การพัฒนาสารสนเทศ Thai refer

9,854 views

Published on

โครงการพัฒนาสารสนเทศระบบการส่งต่อผู้ป่วยด้วยโปรแกรมระบบ ThaiRefer โรงพยาบาลลำปาง

Published in: Health & Medicine
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
9,854
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
12
Actions
Shares
0
Downloads
104
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

การพัฒนาสารสนเทศ Thai refer

  1. 1. การพัฒ นาเทคโนโลยีส ารสนเทศเพื่อ ระบบการส่ง ต่อ โดย ใช้โ ปรแกรม ThaiRefer 1. ความสำา คัญ และที่ม าของปัญ หาการดำา เนิน งาน หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า มีเป้าหมายสำาคัญคือการให้บริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพ และกระจายไปยังประชาชนในส่วนภูมิภาคอย่างทั่วถึง สามารถให้บริการสุขภาพแก่ประชาชนได้ตามขีดความสามารถในสถานพยาบาลแต่ละระดับ หากเป็นโรคที่ซับซ้อน ซึ่งเกินขีดความสามารถของสถานพยาบาล จะต้องมีการส่งต่อผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาลที่มีศักยภาพสูงกว่าตามขั้นตอน ด้วยระบบการส่งต่อ (ReferralSystem) ทีมประสิทธิภาพซึ่งเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายทั้งภายในจังหวัด ่ ีภายในเขตตรวจราชการ นอกเขตตรวจราชการ รวมไปถึงเครือข่ายระดับประเทศ เน้นการทำางานแบบใช้หลักการ “เครือข่ายบริการที่ไร้รอยต่อ(Seamless Health Service Network)” ที่สามารถเชื่อมโยงบริการสาธารณสุขทุกระดับเข้าด้วยกัน โดยไม่มีเส้นแบ่งของการปกครองหรือการแบ่งเขตตรวจราชการเป็นตัวขวางกั้น หากการส่งต่อผู้ป่วยมีประสิทธิภาพจะส่งผลให้ประชาชนได้รับบริการสุขภาพอย่างทั่วถึงตามหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า จังหวัดลำาปางมีสถานพยาบาลประกอบด้วยโรงพยาบาลศูนย์ ๑แห่ง โรงพยาบาลชุมชน ๑๒ แห่ง โรงพยาบาลสังกัดกรมแพทย์ทหารบก๑ แห่ง โรงพยาบาลมะเร็งสังกัดกรมการแพทย์ ๑ แห่ง และโรงพยาบาลเอกชน ๑ แห่ง เดิมมีปัญหาและอุปสรรคการทำางานในระบบส่งต่อหลายประการ ได้แก่ 1. ไม่มีการเชื่อมโยงข้อมูลที่สำาคัญของผู้ป่วยในการส่งต่อ เช่น ประวัติการรักษา การแพ้ยา การได้รับยาในปัจจุบัน รวมไปถึงผล ตรวจทางห้องปฏิบัติการของแต่ละสถานพยาบาล 2. ขาดการสื่อสารและการประสานงาน เช่น ไม่มีศูนย์ประสานงานเป็น ศูนย์กลางการเชื่อมโยงระหว่างสถานพยาบาลที่เกี่ยวข้อง การติดต่อ ประสานงานซับซ้อน หลายขันตอน ทำาให้การรักษาล่าช้า ้ 3. สถานพยาบาลปลายทางขาดการเตรียมพร้อมรับเมื่อผู้ป่วยมาถึง เนื่องจากไม่มีข้อมูลสำาคัญจากต้นทาง ทำาให้ผู้ป่วยวิกฤตบางรายมี อาการทรุดลงและได้รับการรักษาล่าช้า
  2. 2. 4. แบบบันทึกการส่งต่อผู้ป่วยทั่วไป มีเนื้อหาข้อมูลไม่ครบ เขียนไม่ชัด อ่านไม่ออก ขาดความสมบูรณ์ ทั้งที่มีขอมูลของผู้ป่วยแล้ว แต่ ้ แพทย์ไม่ได้เขียนลงในแบบบันทึกการส่งต่อ นอกจากนี้ยังไม่มีใบ ตอบกลับเมื่อให้การรักษาแล้วและส่งกลับ โรงพยาบาลต้นทางไม่ สามารถวางแผนการรักษาต่อได้ หรือให้การรักษาที่ซำ้าซ้อน ทำาให้ ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ไม่ต่อเนื่อง 5. ไม่มีการเก็บข้อมูลเข้าในระบบฐานข้อมูลรวม ข้อมูลผู้ป่วย กระจัดกระจายหลากหลาย ไม่ทันสมัย การรวบรวมข้อมูลเพื่อ วิเคราะห์ทำาได้ยาก และไม่สามารถนำามาใช้ประโยชน์ในการ วางแผนพัฒนาได้ 6. ไม่มีแบบประเมินคุณภาพการรักษาผู้ป่วยเมื่อส่งต่อ กรณีที่โรง พยาบาลต้นทางให้การรักษาผู้ป่วยไม่เหมาะสม จึงไม่สามารถ วิเคราะห์คุณภาพการดูแลรักษาในภาพรวมได้ 7. ภาวะแออัดของผู้ป่วยนอกที่โรงพยาบาลศูนย์ลำาปาง เนื่องจากไม่มี ระบบนัดหมายที่มีประสิทธิภาพ 8. สูญเสียค่าใช้จ่าย เช่น ค่าเดินทางกรณีส่งต่อผู้ป่วยที่ไม่จำาเป็น ค่า โทรศัพท์ โทรสาร กระดาษ เป็นต้น จากปัญหาดังกล่าวจึงเกิดแนวคิดพัฒนาระบบส่งต่อผู้ป่วยโดยการนำาเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยแก้ไข เริ่มแรกได้นำาร่องโดยใช้โปรแกรมRefer Link ของจังหวัดร้อยเอ็ด และต่อมาได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องโดยทีมนักพัฒนาโปรแกรมของโรงพยาบาลลำาปาง ซึ่งลงมือปฏิบัติจริงในการส่งต่อผู้ป่วยด้วยตนเอง ร่วมกับมีเครือข่ายจากโรงพยาบาลเกือบทุกจังหวัดในประเทศไทย ได้ร่วมกันให้ข้อมูลเพื่อปรับปรุงแก้ไข และประยุกต์ให้เป็นประโยชน์แก่ผู้ป่วยอย่างเต็มที่ จนเข้าสู่การพัฒนามาเป็นโปรแกรม ThaiRefer ในปัจจุบัน ลัก ษณะและคุณ สมบัต ิข องโปรแกรม ThaiRefer 1. เป็นโปรแกรมที่ใช้งานออนไลน์ผ่าน Internet ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับ ฐานข้อมูลระหว่างสถานพยาบาลได้หลากหลายโปรแกรม มีการ กำาหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลโดยใช้รหัสผ่าน มีระบบความปลอดภัย ในการป้องกันข้อมูลของผู้ป่วย 2. เมื่อติดตั้งโปรแกรมแล้วและต้องการส่งต่อผู้ป่วย โรงพยาบาลต้นทาง เพียงป้อนหมายเลขประจำาตัวผู้ป่วยของโรงพยาบาล (Hospital Number) หลังจากนั้นข้อมูลพื้นฐานและข้อมูลด้านคลินิกที่อยู่ใน
  3. 3. ฐานข้อมูลของโรงพยาบาลต้นทาง จะแนบมายังโรงพยาบาลปลาย ทางโดยอัตโนมัติ 3. สามารถวางแผนบริหารการเตรียมรับผู้ป่วยส่งต่อ เพื่อให้การดูแล รักษาผู้ป่วยแบบไร้รอยต่อ เนื่องจากระบบจะทำาการคำานวณเวลาที่ผู้ ป่วยจะมาถึงโรงพยาบาลปลายทางโดยอัตโนมัติ ทำาให้สามารถ เตรียมพร้อมรับผู้ป่วยล่วงหน้าได้ เช่น การทำาบัตร เตรียมสถานที่ เครื่องมือ และบุคลากรที่เหมาะสมในการดูแลผู้ป่วยโดยเฉพาะผู้ป่วย วิกฤติ 4. สั่งพิมพ์ใบส่งต่อ จากโปรแกรมได้ทันที ซึ่งอ่านง่าย มีข้อมูลครบ ถ้วน และไม่ต้องทำางานซำ้าซ้อน 5. สั่งพิมพ์แบบบันทึกสัญญาณชีพระหว่างส่งต่อผู้ป่วย และแบบประเมิน คุณภาพการส่งต่อผู้ป่วยได้ 6. สามารถแนบรูปถ่าย ภาพเอ็กซเรย์ ภาพคลื่นไฟฟ้าหัวใจ มาพร้อม กับประวัติผู้ป่วย หรือขอปรึกษาทางไกลกับแพทย์เฉพาะทางเพื่อ ให้การรักษาที่โรงพยาบาลต้นทางได้ 7. สามารถดูรายงานผลตรวจทางห้องปฏิบัติการของทั้งโรงพยาบาล ต้นทางและปลายทางได้ และสามารถตรวจสอบประวัติการรักษาใน อดีต รวมไปถึงประวัติการใช้ยา ประวัติการแพ้ยา เป็นต้น 8. สามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง และมีระบบรายงานผลสามารถนำา ข้อมูลมาวิเคราะห์ทางสถิติเพื่อวางแผนพัฒนางานได้ 9. ลักษณะการใช้งานโปรแกรมง่าย สามารถเรียนรู้ได้ไว 10. สามารถพัฒนาต่อยอดโปรแกรมได้ตลอดเวลา โดยไม่มีค่า ลิขสิทธิ์2. วัต ถุป ระสงค์ 1. เพือพัฒนาระบบฐานข้อมูลการส่งต่อผูปวยทีมการเชือมโยงประสานกัน ่ ้ ่ ่ ี ่ ภายในและภายนอกเครือข่าย ให้เป็นระบบส่งต่อผูปวยทีมคณภาพ ้ ่ ่ ี ุ 2. เพือบริหารจัดการให้เกิดการส่งต่อทีรวดเร็ว เหมาะสม เกิดความราบรืน ่ ่ ่ ในการทำางาน 3. เพือสามารถวิเคราะห์ขอมูลสารสนเทศในระบบส่งต่อแบบองค์รวม ซึงนำา ่ ้ ่ ไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาคุณภาพบริการได้3. ขั้น ตอนการดำา เนิน งาน
  4. 4. 1. แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาระบบส่งต่อระดับจังหวัด โดยมีนาย แพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำาปางเป็นประธาน คณะกรรมการประกอบ ด้วยตัวแทนจากโรงพยาบาลในเครือข่ายทุกแห่งรวมทั้งโรงพยาบาล นอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 2. จัดตั้งศูนย์ประสานงานการรับส่งต่อผู้ป่วยจังหวัดลำาปางที่โรง พยาบาลลำาปาง โดยมีทีมสหสาขาวิชาชีพ และแพทย์เวชศาสตร์ ฉุกเฉินอยู่ประจำาศูนย์ 3. แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อพัฒนาโปรแกรม ระบบส่งต่อ ThaiRefer โดยมีรองผู้อำานวยการฝ่ายการแพทย์โรง พยาบาลลำาปางเป็นประธาน ทีมประกอบด้วยแพทย์ พยาบาล นัก วิชาการคอมพิวเตอร์และผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการส่งต่อผู้ป่วย ขั้น ตอนการพัฒ นาระบบฐานข้อ มูล และการจัด เก็บ (Database Management System) โดยใช้โ ปรแกรม ThaiReferระยะที่ ๑ : วิเ คราะห์ส ถานการณ์ป ัจ จุบ ัน พบว่าการจัดเก็บข้อมูลแบบวิธีดั้งเดิม มีขั้นตอนยุ่งยาก ไม่มีการเชื่อมโยงข้อมูลพื้นฐานของผู้ป่วย ข้อมูลทางคลินิก และผลตรวจทางห้องปฎิบัติการ ทำาให้มีการทำางานที่ซำ้าซ้อน เกิดข้อผิดพลาดได้ง่าย สิ้นเปลืองไม่มีการนำาข้อมูลมารวบรวมและประมวลผล เพื่อวิเคราะห์และพัฒนาเชิงระบบระยะที่ ๒ : โครงการนำา ร่อ งโดยใช้โ ปรแกรม Refer Link ในเดือน มิถุนายน ๒๕๕๓ มีการทดสอบโดยใช้โปรแกรมRefer Link จังหวัดร้อยเอ็ดเป็นต้นแบบ ในระยะแรกพบปัญหาในเรื่องความไม่คุ้นเคยในการใช้งาน ความยากในการเข้าถึงข้อมูลและการใช้งาน ความไม่เสถียรของระบบโปรแกรม ทำาให้ผู้ใช้บริการตอบรับไม่ค่อยดี ต่อมาได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาระบบสารสนเทศขึ้น จึงมีการพัฒนาโปรแกรมขึ้นเองอย่างต่อเนื่องเป็นระยะๆ หากผู้ใช้บริการพบ
  5. 5. ปัญหาในการใช้งาน นักวิชาการคอมพิวเตอร์จะพร้อมแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีระยะที่ ๓ : ใช้ง านจริง ในการส่ง ต่อ ผู้ป ่ว ยในเครือ ข่า ยจัง หวัดลำา ปาง ในเดือนกันยายน ๒๕๕๓ เริ่มมีการขยายผลไปยังโรงพยาบาลชุมชนครบทุกแห่งในจังหวัดลำาปาง มีการป้อนข้อมูลในการส่งต่อผู้ป่วยจริงทุกราย พัฒนาระบบการเตรียมความพร้อมของสถานพยาบาลปลายทาง โดยการใช้ระบบการแจ้งเตือนแบบหน้าจอแสดงเที่ยวบินของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งติดตั้งไว้ในห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลลำาปางหน้าจอจะแสดงรายชื่อผู้ป่วยเรียงลำาดับตามเวลาที่คาดว่าผู้ป่วยจะมาถึงโรงพยาบาลลำาปาง มีการแบ่งระดับความรุนแรง แสดงการวินิจฉัยของผู้ป่วย เพื่อให้โรงพยาบาลลำาปางเตรียมบุคลากร เครื่องมือ และสถานที่ไว้ล่วงหน้า ทำาให้การรักษาผู้ป่วยเป็นไปอย่างต่อเนื่องไร้รอยต่อ (SeamlessReferral System)ระยะที่ ๔ : ขยายเครือ ข่า ย ภายในจัง หวัด : หลังจากที่โปรแกรมมีความเสถียรมากขึ้นและสามารถเชื่อมโยงฐานข้อมูลจากแต่ละระบบได้หลากหลาย จึงได้ขยายผลไปยังโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำาบล (รพ.สต.) ในเดือนมกราคม ๒๕๕๔ เริ่มจากในเขตอำาเภอเมือง และอำาเภอข้างเคียง ต่า งจัง หวัด : โรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไปจากหลายจังหวัดจำานวนมาก ขอติดตั้งโปรแกรมเพื่อใช้งานจริง ในระยะแรกได้แก่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ กาญจนบุรี เลย และจังหวัดในเขตภาคใต้เกือบทั้งหมดระยะที่ ๕ : พัฒ นาอย่า งต่อ เนื่อ ง มีการพัฒนาคุุณภาพโปรแกรมอย่างต่อเนื่องไม่ตำ่ากว่า ๒๕ครั้ง เพื่อให้โปรแกรมสะดวกต่อการใช้งานของผู้ใช้บริการมากที่สุด ซึ่ง
  6. 6. ต่อมาได้พัฒนามาเป็นโปรแกรม ThaiRefer Version ๑.๒ ในปัจจุบันโดยเพิ่มช่องทางด่วนสำาหรับส่งต่อผู้ป่วยโรคสำาคัญ เช่น โรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตันในระยะเฉียบพลัน (Stroke fast track) โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันในระยะเฉียบพลัน (STEMI fast track) มีระบบการค้นหาทะเบียนส่งต่อย้อนหลัง (Search Engine) ระบบตอบกลับการรักษาจากสถานพยาบาลปลายทาง (Refer Back) ระบบปฏิเสธการส่งต่อพร้อมรายงาน การประเมินคุณภาพการส่งต่อ และระบบประมวลผลเพื่อสะดวกในการดึงข้อมูลไปใช้ในการวางแผนพัฒนาได้อีกด้วย แผนดำา เนิน งานของ ThaiRefer ต.ค.๕๕ - ธ.ค.๕๕ : ThaiRefer OPD มีระบบนัดหมายแพทย์เฉพาะ ทางล่วงหน้าสำาหรับผู้ป่วยนอก เพื่อ ลดปัญหาแออัดใน สถานพยาบาลปลายทาง : ThaiRefer Chat สามารถโต้ตอบบทสนทนา ระหว่างสถานพยาบาลต้นทาง และปลายทางได้เพื่อ ปรึกษาทางไกล : ThaiRefer Trauma สำาหรับผู้ป่วยอุบัติเหตุ ธ.ค.๕๕ - ม.ค.๕๖ : ThaiRefer GPS Tracking System ระบบ ติดตามตำาแหน่งรถพยาบาลแบบ real time ก.พ.๕๖ - มิ.ย.๕๖ : ThaiRefer Disaster ระบบบริหารจัดการสารสนเทศผู้ป่วยอุบัติภัยกลุ่มชน 4. ผลการดำา เนิน งาน /ประโยชน์ท ี่ไ ด้ร ับ 1. มีการเชื่อมโยงข้อมูลของผู้ป่วยเป็นระบบเดียวกัน ส่งผลให้ผู้ป่วยได้ รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการส่งไปรับการรักษายังสถาน พยาบาลที่มีศักยภาพสูงกว่า และการส่งกลับไปฟื้นฟู รักษาต่อเนื่องที่ สถานพยาบาลต้นทาง 2. มีการเตรียมพร้อมรับผู้ป่วยล่วงหน้า โดยเฉพาะกรณีผู้ป่วยหนัก หรือ ผู้ป่วยช่องทางด่วนโรคสำาคัญ 3. การประสานงานการส่งต่อผู้ป่วยเป็นไปอย่างราบรื่น ลดข้อขัดแย้ง ระหว่างผู้ให้บริการสถานพยาบาลต่างๆ ลดระยะเวลาในการ ประสานงานสำาเร็จ ทำาให้ระยะเวลาการประสานงานสำาเร็จภายใน ๓๐ นาที เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ ๙๙.๕๙ และการประสานงานระหว่าง
  7. 7. แพทย์ในผู้ป่วยวิกฤต เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ ๙๒.๕๑ (เพิ่มขึ้นจากร้อยละ ๖๙.๔ ในปี ๒๕๕๔) 4. มีระบบรายงานผลที่สามารถดึงข้อมูลได้อย่างง่ายๆ เพื่อนำาไปใช้ใน การวางแผนพัฒนางาน 5. ลดการทำางานที่ซำ้าซ้อน โดยข้อมูลที่ป้อนเข้าสู่ระบบ สามารถเก็บใน ฐานข้อมูล และพิมพ์เป็นใบส่งต่อได้อย่างรวดเร็ว 6. ลดความผิดพลาดในการส่งต่อข้อมูลผู้ป่วยที่สำาคัญ เช่น ข้อมูลพื้น ฐาน อาการสำาคัญ ผลตรวจทางห้องปฎิบัติการ และการวินิจฉัย เป็นต้น 7. ลดความแออัดในสถานพยาบาลระดับตติยภูมิ เนื่องจากมีการ ประสานงานล่วงหน้าผ่านโปรแกรม หากไม่จำาเป็นต้องทำาการส่งต่อผู้ ป่วย จะให้คำาแนะนำาแก่แพทย์โรงพยาบาลต้นทางเพิ่มเติม5. ปัจ จัย แห่ง ความสำา เร็จ ปัจจัยแห่งความสำาเร็จที่สำาคัญที่สุดคือ บุคลากรทุกระดับที่มีส่วนร่วมในระบบส่งต่อของเครือข่ายจังหวัดลำาปาง ได้แก่ ผู้บริหารระดับสูงที่ผลักดันนโยบาย และสนับสนุนในด้านงบประมาณ มีแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินเป็นผู้ขับเคลื่อนหลักและประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ มีพยาบาลวิชาชีพประจำาศูนย์ประสานงานการรับส่งต่อผู้ป่วยที่ทำางานตลอด ๒๔ ชั่วโมง มีนักวิชาการคอมพิวเตอร์ที่ยินดีรับคำาแนะนำาจากผู้ใช้โปรแกรมและนำาไปพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีสำานักงานสาธารณสุขจังหวัดลำาปาง เป็นผู้ประสานงานระหว่างโรงพยาบาลและหน่วยงานสาธารณสุขส่วนกลาง และมีเครือข่ายจากโรงพยาบาลทั่วทั้งประเทศที่ร่วมใช้และให้คำาแนะนำา โดยมุ่งเป้าหมายที่ประโยชน์ของผู้ป่วยเป็นหลัก (Patient center) และที่สำาคัญคือผู้ปฏิบัติงานทุกท่าน ที่ให้ความร่วมมือและช่วยสะท้อนปัญหาการใช้งานของระบบอย่างสมำ่าเสมอ6. การเผยแพร่
  8. 8. ไทยรีเฟอร์ (ThaiRefer) คือระบบสารสนเทศในการรับส่งต่อผู้ป่วย มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้การรับส่งต่อผู้ป่วยมีประสิทธิภาพ รวดเร็วสะดวกต่อการใช้งาน เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ป่วย ซึ่งพัฒนาโดยทีมโรงพยาบาลลำาปาง ปัจจุบันมีการติดตั้งและใช้งานจริงในโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป ๕๑ แห่ง โรงพยาบาลชุมชน ๒๓๑ แห่ง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำาบล ๔๓๖ แห่ง รวมทั้งสิ้น ๗๑๘ สถานพยาบาลทั่วประเทศ (ข้อมูลล่าสุดวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๕๕) นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ รองผู้อำานวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลลำาปาง โทร 0 ๕๔-๒๓๗๔๐๐ โทรสาร ๐๕๔-๒๓๗๔๔๓ 081-6710966 nutortho@gmail.com

×