Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

337ประวัติพระพุทธศาสนา

1,273 views

Published on

ประวัติพระพุทธศาสนา ไฟล์ptt

Published in: Education
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

337ประวัติพระพุทธศาสนา

  1. 1. บทที่ ๒บทที่ ๒ พระพุทธศาสนาในพระพุทธศาสนาใน พุทธศตวรรษที่ ๑พุทธศตวรรษที่ ๑ บทที่ ๒บทที่ ๒ พระพุทธศาสนาในพระพุทธศาสนาใน พุทธศตวรรษที่ ๑พุทธศตวรรษที่ ๑
  2. 2. ๑.สาเหตุการทำา สังคายนาครั้งที่ ๑ ๑.พระสภัททะกล่าวจ้วงจาบ พระธรรมวินัย ๒.พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้กับ พระอานนท์ว่า พระธรรมวินัย จักเป็นศาสดาแทนพระองค์เมื่อ พระองค์เสด็จปรินิพพานไป
  3. 3. หลังพุทธปรินิพพาน ๓ เดือน คือการสังคายนาครั้งที่ ๑ ซึ่งนับว่าเป็นเหตุการณ์ สำาคัญทางประวัติศาสตร์ ของพระพุทธศาสนาเพราะ เป็นการรวบรวมร้อยกรอง ได้เกิดเหตุการณ์ที่สำาคัญ ทางพระพุทธศาสนาขึ้น
  4. 4. และที่ สำาคัญคือ ในการสังคายนาครั้งนี้ พระ เถระทั้งหลายได้มีมติเป็นเอกฉันท์ ให้คงพระธรรมวินัยไว้ ดังเดิม หลักสูตรทั่วไป รุ่นที่ ๑๕ รร.นว.สรส. ปี ๒๕๓๕ หลักสูตรนายทหารอาวุโส รุ่นที่ ๓๐ รร.อส.สรส. ปี ๒๕๔๒ เทคนิคการนำาเสนออย่างโปร มหาวิทยาลัยมหิดล
  5. 5. และที่สำาคัญ คือ การสังคายนาครั้งนี้ พระเถระทั้งหลายได้มีมติ เป็นเอกฉันท์ให้คงพระ ธรรมวินัยไว้ดังเดิม โดย ไม่มีการเพิ่มหรือตัดออก ซึ่งเราทั้งหลายเรียกมติของ
  6. 6. ๒.การอภิปรายเรื่อง สิกขาบทเล็กน้อยพระมหากัสสปเถระ กล่าว ว่า บัดนี้เหล่า สาวกจึงไม่ ศึกษาใน สิกขาบททั้ง
  7. 7. สิกขาบทเล็กน้อย • สงฆ์พึงไม่บัญญัติสิกขาบทที่ ยังไม่ได้ทรงบัญญัติ • สงฆ์พึงไม่ตัดทอนสิกขาบทที่ ทรงบัญญัติ • แล้วพึงสมาทานประพฤติใน สิกขาบทตามที่ทรงบัญญัติไว้ นี้เป็นบัญญัติ
  8. 8. สิกขาบทเล็กน้อย (ต่อ)• เมื่อสิ้นกระแสประกาศของ พระมหากัสสปเถระแล้ว ปรากฏว่าที่ประชุมเห็นพ้อง ต้องกันด้วยดี จึงเป็นอัน ถือว่านับตั้งแต่กาลบัดนั้น เป็นต้นมา สงฆ์(เฉพาะฝ่าย เห็นด้วยกับพระมหากัสสป
  9. 9. หรืออีกนัยหนึ่ง •หรืออีกนัยหนึ่งเรียกว่า วินัยวาที ก็เรียกได้ •เพราะเหตุ คือ ถือตาม มติของพระเถรานุเถระ อันมีพระมหากัสสป
  10. 10. ๒.สงฆ์ปรับอาบัติ พระอานนท์•๑).ไม่กราบทูลว่า สิกขาบทเล็กน้อยที่รับสั่ง นั้นคือสิกขาบทอะไร ? •พระอานนท์แก้ว่า ที่ไม่ กราบทูลถามเพราะว่า ท่านกำาลังเศร้าโศก
  11. 11. ๒.สงฆ์ปรับอาบัติ พระอานนท์• ๒)เวลาที่พระอานนท์เย็บ ผ้าของพระพุทธเจ้าได้ใช้ เท้าหนีบผ้าอีกด้านหนึ่ง อันเป็นการขาดความ เคารพต่อพระพุทธองค์ •ข้อนี้พระอานนท์แก้ว่า ที่
  12. 12. ๒.สงฆ์ปรับอาบัติพระ อานนท์ • ๓.)พระอานนท์ปล่อยให้สตรี ถวายอภิวาทพระพุทธสรีระ พวกเธอร้องไห้จนนำ้าตาถูก พุทธสรีระ • ข้อนี้พระอานนท์ แก้ว่า ท่าน เห็นว่า สตรีไม่ควรอยู่ข้าง นอกในเวลากลางคืน จึงได้
  13. 13. • ๔.)พระอานนท์ไม่กราบทูล อาราธนา ให้พระพุทธเจ้า ทรงดำารงพระชนม์อยู่ตลอด กัป ทั้ง ๆ ที่พระองค์ทรงทำา นิมิตโอภาสถึง ๑๖ ครั้ง • พระอานนท์แก้ว่า ที่ไม่ กราบทูลอาราธนา เพราะ ๒.สงฆ์ปรับอาบัติพระ อานนท์
  14. 14. ๒.สงฆ์ปรับอาบัติพระ อานนท์๕.)พระอานนท์ขวนขวายให้สตรีเข้า มาบวชในพระพุทธศาสนา พระอานนท์แก้ว่า ท่านเห็นว่า พระนางมหาปชา บดีโคตรมี ซึ่งเป็นพระมาตุจฉา ได้ ประคับประคองเลี้ยงดูพระผู้มีพระ
  15. 15. •ท่านไม่เห็นว่าเป็นความผิดอะไร แต่เมื่อสงฆ์เห็นว่าเป็นการกระทำา ไม่ดี ซึ่งการกระทำาบางอย่างถึง แม้ว่าตนจะทำาไปด้วยความบริสุทธิ์ ใจ แต่เมื่อความรู้สึกส่วนใหญ่ท่าน ตำาหนิ การจะดื้อรั้นถือดีไป เป็นการไร้ประโยชน์ การยอมรับ นับถือมติส่วนใหญ่ ในบางกรณี •ท่านไม่เห็นว่าเป็นความผิดอะไร แต่เมื่อสงฆ์เห็นว่าเป็นการกระทำา ไม่ดี ซึ่งการกระทำาบางอย่างถึง แม้ว่าตนจะทำาไปด้วยความบริสุทธิ์ ใจ แต่เมื่อความรู้สึกส่วนใหญ่ท่าน ตำาหนิ การจะดื้อรั้นถือดีไป เป็นการไร้ประโยชน์ การยอมรับ นับถือมติส่วนใหญ่ ในบางกรณี การกระทำาทั้ง ๕ ประการของ พระอานนท์
  16. 16. •ยังมีพระภิกษุอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ เห็นด้วยกับการสังคายนาครั้งที่ ๑ คือ กลุ่มพระปุราณะ จำานวน ๕๐๐ รูป •พวกท่านได้ฟังได้รับมาเฉพาะ พระพักตร์ของพระพุทธเจ้าว่า อย่างไร จะถือปฏิบัติตามนั้น •ยังมีพระภิกษุอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ เห็นด้วยกับการสังคายนาครั้งที่ ๑ คือ กลุ่มพระปุราณะ จำานวน ๕๐๐ รูป •พวกท่านได้ฟังได้รับมาเฉพาะ พระพักตร์ของพระพุทธเจ้าว่า อย่างไร จะถือปฏิบัติตามนั้น ๔.การคัดค้านการ สังคายนาครั้งที่ ๑
  17. 17. วัตถุ ๘ ประการวัตถุ ๘ ประการ ๑๑..อันโตวุฏฐะอันโตวุฏฐะ เก็บอาหารไว้เก็บอาหารไว้ ๒๒..อันโตปักกะ หุงอันโตปักกะ หุง ต้มอาหารต้มอาหาร ๓๓..สามปักกะสามปักกะ ลงมือหุงต้มเองลงมือหุงต้มเอง ๕๕..ตโตนิหตะ นำาตโตนิหตะ นำา จากที่นิมนต์จากที่นิมนต์ ๖๖.. ปุเรภัตตะ ฉันปุเรภัตตะ ฉัน ๒ แห่ง๒ แห่ง ๗๗..วนัฎฐะ ของที่วนัฎฐะ ของที่ ตกอยู่ในป่าตกอยู่ในป่า ประเด็นของประเด็นของ ความขัดแย้งความขัดแย้ง
  18. 18. วัตถุทั้ง ๘ วัตถุทั้ง ๘ ประการ ประการวัตถุทั้ง ๘ วัตถุทั้ง ๘ ประการ ประการ •พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตพระพุทธเจ้าทรงอนุญาต เป็นพิเศษในคราวเป็นพิเศษในคราว ทุพภิกขภัย ๒ คราว คือทุพภิกขภัย ๒ คราว คือ ที่เมืองเวสาลีและเมืองที่เมืองเวสาลีและเมือง ราชคฤห์ แต่เมื่อราชคฤห์ แต่เมื่อ •พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตพระพุทธเจ้าทรงอนุญาต เป็นพิเศษในคราวเป็นพิเศษในคราว ทุพภิกขภัย ๒ คราว คือทุพภิกขภัย ๒ คราว คือ ที่เมืองเวสาลีและเมืองที่เมืองเวสาลีและเมือง ราชคฤห์ แต่เมื่อราชคฤห์ แต่เมื่อ
  19. 19. หลักฐานฝ่าย มหายาน บอกไว้ว่า พระปุราณะไม่ยอมรับ เรื่องวัตถุ ๘ ประการ แล้ว นำาพวกของตนไปจัดการ สังคายนาขึ้นอีกต่างหาก ซึ่งตามพระวินัยแล้ว วัตถุ
  20. 20. การแตกแยก การแตกแยก ของคณะสงฆ์ ของคณะสงฆ์ การแตกแยก การแตกแยก ของคณะสงฆ์ ของคณะสงฆ์ •หลังจากพุทธปรินิพพานหลังจากพุทธปรินิพพาน ผ่านไปเพียงไม่กี่เดือนผ่านไปเพียงไม่กี่เดือน ความไม่เสมอกันในด้านความไม่เสมอกันในด้าน การปฏิบัติอย่างน้อยได้การปฏิบัติอย่างน้อยได้ •หลังจากพุทธปรินิพพานหลังจากพุทธปรินิพพาน ผ่านไปเพียงไม่กี่เดือนผ่านไปเพียงไม่กี่เดือน ความไม่เสมอกันในด้านความไม่เสมอกันในด้าน การปฏิบัติอย่างน้อยได้การปฏิบัติอย่างน้อยได้
  21. 21. ความแตกแยกของคณะสงฆ์หลังความแตกแยกของคณะสงฆ์หลัง พุทธกาลพุทธกาล •ฝ่ายที่ยอมรับ นับถือมติของ พระสังคีติกาจาร ย์ ในคราวปฐม สังคายนา โดย มีพระอรหันต์เข้า ร่วม ๕๐๐ องค์ •ฝ่ายที่สนับสนุน คล้อยตามมติ ของพระปุราณะ กับพวกอย่าง น้อยฝ่ายนี้ต้องมี ไม่ตำ่ากว่า ๕๐๐ รูป ซึ่งในที่สุด ฝ่ายที่ ๑ฝ่ายที่ ๑ ฝ่ายที่ ๒ฝ่ายที่ ๒
  22. 22. ๕๕..สงฆ์ลงพรหมสงฆ์ลงพรหม ทัณฑ์พระฉันนะทัณฑ์พระฉันนะ ๕๕..สงฆ์ลงพรหมสงฆ์ลงพรหม ทัณฑ์พระฉันนะทัณฑ์พระฉันนะ •พระฉันนะ เคยเป็นข้าราชพระฉันนะ เคยเป็นข้าราช บริพารของพระเจ้าสุทโธทนะบริพารของพระเจ้าสุทโธทนะ และใกล้ชิดกับพระพุทธเจ้ามาและใกล้ชิดกับพระพุทธเจ้ามา ก่อนบวช คือเป็นนายสารถีก่อนบวช คือเป็นนายสารถี ขับม้าให้พระองค์ในวันที่เสด็จขับม้าให้พระองค์ในวันที่เสด็จ ออกผนวช และมีอายุเท่ากันออกผนวช และมีอายุเท่ากัน •พระฉันนะ เคยเป็นข้าราชพระฉันนะ เคยเป็นข้าราช บริพารของพระเจ้าสุทโธทนะบริพารของพระเจ้าสุทโธทนะ และใกล้ชิดกับพระพุทธเจ้ามาและใกล้ชิดกับพระพุทธเจ้ามา ก่อนบวช คือเป็นนายสารถีก่อนบวช คือเป็นนายสารถี ขับม้าให้พระองค์ในวันที่เสด็จขับม้าให้พระองค์ในวันที่เสด็จ ออกผนวช และมีอายุเท่ากันออกผนวช และมีอายุเท่ากัน
  23. 23. •พระพุทธเจ้าจึงตรัสสั่งพระพระพุทธเจ้าจึงตรัสสั่งพระ “อานนท์ ไว้ว่า อานนท์ หลัง“อานนท์ ไว้ว่า อานนท์ หลัง จากเราล่วงไปแล้ว สงฆ์พึงลงจากเราล่วงไปแล้ว สงฆ์พึงลง พระฉันนะเมื่อบวชมาแล้ว จึงมีความเหย่อหยิ่ง ว่าตน เป็นคนใกล้ชิดของ พระพุทธเจ้า นอกจากนั้น ยังได้ติเตียนดูหมิ่นพระ ภิกษุรูปอื่น ๆ ด้วย แม้ พระองค์จะได้ทรงตักเตือน หลายต่อหลายครั้งก็ไม่เชื่อ
  24. 24. พรหมทัณฑ์ คือพรหมทัณฑ์ คือพรหมทัณฑ์ คือพรหมทัณฑ์ คือ แม้ท่านปรารถนาจะแม้ท่านปรารถนาจะ พูดคำาใด พึงพูดคำาพูดคำาใด พึงพูดคำา นั้นเถอะ พระสงฆ์นั้นเถอะ พระสงฆ์ ทั้งหลาย จะไม่ทั้งหลาย จะไม่ กล่าว ไม่ตักเตือนกล่าว ไม่ตักเตือน
  25. 25. •เมื่อพระฉันนะถูกลงพรหม ทัณฑ์แล้ว ก็มีความอึดอัด ระอาใจ รังเกียจอยู่ด้วย พรหมทัณฑ์ จึงหลีกหนี ออกจากหมู่อยู่แต่ผู้เดียว ท่านสำานึกได้ ตั้งใจบำาเพ็ญ เพียร ไม่ประมาท ฝึกฝน •เมื่อพระฉันนะถูกลงพรหม ทัณฑ์แล้ว ก็มีความอึดอัด ระอาใจ รังเกียจอยู่ด้วย พรหมทัณฑ์ จึงหลีกหนี ออกจากหมู่อยู่แต่ผู้เดียว ท่านสำานึกได้ ตั้งใจบำาเพ็ญ เพียร ไม่ประมาท ฝึกฝน
  26. 26. •ผลของการทำาผลของการทำา สังคายนาครั้งที่ ๑สังคายนาครั้งที่ ๑ การทำาสังคายนาครั้งการทำาสังคายนาครั้ง ที่ ๑ที่ ๑
  27. 27. สรุปการสรุปการ สังคายนาครั้งที่สังคายนาครั้งที่ ๑๑ สรุปการสรุปการ สังคายนาครั้งที่สังคายนาครั้งที่ ๑๑๑๑..ทำาที่ถำ้าสัตตบรรณทำาที่ถำ้าสัตตบรรณ คูหา ภูเขาเวภาระคูหา ภูเขาเวภาระ เมืองราชคฤห์ แคว้นเมืองราชคฤห์ แคว้น มคธมคธ ๒๒..พระมหากัสสปเถระพระมหากัสสปเถระ เป็นประธาน และเป็นเป็นประธาน และเป็น
  28. 28. ๓๓..พระเจ้าอชาตศัตรูทรงพระเจ้าอชาตศัตรูทรง เป็นองค์อุปถัมภ์เป็นองค์อุปถัมภ์ ๔๔..พระอรหันต์ จำานวนพระอรหันต์ จำานวน ๕๐๐ องค์ เข้าร่วมประชุม๕๐๐ องค์ เข้าร่วมประชุม ๕๕..สงฆ์ปรับอาบัติพระสงฆ์ปรับอาบัติพระ อานนท์อานนท์ ๖๖..สงฆ์ลงพรหมทัณฑ์แก่สงฆ์ลงพรหมทัณฑ์แก่ พระฉันนะพระฉันนะ
  29. 29. โดยวัตถุประสงค์การโดยวัตถุประสงค์การ สังคายนาครั้งที่ ๑สังคายนาครั้งที่ ๑ เพื่อร้อยกรองพระธรรม วินัยเข้าเป็นหมวดหมู่ เพื่อ ความดำารงมั่นของพระ ศาสนา กระทำาเมื่อ
  30. 30. ผลที่เกิดจากการทำาผลที่เกิดจากการทำา สังคายนาครั้งที่ ๑สังคายนาครั้งที่ ๑ ๑๑..ได้ร้อยกรองพระธรรมได้ร้อยกรองพระธรรม วินัยเข้าเป็นหมวดหมู่เป็นวินัยเข้าเป็นหมวดหมู่เป็น ระเบียบเรียบร้อยระเบียบเรียบร้อย ๒๒..การปฏิบัติของพระการปฏิบัติของพระ อานนท์ และการลงพรหมอานนท์ และการลงพรหม ทัณฑ์พระฉันนะเป็นทัณฑ์พระฉันนะเป็น ตัวอย่างที่ดี ชี้ถึงหลักตัวอย่างที่ดี ชี้ถึงหลัก
  31. 31. ผลของการผลของการ สังคายนาครั้งที่ ๑สังคายนาครั้งที่ ๑ ((ต่อต่อ)) ๓.ทำาให้คำาสอนของพระพุทธ องค์ดำารงมั่นและได้ตกทอดมา ถึงปัจจุบัน
  32. 32. โดยสรุป หลังพุทธ ปรินิพพาน สถานการณ์ พระพุทธศาสนาในประเทศ อินเดียในพุทธศตวรรษที่ ๑ มีสาระที่สำาคัญ คือ การ ปฐมสังคายนา โดยคณะ สงฆ์เริ่มงานรวบรวม
  33. 33. ปัจจัยที่สนับสนุนให้เกิดปัจจัยที่สนับสนุนให้เกิด การสังคายนาครั้งที่ ๑การสังคายนาครั้งที่ ๑ มี หลายประการ เช่น แนวคิดที่จะรวบรวมพระ ธรรมวินัยก่อนพุทธปรินิพพาน ของพระสารีบุตร เหตุการณ์ ที่พระสุภัททะกล่าวจ้วงจาบ
  34. 34. เหตุการณ์ สำาคัญเกี่ยวกับ การสังคายนา ครั้งที่ ๑ เริ่มจากการขอความ สนับสนุนของรัฐแห่ง อาณาจักรมคธในยุคของ พระเจ้าอชาตศัตรู การคัด เลือกพระสงฆ์ผู้เป็นพระ
  35. 35. การอภิปรายวินิจฉัย สิกขาบทเล็กน้อย ซึ่ง ประเด็นนี้กลายเป็นเรื่องบ่งชี้ ลักษณะสำาคัญของนิกาย สงฆ์ในยุคต่อมา คือ เถรวาท ให้ยึดหลักการดั้งเดิมไม่ให้มี การปรับเปลี่ยนหรือลดทอน
  36. 36. ธรรมสวัสดี จบแล้วครับ GOOD LUCK

×