Chapter 9

164 views

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
164
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1
Actions
Shares
0
Downloads
2
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Chapter 9

  1. 1. การเลือกใช้สื่อและวิธีการจัดการเรียนรู้ Chapter 8
  2. 2. สถานการปัญหา ครูพลกิต เป็นครูที่พึ่งมาบรรจุใหม่หลังจากที่รายการตัวต่อสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประจา จังหวัดที่สังกัดแล้วก็ไปรายงานตัวต่อโรงเรียนซึ่งเป็นโรงเรียนประจาจังหวัด ผู้อานวยการโรงเรียนมอบหมาย ให้ครูพลกิตสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 และเป็นห้องเด็กเก่งด้วย ยิ่งทาให้ครูพลกิตรู้สึกไม่มั่นใจในการ สอนว่าตนเองจะสามารถทาได้ดีหรือไม่และนักเรียนจะสนุกหรือสนใจในวิธีการสอนของตนเองหรือไม่ ที่ สาคัญคือนักเรียนห้องนี้มีลักษณะที่ชอบค้นคว้า หาความรู้ กิจกรรมที่เน้นให้ปฏิบัติได้ลงมือกระทา ฝึกคิด หรือที่ท้ายทายการทางานนักเรียนจะชอบมาก อีกทั้งยังเรียนพิเศษแบบเข้มข้นเนื้อหาในหนังสือเรียนส่วน ใหญ่นักเรียนจะรู้และทาความเข้าใจอย่างลึกซึ้งมาก่อนแล้ว แต่ที่สังเกตได้ชัดคือนักเรียนจะแข่งกันเรียน ทางานกลุ่มไม่ค่อยประสบความสาเร็จเท่าที่ควร ซึ่งผู้อานวยการโรงเรียนฝากความหวังไว้ที่ครูพลกิตเพื่อช่วย พัฒนาและแก้ปัญหาการเรียนรู้ของนักเรียนในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ห้องนี้ให้ได้
  3. 3. ภารกิจที่ 1 ครูพลกิตจะมีหลักในการเตรียมความพร้อมเพื่อให้สามารถ จัดการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพได้อย่างไร
  4. 4. การเตรียมสาหรับจัดประสบการเรียนรู้ - การเตรียมสือการเรียนรู้ ่ - การเตรียมสิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้ - การเตรียมผูเ้ รียน - ดาเนินการตามบทเรียน
  5. 5. การเตรียมสื่อการเรียนรู้ ผู้สอนจะต้องเตรียมความพร้อมของสื่อให้ มีความสอดคล้องกับกระบวนการจัดการเรียนรู้ ตามแผนทีได้ออกแบบไว้ ในขั้นตอนการเตรียม ่ ความพร้อมของสื่อจะเริ่มตั้งแต่การคัดเลือกสือที่ ่ ตอบสนองวิธีการเรียนรู้เพื่อใช้ในการนาเสนอ ความรู้
  6. 6. การเตรียมสิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้ การจัดการเรียนรูนั้นจะเกิดใน ้ ห้องเรียนก็ต้องเตรียมความพร้อมของ ห้องเรียนในน่าเรียน เอื้อต่อการจัดกิจกรรม กลุ่มหรือกิจกรรมการเรียนรู้อื่นๆเช่น วิชา วิทยาศาสตร์
  7. 7. การเตรียมผู้เรียน ต้องสร้างแรงจูงใจ และการปฐมนิเทศ ก่อนเรียนเป็นสิ่งที่มีความสาคัญมากที่ผู้สอน จะต้องจัดในช่วงแรกของการเรียนการสอน ในแต่ละครั้งด้วยการนาเสนอให้ผเู้ รียนทราบ ถึงสาระสาคัญของการสอน
  8. 8. ดาเนินการตามบทเรียน การให้กิจกรรมการเรียนรู้ที่ ชัดเจน การกาหนดขั้นตอนในการ เรียนรู้ การสร้างแรงจูงใจในการ เรียน การตั้งคาถามในระหว่าง เรียน
  9. 9. ภารกิจที่ 2 ให้วิเคราะห์ว่าจะเลือกสื่อหรือวิธีการจัดการเรียนรู้แบบ ใดจึงจะสอดคล้องกับลักษณะการเรียนรู้ของผู้เรียนตาม สถานการณ์ทกาหนดให้ ี่
  10. 10. เนื่องจาก นักเรียนที่ครูพลกิตต้องสอนนี้ มีลักษณะชอบค้นคว้า หาความรู้ กิจกรรมที่เน้นให้ปฏิบัติได้ลงมือทา ฝึกฝนหรือท้าทายการ ทางานและนักเรียนส่วนใหญ่มีความรู้ความเข้าใจเนื้อหาในหนังสือ อย่างลึกซึงมาก่อนเพราะได้เรียนพิเศษอย่างเข้มข้นมาแล้วและ ้ เนื่องจากเป็นห้องเก่งจึงมีพฤติกรรม แข่งขันกันเรียน ทาให้ทางาน กลุ่มไม่ค่อยประสบความสาเร็จเท่าที่ควร
  11. 11. ควรเลือกใช้การจัดการการเรียนรู้แบบ การเรียนการสอนแบบร่วมมือ เป็นกลยุทธ์ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่จัดให้นกเรียนเรียน ั ด้วยกันเป็นกลุ่มเล็กแบบคละความสามารถ ให้ทางานร่วมกันช่วยเหลือกันใน การผสมผสานความรู้ที่มีอยู่เดิมกับความรู้ใหม่ และค้นพบความหมายของสิ่งที่ ศึกษาด้วยกลุ่มโดยทากิจกรรมในการสืบค้น (Explore) อภิปราย (Discuss) อธิบาย (Explain) สอบสวนแนวความคิดและแก้ปัญหา ร่วมกันในกลุ่ม เพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายร่วมกัน
  12. 12. รูปแบบการเรียนแบบร่วมมือ • การเรียนรู้มีเป้าหมายเพื่อ พัฒนาการสัมฤทธิ์ผลของ การเรียนและทักษะทาง สังคมเป็นสาคัญ STAD (Student Teams Achievement Division) TGT (Team Games Tournament) • เป็นรูปแบบที่คล้ายกับ STAD แต่เป็นการจูงใจใน การเรียนเพิ่มขึ้น โดยการใช้ การแข่งขันเกมแทนการ ทดสอบย่อย • เป็นรูปแบบการเรียนที่ ผสมผสานแนวคิดระหว่างการ ร่วมมือในการเรียนรู้กับการสอน เป็นรายบุคคลรูปแบบ ของ TAI เป็นการประยุกต์ใช้กับการสอน คณิตศาสตร์ TAI (Team Assisted Individualization)
  13. 13. รูปแบบการเรียนแบบร่วมมือ • มุ่งพัฒนาขึ้นเพื่อสอนการอ่าน และการเขียนสาหรับนักเรียน เป็นรูปแบบการเรียน ประถมศึกษาตอนปลาย โดยเฉพาะ CIRC (Cooperative Integrated Reading and Composition) Jigsaw • เป็นรูปแบบที่เหมาะสมกับวิชา ที่เกี่ยวข้องกับการบรรยาย ที่ เน้นการพัฒนาความรู้ ความ เข้าใจมากกว่าพัฒนาทักษะ • ลักษณะสาคัญคือ สมาชิกแต่ละคนใน กลุ่มย่อยทากิจกรรมที่ต่างกัน ทาเสร็จ แล้วนาผลงานมารวมกันเป็นกลุ่ม ร่วมกันแก้ไขทบทวนแล้วนามาเสนอ ต่อชั้นเรียน Co – op Co – op
  14. 14. รูปแบบการเรียนแบบร่วมมือ มุมสนทนา (Corners) • เป็นเทคนิคการเรียนแบบร่วมมือที่ เปิดโอกาสให้สมาชิกทุกคนในกลุ่มได้ เล่าประสบการณ์ ความรู้ สิ่งที่ตน กาลังศึกษา สิ่งที่ตนประทับใจให้ เพื่อนๆ ในกลุ่มฟัง การเล่าเรื่องรอบวง (Round robin) • ให้ผู้เรียนกลุ่มย่อยเข้าไปนั่งตามมุม หรือจุดต่าง ๆของห้องเรียน และ ช่วยกันหาคาตอบสาหรับโจทย์ ปัญหาต่างๆ ที่ครูยกขึ้นมา • ให้นักเรียนจับคู่กัน ทางาน คน หนึ่งทาหน้าที่เสนอแนะวิธี แก้ปัญหา อีกคนทาหน้าที่แก้โจทย์ เสร็จข้อที่ 1 แล้วให้สลับหน้าที่กัน คู่ตรวจสอบ (Pairs Check)
  15. 15. รูปแบบการเรียนแบบร่วมมือ • ครูตั้งคาถามให้นักเรียนตอบ นักเรียนแต่ละคนจะต้องคิด คาตอบของตนเอง นาคาตอบมา อภิปรายกับเพื่อนที่นั่งติดกับตน นาคาตอบมาเล่าให้เพื่อนทั้งชั้น ฟัง คู่คิด (Think-Pair Share) ร่วมกันคิด (Numbered Heads Together) • เริ่มจากครูถามคาถาม เปิด โอกาสให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม ช่วยกันคิดหาคาตอบ • ช่วยให้นักเรียนคิดทาง คณิตศาสตร์เข้าใจการเชื่อมโยง ระหว่างมโนมติและกระบวนการ และสามารที่จะประยุกต์ใช้ ความรู้อย่างคล่องแคล่ว การเรียนแบบร่วมมือกับการ สอนคณิตศาสตร์
  16. 16. สมาชิก นางสาวเนตรนภา ศรีเทศ นางสาวอัญชนา ยิ่งเชิดงาม นายอานนท์ จันทรมุข 553050356-2 553050359-6 553050360-1

×