Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

ศิลปะยุคกลาง

12,418 views

Published on

ศิลปะยุคกลาง 6.7 เลขที่ 20,28

Published in: Education

ศิลปะยุคกลาง

  1. 1. ในสมัยกลาง สังคมตะวันตกได้ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของสถาบัน คริสต์ศาสนาและระบอบการปกครองแบบฟิวดัล(Feudalism) จนสามารถ เป็นผู้ชี้นาสังคมทางด้านความเชื่อ จริยธรรม การดาเนินชีวิต การ ปกครอง ศิลปวัฒนธรรมและอื่นๆ ขุนนางสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นาในการ กาหนดฐานะและสิทธิต่างๆ การส่งเสริมและทานุบารุงศิลปวัฒนธรรมใน สมัยกลางสะท้อนให้เห็นถึงเรื่องราวและอิทธิพลของศาสนาคริสต์และพวก ขุนนาง
  2. 2. มหาวิหารแซงต์ปิแยร์แห่งอองกูเล็ม ประเทศฝรัง่เศส มหาวิหารแร็งส์ ประเทศฝรัง่เศส แบบโรมาเนสก์(Romanesque) แบบกอทิกหรือ กอโกธิค(Gothic)
  3. 3. เป็นศิลปะที่เจริญรุ่งเรืองก่อนศตวรรษที่ 11 สืบทอดจากโรมัน กา แพงหนา มองภายนอกเหมือนมีป้อมปราการ ให้ความรู้สึกที่แข็งแกรง่ห้าวหาญแก่ผู้พบเห็น Santa Maria d'Eunate
  4. 4. หอเอนปิซา อิตาลี วัดเซ็นต์ออสเตรมอยน ์ อิซัว ฝรัง่เศส
  5. 5. CHURCH OF SAINTE FOY ฝรัง่เศส
  6. 6. มหาวิหารนอเทรอดามเดอปารีส ประเทศฝรัง่เศส • เจริญรุ่งเรืองระหว่าง ค.ศ. 1150- 1300 ซึ่งอยู่ในช่วงสมัยกลางยุค รุ่งโรจน์ • มีลักษณะโปร่งบางและดูอ่อนชอ้ย • มีการสร้างโบสถ์วิหารขนาดสูงใหญ่ • จุดเด่น คือ วิวัฒนาการใช้ค้า ยัน ที่ ทาด้วย อิฐไว้ค้ายันจากภายนอก และการใช้เสาหินเพื่อรองรับ น้าหนักของหลังคา
  7. 7. มีการใช้เสาหิน เพื่อรองรับน้าหนักของหลังคา
  8. 8. ประตูหน้าต่างมีลักษณะโค้งแหลม ขนาดกว้าง ซึ่งแสงสวา่งสามารถลอด ผ่านได้
  9. 9. ประดับด้วยกระจกสีขนาดใหญ่ สีสันงดงาม
  10. 10. ภายในโบสถ์วิหารกอทิกจะประดับด้วยรูปแกะสลักของนักบุญตามลักษณะ เหมือนจริงตามธรรมชาติศิลปะแบบกอทิกสะท้อนให้เห็นว่าสมัยกลางยุค รุ่งโรจน์นั้นเริ่มมีความรู้สึกนึกคิดถึงความสวยงามตามธรรมชาติของมนุษย์ มากขึ้นและสะท้อนให้เห็นอัจฉริยภาพของศิลปินสมัยกลาง
  11. 11. มหาวิหารนอเทรอดามเดอปารีส ประเทศฝรัง่เศส
  12. 12. มหาวิหารแซงต์เอเตียนน์แห่งแม๊ส ประเทศฝรัง่เศส
  13. 13. มหาวิหารแซงต์ชาแปลล์ ประเทศฝรัง่เศส
  14. 14. มหาวิหารแห่งมิลาน ประเทศอิตาลี
  15. 15. ลักษณะสา คัญของวรรณกรรมในสมัยกลาง 1. แต่งเป็นภาษาละตนิซ่งึถือเป็นภาษาหนงัสือที่เป็นสากลและ เป็นภาษาสา คัญทางศาสนา 2. แบ่งเป็นวรรณกรรมทางศาสนาซึ่งเน้นความเชื่อในคริสต์ ศาสนาและวรรณกรรมทางโลกซึ่งแสดงความกล้าหาญของ วีรบุรุษและนักรบ เน้นคุณธรรมความซื่อสัตย์และความ จงรักภักดี
  16. 16. เทวนคร (The City of God) เขียนโดยนักบุญออกัสติน ใน สมัยปลายจักรวรรดิโรมัน ซึ่งเป็นเรื่องราวที่กล่าวถึงการ สร้างโลกตามคริสต์ศาสนา, การ ไถ่บาป และการพิพากษาครั้ง สุดท้าย
  17. 17. มหาเทววิทยา (SummaTheologica) โดยนักบุญทอมัส อะไควนัส เป็น เรื่องเกี่ยวกับความเชื่อและศรัทธา ในศริสต์ศาสนาอย่างมีเหตุผล โดย นาเอาปรัชญาของอริสโตเติลมา ประกอบคาอธิบาย ใช้สอนวิชาเทววิยาในมหาวิทยาลัย
  18. 18. แบ่งออกเป็น 5 ประเภท 1. มหากาพย์(Epic) 2. นิยายวีรคติหรือนิยายโรมานซ์(Romance) 3. คีตกานท์(Lyric) 4. นิทานฟาบลิโอ (Fabiau) 5. นิทานอุทาหรณ์ (Fable)
  19. 19. มหากาพย์(Epic) ม ห า ก า พ ย์(epic) ห รือ ที่เ รีย ก ว่า ช อ ง ซอง เดอ เจสต์(Chanson de Geste) เป็นเรื่องราวของ การสร้างวีรกรรมของวีรบุรุษในอดีตนิยมประพันธ์ด้วย โคลงกลอน แพร่หลายในคริสต์ศตวรรษที่ 11-12
  20. 20. ชองซอง เดอ โรลองด์ (Chanson de Roland) เป็นเรื่องราวของการ ต่อสู้ของโรลองค์ ทหารของสนิทของ จักรพรรดิชาร์เลอมาญกับกองทัพของ พวกซาราเซ็นซึ่งเป็นมุสลิมที่เดินทัพ มาจากสเปนเพื่อพิชิตยุโรปตะวันตก กองทัพของโรลองค์ถูกซุ่มโจมตีใน เทือกเขาพิเรนิส โรลองค์เสียชีวิตใน สนามรบ
  21. 21. ชองซอง เดอ โรลองด์ เป็นที่ นิย ม ข อ ง พ ว ก ช น ชั้น สูง โดยเฉพาะนักรบ เพราะ สะท้อนให้เห็นถึงความกล้า- หาญ ความเสียสละ ตลอดจน ความมีศรัทธาในคริสต์ศาสนา
  22. 22. นิยายวีรคติหรือนิยายโรมานซ์(Romance) ประพันธ์เป็นคากลอน เกิดในยุโรป ตะวันตกเมื่อคริสต์ศตวรรษที่11-12 ต่อมาแพร่หลายในฝรัง่เศส อังกฤษ และเยอรมันเป็นเรื่องราวความรัก ของคนหนุ่มสาว ความจงรักภักดี ของอัศวินต่อเจ้าและขุนนาง และ ความรักแบบเทิดทูนที่อัศวินมีต่อ สตรี นิยายวีรคติที่รู้จักกันทัว่ไป คือ กษัตริย์อาเทอร์กับอัศวินโต๊ะกลม
  23. 23. คีตกานท์(Lyric) เป็นบทร้อยกรองที่กล่าวถึงความในใจ เกิดในฝรั่งเศสเมื่อกลาง คริสต์ศตวรรษที่ 12 เกิดจากนักร้องเร่ที่เรียกตัวเองว่า ตรูบาดูร์ แต่งเพื่อขับ ร้องกับพิณ นิยมบรรเลงกันในปราสาทของขุนนางและราชสา นัก เป็นเรื่อง เกี่ยวกับความรักแบบเทิดทูนต่อสตรีสูงศักด์ิ ซึ่งได้รับอิทธพิลมาจากราชสา นัก ของพวกมุสลิม ก่อให้เกิดระเบียบวิธีปฏิบัติที่บุรุษควรมีต่อสตรีเพศ หรือที่ เรียกว่า ธรรมเนียมวีรคติซึ่งถือปฏิบัติกันอย่างเคร่งครัดในหมู่อัศวินนักรบ ของสมัยกลางในภายหลังโดยถือว่าว่าการอุทิศตนเพื่อสตรีที่รักทา ให้ชีวิตของ การเป็นอัศวินมคีุณค่าและมีเกียรติยศยิ่งนัก
  24. 24. นิทานฟาบลิโอ (Fabliau) เป็นวรรณกรรมของชาวบ้านทั่วไป เป็นนิทานสั้น ๆ เขียนเป็น โคลงกลอน ซึ่งเป็นเรื่องเสียดสีสังคมสมัยนั้น มักเป็นเรื่องของนักบวชหรือ สตรี เดิมเป็นนิทานของฝรัง่เศส แต่มีปรากฏในวรรณกรรมของอังกฤษ ด้วย เช่น เรื่องแคนเทอร์เบอรีเทลส์(Canterbury Tales)
  25. 25. นิทานสัตว์(Fable) เป็นนิทานร้อยแก้วหรือร้อยกรองในลักษณะของนิทานอีสป ที่มี ชื่อเสียงที่สุด คือ นิทานชุดโรมานซ์ออฟรีนาร์ด (The Romance of Renard) เริ่มแต่งในฝรัง่เศสเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 12 และแต่งต่อๆ กัน มาถึงคริสต์ศตวรรษที่ 14 เนื้อหาล้อเลียนเสียดสีสังคม ฝ รั่ง เ ศ ส ใ น ส มัย ก ล า ง ป ร ะ ณ า ม ร ะ บ บ ฟิ ว ดัล กระบวนการยุติธรรม และ วงการศาสนา
  26. 26. ในราวคริสต์ศตวรรษที่11 การค้าของโลกตะวันตกได้ฟื้นตัวอีก ครั้งหลังจากชะงักงันเป็นเวลานานหลายร้อยปี • เกิดการฟื้นตัวของเมืองเก่าที่เคยรุ่งเรืองในสมัยจักรวรรดโิรมัน • เกิดเมืองใหม่ ๆในคาบสมุทรอิตาลีจนถึงคาบสมุทรสแกนดิเนเวีย ตลอดจนดินแดนยุโรปตะวันออก • เมืองกลายเป็นศูนย์กลางการค้าและวัฒนธรรมของยุโรป • เกิดสมาคมอาชีพ(Guild) ที่ควบคุมการดาเนินงานและการจัด สวัสดิการของกลุ่มคนอาชีพเดียวกัน
  27. 27. • เกิดระบบการเก็บภาษีอากร • เกิดการปกครองแบบท้องถิ่นหรือเทศบาล • การทา สัญญาและการกู้ยืมเงินของบรรดาพ่อค้าจึงต้องมีการกา หนด วันเริ่มต้นและสิ้นสุดของปีที่แน่นอน พวกพ่อค้าจึงกาหนดให้ วันที่1 มกราคม เป็นวันเริ่มต้นของปีใหม่ • ได้นาเอาเลขอาหรับ มาใช้แทนตัวเลขโรมัน และนาตัวเลข 0 ซึ่งมี ต้นกาเนิดมาจากอินเดียมาใช้ ทาให้พ่อค้าสามารถคิดผลกาไร ขาดทุนท่แีสดงเป็นตัวเลขได้สะดวกและรวดเร็ว
  28. 28. มหาวิทยาลัยนับเป็นมรดกที่สา คัญของยุโรปในสมัยกลาง ใน ระยะแรกเกิดจากการรวมตัวของอาจารย์และนักศึกษา มีลักษณะเป็น องค์การหรือสมาคมอาชีพ เรียกว่า ยูนิเวอร์ซิต(ีuniversity) ในคริสต์ศตวรรษที่ 11-12 มหาวิทยาลัยเกิดขึ้นจากการ ขยายตัวของโรงเรียนวัดและโรงเรียนมหาวิหาร โดยมีมหาวิทยาลัย ปารีสเป็นผู้นาทางภาคเหนือ มหาวิทยาลัยโบโลญญาเป็นผู้นาทาง ภาคใต้ นักศึกษาส่วนใหญ่เป็นพระหรือลูกหลานของขุนนางและพ่อค้า
  29. 29. มหาวิทยาลัยเจริญเติบโตในเวลาอันรวดเร็วอันเนื่องมาจากการ ขยายตัวทางเศรษฐกิจของเมือง สงครามครูเสดและการรับรู้ความรู้ ใหม่ๆ จากทางยุโรปตะวันออกและเอเชียไมเนอร์เช่น ปรัชญา คณิตศาสตร์แพทย์และนิติศาสตร์ การศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยในสมัยกลางเจริญแพร่หลาย อย่างกว้างขวาง เมื่อสิ้นสมัยกลางปรากฏว่ามีมหาวิทยาลัยใน ยุโรป 80 แห่ง เช่น มหาวิทยาลัยปารีส โบโลนญา ปาดัว เคมบริดจ์ ออกฟอร์ด
  30. 30. 1. น.ส.ณัฏฐธิดา จันทศรีสวัสด์ิม. 6.7 เลขที่ 20 2. น.ส.ศรสวรรค์ศรีรัตนาพร ม. 6.7 เลขที่ 28

×