Final

4,080 views

Published on

Published in: Education
1 Comment
2 Likes
Statistics
Notes
  • Thank you ka
       Reply 
    Are you sure you want to  Yes  No
    Your message goes here
No Downloads
Views
Total views
4,080
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
4
Actions
Shares
0
Downloads
31
Comments
1
Likes
2
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Final

  1. 1. ภาษีเงินได้นิติบุคคล CORPARATE INCOME TAX -  ภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นภาษีทางตรง ที่จัดเก็บจากฐานเงินได้ - เป็นภาษีที่จัดเก็บตามประมวลรัษฎากร ที่บัญญัติใน ส่วน 3 การเก็บภาษีจากบริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หมวด 3 ภาษีเงินได้ลักษณะ 2 ภาษีอากรฝ่ายสรรพากร ตั้งแต่มาตรา 65 ถึงมาตรา 76 ทวิ โดยมุ่งจัดเก็บภาษีจากเงินได้ของบริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลคือนิติบุคคลและผู้ที่กฎหมายกำหนด -  ฐานภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยทั่วๆ ไปได้แก่ฐานกำไรสุทธิ ( ยังมีฐานอื่น ๆ อีก 3 ฐาน )
  2. 2. ช่วงระยะเวลาคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลส่วนใหญ่คิดเป็น “ รอบระยะเวลาบัญชี ” -   วิธีการเสียภาษี กฎหมายกำหนดให้ยื่นแบบเสียภาษีแบบประเมินตนเองตอนสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี และครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี -   เพื่อให้มีการเสียภาษีให้ถูกต้องครบถ้วน กฎหมายมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจึงต้องมีการปรับปรุงกำไรสุทธิตามหลักการบัญชีก่อนเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล -   ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย อาจถูกบังคับให้ชำระหนี้และถูกลงโทษ ในกรณีของเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ทำนองเดียวกันกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา -  นิติบุคคลที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลให้กับประเทศไทยนอกจากนิติบุคลไทยแล้ว นิติบุคคลต่างประเทศก็ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลให้ไทยด้วย
  3. 3. ภาษีเงินได้นิติบุคคล รายได้ เกิดขึ้นภายในประเทศ เกิดขึ้นในต่างประเทศ นิติบุคคลไทย นิติบุคคลต่างประเทศ รายได้ เกิดขึ้นภายในประเทศ เกิดขึ้นในต่างประเทศ 1. เป็นสาขา 2. กิจการขนส่งระหว่างประเทศ 3. มิได้ประกอบกิจการในไทย แต่มีลูกจ้าง , ผู้ทำการแทน , ผู้ทำการติดต่อจนก่อให้เกิดเงินได้ในไทย 4. มิได้ประกอบกิจการในไทย แต่มีเงินได้พึงประเมินบางประเภทที่จ่ายจาก หรือจ่ายในไทย
  4. 4. ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล 1.  บริษัท , ห้างหุ้นส่วน , นิติบุคคล ตั้งตามกฎหมายไทย ก ) บริษัทจำกัด ข ) บริษัท ( มหาชน ) จำกัด ค ) ห้างหุ้นส่วนจำกัด ง ) ห้างหุ้นส่วนสามัญ จดทะเบียน 2. บริษัท , ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ตั้งตาม กม . ตปท . ก ) ทำกิจกรรมในที่อื่น ๆ รวมทั้งไทยด้วย ( ม .66) ข ) กิจการขนส่งระหว่างประเทศ ( ม .67) ค ) ไม่ประกอบการในไทยแต่มีเงินได้ 40(2) – 40(6) จ่ายจากหรือในไทย ( ม .70 ) ง ) มีลูกจ้าง , ผู้ทำการแทน , ผู้ติดต่อในไทย , รับเงินได้ , ผลกำไรในไทย ( ม .76 ทวิ )
  5. 5. 3        กิจการดำเนินการทางการค้า หากำไรโดย ก )      รัฐบาล , องค์การรัฐบาล ตปท . ข )      นิติบุคคลอื่นตั้งตาม กม , ตปท 4        กิจการร่วมค้า ( ทางการค้าหากำไร ) ก )      บริษัท และ บริษัท ข )      บริษัท และ ห้างหุ้นส่วนนิติฯ ค )      ห้างหุ้นส่วน และ ห้างหุ้นส่วน ง )      บริษัท และ / หรือ ห้างหุ้นส่วนนิติฯ กับบุคคลธรรมดา / คณะบุคคลที่ มิใช่นิติฯ / ห้างหุ้นส่วนสามัญ / นิติบุคคลอื่น 5        มูลนิธิสมาคมประกอบกิจการมีรายได้ ( แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิที่รัฐมนตรีประกาศตาม ม .47 (7)( ข ) ให้เป็นองค์กรกุศลสาธารณะ )
  6. 6. นิติบุคคลที่ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ 1. นิติบุคคลนอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนดและตั้งตามกฎหมายไทย เช่น กระทรวงทบวง กรม องค์กรของรัฐบาล สหกรณ์ 2. นิติบุคคล ตามข้อผูกผันทางเศรษฐกิจ , เทคนิคระหว่างรัฐบาลไทย กับรัฐบาลต่างประเทศ 3. ตาม พรบ . ปิโตรเลียม 4. ตามสัญญาภาษีซ้อน 5. มูลนิธิ สมาคม ที่รัฐมนตรีประกาศเป็นองค์กร สาธารณกุศล มาตรา 47 (7) ( ข )
  7. 7. วิธีการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล 1.      ประเมินคนเอง ตามวิธีกำหนดเวลา แบบฯที่กำหนด ( ม .67 ทวิ , 68,69) 2.      หัก ณ ที่จ่าย ( ม .69 ทวิ , 69 ตรี 3 เตรส 3.      การตรวจสอบโดยเจ้าพนักงานประเมิน ( มาตรา 18 – 27 ทวิ , 71)
  8. 8. การคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล 1.      จากกำไรสุทธิ มาตรา 65 2.      รายรับก่อนหักรายจ่าย ป .13/2529, ม .67 3.      เงินได้จ่ายจากหรือในประเทศไทย ม .70 4.      การจำหน่ายเงินกำไรไปจากประเทศไทย ม .70 ทวิ
  9. 9. ฐานภาษีเงินได้นิติบุคคล 1.      กำไรสุทธิ 2.      ยอดรายรับก่อนหักรายจ่าย 3.      เงินกำไรที่ส่งไปต่างประเทศ ( จำหน่ายเงินกำไรไปต่างประเทศ ) 4.      เงินได้พึงประเมินบางประเภทที่จ่ายจาก หรือจ่ายในประเทศไทย
  10. 10. 1.      ฐานกำไรสุทธิ -  ผู้มีหน้าที่เสียภาษีคือนิติบุคคลโดยทั่วไป -  กำไรสุทธิคิดเป็นราย รอบระยะเวลา บัญชี -  กำไรสุทธิ = รายได้ – รายจ่าย - การบันทึกรายได้ , รายจ่ายเพื่อการเสียภาษีต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์กฎหมาย มีรายจ่ายบางประเภทเป็นรายจ่ายต้องห้าม , รายได้ที่ยกเว้น - อัตราภาษี 30% ของกำไรสุทธิ ( และ 20%,10% ของกำไรสุทธิ ) - การชำระภาษี 1. ตอนสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี   2. ตอนครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี 3. การหักภาษี ณ ที่จ่าย
  11. 11. 2.       ฐานยอดรายรับก่อนหักรายจ่าย 2.1   กิจการขนส่งระหว่างประเทศ ( ม .67) - ผู้มีหน้าที่เสียภาษีคือนิติบุคคลต่างประเทศที่ประกอบกิจการขนส่งระหว่างประเทศ - อัตราภาษี 3% ของค่าโดยสารที่เรียกเก็บในประเทศและของค่าราะวางสินค้าขนออกนอกประเทศ - การชำระค่าภาษี ตอนสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี ( ภ . ง . ด . 52)
  12. 12. 2.2  มูลนิธิหรือสมาคมที่ประกอบกิจการแล้วมีรายได้ - ไม่รวมมูลนิธิหรือสมาคมที่เป็นองค์การกุศลสาธารณะเช่น ปอเต็กตึ้ง , สายใจไทย , มูลนิธิชัยพัฒนา - อัตราภาษี 40 (8) 2% 40(1)-(7) 10 % - การยกเว้น ค่าบำรุงจากสมาชิก , เงินรับบริจาค - การชำระภาษี ตอนสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี ( ภ . ง . ด . 55)
  13. 13. <ul><li>2.3  นิติบุคคลที่มิอาจเสียภาษีโดยวิธีอื่นได้ (ม .71(1)) </li></ul><ul><li>-  บ / ช ไฟไหม้ , บ / ช ไม่น่าเชื่อถือ ฯลฯ </li></ul><ul><li>- อัตราภาษี 5% ของยอดรายรับหรือยอดขาย </li></ul><ul><li>ไม่ใช้กับกิจการที่ปรากฏข้อมูลรายได้จากแหล่งต่างๆซึ่งสามารถพิสูจน์ได้ </li></ul><ul><li>เจ้าหน้าที่สรรพากรจะเป็นผู้คำนวณและกำหนดให้เสียภาษีตามหลักเกณฑ์ </li></ul>
  14. 14. 3.      ฐานเงินกำไรส่งไปต่างประเทศ ( ม .70 ทวิ ) -  ผู้มีหน้าที่เสียภาษีคือนิติบุคคลที่ส่งเงินกำไรออกไปต่างประเทศ -  อัตราภาษี 10% ของเงินกำไรที่จำหน่ายออก -  การชำระภาษี ผู้จำหน่ายต้องยื่นแบบฯ ภายใน 7 วัน นับแต่วันจำหน่ายออก ( ภ . ง . ด . 54)
  15. 15. 4.       ฐานเงินได้พึงประเมินบางประเภทที่จ่ายจากหรือจ่ายในประเทศไทย ( ม .70) -  ผู้มีหน้าที่เสียภาษีคือนิติบุคคลต่างประเทศ ที่มิได้ประกอบกิจการในไทยและไม่มีสถานประกอบการในไทยแต่มีเงินได้ในไทย -  อัตราภาษี 15% สำหรับเงินได้พึงประเมิน (2) – (6) ( หักค่าใช้จ่ายไม่ได้ ) ยกเว้นเงินปันผลอัตราภาษี 10% -  การชำระภาษี หักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่งโดยผู้จ่ายภายใน 7 วันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่าย ( ภ . ง . ด . 54)
  16. 16. ผู้มีหน้าที่เสียภาษีจากกำไรสุทธิ 1. บริษัท , ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ตั้งตามกฎหมายไทย โดยนำกำไรสุทธิของสาขาทั้งใน และ ตปท . มารวมกับกำไรสุทธิของสำนักงานใหญ่ 2. บริษัท , ห้างหุ้นส่วนนิติตั้งตาม กม ., ตปท . ·  ประกอบกิจการในไทยเพียงแห่งเดียว ( ม .66 วรรคแรก ) ·   ตั้งสาขาไนไทย ( ม .66 วรรคสอง ) ·  มีลูกจ้าง / ผู้ทำการแทน / ผู้ทำการติดต่อในการประกอบการในไทย ( ม .76 ทวิ ) โดยเสียภาษีจากกำไรสุทธิของกิจการในไทย ( ทั้งนี้ไม่รวมกิจการขนส่งระหว่างประเทศ ) 3. กิจการทางการค้าหากำไรของรัฐบาล / องค์การรัฐบาลต่างประเทศ 4. กิจการร่วมค้า
  17. 17. อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลจากฐานกำไรสุทธิ 1. ร้อยละ 30 ของกำไรสุทธิ กรณีนิติบุคคลทั่วไป ( ปี 2544 ) 2. ร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิ กรณีในตลาดหลักทรัพย์   3. ร้อยละ 20 กรณีนิติบุคคลกำไร >1M ฿ ,25% กำไร 1>3M ฿ ถ้ากำไรมากกว่า 3M ฿ 30% ปี 2545 เป็นต้นไป 4. ร้อยละ 5 ของยอดรายรับหรือยอดขายของรอบบัญชี แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า ( ม . 71(1)) กรณีมิได้ยื่น ภงด .50, มิได้ทำงบดุล บัญชีทำการ บัญชีกำไรขาดทุน หรือทำไม่ครบหรือไม่นำบัญชีเอกสารหลักฐานไปให้เจ้าหนักงานประเมินไต่สวน ( ตาม ม .19, 23)
  18. 18. รอบระยะเวลาบัญชี ( ปว . 285, ม .65 , 72 , 73 ) 1.  รอบระยะเวลาทำบัญชี 12 เดือนเริ่มตั้งแต่วันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ( ม .65) เช่น 1 มค - 31 ธค , 1 ตค - 30 กย , 1 เมย - 31 มีค 2.  กรณีต่อไปนี้น้อยกว่า 12 เดือนได้ ·  ตั้งใหม่ ถือวันเริ่มต้นถึงวันหนึ่งวันใดเป็นรอบบัญชีแรกก็ได้ ม .65 ( ก ) · ขอเปลี่ยนรอบระยะเวลาบัญชี      .  เลิกกิจการ ( ม .72 วรรค 2) · ควบกิจการ ( ม . 73) 3.  กรณีต่อไปนี้อาจมากกว่า 12 เดือนได้ ·  เลิกกิจการ และยื่นรายการเสียภาษีไม่ทันใน 150 วัน นับจากวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี แต่ยื่นคำร้องอธิบดีใน 30 วัน นับจากวันที่จดทะเบียนเลิก ( ม . 72 วรรค 3 ) ·  อธิบดีฯ อนุมัติ
  19. 19. การชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลจากฐานกำไรสุทธิ   1. ตอนสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี - ภายใน 150 วันนับแต่วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี - ใช้แบบ ภ . ง . ด .50( ไม่ว่าจะมีผลกำไรหรือชาดทุน ) ต้องแสดงงบการเงินพร้อมกับแบบฯ 2. ตอนครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี -  ภายใน 2 เดือนนับแต่วันสิ้นรอบหกเดือนแรกฯ ใช้แบบ ภ . ง . ด . 51 - ไม่ต้องแสดงงบการเงินพร้อมกับแบบฯ -   ให้หลักประมาณการผลกำไรสุทธิของเต็มรอบระยะเวลาบัญชีแต่คำนวณเสียภาษี เพียงครึ่งเดียว -  ถ้าประมาณการกำไรสุทธิผิดพลาด > 25 % ต้องเสียเงินพิ่ม   3. การหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
  20. 20. ความหมายของกำไรสุทธิทางบัญชี ขาย / รายได้ XX หัก ต้นทุนขาย XX กำไรขั้นต้น XX หัก รายจ่ายการขาย XX รายจ่ายบริหาร XX กำไรก่อนรายการพิเศษก่อนการปรับปรุง XX หัก รายการพิเศษรายการที่ต้องปรับปรุงทางภาษี XX กำไรก่อนภาษี XX หัก ภงด . นิติบุคคล XX กำไรสุทธิ ( ขาดทุนสุทธิ ) XX
  21. 21. <ul><li>การคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีนิติบุคคล </li></ul><ul><li>ม .65 ใช้เกณฑ์สิทธิ </li></ul><ul><li>ม .65 ทวิ การหักค่าสึกหรอ ค่าเสื่อม การตีราคาทรัพย์สิน สินค้าคงเหลือ การจำหน่ายหนี้สูญ การยกเว้น ภงด ., ด / บ , ปันผล </li></ul><ul><li>ม .65 ตรี รายจ่ายต้องห้าม รายจ่ายมีเงื่อนไข </li></ul><ul><li>ม .70 ตรี บริษัท , ห้างหุ้นส่วน ส่ง ส / ค ไปต่างประเทศ ให้สำนักงาน , สาขา = ขาย </li></ul><ul><li>ม . 74 การคำนวณกำไรสุทธิกรณีเลิก ควบกิจการ </li></ul>
  22. 22. <ul><li>ความแตกต่างกำไรสุทธิ ( บัญชี , ภาษี ) </li></ul><ul><li>1.  รายได้ </li></ul><ul><li>ยกเว้น ภงด . นิติฯ แต่ต้องคำนวณบัญชี เช่น ปันผล บ . ไทย ได้จาก บ . ไทย บ / ช ไม่ใช่ รายได้ แต่ ภงด . นิติฯ = รายได้ เช่น บ . ให้ผู้อื่นกู้ยืมโดยไม่คิด ด / บ </li></ul><ul><li>2.  รายจ่าย </li></ul><ul><li>ภงด . นิติ ฯ ไม่ใช่ รายจ่าย แต่บ / ช = รายจ่าย เช่น เงินบริจาค ถือเป็นรายจ่าย ไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิ </li></ul><ul><li>ภงด . นิติฯ = รายจ่าย แต่ บ / ช ไม่ใช่ รายจ่าย เช่นผลขาดทุนจากรอบ บ / ช ก่อน 5 รอบนำมาหักจากกำไรสุทธิปีปัจจุบันได้ </li></ul>
  23. 23. การคำนวณกำไรสุทธิทางบัญชี <ul><li>1. เกณฑ์เงินสด (Cash Basis) - บันทึกรายได้ รายจ่าย เมื่อรับเงินสด ( รวมเช็ค ตั๋วแลกเงิน ธนาณัติ ตั๋วสัญญาใช้เงิน ฯลฯ ) - เหมาะกับธุรกิจบริการซึ่งมักจ่ายเงินทันที - ภงด . บุคคล ฯใช้เกณฑ์เงินสด </li></ul><ul><li>2. เกณฑ์เงินค้าง (Accrual Basis) - รายได้เกิดเมื่อขาย ให้บริการรายจ่ายเกิดเมื่อถึงกำหนดชำระ - ต้องมีการปรับปรุงบัญชี ค้างรับ ค้างจ่ายและบัญชีรับล่วงหน้า จ่ายล่วงหน้า - เหมาะสำหรับธุรกิจผลิต จำหน่ายสินค้า - ต้องทำงบเงินสด เพิ่มจากงบกำไรขาดทุนเพื่อให้อ่านงบแล้วรู้กระแสเงินเข้าออก </li></ul>
  24. 24. <ul><li>3.  ขายผ่อนชำระ (Installment Method) </li></ul><ul><li>· บันทึกกำไรจากส่วนของรายได้แต่ละงวด </li></ul><ul><li>4.  เกณฑ์สัญญาก่อสร้างระยะยาว (Longterm Contract Method) </li></ul><ul><li>4.1  บันทึกรายได้ รายจ่ายเมื่อเสร็จ </li></ul><ul><li>4.2  บันทึกรายได้ตามส่วนงานเสร็จ (Percentage of Completion) </li></ul><ul><li>·  รายจ่ายให้ประมาณต้นทุนทั้งหมดแล้วเฉลี่ยตามรายได้ ( ตามส่วนของงานเสร็จ ) </li></ul>
  25. 25. <ul><li>การคำนวณกำไรสุทธิทางภาษี </li></ul><ul><li>1.  นิติบุคคลทั่วไปใช้เกณฑ์สิทธิ ( ทั้งรายได้รายจ่าย ) </li></ul><ul><li>·  รายได้รอบบัญชีใด ถือเป็นรายได้รอบบัญชีนั้น </li></ul><ul><li>·  รายจ่ายเกี่ยวกับรายได้รอบบัญชีใด เป็นของรอบบัญชีนั้น </li></ul><ul><li>·  ถ้าจำเป็น ขออนุมัติเปลี่ยนได้ </li></ul><ul><li>·  มี ทป . 1/2528 ผ่อนปรน ให้ใช้เกณฑ์อื่น ๆ ได้บางกรณี </li></ul>
  26. 26. <ul><li>2.  กิจการธนาคาร ประกันภัย สภาบันการเงิน </li></ul><ul><li>· พิเศษ ด / บ นำมารวมเป็นรายได้ในรอบบัญชีที่ได้รับชำระได้กรณี </li></ul><ul><li>· ด / บ ผิดนัดเกิน 6 เดือน และลูกหนี้ไม่มีเงินทรัพย์สินเพียงพอชำระ เช่น </li></ul><ul><li>- หลักประกันไม่คุ้ม </li></ul><ul><li>- ลูกหนี้ขาดทุนติดต่อหลายปี หรือเลกกิจการแล้วหรืออยู่ระหว่างชำระบัญชี </li></ul><ul><li>- ดำเนินคดีแพ่ง , ยื่นคำร้องเฉลี่ยหนี้แล้ว </li></ul><ul><li>- ดำเนินคดีล้มละลาย , ยื่นคำขอเฉลี่ยหนี้แล้ว </li></ul>
  27. 27. <ul><li>3.      กิจการประกันชีวิต </li></ul><ul><li>·       ทั่วไป เกณฑ์สิทธิ </li></ul><ul><li>·       พิเศษ รายได้เบี้ยประกันชีวิต นำมารวมเป็นรายได้ในรอบบัญชีที่ได้รับชำระได้ </li></ul><ul><li>4.      เช่าซื้อ ผ่อนชำระ </li></ul><ul><li>·       กรรมสิทธิยังไม่เปลี่ยน </li></ul><ul><li>·       อายุสัญญาเกิน 1 รอบบัญชี </li></ul><ul><li>ทั่วไปเกณฑ์สิทธิโดยจะนำกำไรมาคำนวณเป็นรายได้ในรอบบัญชีตามงวดที่ถึงกำหนดชำระก็ได้ และการจัดสรรกำไรเป็นของแต่ละรอบบัญชี จะใช้วิธีการทางบัญชีที่รองรับทั่วไปก็ได้ </li></ul>
  28. 28. <ul><li>5.      วิชาชีพอิสระ </li></ul><ul><li>ใช้เกณฑ์สิทธิ หรือนำรายได้จากการประกอบการมารวมเป็นรายได้ ในรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้รับชำระก็ได้ </li></ul><ul><li>6.      กิจการก่อสร้าง </li></ul><ul><li>ใช้เกณฑ์สิทธิต้องนำรายได้ตามส่วนของงานที่ทำเร็จในแต่ละรอบบัญชีมาคำนวณเป็นรายได้ในรอบบัญชีนั้น </li></ul><ul><li>7.      กิจการให้บริการ </li></ul>
  29. 29. <ul><li>  </li></ul><ul><li>  เงื่อนไขการคำนวณกำไรสุทธิ ตามมาตรา 65 ตรี </li></ul><ul><li>รายการต่อไปนี้ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ </li></ul><ul><li>1.      เงินสำรองต่าง ๆ นอกจาก </li></ul><ul><li>ก )      เงินสำรองจากเบี้ยประกันภัยเพื่อสมทบทุนประกันชีวิต </li></ul><ul><li>ข )      เงินสำรองจากเบี้ยประกัน เพื่อสมทบทุนประกันภัยอื่นที่กันไว้ก่อนคำนวณกำไรเฉพาะส่วนที่ไม่เกินร้อยละ 40 ของจำนวนเบี้ยประกันภัยที่ได้รับเงินสำรองที่กันไว้นี้ จะต้องถือเป็นรายได้ในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีในรอบระยะเวลาบัญชีถัดไป </li></ul><ul><li>ค ) เงินสำรองที่กันไว้เป็นค่าเผื่อหนี้สูญหรือหนี้สงสัยจะสูญ </li></ul>
  30. 30. <ul><li>2.      เงินกองทุน เว้นแต่กองทุนสำรองเลั้ยงชีพซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง </li></ul><ul><li>3.      รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการส่วนตัว การให้โดยเสน่หา หรือการกุศลเว้นแต่ การกุศลสาธารณะ หรือการสาธารณประโยชน์ ตามที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี ทั้งนี้ในส่วนที่ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิและรายจ่ายเพื่อการศึกษาหรือเพื่อการกีฬาตามที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี ให้หักได้อีกในส่วนที่ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ </li></ul>
  31. 31. <ul><li>4.      ค่ารับรองหรือค่าบริการ ส่วนที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดโดยกฎกระทรวง </li></ul><ul><li>5.      รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการลงทุน หรือรายจ่ายในการต่อเติมเปลี่ยนแปลงขยายออกไป หรือทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สิน แต่ไม่ใช่เป็นการซ่อมแซมให้คงสภาพเดิม </li></ul><ul><li>6.      เบี้ยปรับและหรือเงินเพิ่มภาษีอกร ค่าปรับทางอาญา </li></ul><ul><li>7.      การถอนเงินโดยปราศจากค่าตอบแทนของผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล </li></ul><ul><li>8.      เงินเดือนของผผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน เฉพราะส่วนที่จ่ายเกินสมควร </li></ul>
  32. 32. <ul><li>9.      รายจ่ายที่กำหนดขึ้นเองโดยไม่มีการจ่ายจริง </li></ul><ul><li>10.      ค่าตอบแทนแกทรัพย์สิน ซึ่งบริษํทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเป็นเจ้าของเองและใช้เอง </li></ul><ul><li>11.      ดอกเบี้ยที่คิดให้สำหรับเงินทุน เงินสำรองต่าง ๆหรือเงินกองทุนของตนเอง </li></ul><ul><li>12.      ผลเสียหายอันอาจได้กลับคืน เนื่องจากการประกัน หรือสัญญาคุ้มกันใด ๆ หรือผลขาดทุนสุทธิในรอบระยะเวลาบัญชีก่อน ๆ เว้นแต่ผลขาดทุนสุทธิยกมาไม่เกิน 5 ปี ก่อนรอบระยะเวลาบัญชีปัจจุบัน </li></ul>
  33. 33. <ul><li>13. รายจ่ายซึ่งไม่ใช่รายจ่ายเพื่อหากำไรของกิจการ </li></ul><ul><li>14.       รายจ่ายซึ่งมิใช่รายจ่ายเพื่อกิจการในประเทศไทยโดยเฉพาะ </li></ul><ul><li>15.      ค่าซื้อทรัพย์สิน และรายจ่ายเกี่ยวกับการซื้อขายทรัพย์สินในส่วนที่เกินปกติโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร </li></ul><ul><li>16. ค่าของทรัพยากรของธรรมชาติที่สูญเสียหรือสิ้นไปเนื่องจากกิจการที่ทำ </li></ul>
  34. 34. <ul><li>17. ค่าของทรัพย์สิน นอกจากสิค้าที่ตีราคาต่ำลงทั่งนี้ใต้มาตรา 65 ทวิ </li></ul><ul><li>18. รายจ่ายซึ่งผู้พิสูจน์ไม่ได้ว่าใครเป็นผู้รับ </li></ul><ul><li>19. รายจ่าย ๆ ที่กำหนดจ่ายจากผลกำไรที่ได้เมื่อสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีแล้ว </li></ul><ul><li>20. รายจ่ายตามที่จะกำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา ( ยังไม่มีการกำหนด ) </li></ul>
  35. 35. <ul><li>เงินได้ที่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล </li></ul><ul><li>1.       เงินปันผล สำหรับกรณีดังต่อไปนี้ </li></ul><ul><li>ก ) นิติบุคคลที่ตั้งตามกฎหมายไทย แต่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย ถ้าได้รับเงินปันผลจากนิติบุคคลไทยหรือกองทุนรวมหรือสถาบันการเงินไทย หรือเงินส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า ให้นำเงินปันผลหรือส่วนแบ่งกำไรนี้มาถือเป็นรายได้ในการคำนวณกำไรสุทธิเพียงครึ่งเดียว </li></ul><ul><li>ข ) นิติบุคคลที่ตั้งตามกฎหมายไทย และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย ถ้าได้รับเงินปันผลจากนิติบุคคลไทยหรือกองทุนรวมหรือสถาบันการเงินไทย หรือเงินส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า เงินปันผลหรือส่วนแบ่งกำไรดังกล่าวได้รับการยกเว้นทั้งหมดไม่ต้องนำมารวมคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษี </li></ul>
  36. 36. <ul><li>ค ) นิติบุคคลที่ตั้งตามกฎหมายไทย แต่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ถ้าถือหุ้นในนิติบุคคลผู้จ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่ารอ้ยละ 25 ของหุ้นทั้งหมดที่สิทธิออกเสียง และบริษัทผู้จ่ายเงินปันผลไม่ได้ถือหุ้นในบริษัทผู้รับเงินปันผลทั้งทางตรงและทางอ้อม นิติบุคคลดังกล่าวไม่ต้องนำเงินปันผลที่ได้รับมาเป็นรายได้ในการคำนวณภาษีเงินได้ทั้งหมด </li></ul><ul><ul><li>โดยมีเงื่อนไขว่าถือหุ้นในบริษัทนั้น ไม่น้อยกว่า 3 เดือน </li></ul></ul>
  37. 37. <ul><li>2.       เงินได้ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายส่งเสริมการลงทุน </li></ul><ul><li>ก ) นิติบุคคลไทยที่ได้รับการส่งเสริม BOI ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิ 3-8 ปี นับแต่วันที่เริ่มมีรายได้จากการประกอบกิจการ </li></ul><ul><li>ข )       นิติบุคคลไทยไม่ได้อยู่ใน BOI ได้รับเงินได้จากนิติบุคคลที่อยู่ใน BOI ได้รับเงินได้ ต่อไปนี้ยกเว้นภาษีคือ </li></ul><ul><li>1.       ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าลิขสิทธิ ค่าสิทธิ </li></ul><ul><li>2.       เงินปันผลที่ไรับจากนิติบุคคล BOI </li></ul>
  38. 38. <ul><li>3.       ยกเว้นหรือลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคลตามสัญญภาษีซ้อน </li></ul><ul><li>4.       ยกเว้นเงินปันผล หรือเงินส่วนแบ่งกำไร จากกิจการร่วมค้าที่ประกอบกิจการในไทย </li></ul><ul><li>ก )      นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย </li></ul><ul><li>ข )       นิติบุคคลที่ตั้งตามกฎหมายต่างประเทศ และประกอบกิจการในไทย </li></ul><ul><li>5.       ยกเว้นภาษีเงินได้ สำหรับเงินส่วนแบ่งกำไรที่ไจากกองทุนรวมที่ตั้งตามกฎหมายตลาดหลักทรัพย์ไทย ( ต้องลงทุนเกิน 3 เดือน ) </li></ul><ul><li>ก )      นิติบุคคลไทย สำหรับเงินส่วนแบ่งกำไรที่ได้รับกึ่งหนึ่ง </li></ul><ul><li>ข ) นิติบุคคไทยที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ยกเว้นให้หมด </li></ul>
  39. 39. <ul><li>6.       ยกเว้นภาษีเงินได้ สำหรับเงินได้ที่จ่ายไปเป็นค่าจ้างให้หน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานวิจัยของเอกชนที่กระทรวงการคลังรับรองเพื่อทำการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเป็นเงินร้อยละ 100 ของรายจ่ายดังกล่าว </li></ul><ul><li>เช่น สำนักงานคอมพิวเตอร์ ม . เชียงใหม่ , บริษัทสยามวิจัยและพัฒนา ( กรุงเทพฯ ) จำกัด </li></ul><ul><li>7.    ยกเว้นภาษีเงินได้ สำหรับเงินได้ของนิติบุคคลไทย ตามพ . ร . บ . ฉบับที่ 284 พ . ศ .2538 </li></ul><ul><li>ก )      กำไรสุทธิของกิจการโรงเรียนเอกชน </li></ul><ul><li>ข )       เงินปันผลหรือส่วนแบ่งกำไรจากข้อ ( ก ) </li></ul><ul><li>ค )      กำไรสุทธิที่ได้จากกิจการสถานฝึกอบรมเพื่อพัฒนาฝีมือแรงงาน </li></ul><ul><li>ง )       เงินปันผลหรือส่วนแบ่งกำไรจากกิจการข้อ ( ค ) </li></ul><ul><li>จ )       เงินได้ของนิติบุคคลไทยที่จ่ายไปเพื่อให้ลูกจ้างฝึกอบรมหรือศึกษาในสถาบันฝึกอบรมที่กระทรวงการคลังกำหนด ยกเว้นให้ 50 % ของรายจ่าย </li></ul><ul><li>  8. เงินได้สำหรับนิติบุคคลไทย 50 % ของรายจ่ายที่จ่ายไปเป็นค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมให้กับลูกจ้าง ตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด </li></ul>
  40. 40. <ul><li>บริษัท Hill & Home Garden Resort จำกัด เป็นบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แต่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีธุรกิจเฉพาะ ( ทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้ว 10,000,000 บาท ) บริษัทมีผลขาดทุนในรอบปีที่ผ่านมา 500,000 บาท ปรากฎว่าในรอบปี บริษัทมีรายละเอียดงบกำไรขาดทุนดังนี้ ( หน่วย : บาท ) </li></ul><ul><li>รายได้ </li></ul><ul><li>รายได้จากการขายบ้านพร้อมที่ดิน 50,000,000 </li></ul><ul><li>รายได้จากการตกแต่งบ้าน 10,000,000 </li></ul><ul><li>เงินปันผลและส่วนแบ่งกำไรจาก 2,000,000 </li></ul><ul><li>บ . จดทะเบียนตามกฎหมายไทย 62,000,000 </li></ul>
  41. 41. <ul><li>รายจ่าย </li></ul><ul><li>เงินเดือนและโบนัส 30,000,000 </li></ul><ul><li>ค่าเสื่อมราคาอาคารสำนักงาน 500,000 </li></ul><ul><li>( มูลค่าทุน 10,000,000) </li></ul><ul><li>ค่าเสื่อมราคารถเบนซ์ประจำตำแหน่ง 1,600,000 </li></ul><ul><li>( ซื้อมา 1 ต . ค . 44 มูลค่า 8,000,000) </li></ul><ul><li>ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 400,000 </li></ul><ul><li>ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ 400,000 </li></ul><ul><li>เบี้ยปรับเงินเพิ่มคาปรับอาญาภาษีมูลค่าเพิ่ม 200,000 </li></ul><ul><li>ค่ารับรอง 500,000 ค่าบริจาคมูลนิธิสายใจไทย 500,000 </li></ul><ul><li>ค่าบริจาคมหาวิทยาลัยกรุงเทพ 500,000 </li></ul><ul><li>ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ( ถูกต้องตามหลักบัญชีภาษี )10,000,000 44,600,000 </li></ul><ul><li>กำไรสุทธิตามหลัการบัญชี 17,400,000 </li></ul>
  42. 42. <ul><li>วิธีการปรับปรุงกำไรสุทธิ </li></ul><ul><li>กำไรสุทธิตามหลักการบัญชี 17,400,000 </li></ul><ul><li>รายการปรับปรุง </li></ul><ul><li>บวก 1. ค่าเสื่อมราคารถนั่งประจำตำแหน่ง หักเกิน </li></ul><ul><li> (1,600,000 – 50,000) = 1,550,000 </li></ul><ul><li>2. ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ( รายจ่ายต้องห้าม ) 400,000 </li></ul><ul><li> 3. เบี้ยปรับเงินเพิ่มทางอาญาภาษีมูลค่าเพิ่ม 200,000 </li></ul><ul><li> ( รายจ่ายต้องห้าม ) </li></ul><ul><li> 4. ค่ารับรอง ( หักเกิน 500,000 – 183,000) 317,000 </li></ul><ul><li>5. ค่าบริจาคสายใจไทย ( บวกกลับก่อน ) 500,000 </li></ul><ul><li> 6. ค่าบริจาค ม . กรุงเทพ ( บวกกลับก่อน ) 500,000 </li></ul><ul><li>3,467,000 </li></ul><ul><li>คงเหลือ 20,867,000 </li></ul>
  43. 43. <ul><li>หัก เงินปันผล 1,000,000 </li></ul><ul><li>ขาดทุนสุทธิไม่เกิน 5 รอบบัญชี 500,000 </li></ul><ul><li>1,500,000 </li></ul><ul><li>กำไรสุทธิก่อนหักงินบริจาค 19,367,000 </li></ul><ul><li>หัก เงินบริจาคสายใจไทย 2/104*19,367,000 372,442.31 </li></ul><ul><li>หัก เงินบริจาคเพื่อการศึกษา 2/104*19,367,000 372,442.31 </li></ul><ul><li>744,884.62 </li></ul><ul><li>คงเหลือกำไรสุทธิตามประมวลรัษฎากร 18,622,115.38 </li></ul><ul><li>ภาษีเงินได้นิติบุคคล 30% * 18,622,115.38 = 5,586,634.61 </li></ul><ul><li>บริษัทต้องชำระภาษี 5,586,634 ( เศษสตางค์ได้รับการยกเว้น ) </li></ul>
  44. 44. การจัดทำงบดุล และ บ / ช กำไรขาดทุน <ul><li>1.  หหส . จดทะเบียน บ . จำกัด นิติบุคคลตาม กม . ตปท . ต้องจัดทำตามกฎกระทรวง 2/29 และให้ผู้ตรวจสอบ บ / ช รับรอง </li></ul><ul><li>2.  หหส . จดทะเบียน นิติบุคคล ตปท . ต้องส่งภายใน 5 ด . นับจากปิด บ / ช ต่อ สนง . กลาง บ / ช . , สนง . บ / ช </li></ul><ul><li>3.  บริษัทจำกัด ส่งต่อ สนง . ทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทใน 1 ด . หลังจากงบดุลและ งบ กำไรขาดทุนได้รับการรับรองจากที่ประชุมใหญ่ </li></ul><ul><li>  </li></ul><ul><li>( ปกติประชุมใหญ่ใน 4 ด . จากวันปิด บ / ช ) </li></ul>
  45. 45. การเก็บรักษาเอกสาร <ul><li>1)  เก็บ ณ สถานประกอบธุรกิจ 10 ปี (5 ปีขอทำลายได้ ) </li></ul><ul><li>2)  เก็บที่อื่นต้องแจ้งกรมสรรพากร </li></ul><ul><li>3)  บ / ช สูญหาย เสียหายต้องแจ้งใน 15 วัน </li></ul>
  46. 46. การเลิกกิจการ <ul><li>1)   บุคคลธรรมดา หหส . มิได้จดทะเบียน หรือนิติบุคคล ตปท . ต้องแจ้งใน 90 วัน </li></ul><ul><li>2)   หหส . จดทะเบียน , บ . จำกัดต้องแจ้งใน 14 วันจากวันประชุมเสร็จการชำระ บ / ช </li></ul><ul><li>3)  กรณี 1,2 ต้องส่งมอบ บ / ช เอกสารหลักฐานด้วย </li></ul>
  47. 47. การลงรายการใน บ / ช <ul><li>1)   ภาษาไทย , ถ้าเป็นภาษา ตปท . ต้องมีภาษาไทยกำกับ </li></ul><ul><li>2)   เขียนด้วยหมึก ตีพิมพ์ ดีดพิมพ์ </li></ul><ul><li>3)   ลงด้วยเครื่อง ต้องส่งคำแปลรหัสภาษาไทย </li></ul><ul><li>4)   ข้อความครบถ้วนตามที่กำหนด </li></ul>
  48. 48. ระยะเวลาจัดทำ <ul><li>1) บ / ช เงินสด บ / ช รายวันใน 7 วันจากวันที่เกิดแต่ถ้าลงด้วยเครื่องจักร ใน 15 วัน จากวันสิ้นเดือนที่เกิดรายการ </li></ul><ul><li>2)  บ / ช แยกประเภท บ / ช ส / ค ในครอบครอง ใน 15 วัน จากวันสิ้นเดือน </li></ul><ul><li>3)  บ / ช ทุกประเภท ทุกชนิด ( ยกเว้น บ / ช รายวัน ) ลงรายการยอดคงเหลือ ณ วันปิด บ / ช แต่ละงวดภายใน 30 วันนับจากวันปิด บ / ช </li></ul>
  49. 49. การปิด บัญชี <ul><li>1)  ครั้งแรกใน 12 เดือน ต่อไปต้อง 12 เดือนใดๆ </li></ul><ul><li>2) เปลี่ยนรอบ บ / ช ได้โดยขอต่อสารวัตร บ / ช และต้องแจ้งกรมสรรพากร </li></ul>
  50. 50. รายการในบัญชี <ul><li>1.  ลำดับหน้าและเล่มใช้เลขไทย อารบิค หรือภาษาไทย </li></ul><ul><li>2. ปก ต้องมีชื่อนิติบุคคล หรือชื่อการค้าของบุคคล , ชนิดของ บ / ช , ลำดับเล่ม </li></ul><ul><li>3.   บ / ช เงินสดต้องมี วดป . เลขที่ใบสำคัญการได้มาจ่ายไปเงินสด เงินฝาก </li></ul><ul><li>4.  บ / ช รายวันซื้อ - ขาย วดป . ชนิด ประเภท จำนวน ราคา </li></ul><ul><li>5. บ / ช รายวันอื่น ๆ ทั่วไป วดป . รายการ จำนวนเงิน </li></ul>
  51. 51. <ul><li>6.   บ / ช ลูกหนี้ เจ้าหนี้ วดป . ชื่อลูกหนี้ เจ้าหนี้ รายการ </li></ul><ul><li>7.  บ / ช แยกประเภททรัพย์สิน , รายได้ , รายจ่าย ชื่อ บ / ช วดป . รายการ </li></ul><ul><li>8.  บ / ช สินค้าในครอบครอง ชื่อ ส / ค วดป . รายการได้มาจ่ายไป </li></ul><ul><li>9. บทลงโทษ ปรับ 2,000 บาท และปรับวันละ 50 บาท จนกว่าจะถูกต้อง </li></ul>
  52. 52. การตีราคาทรัพย์สินวันเลิกหรือควบเข้ากัน ม .74 (1) <ul><li>เลิก ใช้ราคาตลาด </li></ul><ul><li>ควบ ใช้ราคาตลาดในวันควบเข้ากันแต่ไม่ถือเป็นรายได้ หรือรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิของนิติบุคคลเดิม สำหรับนิติบุคคลใหม่ใช้ราคาในบัญชีนิติบุคคลเดิม ในการคำนวณกำไรขาดทุนสุทธิจนกว่าจำหน่ายไป </li></ul><ul><li>- การหักค่าสึกหรอให้ใช้ตามนิติบุคคลเดิมเท่าที่ระยะเวลา , มูลค่าต้นทุนเหลืออยู่ </li></ul><ul><li>- ห้ามนำผลขาดทุนนิติบุคคลเดิม มาถือเป็นรายจ่ายจ่ายนิติบุคคลใหม่ </li></ul>
  53. 53. <ul><li>การคำนวณค่า , ราคา เงินตรา ทรัพย์สิน หนี้สิน ซึ่งมีค่า , ราคา เป็นเงินตรา ตปท . ที่เหลืออยู่ในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี เป็นเงินตามไทย ม .65 ทวิ (5) </li></ul><ul><li>-    ธนาคารพาณิชย์ , สถาบันการเงิน ใช้อัตราเฉลี่ยระหว่างอัตราซื้อและอัตราขาย ของธนาคารพาณิชย์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด </li></ul><ul><li>อื่น ๆ เงินตรา ทรัพย์สิน ใช้อัตราถั่วเฉลี่ยที่ธนาคารพาณิชย์รับซื้อ ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยคำนวณไว้ หนี้สินใช้อัตราถั่วเฉลี่ยที่ธนาคารพาณิชย์ขาย ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยคำนวณไว้ </li></ul>
  54. 54. การตีราคาสินค้าคงเหลือวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี ม .65 ทวิ (6) <ul><li>-  คำนวณตามราคาทุน หรือราคาตลาดแล้วแต่อย่างใดจะน้อยกว่า และถือเป็นราคาสินค้าคงเหลือ ยกมารอบ บ / ช ใหม่ </li></ul><ul><li>-  การคำนวณราคาสินค้าคงเหลือตามราคาทุนใช้หลักเกณฑ์ทางบัญชีอย่างไร (FIFO , LIFO WEIGHIED AVERAHE) ก็ให้ใช้หลักนั้นตลอด เว้นแต่อธิบดีอนุมัติให้เปลี่ยนหลักเกณฑ์ </li></ul>
  55. 55. การบันทึกราคาทรัพย์สิน 65 ทวิ (3) <ul><li>-    ใช้ราคาที่พึงซื้อได้ตามปกติ คือ ต้นทุน </li></ul><ul><li>-     รายจ่ายเกี่ยวกับต้นทุนจริง ๆ ก็ต้องบันทึกเป็นราคาทรัพย์สินเพิ่มขึ้นด้วย เช่น ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดหา ติดตั้ง </li></ul><ul><li>-     มีส่วนลดก็ต้องหักออกก่อน </li></ul><ul><li>-    การตีราคาทรัพย์สินเพิ่มขึ้น ( เมื่อขายกิจการ รวมกิจการ ออกหุ้นเพิ่มเติม รับหุ้นส่วนใหญ่ ฯลฯ ) ทำได้ แต่ห้ามนำมาเป็นรายได้ หรือนำมาใช้ในการหักรายจ่าย ค่าสึกหรอ ค่าเสื่อมราคา เพื่อประโยชน์ในการคำนวณกำไรสุทธิ หรือขาดทุนสุทธิ จนกว่าจะได้มีการจำหน่าย </li></ul><ul><li>เพื่อป้องกันตีราคาเพิ่มแล้วมีกำไรสุทธิสูงไปจ่ายปันผล ทั้งที่ยังไม่มีกำไรจริงจนกว่าจะจำหน่าย </li></ul>
  56. 56. การได้มาซึ่งทรัพย์สิน <ul><li>-  ปย . การหักค่าสึกหรอ ค่าเสื่อมราคา จะคำนวณตามส่วนเฉลี่ย แห่งระยะเวลาที่ได้ทรัพย์สินมา </li></ul><ul><li>-  ซื้อหรือว่าจ้าง จะถือวันที่สามารถใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินนั้น ไม่ว่าจะใช้หรือยัง </li></ul><ul><li>- เช่าซื้อ ทรัพย์สินประเภทสิทธิ ถือวันที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ ตามสัญญา </li></ul><ul><li>- ทรัพย์สินก่อนตั้งบริษัท เมื่อจดเป็นนิติบุคคลและให้สัตยาบันแล้ว จะถือวันแรกที่เริ่มตั้งบริษัท </li></ul>
  57. 57. การตีราคาทรัพย์สิน <ul><li>ม .65 ทวี (6) การตีราคาสินค้าคงเหลือ </li></ul><ul><li>ม .65 ทวิ (3) การตีราคาทรัพย์สินอื่นนอกจาก ม .65 ทวิ (6) </li></ul><ul><li>ม .65 ทวิ (5) การตีราคา เงินตรา ทรัพย์สิน หนี้สิน ที่มีค่าเป็นเงินตามต่างประเทศ </li></ul><ul><li>ม .74 (1) การตีราคาทรัพย์สินวันเลิกกิจการ </li></ul><ul><li>หมายเหตุ </li></ul><ul><li>ควรดู 65 ทวิ (2) (4) (9) และ ประกาศฯ 29 ประกอบด้วย </li></ul>
  58. 58. เงื่อนไขเกี่ยวกับรายจ่าย <ul><li>ม .65 ทวิ (1) รายจ่ายต้องห้าม = 65 ตรี (1) – (20) </li></ul><ul><li>ม .65 ทวิ (2) การหักค่าสึกหรอค่าเสื่อมราคาทรัพย์สิน </li></ul><ul><li>ม .65 ทวิ (7) การคำนวณราคาทุนสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ </li></ul><ul><li>ม .65 ทวิ (8) ราคาทุนของสินค้าที่เป็นเงินตราต่างประเทศ </li></ul><ul><li>ม .65 ทวิ (9) การจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้ </li></ul>
  59. 59. เงื่อนไขเกี่ยวกับรายได้ <ul><li>ม .65 ทวิ (4) โอน ให้บริการ ให้กู้ยืมต่ำกว่าราคาตลาด โดย ไม่มีเหตุผลสมควร </li></ul><ul><li>ม .65 ทวิ (10) เงินปันผลที่บริษัทตั้งตามกฎหมายไทยได้รับ </li></ul><ul><li>ม .65 ทวิ (11) ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่ต้องหัก ณ ที่จ่าย ตาม กฎหมายปิโตรเลียม </li></ul><ul><li>ม .65 ทวิ (12) เงินปันผลที่ต้องหัก ณ ที่จ่ายตามกฎหมาย ปิโตรเลียม </li></ul><ul><li>ม .70 ตรี รายได้ตามที่กฎหมายกำหนด </li></ul>
  60. 60. ภาษีมูลค่าเพิ่ม Value Add ed Tax <ul><li>ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เป็นภาษีทางอ้อมที่จัดเก็บจากฐานการบริโภค เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2535 โดยนำมาใช้แทนภาษีการค้า ซึ่งถูกยกเลิกไปเพราะไม่สอดคล้องกับภาวะการณ์ปัจจุบัน </li></ul><ul><li>ผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม คือบุคคลใดๆที่ขายสินค้าหรือผู้ให้บริการในทางธุรกิจหรือเป็นอาชีพในราชอาณาจักร </li></ul><ul><li>การคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม คำนวณจากยอดมูลค่าสินค้าหรือบริการก่อนหักรายจ่ายใดๆ โดยมีเพียงอัตราเดียว คือ 7 % ผู้นำภาษีส่งกรมสรรพากร จะต้องนำส่ง VAT = ภาษีขาย – ภาษีซื้อ </li></ul><ul><li>ภาษีมูลค่าเพิ่มต้องชำระภาษีเป็นรายเดือน ภายในวันที่ 15 ของเดือนภาษีถัดไป ผู้ประกอบการต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและมีหน้าที่ต้องยื่นแบบ ภ . พ .30 รายเดือนเพื่อเสียภาษี และต้องจัดทำเอกสารหลักฐานต่างๆ ตามที่กำหนด ผู้ฝ่าฝืนจะถูกประเมินภาษีพร้อมเบี้ยปรับเงินเพิ่ม </li></ul>
  61. 61. ภาษีมูลค่าเพิ่ม : และความหมาย <ul><li>ภาษีที่จัดเก็บจากการบริโภค (tax on consume) ภาษีทางอ้อม (Indirect Tax) </li></ul><ul><li>( ผู้เสียภาษีและผู้รับภาระภาษีเป็นคนละคนกัน ) </li></ul><ul><li>ภาษีที่จัดเก็บจากมูลค่าของสินค้าหรือบริการในส่วนที่เพิ่มขึ้นในราชอาณาจักร (MULTIPLE STAGE) </li></ul><ul><li>- ในระดับผู้ประกอบการแต่ละคน </li></ul><ul><li>- ในระดับผู้บริโภคทั้งมวล ( ประเทศ ) </li></ul><ul><li>ภาษีที่จัดเก็บตามหลักปลายทาง ( Destination) </li></ul><ul><li>- จัดเก็บจากการนำเข้า </li></ul><ul><li>- หาทางขจัดภาระภาษีสำหรับการส่งออก ( ให้อัตราศูนย์ : ZERO RATING) </li></ul><ul><li>ให้ความสำคัญกับเอกสารหลักฐาน (PAPER SYSTEM) </li></ul>
  62. 62. เหตุผลและความจำเป็นในการใช้ VAT <ul><li>การเปลี่ยนแปลงนโยบายทางเศรษฐกิจของประเทศ </li></ul><ul><li>เดิม “ ผลิตเพื่อชดเชยการนำเข้า ” ใหม่ “ ผลิตเพื่อการส่งออก ” </li></ul><ul><li>ระบบภาษีการค้าไม่สอดคล้องกับนโยบาย ( ใหม่ ) </li></ul><ul><li>1. ซ้ำซ้อน 2. หลายอัตรา </li></ul><ul><li>3. มีปัญหาในการตีความ 4. ไม่ส่งเสริมการลงทุน </li></ul><ul><li>5. ไม่ส่งเสริมการส่งออก </li></ul><ul><li>ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ขจัดปัญหา ดังกล่าวได้ </li></ul><ul><li>1. ขจัดความซ้ำซ้อน </li></ul><ul><li>2. อัตราเดียว 3. ขจัดปัญหาการตีความและการบิดเบือน </li></ul><ul><li>4. ส่งเสริมการลงทุนและการส่งออก </li></ul><ul><li>5. มีกลไกขจัดความไม่เป็นธรรมคือมีระบบเอกสาร , หลักฐานเช่นใบกำกับภาษี </li></ul>
  63. 63. ภาษีการค้า : การเปลี่ยนแปลงสู่ VAT และ SBT <ul><li>ประเภทการค้า VAT SBT </li></ul><ul><li>การขายของ การขายสินค้าและการนำเข้า </li></ul><ul><li>โรงสีและโรงเลื่อย ค้าหลักทรัพย์ </li></ul><ul><li>รับจ้างทำของ การให้บริการ </li></ul><ul><li>ให้เช่า ( สังหาริมทรัพย์ ) การให้บริการ </li></ul><ul><li>คลังสินค้า การให้บริการ </li></ul><ul><li>โรงแรมและภัตตาคาร การให้บริการ </li></ul><ul><li>การขนส่ง การให้บริการ </li></ul><ul><li>โรงรับจำนำ </li></ul><ul><li>นายหน้าและตัวแทน การให้บริการ </li></ul><ul><li>ค้าอสังหาริมทรัพย์ </li></ul><ul><li>ธนาคาร , ประกันภัย </li></ul><ul><li>มหรสพ </li></ul>
  64. 64. โครงสร้างภาษีมูลค่าเพิ่ม <ul><li>กิจกรรมที่ต้องเสียภาษี ผู้มีหน้าที่เสียภาษี ผู้รับภาระภาษี </li></ul><ul><li>การขายสินค้า , การส่งออก ผู้ประกอบการ ผู้บริโภค </li></ul><ul><li>การให้บริการ ผู้ประกอบการ ผู้บริโภค </li></ul><ul><li>การนำเข้า ผู้ประกอบการ ผู้บริโภค </li></ul><ul><li>ผู้บริโภค ตนเอง </li></ul><ul><li>  ต้องเป็นการขายสินค้าหรือให้บริการในทางธุรกิจหรือวิชาชีพในราชอาณาจักร ( ทุกทอด ) MULTIPLE STAGE SALES TAX </li></ul>
  65. 65. ผู้มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม <ul><li>ผู้ประกอบการ </li></ul><ul><li>- บุคคลใดๆ บุคคลธรรมดา คณะบุคคล นิติบุคคล รัฐวิสาหกิจ ( ม .77/1) </li></ul><ul><li>- ขายสินค้า ( ม .77/1(8) / ให้บริการ ( ม .77/1(10) ( ไม่ว่าทอดใดๆ ) </li></ul><ul><li>- ในทางธุรกิจหรือวิชาชีพ ( มุ่งค้าหากำไร ) </li></ul><ul><li>- ในราชอาณาจักร </li></ul><ul><li>ผู้นำเข้า ( ม .77/1(12)) </li></ul><ul><li>- ผู้ประกอบการ ที่นำเข้ามาขายต่อหรือนำเข้าเพื่อผลิตและขายต่อ </li></ul><ul><li>- บุคคลอื่น ที่นำเข้ามาเพื่อใช้ในการบริโภคเอง </li></ul><ul><li>ผู้ที่กฎหมายกำหนดให้เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษี </li></ul>
  66. 66. การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ( ม .81) <ul><li>ก . การขายพืชผลทางการเกษตร </li></ul><ul><li>ข . การขายสัตว์ </li></ul><ul><li>ค . การขายปุ๋ย </li></ul><ul><li>ง . การขายปลาป่น อาหารสัตว์ </li></ul><ul><li>จ . การขายยา หรือเคมีภัณฑ์สำหรับพืชหรือสัตว์ </li></ul><ul><li>ฉ . การขายหนังสือพิมพ์ นิตยสาร ตำรา </li></ul><ul><li>ช . การให้บริการการศึกษา ฯลฯ </li></ul>
  67. 67. การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม <ul><li>ซ . การให้บริการที่เป็นงานทางศิลป์ วัฒนธรรม </li></ul><ul><li>ฌ . การให้บริการประกอบโรคศิลป์ , การสอบบัญชีและการว่าความ </li></ul><ul><li>ญ . การให้บริการรักษาพยาบาล ทั้งเอกชนและรัฐบาล </li></ul><ul><li>ฎ . การให้บริการวิจัยหรือบริการทางวิชาการ </li></ul><ul><li>ฎ . การให้บริการห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ สวนสัตว์ </li></ul><ul><li>ฐ . การให้บริการตามสัญญาจ้างแรงงาน </li></ul><ul><li>ฑ . การให้บริการจัดแข่งกีฬาสมัครเล่น </li></ul><ul><li>ฒ . การให้บริการของนักแสดงสาธารณะ </li></ul>
  68. 68. การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม <ul><li>ณ . การให้บริการขนส่งในราชอาณาจักร ทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ </li></ul><ul><li>ด . การให้บริการขนส่งระหว่างประเทศ เฉพาะทางบก </li></ul><ul><li>ต . การให้บริการเช่าอสังหาริมทรัพย์ </li></ul><ul><li>ถ . ………….…….. ท …………… . ธ ……………… น ……………… .. </li></ul><ul><li>รวมถึงผู้ประกอบการที่มีรายได้ต่อปีไม่ถึง 1,200,000 บาทต่อปี </li></ul>
  69. 69. การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม <ul><li>การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ยังรวมไปถึงการยกเว้นตาม พรก . เช่น </li></ul><ul><li>การขายบุหรี่ การขายสลากกินแบ่ง สลากออมสิน สลากกาชาด การแสตมป์ ไปรษณีย์ อากรแสตมป์ การให้บริการสีข้าว การนำเข้ากรดซัลฟิวริก กรดฟอสฟอริก แอมโมเนีย ฯลฯ ที่นำเข้ามาเพื่อผลิต หรือผสมเป็นปุ๋ย </li></ul><ul><li>การนำเข้า เพชร พลอย อัญมณี ที่ใช้ในการผลิตเป็นเครื่องประดับ เพื่อส่งออก </li></ul><ul><li>การนำสินค้าเข้าไปในเขต EPZ ที่ได้รับการยกเว้น ตามกม . BOI </li></ul><ul><li>การนำเข้าและส่งออกไปต่างประเทศตามหลักเกณฑ์ของกรมศุล </li></ul>
  70. 70. ขาย ( ม .77/1(8)) <ul><li>ความหมาย : จำหน่าย จ่าย โอนสินค้าไม่ว่าจะมีประโยชน์หรือค่าตอบแทนหรือไม่ และให้หมายความรวมถึง </li></ul><ul><li>( ก )    สัญญาให้เช่าซื้อสินค้า ( ส่งมอบแล้วแต่กรรมสิทธิ์ยังไม่โอน ) สัญญาจะขาย สินค้า </li></ul><ul><li>( ข )    ส่งมอบสินค้าให้ตัวแทนเพื่อขาย ( ฝากขาย ) </li></ul><ul><li>( ค )    นำสินค้าไปใช้ไม่วาประการใด ๆ ( เว้นแต่การนำไปใช้เพื่อการประกอบกิจการ ของตนเองโดยตรง ) </li></ul><ul><li>( ง )     มีสินค้าขาดจากรายงานและวัตถุดิบ </li></ul><ul><li>( จ )    มีสินค้าคงเหลือ / ทรัพย์สิน ณ วันเลิกประกอบกิจการ ( เว้นแต่กรณีควบเข้า กันหรือโอนกิจการทั้งหมดให้แก่กันของผู้ประกอบการ FULL VAT) </li></ul><ul><li>( ฉ )    ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักร ( ช )     กรณีอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง </li></ul>
  71. 71. บริการ ( ม .77/1(10)) <ul><li>ความหมาย : การกระทำใดๆ อันอาจหาประโยชน์อันมีมูลค่าซึ่งมิใช่เป็นการขายสินค้า รวมทั้งการให้บริการของตนเองไม่ว่าประการใดๆ แต่ไม่รวมถึง </li></ul><ul><li>( ก )   การใช้บริการ / การนำสินค้าไปใช้เพื่อประกอบกิจการของตนเองโดยตรง </li></ul><ul><li>( ข )   การนำเงินไปหาประโยชน์โดยการฝากธนาคาร / ซื้อพันธบัตรหรือหลักทรัพย์ </li></ul><ul><li> </li></ul><ul><li>นำเข้า ( ม .77/1(12)) </li></ul><ul><li>ความหมาย : นำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร รวมทั้งการนำสินค้าที่ต้องเสียหรือได้รับการยกเว้นอากรขาเข้าตามกฎหมาย่ว่าด้วยศุลกากรออกจากเขตอุตสาหกรรมส่งออก (EXPORT PROCESSING ZONE) EPZ. โดยมิใช่เพื่อส่งออกด้วย </li></ul>
  72. 72. ส่งออก ( ม .77/1(14)) <ul><li>ความหมาย : ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรเพื่อส่งไปต่างประเทศ และให้หมายความรวมถึง </li></ul><ul><li>( ก )    การนำสินค้าในราชอาณาจักรเข้าไปในเขต EPZ เฉพาะสินค้าที่ต้องเสีย หรือได้รับยกเว้นอากรขาออกตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร </li></ul><ul><li>( ข )    การขายสินค้าของคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากร ที่ขาย ให้แก่ผู้ที่เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร ร้าน DUTY FREE ในสนามบินดอนเมือง </li></ul>
  73. 73. ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (TAX POINT) ( ม .78) <ul><li>สำหรับการขายสินค้า </li></ul><ul><li>TAX POINT เกิดเมื่อ </li></ul><ul><li>1. กรณีขายเสร็จเด็ดขาด ขายสด ขายเชื่อ ถือหลักส่งมอบสินค้า </li></ul><ul><li>2. กรณีให้เช่าซื้อ ขายผ่อน ตามงวดที่ถึงกำหนดชำระ </li></ul><ul><li>3. กรณีฝากขาย ( เฉพาะตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ) เมื่อตัวแทนส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อ 4. กรณีขายกระแสไฟฟ้า , น้ำประปา เมื่อได้รับชำระราคา </li></ul><ul><li>เว้นเสียแต่ หากออกใบกำกับภาษี / รับชำระราคาแล้วแต่กรณีก่อน ให้ความรับผิดเกิดขึ้นทันที ( ตามส่วนที่ทำ ) </li></ul><ul><li>5. กรณีส่งออก เมื่อผ่านการทางพิธีศุลกากร </li></ul><ul><li>6. กรณีรับโอนสินค้าอัตรา 0 % เมื่อโอนกรรมสิทธิ์ </li></ul><ul><li>7. กรณีขายด้วยเครื่อง / ใช้บัตร เมื่อตรวจนับจำนวนเงิน </li></ul>
  74. 74. TAX POINT ( สำหรับการให้บริการ ) ( ม .78/1) <ul><li>กรณีการให้บริการที่แล้วเสร็จในงวดเดียว </li></ul><ul><li>เมื่อได้รับชำระค่าบริการ (CASH BASIS) </li></ul><ul><li>กรณีกำหนดค่าตอบแทนตามส่วนบริการที่ทำ </li></ul><ul><li>เมื่อได้รับชำระค่าบริการตามส่วนที่จ่ายเงินตามส่วนของตามส่วนที่จ่ายเงิน </li></ul><ul><li>ข้อยกเว้น หากมีการออกใบกำกับภาษีก่อนรับชำระเงินก็ให้ความรับผิดเกิดขึ้นทันที ( ตามส่วนที่รับชำระ ) </li></ul><ul><li>กรณีการให้บริการที่ทำใน ตปทและได้มีการใช้บริการนั้นในประเทศ </li></ul><ul><li> เมื่อมีการชำระค่าบริการตามส่วนที่ชำระ ) โดยให้ผู้จ่ายเงินนำส่ง VAT </li></ul><ul><li>กรณีรับโอนบริการอัตรา 0% </li></ul><ul><li> เมื่อรับโอนสิทธิในบริการโดยให้ผู้รับโอนนำส่ง VAT </li></ul>
  75. 75. Tax Point สำหรับการนำเข้า ( ม .78/2) <ul><li>TAX POINT เกิดเมื่อ </li></ul><ul><li>กรณีนำเข้าโดยทั่วไป เมื่อชำระอากรขาเข้า , วางหลักประกัน , จัด ให้มีผู้ค้ำประกัน , ออกใบขนสินค้า หรือ อาจเรียกว่าเมื่อผ่านพิธีการทางศุลกากร </li></ul><ul><li>กรณีนำสินค้าจากเขต EPZ เข้ามาในราชอาณาจักร </li></ul><ul><li>วันที่นำสินค้าเข้ามา และผ่านพิธีการทาง ศุลกากร </li></ul><ul><li>กรณีของตกค้างตาม กม . ศุลกากร เมื่อกรมศุลกากรได้ขายทอดตลาดและได้ ออกใบเสร็จค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม </li></ul>
  76. 76. TAX POINT เกิดแล้วต้องทำอะไรบ้าง <ul><li>สรุป TAX POINT เกิดเมื่อ ขาย - ส่งมอบ , ชำระราคา </li></ul><ul><li>บริการ - ชำระราคา </li></ul><ul><li>นำเข้า – ผ่านพิธีการทางศุลกากร </li></ul><ul><li>หรือ ออกใบกำกับภาษีก่อน ชำระราคาก่อน </li></ul><ul><li>TAX POINT เกิดแล้วต้องทำอะไร </li></ul><ul><li>1.  เรียกเก็บ 7 % จากลูกค้า </li></ul><ul><li>2. ออกใบกำกับภาษี </li></ul><ul><li>3. นำ 7% ส่งกรมสรรพากรภายใน วันที่ 15 ของเดือนถัดไป </li></ul><ul><li>7% เรียกเก็บคำนวณอย่างไร </li></ul><ul><li>- ฐานภาษี </li></ul><ul><li>- อัตราภาษี 7 % 0 % </li></ul>
  77. 77. ฐานภาษี (TAX BASE) ( ม .79) สำหรับการขายสินค้าหรือการให้บริการ ( ในราชอาณาจักร ) <ul><li>ได้แก่มูลค่าทั้งหมดที่ผู้ประกอบการได้รับหรือพีงได้รับจากการขายสินค้าหรือการให้บริการ ซี่งก็คือราคาของสินค้านั้นเอง รวมทั้งภาษีสรรพสามิตด้วย ( ไม่ว่าจะเป็นเงินทรัพย์สิน ค่าตอบแทน ค่าบริการ หรือประโยชน์ใด ซึ่งอาจคิดคำนวณได้เป็นเงิน ) </li></ul><ul><li>สำหรับการนำเข้าสินค้า ( ม .79/2) </li></ul><ul><li>ได้แก่มูลค่าของสินค้านำเข้า ( ราคา C.I.F. บวกอากรขาเข้า ( ภาษีสรรพสามิต ค่าธรรมเนียมพิเศษตามกฎหมาย BOI) </li></ul><ul><li>สำหรับการส่งออก ( ม .79/1) ได้แก่มูลค่าของสินค้าส่งออก ( ราคา F.O.B.) </li></ul>
  78. 78. รายการที่ไม่รวมเป็นมูลค่าของฐานภาษี ( ม .79(1)-(4)) <ul><li>ส่วนลด / ค่าลดหล่อนที่ลดให้ขณะขายสินค้า / ให้บริการ ( ส่วนลดการค้า TRADE DISCOUNT) ที่ได้แสดงให้เห็นไว้ชัดแจ้งในใบกำกับภาษี เต็มรูป (TAX INVOICE) เว้นแต่กรณีการออกใบกำกับภาษีอย่างย่อจะไม่แสดงส่วนลด / ค่าลดหย่อนดังกล่าวไว้ในใบกำกับภาษีอย่างย่อก็ได้ </li></ul><ul><li>ค่าชดเชย / เงินอุดหนุนตามที่อธิบดีกำหนดฯ </li></ul><ul><li>ภาษีขาย </li></ul><ul><li>กรณีของแจกของแถมของชิงโชคของชิงรางวัล กรณีของแจกถ้าหากว่ามูลค่าของของที่แจกน้อยกว่าหรือเท่ากับมูลค่าของของที่ขายให้คิด VAT จากราคาของที่ขายเท่านั้น </li></ul><ul><li>กรณีของชิงรางวัลถ้าหากว่ามูลค่าของของที่ชิงรางวัลรวมกันน้อยกว่าหรือเท่ากับมูลค่าของของที่ขายให้คิด VAT จากราคาของที่ขายเท่านั้น </li></ul>
  79. 79. อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม ( ม .80) <ul><li>โดยปรกติแล้วกฎหมายกำหนดให้มีเพียงอัตราเดียวคือ 10% ( แบ่งเป็นภาษีสรรพากร 9% และภาษีพื่อท้องถิ่น 1% ) แต่ได้มีการลดอัตราลงมาเหลือ 7 % แบ่งเป็นภาษีสรรพากร 6.3% และภาษีท้องถิ่น อีก 0.7% จะเท่ากับ 7% โดยกฎหมายกำหนดให้เป็น 7% ตั้งแต่แรกคือ 1 มกราคม 2535 แต่ต่อมา ช่วง 16 สิงหาคม 2540 ถึง 31 มีนาคม 2542 เพิ่มอัตรา เป็น 10% คือเป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม 9% ภาษีท้องถิ่น 1% และ 1 เมย .2542 ลดเหลือ 7% </li></ul><ul><li>อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% นี้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีคือ ผู้ประกอบการที่จดทะเบียน VAT </li></ul>
  80. 80. อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม 0% ( ม .80/1) <ul><li>ผู้มีหน้าที่เสียภาษีคือ ผู้ประกอบการที่จดทะเบียน VAT ที่ขายสินค้าหรือให้บริการดังต่อไปนี้ </li></ul><ul><li>การส่งออกสินค้า </li></ul><ul><li>การขายสินค้าหรือให้บริการแก่ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจตามโครงการเงินกู้หรือเงินช่วยเหลือระหว่างประเทศ </li></ul><ul><li>การขายสินค้าหรือให้บริการ กับองค์การสหประชาติ , สถานทูต , สถานกงศุล </li></ul><ul><li>การขายสินค้าหรือให้บริการระหว่างคลังสินค้าทัณฑ์บนหรือ ผู้ประกอบการ EPZ ด้วยกันหรือระหว่างกัน </li></ul><ul><li>การให้บริการขนส่งระหว่างประเทศโดยอากาศยาน หรือเรือเดินทะเล </li></ul>
  81. 81. การคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ( ม .82/3) <ul><li>VAT แบบเต็มรูป (FULL VAT) สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องนำส่งภาษี </li></ul><ul><li>ภาษีมูลค่าเพิ่ม = ภาษีขาย – ภาษีซื้อ </li></ul><ul><li>ภาษีขาย = ภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 7 % ของราคาสินค้าหรือบริการที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้เรียกเก็บหรือพึงเรียกเก็บจากผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ( อัตรา 0 % สำหรับการส่งออก ) ( ภาษีขายไม่ใช่รายได้ ) </li></ul><ul><li>ภาษีซื้อ = ภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 7 % ของราคาสินค้าหรือบริการที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้จ่ายหรือพึงต้องจ่ายให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนรายอื่นเมื่อซื้อสินค้าหรือรับบริการหรือที่ได้จ่ายให้แก่ทางราชการเมื่อนำเข้า รับโอนสินค้าหรือบริการอัตราศูนย์ หรือที่นำส่งเมื่อจ่ายค่าบริการจากต่างประเทศและต้องไม่ใช่ภาษีซื้อต้องห้าม ( ภาษีซื้อไม่ใช่รายจ่าย ) </li></ul>
  82. 82. การคำนวณภาษี VAT ขณะที่ซื้อหรือขายสินค้ามี 2 กรณี <ul><li>1. กรณีแยกนอก External Rate คือ ภาษีมูลค่าเพิ่มที่แยกออกจากราคาสินค้าเช่น ราคาสินค้า 1,000 บาท VAT 7% = 70 บาท ต้องจ่ายรวม 1070 บาท </li></ul><ul><li>2. กรณีรวมใน Inclusive Rate คือภาษีมูลค่าเพิ่มที่ราคาสินค้าได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว เช่น ราคาสินค้า 1,000 บาท ( และราคานี้ได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว ) จะแยกเป็น ราคาสินค้า 934.58 และเป็น VAT 7% = 65.42 บาท ซึ่งคิดจาก 1,000x7/107 = 65.42 กรณีนี้จ่ายเพียง 1000 บาท </li></ul>
  83. 83. “ ภาษีซื้อ” ที่ไม่ให้นำไปเครดิต ( ม .82/5) <ul><li>กรณีไม่มี / ไม่อาจแสดงใบกำกับภาษีซื้อได้เว้นแต่จะมีเหตุอันสมควร </li></ul><ul><li>ใบกำกับภาษีมีข้อความไม่ถูกต้อง / ไม่สมบูรณ์ในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ </li></ul><ul><li>ภาษีซื้อที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการภาษีมูลค่าเพิ่ม </li></ul><ul><li>ภาษีซื้อสำหรับค่ารับรอง </li></ul><ul><li>ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีซึ่งออกโดยผู้ที่ไม่มีสิทธิ์ออกใบกำกับภาษี </li></ul><ul><li>ภาษีซื้อสำหรับรถยนต์นั่ง / รถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คนและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ดั่งกล่าว </li></ul><ul><li>ภาษีซื้อที่ได้จากใบกำกับภาษีอย่างย่อ </li></ul>
  84. 84. สิทธิและหน้าที่ของผู้ประกอบการจดทะเบียนเต็มรูปแบบ <ul><li>สิทธิ </li></ul><ul><li>มีสิทธิออกใบกำกับภาษี TAX INVOICE </li></ul><ul><li>มีสิทธิเรียกเก็บภาษีขาย (7%) </li></ul><ul><li>มีสิทธินำภาษีซื้อไปเครดิตออกจากภาษีขาย </li></ul><ul><li>ได้สิทธิอัตรา VAT 0% (ZERO RATING) สำหรับภาษีขายตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด </li></ul>
  85. 85. สิทธิและหน้าที่ของผู้ประกอบการจดทะเบียนเต็มรูปแบบ <ul><li>หน้าที่ </li></ul><ul><li>ต้องเรียกเก็บใบกำกับภาษีทุกครั้งที่ซื้อสินค้าหรือบริการ หรือทุกครั้งที่ Tax point เกิดขึ้นเพื่อในไปเป็นหลักฐานในการขอ เครดิตภาษีซื้อ </li></ul><ul><li>ต้องออกใบกำกับภาษีทุกครั้งที่ขายสินค้าหรือบริการ หรือทุกครั้งที่ Tax point เกิดขึ้นเพื่อในไปเป็นหลักฐานในการชำระภาษีขาย </li></ul><ul><li>ต้องจัดทำหลักฐานและเอกสารตามที่ กฎหมายกำหนด เช่น รายงานภาษีซื้อ ภาษีขาย รายงานสินค้าและวัตถุดิบ </li></ul><ul><li>ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT = ภาษีขาย – ภาษีซื้อ เป็นรายเดือน โดยยื่นแบบ ภ . พ .30 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป </li></ul>
  86. 86. การขอคืนภาษีซื้อในส่วนที่เกินจากภาษีขาย ( ม .84) <ul><li>สำหรับผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่มีภาษีซื้อมากกว่าภาษีขายอันเนื่องมาจาก </li></ul><ul><li>ขายสินค้า / ให้บริการอัตราศูนย์ ( ภาษีขาย 0%) </li></ul><ul><li>ลงทุนในสินค้าทุน , เครื่องมือ / สินค้าคงคลังจำนวนมากหรือสร้างโรงงาน </li></ul><ul><li>ขายสินค้า / ให้บริการต่ำกว่าทุน </li></ul><ul><li>ได้รับเครดิตภาษีในช่วงเปลี่ยนแปลง </li></ul><ul><li>ยื่นแบบแสดงรายการ ภพ .30 ชำระภาษีมูลค่าเพิ่มไว้สูงเกินไป </li></ul><ul><li>มีภาษีซื้อที่ยังมิได้นำมารวมคำนวณ </li></ul>
  87. 87. การขอคืน VAT <ul><li>การขอคืนเป็นเงินสด สำหรับทุกกรณีโดยการยื่นแบบภพ .30 หรือ ค .10 ภายใน 3 ปี </li></ul><ul><li>การขอคืนเป็นเคร

×