Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

ศาสตราจารย์บันดูรา การเรียนรู้โดยการสังเกต

12,622 views

Published on

ศาสตราจารย์บันดูรา การเรียนรู้โดยการสังเกต

  1. 1. การเรีย นรู้โ ดยการสัง เกตหรือ เลีย นแบบ ศาสตราจารย์บ น ดูร า ั
  2. 2. ประวัต ิโ ดยสัง เขป• ของอัล เบิร ์ต บัน ดูร า (Albert Bandura) » นักจิตวิทยาชาวอเมริกันที่ให้ความสนใจงานที่ เกี่ยวข้องกับทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคม » อัลเบิร์ต แบนดูราเกิดที่เมืองอัลเบอร์ตา ประเทศ แคนาดา » ได้รับปริญญาศิลปศาสตรบัณฑิต จาก มหาวิทยาลัยบริติช โคลัมเบีย และได้รับปริญญา ศิลปศาสตรมหาบัณฑิตและปรัชญาดุษฎีบัณฑิต ทางจิตวิทยาคลินิก จากมหาวิทยาลัยไอโอวา » ทำางานภาควิชาจิตวิทยา ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟ อร์ด
  3. 3. การทดลอง• การทดลองอันแรกโดย บันดูรา ร็อส และร็อส (Bandural, Ross&Roos, 1961) เป็นการ แสดงพฤติกรรมก้าวร้าวโดยการสังเกต บันดูรา และผูร่วมงานได้แบ่งเด็กออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่ม ้ หนึงให้เห็นตัวอย่างจากตัวแบบที่มีชวิต แสดง ่ ี พฤติกรรมก้าวร้าว เด็กกลุ่มที่สองมีตัวแบบที่ไม่ แสดงพฤติกรรมก้าวร้าว และเด็กกลุ่มที่สามไม่มี ตัวแบบแสดงพฤติกรรมให้ดูเป็นตัวอย่าง
  4. 4. • ในกลุ่มมีตัวแบบแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว การ ทดลองเริ่มด้วยเด็กและตัวแบบเล่นตุ๊กตา (Tinker Toys) สักครู่หนึ่งประมาณ 1 – 10 นาที ตัวแบบลุกขึ้นต่อย เตะ ทุบ ตุ๊กตาที่ทำาด้วย ยางแล้วเป่าลม ฉะนันตุ๊กตาจึงทนการเตะต่อย ้ หรือแม้ว่าจะนั่งทับหรือยืนก็ไม่แตก สำาหรับเด็ก กลุ่มที่สอง เด็กเล่นตุ๊กตาใกล้ ๆ กับตัวแบบ แต่ ตัวแบบไม่แสดงพฤติกรรมก้าวร้าวให้ดูเป็น ตัวอย่าง เด็กกลุ่มที่สามเล่นตุ๊กตาโดยไม่มีตัว แบบ
  5. 5. • หลังจากเล่นตุ๊กตาแล้วแม้ผทดลองพาเด็กไปดู ู้ ห้องที่มีตุ๊กตาที่น่าเล่นมากกว่า แต่บอกว่าห้าม จับตุ๊กตา เพื่อจะให้เด็กรู้สกคับข้องใจ เสร็จแล้ว ึ นำาเด็กไปอีกห้องหนึ่งทีละคน ซึ่งมีตุ๊กตาหลาย ชนิดวางอยู่และมีตุ๊กตายางที่เหมือนกับตุ๊กตาที่ ตัวแบบเตะต่อยและทุบรวมอยู่ด้วย
  6. 6. ผลการทดลอง• พบว่า เด็กที่อยู่ในกลุ่มที่มีตัวแบบแสดง พฤติกรรมก้าวร้าวจะแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว เตะต่อยทุบ รวมทั้งนั่งทับตุ๊กตายางเหมือนกับที่ สังเกตจากตัวแบบแสดงและค่าเฉลี่ย (Mean) ของพฤติกรรมก้าวร้าวที่แสดงโดยเด็กกลุ่มนี้ ทั้งหมดสูงกว่าค่าเฉลี่ยของพฤติกรรมก้าวร้าว ของเด็กกลุ่มที่สองและกลุ่มที่สาม
  7. 7. การทดลองที่สอง• วิธีการทดลองเหมือนกับการทดลองที่หนึงแต่ใช้ ่ ภาพยนตร์แทนของจริง โดยกลุ่มหนึ่งดู ภาพยนตร์ที่ตัวแบบ แสดงพฤติกรรมก้าวร้าว อีก กลุ่มหนึ่งดูภาพยนตร์ที่ตัวแบบไม่แสดง พฤติกรรมก้าวร้าว ผลของการทดลองที่ได้ เหมือนกับการทดลองที่หนึ่ง คือ เด็กที่ดู ภาพยนตร์ที่มีตัวแบบแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว จะแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวมากกว่าเด็กที่อยู่ใน กลุ่มที่ดูภาพยนตร์ที่ตัวแบบไม่แสดงพฤติกรรมที่ ก้าวร้าว
  8. 8. การทดลอง• บันดูรา และเม็นลอฟได้ศึกษาเกี่ยวกับเด็ก ซึ่งมี ความกลัวสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข จนกระทั่ง พยายามหลีกเลี่ยงหรือไม่มปฏิสัมพันธ์กับสัตว์ ี เลี้ยง บันดูราและเม็นลอฟได้ให้เด็กกลุ่มหนึ่งที่มี ความกลัวสุนัขได้สงเกตตัวแบบที่ไม่กลัวสุนัข ั และสามารถจะเล่นกับสุนัขได้อย่างสนุก โดยเริ่ม จากการค่อย ๆ ให้ตัวแบบเล่น แตะ และพูดกับ สุนัขที่อยู่ในกรงจนกระทั่งในที่สุดตัวแบบเข้าไป อยู่ในกรงสุนัข
  9. 9. ผลของการทดลอง• ปรากฏว่าหลังจากสังเกตตัวแบบที่ไม่กลัวสุนัข เด็กจะกล้าเล่นกับสุนัขโดยไม่กลัว หรือ พฤติกรรมของเด็กที่กล้าที่จะเล่นกับสุนัขเพิ่มขึ้น และพฤติกรรมที่แสดงว่ากลัวสุนัขจะลดน้อยไป
  10. 10. สาระสำาคัญ• แนวคิดพืนฐาน ้• 1. บันดูรามีทศนะว่า พฤติกรรม (behavior หรือ B) ั ของมนุษย์มปฏิสัมพันธ์กับปัจจัยหลักอีก 2 ปัจจัย คือ ี 1) ปัจจัยทางปัญญาและปัจจัยส่วนบุคคลอื่น ๆ ( Personal Factor ) 2) อิทธิพลของสภาพ แวดล้อม ( Environmental Influences )• 2. บันดูราได้ให้ความแตกต่างระหว่างการเรียนรู้ (Learning) กับการกระทำา(Performance)ซึ่งสำาคัญ มาก เพราะคนเราอาจจะเรียนรู้อะไรหลายอย่างแต่ไม่ จำาเป็นต้องแสดงออกทุกอย่าง เช่นเราอาจจะเรียนรู้วิธี การ ทุจริตในการสอบว่าต้องทำาอย่างไรบ้าง แต่ถึง เวลาสอบจริงเราอาจจะไม่ทจริตก็ได้ หรือเราเรียนรู้ ุ ว่าการพูดจาและแสดงกริยาอ่อนหวาน กับพ่อ แม่เป็น
  11. 11. • 3. บันดูราเชือว่าการเรียนรู้ของมนุษย์สวนมาก ่ ่ เป็นการเรียนรู้โดยการสังเกต (Observational Learning) หรือการเลียนแบบจากตัวแบบ (Modeling) สำาหรับตัวแบบไม่จำาเป็นต้องเป็น ตัวแบบที่มีชวิตเท่านั้น แต่อาจจะ เป็นตัวแบบ ี สัญลักษณ์ เช่น ตัวแบบที่เห็นในโทรทัศน์ ภาพยนตร์ เกมส์คอมพิวเตอร์ หรืออาจจะเป็น รูปภาพ การ์ตูน หนังสือ นอกจากนี้ คำาบอกเล่า ด้วยคำาพูดหรือข้อมูลที่เขียนเป็นลายลักษณ์- อักษรก็เป็นตัวแบบได้
  12. 12. • บันดูรา (Bandura, 1977) ได้อธิบายกระบวนการที่ สำาคัญในการเรียนรู้โดยการสังเกตหรือการเรียนรู้โดย ตัวแบบว่ามีทงหมด 4 อย่างคือ ั้ 1. ผู้เรียนจะต้องมีความใส่ใจ (Attention) ทีจะสังเกต ่ ตัวแบบ ไม่ว่าเป็นการแสดงโดยตัวแบบจริงหรือตัวแบบ สัญลักษณ์ ถ้าเป็นการอธิบายด้วยคำาพูดผู้เรียนก็ต้อง ตั้งใจฟังและถ้าจะต้องอ่านคำาอธิบายก็จะต้องมีความ ตั้งใจทีจะอ่าน ่• 2. ผู้เรียนจะต้องเข้ารหัสหรือบันทึกสิ่งทีสังเกตหรือสิ่งที่ ่ รับรู้ไว้ในความจำาระยะยาว• 3. ผู้เรียนจะต้องมีโอกาสแสดงพฤติกรรมเหมือนตัว แบบ และควรจะทำาซำ้าเพื่อจะให้จำาได้• 4. ผู้เรียนจะต้องรู้จักประเมินพฤติกรรมของตนเองโดย ใช้เกณฑ์ (Criteria) ทีตั้งขึ้นด้วยตนเองหรือโดย ่
  13. 13. สรุป• การเรียนรู้พฤติกรรมสำาคัญต่าง ๆ ทังที่เสริมสร้างสังคม ้ (Prosocial Behavior) และพฤติกรรมทีเป็นภัยต่อ ่ สังคม (Antisocial Behavior) ได้เน้นความสำาคัญ ของการเรียนรู้แบบการสังเกตหรือเลียนแบบจากตัว แบบ ซึ่งอาจจะเป็นได้ทงตัวบุคคลจริง ๆ เช่น ครู เพือน ั้ ่ หรือจากภาพยนตร์โทรทัศน์ การ์ตูน หรือจากการอ่าน จากหนังสือได้ การเรียนรู้โดยการสังเกตประกอบด้วย 2 ขั้น คือ ขั้นการรับมาซึ่งการเรียนรู้เป็นกระบวนการ ทางพุทธิปัญญา และขั้นการกระทำา ตัวแบบทีมอิทธิพล ่ ี ต่อพฤติกรรมของบุคคลมีทงตัวแบบในชีวิตจริงและตัว ั้ แบบทีเป็นสัญญลักษณ์ เพราะฉะนันพฤติกรรมของ ่ ้ ผู้ใหญ่ในครอบครัว โรงเรียน สถาบันการศึกษา และ
  14. 14. การประยุกต์ใช้• 1. ตั้งวัตถุประสงค์ทจะทำาให้นกเรียนแสดงพฤติกรรม ี่ ั หรือเขียนวัตถุประสงค์เป็นเชิงพฤติกรรม 2. ผู้สอนแสดงตัวอย่างของการกระทำาหลายๆตัวอย่าง ซึงอาจจะเป็น คน การ์ตูน ภาพยนตร์ วิดีโอ โทรทัศน์ ่ และสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ 3. ผู้สอนให้คำาอธิบายควบคู่ไปกับการให้ตัวอย่างแต่ละ ครั้ง 4. ชี้แนะขั้นตอนการเรียนรู้โดยการสังเกตแก่นักเรียน เช่น แนะให้นักเรียนสนใจสิ่งเร้าที่ควรจะใส่ใจหรือ เลือกใส่ใจ 5.จัดให้นักเรียนมีโอกาสทีจะแสดงพฤติกรรมเหมือนตัว ่ แบบ เพือจะได้ดว่านักเรียนสามารถที่จะกระทำาโดยการ ่ ู เลียนแบบหรือไม่ ถ้านักเรียนทำาได้ไม่ถูกต้องอาจจะ ต้องแก้ไขวิธีการสอนหรืออาจจะแก้ไขทีตัวผู้เรียนเอง ่ 6.ให้แรงเสริมแก่นกเรียนที่สามารถเลียนแบบได้ถก ั ู
  15. 15. ตัวอย่าง• การเรียนรู้โดยการดูตัวแบบก็แสดงให้เห็นว่า การลงโทษหรือการเสริมแรงสามารถส่งผลต่อ สถานการณ์ของการเลียนแบบ เด็กจะพร้อม เลียนแบบผูที่ได้รับรางวัลมากกว่าผูที่ถูกลงโทษ ้ ้ ดังนั้น เด็กเรียนรู้ได้โดยที่ตนเองไม่ต้องได้รับ รางวัลหรือการลงโทษ

×