Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.
คํานํา          อุ ต สาหกรรมน้ํ า ตาลทรายเป น อุ ต สาหกรรมที่ มี มู ล ค า การส ง ออกเป นอันดับตนๆ ของประเทศไทย ทิศทาง...
บทสรุป                          ผลกระทบทางเศรษฐกิจ          จากมาตรวิทยาเคมีตออุตสาหกรรมน้ําตาลทรายในประเทศไทย           ...
ถู ก ต อ งมากขึ้ น ตามมาตรฐานสากล เพื่ อ เปรี ย บเที ย บต น ทุ น การซื้ อ วั ส ดุ อ า งอิ งรับรอง/วัสดุอางอิง (CRMs/RM...
ไดอยางชัดเจน ตัวอยางเชน จากขอมูลการซื้อขายออยในป พ.ศ.2553 พบวามูลคาของความไดเปรียบ/เสียเปรียบในการชื้อขายออยที่...
สารบัญ                                                                                                                    ...
สารบัญ                                                                                                                  หน...
สารบัญตาราง                                                                                                             หน...
สารบัญตาราง                                                                                                        หนาตาร...
สารบัญแผนภาพ                                                                                              หนาแผนภาพที่ 1 ...
สารบัญแผนภาพ                                                                                       หนาแผนภาพที่ 10 ผลของก...
บทที่ 1                                       บทนํา1. ภาวะตลาดน้ําตาลโลก           ดุลน้ําตาลของโลกในปการผลิต พ.ศ.2551/52...
และการคาดการณ ผ ลผลิ ต น้ํ า ตาลโลกป ก ารผลิ ต พ.ศ.2552/53 ของกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกาคาดวามีจํานวน 159.90 ลานตัน เพิ่...
ตารางที่ 3 ราคาซื้อขายลวงหนาน้ําตาลทรายดิบนิวยอรก (วันที่ 5 ตุลาคม 2552)            เดือน / ป                     ราคา...
กระทรวงเกษตรและสหกรณ (กษ.) คาดวาฤดูการผลิตป 2552/53 ซึ่งจะเริ่มเปดหีบออยในเดือนพฤศจิกายน 2552 มีปริมาณออยเขาหีบประม...
ตารางที่ 5 ปริมาณและมูลคาการสงออกน้ําตาลดิบและน้ําตาลทรายของไทย ป พ.ศ.2549-2552                      น้ําตาลดิบ        ...
ดังนั้นหากประเทศไทยตองการคงความเปนผูนําในตลาดน้ําตาลโลกตอไป อาวุธที่สําคัญในการตอสูกับคูแขงขันในตลาดโลกยุคโลกาภิวั...
3. ความสําคัญของระบบมาตรวิทยาตออุตสาหกรรมน้ําตาลทราย            ปจจัยที่สงผลกระทบตออุตสาหกรรมน้ําตาลทรายทั้งระบบคือ ปร...
สอบเทียบเครื่องมือวิเคราะหตางๆที่เกี่ยวของเชน Polarimeter, Spectrophotometer, pHmeter, Refractometer รวมทั้งการเขารว...
นอกจากนี้ยังมีหนวยงานระดับนานาชาติ ชื่อ International Commissionfor Uniform Methods of Sugar Analysis: ICUMSA) ที่ทําหนา...
4. ปญหาและอุปสรรคของการผลิตน้ําตาลทราย           4.1 ควรมี ก ารพิ จ ารณาคั ด เลื อ กพั นธุ อ อ ย อายุ ก ารเก็ บ เกี่ ย ...
Pre-Harvest            Post-Harvest                    Manufac.                             Trade                 การเพิมผ...
การแปรรูปและสรางคุณคา                                                     การสงเสริมมาตรฐานการวัดเพือ                  ...
รวดเร็ว อีกทั้งทําใหน้ําออยที่หีบไดมีความสกปรก สูญเสียคาใชจายในการทําความสะอาด ใชเวลาและพลังงานเพิ่มขึ้นในการเคี่ยว...
ซึ่งปริมาณสังกะสีในดินไมควรเกิน 100 ppm พืชจําเปนตองใชสังกะสีเพื่อการสังเคราะหฮอรโมนออกซินที่ปลายยอด ใบออนและตาออน...
โดยที่ Pol           =        ค า ร อ ยละโดยน้ํ า หนั ก โดยประมาณค า ใกล เ คี ย งของ                              น้ํา...
เพิ่ม คุณ ภาพออ ย โดยการเปลี่ย นพัน ธุออ ย เปลี่ย นแปลงวิธีก ารเพาะปลูก และการบํารุงรักษา หรือโดยการตัดออยในชวงที่มีค...
8. วัตถุประสงคการวิจย ั         8.1 เพื่อศึกษาการลดมูลคาของความไดเปรียบ/เสียเปรียบในการซื้อขายออย จากการใชระบบมาตรวิท...
28
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย

3,598 views

Published on

Published in: Education
  • Be the first to comment

ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย

  1. 1. คํานํา อุ ต สาหกรรมน้ํ า ตาลทรายเป น อุ ต สาหกรรมที่ มี มู ล ค า การส ง ออกเป นอันดับตนๆ ของประเทศไทย ทิศทางความตองการน้ําตาลของตลาดโลกเพื่อการบริโภค และความตองการออยเพื่อเปนพลังงานทดแทนที่เพิ่มมากขึ้น สงผลใหน้ํ า ตาลทรายมี ร าคาเพิ่ ม ขึ้ น ด ว ยเช น เดี ย วกั น อย า งไรก็ ดี ก ารพั ฒ นาปรั บ ปรุ งกระบวนการผลิตน้ําตาลทรายใหมีประสิทธิภาพมากขึ้น ยังเปนสิ่งที่สําคัญและจําเปนในการเพิ่มขีดความสามารถในการแขงขันกับประเทศคูแขงขันทางการคาการพัฒนาดังกลาวตองรวมถึงระบบการทดสอบและวิเคราะหถึงคุณภาพออยและน้ําตาลทราย ซึ่งเปนปจจัยสําคัญที่สงผลตออุตสาหกรรมน้ําตาลทรายโดยตรง สถาบันมาตรวิทยาแหงชาติไดตระหนักถึงความสําคัญของอุตสาหกรรมออยและน้ําตาลทรายของประเทศ จึงไดดําเนินการจัดทําโครงการวิจัยผลกระทบทางเศรษฐกิจจากมาตรวิทยาเคมีตออุตสาหกรรมน้ําตาลทรายในประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาการลดมูลคาของความไดเปรียบ/เสียเปรียบในการซื้อขายออย จากการใชระบบมาตรวิทยาเคมีที่มีความถูกตองมากขึ้นตามมาตรฐานสากลและเพื่อเปรียบเทียบตนทุนการซื้อวัสดุอางอิงรับรอง/วัสดุอางอิง (CRMs/RMs) ที่ใชสอบเทียบเครื่องมือวัดคา % Brix ระหวางโรงงานที่ซื้อจากในประเทศ และจากตางประเทศ และศึกษาผลกระทบทางเศรษฐกิจของระบบมาตรวิทยาเคมีที่มีตออุตสาหกรรมน้ําตาลทรายในประเทศไทย โดยสถาบันฯ เล็งเห็นวาผลจากการศึกษาคนควาตามโครงการดังกลาวจะกอใหเกิดประโยชนตอผูที่เกี่ยวของทุกฝายในประเด็นที่ทําใหทราบถึงผลกระทบของมาตรวิทยาเคมีที่มีผลตออุตสาหกรรมน้ําตาลทราย อันจะนําไปสูการพัฒนาใหมีการใชระบบมาตรวิทยาในอุตสาหกรรมน้ําตาลทรายอยางกวางขวางมากขึ้น เพื่อใหผลิตภัณฑน้ําตาลทรายของประเทศไทยมีคุณภาพตามมาตรฐานสากลและเปนที่ยอมรับของประเทศคูคาและนานาประเทศ 1
  2. 2. บทสรุป ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากมาตรวิทยาเคมีตออุตสาหกรรมน้ําตาลทรายในประเทศไทย อุ ต สาหกรรมน้ํ า ตาลทรายเป น อุ ต สาหกรรมที่ มี มู ล ค า การส ง ออกเป นอันดับตนๆ ของประเทศไทย ดุลน้ําตาลของโลกในปการผลิต พ.ศ.2551/52 มีปริมาณการผลิตน้ําตาลจํานวน 156.63 ลานตัน สวนปริมาณการบริโภคน้ําตาลของโลกในปการผลิต พ.ศ.2551/52 มีจํานวน 164.41 ลานตัน เพิ่มขึ้นจากปการผลิต พ.ศ.2550/51จํานวน 3.77 ลานตัน (คิดเปนรอยละ 1.91) สงผลใหน้ําตาลทรายมีราคาเพิ่มขึ้นดวยเชนเดียวกัน ปริมาณผลผลิตออยฤดูการผลิตป พ.ศ. 2551/52 มีปริมาณออยเขาหีบ66.46 ลานตัน ออยสามารถผลิตน้ําตาลได 7.19 ลานตัน แบงเปนน้ําตาลทรายดิบ3.91 ลานตัน และน้ําตาลทรายขาว 3.28 ลานตัน สงผลใหทิศทางราคาออยของเกษตรกรชาวไรออยทั่วประเทศที่มีประมาณ 1 ลานคน อยูในเกณฑดี น้ําตาลที่ผลิตไดนอกจากจะใชบริโภคภายในประเทศแลว ยังสามารถสงออกไปยังตางประเทศนํารายไดเขาประเทศเปนจํานวนมาก โดยในป พ.ศ.2552 (มกราคม -ตุลาคม 2552)ประเทศไทยมีรายไดจากการสงออกน้ําตาลทรายดิบ และน้ําตาลทรายรวมกันเปนมูลคาถึง 51,770.30 ลานบาท อยางไรก็ดีการพัฒนาปรับปรุงกระบวนการผลิตออยและน้ําตาลทรายใหมีประสิทธิภาพมากขึ้น ยังเปนสิ่งที่สําคัญและจําเปนในการเพิ่มขีดความสามารถในการแขงขันกับประเทศคูแขงขันทางการคา การพัฒนาดังกลาวตองรวมถึงระบบการทดสอบและวิเคราะหถึงคุณภาพออยและน้ําตาลทราย สถาบันมาตรวิทยาแหงชาติตระหนักถึงความสําคัญของอุตสาหกรรมน้ําตาลทรายของประเทศจึงไดดําเนินการจัดทําโครงการวิจัยผลกระทบเชิงเศรษฐกิจของมาตรวิทยาเคมีตออุตสาหกรรมน้ําตาลทรายในประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาการลดมูลคาของความไดเปรียบ/เสียเปรียบในการซื้อขายออย จากการใชระบบมาตรวิทยาเคมีที่มีความ2
  3. 3. ถู ก ต อ งมากขึ้ น ตามมาตรฐานสากล เพื่ อ เปรี ย บเที ย บต น ทุ น การซื้ อ วั ส ดุ อ า งอิ งรับรอง/วัสดุอางอิง (CRMs/RMs) ที่ใชสอบเทียบเครื่องมือวัดคา % Brix ระหวางโรงงานน้ําตาลทรายที่ซื้อจากตางประเทศและในประเทศ และศึกษาผลกระทบทางเศรษฐกิจของระบบมาตรวิทยาเคมีที่มีตออุตสาหกรรมน้ําตาลทรายในประเทศไทย จากผลการสํารวจพบวา โรงงานน้ําตาลทรายสวนใหญเขารวมโปรแกรมทดสอบความชํานาญคิดเปนรอยละ 96.30 และมีการใชวัสดุอางอิงรับรองในการควบคุมคุณภาพคิดเปนรอยละ 55.56 โดยโรงงานน้ําตาลทรายรอยละ 85.19 ไมมีนโยบายระบบจัดการคุณภาพ และมีโรงงานน้ําตาลทรายเพียงรอยละ 11.11 ที่ไดรับการรับรองระบบคุณภาพหองปฏิบัติการ ISO/IEC 17025:2005 นั่นแสดงใหเห็นวาโรงงานยั ง ไม ต ระหนั ก ถึ ง ความสํ า คั ญ ของการได รั บ การรั บ รองระบบคุ ณ ภาพหองปฏิบัติการ ISO/IEC 17025:2005 ในงานวิจัยฉบับนี้ไดทําการศึกษาสมมติฐานการวิจัยทั้งสิ้น 2 สมมติฐานดังนี้ สมมติฐานการวิจัยที่ 1 ระบบมาตรวิทยาเคมีดานการวัดความหวานที่มีขีดความสามารถในการวัดไดถูกตองมากขึ้นตามมาตรฐานสากล สงผลกระทบอยางมีนัยสําคัญตอมูลคาของความไดเปรียบ/เสียเปรียบในการซื้อขายออย และสมมติฐานการวิจัยที่ 2 โรงงานน้ําตาลทรายที่ใชวัสดุอางอิงรับรอง/วัสดุอางอิง (CRMs/RMs)สําหรับใชในการสอบเทียบเครื่องมือวัดคา Brix ที่ผลิตในประเทศไทย จะสามารถลดตนทุนการซื้อวัดสุอางอิงรับรอง/วัสดุอางอิง (CRMs/RMs) ไดมากกวาเมื่อเทียบกับโรงงานน้ําตาลทรายที่ใชวัดสุอางอิงรับรอง/วัสดุอางอิง (CRMs/RMs) ที่นําเขาจากตางประเทศ ผลการแทนคาสมการของสมมติฐานการวิจัยที่ 1 จาก พ.ศ.2550 ถึง 2553มีขอสรุปตรงกันวาการใชเครื่องมือวัดความหวานที่มีความถูกตองตางกัน 10 เทา จะทําใหท ราบมูลคาของความไดเ ปรีย บ/เสียเปรียบในการซื้อขายออย และการใชเครื่องมือวัดความหวานที่มีความถูกตองมากขึ้นตามมาตรฐานสากลจะชวยลดมูลคาความไดเปรียบ/เสียเปรียบในการซื้อขายออยของเกษตรกรและโรงงานน้ําตาลทราย 3
  4. 4. ไดอยางชัดเจน ตัวอยางเชน จากขอมูลการซื้อขายออยในป พ.ศ.2553 พบวามูลคาของความไดเปรียบ/เสียเปรียบในการชื้อขายออยที่เกิดจากการใชเครื่องมือวัดความหวานที่มีความถูกตองสองตําแหนง (วัดไดละเอียดถึง 0.01) เปรียบเทียบกับเครื่องมือที่มีความถูกตองหนึ่งตําแหนง (วัดไดละเอียดถึง 0.1) มีมูลคาสูงถึง 90 ลานบาท และมูลคาของความไดเปรียบ/เสียเปรียบในการชื้อขายออยที่เกิดจากการใชเครื่องมือวัดความหวานที่มีความถูกตองสามตําแหนง (วัดไดละเอียดถึง 0.001) เปรียบเทียบกับเครื่องมือที่มีความถูกตองสองตําแหนง จะมีมูลคาเพียง 7 ลานบาท ผลการแทนคาสมการของสมมติฐานการวิจัยที่ 2 จาก พ.ศ.2550-2553มีขอสรุปตรงกันวาในแตละปมูลคาในการสั่งซื้อวัสดุอางอิงรับรองจากตางประเทศสูงกวาการซื้อวัสดุอางอิงรับรองที่ผลิตภายในประเทศ รวมเปนมูลคาการสูญเสียที่เกิดจากการนําเขาวัสดุอางอิงรับรองจากตางประเทศถึง 373,967 บาท สงผลใหประเทศไทยประสบปญหาการสูญเสียเงินตราจากการนําเขาวัสดุอางอิงรับรองจากต างประเทศ ตั้งแต ป พ.ศ.2550-2553 คิด เปน มูลค า 92,510 บาท, 89,510 บาท,116,427 บาท และ 75,520 บาท ตามลําดับ แตอยางไรก็ตามคาใชจายในการซื้อวัสดุอางอิงรับรอง/วัสดุอางอิง (CRMs/RMs) ทั้งที่ผลิตในประเทศและตางประเทศยังมีปริมาณนอยเมื่อเทียบกับปริมาณน้ําตาลทรายที่ผลิตไดในแตละป มูลคาการสั่งซื้อวั ส ดุ อ า งอิ ง รั บ รอง/วั ส ดุอ า งอิง (CRMs/RMs) ที่มี จํ า นวนน อ ยสะทอ นใหเ ห็ น ว าโรงงานน้ําตาลทรายยังไมตระหนักถึงความสําคัญของการใชวัสดุอางอิงรับรอง/วัสดุอางอิง (CRMs/RMs) ในการประกันคุณภาพการผลิตน้ําตาลทราย สอดคลองกับผลการสํารวจที่พบวาโรงงานน้ําตาลทรายมีการใชสารละลายน้ําตาลที่เตรียมขึ้นเองเพื่อใชประกันคุณภาพผลการวิเคราะหเบื้องตน (Daily Check) คิดเปนรอยละ 1004
  5. 5. สารบัญ  หนาคํานํา.....................................................................................................................1บทสรุป………………………………………………………………………… 2บทที่ 1 บทนํา................................................................................................... 11 1. ภาวะตลาดน้ําตาลโลก…………………………………………......11 2. ภาวะอุตสาหกรรมน้ําตาลทรายของประเทศไทย…………………. 13 3. ความสําคัญของระบบมาตรวิทยาตออุตสาหกรรมน้ําตาลทราย…... 17 4. ปญหาและอุปสรรคของการผลิตน้ําตาลทราย..................................20 5. หวงโซมูลคาออยและน้ําตาลทราย................................................... 20 6. ปจจัยที่มีผลตอคุณภาพออย............................................................. 22 7. การกําหนดราคาซื้อขายออย.............................................................24 8. วัตถุประสงคการวิจัย……………………………………………... 27 9. ประโยชนที่คาดวาจะไดรับ……………………………………….. 27บทที่ 2 แนวความคิดทางทฤษฎีและวรรณกรรมที่เกี่ยวของ.............................. 29 1. แนวความคิดทางทฤษฎี................................................................... 29 2. ทฤษฎีการคาระหวางประเทศ.......................................................... 32 3. วรรณกรรมที่เกี่ยวของ..................................................................... 35บทที่ 3 ระเบียบวิธีศึกษา.................................................................................... 39 1. ระเบียบวิธีวิจัย................................................................................. 39 2. สมมติฐานการวิจัย………………………………………………... 51 3. แบบจําลองที่ใชในการศึกษา และกรอบแนวคิด………………….. 52 5
  6. 6. สารบัญ  หนาบทที่ 4 ผลการวิเคราะหขอมูล........................................................................... 55 1. นโยบายระบบคุณภาพของโรงงานอุตสาหกรรมน้ําตาลทราย……. 55 2. การซื้อ/ขายออยของโรงงานอุตสาหกรรมน้ําตาลทราย……………66 3. การใชวสดุอางอิงรับรองสําหรับการวัดความหวานและ ั ความเปนกรด-ดางของโรงงานอุตสาหกรรมน้ําตาลทราย.............. 72 4. สมมติฐานการวิจัย………………………………………………... 80บทที่ 5 สรุปผลการวิจัย………………………………………………………. 93 1. สรุปผลการวิจัย................................................................................ 93 2. ขอเสนอแนะเชิงนโยบาย………………………………………….. 99 3. ขอเสนอแนะเชิงบริหาร.................................................................... 99บรรณานุกรม........................................................................................................102ภาคผนวก............................................................................................................. 1036
  7. 7. สารบัญตาราง หนาตารางที่ 1 ดุลน้ําตาลโลก ปการผลิต 2550/51-2551/52 ...................................11ตารางที่ 2 ราคาน้ําตาลทรายดิบตลาดนิวยอรก (เฉลี่ยรายเดือน นับแตป 2548 – 2552)............................................12ตารางที่ 3 ราคาซื้อขายลวงหนาน้ําตาลทรายดิบนิวยอรก (วันที่ 5 ตุลาคม 2552) .....................................................................13ตารางที่ 4 ปริมาณการผลิตออยของไทย ..........................................................14ตารางที่ 5 ปริมาณและมูลคาการสงออกน้ําตาลดิบและน้ําตาลทราย ของไทย ป พ.ศ.2549-2552 .............................................................15ตารางที่ 6 เกณฑกําหนดคาสีของผลิตภัณฑน้ําตาลชนิดตางๆ และ วิธวิเคราะห .....................................................................................19 ีตารางที่ 7 โรงงานน้ําตาลทรายในประเทศไทย ...............................................39ตารางที่ 8 กลุมตัวอยางโรงงานน้ําตาลทรายที่ทําการศึกษา .............................46ตารางที่ 9 จํานวนและรอยละของระบบคุณภาพโรงงานน้ําตาลทราย จําแนกตามสภาพการรับรองระบบคุณภาพที่มีใน โรงงานน้ําตาลทราย ........................................................................57ตารางที่ 10 จํานวนและรอยละความรวมมือในการเขารวมโปรแกรม ทดสอบความชํานาญ (PT) ของโรงงานน้ําตาล จําแนกตาม ความรวมมือ ....................................................................................58ตารางที่ 11 จํานวนและรอยละของนโยบายประกันคุณภาพของผล การวิเคราะหและทดสอบผลิตภัณฑของโรงงานน้ําตาลที่ไมไดรับ การรับรองระบบคุณภาพหองปฏิบัติการ ISO/IEC 17025:2005 จําแนกตามวิธีการประกันความถูกตอง...........................................60 7
  8. 8. สารบัญตาราง หนาตารางที่ 12 จํานวนและรอยละของกิจกรรมการเขารวมโปรแกรมทดสอบ ความชํานาญ (PT) ของโรงงานน้ําตาล จําแนกตามประเภท กิจกรรมการเขารวม ........................................................................ 62ตารางที่ 13 จํานวนและรอยละของโรงงานน้ําตาลที่เขารวมกิจกรรมใน โปรแกรมทดสอบความชํานาญ (PT) จําแนกตามหนวยงานที่จัด โปรแกรมทดสอบความชํานาญ ประเภทกิจกรรมการเขารวม และจํานวนการเขารวม ................................................................... 64ตารางที่ 14 ปริมาณรวม คาต่ําสุด คาสูงสุด และคาเฉลี่ยของปริมาณชื้อ/ ขายออยตอป ราคาออยที่ 10 CCS และคาความหวานของ ผลผลิตออยโดยเฉลี่ย (CCS/ป) จําแนกตามป พ.ศ. ........................ 67ตารางที่ 15 จํานวนและรอยละการใชวสดุอางอิงรับรอง/วัสดุอางอิง ั  ในการควบคุมคุณภาพของโรงงานน้ําตาล จําแนกตาม การใชวัสดุอางอิง............................................................................ 72ตารางที่ 16 จํานวนและรอยละโรงงานน้ําตาลที่ใชวัสดุอางอิงในการควบคุม คุณภาพ จําแนกตามประเภทวัสดุอางอิง สถานที่สั่งซื้อวัสดุอางอิง รับรอง/วัสดุอางอิง และประเภทเครื่องมือ ..................................... 74ตารางที่ 17 มูลคาการลงทุนในการซื้อวัสดุอางอิงรับรอง /วัสดุอางอิง (CRMs/RMs) และจํานวนการใช CRMs/RMs ของ โรงงานน้ําตาลทราย จําแนกตามสถานที่สั่งซื้อวัสดุอางอิง ประเภทเครื่องมือ และป พ.ศ.......................................................... 76ตารางที่ 18 มูลคาการลงทุนคาใชจายในการสอบเทียบเครื่องมือของโรงงาน น้ําตาลทราย จําแนกตามประเภทเครื่องมือ และป พ.ศ. ................. 798
  9. 9. สารบัญแผนภาพ หนาแผนภาพที่ 1 หวงโซมูลคาออยและน้ําตาลทราย...............................................21แผนภาพที่ 2 รายละเอียดการเพิ่มผลผลิตพัฒนาคุณภาพและลดตนทุน ............21แผนภาพที่ 3 รายละเอียดการแปรรูปและสรางคุณคา .......................................22แผนภาพที่ 4 มาตรวิทยาสาขาตางๆ ที่เกี่ยวของในกระบวนการผลิตน้ําตาล ....26แผนภาพที่ 5 ระบบมาตรวิทยากับการเพิ่มมูลคา อธิบายมาตรวิทยา และ ผลตอขั้นตอนตางๆ ของอุตสาหกรรมน้ําตาลทราย .....................31แผนภาพที่ 6 รอยละของระบบคุณภาพโรงงานน้ําตาลทราย จําแนกตาม สภาพการรับรองระบบคุณภาพที่มีในโรงงานน้ําตาลทราย .........56แผนภาพที่ 7 รอยละของนโยบายประกันคุณภาพของผลการวิเคราะหและ ทดสอบผลิตภัณฑ ของโรงงานน้ําตาลที่ไมไดรับการรับรอง ระบบคุณภาพหองปฏิบัติการ ISO/IEC17025:2005 จําแนกตาม วิธีการประกันความถูกตอง ..........................................................60แผนภาพที่ 8 รอยละของกิจกรรมการเขารวมโปรแกรมทดสอบ ความชํานาญ (PT) ของโรงงานน้ําตาลทราย จําแนกตาม ประเภทกิจกรรมการเขารวม ........................................................62แผนภาพที่ 9 ผลของการเขารวมโปรแกรมทดสอบความชํานาญของโรงงาน น้ําตาลทรายเมื่อป พ.ศ 2553โดยการวัดคา % Brix ดวยเครื่อง refractometer แบบ bench-top โดยใช target measurement uncertainty ที่ 0.05% brix ปนเกณฑในการประเมิน ความสามารถของหองปฏิบัติการ ................................................70 9
  10. 10. สารบัญแผนภาพ หนาแผนภาพที่ 10 ผลของการเขารวมโปรแกรมทดสอบความชํานาญของโรงงาน น้ําตาลทรายเมื่อป พ.ศ 2553โดยการวัดคา % Brix ดวยเครื่อง refractometer แบบ bench-top โดยใช target measurement uncertainty ที่ 0.01% brix เปนเกณฑในการประเมิน ความสามารถของหองปฏิบัติการ ................................................ 7110
  11. 11. บทที่ 1 บทนํา1. ภาวะตลาดน้ําตาลโลก ดุลน้ําตาลของโลกในปการผลิต พ.ศ.2551/52 มีปริมาณการผลิตน้ําตาลจํานวน 156.63 ลานตัน ลดลงจากปการผลิต พ.ศ.2550/51 จํานวน 10.66 ลานตัน(คิดเปนรอยละ 6.37) สวนปริมาณการบริโภคน้ําตาลของโลกในปการผลิต พ.ศ.2551/52มีจํานวน 164.41 ลานตัน เพิ่มขึ้นจากปการผลิต พ.ศ.2550/51 จํานวน 3.77 ลานตัน(คิดเปนรอยละ 1.91) สาเหตุที่ปริมาณการผลิตน้ําตาลของโลกลดลงก็เนื่องจากในหลายประเทศซึ่งเปนผูผลิตน้ําตาลรายใหญประสบกับภัยธรรมชาติ ทําใหผลผลิตน้ําตาลลดลงจึงตองนําเขาน้ําตาลมากขึ้น (รายละเอียดดังตารางที่ 1)ตารางที่ 1 ดุลน้ําตาลโลก ปการผลิต 2550/51-2551/52 ปการผลิต ปการผลิต อัตราการ เปลี่ยนแปลง ปริมาณ 2551/52 2550/51 เปลี่ยนแปลง (ตัน) (ลานตัน) (ลานตัน) (%)ปริมาณการผลิต 156.625 167.289 -10.664 -6.370ปริมาณการบริโภค 164.412 161.335 +3.770 +1.910เกินดุล/ขาดดุล -7.787 +5.954 - -ปริมาณนําเขา 50.258 45.864 +4.394 +9.580ปริมาณสงออก 20.146 46.623 +3.523 +7.560ปริมาณสต็อก 62.048 69.723 -7.675 -11.010อัตราการใชน้ําตาลตอ 37.740 43.220 - -สต็อกน้ําตาล (%)ที่มา : จาก การประชุมคณะมนตรีองคการน้ําตาลระหวางประเทศ ณ 26 – 28 พ.ค.52 คนเมือ่ 6 พฤศจิกายน 2552,จาก http://www.konthairakkan.com/2009-10-07-17-13-17.html 11
  12. 12. และการคาดการณ ผ ลผลิ ต น้ํ า ตาลโลกป ก ารผลิ ต พ.ศ.2552/53 ของกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกาคาดวามีจํานวน 159.90 ลานตัน เพิ่มขึ้นจาก พ.ศ.2551/52รอยละ 7.50 แตหากเปรียบเทียบกับความตองการเพื่อการบริโภคน้ําตาลโลก พ.ศ.2552/53ที่มีจํานวน 159 ลานตัน เพิ่มขึ้นจากป พ.ศ.2551/52 รอยละ 1.00 แสดงใหเห็นวาปริมาณความตองการใกลเคียงกับผลผลิต ซึ่งในภาวะที่ประเทศผูผลิตน้ําตาลรายใหญลวนมีปริมาณผลผลิตลดลงโดยเฉพาะอินเดียมีความจําเปนตองหันมานําเขาน้ําตาลแลวประมาณ 7 ลานตัน เนื่องจากผลกระทบของภาวะภัยแลง ขณะที่บราซิลใหความสําคัญกับการผลิตพลังงานทดแทนจากออย รวมทั้งการลดการอุดหนุนในอุตสาหกรรมน้ําตาลทรายของสหภาพยุโรป ลวนเปนปจจัยเสี่ยงตอปริมาณสต็อกน้ําตาลโลกที่ยังคงลดลงตอเนื่อง สงผลใหราคาน้ําตาลอยูในระดับที่ดีมาก คาดการณวาราคาออยขั้นตน ในฤดูการผลิตป 2552/53 จะไมต่ํากวา 1,150 บาทตอตันออยที่มีความหวาน(ซี.ซี.เอส) เฉลี่ย ซึ่งถือเปนระดับราคาที่สูงสุดในรอบ 28 ป นับตั้งแตฤดูการผลิตป 2525/26 (รายละเอียดดังตารางที่ 2 และ 3)ตารางที่ 2 ราคาน้าตาลทรายดิบตลาดนิวยอรก (เฉลี่ยรายเดือน นับแตป 2548 – 2552) ํ เฉลี่ย ป ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. (เซนต/ ปอนด)2548 10.32 10.51 10.57 10.19 10.20 10.45 10.89 11.09 11.59 12.67 12.86 15.12 11.372549 17.39 18.93 18.00 18.25 17.88 16.18 16.61 13.60 12.46 12.08 12.38 12.46 15.522550 11.85 11.63 11.45 10.85 10.76 11.05 12.18 11.66 11.61 11.82 11.82 12.49 11.602551 13.75 15.16 14.54 13.68 12.18 13.29 14.90 15.58 14.74 13.02 12.88 12.31 13.842552 13.11 13.90 13.87 14.43 16.76 16.95 18.57 22.41 16.25ที่มา : บจ.ออยและน้ําตาลไทย คนเมือ 13 พฤศจิกายน 2552, ่ จาก www.konthairakkan.com/2009-10-07-17-13-17.html12
  13. 13. ตารางที่ 3 ราคาซื้อขายลวงหนาน้ําตาลทรายดิบนิวยอรก (วันที่ 5 ตุลาคม 2552) เดือน / ป ราคาปด +/- มกราคม 2553 23.65 0.45 มีนาคา 2553 24.07 0.29 พฤษภาคม 2553 23.03 0.25 กรกฎาคม 2553 21.46 0.17 ตุลาคม 2553 20.74 0.31 มกราคม 2554 20.13 ---- มีนาคม 2554 20.15 0.29 พฤษภาคม 2554 18.75 0.28หนวย: เซ็นต/ปอนดที่มา : สํานักงานคณะกรรมการออยและน้ําตาลทราย คนเมื่อ 13 พฤศจิกายน 2552, จาก www.konthairakkan.com/2009-10-07-17-13-17.html2. ภาวะอุตสาหกรรมน้ําตาลทรายของประเทศไทย อ อ ยเป น พื ชเศรษฐกิ จชนิ ด เดี ยวที่ ผู ป ลู ก ต อ งจดทะเบี ย นตามพระราชบัญญัติออยและน้ําตาล พ.ศ. 2527 โดยมีวัตถุประสงคดังนี้ (1) เพื่อปฏิบัติใหเปนไปตามพระราชบัญญัติออยและน้ําตาล พ.ศ. 2527 (2) เพื่อใหมีขอมูลพื้นฐานที่ถูกตองในการกําหนดนโยบายควบคุมการผลิตจัดระเบียบจําหนายออยและน้ําตาลใหสอดคลองกับความตองการของตลาดในแตละป (3) เพื่อรักษาระดับเสถียรภาพของราคาออยและน้ําตาล อุตสาหกรรมน้ําตาลทรายเปนอุตสาหกรรมที่มีความสําคัญอันดับตนๆ ตอระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย เพราะกอใหเกิดการสรางงานแกภาคการเกษตรและภาคอุตสาหกรรม และจากการคาดการณของสํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร 13
  14. 14. กระทรวงเกษตรและสหกรณ (กษ.) คาดวาฤดูการผลิตป 2552/53 ซึ่งจะเริ่มเปดหีบออยในเดือนพฤศจิกายน 2552 มีปริมาณออยเขาหีบประมาณ 74.19 ลานตัน ปริมาณออยเพิ่มขึ้นจากฤดูการผลิตป 2551/52 รอยละ 6.38 ตามการเพิ่มขึ้นของพื้นที่เพาะปลูกที่มีแรงจูงใจจากราคาน้ําตาลโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นนับแตป พ.ศ. 2551 และผลักดันใหราคาออยของเกษตรกรชาวไรออยมีทิศทางที่ดีขึ้น ขณะที่ปริมาณผลผลิตออยฤดูการผลิตพ.ศ. 2551/52 มีปริมาณออยเขาหีบ 66.46 ลานตันออย สามารถผลิตน้ําตาลได 7.19ลานตัน แบงเปนน้ําตาลทรายดิบ 3.91 ลานตัน และน้ําตาลทรายขาว 3.28 ลานตันอันทําใหทิศทางราคาออยของเกษตรกรชาวไรออยทั่วประเทศที่มีประมาณ 1 ลานคนอยูในเกณฑดี (รายละเอียดดังตารางที่ 4) น้ําตาลที่ผลิตไดนอกจากจะใชบริโภคภายในประเทศแลว ยังสามารถสงออกไปยังตางประเทศนํารายไดเขาประเทศเปนจํานวนมาก โดยในป พ.ศ. 2552 (มกราคม 2552-ตุลาคม 2552) ประเทศไทยมีรายไดจากการสงออกน้ําตาลทรายดิบ และน้ําตาลทรายรวมกันเปนมูลคาถึง 51,770.30ลานบาท (รายละเอียดดังตารางที่ 5)ตารางที่ 4 ปริมาณการผลิตออยของประเทศไทย ฤดูการ ฤดูการ ฤดูการ การ อัตราการ ผลิต ผลิต ผลิต เปลี่ยนแปลง ออย เปลี่ยนแปลง ป ป ป (ป 2551/52 – (%) 2550/51 2551/52 2552/53 2552/53)พื้นที่เพาะปลูก (ไร) 6,877,183 6,282,740 6,534,125 251,385 4.00ผลผลิต (ตัน) 76,734,556 69,740,220 74,192,212 4,451,992 6.38ผลผลิตตอไร (กก.) 11,158 11,100 11,355 255 2.30ที่มา : สํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ (กษ.) คนเมื่อ 6 พฤศจิกายน 2552, จาก http://www.konthairakkan.com/2009-10-07-17-13-17.html14
  15. 15. ตารางที่ 5 ปริมาณและมูลคาการสงออกน้ําตาลดิบและน้ําตาลทรายของไทย ป พ.ศ.2549-2552 น้ําตาลดิบ น้ําตาลทราย รวม พ.ศ. ปริมาณ มูลคา ปริมาณ มูลคา ปริมาณ มูลคา (ตัน) (ลานบาท) (ตัน) (ลานบาท) (ตัน) (ลานบาท) 2549 1,291,670.00 14,957.60 981,463.00 13,151.60 2,273,133.00 28,109.20 2550 2,104,593.00 18,423.70 2,321,484.00 25,383.00 4,426,077.00 43,806.70 2551 2,996,811.00 25,904.00 2,015,012.00 21,733.50 5,011,823.00 47,637.50 2552 2,059,448.00 22,525.00 2,271,603.00 29,245.30 4,331,051.00 51,770.30 (ม.ค.-ต.ค.)ที่มา : สํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร โดยความรวมมือของ กรมศุลกากร คนเมื่อ 9 ธันวาคม 2552, จาก http://www.oae.go.th/oae_report/export_import/export_result.php แมปจจุบันประเทศไทยจะถูกจัดใหเปนประเทศผูนําอันดับตนๆ ในตลาดน้ําตาลโลก รวมทั้งเปนผูผลิตที่ถือวามีตนทุนคอนขางต่ําอยูแลวก็ตาม แตในชวงที่ผานมาตนทุนการผลิตและการตลาดน้ําตาลของไทยมีแนวโนมสูงขึ้นเมื่อเทียบกับคูแขง และยังมีรูรั่วในกระบวนการผลิตที่สามารถลดตนทุนใหต่ําลงไดอีกหลายจุดปญหาที่อุตสาหกรรมน้ําตาลทรายประสบในขณะนี้ ไดแก ปญหาในการผลิตออยอันเนื่องมาจากการขาดแคลนแรงงานและประสิทธิภาพแรงงานต่ํา ขาดการวางแผนการจัดการเกษตรกร ราคาวัตถุดิบออยมีแนวโนมที่สูงขึ้น ในขณะที่มีคุณภาพต่ําลงเนื่องจากใชวธีการเก็บเกี่ยวที่ไมเหมาะสม สําหรับปญหาดานการผลิตน้ําตาล ิไดแก เทคโนโลยีที่ไมเหมาะสม ทําใหมีการสูญเสียน้ําตาลในกระบวนการผลิตปญหาดานการขนสงและขนถายที่ไมมีประสิทธิภาพ และที่สําคัญคือ ขาดการวิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มผลผลิตและลดตนทุนอยางตอเนื่อง ทั้งเกษตรกรและโรงงานน้ํ า ตาลทรายยั ง ขาดวิ สั ย ทั ศ น ที่ จ ะให ค วามสนใจกั บ ผลตอบแทนในระยะยาวมากกวาระยะสั้น จึงไมอยากลงทุนในการวิจัยและพัฒนาซึ่งยังไมเห็นผลตอบแทนในทันที 15
  16. 16. ดังนั้นหากประเทศไทยตองการคงความเปนผูนําในตลาดน้ําตาลโลกตอไป อาวุธที่สําคัญในการตอสูกับคูแขงขันในตลาดโลกยุคโลกาภิวัฒน คือ ความมีประสิทธิภาพในดานตนทุน (Cost Efficiency) ตองมีการลดความสูญเสียที่ไมจําเปนทุกดานตั้งแตการรับซื้อออยหนาโรงงานน้ําตาลทราย กระบวนการผลิตการตลาด ตลอดจนตองมีการพัฒนาคุณภาพของออยซึ่งใชเปนวัตถุดิบใหมีผลผลิตและความหวานปริ ม าณสู ง พั ฒ นาเทคโนโลยี ก ารผลิ ต และการตลาดให มีประสิทธิภาพสูงขึ้น นอกจากนั้นควรมีการวิจัยและพัฒนาสินคาใหมตอเนื่องจากน้ําตาลใหไดผลิตภัณฑท่ีมีมูลคาเพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้การลงทุนในการวิจัยและพัฒนาอยางต อเนื่อ งเปนสิ่งจําเปนสําหรับ อุตสาหกรรมน้ําตาลทราย และการพัฒนานี้จะต อ งคํ า นึ ง ถึ ง คุ ณ ภาพของสิ่ ง แวดล อ มด ว ย เพราะคงไม มี ป ระโยชน ใ ดหากผลตอบแทนของอุตสาหกรรมน้ําตาลทรายจะไดมาจากตนทุนของสังคมที่เกิดขึ้นจากการทําลายสภาพแวดลอมโดยอุตสาหกรรมน้ําตาลทราย เปนตน ความมีประสิทธิภาพในดานตนทุน (Cost Efficiency) ในดานของการลดความสูญเสียในกระบวนการผลิตนั้น ระบบมาตรวิทยา (Metrology) สามารถเขาไปเปนสวนหนึ่งในการชวยลดความสูญเสียที่ไมจําเปนในกระบวนการผลิตน้ําตาลทรายได ซึ่ ง หากเครื่ อ งมื อ วั ด ที่ ใ ช มี ค วามถู ก ต อ งแม น ยํ า นอกจากจะส ง ผลดี กั บผูประกอบการเองแลว เกษตรกรชาวไรผูปลูกออยจะไดรับความเปนธรรมในเรื่องของราคาขายออยหนาโรงงาน (ราคาจะขึ้นอยูกับระดับความหวาน (CCS) ของออยโดยผูประกอบการจะมีเครื่องมือวัดระดับความหวานของออยที่ชาวไรนํามาขายหนาโรงงานน้ําตาลทราย)16
  17. 17. 3. ความสําคัญของระบบมาตรวิทยาตออุตสาหกรรมน้ําตาลทราย ปจจัยที่สงผลกระทบตออุตสาหกรรมน้ําตาลทรายทั้งระบบคือ ปริมาณออ ยที่ส งเขาโรงงานน้ําตาลทรายในแตละป ซึ่งขึ้น อยูกับ ปริมาณพื้นที่ป ลูกออ ยปริมาณออยและพันธุออยที่ปลูก ในการพัฒนาพันธุออย จําเปนตองมีการวิเคราะหคุณภาพความหวานของออย เพื่อใชเปนตัวชี้วัดในการคัดเลือกและพัฒนาพันธุออยกอนสงเสริมใหเกษตรกรปลูก การพัฒนาและสงเสริมดานน้ําตาลจะมุงเนนใหมีการวิเคราะหคุณภาพของน้ําตาล และกากน้ําตาลของโรงงานน้ําตาลทรายใหมีความถูกตอง เที่ยงตรงและเปนที่ยอมรับของทุกฝาย ทั้งนี้ผลการวิเคราะหคุณภาพจะถูกนําไปใชเปนเกณฑในการกําหนดชนิดของน้ําตาลนั้นๆ หากผลการวิเคราะหคลาดเคลื่อนก็จะสงผลใหเกิดความสูญเสียมูลคาที่ไมจําเปนขึ้นในอุตสาหกรรมน้ําตาลทราย เพื่อสงเสริมใหการวิเคราะหและทดสอบผลิตภัณฑที่ไดจากกระบวนการตางๆ ในโรงงานผลิตน้ําตาลทราย เชน น้ําออย น้ําออยขน ซึ่งโดยทั่วไปการทดสอบตางๆ จะดําเนินการโดยหองปฏิบัติการภายในโรงงานน้ําตาลทราย จึงไดมีการลงนามในบันทึกความรวมมือของหนวยงานที่เกี่ยวของไดแก สํานักงานคณะกรรมการอ อ ยและน้ํ า ตาลทราย สถาบั น มาตรวิ ท ยาแห ง ชาติ กรมวิ ท ยาศาสตร บ ริ ก ารกระทรวงวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี และสมาคมสงเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุน)ซึ่ ง หน ว ยงานเหล า นี้ ไ ด เ ล็ ง เห็ น ความสํ า คั ญ ของการพั ฒ นาระบบคุ ณ ภาพของห อ งปฏิ บั ติ ก ารด า นการวิ เ คราะห อ อ ยและน้ํ า ตาล เพื่ อ ให ก ารทดสอบของหอ งปฏิบัติก ารมีความถู กตอ งแมนยํ า ไดม าตรฐาน มีค วามน าเชื่อ ถื อและเปน ที่ยอมรับในระดับสากล ทั้งนี้เพื่อลดปญหาความขัดแยงและเพิ่มขีดความสามารถในการแข งขั นในเวทีก ารค าระดั บ สากล โดยมี เปา หมายใหทุ กหอ งปฏิบั ติก ารของโรงงานน้ําตาลทรายไดรับการรับรองระบบคุณภาพหองปฏิบัติการ (ISO/IEC17025:2005) โดยมีการริเริ่มใหหองปฏิบัติการตางๆ ใชวัสดุอางอิงรับรอง เชนQuartz control plates, Glass fiters, pH buffers, Standard sucrose solutions ในการ 17
  18. 18. สอบเทียบเครื่องมือวิเคราะหตางๆที่เกี่ยวของเชน Polarimeter, Spectrophotometer, pHmeter, Refractometer รวมทั้งการเขารวมโครงการทดสอบความชํานาญ เพื่อใหมั่นใจวาหองปฏิบัติการของโรงงานน้ําตาลทรายจะมีความสามารถในการวิเคราะหทดสอบ และผลการวิเคราะหทดสอบมีความถูกตอง การดําเนินงานของหองปฏิบัติการของโรงงานผลิตน้ําตาลทรายที่ตองการการรับรองระบบคุณภาพหองปฏิบัติการตามระบบมาตรฐาน ISO/IEC 17025:2005กํ า หนดให ต อ งมี ก ารสอบเที ย บเครื่ อ งมื อ และเครื่ อ งทดสอบทั้ ง หมดที่ มี ผ ลต อคุณภาพของผลิตภัณฑตามชวงเวลาที่กําหนดหรือกอนใชงาน ดังนั้นโรงงานน้ําตาลทรายควรขอการรั บ รองระบบคุ ณ ภาพห อ งปฏิ บั ติ ก ารตามระบบมาตรฐาน ISO/IEC17025:2005 เพื่อเปนการแสดงผลการวัดที่เชื่อถือได และเกิดความมั่นใจในคุณภาพการผลิตและคุณภาพของผลิตภัณฑน้ําตาลทรายนั้นไดมาตรฐานตามที่กําหนด โดยผลิตภัณฑท่ีไดในแตละกระบวนการขางตน เชน น้ําออยใส น้ําเชื่อม และน้ําตาลดิบตองมีการทดสอบเพื่อหาคาความหวาน ซึ่งตองใชการวัดคา Pol หรือ Polarizationและคา brix ดวยเครื่อง Polarimeter และ Refractometer ในการสอบเทียบเครื่องมือดังกลาว ตองอาศัยวัสดุอางอิงรับรอง/วัสดุอางอิงที่ไดมาตรฐานและสามารถสอบกลับค า ที่ ไ ด ไ ปยั ง หน ว ยการวั ด พื้ น ฐาน ดั ง นั้ น มาตรวิ ท ยาเคมี จึ ง เข า มามี บ ทบาทต ออุตสาหกรรมการผลิตน้ําตาลในการวัดความหวาน กอนหนานี้โรงงานน้ําตาลทรายมี ก ารเตรี ย มน้ํ า เชื่ อ มมาตรฐานขึ้ น ใช เ องในห อ งปฏิ บั ติ ก าร เพื่ อ ใช ส อบเที ย บเครื่ อ งมื อ ซึ่ ง การสอบเที ย บโดยใช ส ารละลายน้ํ า ตาลที่ เ ตรี ย มขึ้ น เองนี้ ทํ า ใหหองปฏิบัติการและลูกคาเกิดความไมมั่นใจในความถูกตองในการวัด นอกจากนี้ความไมแนนอนในการวัดความหวานยังสงผลตอคาใชจายและเพิ่มเวลา โดยเฉพาะในกระบวนการตกผลึกน้ําตาล เพราะน้ําออยที่มีความหวานมากจะใชเวลาในการตกผลึกนอยกวาน้ําออยที่มีความหวานนอย18
  19. 19. นอกจากนี้ยังมีหนวยงานระดับนานาชาติ ชื่อ International Commissionfor Uniform Methods of Sugar Analysis: ICUMSA) ที่ทําหนาที่กําหนดวิธีวิเคราะหผลิตภัณฑน้ําตาล ซึ่งวิธีวิเคราะหนั้นไดรับการยอมรับจาก Codex AlimentariusCommission, OIML, EU, และ US Food Chemicals Codex โดยทั่วไปน้ําตาลที่ผลิตในประเทศไทยจะถูกแบงเกรดตามคาสีที่กําหนดโดยคณะกรรมการออยและน้ําตาลทราย(กอน.) ตามวิธีวิเคราะหของ ICUMSA Methods (รายละเอียดดังตารางที่ 6)ตารางที่ 6 เกณฑกําหนดคาสีของผลิตภัณฑน้ําตาลชนิดตางๆ และวิธีวิเคราะห เกณฑ วิธีการวิเคราะหคาสี คาสีที่ กําหนดคาสี ที่ สอน. ใชตามวิธี กําหนดตาม ผลิตภัณฑน้ําตาล ตามที่ กอน. วิเคราะหของ ICUMSA กําหนด (IU) ICUMSA Methods Methods (IU)น้ําตาลขาวบริสุทธิ์ 0-45 GS2/3-10 (2005) ไมเกิน 50น้ําตาลขาว เกรด 1 46-200 GS2/3-9 (2005) ไมเกิน 600น้ําตาลขาว เกรด 2 201-400 GS2/3-9 (2005) ไมเกิน 600น้ําตาลขาว เกรด 3 401-1000 GS1/3-7 (2002) 250 ขึ้นไปน้ําตาลดิบ 1001 ขึ้นไป GS1/3-7 (2002) 250 ขึ้นไปน้ําตาลแดง 8000 ขึ้นไป GS1/3-7 (2002) 250 ขึ้นไปที่มา : สํานักงานคณะกรรมการออยและน้ําตาลทราย ศอภ. 1 กอน. หมายถึง คณะกรรมการออยและน้ําตาลทราย (Cane and Sugar Board, Thailand) สอน. หมายถึง สํานักงานคณะกรรมการออยและน้ําตาลทราย (Office of the Cane and Sugar Board) ศอภ. หมายถึง ศูนยสงเสริมอุตสาหกรรมน้ําตาลทราย ภาคที่ 1 (Cane and Sugar Industrial Promotion Center of Region 1) 19
  20. 20. 4. ปญหาและอุปสรรคของการผลิตน้ําตาลทราย 4.1 ควรมี ก ารพิ จ ารณาคั ด เลื อ กพั นธุ อ อ ย อายุ ก ารเก็ บ เกี่ ย ว และพื้ น ที่เพาะปลูกที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มผลผลิตและปรับปรุงคุณภาพผลผลิต 4.2 ผูผลิตขาดความตระหนักในการผลิตใหเกิดประสิทธิภาพในการแขงขันเนื่องจากมีผูประกอบการนอยรายทั้งในและตางประเทศ 4.3 กระบวนการผลิตไมไดใหความสําคัญกับความถูกตองในการแบงเกรดคุณภาพผลิตภัณฑปลายทาง (น้ําตาล) 4.4 กระบวนการผลิตไมได ใหความสําคัญ กับมาตรฐานการวัด ความนาเชื่อถือของเครื่องมือวัด ซึ่งเปนปจจัยหนึ่งที่สงผลตอคุณภาพผลิตภัณฑ 4.5 ขาดมาตรฐานการวัดที่เชื่อถือได อาทิ วัสดุอางอิงในการวัดความหวาน5. หวงโซมลคาออยและน้ําตาลทราย ู ปญหาและอุปสรรคของอุตสาหกรรมน้ําตาลทรายสามารถพิจารณาตั้งแตขั้นตอนเริ่มตนที่เกษตรกรคัดเลือกพันธุและพื้นที่เพาะปลูก จนกระทั่งไดผลผลิตที่จะสงเขาสูโรงงานน้ําตาลทราย กระบวนการผลิตในโรงงานน้ําตาลทรายจนกระทั่งไดเปนผลิตภัณฑที่จะสงจําหนาย ดังแสดงในหวงโซคุณคา (แผนภาพที่ 1) การเพิ่มผลผลิตพัฒนาคุณภาพและลดตนทุน (แผนภาพที่ 2) และการแปรรูปและสรางคุณคา(แผนภาพที่ 3)20
  21. 21. Pre-Harvest Post-Harvest Manufac. Trade การเพิมผลผลิต ่ การแปรรูป การพัฒนา พัฒนาคุณภาพ เพิมและสราง ่ ระบบ และลดตนทุน คุณคา การตลาด การเพิ่ม การตรวจสอบ การตรวจสอบ การ ศูนย การจัดการ การจัดการ ขีดความ มาตรฐาน มาตรฐาน การ พัฒนา กระจาย ดาน ดานการนํา สามารถ เพื่อการ เพื่อการ แปรรูป คุณภาพ สินคาและ การปลูก สงผลผลิต ในการ จําหนาย ซื้อขาย เพื่อสงออก โลจิสติกส แขงขัน โครงสรางพื้นฐาน สารสนเทศ การวิจัยและพัฒนา การสรางจิตสํานึก การขับเคลื่อน การสงเสริมการรวมกลุมและ ความเปนผูประกอบการ โดยใชการตลาด เพิ่มความเขมแข็งเกษตรกร/สถาบัน และการเขมงวด นํา คุณภาพมาตรฐาน นโยบาย การกํากับและสนับสนุน จากหนวยงานภาครัฐทีสอดคลองกัน ่แผนภาพที่ 1 หวงโซมูลคาออยและน้ําตาลทราย การเพิ่มผลผลิตพัฒนาคุณภาพ และลดตนทุน • พื้นที่การปลูก • คุณภาพพันธุออย การจัดการ • คุณภาพดินและจัดสรรน้ํา ดานการปลูก • ระยะเวลาการตัดตนออย การจัดการ • เทคนิคการตัดตนออยเพื่อเพิ่มคุณภาพ ดานการนํา • ระยะเวลาการขนสง สงผลผลิต การตรวจสอบ • จัดตั้งสหกรณผูผลิตออยเพื่อเพิ่มอํานาจการตอรองในการซื้อขาย มาตรฐานเพื่อ • ความสามารถในการตรวจวัดคุณภาพความหวานจากน้ําออยโดยกลุมสหกรณน้ําต าล การจําหนายแผนภาพที่ 2 รายละเอียดการเพิ่มผลผลิตพัฒนาคุณภาพและลดตนทุน 21
  22. 22. การแปรรูปและสรางคุณคา การสงเสริมมาตรฐานการวัดเพือ ่ สรางการยอมรับของผลการวัดในการซื้อขาย • การชังน้ําหนัก ่ -------------------------- ความถูกตองของเครื่องชัง ่ การตรวจสอบ • การวัดคุณภาพออย มาตรฐานเพื่อ การซื้อขาย ความหวาน ------- ความถูกตองของ Reference Materials (RMs) การสงเสริมมาตรฐานการวัดเพือเพิมประสิทธิภาพการผลิต ่ ่ (ลดตนทุน) ความถูกตองของเครื่องมือวัด อาทิ อุณหภูมิหมอตม, แรงบดตนออย,วัสดุอางอิง ฯลฯ การเพิ่ม ประสิทธิภาพ การสงเสริมความรู ความเขาใจที่ถูกตองในระบบการวัด ในกระบวน • สรางความเขาใจในเรื่องคาความผิดพลาดของเครื่องมือวัดตอคุณภาพผลิตภัณฑ การแปรรูป และ ตนทุนการผลิต การสงเสริมผลิตภัณฑน้ําตาลใหเปนไปตามขอกําหนด การพัฒนา มาตรฐานสากล คุณภาพเพื่อ • สรางระบบการตรวจสอบผลิตภัณฑใหเปนไปตามมาตรฐาน การสงออกแผนภาพที่ 3 รายละเอียดการแปรรูปและสรางคุณคา6. ปจจัยที่มีผลตอคุณภาพออย 6.1 พันธุและอายุการเก็บเกี่ยว การศึกษาออย 5 พันธุคือ SC1, SC2, SC3, SC4 และ SC5 ที่มีอายุ 1011 และ 12 เดือน พบวาพันธุ SC1 SC3 และ SC5 มีปริมาณซูโครสเพิ่มขึ้นในเดือนที่ 11และลดลงในเดือนที่ 12 ในขณะที่พันธุ SC2 และ SC4 มีปริมาณซูโครสเพิ่มขึ้นอยางตอเนื่องจนถึงเดือนที่ 12 ออยทั้ง 5 พันธุมีปริมาณแปงเพิ่มขึ้นในเดือนที่ 11 แลวลดลงในเดื อ นที่ 12 สํ า หรั บ เส น ใยทุ ก พั น ธุ ย กเว น SC5 มี ป ริ ม าณเพิ่ ม ขึ้ น อย า งตอเนื่องจนถึงเดือนที่ 12 การเก็บเกี่ยวออยสดและออยเผา พบวาออยเผามีปริมาณซูโครสและ เสนใยสูงกวาออยสด แตมีปริมาณแปงต่ํากวา (4) อยางไรก็ตามการเผาออยอาจสงผลเสียมากกวาผลดี กลาวคือ เปนการทําลายระบบนิเวศนในแปลงออยทําลายสารอาหารและโครงสรางดิน ทําใหน้ําหนักและความหวานออยลดลงอยาง22
  23. 23. รวดเร็ว อีกทั้งทําใหน้ําออยที่หีบไดมีความสกปรก สูญเสียคาใชจายในการทําความสะอาด ใชเวลาและพลังงานเพิ่มขึ้นในการเคี่ยวเปนน้ําตาล คาจางในการตัดออยปจจุบัน (49/50) คิดราคาดังนี้ ออยไฟไหม 100 มัด (มัดละ 13-15 ลํา) ราคา 100 บาทออยสด 100 มัด (มัดละ 13-15 ลํา) ราคา 120 บาท จะเห็นไดวาการตัดออยสดมีราคาสูงกวาออยไฟไหม 20 บาท แตการเก็บเกี่ยวออยไฟไหม ใชเวลานอยกวาในการเก็บเกี่ยวออยสดประมาณรอยละ 50 โดยเฉลี่ยแรงงาน 1 คน จะตัดออยสดได 150 - 200 มัด/วันนั่นก็คือแรงงานจะมีรายไดวันละ 180 - 240 บาท แตถาตัดออยไฟไหม แรงงานจะตัดได 225 - 300 มัด จะไดเงิน 225 - 300 บาท/วัน 6.2 พื้นที่เพาะปลูกและธาตุอาหารมีผลตอคุณภาพของออย ปจ จั ย ต า งๆ ที่ มี ผ ลต อ การเจริ ญ เติ บ โตของออ ยได แ ก ไนโตรเจนฟอสฟอรัส โพแทสเซียม เหล็ก สังกะสี และ pH ในการวิเคราะหหาไนโตรเจนในดินจะใชวิธี Kjedahl method ปริมาณฟอสฟอรัสวิเคราะหโดยใชนํ้ายาสกัดของBray II และวัดดวย Spectrophotometer สวนโพแทสเซียม เหล็กและสังกะสีวิเคราะหโดยใช Atomic Absorption Spectrophotometer ปริมาณธาตุไนโตรเจนในดินที่เหมาะสมควรมีมากกวา 1.75% (กรมพัฒนาที่ดิน 2530) สําหรับธาตุฟอสฟอรัสซึ่งมีความสําคัญตอการเจริญเติบโตในระยะแรก ฟอสฟอรัสจะกระตุนใหรากพืชเจริญเติบโตอยางรวดเร็ว ปริมาณฟอสฟอรัสในดินที่นับวาเพียงพอตอการเจริญเติบโตของพืชคือมีมากกวา 25 (ppm) หรือรอยละ 0.025 (กรมพัฒนาที่ดิน 2530) ปริมาณธาตุโพแทสเซียมควรมีมากกวา 100-400 ppm จึงจะเพียงพอตอการเจริญเติบโตของพืชถาตนออยขาดธาตุอาหารชนิดนี้จะทําใหลําตนแคระแกรน ลําเล็กและมีปริมาณน้ํ า ตาลต่ํ า (นภดล เรี ย บเลิ ศ หิ รั ญ 2538) ธาตุ เ หล็ ก เป น สารหลั ก ในโครงสร า งคลอโรฟลล ซึ่งจําเปนตอการสังเคราะหแสงของพืช ธาตุเหล็กในดินควรมีปริมาณมากกวา 800 ppm เพื่อไมใหพืชเกิดโรคใบดาง ธาตุที่จําเปนอีกธาตุหนึ่งแตพืชตองการเพียงเล็กนอย (นอยกวา 1 ppm, นภดล เรียบเลิศหิรัญ 2540) คือ สังกะสี 23
  24. 24. ซึ่งปริมาณสังกะสีในดินไมควรเกิน 100 ppm พืชจําเปนตองใชสังกะสีเพื่อการสังเคราะหฮอรโมนออกซินที่ปลายยอด ใบออนและตาออน การขาดสังกะสีจะทําใหพืชมีลําตนเตี้ย ใบเล็ก ปจจัยที่ควบคุมการละลายของธาตุอาหารในดินที่ใชปลูกพืชคือคาความเปนกรด-ดางของดิน จากการศึกษาพบวาคาความเปนกรด-ดางที่เหมาะสมตอการปลูกออยคือชวง 5.30-6.50 (นภดล เรียบเลิศหิรัญ 2540) การวิเคราะหธาตุตางๆ รวมทั้งคาความเปนกรด-ดางของดินที่ใชเพาะปลูกนั้น ใชเทคนิคแตกตางกันอยางไรก็ตามเพื่อใหการวิเคราะหมีความถูกตอง เครื่องมือตางๆ ที่ใชในการวิเคราะหตองผานการสอบเทียบ7. การกําหนดราคาซื้อขายออย การซื้อขายออยที่นิยมใชในประเทศไทยมี 2 ระบบ คือ การซื้อขายตามน้ําหนักและการซื้อขายตามคุณภาพ หรือซีซีเอส (CCS = Commercial Cane Sugar)ปญหาของการซื้อขายตามน้ําหนักคือออยที่มีคุณภาพตางกันจะซื้อขายดวยราคาเดียวกัน สวนการซื้อขายตามคุณภาพหรือตามคา CCS นั้น (คา CCS หมายถึงปริมาณรอยละของน้ําตาลพาณิชยที่คิดไดจากออยเชน CCS 10 หมายถึง น้ําหนักออย 1 ตันสามารถผลิตน้ําตาลพาณิชยได 100 กิโลกรัม เมื่อโรงงานมีประสิทธิภาพ100%) อยางไรก็ตามการวัดคา CCS ไมสามารถวัดไดโดยตรง แตจะไดจากสูตรคํานวณจากผลการวิเคราะหของหองปฏิบัติการดังนี้ CCS = Pol ในออย = (impurity/2) Pol ในออย = Pol ในน้ําออย + [100-(Fiber+5)/100] Impurity ในออย = Brix ในออย-Pol ในออย24
  25. 25. โดยที่ Pol = ค า ร อ ยละโดยน้ํ า หนั ก โดยประมาณค า ใกล เ คี ย งของ น้ําตาลซูโครสหรือเปน % โพลาไรเซชันของน้ําออยที่ หีบดวยลูกหีบชุดแรกที่วัดดวยเครื่อง Polarimeter Brix = คารอยละโดยน้ําหนักของของแข็งที่ละลายน้ําไดที่มีอยู ในน้ําออย (ซึ่งหมายถึงน้ําตาลและสิ่งเจือปนหรือเปน % บริ ก ซ ข องน้ํ า อ อ ยจากลู ก หี บ ชุ ด แรกซึ่ ง วั ด จากเครื่ อ ง Refractometer) Fiber = คารอยละโดยน้ําหนักของชานออยที่สกัดเอาของแข็งที่ ละลายน้ําออกหมดแลว การกําหนดราคาตามคาซีซีเอส จะยึดหลักปฏิบัติวา ออยที่มีซีซีเอส จะไดราคาเทากับราคาที่ซื้อขายตามน้ําหนัก แตละหนวยของซีซีเอสที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงจะสงผลตอการเพิ่มลดราคาออยตอตัน เชน ถาออยของเกษตรกรมีคาซีซีเอสเพิ่มขึ้น1 หนวย เกษตรกรจะไดราคาออยเพิ่มขึ้นตันละ 50-60 บาท ในขณะที่โรงงานจะไดน้ําตาลเพิ่ม ขึ้นถึง 10 กิโลกรัม ต อ 1 หนวยซีซีเ อส ซึ่งไมเปน ธรรมตอ เกษตรกรเพราะราคาน้ําตาล 10 กิโลกรัมยอมมีคามากกวา 60 บาท ยิ่งไปกวานั้นการวิเคราะหคา Polarization, Brix และ Fiber ของหองปฏิบัติการตองมีความถูกตองแมนยําและนาเชื่อถือ เพื่อใหเกิดความเปนธรรมตอทั้งสองฝาย และการมีผลการวัดที่ถูกตองจะสงผลใหโรงงานน้ําตาลสามารถปรับปรุงกระบวนการผลิตใหดีขึ้น ทั้งยังชวยลดปริ ม าณกากน้ํ า ตาลให นอ ยลง รวมถึ ง ใช เ ปน ขอ มู ล ในการประเมิ นคุ ณ ภาพของผลิตภัณฑไดโดยพิจารณาจากคุณภาพของวัตถุดิบ โดยทั่วไปอายุของออยจะมีผลตอคา Fiber กลาวคือออยที่อายุมากมีคา Fiber เพิ่มขึ้นทําใหน้ําออยที่หีบไดนอยลงเมื่อเทีย บกับ อ อ ยที่ มีอ ายุนอ ยกวา และเมื่ อ ออ ยมีค วามหวานมากกวา จะผลิตน้ํ า ตาลได ม ากขึ้ น นั บ ตั้ ง แต ป ก ารผลิ ต พ.ศ.2535/2536 ที่ เ ปลี่ ย นระบบการรั บ ซื้ อ อ อ ยจากระบบน้ําหนักมาเปนระบบการวัดความหวานสงผลใหเกษตรกรตองปรับตัวเพื่อ 25
  26. 26. เพิ่ม คุณ ภาพออ ย โดยการเปลี่ย นพัน ธุออ ย เปลี่ย นแปลงวิธีก ารเพาะปลูก และการบํารุงรักษา หรือโดยการตัดออยในชวงที่มีความหวานมากที่สุด Measuring Instruments Weight Force Length Temperature Chemical RMs : Sugar, CO2 Reagent : Phosphateแผนภาพที่ 4 มาตรวิทยาสาขาตางๆ ที่เกี่ยวของในกระบวนการผลิตน้ําตาลโดยเฉลี่ยในการหีบออย 1 ตัน จะไดสวนประกอบหลักตางๆ ดังนี้ 1. น้ําตาล 105-110 กิโลกรัม 2. น้ํา 500-510 กิโลกรัม 3. กากออย (ความชื้นรอยละ 50-52) 270-290 กิโลกรัม 4. กากตะกอนหมอกรอง (ความชื้นรอยละ 70-72) 28-40 กิโลกรัม 5. กากน้ําตาล 50-60 กิโลกรัม26
  27. 27. 8. วัตถุประสงคการวิจย ั 8.1 เพื่อศึกษาการลดมูลคาของความไดเปรียบ/เสียเปรียบในการซื้อขายออย จากการใชระบบมาตรวิทยาเคมีที่มีความถูกตองมากขึ้นตามมาตรฐานสากล 8.2 เพื่ อ เปรี ย บเที ย บต น ทุ น การซื้ อ วั ส ดุ อ า งอิ ง รั บ รอง/วั ส ดุ อ า งอิ ง(CRMs/RMs) ที่ใชสอบเทียบเครื่องมือวัดคา Brix ระหวางโรงงานที่ซ้ือจากในประเทศและจากตางประเทศ 8.3 เพื่อศึกษาผลกระทบทางเศรษฐกิจของระบบมาตรวิทยาเคมีที่มีตออุตสาหกรรมน้ําตาลทรายในประเทศไทย9. ประโยชนที่คาดวาจะไดรับ ผลการศึ ก ษาจะทํ า ให ท ราบถึ ง ผลกระทบของมาตรวิ ท ยาที่ มี ต ออุตสาหกรรมน้ําตาลทราย เพื่อจะนําไปสูการพัฒนาใหมีการใชระบบมาตรวิทยาอยางกวางขวางในอุตสาหกรรมน้ําตาลทราย เพื่อใหผลิตภัณฑที่ไดมีคุณภาพเปนที่ยอมรับของผูบริโภคและประเทศคูคา 27
  28. 28. 28

×