Techno1

1,704 views

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
1,704
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
176
Actions
Shares
0
Downloads
35
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Techno1

  1. 1. นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา Innovation and Technology for Education 1035102 ผศ . ดร . เสกสรร สายสีสด คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
  2. 2. เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการศึกษา บทที่ 1
  3. 3. ความหมายของเทคโนโลยี <ul><li>เทคโนโลยี (Technology) มาจากภาษากรีก Techne หมายถึง ศิลปะ วิทยาศาสตร์ หรือทักษะ และมาจากภาษาลาตินว่า Texere หมายถึง การสานหรือการสร้าง </li></ul><ul><li>พจนานุกรม ฉบับราชบัญฑิตสถาน พ . ศ . 2542 เทคโนโลยีหมายถึง วิทยาการที่เกี่ยวกับศิลปะในการนำเอาวิทยาศาสตร์ประยุกต์ในทางปฏิบัติและอุตสาหกรรม </li></ul>
  4. 4. สรุปเทคโนโลยี <ul><li>เทคโนโลยีเป็นการนำแนวคิด หลักการ เทคนิคความรู้ ระเบียบวิธี กระบวนการ ตลอดจนผลผลิตทางวิทยาศาสตร์ทั้งในด้านสิ่งประดิษฐ์และวิธีการปฏิบัติมาประยุกต์ใช้เพื่อขยายขีดความสามารถของมนุษย์ ช่วยให้การทำงานดีขึ้น และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลของงานั้นให้มีมากยิ่งขึ้น </li></ul>
  5. 5. ลักษณะของเทคโนโลยี <ul><li>เป็นกระบวนการ (Process) </li></ul><ul><li>ลักษณะของผลผลิต (Product) </li></ul><ul><li>กระบวนการและผลผลิต (Process and Product) </li></ul>
  6. 6. การจำแนกเทคโนโลยี ( Good 1973) <ul><li>ระบบวิธีการทางวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับเทคนิค </li></ul><ul><li>การนำเอาวิธีการทางวิทยาศาสตร์มาใช้เพื่อแก้ปัญหาเชิงปฏิบัติ </li></ul><ul><li>การจัดระบบของข้อเท็จจริงและหลักเกณฑ์ที่เชื่อถือได้ </li></ul><ul><li>ความรู้เชิงระบบนำไปใช้ในอุตสาหกรรม </li></ul><ul><li>การนำเอาความรู้ด้านตรรกศาสตร์ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์มาใช้ เพื่อเกิดความเจริญทางด้านวัตถุ </li></ul>
  7. 7. เทคโนโลยีมีความสำคัญคือ <ul><li>ประสิทธิภาพของงาน (efficiency) </li></ul><ul><li>ผลผลิต (productivity) </li></ul><ul><li>ประหยัด (economy) </li></ul>
  8. 8. เทคโนโลยีในวงการศึกษา <ul><li>การบริหารจัดการ </li></ul><ul><li>ผู้สอน / ผู้ทบทวน </li></ul><ul><li>การสำรวจ </li></ul><ul><li>อุปกรณ์เครื่องมือ </li></ul><ul><li>การสื่อสาร </li></ul>
  9. 9. ลักษณะของเทคโนโลยีการศึกษา (Anandam & Kelly) <ul><li>เทคโนโลยีการพิมพ์ </li></ul><ul><li>โทรคมนาคม </li></ul><ul><li>ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ </li></ul><ul><li>คอมพิวเตอร์ </li></ul><ul><li>การเชื่อมโยงเทคโนโลยีในสาขาต่าง ๆ </li></ul>
  10. 10. เทคโนโลยีการศึกษา หมายถึง <ul><li>การนำหลักการทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้เพื่อออกแบบและส่งเสริมระบบการเรียนการสอน วัดได้อย่างถูกต้อง ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง </li></ul>
  11. 11. เทคโนโลยีการศึกษา หมายถึง <ul><li>การนำหลักการทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้เพื่อออกแบบและส่งเสริมระบบการเรียนการสอน วัดได้อย่างถูกต้อง ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง มีการใช้การศึกษาเชิงปฏิบัติโดยผ่านการวิเคราะห์และการใช้โสตทัศนูปกรณ์ รวมถึงเทคนิคการสอนโดยใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ สื่อการสอนต่าง ๆ ในลักษณะหลากหลาย และการศึกษาด้วยตนเอง (Good 1973) </li></ul>
  12. 12. เทคโนโลยีการศึกษา หมายถึง <ul><li>เทคโนโลยีการศึกษาเป็นทฤษฎีและการปฏิบัติของการออกแบบ พัฒนา การใช้ การจัดการ และการประเมินของกระบวนการและทรัพยากรสำหรับการเรียนรู้ ( สมาคมเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา AECT ) </li></ul>
  13. 13. ขอบเขตของเทคโนโลยีการศึกษา <ul><li>การออกแบบ </li></ul><ul><li>การพัฒนา </li></ul><ul><li>การใช้ </li></ul><ul><li>การจัดการ </li></ul><ul><li>การประเมิน </li></ul>
  14. 14. การพัฒนา การพิมพ์ โสตทัศน์ คอมพิวเตอร์ แบบบูรณาการ การใช้ การใช้สื่อ การแพร่กระจายนวัตกรรม การใช้งาน เป็นองค์กร นโยบายและกฎระเบียบ การจัดการ โครงการ ทรัพยากร ระบบการส่งผ่าน สารสนเทศ การประเมิน วิเคราะห์ปัญหา การวัดผลแบบอิงเกณฑ์ ประเมินความก้าวหน้า ขั้นสรุป การออกแบบ ระบบการสอน ออกแบบสาร กลยุทธ์การสอน ลักษณะของผู้เรียน ทฤษฎี การปฏิบัติ
  15. 15. พัฒนาการของเทคโนโลยีการศึกษา <ul><li>เทคโนโลยีได้ถูกนำมาใช้ทางการศึกษานับตั้งแต่สมัยก่อนคริสตกาล มีการกล่าวถึงนักเทคโนโลยีทางการศึกษาพวกแรก คือกลุ่มโซฟิสต์ ( The Elder sophist) ที่ใช้วิธีการสอนการเขียน เช่น การใช้มือวาด การเขียนสลักลงบนไม้ ส่วนการใช้ชอล์คเขียนบนกระดานดำได้เริ่มขึ้นในทศวรรษที่ 1800 </li></ul>
  16. 16. สำหรับการใช้เทคโนโลยีทางสื่อโสตทัศน์ ( audio visual) นั้น สามารถนับย้อนหลังไปได้ถึงต้นทศวรรษที่ 1900 ในขณะที่โรงเรียนและพิพิธภัณฑ์หลายๆ แห่งเริ่มมีการจัดสภาพห้องเรียนและการใช้สื่อการสอนประเภทต่างๆ เช่น ใช้สื่อการสอนประเภทต่างๆ เช่น ใช้สื่อภาพ ภาพวาด ภาพระบายสี สไลด์ ฟิล์ม วัตถุ และแบบจำลองต่างๆ และแบบจำลองต่างๆ เพื่อเสริมการบอกเล่าทางคำพูด
  17. 17. ต่อ Thomas A. Edison ได้ผลิตเครื่องฉายภาพยนตร์ขึ้นในปี ค . ศ . 1913 เขาได้เล็งเห็นประโยชน์ของภาพยนตร์ในการเรียนการสอนเป็นอย่างมาก จนถึงขั้นเขียนไว้เป็นหลักฐานว่า &quot; ต่อไปนี้ หนังสือจะกลายเป็นสิ่งที่หมดสมัยในโรงเรียน เพราะเราสามารถใช้ภาพยนตร์ในการสอนความรู้ทุกสาขาได้ ระบบโรงเรียนจะต้องเปลี่ยนแปลงโดยสิ้นเชิงภายในสิบปีข้างหน้า &quot;
  18. 18. แต่ปัจจุบันแม้มีเทคโนโลยีสมัยใหม่ก็ยังไม่สามารถล้มล้างเทคโนโลยีดั้งเดิมเช่น การใช้หนังสือในการเรียนการสอนได้ ในช่วงทศวรรษที่ 1920 - 1930 เริ่มมีการใช้เครื่องฉายภาพแบบข้ามศีรษะ ( overhead projector) เครื่องบันทึกเสียง วิทยุกระจายเสียง และภาพยนตร์ เข้ามาเสริมการเรียนการสอน
  19. 19. วิทยุกระจายเสียงจึงเป็นสื่อใหม่ที่ได้รับความนิยม สำหรับกิจการกระจายเสียงในประเทศสหรัฐอเมริกานั้นได้เริ่มขึ้นตั้งแต่ราวปี ค . ศ .1921 การเริ่มขออนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงในยุคแรก ๆ มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษา และเริ่มมีการใช้วิทยุกระจายเสียงเพื่อการสอนทางไกลช่วงทศวรรษที่ 1930 แต่ต่อมาระบบธุรกิจเข้าครอบงำมากขึ้นจนวิทยุเพื่อการศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกาอยู่ในสภาวะที่ตกต่ำลง
  20. 20. ในช่วงทศวรรษที่ 1950 วิทยุโทรทัศน์เกิดเป็นปรากฏการณ์ใหม่ในสังคมตะวันตกซึ่งสามารถใช้เป็นสื่อเพื่อการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ วิทยุโทรทัศน์จึงมีบทบาทสำคัญและกลายเป็นเทคโนโลยีแถวหน้าของสังคมนับแต่บัดนั้น นักวิชาการบางท่านถือว่าช่วงระหว่างทศวรรษที่ 1950 ถึง 1960 นี้ เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในแวดวงเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาเนื่องจากการก่อกำเนิดของวิทยุโทรทัศน์ และยังได้มีการนำเอาทฤษฎีทางด้านสื่อสารมวลชนและทฤษฎีระบบเข้ามาใช้ในวงการเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาอีกด้วย
  21. 21. ดังนั้น ในช่วงต้นทศวรรษที่ 1950 จึงมีการใช้คำว่า &quot; การสื่อสารทางภาพและเสียง &quot; หรือ &quot; audio-visual communications&quot; แทนคำว่า &quot; การสอนทางภาพและเสียง &quot; หรือ &quot; audio-visual instruction&quot; ซึ่งย่อมเป็นเครื่องชี้ชัดประการหนึ่งว่า เทคโนโลยีการสื่อสารนั้น คือเครื่องมือสำคัญในการถ่ายทอดการเรียนการสอนนั่นเอง
  22. 22. ในทวีปยุโรป วิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษาเริ่มต้นในช่วงต้นทศวรรษที่ 1950 โดย British Broadcasting Corporation หรือ BBC ในปี ค . ศ . 1958 ประเทศอิตาลีก็ริเริ่มบ้างโดยมีการสอนตรงผ่านสื่อวิทยุโทรทัศน์ผ่าน Telescuola (Television School of the Air) ส่วนประเทศในเครือคอมมิวนิสต์ได้มีโอกาสรับชมรายการโทรทัศน์เพื่อการศึกษาเป็นครั้งแรกในปี 1960
  23. 23. นำโดยประเทศยูโกสลาเวีย ตามติดด้วยประเทศโปแลนด์ สำหรับประเทศ โซเวียตนั้น ได้เริ่มออกอากาศรายการทั่วไปและรายการโทรทัศน์เพื่อการศึกษาเมื่อปี 1962 ในปี 1965 ประเทศอื่นๆ ในยุโรปตะวันออกก็ได้ทำการออกอากาศรายการโทรทัศน์เพื่อการศึกษาโดยผ่านดาวเทียมกันอย่างแพร่หลาย
  24. 24. ปี ค . ศ . 1962 ประเทศจีนคอมมิวนิสต์ริเริ่มทำการสอนในวิชาต่างๆ เช่น เคมี ฟิสิกส์ในระดับมหาวิทยาลัย โดยผ่านสถานีวิทยุโทรทัศน์เซี่ยงไฮ้ นอกจากนั้นสถานีวิทยุโทรทัศน์อื่น ๆ ก็เผยแพร่รายการมหาวิทยาลัยทางโทรทัศน์ ( Television Universities) เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนในระดับชาติเพื่อการศึกษาสำหรับประชาชน
  25. 25. ประเทศญี่ปุ่นได้รับการยกย่องว่าเป็นประเทศแรกในโลกที่มีการบูรณาการการใช้วิทยุโทรทัศน์เข้ากับโครงสร้างของการศึกษานับตั้งแต่ระดับอนุบาลไปจนถึงมหาวิทยาลัย และยังรวมถึงการให้การศึกษาผู้ใหญ่ในสาขาวิชาต่างๆ อย่างกว้างขวางด้วย ก่อนสิ้นปี 1965 ประเทศญี่ปุ่นมีสถานีวิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษาออกอากาศทั่วประเทศเป็นจำนวนถึง 64 สถานี
  26. 26. ประเทศในอเมริกาใต้ เริ่มดำเนินการวิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษานับตั้งแต่ปลายทศวรรษที่ 1950 นำโดยประเทศโคลอมเบีย ซึ่งทำการออกอากาศวิชาต่างๆ ในระดับประถมศึกษาอย่างเต็มรูปแบบระหว่างชั่วโมงเรียนปกติโดยผ่านสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ ต่อมาประเทศโคลอมเบียได้รับความช่วยเหลือจากโครงการอาสาสมัครเพื่อสันติภาพจากประเทศสหรัฐอเมริกา จึงเป็นผลให้ประเทศโคลอมเบียกลายเป็นแบบอย่างของวิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษาในเวลาต่อมา
  27. 27. แม้ว่าการเติบโตของวิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษาจะเกิดขึ้นทั่วโลกก็ตาม การพัฒนาที่เด่นชัดที่สุดเห็นจะได้แก่ประเทศสหรัฐอเมริกา การทดลองครั้งแรกในประเทศสหรัฐอเมริกาเกิดขึ้นที่ lowa University ในช่วงระหว่างปี 1932-1939 โดยมีการผลิตรายการในวิชาต่างๆ เช่น วิศวกรรมศาสตร์ พฤกษศาสตร์ ศิลปะ การละคร และชวเลข เป็นต้น มหาวิทยาลัยในประเทศสหรัฐอเมริกา 5 แห่งที่ถูกจัดว่าเป็นผู้บุกเบิกในวงการวิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษาของประเทศ
  28. 28. การเติบโตของวิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกาในช่วง ค . ศ . 1953-1967 นับว่าสูงมาก เพราะมีสถานีวิทยุโทรทัศน์ เพื่อการศึกษาทั่วประเทศเป็นจำนวนถึง 140 สถานี เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนประชากร 140 ล้านคนในขณะนั้น มีการคาดคะเนว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว รายการโทรทัศน์เพื่อการศึกษาสามารถเข้าถึงโรงเรียนได้ไม่ต่ำกว่า 2,000 โรง และเข้าถึงนักเรียนระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษา ได้ไม่ต่ำกว่า 15 ล้านคนทีเดียว
  29. 29. เทคโนโลยีการศึกษาและการสื่อสารได้มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาขึ้นอย่างมากในช่วงปลายทศวรรษที่ 1960 เมื่อโลกได้หันเข้ามาสู่ยุคของคอมพิวเตอร์ ในด้านการศึกษานั้น ได้มีการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในโรงเรียนเป็นครั้งแรกในปี 1977 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อบริษัท APPLE ได้ประดิษฐ์เครื่อง APPLE II ขึ้น โดยการใช้ในระยะแรกนั้นมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการบริหารจัดการ ต่อมาได้มีการพัฒนาโปรแกรมต่างๆ เพื่อให้ใช้ได้ง่ายและสามารถช่วยในการเรียนการสอนได้มากขึ้น คอมพิวเตอร์จึงเป็นสิ่งที่ครูและนักเรียนคุ้นเคย และมีการใช้กันอย่างแพร่หลายจนทุกวันนี้
  30. 30. ยุคของมัลติมีเดียเพื่อการศึกษาได้เริ่มขึ้นในปี 1987 เมื่อบริษัท APPLE ได้เผยแพร่โปรแกรมมัลติมีเดียครั้งแรกออกมา คือโปรแกรม HyperCard แม้ว่าโปรแกรมนี้จะต้องใช้เครื่องที่มีกำลังสูง ต้องใช้เวลาในการฝึกหัดมาก แต่ผลงที่ได้รับก็น่าประทับใจ การพัฒนามัลติมีเดียเพื่อการศึกษาได้มีการดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง มีการพัฒนาโปรแกรม Hyper Studio มาใช้ และได้รับความนิยมมากขึ้นในหลายๆ โรงเรียน อย่างไรก็ตาม เพียงภายในสองปี มัลติมีเดียเพื่อการศึกษาก็ถูกแทนที่โดยสิ่งที่น่าตื่นเต้นมากกว่า นั่นก็คือ อินเทอร์เน็ต ( Internet) นั่นเอง
  31. 31. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ในปัจจุบัน <ul><li>การใช้คอมพิวเตอร์ในการประมวลผล จัดเก็บ และเผยแพร่ </li></ul><ul><li>การใช้เครือข่ายอินทราเน็ต เอ็กซ์ทราเน็ตในสถาบันการศึกษา </li></ul><ul><li>การใช้คลื่นไมโครเวฟ การส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมในการสอน </li></ul><ul><li>การเรียนการสอนบนเว็บ (Web-based instruction) </li></ul><ul><li>การสอนทางไกลอีเลิร์นนิ่ง (e-learning) </li></ul><ul><li>การศึกษาทางไกลในมหาวิทยาลัยเสมือน </li></ul>
  32. 32. นวัตกรรม <ul><li>เป็นแนวคิด การปฏิบัติ หรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยมีใช้มาก่อน หรือเป็นการพัฒนาดัดแปลงจากของเดิมที่มีอยู่แล้วให้ทันสมัยและใช้ได้ผลดียิ่งขึ้น </li></ul>
  33. 33. นวัตกรรมการศึกษา (educational innovation) <ul><li>นวัตกรรมที่ช่วยให้การศึกษาและการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ผู้เรียนสามารถเกิดการเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วมีประสิทธิผลสูงกว่าเดิม เกิดการเรียนรู้ในการเรียนด้วยนวัตกรรมเหล่านั้น </li></ul>
  34. 34. ตัวอย่างนวัตกรรม <ul><li>บทเรียนคอมพิวเตอร์ </li></ul><ul><li>อินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษา </li></ul><ul><li>การเรียนการสอน E-Learning </li></ul><ul><li>การใช้ความจริงเสมือน </li></ul>
  35. 35. ลำดับขั้นการยอมรับนวัตกรรม <ul><li>ขั้นเริ่มต้น (entry stage) </li></ul><ul><li>ขั้นนำมาใช้งาน (adoption stage) </li></ul><ul><li>ขั้นปรับให้เหมาะสม (adaptation stage) </li></ul><ul><li>ขั้นจัดสรรอย่างเหมาะสม (appropriation stage) </li></ul><ul><li>ขั้นประดิษฐกรรม (invention stage) </li></ul><ul><li>(Sandholtz, Ringstaff, Dwyer, 1997) </li></ul>
  36. 36. ความเอื้อประโยชน์ของเทคโนโลยีการศึกษา <ul><li>เพิ่มสมรรถนะการสอน </li></ul><ul><li>เพิ่มคุณภาพการสอน </li></ul><ul><li>สนับสนุนวิธีการเรียนรู้การสอนรูปแบบใหม่ </li></ul><ul><li>การเรียนอย่างกระฉับกระเฉงและตั้งใจในการเรียน </li></ul><ul><li>เพิ่มสมรรถนะการเรียนรู้ </li></ul><ul><li>การสร้างความรู้ใหม่ </li></ul><ul><li>เครื่องมือในการเรียนรู้ </li></ul>
  37. 37. ความเอื้อประโยชน์ของเทคโนโลยีการศึกษา <ul><li>การเรียนรู้ร่วมกัน </li></ul><ul><li>บริบทการเรียนรู้ </li></ul><ul><li>ความสะดวกในการเรียนการสอน </li></ul><ul><li>การติดต่อสื่อสาร </li></ul><ul><li>การสร้างเครือข่าย </li></ul><ul><li>การบริหารจัดการ </li></ul><ul><li>การมีส่วนร่วมในสังคม </li></ul>
  38. 38. ความสำคัญของเทคโนโลยีการศึกษา <ul><li>พรบ . การศึกษาแห่งชาติ พ . ศ . 2542 กำหนด หมวด 9 เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา </li></ul><ul><li>ตัวอย่างโครงการ </li></ul><ul><li>โครงการศึกษาด้วยระบบทางไกลผ่านดาวเทียม </li></ul><ul><li>โครงการหนึ่งอำเภอโรงเรียนในฝัน </li></ul><ul><li>การเรียนด้วย E-learning </li></ul><ul><li>การสร้างความรู้บนเว็บเพื่อการเรียนรู้ </li></ul>
  39. 39. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ . ศ . 2542 หมวดที่ 9 เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา <ul><li>          มาตรา 63  รัฐต้องจัดสรรคลื่นความถี่ สื่อตัวนำและโครงสร้างพื้นฐานอื่นที่จำเป็นต่อการส่ง วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ วิทยุโทรคมนาคม และการสื่อสารในรูปอื่นเพื่อใช้ประโยชน์สำหรับการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย การทำนุบำรุงศาสนาศิลปะและวัฒนาธรรมตามความจำเป็น </li></ul><ul><li>          มาตรา 64 รัฐต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการผลิตและพัฒนาแบบเรียนตำรา หนังสือทางวิชาการ สื่อสิ่งพิมพ์อื่น วัสดุอุปกรณ์และเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาอื่น โดยเร่งรัดพัฒนาขีดความสามารถในการผลิต จัดให้มีเงินสนับสนุนการผลิต และมีการให้แรงจูงใจแก่ผู้ผลิตและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ทั้งนี้ โดยเปิดให้มีการแข่งขันโดนเสรีอย่างเป็นธรรม </li></ul>
  40. 40. <ul><li>มาตรา ๖๕ ให้มีการพัฒนาบุคลากรทั้งด้านผู้ผลิต และผู้ใช้เทคโนโลยี เพื่อการศึกษา เพื่อให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะในการผลิต รวมทั้งการใช้ เทคโนโลยีที่เหมาะสม มีคุณภาพ และประสิทธิภาพ มาตรา ๖๖ ผู้เรียนมีสิทธิได้รับการพัฒนาขีดความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เพื่อการศึกษาในโอกาสแรกที่ทำได้ เพื่อให้มีความรู้และทักษะเพียงพอที่จะใช้เทคโนโลยี เพื่อการศึกษาในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต </li></ul>
  41. 41. <ul><li>มาตรา ๖๗ รัฐต้องส่งเสริมให้มีการวิจัยและพัฒนา การผลิตและการพัฒนา เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา รวมทั้งการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพื่อให้เกิดการใช้ที่คุ้มค่าและเหมาะสมกับกระบวนการเรียนรู้ของคนไทย </li></ul>
  42. 42. <ul><li>มาตรา ๖๘ ให้มีการระดมทุน เพื่อจัดตั้งกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา จากเงินอุดหนุนของรัฐ ค่าสัมปทาน และผลกำไรที่ได้จากการดำเนินกิจการด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ และโทรคมนาคมจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรประชาชน รวมทั้งให้มีการลดอัตราค่าบริการเป็นพิเศษในการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวเพื่อการพัฒนาคนและสังคม หลักเกณฑ์และวิธีการจัดสรรเงินกองทุนเพื่อการผลิต การวิจัยและการพัฒนา เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง </li></ul>
  43. 43. <ul><li>มาตรา ๖๙ รัฐต้องจัดให้มีหน่วยงานกลางทำหน้าที่พิจารณาเสนอนโยบาย แผน ส่งเสริม และประสานการวิจัย การพัฒนาและการใช้ รวมทั้งการประเมินคุณภาพ และประสิทธิภาพของการผลิตและการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา </li></ul>

×