที่โคนกานใบทําหนาที่เกี่ยวกับ การหุบใบ กางใบในรอบวัน 4. ในพืช ซี-3 พืช ซี-4 บางชนิดพาเรงคิมาจะเจริญลอมรอบมัดทอลําเลียง ถาภายในมีคลอโรพลาสตก็จะสังเคราะหดวยแสงดวย 5. ใบพืชบางชนิดจะเจริญเปลี่ยนไปเปนตอมสรางสาร เชน สรางน้ํามัน 6. พาเรงคิมาในมัดทอลําเลียงจะทําหนาที่ลําเลียงอาหาร 7. ในกานใบและเสนกลางใบของพืชบางชนิด เชน พุทธรักษา เปลี่ยนไปเปน แอเรงคิมา (Aerenchyma)
  28. 28. คอลเลงคิมา (collenchyma)ผนังเซลลหนามากตามมุมของเซลล ไมสม่ําเสมอเปนการเพิ่มความยึดหยุนสารที่มาฉาบที่ผนังเปนสารประกอบพวกเซลลูโลสและเพคติน ที่มา http://www.science.smith.edu/~mmarcotr/Hortwebpage- ผนังเซลล fall/handouts/figures-overheads/anatomyfigures.htm
  29. 29. คอลเลงคิมา (collenchyma) ลักษณะของคอลเลงคิมาที่มา http://www.science.smith.edu/~mmarcotr/Hortwebpage- fall/handouts/figures-overheads/anatomyfigures.htm
  30. 30. สเกลอเรงคิมา (sclerenchyma) ผนังเซลลหนามากสารที่มาฉาบ เปนสารพวกลิกนิน (lignin) เปนโครงกระดูกหรือโครงราง ของพืช จําแนกออกเปน 2 ชนิด
  31. 31. เซลลเสนใย (fiber)• รูปรางของเซลลยาวมาก• หัวแหลมทายแหลม• ผนังเซลลหนามากเปน สารประกอบลิกนิน• ชองวางภายในเซลลแคบ มากเรียกวา ลูเมน• มีความเหนียวและยืดหยุน
  32. 32. สเกลอรีด (scleried) รูปรางสั้นและปอม อาจกลมหรือ เปนเหลี่ยม ผนังเซลลหนา มักพบ ตามที่แข็งมาก ๆ เชน กะลามะพราว เมล็ดพุทรา
  33. 33. เอนโดเดอรมิส (Endodermis) Endodermis สวนใหญพบในรากพืชใบเลี้ยง เดี่ยว เซลลเรียงตัวเปนแนวเดียว ผนังเซลลบาง มีสารพวก ซูเบอริน คิวติน หรือลิกนิน มาสะสมเปนแถบทําใหผนัง เซลลหนา เปนแถบ ซึ่งจะกีด ขวางน้ําและอาหารไมใหผานได สะดวกที่มา http://botit.botany.wisc.edu/images/130/Root/Monocot_Roots/Zea_Root/Endodermis_vasc_tissue
  34. 34. หนาที่ของเอนโดเดอรมิส 1. ปองกันเนื้อเยื่อสวนที่อยูถัดเขาไปขางใน 2. เปนทางผานของน้ํา เกลือแร อาหาร และกีดขวางการลําเลียงสารดังกลาว
  35. 35. เนื้อเยื่อถาวรเชิงซอน ประกอบดวยกลุมเซลลหลายชนิดมาทํางานรวมกัน ซึ่งเนื้อเยื่อถาวรเชิงซอนแบงออกเปน 2 ประเภท ไดแก เนื้อเยื่อที่ทําหนาที่ลําเลียงน้ํา แรธาตุ เรียกวาไซเลม (xylem) และเนื้อเยื่อลําเลียงอาหาร เรียกวา โฟลเอม (phloem)
  36. 36. ไซเลม (xylem) ลําเลียงน้ําและแรธาตุ ประกอบดวย 1. vessel 2. tracheid 3. xylem fiber 4. xylem parenchymaที่มา https://webspace.utexas.edu/harms/VEVI3/transport.html
  37. 37. เทรคีด (Tracheid) รูปรางยาว หัวทายคอนขาง แหลม ผนังเซลลหนามี สารพวกลิกนินสะสม ผนัง มีรูพรุนที่เรียกวา pitที่มา http://facweb.furman.edu/~lthompson/bgy34/plantanatomy/plant_cells.htm
  38. 38. เวสเซล (Vessel)• คลายทอยาวๆ ทีประกอบดวยทอ ่ สั้นๆหลายๆทอมาตอกัน• ทอสั้นแตละทอเรียกวา vessel member หรือ vessel element• ผนังหนาเปนสารพวกลิกนินมา สะสม มีชองทะลุถึงกัน ซึ่งมี ลักษณะเปนรอยปรุหรือรูพรุนที่ เรียกวา perforation plate ที่มา http://www.dbdmart.com/lifesigngatc/product.php?cat=88432&lang=en
  39. 39. ไซเลมไฟเบอร (xylem fiber) ผนังหนา รูปรางยาวเรียว หัวทายแหลม มีลักษณะคลายเสนใยเปนเซลลที่ตายแลว แตยังคงทําหนาที่ใหความแข็งแรงแกพืชเทานั้น
  40. 40. ไซเลม พาเรงคิมา (xylem parenchyma) เปนเซลลที่ยังมีชีวิตอยูเพียงเซลลเดียว ในเนื้อเยื่อไซเลมมีผนังบาง แตเมื่อแกแลวจะมีสารลิกนินมาสะสม ทําใหผนังหนาขึ้นปกติจะเรียงตัวในแนวตั้งแตบางกลุมจะเรียงตัวตามขวาง หรือตามแนวรัศมี ทําหนาที่ลําเลียงน้ําและเกลือแรไปตามดานขาง เรียกวา ไซเลมเรย(xylem ray)
  41. 41. โฟลเอม (phloem)ที่มา http://www.uic.edu/classes/bios/bios100/lectf03am/lect18.htm
  42. 42. โฟลเอม (phloem)ที่มา http://www.uic.edu/classes/bios/bios100/lectf03am/lect18.htm
  43. 43. ซีพทิวบ (sieve tube) มีรูปรางยาว ปลายทั้ง 2ดานคอนขางแหลม มีรูเล็กคลายตะแกรง เรียกวา ซีพเพลท (Sieve plate)บริเวณรูเล็ก ๆ ซีพเอเรียซีพทิวบเมมเบอรหลาย ๆเซลลมาเรียงตอกันเปนทอยาวๆ เรียกวา ซีพทิวบ (Sieve tube)
  44. 44. แสดงลักษณะของซีพทิวบที่มา http://facweb.furman.edu/~lthompson/bgy34/plantanatomy/plant_cells.htm
  45. 45. มัดทอลําเลียง (vascular bundle)
  46. 46. เซลลคอมพาเนียน (Companion cell)เซลลมีขนาดเล็ก รูปรางเรียวยาวปลายแหลม มีนิวเคลียสขนาดใหญเห็นไดชัดเจน มีกําเนิดจากเซลลตนกําเนิดเดียวกับซีพทิวบเมมเบอร ที่มา http://www.school.net.th/library/create-web/10000/science/10000-5830.html
  47. 47. โฟลเอมพาเรงคิมา (Phloem parenchyma) เหมือนกับพาเรงคิมาทั่วไป เปนเซลลที่มีชีวิต ปกติลาเลียงอาหารในแนวดิ่ง ํบางกลุมลําเลียงในแนวรัศมี ขวางลําตนและรากเรียกวา โฟลเอมเรย ที่มา http://www.answers.com/topic/pericycle
  48. 48. โฟลเอมไฟเบอร (Phloem fiber) เปนเซลลไมมีชีวิตชนิดเดียวในเนื้อเยื่อโฟลเอม ใหความแข็งแรงแกพืชเทานั้น ที่มา http://www.sbs.utexas.edu/mauseth/weblab/webchap11stem/11.5-15.htm

×